พันธนาการร้าย

โดย: ณรีรัช



ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 1

มิวนิก เยอรมนี

“โปสการ์ดร้านนี้สวยจังเลย คุณคินคะ ฉันอยากเขียนโปสการ์ดส่งไปที่เมืองไทย ฉันว่าเราเข้าไปดูกันหน่อยนะคะ” เขมมิกาเอ่ยกับสามี ภาคินยิ้มและพยักหน้าให้กับภรรยาสาว

“อืม... ไปสิ” ราชนิกุลสาวเดินเข้าไปยืนเลือกโปสการ์ดที่วางเรียงบนชั้น ภาคินยืนมองดูภรรยาสาว ก่อนจะหันไปมองรอบๆ

พ่อเลี้ยงหนุ่มพาภรรยามาเที่ยวที่มิวนิกตามคำร้องขอของเธอ ที่อยากจะสัมผัสกับบรรยากาศความโรแมนติกของเมืองมิวนิก ตามนางเอกในละครที่เธอติดใจมันนักหนา และยิ่งพอรู้ว่าสามีของเธอมีบ้านพักอยู่ที่นี่ เธอก็ยิ่งรบเร้าขอให้เขาพาเธอมา พ่อเลี้ยงหนุ่มก็เลยจัดให้ตามคำขอของภรรยา ที่อยากจะสัมผัสบรรยากาศของมิวนิก แบบนางเอกในละคร

“เดี๋ยวเขมขอเลือกสักสองใบ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา คุณช่วยไปขอปากกาที่เคาเตอร์ทีสิคะ” เขมมิกาพูดทั้งๆ ที่กำลังวุ่นกับการเลือกโปสการ์ดอยู่

“จ้ะ” ภาคินตอบภรรยาสาวแล้วเดินตรงมาที่เคาเตอร์ด้านในร้าน เห็นคุณแม่ยังสาวกำลังนั่งเล่นอยู่กับลูกชายตัวน้อย ใกล้ๆ เคาเตอร์ พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงเอ่ยถาม

“สวัสดีครับ ผมขอยืมปากกาหน่อยครับ”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ” คุณแม่ยังสาวร้องบอกพร้อมๆกับอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก แล้วหันกลับมาที่หน้าเคาเตอร์ หยิบปากกายื่นให้กับลูกค้าพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆ

“นี่ค่ะ เขียนส่งให้เพื่อนหรือคะ....”

มาชาวียืนถือปากกาค้างและนิ่งอึ้ง เมื่อได้เห็นผู้ชายตรงหน้า รอยยิ้มหวานๆ หุบลงทันที เสียงเรียกชื่อของคนตรงหน้าที่หลุดมาจากปากของหญิงสาว มันเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน “คิน!...”

“มาช่า!...” ภาคินยืนตกตะลึง และแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง เมื่อได้เห็นเพื่อนรักที่ร้านแห่งนี้

“มันเกิดอะไรขึ้นมาช่า ทำไมแกถึงได้...” ภาคินมองใบหน้าของเด็กชายตัวน้อย และรัวคำถามใส่เพื่อนรัก ยืนจ้องเธอเพื่อรอคำตอบ มาชาวียิ้มเศร้าๆ และถอนหายใจเบาๆ

“แกไปนั่งรอฉันก่อนนะ เดี๋ยวฉันตามไป อ่ะนี่ปากกาเอาไปด้วย” ภาคินรับปากกามาถือเอาไว้ และยืนมองเพื่อนรักอย่างกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปอีก จนคนโดนจ้องต้องเอ่ยปาก

“ฉันไม่หนีไปไหนหรอกน่า เมืองเล็กแค่นี้จะหนีไปไหนได้ทัน ไปนั่งรอได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะบอกกับเจ้าของร้านก่อน” พ่อเลี้ยงหนุ่มพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินกลับไปหาเมียรักที่โต๊ะด้านนอก

“ได้ปากการึเปล่าคะ” เขมมิกาถามสามี แต่ก็รู้สึกแปลกใจที่หน้าตาของสามีดูเคร่งขรึมขึ้นกว่าเดิม ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขายังอารมณ์ดียิ้มกว้างอยู่แท้ๆ

ภาคินส่งปากกาให้กับภรรยา แล้วนั่งนิ่งๆ ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง สลับกับชะเง้อมองเข้าไปข้างในร้าน จนคนเป็นภรรยาเริ่มจะสงสัย แต่แล้วคำตอบก็เดินมาหยุดที่โต๊ะโดยที่เขมมิกาไม่ต้องเอ่ยถาม

“คุณมาช่า!” เขมมิกาเรียกชื่อเธอออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นมาชาวีอุ้มเด็กชายตัวน้อยมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

มาชาวียิ้มให้เขมมิกาเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับคนทั้งสอง แล้ววางลูกชายลงบนตักของเธอ ภาคินมองหน้าของเด็กชายตัวเล็กเขาก็รู้ทันที ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก ก็ดีเอ็นเอบอกซะขนาดนั้น พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่รอช้า ยิงคำถามใส่เพื่อนรักทันที

“นี่หลานของฉันใช่มั๊ย แล้วทำไมแกถึงมาที่นี่ บอกมาให้หมดนะมาช่า อย่าปิดบังฉัน ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะพาแกกลับ แกรู้มั๊ยตั้งแต่แกหายตัวไป ทุกคนเขาวุ่นวายกันขนาดไหน พ่อของแกแทบจะอยู่ไม่เป็นสุข ออกตามหาแกให้ทั่ว แต่ท่านไม่รู้เรื่องของพวกแกหรอกนะ ฉันยังไม่ได้บอกท่าน แต่ที่ฉันแน่ใจว่าต้องเป็นหลานของฉัน เพราะแกหายไปพร้อมกับเควิน และเมื่อต้นปีมันมาตามหาแกที่เมืองไทย เอ้าบอกมาได้แล้วว่าที่ฉันพูดไปจริงมั๊ย”

มาชาวีมีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็พยักหน้าตอบเพื่อนรักเบาๆ เธอเอามือลูบหัวของลูกชายตัวน้อย ก่อนจะเล่าบอกออกไปด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ และเริ่มจะสั่นเครือ

“ใช่เขาเป็นหลานของแก น้องชายของแกเป็นพ่อของเขา”

“แล้วทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว บอกมาให้หมด”

2 ปีก่อน

สิงคโปร

ชั้นบนสุดของห้องพักของโรงแรมหรูริมแม่น้ำ บนเตียงนุ่มสุดหรูมีร่างอรชรที่กำลังนอนคว่ำหน้าร่ำไห้น้ำตาไหลเป็นสายธาร ร่างแบบบางนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม ไม่มีอาภรณ์ติดกายเพียงซักชิ้น

ชายหนุ่มข้างกายพลิกตัวมากอดรางบางเอาไว้พร้อมกับกระซิบข้างๆหู “อย่าร้องไห้ไปเลยนะที่รัก คิดซะว่าทำเพื่อส่วนรวม  และก็ไม่ต้องคิดที่จะหนี เพราะทันทีที่คุณไปจากผม ทุกอย่างจะจบ! ผมรักคุณนะ” ชายหนุ่มกดจูบที่แก้มขาวนวล แต่หญิงสาวใต้ร่างกลับเอามือผลักใบหน้าของเขาออก

แต่ฉันเกลียดคุณ!

“บอกรักผมอีกแล้ว บอกรักบ่อยๆ แบบนี้ สงสัยผมคงต้องตายคาอกเข้าสักวัน ใจคอคุณจะไม่ให้ผมได้หยุดพักบ้างเลยรึไงหืม...” เควินพูดพร้อมๆกับสอดแขนเข้าไปใต้ผ้าห่ม โอบกอดลูบไล้ร่างบอบบางอย่างทะนุถนอม ใบหน้าคมคร้ามก็กดจูบไปทั่วๆ แผ่นหลังขาวนวลเนียน อย่างหลงไหลความงามของร่างบางในอ้อมกอด

“ปล่อย! พอแล้ว ฉันเหนื่อย!

“ได้อยู่กับคุณแบบนี้สำหรับผมไม่อยากหยุดรักคุณเลยซักวินาทีเดียว แต่ถ้าคุณเหนื่อย ผมจะยอมหยุด และนอนกอดคุณเอาไว้ จำเอาไว้ว่า ถ้าผมลืมตาขึ้นมา ผมจะต้องเห็นคุณในอ้อมกอดของผมนะที่รัก” ริมฝีปากหนากดประทับลงที่ริมฝีปากบางของคนใต้ร่าง และหอมแก้มนวลแรงๆ อีกสองสามครั้ง แล้วจึงนอนทับทาบกอดร่างบางเอาไว้

3 ชั่วโมงต่อมา

“คุณอยู่ข้างบนนี้รอผมก่อนนะ เดี๋ยวผมไปทำธุระสักสองชั่วโมง แล้วจะกลับมารับคุณไปทานมื้อค่ำด้วยกัน”

“ผมรักคุณนะที่รัก อย่าดื้อและสร้างปัญหาเพิ่มให้กับผม ผมไม่ชอบคนพูดไม่รู้เรื่อง ถ้าคุณทำตัวดีๆ บริษัทของพ่อคุณจะไปได้สวย ผมสัญญา จำเอาไว้ว่าคุณเป็นของผม! ของผมคนเดียวเท่านั้น! เควินกดจูบที่แก้มนวลของหญิงสาวก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เควินพาเธอตามติดไปด้วยตลอด เขาคอยเอาใจเธอสารพัดในแบบของเขา แต่ก็นั่นล่ะนะ เอาใจในแกมบังคับ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า มาชาวีจะต้องตอบรับทุกอย่างที่เขาให้และต้องการจากเธอ ชีวิตของมาชาวีในตอนนี้ก็คล้ายกับนกน้อยในกรงทอง ที่ใช้ชีวิตท่ามกลางความหรูหรา แต่ภายในใจกลับไม่ไม่ความสุขเลยซักนิด

ยิ่งนับวันเควินทั้งรักและหลงมาชาวีจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น ไม่มีเลยซักคืนที่เขาจะห่างเธอ รสสวาทที่เขาตักตวงจากร่างอรชร ยังคงหอมหวานไม่สร่างซา มีเพียงสิ่งเดียวที่เขายังไม่ได้จากเธอ นั่นก็คือ...หัวใจ ที่แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมาเป็นปีแล้ว แต่เธอก็ยังพร่ำบอกว่าเกลียดเขาอยู่ดี แต่ก็ช่างเถอะนะ เควินไม่นึกจะสนเลยซักนิด เขาขอเพียงได้มีเธออยู่ข้างกายแบบนี้ทุกๆ วันก็เพียงพอ เรื่องความรักอะไรนั่น ช่างหัวมันปะไร....

โอกาส!!!

ห้องชั้นบนสุดของคอนโดสุดหรูริมทะเลเมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล มาชาวีนั่งเหม่อมองทะเลอยู่ด้านนอกระเบียง เธอมองไปที่ท้องทะเลที่อยู่ตรงหน้า คิดถึงพ่อบังเกิดเกล้า ที่ตอนนี้ท่านคงต้องให้คนออกตามหาเธอไปจนทั่ว และป่านนี้ท่านจะเป็นยังไงบ้างนะ ใครจะดูแลท่านในยามที่เธอต้องจากมาแบบนี้ ถึงแม้ว่าเควินจะบอกว่าท่านสบายดีก็เถอะ เธอยากที่จะเห็นด้วยตาของตัวเองมากซะกว่า มาชาวีกำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ เสียงทักทายจากทางด้านหลังก็ดังขึ้น

“มาช่า! ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

“แคนดิช!...

“นี่มันคอนโดของพี่ชายฉัน แต่... ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่”

แคนดิชจ้องหญิงสาวตรงหน้า เธอรู้สึกแปลกใจเอามากๆที่ได้เห็นมาชาวีที่นี่ และเมื่อมาชาวีหมุนตัวมาหาเธอ แคนดิชก็ยิ่งอึ้งกับภาพที่เห็น เพราะตั้งแต่ช่วงไหล่ไปจนถึงเนินอก มีแต่รอยช้ำเป็นจ้ำๆ ที่ไม่บอกก็ดูรู้ว่าไปได้มาจากไหน มาชาวีน้ำตาไหลเป็นสายเมื่อได้เห็นหน้าของนางแบบสาว

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณกับเควิน...” ไม่มีคำตอบออกจากปากของหญิงสาวตรงหน้า เธอเพียงแต่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น

“แคนดิช ช่วยพาฉันออกไปที ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ช่วยฉันด้วยนะ ฉันขอร้อง”

“อะไรนะ! นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว” แคนดิชมองหน้าของมาชาวีอย่างมีคำถาม ก็ไหนภาคินกับผู้กองคมสันเคยบอกว่า มาชาวีชอบผู้หญิง เธอเป็นเลสเบียน แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้มาเป็นผู้หญิงของพี่ชายของเธอได้ แถมเควินยังให้คนเฝ้าเอาไว้อย่างแน่นหนาอีกต่างหาก นี่มันเรื่องอะไรกันเธองงไปหมดแล้ว...

มาชาวีเล่าเรื่องทุกอย่างให้แคนดิชฟัง พร้อมทั้งขอร้องให้นางแบบสาวช่วยพาเธอหนี แคนดิชได้ฟังก็นึกโกรธพี่ชาย เธอรับปากว่าจะช่วย แต่ต้องไปขอให้มารดาของเธอช่วยอีกแรง

“พรุ่งนี้ฉันจะพาคุณหนีไปจากที่นี่ คุณเตรียมตัวเอาไว้นะคะ ฉันจะพามาดามมาที่นี่ ให้ท่านช่วยพาคุณออกไป”

“ขอบคุณ ขอบคุณนะคะ ฉันจะไม่ลืมน้ำใจของคุณเลย”

“ฉันต้องไปก่อนนะคะ เดี๋ยวการ์ดจะสงสัย”

“ค่ะ” มาชาวีตอบและยิ้มเศร้าๆให้กับนางแบบสาว

แคนดิชรีบกลับไปที่คฤหาสน์ เธอรีบไปบอกเล่าให้มารดาของเธอได้ฟัง มาดามวิกตอเรียรู้ก็นึกโกรธลูกชายคนโปรด ที่ทำอะไรตามอำเภอใจ เธอให้แคนดิชพาไปที่คอนโดของลูกชายตัวดีโดยด่วน เพราะนี่เป็นโอกาสเหมาะที่สุด เนื่องจากวันนี้ทั้งวัน เควินต้องเข้าประชุมเพราะเป็นการประชุมครั้งใหญ่ของซิลวากรุ๊ป กว่าที่เขาจะเสร็จและกลับไปที่คอนโดก็คงจะดึก

มาดามวิกตอเรียใช้อำนาจพาตัวมาชาวีออกมาจนได้ และรีบพาเธอไปสนามบิน แคนดิชอาสาพาเธอหนีไปที่ฮัมบรูก เพราะแคนดิชมีเพื่อนรักอยู่ที่นั่น มาชาวีก็เลยได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวของเพื่อนของแคนดิช แต่เธอก็ยังแอบหนีออกมา และหนีมาอยู่ที่มิวนิก เพราะถ้าขืนเธอยังอยู่ที่ฮัมบรูก เควินก็คงต้องรู้เข้าสักวัน และเธอไม่อยากเจอเขาอีกแล้วว

แต่สวรรค์กลับกลั่นแกล้งเมื่อเธอเพิ่งรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ความเหนื่อยยากเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เธอเริ่มออกหางานทำ และรับจ้างทำงานเกือบจะทุกอย่าง จนกระทั่งมาเจอเข้ากับร้านโปสการ์ดที่ปิดประกาศรับสมัครพนักงานที่พูดได้หลายภาษา ซึ่งมาชาวีมีคุณสมบัตินั้น...

ส่วนเควินเขาหัวเสีย หงุดหงิดและอาละวาดใส่ลูกน้องอย่างบ้าคลั่ง เมื่อได้รู้ว่าตอนนี้หัวใจของเขา ได้โบยบินหนีจากอ้อมอกเขาไปแล้ว ชายหนุ่มนั่งลงตรงที่มาชาวีชอบนั่งเป็นประจำ เขาเหม่อมองออกไปยังทะเลกว้าง

มาช่าทำไมคุณถึงไม่เข้าใจซะที ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน คุณที่อยู่ไหนกันนะ ผมคิดถึงคุณ...

ส่วนการ์ดหน้าห้องก็คงไม่ต้องบอกนะ ว่าจะเละเทะซะขนาดไหน เกิดเป็นลูกน้องเขามันก็ลำบากแบบนี้แหละ...เฮ้อ!!...

เหตุการณ์ปัจจุบัน

“ฉัน...หนีออกมาเอง” ภาคินพยักหน้าเบาๆ เพราะรู้ว่าเควินน้องชายสุดที่รักของเขา มีนิสัยยังไง นี่เควินก็คงจะข่มเหงรังแกเธอล่ะสิ มาชาวีถึงได้พาลูกหนีออกมาแบบนี้ เพราะปกติแล้วมาชาวีเป็นคนที่มีความอดทนอดกลั้นสูงมาก นอกซะจากว่าที่สุดของที่สุดจริงๆ เธอถึงจะเหวี่ยงและวีนใส่

“แล้วทำไมแกถึงไม่โทรบอกฉัน”

มาชาวีหันมามองลูกชายตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังเล่นอยู่กับเขมมิกา เธอยิ้มเศร้าๆก่อนจะพูดออกไป “เพราะฉันอยู่ในฐานะลูกหนี้ยังไงล่ะ ลูกหนี้ที่ไม่มีสิทธิ์ต่อรองและเรียกร้องใดๆ”

“ไอ้เลว!...” ภาคินสบทออกมาเบาๆ ทันทีที่ได้ยินคำตอบของเพื่อนรัก

“แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันได้ชดใช้ให้เขาไปหมดแล้ว คิน ถ้าแกยังเป็นเพื่อนฉันอยู่ แกอย่าบอกเขานะ ฉันขอร้อง ฉันไม่อยากเจอหน้าเขาอีก ฉันอยู่ที่นี่มีก็ความสุขดีแล้ว ฉันไม่อยากหนีอีก แกอย่าบอกเขาได้มั๊ย”

“ได้ยังไงกันนี่มันหลานฉันทั้งคนนะ”

“ฉันเลี้ยงได้ ฉันทำงานเก็บเงินเอาไว้ให้ลูกของฉันมากพออยู่ แกไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลเขาให้ดีที่สุด”

ภาคินถอนหายใจเบาๆ เขานึกสงสารเธออย่างจับใจ “แกคงจะลำบากมากนะมาช่า ต่อไปนี้แกไม่ต้องทนอีกแล้ว เพราะนี่คือหลานของฉัน ยังไงซะฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้หลานของฉันต้องลำบาก กลับไปเก็บของมาช่า ฉันจะพาแกกลับเมืองไทย”

“คิน แต่...”

“ถ้าแกไม่กลับ ฉันจะบอกเควิน ให้มันได้มารับผิดชอบแกกับลูก”

“ฉันขอบใจในความหวังดีของแกนะภาคิน แต่ฉันคงกลับไปกับแกไม่ได้”

“ทำไมถึงกลับไม่ได้”

“เพราะถ้าพ่อของฉันเห็นฉันในสภาพแบบนี้ ท่านคงผิดหวัง ฉันไม่อยากให้ท่านอับอายไปมากกว่านี้ แค่ที่ผ่านมาท่านก็ทนมามากพอแล้ว ให้ฉันอยู่ที่นี่เถอะนะ ไม่ต้องห่วง ฉันอยู่ได้ ทุกคนที่นี่ดีกับฉันและลูกมาก” มาชาวีจับมือของภาคินเขย่าเล็กน้อย และมองเพื่อนรักผ่านม่านน้ำตา พร้อมทั้งร้องขอให้เขาเห็นใจเธอ

ภาคินถอนหายใจเบาๆ “พาฉันไปที่พักของแกหน่อยมาช่า ให้ฉันได้เห็น ว่าแกสบายดี ฉันถึงจะยอมให้แกอยู่ที่นี่”

“คิน

“ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะเอาหลานของฉันกลับ! พ่อเลี้ยงหนุ่มยื่นคำขาด จนมาชาวีต้องยอมพาเขาไปในที่สุด

อพาร์ตเม้นต์กลางเก่ากลางใหม่ ที่ตัวตึกแลดูโทรมๆ ทางเดินที่คับแคบ แถมมีแค่แสงไฟสลัวๆ ที่ส่องให้พอได้เห็นทาง และทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ภาคินก็เบือนหน้าหนีทันที

ภาพของห้องพักที่คับแคบ มีเพียงเตียงและตู้เสื้อผ้าเก่าๆ และก็มีของใช้ไฟฟ้าเล็กๆ น้อยสองสามอย่างซึ่งมันไม่เหมาะกับมาชาวีเลยซักนิด มาชาวีผู้หญิงสวยเปรี๊ยวที่เคยใช้แต่ของแบรนด์เนม ใส่น้ำหอมยี่ห้อดัง ใบหน้ามีแต่เรื่องสำอางราคาแพง แต่ดูเธอในวันนี้สิ! มันช่างต่างกันราวกับคนละคน แถมสภาพของห้องพักก็ดูโทรมไม่สมกับฐานะของคุณหนูที่เธอเคยเป็นเลยซักนิด ภาคินเดินสำรวจรอบๆ ห้อง ก่อนจะสั่งเพื่อนรักเสียงแข็ง

“ฉันไม่ให้แกอยู่ที่นี่ แกทนอยู่ได้ยังไงเล็กยิ่งกว่ารูหนูซะอีก เก็บของแล้วไปอยู่ที่บ้านของฉัน ถ้าไม่อย่างนั้นก็กลับเมืองไทยไปพร้อมๆกัน”

เสียงร้องสั่งของภาคินและท่าทางที่จริงจัง ทำให้มาชาวีต้องยอมทำตาม ภาคินให้เธอเอาไปแต่เฉพาะของที่จำเป็นเท่านั้น และพาเธอไปที่บ้านพักของเขาที่อยู่ไม่ไกลจากร้านที่มาชาวีทำงานเท่าใดนัก พ่อเลี้ยงหนุ่มจัดหาเสื้อผ้าและของใช้ใหม่หมดทุกอย่างและต้องดีที่สุดสำหรับหลานรักของเขา

จนเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาเดินออกมายืนระบายอารมณ์ที่ระเบียงด้านนอก นึกโมโหน้องชายต่างมารดา และแค้นใจแทนเพื่อนรักที่โดนกระทำราวกับว่าเธอไม่มีหัวใจ มือหนากำแน่นก่อนจะทุบลงบนราวระเบียง

เควิน ไอ้เลวเอ้ย! เจอหน้ากูจะชกให้คว่ำเลย...ฮึ่ย!

………………………………………………………………………………..


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


อิอิ.ต่อนะ
โดย Anonymous | 5 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบ ติดตามเลย
โดย Anonymous | 5 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha