พันธนาการร้าย

โดย: ณรีรัช



ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2

ห้องพักชั้นบนสุดของโรงแรมหรูระดับห้าดาว ชายหนุ่มรูปงามยืนเหยียดเต็มความสูง 185 เซนติเมตร เขายืนอยู่นอกระเบียงมองออกไปยังท้องทะเลที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ภายในใจก็ครุ่นคิดถึงใครบางคนที่หนีหายไปจากชีวิตของเขา ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเกือบปีแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เคยลืมเธอ

มาช่า...คุณอยู่ที่ไหนนะ ผมคิดถึงคุณ

บานประตูถูกเปิดออก ชายหนุ่มในชุดสูทสากลเดินเข้ามาแล้วหยุดยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนาย “ได้เวลาแล้วครับคุณเควิน”

“อืม เดี๋ยวฉันตามไป” เขาตอบทั้งๆ สายตายังจับจ้องอยู่ที่ท้องทะเล ก่อนจะสลัดความคิดภายในใจ แล้วหันกลับเข้าหาความจริงที่จำเป็นต้องทำ

เควิน อัล ซิลวา ประธานกรรมการกลุ่มซิลวากรุ๊ป เขาประสบความสำเร็จด้วยวัยเพียง 35 ปี ด้วยนิสัยที่ มุ่งมั่นและเด็ดขาด  ทำให้เขากอบกู้บริษัทของบิดาที่เกือบจะล้มละลาย พลิกผันให้กลับมาก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งของอเมริกาใต้อีกครั้ง ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 5 ปี ด้วยความรู้และความสามารถของตัวเขาเอง และคนที่เป็นกำลังที่สำคัญที่สุด ที่ช่วยให้เขาก้าวขึ้นมายืนบนจุดนี้ได้ก็คือ มาดามวิกตอเรีย อัล ซิลวา มารดาของเขายังไงล่ะ

เควินมิได้มีดีเพียงความสามารถเท่านั้น ด้วยใบหน้าที่คมคาย และรูปร่างที่ฟิตแน่นราวกับบรรดานายแบบชื่อดังของประเทศ ทำให้เขาเป็นที่หมายปองของบรรดาสาวๆ ดารานางแบบและเหล่าเซเล็บทั้งหลาย พวกดารานางแบบที่เคยได้ขึ้นเตียงกับเขาก็ต่างหลงไหลคลั่งไคล้ในบทรักอันเร่าร้อน จนร้องขอที่จะต้องการมีสัมพันธ์กับเขาอีกครั้ง แต่พวกเธอก็ทำได้เพียงการร้องขอเท่านั้น เพราะเขาไม่เคยนอนกับผู้หญิงคนเดิมเป็นครั้งที่สอง นอกจากเธอ...มาชาวี... หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของหัวใจของเขา ที่แม้ว่าเขาจะเสพรสสวาทจากร่างอรชรของเธอเท่าไหร่ ก็ไม่เคยพอ

เควินหลงรักมาชาวีตั้งแต่เห็นเธอครั้งแรกที่นิวยอร์ก เมื่อครั้งที่เขาแวะไปเที่ยวหาพี่ชายต่างมารดา เธอแต่งตัวเปรี๊ยวจี๊ดและสวยแซ่บ แต่ดูมีเสน่ห์น่าค้นหาเป็นที่สุด แต่แล้วความหวังที่จะสานสัมพันธ์ก็ต้องพังทลายลง เมื่อพี่ชายของเขาบอกว่าเธอเป็น...เลสเบียน ทำให้เขาต้องทำใจและตัดใจ

แต่แล้วเหมือนกับฟ้าลิขิต เมื่อเขาได้กับเจอเธออีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้เธอเปลี่ยนสถานะ กลายมาเป็นลูกน้องของเขา และก็เป็นลูกสาวของลูกหนี้รายใหญ่ของเขาซะด้วยสิ แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เขาตื่นเต้นเท่ากับ เมื่อเขามีโอกาสได้อยู่กับเธอตามลำพัง แถมยังได้มีโอกาสเห็นสรีระที่แสนจะเย้ายวนของเธอ ที่เกาะส่วนตัวภายในห้องนอนส่วนตัวของเขาอีกด้วย ในเมื่อโอกาสมาประเคนถึงปากแบบนี้ ถ้าปล่อยเธอไปอีก ก็คงไม่ใช่ เควิน อัล ซิลวา สินะ เพราะฉะนั้นเขาเลยใช้อำนาจที่มีอยู่จนล้นมือ บังคับให้เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาจนได้ในที่สุด...

แต่หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของเขากับเธอกลับแย่ลง เควินต้องพึ่งอำนาจในมือ เพื่อบังคับให้เธอทำตามใจเขา ทั้งๆ ที่หญิงสาวคอยพูดพร่ำคำว่าเกลียด ให้เขาได้ฟังทุกๆ วัน แต่ก็ช่างมันเถอะ เขาไม่สน! เขาขอเพียงแค่ได้มีเธออยู่ข้างกายก็พอ แต่แล้วทั้งหมดกลับต้องพังทลายลง เมื่อเธอได้หนีหายไปจากเขา โดยการช่วยเหลือของมารดาและน้องสาวของเขาเอง

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน วันที่มาชาวีหนี!

เควินขับรถออกจากโรงแรมด้วยความเร็วสูง เขาเหยียบคันเร่งแทบจมมิด และไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็มาถึงคฤหาสน์หรู ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถ ชายหนุ่มรีบก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปในคฤหาสน์ ด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด และแลดูก็รู้ว่าตอนนี้เขากำลังโกรธมากขนาดไหน

ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องนั่งเล่นที่มารดาของเขากำลังพักผ่อนอยู่ มือหนากระชากประตูให้เปิดออก จนคนที่อยู่ข้างในต้องหันควับมามองเป็นตาเดียว

“เซร่าเธอออกไปก่อน” ประมุกของคฤหาสน์สั่งคนสนิทเสียงเรียบก่อนจะหันไปสนใจลูกชายสุดที่รัก เมื่อคนสนิทของเธอเดินออกไปแล้ว

มาดามวิกตอเรียเหลือบตาขึ้นไปมองใบหน้าของลูกชาย ที่กำลังจ้องจะเอาเรื่องกับเธอ ก่อนจะถามลูกชายเสียงเรียบ “ลูกมีธุระอะไรกับแม่”

“ทำไมแม่ต้องทำร้ายหัวใจของผม ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ผมต้องการตัวเธอคืน”

“ทำร้ายหัวใจของลูก? มันก็คง เหมือนๆ กับที่ลูกทำร้ายหัวใจเธอ แล้วตอนนี้ลูกรู้สึกยังไงบ้างล่ะ สบายใจดีมั๊ย” มาดามวิกตอเรียพูดเหน็บแนม และพูดลากเสียงคล้ายๆ คนอารมณ์ดี เธอชำเรืองตามองใบหน้าของลูกชาย ดูว่าเขาจะมีท่าทีต่อเธออย่างไร

ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าใช้อารมณ์พูด มารดาของเขาก็คงไม่คืนเธอให้เขาแน่ๆ เพราะฉะนั้นเขาจะต้องใช้นำเย็นเข้าลูบ เควินถอนหายใจเบาๆ แล้วเดินมานั่งลงตรงข้ามกับมารดา แล้วใช้น้ำเสียงที่ดูคล้ายๆ จะอ้อนวอน “แม่ครับ...ผมขอเธอคืน”

มาดามวิกตอเรียยังคงสนใจอยู่กับเอกสารในมือ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับลูกชายเลยซักนิด เพราะเธอรู้ว่าถ้าเธอสบตากับเขาตอนนี้ ก็คงต้องใจอ่อนยอมบอกแผนการณ์ให้เขาอีกเป็นแน่

เควินเริ่มจะอดทนไม่ไหว ที่มารดาของเขายังคงนั่งนิ่ง ไม่สนใจที่จะพูดคุยกับเขา ตอนนี้ข้างในใจของเขามันร้อนลุ่มต้องการที่จะได้ตัวหญิงคนรักคืนมาสู่อ้อมอก ในเมื่อมารดายังคงนั่งนิ่ง เขาเลยต้องพูดย้ำอีกครั้ง

“แม่...แม่ครับ...ผมขอเธอคืน ผมต้องการเธอ แม่สนใจผมหน่อยสิครับ ผมจะทนไม่ไหวแล้วนะ” คำขอร้องที่เน้นย้ำและคล้ายๆ กับเป็นคำเตือนจากลูกชาย ทำให้มาดามวิกตอเรียเงยหน้าขึ้นไปมองลูกชายด้วยสายตาที่ดุๆ และการโต้วาทีก็เกิดขึ้นในบัดดล

“ทำไมลูกถึงทำแบบนั้น...เควิน ลูกไม่สงสารเธอรึไง เธอเป็นคนนะ” มาดามวิกตอเรียตวัดเสียงถามลูกชายตัวแสบ

แต่เขากลับไม่สะทกสะท้านนั่งทิ้งตัวพิงโซฟาแล้วยักไหลพร้อมกับผายมือ บอกให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด “ผมไม่ได้ทำร้ายเธอสักหน่อย ผมเลี้ยงดูเธออย่างดี ให้แต่สิ่งที่ดีที่สุดกับเธอ”

คนเป็นแม่ได้ยินถึงกับอ่อนใจ นี่ลูกชายของเธอเป็นคนเอาแต่ใจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ความเป็นสุภาพบุรุษที่เคยมีมันหดหายไปไหนหมด เธอถอนหายใจเบาๆ

“แต่เธอไม่ต้องการ เธอต้องการอิสรภาพ”

“ผมพร้อมที่จะให้อิสรภาพกับเธอ ถ้าเธอสัญญาว่าเธอจะรักผม และจะเป็นภรรยาของผม แต่...” เควินพูดยังไม่ทันจบมาดามวิกตอเรียก็พูดสวนขึ้นมาทันที

“เธอไม่ได้รักลูก...”

“ก็...ไม่เป็นไร เพราะผมรักเธอรักมาก และอีกไม่นานเธอก็คงจะรักผม”

“ลูกเข้าใจผิด ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะรักผู้ชายที่รังแกข่มเหงและกักขัง อย่างที่ลูกทำ”

“แม่จะรู้ได้ยังไงว่าเธอไม่รักผม ตอนนี้เธออาจจะรักผมแล้วก็ได้ แต่แม่มาพรากเธอไปจากผมซะก่อน”

“แม่เนี่ยนะพรากเธอไปจากลูก นั่นเพราะลูกคิดเข้าข้างตัวเองต่างหาก เธอบอกแม่ว่าเธอไม่ได้รักลูก เธอโดนบังคับ”

“ผมไม่สน! ผมต้องการตัวเธอกลับ และแม่ก็ต้องคืนเธอให้กับผม!

“มันช้าไปแล้วล่ะเคนวิน ตอนนี้เธอไปจากริโอแล้ว แต่ว่าเธอจะไปที่ไหน ลูกก็ต้องไปตามหาเอาเอง เพราะแม่ไม่รู้” มาดามวิกตอเรียพูดจบก็หันมาสนใจเอกสารในมือ

พอได้ยินคำบอกเล่าของมารดา ทำให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง ในที่สุดเธอก็จากเขาไปแล้วจริงๆ ด้วยฝีมือของแม่และน้องสาวที่เขารัก เควินหลับตาลง มือทั้งสองข้างกำแน่น เขาลุกขึ้นยืน และพูดเสียงเรียบก่อนจะเดินออกไป

“ผมอยากให้แม่ได้รู้ไว้ว่า แม่ทำได้ทำร้ายหัวใจของผม ผมจะไปตามหาเธอ และจะพาเธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง!” พอพูดจบบานประตูก็ถูกปิด มาดามวิกตอเรียลุกขึ้นเดินตามลูกชายไป และร้องห้ามเสียงดังลั่น

“เควิน! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ ลูกไม่มีทางตามหาเธอเจอหรอก”

เควินหยุดเดินและหันกลับไปหามารดา “ผมจะทำทุกทางเพื่อตามหาเธอให้เจอ ต่อให้ต้องมุดลงดินหรือบินขึ้นไปบนฟ้าผมก็จะทำ! และแม่ก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามผม!

“ถ้าลูกคิดว่าลูกทำได้ก็เอาสิ เรามาลองกันซักตั้ง ดูซิว่าใครจะเป็นผู้ชนะ”

“นี่แม่ท้าผมเองนะ แล้วผมจะทำให้แม่เห็น ว่าผมทำได้”

“แล้วแม่จะคอยดูวันที่ลูกทำได้” พอจบเสียงของมารดา เควินก้าวยาวๆกลับออกมาขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว มาดามวิกตอเรียถอนหายใจเบาๆ นึกเป็นห่วงไปถึงแคนดิชและมาชาวี ที่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปถึงฮัมบรูกแล้วรึยัง

ส่วนเควิน เขาขับรถกลับมาที่โรงแรมหรูและเรียกตัวลูกน้องคนสนิทมาพบอย่างเร่งด่วน เมื่อบารอสลูกน้องคนสนิทมายืนอยู่ตรงหน้า เสียงแห่งอำนาจก็ลงคำสั่งให้กับลูกน้องคนสนิททันที

“บารอส จ้างนักสืบที่ฝีมือดีที่สุด เอาหลายๆ คน ตามหาตัวมาช่าให้เจอ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศไทยและนิวยอร์ก ให้เน้นมากที่สุด งบไม่อั้นและถ้าใครตามเจอฉันจะมีรางวัลพิเศษให้โดยไม่รวมกับค่าจ้าง”

“ครับคุณเควินผมจะจัดการตามที่สั่งเดี๋ยวนี้”

เมื่อลูกน้องคนสนิทเดินออกไป เควินทิ้งตัวเองลงบนโซฟาหรู เขาหลับตาลงนึกถึงหญิงคนรัก และแอบน้อยใจที่เธอมาหนีหายไปจากเขา คำพูดที่เธอพูดพร่ำว่าเกลียดเขา เขายังคงจำได้ดี

“ฉันเกลียดคุณ! และถ้ามีโอกาสฉันจะหนี ต่อให้นานอีกกี่สิบปีฉันก็จะหนี เพราะฉัน...เกลียดคุณ!

ชายหนุ่มนึกไปถึงใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา และสายตาของเธอ ที่มองเขาอย่างเกลียดชัง บวกกับน้ำเสียงของเธอ ที่เธอตวัดใส่หน้าของเขาทุกๆ วัน ซึ่งเขาเองไม่เคยสนใจว่ามันจะเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะเขาสั่งให้คนเฝ้าเธออย่างเข้มงวด จนลืมนึกไปว่า แม่และน้องสาวของเขาจะมาหาเขาที่คอนโด ถ้าช่วงนั้นเขาไม่กลับไปนอนที่บ้านนานหลายวัน มันเป็นความผิดพลาดที่เขาเองก็คาดไม่ถึง

และนับจากวันนั้นจนกระทั่งถึงวันนี้ ที่วันเวลาเลยผ่านมานานแรมปีเควินก็ไม่เคยได้ข่าวของเธอเลย แม้ว่าพวกนักสืบจะพยายามสืบหาอย่างไรก็ไม่เคยได้ข่าวของเธอเลยซักครั้ง

ในเวลางานเขาจะดูน่าเกรงขามและเด็ดขาด แต่พอหลังจากกลับมาถึงคอนโด อำนาจและความน่าเกรงขามก็ถูกถอดทิ้งให้กองอยู่เพียงหน้าประตูเท่านั้น เพราะเมื่อเขาก้าวผ่านประตูเข้ามา ภาพใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาและสายตาที่เกลียดชังก็ผุดขึ้นมาราวกับว่าเธอยังคงอยู่ในห้องนั้น ใบหน้าคมสันดูเศร้าลงไปถนัดตา ของใช้ทุกๆ อย่างทุกๆ ชิ้น ที่เป็นของเธอยังคงอยู่เหมือนเดิม กลิ่นไอของความหอมกรุ่นยังคงฟุ้งกระจายไปทั่วๆ ห้อง ภาพของเธอทุกอิริยาบถยังคงปรากฏไปในทุกที่ โดยเฉพาะที่เก้าอี้ด้านนอกระเบียงและบนเตียงนอน ที่เขายังจำได้ไม่เคยลืม

แต่มันก็น่าแปลกนะ ทั้งที่เมื่อตอนเธออยู่ เขากลับต้องการเซ็กส์จากเธอทุกๆวัน และวันละหลายๆรอบ แต่พอมาตอนนี้ ตอนที่ไม่มีเธอ ความต้องการมันกลับหายไปหมด อย่าว่าแต่เรื่องเซ็กส์เลย แค่เดินควงหรือทานข้าวก็ยังไม่เคย นอกซะจากว่าเป็นเรื่องงานเท่านั้นที่เขาจะยอมร่วมทานอาหารด้วย สรุปแล้วนี่เขากลับกลายเป็นคนตายด้านไปแล้วเหรอ เฮ้อ! มันน่าตลกสิ้นดี!...

เควินยังคงใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆ เขากลับกลายเป็นคนเฉยเมย เย็นชา และเด็ดขาดขึ้นกว่าเก่า ใบหน้าคมสันไม่เคยเปื้อนรอยยิ้มนับตั้งแต่มาชาวีหนีหายไปจากเขา ถ้าจะยิ้มได้ก็คงตอนที่คุยกับลูกค้าหรือกับหุ้นส่วนเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นแล้วบนใบหน้าคมสันแทบจะไม่ปรากฏรอยยิ้มเลยก็ว่าได้

บารอสยืนดูเจ้านายที่กำลังนอนหลับสนิทบนโซฟาหรูทั้งชุดทำงาน เจ้านายของเขาดูซูบลงไปถนัดตา ใบหน้าคมคร้ามมีหนวดเคราขึ้นรกดูไม่เป็นระเบียบ ผิดไปจากเมื่อสองปีก่อนที่เจ้านายของเขาดูหล่อเนี๊ยบแทบจะทุกกระเบียดนิ้วก็ว่าได้ เมื่อเห็นแบบนี้แล้วก็นึกเห็นใจอยากจะให้เจ้านายเจอกับหัวใจของเขาเร็วๆ ก่อนที่เจ้านายของเขาจะหมดกำลังใจมากไปกว่านี้ นี่ขนาดแค่สองปีกว่าๆ นะ ถ้ามากกว่านี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้านายของเขาจะดูแย่ลงไปมากขนาดไหน

เฮ้อ! ความรักนี่มันช่างโหดร้ายซะจริ๊ง ดีนะที่เขายังไม่ได้เจอกับมัน ไม่งั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเองจะเละเทะไปมากขนาดไหน บางทีอาจจะแย่กว่าที่เจ้านายของเขาเป็นเลยก็ได้ บารอสกำลังยืนคิดเพลินๆ เสียงคมเข้มก็ทำลายความคิดของเขาให้หายไป

“มีเรื่องอะไรบารอส”

“สาขาที่เบอร์ลินแจ้งมาว่างานของเรามีปัญหานิดหน่อยครับ หุ้นส่วนใหญ่รายใหม่ ต้องการจะคุยกับคุณเควินเท่านั้นครับ เขาไม่ยอมคุยกับตัวแทนของเรา”

“แล้วเรามีเวลาว่างวันไหนบ้างล่ะ”

“อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์เลยครับ”

“งั้นก็นัดเขาได้เลยนะ ฉันจะไปคุยกับเขาเอง”

“ครับ แต่เจ้านายน่าจะพักผ่อนบ้าง ลุยงานมาทั้งปียังไม่เคยได้พักผ่อนเลย”

“ฉันยังไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า อายุอย่างฉันยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ”

“แต่สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้คนตายเร็วได้นะครับ”

“รู้แล้วน่า อย่าบ่นนักเลย แล้วตอนนี้พวกนักสืบไปถึงไหนกันแล้ว”

“เห็นว่าตอนนี้รู้แล้วว่าเธออยู่แถวๆ ยุโรปนี่แหละครับ และตอนนี้กำลังตามตัวที่แคนาดาและที่เยอรมัน เพราะตรวจเจอวีซ่าของเธอกับสายการบินสายหนึ่งที่บินไปฮัมบรูก และคิดว่าเธอน่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นั่น และอีกอย่างตอนนี้คุณคริสเตียนโน่กับภรรยาก็อยู่ที่มิวนิก พวกนักสืบก็เลยจะตามแกะรอยจากคุณคริสเตียนโน่ เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็เป็นเพื่อนกันครับ”

“อืมนั่นสินะ ฉันลืมนึกถึงคริสไปซะสนิทเลย บารอสบอกพวกนักสืบ ถ้าใครเจอตัวมาช่าและพาฉันไปพบเธอได้ ฉันจะยกเกาะส่วนตัวให้เป็นรางวัล”

“ห๊า! เกาะส่วนตัวเลยเหรอครับเจ้านาย”

“อืม ทำไมล่ะนายอยากได้เหรอ”

“ก็แหง๋ล่ะครับ ใครบ้างไม่อยากได้ แล้วเจ้านายไม่เสียดายหรอกเหรอครับ มันแพงมากเลยนะครับ”

“ไม่หรอก เศษดินพวกนั้นมันเทียบกับเธอไม่ได้เลยซักนิด ถ้าจะให้ฉันเลือก ฉันเลือกที่จะมีเธอมากกว่าที่จะมีมัน”

“โอ้โห! ปรัชญาของความรัก”

“เอาไว้ถ้านายรักใครแล้วนายก็จะรู้เอง”

“ครับ แล้วผมจะจำมันเอาไว้ สรุปแล้ววันอาทิตย์นี้เราจะไปเบอร์ลินกันนะครับเจ้านาย”

“อืม และถ้าเสร็จงานฉันก็จะแวะไปหาคริสซะหน่อย ไม่ได้เจอกันนานป่านนี้หลานฉันคงจะโตกันหมดแล้ว นายไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันก็จะพักบ้าง”

“ครับนาย”

 เมื่อลูกน้องคนสนิทเดินออกไป เควินก็หลับตาลงทันที...

และแล้วเมื่อถึงวันที่กำหนด เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวสุดหรูก็มาถึงสนามบินนานาชาติเบอร์ลิน ต่อด้วยรถยนต์หรูสัญชาติเยอร์มัน ที่ขับพาเขามาถึงโรงแรมในเครือซิลวากรุ๊ปที่เขาเป็นเจ้าของ...

มิวนิก

“มาช่า วันนี้ฉันคงต้องกลับแล้ว แกอยู่ที่นี่ดูแลตัวเองด้วยนะ และที่สำคัญดูแลหลานของฉันให้ดีๆ ถ้ามีอะไรโทรหาฉันได้ทุกเมื่อไม่ต้องเกรงใจ ถ้าต้องการอะไรก็ให้บอกกับป้าเอ็มม่า แล้วป้าเอ็มม่าจะจัดการทุกอย่างมาให้ มาช่า...แกสัญญากับฉันได้มั๊ยว่าแกจะไม่หนีหายไปไหนอีก” พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดพร้อมกับจ้องหน้าของเพื่อนรักเพื่อรอฟังคำตอบจากปากของเธอ

“ก็ถ้าเขายังไม่...” มาชาวีพูดเสียงอ่อยๆ และก็เงียบไป

พ่อเลี้ยงหนุ่มยื่นมือไปกุมมือของเพื่อนรักเอาไว้ “ไม่ว่าแกจะเจอกับเควินหรือใครๆ แกก็จะไม่หนีไปไหนอีก ฉันสงสารหลาน แกอย่าพาเขาหนีไปไหนอีกเลยนะ มีอะไรให้โทรหาฉัน โทรหาฉันคนแรกได้มั๊ย”

มาชาวีมองหน้าของเพื่อนรัก มองเห็นแววตาที่จริงใจเธอยิ้มเล็กๆให้เขาก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “อืม...ฉันสัญญาฉันจะไม่หนีไปไหนอีก ฉันจะอยู่ที่นี่เพื่อลูก”

มือหนาเลื่อนไปขยี้ศีรษะของเพื่อนรัก “มันต้องอย่างนี้สิคนเก่ง ฉันรักแกนะ เราเป็นเพื่อนกันถ้ามีอะไรก็ต้องปรึกษาฉันก่อน...เข้าใจมั๊ย” พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดเน้นเสียงและจ้องหน้าราวกับว่าพ่อกำลังสอนลูกยังไงยังงั้น

“จ้ะ...พ่อ” พอสิ้นเสียงของมาชาวีทุกๆ คนก็หัวเราะขำไปกับคำพูดและท่าทางทะเล้นของเธอ

“เห็นแกยิ้มได้แบบนี้ฉันก็สบายใจ ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วนะ แม้แต่ไอ้น้องเวรของฉันก็ไม่ต้องไปกลัวมัน และที่สำคัญดูแลลูกชายของฉันให้ดีที่สุด เอาไว้ถ้าว่างๆ ฉันจะพาอธิปมาหาแก”

“โอเค ฉันจะรอเจออธิปที่นี่ และจะไม่หนีไปไหนอีก แม้ว่าจะเจอกับเขาก็ตาม ฉันจะอยู่ที่นี่เพื่อลูก”

“ขอบใจนะที่แกยังเชื่อฉัน”

“ฉันสิต้องขอบใจแก แกช่วยฉันเอาไว้เยอะเลยนะ แถมยังเป็นพ่อให้กับเดนนิสอีก ฉันไม่รู้จะตอบแทนแกยังไง”

“ไม่เอาน่า เพื่อนกันแค่นี้เรื่องเล็ก”

“คุณเขมฉันขอขอบคุณ คุณมากๆ เลยนะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเต็มใจช่วยคุณ เดนนิสน่ารักมากๆ เลยนะคะ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กที่อายุเพียงแค่ขวบกว่าๆ จะพูดคุยโต้ตอบได้เก่งขนาดนี้ ถึงแม้ว่าจะฟังไม่รู้เรื่องแต่แกก็ยังอยากที่จะคุย โดยเฉพาะตอนที่พูดกับลีโอ เขมเห็นแล้วอึ้งเลย ทำได้ยังไงทะเลาะกับหมา แถมยังเถียงชนะอีกน่ารักจริงๆ”

“คงเหมือนพ่อของเขามั๊งคะ ที่ชอบเอาชนะ...และต้องชนะ”

“คุณมาช่า... เขม...ไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณนึกถึงเขา เขม...”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันทำใจได้แล้ว ต่อให้เขามายืนอยู่ตรงหน้าฉันก็ไม่กลัวเขาแล้วล่ะค่ะ” มาชาวียิ้มให้กับเขมมิกาเพื่อให้เธอสบายใจ

“ฉันดีใจที่ได้ยินแกพูดแบบนี้นะมาช่า เอาล่ะที่รัก เราไปกันได้แล้วนะ ได้เวลาแล้ว”

“เดินทางปลอดภัยนะคิน โชคดีนะคะคุณเขม แล้วเจอกันนะ”

“อืม...ดูแลลูกฉันให้ดีๆ นะแก”

“รู้แล้วน่ะ ลูกฉันทั้งคนนะฉันก็ต้องดูแลให้ดีที่สุดอยู่แล้วสิ”

“ฉันไปก่อนนะคะคุณมาช่า”

“ค่ะ โชคดีค่ะ”

มาชาวียืนส่งเพื่อนรักที่หน้าบ้านจนรถแล่นลับตาไป เธอจึงกลับเข้าไปหยิบเอากระเป๋าสะพาย แล้วเดินไปที่ห้องของลูกชาย ก้มจูบที่แก้มป่องทั้งสองข้างก่อนจะหันไปบอกกับพี่เลี้ยง

“ฝากเดนนิสด้วยนะคะ แล้วฉันจะรีบกลับค่ะ”

“ค่ะ มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วค่ะ” มาชาวียิ้มเล็กๆให้กับพี่เลี้ยงเด็กแล้วจึงเดินออกไป...

เบอร์ลิน

ช่วงบ่ายแก่ของวันถัดมา เควินกำลังคุยอยู่กับหุ้นส่วนรายใหม่ และเรื่องทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี จนเมื่อหุ้นส่วนกลับไป ลูกน้องคนสนิทก็เข้ามา

“คุณเควินครับคุณคริสมาครับ”

“เหรอ เออดีๆ กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย”

เมื่อภาคินปรากฏตัว เควินก็กางแขนออกทั้งสองข้างแล้วเดินเข้าไปหาพี่ชายสุดที่รักพร้อมกับรอยยิ้มแต่...

“ไฮ คริส ฉันคิดถึงแกอยู่พอดีเลยว่ะ ฮ่า ฮะ...ผลั่ก โอ๊ย!

“สำหรับความเลวที่แกได้ก่อเอาไว้ ฮึ่ย!” พ่อเลี้ยงหนุ่มสะบัดเสียงอย่างหงุดหงิดก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องไป

“เฮ้ย! เป็นบ้าอะไรวะ อยู่ดีๆ ก็มาต่อยกู แมร่ง! ไปฟัดกับหมาบ้าที่ไหนมาวะ ไอ้บ้านี่ ฮึ่ย!... เควินตะโกนตามหลังพี่ชายไปอย่างหงุดหงิด ที่อยู่ดีๆ พี่ชายสุดที่รักก็มาเสิร์ฟหมัดร้อนเข้าที่ใบหน้าอันคมคายของเขา ทั้งๆที่เขากำลังคิดถึงอยู่แท้ๆ

และด้วยความโมโหบวกกับไม่มีที่ลง เขาเลยหันมาตวาดใส่บารอสลูกน้องคนสนิทแทน เพราะตอนนี้มันกำลังยืนมองเขาอยู่พอดี๊...พอดี

“มองอะไร ออกไป!” เมื่อโดนเหวี่ยงใส่ขนาดนี้ บารอสก็รีบเดินหนีออกมาอย่างรวดเร็ว...

..............................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


ชอบ ติดตาม
โดย Anonymous | 5 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 5 years, 4 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha