พันธนาการร้าย

โดย: ณรีรัช



ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 5

 มาชาวีเข็นรถเข็นเดินหนีเขามาเรื่อยๆ จนมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ต  เธอเห็นว่าคนเดินตามดูเงียบๆ ไปก็เลยหันหลังไปมอง และเมื่อไม่เห็นเขาก็มองซ้ายมองขวาและมองหาไปรอบๆ จนแน่ใจว่าไม่มีเขา ข้างในใจลึกๆก็แอบตัดพ้อว่าเขาช่างไม่มีความอดทนเอาซะเลย

“ไปซะได้ก็ดี” มาชาวีสบทออกมาเบาๆ ก่อนจะเข็นรถเข็นเด็กเดินเข้าไปในซุปเปอร์

เควินยืนแอบมองเธออยู่ตรงมุมตึก เขายิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอชะเง้อมองหา ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ในมือขึ้นมากดโทรหาลูกน้องคนสนิท และยืนรอเพียงไม่กี่นาทีรถยนต์หรูก็ขับมาจอดตรงหน้าเขา บารอสและบอดี้การ์ดก็ลงมาเปิดประตูต้อนรับเจ้านาย

เควินสั่งให้ลูกน้องคนอื่นๆ กลับไปพักได้ ให้เหลือแต่บารอสและการ์ดที่ติดตามสองคนเท่านั้น เขาให้ลูกน้องจอดรถซุ่มดูและคอยตามเธออยู่ห่างๆ ซึ่งเขาเองก็นั่งอยู่ในรถคันนั้นด้วย

มาชาวีเดินออกมาจากซุปเปอร์ก็มองหาคนที่เดินตาม ในเมื่อดูจนแน่ชัดแล้วว่าไม่มี ก็เดินเข็นรถกลับบ้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาแอบตามเธอมาไกลๆ จนเมื่อมาถึงบ้าน เธอหยุดยืนวางของลงบนพื้นก่อนจะเปิดกระเป๋าก้มควานหากุญแจบ้าน จนเมื่อได้แล้วก็เงยหน้าขึ้นมา และก็เจอกับคนแอบตามที่กำลังยืนอุ้มลูกชายตัวน้อยของเธอเอาไว้แนบอก แถมยังยิ้มและยักคิ้วหลิ่วตาให้กับเธออีกแน่ะ

มาชาวีตาลุกด้วยความโกรธ “ใครอนุญาตให้คุณมาอุ้มลูกของชั้น ส่งลูกชั้นคืนมาเดี๋ยวนี้นะ” มาชาวีเดินเข้าไปยื้อแย่งตัวลูกชายของเธอคืน แต่ทว่าคนตัวโตกลับไม่ยอมให้เธอง่ายๆน่ะสิ เขาหันหลังเอาตัวเองบังเธอไม่ให้เข้ามาแย่งเด็กชายตัวน้อยคืนไปได้

“ไม่ให้! แกก็เป็นลูกของผมเหมือนกัน ผมมีสิทธิ์” เควินพูดพร้อมกับหอมแก้มป่องของลูกชายทั้งสองข้างแถมยังกดจูบซ้ำๆ ล่อหน้าล่อตาเธออีก

มาชาวีโกรธจัดจนแทบอยากจะร้องกรี๊ดๆ แต่เธอก็ต้องเก็บระงับอารมณ์เอาไว้ เพราะอยู่ต่อหน้าลูก และเพื่อนบ้านข้างๆ ที่กำลังมองเธออยู่

เควินอุ้มลูกชายตัวน้อยเดินไปหยุดยืนข้างๆ รั้วและร้องทักทายเพื่อนบ้าน “สวัสดีครับ ผมเควินเป็นสามีของมาช่า ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

มาชาวีย่นคิ้วมองการกระทำของเขาอย่างเหลืออด ในเมื่อทำอะไรเขาไม่ได้ เธอเลยตวัดเสียงเรียกเขาเสียงแข็ง

เควิน! เสียงเรียกที่ดุและดังจนแทบจะตวาด ทำเอาเควินต้องหันไปมองตามเสียงเรียกพร้อมๆ กับขานรับซะเพราะพริ้ง

คร๊าบบ...ที่รัก

ฮึ่ม!...” มาชาวียกมือขึ้นมาทั้งสองข้าง แล้วทำท่าจะข่วนพร้อมกับย่นหน้าจ้องเขาด้วยสายตาดุๆ ก่อนจะหันกลับไปเอากุญแจไขประตูออก แล้วเดินถือของเข้าไปด้านในอย่างหงุดหงิด พร้อมๆ กับเสียงปิดประตูที่ดังลั่น 

ปัง!

เควินยิ้มให้กับเพื่อนบ้านพร้อมๆ กับพูดแก้ตัว “สงสัยจะยังงอนอยู่ ผมขอตัวไปง้อเธอก่อนนะครับ ป่ะ...เดนนิสเราไปง้อแม่กันดีกว่านะ”

ซีอีโอหนุ่มเดินอุ้มลูกชายเปิดประตูเข้าไปข้างในบ้านอย่างอารมณ์ดี จนเมื่อเขาเข้าไปในบ้าน มาชาวีที่ดักรออยู่ก่อนแล้วเธอยื่นมือไปแย่งลูกชายมาอุ้มเอาไว้ได้จนเขาร้องเสียงหลง

“เฮ้ย! เล่นทีเผลอเลยเหรอ”

 ไม่มีคำอธิบายใดๆ กลับมา มีเพียงฝ่ามือเรียวเล็กที่ผลักดันตัวของเขาให้เดินถอยหลังออกไปทางประตูพร้อมๆ กับคำขับไล่

“กลับไป! ฉันไม่อยากเจอคุณอีก”

“มาช่า ผมบอกคุณแล้วว่าผมขอโทษ ยกโทษให้ผมหน่อยไม่ได้เหรอที่รัก ผมขอแค่ได้อยู่กับลูกก็ได้..นะ”

“ฉันไม่ให้อยู่! และฉันก็บอกคุณหลายรอบแล้วนะ ว่าเดนนิสไม่ใช่ลูกของคุณ ฉันมีสามีใหม่แล้วและเดนนิสก็เป็นลูกของฉันกับเขา  กลับไป! ปัง!

คำขับไล่เสียงดังในสองพยางค์ท้าย มาพร้อมกับเสียงปิดประตูใส่หน้าเขาเสียงดังลั่น เควินเลยได้แต่ยืนนิ่ง ก่อนจะหันไปเห็นเพื่อนบ้านที่กำลังมองเขาอยู่อย่างงงๆ เควินยิ้มแหยะๆ ให้กับเพื่อนบ้านพร้อมๆ กับแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“แหะๆ สงสัยจะยังโกรธอยู่” เควินหันหน้ากลับแล้วถอนหายใจเบาๆ

 แค่นี้คิดว่าจะยอมแพ้เหรอ ไม่มีทาง! คนอย่างเควินไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หรอกนะที่รัก

เควินเดินสำรวจรอบๆ ตัวบ้าน จนมาเห็นประตูหลังบ้านที่มันเปิดแง้มอยู่ เขาอมยิ้มกรุ้มกริ่มขึ้นมาทันที แล้วรีบเดินก้าวขึ้นบันได้สามขั้นตรงไปที่ประตู แต่ว่า...

“อย่าคิดว่าจะได้เข้ามาง่ายๆ ปัง! คลิ๊ก” เสียงปิดประตูใส่หน้าดังลั่นตามมาด้วยเสียงกดล็อค  เควินยืนหน้าเจื่อนทำตาปริบๆ มองบานประตู

เฮอะ! คิดเหรอว่าจะยอมแพ้ มันต้องมีซักทางสิน่า เอาไงดีวะ เควินเดินกลับมาที่หน้าบ้านแล้วมายืนมองประตูคิดหาทางเข้าไปข้างในอยู่พักใหญ่ๆ จนกระทั่งมีคุณยายบ้านตรงข้ามกำลังเดินถือตะกร้าองุ่นตรงมาที่บ้านของมาชาวี รอยยิ้มร้ายๆผุดขึ้นที่มุมปากของซีอีโอหนุ่มทันที  ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาคุณยายผู้ใจดีคนนั้น...

เมื่อปิดล็อคประตูและหน้าต่างทุกบานจนแน่นหนา มาชาวีก็เอาของเข้าเก็บแล้วจัดการอาหารมื้อเย็นให้กับลูกชายและตัวเธอ เธออุ้มลูกชายตัวน้อยมาใส่บนโต๊ะป้อนข้าวเด็ก พร้อมๆ กับหยิบถ้วยอาหารมาวางตรงหน้า แล้วปล่อยให้ลูกชายได้กินอย่างเต็มที่ ส่วนตัวเธอก็นั่งทานใกล้ๆ มีบ้างบางครั้งที่เธอป้อนอาหารเข้าปากลูกชายตัวน้อย เพราะเห็นว่าลูกชายของเธอดูจะเหวี่ยงๆ อาหารในจานมากกว่าที่จะตักเข้าปาก มาชาวีนั่งทานอาหารกับลูกชายสักพักเสียงกริ่งที่ประตูก็ดังขึ้น  ติ๊งต่อง...

ใคร? รึว่าจะเป็นไอ้คนบ้านั่น จ้างให้ก็ไม่เปิดให้หรอก ปล่อยให้กดให้ตายคากริ่งไปเลยยิ่งดี

มาชาวีนั่งทานอาหารต่อโดยที่ไม่สนใจเสียงกริ่ง จนกระทั่งมีเสียงร้องเรียกชื่อเธอดังขึ้น “มาช่า...เธออยู่มั๊ยจ๊ะ ฉันเอาองุ่นมาฝาก”

มาชาหยุดฟังเสียงร้องเรียกที่หน้าประตู เธอจำได้ว่าเป็นเสียงของคุณยายบ้านตรงข้าม มาชาวีวางแซนวิชในมือ ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตูให้เพื่อนบ้าน

“สวัสดีค่ะคุณยาย”

“ฉันเอาองุ่นที่ไร่มาฝากจ้ะ เพิ่งเก็บมาจากไร่สดๆเลยนะ”

“ขอบคุณนะคะ คุณยายเอมม่ารอเดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปหยิบคุกกี้มาให้ค่ะ ฉันทำใส่โหลเอาไว้เยอะเลยค่ะ รอสักครู่นะคะ” มาชาวีเดินถือตะกร้าองุ่นวางเอาไว้บนเคาเตอร์ และเปิดตู้หยิบโหลคุกกี้ออกมา..

จังหวะที่มาชาวีเดินเข้าไปหยิบคุกกี้ เควินก็รีบเดินออกมาจากที่ซ่อนตัวแล้วรีบเดินเข้าไปข้างในตัวบ้าน ก่อนจะเข้าไปยังหันมายกมือทำท่าโอเคให้กับคุณยายเอมม่า คุณยายเอ็มม่าก็หลิ่วตาให้เขาอย่างรู้กัน เควินรีบเดินไปหาที่ซ่อนตัวก่อนที่สุดที่รักของเขาจะเห็นและโวยวาย

มาชาวีเดินหยิบโหลคุกกี้มายื่นให้กับคุณยายเอมม่า “นี่ค่ะคุกกี้ช็อคโกแล็ต ฝากให้คุณตาชิมด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับองุ่นนะคะคุณยาย”

“จ้ะ ฉันก็ขอบใจสำหรับคุกกี้นี่ด้วยนะจ๊ะ ขอให้มีความสุขนะจ๊ะมาช่า”

“คะ?...” มาชาวีนึกสงสัยในคำพูดของคุณยายเอมม่า แต่เธอก็ยิ้มตอบรับให้กับคุณยาย จนเมื่อคุณยายหันหลังเดินกลับไป มาชาวีโผล่หน้ามองไปโดยรอบ เธอกำลังมองหา...เขา... แต่พอไม่เจอก็ปิดประตูโดยไม่ลืมที่จะกดล็อค แล้วเดินกลับไปหาลูกชาย ที่ป่านนี้คงจะเลอะเทอะน่าดูเชียวล่ะ แต่พอเดินมาถึงห้องอาหาร ก็เห็นเควินนั่งทานอาหารของเธออยู่ และกำลังเล่นกับลูกชายตัวน้อยอย่างมีความสุข มาชาวียืนนิ่งมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์

“อ้าปากสิครับ อ้ำ! โอ้โหกินเก่งเหมือนกันนะเราน่ะ” เควินทำเป็นไม่เห็นเธอ เขาตักอาหารป้อนลูกชายพร้อมทั้งเอามือขยี้ศีรษะน้อยๆ  แล้วค่อยหันไปมองสุดที่รักของเขา ที่กำลังยืนทำหน้ายักษ์ ส่งความรักมาให้เขาอยู่

“อ้าวที่รัก คุณคุยกับคุณยายเสร็จแล้วเหรอ แซนวิชของคุณมันก็อร่อยดีนะ แต่รสชาติจืดไปหน่อย  ผมทานไปแค่ชิ้นเดียวเอง ยังเหลืออีกตั้งหลายชิ้น มาทานด้วยกันสิ มา...” เควินลุกขึ้นเดินเข้าไปกอดประคองร่างของหญิงสุดที่รักแล้วดันพาตัวเธอมานั่งที่โต๊ะอาหาร

เพี๊ยะ!  มือเรียวเล็กฟาดไปที่ใบหน้าคมสันอย่างแรง จนใบหน้าคมสันต้องหันไปตามแรงตบ

“.....”  เควินเอามือลูบแก้มข้างที่เธอตบ และเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม แล้วหันมาจ้องหน้าของหญิงสาวตรงหน้า กรามหนาบดกันแน่น แววตาของเขาเริ่มจะเปลี่ยนไป

เควินหันหน้าหนี เขาหลับตาลงระงับความโกรธ ก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า  “มาช่า...”

เพี๊ยะ!  มาชาวีฟาดซ้ำไปที่ใบหน้าของเขาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องหน้าเขาด้วยความเกลียดชัง

เควินหันควับกลับมามองเธออีกครั้ง สายตาของเขาดุดันขึ้น ความอดทนของเขาเริ่มใกล้จะระเบิดออก กรามหนาบดกันแน่นจนนูนขึ้นเป็นสัน เขาจ้องตาเธออย่างไม่ลดละ

ในเวลานี้มาชาวีไม่นึกกลัวเขาเลยซักนิด เธออยากจะไล่ให้เขาไปไกลๆ ซะด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าเศษเสี้ยวภายในใจของเธอจะพอมีใจให้กับเขาอยู่บ้าง แต่ถ้าถามหัวใจทั้งดวงของเธอแล้ว เธอเกลียด เกลียดเขาที่สุด คนที่ทำร้ายชีวิตของเธอ ให้เธอต้องคนทุกข์ ต้องพรากจากครอบครัวที่เธอรัก แถมตอนนี้เขายังจะมาแย่งลูกชายของเธอไปอีก ทั้งๆ ที่ในเวลานี้ลูกชายตัวเล็กคือดวงใจของเธอทั้งดวง  และเธอก็จะปกป้องดวงใจของเธอจากคนใจร้ายอย่างเขา

มือเรียวเล็กเงื้อขึ้นหมายจะฟาดไปที่ใบหน้าของเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เควินคว้าเอาไว้ได้ เขากำข้อมือของเธอเอาไว้แน่น มาชาวีเลยเงื้อมืออีกข้างขึ้น แต่เควินก็ยังรับไว้ได้อยู่ดี ในเวลานี้เธอโดนเขาจับข้อมือเอาไว้ทั้งสองข้าง  มาชาวีพยายามดิ้นให้หลุดแต่เควินจับเอาไว้ซะแน่น คนโดนจับเลยต้องร้องสั่งเสียงแข็ง

“ปล่อย!” คนตัวโตได้ยินก็ยกยิ้มร้าย

“ปล่อยเหรอ จะให้ผมปล่อยให้คุณตบมาหน้าผมอีกงั้นสิ ผมไม่ได้โง่เหมือนพวกพระเอกในซีรีย์ ที่จะยอมยืนให้นางเอกตบเพื่อลงโทษโดยที่ไม่รู้สึกอะไร  ชอบนักใช่มั๊ยไอ้ความรุนแรงน่ะ มานี่เลยเดี๋ยวผัวจะจัดให้ จะเอาแบบรุนแรงธรรมดาหรือว่าป่าเถื่อนดีล่ะ ในเมื่อพูดดีๆแล้วไม่ชอบก็ต้องเจอแบบนี้นี่ล่ะ”

“บารอส! บารอส! ดูลูกฉันด้วย ดูให้ดีๆนะแก ถ้าลูกฉันเป็นอะไร ฉันจะจัดการแก”

“ครับคุณเควิน”

“ปล่อยนะ อย่ามาใช้อำนาจที่นี่ กลับไปใช้ในที่ของคุณโน่น คนที่นี่เขาไม่นิยมพวกบ้าอำนาจ”

“ก็เพราะคนที่นี่มันพูดไม่รู้เรื่องยังไงล่ะ ถึงต้องใช้อำนาจบังคับ อย่าดิ้น! เดินตามผมมาซะดีๆ อย่าให้ผมต้องจับคุณแก้ผ้าซะตรงนี้ ผมน่ะไม่อายหรอกนะ  หรือว่าคุณจะเอา...ตรงนี้!” เควินพูดเน้นชัดให้เธอได้ยิน

มาชาวีมองไปรอบๆ ห้องที่มีบารอสลูกน้องคนสนิทของเขา และบอดี้การ์ดอีกสองคน (ที่แอบเข้ามาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้) กำลังมองมาที่เธอ เธอรู้สึกอายสายตาของพวกเขาจนต้องยอมหยุดขัดขืนแล้วเดินตามเขาไปแต่โดยดี

เควินพาเธอเดินแยกมาที่ห้องนั่งเล่น เขาปิดและล็อคประตูก่อนจะหันมายืนมองจ้องเธอ มาชาวีหันหน้าหนีไปมองด้านข้าง เธอไม่อยากจะสบสายตากับคนเอาแต่ใจบ้าอำนาจอย่างเขา เควินถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดออกมา

“เราต้องคุยกัน ตกลงเดนนิสเป็นลูกของผมใช่มั๊ยมาช่า”

“ไม่ใช่”

“งั้นก็ตรวจดีเอ็นเอ”

“ไม่ให้ตรวจ”

“ช้าไปแล้วล่ะที่รัก เพราะป่านนี้บารอสคงจัดการเรียบร้อยแล้ว”

“คุณนี่มัน...ร้ายกาจที่สุด!

“ถ้ากับคนที่พูดไม่รู้เรื่องก็ต้องร้ายกาจแบบนี้แหละ”

“ฉันเนี่ยะน่ะเหรอที่พูดไม่รู้เรื่อง”

“ใช่ คุณนั่นแหละที่พูดไม่รู้เรื่อง ชอบให้ใช้ความรุนแรงบังคับ”

“แล้วคุณล่ะ แบบที่คุณทำกับฉันเขาเรียกว่าอะไร คุณฉวยโอกาสข่มเหงฉัน ทั้งๆ ที่ฉันเมาไม่ได้สติ แล้วก็ใช้อำนาจบังคับ เอาบริษัทที่พ่อฉันรักมาบังคับขู่ให้ฉันยอมเป็นนางบำเรอให้คุณ ตลอด 1 ปีเต็มๆ คุณเคยเห็นใจฉันซักนิดมั๊ย  แล้วตอนนี้ยังไง จะมาขอโทษผมผิดไปแล้ว ผมไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นน่ะเหรอ คนเลว! สำหรับคุณฉันจะต้องยอมทุกอย่าง จะให้ฉันเป็นยังไงก็ตามแต่ใจคุณอย่างนั้นสิ ฉันเป็นคนนะ ฉันก็มีหัวใจมีความรู้สึก ฉันตบหน้าคุณ คุณยังรู้สึกเจ็บจนทนไม่ได้ แล้วสิ่งที่ฉันได้รับล่ะ ฉันก็รู้สึกเจ็บ เจ็บมากกว่าที่โดนตบหน้าหลายเท่า ฉันต้องทำงานล้างจาน เสริฟ์อาหาร ทำความสะอาด ส่งหนังสือพิมพ์ จะกลับบ้านก็ไม่ได้ เพราะกลัวว่าพ่อจะอายที่อยู่ๆ ลูกสาวก็หายไป และก็ท้องไม่มีพ่อกลับมา คุณรู้มั๊ยว่าฉันลำบากแค่ไหน ฉันต้องอดมื้อกินมื้อ เก็บเงินเอาไว้คลอดลูก ไหนจะต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพราะไม่มีพาสปอร์ต เพราะฉันไม่มีเงิน ฉันต้องทำงานทุกอย่างเพื่อเก็บเงินเอาไว้ให้ลูก พอคุณมาเจอว่าฉันมีลูก คุณกลับจะมาพูดขอโทษขอคืนดี ให้ฉันให้อภัยคุณ ทวงสิทธิ์ขอความเป็นพ่อของเค้าอย่างนั้นน่ะเหรอ  เลวที่สุด! ลูกของฉันไม่จำเป็นต้องมีพ่อ!” มาชาวีพูดเน้นย้ำ จ้องมองคนตรงหน้าอย่างเกลียดชังเป็นที่สุด 

เควินรู้สึกสงสารคนตรงหน้าอย่างจับใจ ความรู้สึกผิดมันประดังเข้ามาเมื่อได้ยินเธอระบายความในใจ เขาสวมกอดเธอเอาไว้ กดจูบที่ศรีษะ  แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “มาช่า ผมรู้ว่าผมผิด ผมจะไม่ขอให้คุณยกโทษให้ผมหรอกนะ และผมก็ไม่เคยคิดที่จะแย่งลูกไปจากคุณ  ผมไม่มีคำพูดอะไรที่จะพูดให้คุณเห็นใจหรอก แต่ผมจะทำให้คุณเห็น ว่าผมรักและจริงใจกับคุณมากแค่ไหน ผมจะชดใช้ทุกๆ อย่างที่ได้ขาดหายไปจากชีวิตของคุณ ชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นจะกลับคืนมาสู้อ้อมอกของคุณ ผมสัญญา”

“แต่ฉันไม่ต้องการ ฉันต้องการให้คุณหายไปจากชีวิตของฉัน”

“คงจะไม่ได้หรอกนะที่รัก เพราะผมจะไม่มีวันทำให้ลูกของผมต้องขาดความอบอุ่น”

“ลูกของฉันไม่เคยขาดความอบอุ่น”

“ถึงแม้ว่าคุณจะพยายามเติมเต็ม หรือชดใช้ให้กับแก แต่ลึกๆ แล้วแกยังขาด มันแทนกันไม่ได้หรอกนะ  เชื่อผมเถอะ ให้ผมได้ดูแลคุณกับลูก ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว ผมสัญญาว่าครอบครัวของเราจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่นที่สุด คำว่าขาดความอบอุ่นจะไม่เกิดขึ้น ผมสัญญา”

“ฉันไม่ต้องการ!

“คุณไม่ต้องการแต่ลูกต้องการ ตอนนี้ปัญหามันไม่ได้มีแค่เราแล้วนะ มันเชื่อมไปถึงลูกด้วย ต่อไปนี้เราจะยุติปัญหาของเรา แต่เราจะทำเพื่อลูก ทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างต่อไปนี้เพื่อลูก คุณทำได้มั๊ยมาช่า...เพื่อลูก”

มาชาวีได้ยินก็นิ่งอึ้ง เธอมองหน้าของเขาแบบคาดไม่ถึง ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของเขา เพื่อลูก...เหรอ? 

เควินเห็นว่าคนในอ้อมกอดเริ่มจะสงบเขาจึงปล่อยเธอออก มือหนาทั้งสองข้างจับไหล่บอบบางของเธอเอาไว้ แล้วมองดวงหน้าสวยหวานที่ปราศจากเครื่องแต่งหน้า มันอาจจะดูไม่ใช่เธอ แต่มันก็ทำให้เธอดูสวยใสในอีกแบบ

“มาช่า ตกลงตามนี้นะ เราจะอยู่ด้วยกันเพื่อลูก” เควินพูดจบก็กอดร่างบางเอาไว้ คนในอ้อมกอดยังคงนิ่งอึ้ง ตั้งแต่เขาบอกกับเธอว่าเพื่อลูก ฮ่า ฮ่า ในที่สุดแผนพิชิตใจเมียของเขาก็สำเร็จไปอีกขั้น โอกาสที่เขาจะได้เธอคืนกลับมาดังเดิมมันคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะ แล้วใบหน้าคมสันก็ผุดรอยยิ้มร้ายขึ้นมาเมื่อรู้ว่า แผนของเขาสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้น 

มาช่าจ๋า.... เธอเสร็จพี่แน่...

ในที่สุดมาชาวีก็ยอมให้เควินอยู่ร่วมชายคากับเธอและลูก แล้วเหตุการณ์ก็ผ่านไปจนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องเข้านอน มาชาวีกำลังเอาลูกนอน เธอนอนตะแคงโอบกอดและกล่อมลูกชายตัวน้อยบนเตียงกว้าง มือเรียวเล็กอีกข้างก็จับขวดนมให้กับลูกชาย

เควินยืนกอดอกพิงประตูและยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เมื่อได้เห็นสปีริตของความเป็นแม่ในตัวของเธอ จนกระทั่งกล่อมลูกเสร็จ มาชาวีก็อุ้มลูกชายที่หลับสนิทไปนอนในเตียงเด็กที่อยู่ในห้องเดียวกันกับเธอ แล้วก็เดินผ่านหน้าของเขาไปยังตู้เสื้อผ้าคว้าชุดคลุมแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปโดยที่ไม่หันมามองเขาเลยซักนิด เควินมองตามหลังของหญิงสาวไป เขายักไหล่ทำเป็นไม่แคร์เมื่อโดนเมินเฉย

ซีอีโอหนุ่มเดินขึ้นไปบนเตียงแล้วสอดตัวนอนรอเมียใต้ผ้าห่มอุ่น เขาพลิกตัวไปมารอเมียจนกระทั่งเสียงน้ำสงบลง และสักพักประตูก็ถูกเปิดออก เควินพยายามนอนนิ่งไม่กระดุกกระดิก มาชาวีคิดว่าเขาคงเดินออกไปแล้ว เธอเดินไปเปลี่ยนชุดนอนจนแล้วเสร็จก็เอื้อมมือปิดไฟบนหัวเตียงก่อนจะสอดตัวเองเข้าไปในผ้าห่มอุ่น แล้วก็โดนกอดรัดจนต้องร้องเสียงหลง

“อุ๊ย! เควินปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”

“ไม่ปล่อย! นี่ผมกำลังทำเพื่อลูกอยู่นะ”

“นอนกอดฉันเนี่ยะนะ ทำเพื่อลูก ถ้าเชื่อคุณก็บ้าแล้ว ลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปที่ห้องของคุณเดี๋ยวนี้นะ”

“ไม่! ผมจะนอนกับคุณ ในห้องนี้ ห้องนั้นฮีตเตอร์มันเสีย ผมคงทนนอนหนาวทั้งคืนไม่ไหว ห้องนี้มันอุ่นแสนจะอุ่น คุณคงไม่ใจร้ายปล่อยให้ผมต้องกลับไปนอนหนาวทั้งคืนใช่มั๊ย หืม...”

“เสียใจ ถ้าฉันจะบอกกับคุณว่าใช่!

“โอ้โห! ทำไมถึงใจร้ายกับผมจัง ผมเพิ่งมามิวนิกครั้งแรก ยังไม่ชินกับอากาศหนาวถึงขั้นติดลบแบบนี้  น่านะ ผมขอนอนด้วยคน สัญญาว่าจะไม่ทำอะไร แค่กอดให้หายหนาวอย่างเดียว รับรอง”

“กอดก็ไม่ได้ ขยับไปเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไปนอนหนาวตายที่ห้องของคุณโน่น”

“ใจร้าย!

“หุบปากแล้วขยับไป!” มาชาวีสั่งคนข้างกายเสียงแข็ง เควินก็เลยต้องยอมขยับออกมานอนห่างๆ”

“ขยับไปอีก!

“จะให้ขยับไปถึงไหนนี่มันขอบเตียงแล้วนะคุณ ถ้าขยับอีกก็ตกเตียงกันพอดี”

“อย่างคุณมันก็ต้องนอนแบบนั้นล่ะดีที่สุด นอนข้างล่างได้ยิ่งดี” มาชาวีพูดพร้อมกับหยิบหมอนข้างขึ้นมาวางกั้นกลางแล้วหันไปสั่งเขาเสียงแข็ง

“ห้ามเอาออกเด็ดขาดนะ ถ้าฉันตื่นมาไม่มีหมอนล่ะน่าดู!” นิ้วชี้เล็กๆ ชี้คาดโทษคนตัวโตเอาไว้ ก่อนที่ร่างบางจะนอนห่มผ้าและหันหลังให้กับเขา

เควินมองหมอนข้างอย่างไม่สบอารมณ์ เขานอนรอจนกระทั่งได้ยินเสียงของลมหายใจสม่ำเสมอ แล้วก็ชะโงกหน้าไปดูพอเห็นว่าเธอหลับสนิท หมอนข้างที่กั้นกลางก็ตกลงสู่พื้นเตียงทันที

“เรื่องอะไรจะให้หมอนมากั้นกลาง ได้นอนเตียงเดียวกันแล้วก็ต้องได้นอนกอดด้วยสิมันถึงจะหลับลง แต่ถ้าจะให้ดีน่าจะมีอะไรๆ ด้วย มันถึงจะครบเซ็ท โอ๊ยยย... ชื่นใจเป็นที่สุด...” เควินขยับตัวเข้าไปนอนแนบชิดติดกับเธอ แล้วโอบกอดร่างอรชรเอาไว้ แถมยังกดจูบที่แก้มนวลซ้ำๆ จนพอใจ แล้วจึงหลับตาลง ใบหน้างี้มีความสุขจนล้นพ้นเลยล่ะ ส่วนเรื่องที่เธอคาดโทษเอาไว้ให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน คืนนี้นอนเอาแรงก่อนจะดีกว่า.....

………………………………………………………..


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


น่ารักอ่ะ
โดย Anonymous | 5 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบ
โดย Anonymous | 5 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 5 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha