พันธนาการรักสีเพลิง

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 7 : การปรากฏตัวของพ่อ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

"แล้วเราจะทำไงดีละ" ผู้เป็นพ่อพยักหน้าเห็นด้วยกับหลานชาย

"ผมติดต่อเพื่อนที่อยู่ไทยไว้แล้ว มันบอกว่ามันจะช่วยเราเต็มที มันทำงานอยู่ที่บริษัทของไอ้เชนอยู่ที่ไทย มีอำนาจพอสมควร แถมมันยังบอกด้วยนะว่ามันพยายามช่วยเพลินให้พ้นมือไอ้เชนแล้ว แต่มันขู่ว่าจะไล่มันออก มันเลยไม่กล้าทำอะไร ไม่ต้องห่วงนะครับคุณลุง เราจะต้องช่วยเพลินให้ได้" อาคมชี้แจงแผนการที่เขาเตรียมเอาไว้

"แล้วจะช่วยยังไงล่ะ" กฤษฎาพยักหน้าตาม

"ผมวางแผนไว้แล้วครับ แผนของผมยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ทั้งน้องเพลินกลับมา และยังได้กำจัดคู่แข่งทางธุรกิจที่น่ากลัวออกไปด้วย" อาคมพูดด้วยความคาดหวัง ว่าเขาจะสามารถทำแผนการนี้สำเร็จ

"แล้วลุงจะได้เจอเพลินเมื่อไรนะ อาคม" กฤษฎาถามอย่างคิดถึงลูกสาวจับใจ

"ในวันมะรืนจะมีงานเดินแบบที่โรงแรม ผมได้บัตรมาแล้ว ในรายชื่อของนางแบบที่เดินมีเพลินด้วย เพราะฉะนั้นคุณลุงจะสามารถเจอเพลินที่นั้นได้ครับ" อาคมได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว

"จริงเหรอ ดีจัง" ผู้เป็นพ่อพูดด้วยความดีใจ คาดหวังจะได้พบหน้าลูกสาวที่ห่างกับไปนาน

แล้วก็ถึงวันเดินแฟชั่นโชว์ เชนและชินมาถึงที่งานแล้ว งานที่จัดในวันนี้ใหญ่พอๆ กับงานแรกที่เพลินไป ชายหนุ่มทั้งสองสวมสูทรอดูผลงานของหญิงสาวอยู่หน้าเวที มิกะให้คนไปรับเพลินตั้งแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้าหน้าผม และฝึกซ้อมครั้งสุดท้าย

"โอ้โห่..คนเยอะจังคะพี่มิกะ" หญิงสาวยืนชะเง้ยมองที่ผ้าม่านหลังเวที

ด้วยความตื่นเต้น

"เพลินอย่าไปดูคนข้างนอกซิ เดี๋ยวจะตื่นเต้นเดินไม่ได้นะ" มิกะเดนเข้ามาลากหญิงสาวให้ออกห่างจากเวที

"เหรอคะ" หญิงสาวถูกพากลับมานั่งแต่งหน้าต่อ ใจเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ คุณเชนของเธอจะมาหรือยังนะ เขาจะมาดูเธอจริงหรือเปล่า

งานแสดงวันนี้มีทั้งหมด 4 ชุด เพลินและมิกะจะได้เดินในชุดพิเศษ ซึ่งเป็นชุดเด่นของงานในวันนี้เมื่อถึงเวลาแสดงโชว์ เชนและชินเลือกที่นั่งแถวหน้าสุดเมื่อพวกเขานั่งดูครบ 3 ชุดเสียงปรบมือก็ดังขึ้นพิธีกรประกาศชุดสุดท้ายที่หลายๆคนรออยู่

มิกะเดินออกมาด้วยชุดราตรีสีส้มประดับด้วยไข่มุกสีขาวโดยรอบ สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชมนักและมาถึงชุดของเพลิน หญิงสาวสวมชุดสีแดง ประดับด้วยไข่มุกสุขาวเช่นกัน ยิ่งสร้างความแตกตื่นให้กับผู้ชมยิ่งขึ้นเพราะเธอเป็นนางแบบหน้าใหม่ ที่ดูสะดุดตาและชุดสีแดงช่างขับกับผิวขาวของเธอยิ่งทำให้ดูผ่องและโดดเด่นขึ้นแม้แต่เชนเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะชมเพลิน

"สวยกว่าวันนั้นอีกนะเชน" ชินกระซิบบอกพร้อมปรบมือให้กับนางแบบ

คนงาม

เชนพยักหน้าตอบชินเพราะกำลังตะลึงอยู่ ไม่คิดไม่ฝันว่าเด็กสาวที่เขาเธอใจคืนนี้จะเปลี่ยนไปเป็นหงส์ได้อย่างงดงามขนาดนี้

หลังจากงานเดินแบบจบ เพลินกับมิกะก็เปลี่ยนชุดออกมาหาเชนและชิน พร้อมกับรับคำชื่นชมจากผู้คนภายในงาน

"เป็นไง..พวกเราสวยไหม" มิกะเดินจูงมือเพลินเข้ามาหาชายหนุ่มทั้งสองอย่างยิ้มๆ

"สวยซิ สวยมากเลย" ชินตอบมิกะ เขามองเธอด้วยสายตารักใคร่

"แล้วเพลินละคะ" เชนไม่ตอบหญิงสาวแต่ยิ้มให้เป็นยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ใครที่รู้จักเชนจะได้เห็น แม้แต่ชินก็ยังอึ้งกับรอยยิ้มของเชน

"เชนยิ้มเหรอ ยิ้มแบบนี้ไม่ได้เห็นมานานแล้วนะ" มิกะแซวเชนก็รีบหุบยิ้มทันที ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังจะกลับออกจากงาน

"ไปไหนต่อกันดี" ชินหันถามความเห็นทุกคน

"เธออยากไปไหนล่ะเพลิน" เชนถามหญิงสาวอย่างเอาใจ

"ปะ..." หญิงสาวไม่ทันตอบก็ต้องชะงักเมื่อสายตาของเธอเห็นชายคน

หนึ่งที่กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

"คุณพ่อ" หญิงสาวร้องเรียกเมื่อเธอเห็นชายคนนั้นชัดขึ้น น้ำตาของ

หญิงสาวไหลพรากอาบสองแก้ม เชนและชินหันไปมองทางหญิงสาวด้วยความงง

"เพลิน"ชายหนุ่มคนนั้นเรียกและเดินตรงเข้ามาหาเธอ เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาใกล้กันพอสมควรก็กอดกันด้วยความคิดถึง เชนเห็นแบบนั้นก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาคนทั้งสองด้วยความรวดเร็ว

ขณะที่สองพ่อลูกกำลังกอดกันอยู่ เชนก็สาวเท้าเข้าไปข้างหลังเพลินโดยมีชินกับมิกะเดินตามเขาไปติดๆ

"พ่อเป็นไงบ้างคะ เพลินห่วงพ่อแทบแย่เลย ไม่รู้ว่าพ่อไปอยู่ที่ไหน" หญิงสาวรัวคำถามกับผู้เป็นพ่อแบบไม่ยั้งด้วยความคิดถึง

"พ่อสบายดีลูกตอนนี้ก็อยู่กับอาคม ไม่ต้องห่วงพ่อนะ ลูกนะ ว่าแต่ลูกเถอะทำไมมาอยู่ที่นี่" กฤษฎาจับเนื้อตัวลูกสาวเหมือนสำรวจความสึกหรอของเธอ

"เพลินมาเดินแบบให้พี่มิกะค่ะ" น้ำเสียงของเธอสั่นด้วยความดีใจที่ได้พบหน้าพ่อ

"เหรอลูก แล้วเพลินเป็นไงบ้าง" กฤษฎาพยักหน้าเขาเห็นแววตาของลูก

สาวที่ดูมีความสุขดีก็สบายใจ

"เพลินก็สบายดีคะ" หญิงสาวพยักหน้าตอบ น้ำตาเริ่มไหลออกมาอาบสองแก้มด้วยความดีใจ

"มันดูแลลูกดีไหม" กฤษฎาชายตามองไปทางเชนและชิน

"เออ...ดีคะ พ่อไม่ต้องห่วงนะ" หญิงสาวยิ้มให้เธอไม่กล้าบอกความจริงว่าเธอถูกทำอะไรลงไปบ้าง

"พ่อจะรีบหาเงินมาไถ่ตัวลูกกลับไปนะ" กฤษฎาพูดอย่างให้ความหวัง

"ค่ะ พ่อ" หญิงสาวพยักหน้าแล้วกอดอย่างอบอุ่น

"ใครนะเพลิน" เสียงเชนเรียกขัดจังหวะคนทั้งสอง เขารู้ดีว่าชายผู้นั้นเป็นใคร แต่เขาต้องการให้เพลินแนะนำอย่างเป็นทางการ

"เออ.. พ่อของเพลินเองค่ะ พ่อคะนี่คุณเชนค่ะ เขาคอยดูแลเพลินอยู่ เออ คุณเชนคะ นี่คุณพ่อของเพลินชื่อคุณกฤษฎาค่ะ" หญิงสาวแนะนำให้ทั้ง

สองรู้จักกัน

เชนยื่นมือไปทักทายตามมารยาท แต่พ่อของเพลินกลับไม่สนใจ

"ดูแล เหรอ" สายตาของกฤษฎาเปลี่ยนไปเมื่อมองมาที่เชน

"ใช่คะ" พ่อของเพลินมองหน้าเชนสายตาที่ไม่ได้ชื่นชมเชนเลยแม้แต่นิดเดียว แต่สายตาที่มองกลับเหยียดหยามมากกว่า แล้วเขาก็สำรวจร่างกายของลูกสาวแล้วความรู้สึกดีใจที่ได้เจอกันก็เปลี่ยนไปเป็นความโกรธเมื่อเขาได้เห็นรอยแดงที่ซอกคอของเพลิน

"มันทำอะไรลูกบ้าง บอกพ่อมานะ" กฤษฎาจับแขนลูกสาวด้วยความโมโห

"เออ..เปล่านะคะ" หญิงสาวส่ายหน้าเริ่มกลัวที่จะถูกตะวาท

"แก แกทำอะไรลูกสาวฉัน" ประโยคนี่เข้าหันไปพูดกันเชนด้วยอารมณ์โมโห

"แล้วคุณคิดว่าทำอะไรล่ะ" เชนเองก็ไม่กลัวเหมือนกัน

ชินดันร่างมิกะให้ไปอยู่ข้างหลังพร้อมรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

"แกมันเลวที่สุด" กฤษฎาชี้หน้าไปที่เชนอย่างก้าวร้าว

"แล้วคุณละดีนักเหรอ เป็นพ่อประสาอะไรเอาลูกสาวมาวางเดิมพัน" คำพูดของเชนเองก็ดูเดือดและดูถูกกฤษฎาไม่แพ้กัน

"ไม่ต้องมาพูดมาก แก....แกย่ำยีลูกสาวฉัน" พ่อของเพลินพูดพร้อมกับชกหน้าของเชนไปทีหนึ่ง และตั้งท่าจะเข้ามาอีกครั้ง ก็ถูกสกัดไว้โดยชิน ชินรีบเดินเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสอง ชินผลักตัวพ่อของเพลินกระเด็นลงไปที่พื้นด้วยความหนุ่ม และแข็งแรงกว่าเพลินเองก็พยายามรั้งตัวพ่อของเธอไว้

"ย่ำยีเหรอ แกตะหากที่ย่ำยีลูกสาวตัวเอง เพลินต้องเป็นแบบนี้เพราะใครล่ะ" เขาพูดด้วยความโมโห โมโหทั้งที่โดยชกและโมโหที่พ่อของเพลินกลับมองว่าเป็นความผิดของตน ทั้งๆ ที่เป็นคนขายลูกสาวมาแท้ๆ

"พ่อคะ มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะ คุณเชนเขาดีกับเพลินนะ" หญิงสาวรีบแก้ตัวเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่

            "เพลิน...หนูกำลังถูกมันหลอก หนูยังเด็กไม่รู้หรอกว่ามันหลอกลูก" แต่พ่อของเพลินไม่ฟังเสียงเธอเสียแล้ว

"ไม่นะคะ พ่อ คุณเชนเขา...." เพลินพูดไม่จบก็ถูกพ่อของตัวเองตบหน้าให้หยุดพูด ใบหน้างามสะบัดไปตามแรงตบ ท่ามกลางสายตาของผู้ร่วมงาน

เชนตัวชากับภาพที่เห็น

"หยุดนะ....เพลิน หนูกำลังปกป้องมัน จะให้พ่อยกโทษคนที่มันทำให้

พ่อเป็นแบบนี้เหรอ นอกจากมันทำให้พ่อหมดตัว มันยังย่ำยีลูก อีกหน่อยมันคงเบื่อ ถึงตอนนั้นมันก็คงส่งลูกมาขาย ดูลูกตอนนี้ซิ ลูกเคยเป็นเด็กเรียบร้อยอ่อนหวาน ตอนนี้ลูกกลับมายืนโชว์เนื้อหนังมังสาอยู่ที่นี่ มันกำลังหลอกลูกนะ"

กฤษฎาชี้หน้าต่อว่าบุตรสาว ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเธอเพียงคนเดียว

หญิงสาวตกใจที่ถูกพ่อตัวเองตบหน้าและยังถูกต่อว่าทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด น้ำตาของเธอยิ่งไหลอาบสองแก้มเลือดสีแดงข้นที่มุมปากของเธอไหลออกมา มิกะรีบเดินมาโอบกอดหญิงสาวเชิงปลอบใจ

"คุณตะหากทีทำตัวเองหมดทุกอย่าง" เชนเองก็โกรธที่พ่อของเพลินทำกับเพลินแบบนี้ ก็ทำทีจะเข้าไปชกแต่ถูกชินห้ามเอาไว้

"อย่าเชน แค่นี้ก็เป็นข่าวใหญ่แล้ว ใจเย็นๆ เจ้าหน้าที่ช่วยนำตัวชายคนนี้ออกไปหน่อย มิกะพาเพลินออกไปรอที่รถ" ชินกล่าวและพยายามห้ามเชนที่กำลังโมโหให้ออกมาจากงานด้วย

ท่ามกลางความงงของผู้คนที่เข้ามาร่วมงาน รปภ. ก็วิ่งเข้ามาช่วยกันรั้งตัวพ่อของเพลินให้ออกไปจากงานมิกะพาเพลินออกมาจากงาน หญิงสาวเอาแต่ร้องไห้ด้วยความกลัวและเจ็บที่ถูกพ่อต่อว่า เชนและชินออกมาจากงานก็รีบพาสองสาวไปขึ้นรถ และออกจากที่โรงแรมทันทีเพราะกลัวว่านักข่าวจะตามมาทัน

"มันน่าโมโหนัก ตัวเองส่งลูกสาวมาแท้ๆ กลับกลายเป็นเราผิด ดีเท่าไรแล้วที่เพลินไม่โดนไอ้วามันเล่นไป" เชนพูดด้วยความหงุดหงิด

"เชนพูดอะไร ระวังหน่อยซิ" ชินเตือนให้เชนหยุดพูด พลางมองไปที่หญิงสาวเพราะยิ่งเชนพูดหญิงสาวก็ยิ่งร้องไห้เสียใจ

"ชิน ... หาที่สงบสติอารมณ์ก่อนเถอะ" เชนหันไปมองหญิงสาว ชินหาที่จอดรถที่สวนสาธารณะแถบชานเมืองเมื่อรถจอดสนิทหญิงสาวก็วิ่งออกไปข้างนอกทั้งสามก็รีบตามออกไป เพราะกลัวเพลินจะคิดทำอะไรบ้าๆ

"ทำบ้าอะไรของเธอนะ จะวิ่งหนีกลับไปหาพ่อเธอรึไง ห๊า..." เชนวิ่งเข้ามาฉุดเธอเอาไว้ให้หยุดวิ่ง

"ปล่อยเพลินนะ เพลินอยากอยู่คนเดียว" หญิงสาวพยายามดิ้นสะบัด

แต่ก็ไม่สามารถสะบัดให้หลุดออกจากมือของเขาได้

"งั้นก็อยู่ตรงนี้ อยู่ให้ฉันเห็น ถ้าเธอวิ่งหนีละก็เธอโดนดีแน่" ชายหนุ่มตะ

วาทใส่ แม้จะเข้าใจความรู้สึกก็อดห่วงไม่ได้

หญิงสาวยื่นนิ่ง ไม่กล้าขยับหญิงสาวยังคงร้องไห้ไม่หยุด หิมะเริ่มตก

"จะร้องไห้ไปทำไม มีพ่อแย่ๆ แบบนั้นไม่มีซะดีกว่า" เชนขยับเสื้อโค้ชเมื่อความหนาวเริ่มเข้ามาเยือน

"แต่เขาก็เป็นพ่อของเพลินนะ แล้วเขาก็เคยเป็นพ่อที่ดี" หญิงสาวพูดเสียงสั่น ทั้งความหนาวและความเสียใจ

"แล้วตอนนี้เขาทำตัวสมกับเป็นพ่อรึเปล่าล่ะ" เชนเริ่มตะคอกเสียงดัง จนเธอสะดุ้ง

"เชนใจเย็นๆ" ชินจับที่บ่าของเชนเชิงปรามให้เขาอารมณ์เย็นลง

"พวกนายไปรอในรถก่อน" เชนสะบัดมือของชินที่จับไว้

"แต่..." น้องชายต่างสายเลือดมองดูหญิงสาวที่ยังอ่อยวัย ไม่เข้าใจความคิดความหวังดีของเชน

"เดี๋ยวนี้" เขาตะคอกใส่ ชินและมิกะทั้งสองจึงเดินมาขึ้นรถอย่างจำใจ

"เธอไม่เห็นเหรอว่าเขาไม่ฟังอะไรเธอเลยนะ" เชนหันมาพูดกับหญิงสาวต่อ

"พ่อแค่กำลังโมโห" เพลินดูน้ำเสียงแผ่วต่ำ

"โมโหเหรอ ไร้สาระ เธอไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ดีเท่าไรแล้วที่ฉันช่วยเธออกมาจากไอ้วา ไม่งั้นป่านนี้เธอคงไปขายตัวอยู่ในคลับนั้น" ชายหนุ่มขึ้นเสียงอีกครั้ง มั่นใจว่าการกระทำของตัวเองนั้นถูกต้องแล้ว

หญิงสาวสะอื้นร้องไห้ด้วยความกลัวเมื่อเห็นเขาหงุดหงิด

"หยุดร้องไห้ซะทีได้ไหม ฉันไม่ชอบเห็นเธอร้องไห้" เขาตะคอกใส่เธอพร้อมกับจับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอเขย่าด้วยความโมโห

"ปล่อยนะ เพลินเจ็บ...คุณเชนใจร้าย ฮือ...." หญิงสาวดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม

"ฉันไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะหยุดร้อง" เชนไม่ยอมปล่อยแต่ยังคงให้แรงบังคับเธอไม่หยุด

"ไม่..เพลินไม่หยุด เพลินอยากร้อง ปล่อยให้เพลินร้องได้ไหม เพลินคิดถึงพ่อ ฮือ...พอเพลินได้เจอ กลับกลายเป็นแบบนี้ ทำไม..ทำไมคะ คุณเชน ทำไมพ่อไม่เข้าใจ ทำไมพ่อต้องตบหน้าเพลิน เพลินเจ็บ หือ...หือ..." เพลินระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความเสียใจ 

ชายหนุ่มค่อยๆ ปล่อยต้นแขนของหญิงสาวอารมณ์ของเขาค่อยๆ สงบลงเมื่อเห็นแววตาอันเจ็บปวดของหญิงสาว

"ทำไม ทำไมพ่อไม่ดีใจที่ได้เจอเพลิน ทำไม หือ หือ" เพลินจิตเดินถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วทรุดลงที่พื้น สองมือปิดหน้าร้องไห้ด้วยความเสียใจ

เชนไม่มีคำใดจะปล่อย เขาพูดไม่ออกถึงแม้ใจจะอยากปลอบเธอก็ตาม เขาก็ไม่รู้จะปลอบอย่างไง เขาไม่รู้วิธีปลอบ ผู้ชายที่แข็งกระด้างอย่างเขาจะช่วยอะไรเธอได้นอกจากจะทำให้เธอเสียใจ ภายในใจเขาคิด

เพลินร้องไห้อยู่นานพอสมควร หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ อากาศเย็นลงมากเขาเพิ่งสังเกตว่าหญิงสาวใส่เพียงชุดเดรสสายเดียวที่ดูเบาบางเหลือเกินเขาจึงถอดเสื้อสูทของเขาคลุมที่ไหล่เธอ เสียงหญิงสาวยังคงร้องไปสะอึกสะอื้น

"เพลิน" ชายหนุ่มเรียกน้ำเสียงนุ่มขึ้น

"คะ" เสียงหญิงสาวเริ่มแหบ

"ขึ้นรถเถอะ อากาศเย็นมากแล้ว เดี๋ยวไม่สบายนะ" เขาก้มลงไปบอก

หญิงสาวพยักหน้าเขาช่วยพยุงร่างของเธอลุกขึ้นมาและประครองเธอเดินกลับไปที่รถ

"คุณเชนคะ" เสียงของเธอสั่นสะท้าน

"ว่าไง" เชนไม่ทันสังเกตน้ำเสียงของเธอ

"เพลินหนาวค่ะ" หญิงสาวเริ่มรู้สึกมึนงง และเวียนหัว

"เธอใส่ชุดบางมาก มันก็หนาวแบบนี้แหล่ะ" เชนพูดอย่างไม่ได้ใส่ใจ โอบประคองร่างบางแนบแน่นขึ้น

"คุณเชนคะ" หญิงสาวเรียกหาเสียงอ่อนแรง

"อะไรอีกล่ะ" เชนเริ่มหงุดหงิดที่เธอเรียกเขาบ่อย

"เพลินเวียนหัวจัง" ประโยคนี้ของเธอทำเอาเขาใจหายวาบ เขาหันมามองหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดใบหน้าของเธอซีดเผือก ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ริมฝีปากบน-ล่างสั่นกระทบกันตัวของเธอร้อนผ่าว สองตาของเธอปิดสนิท และร่างของเธอค่อยๆ ทรุดลงที่แขนเขาอย่างคนหมดสติ ทำเอาเชนตกใจมาก

"เพลิน...เพลินเป็นอะไรนะ..เพลิน...อย่าเป็นอะไรนะ" เชนเขย่าตัวหญิง

สาวให้กลับมามีสติ

"เพลินหนาวจังคะ คุณเชน" ริมฝีปากของเธอซีดเผือก ใบหน้าของเธอ

ขาวจนไม่มีสีเลือด

"ชินออกรถเร็ว เพลินหนาวจนจะตายอยู่แล้ว" เขารีบอุ้มร่างของหญิงสาวมาที่รถ พร้อมกับตะโกนเรียกชิน

เวลา 10.00 น....ของวันรุ่งขึ้น.....ณ. โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโซล หลังจากที่พวกเขาพาเพลินมาส่งที่โรงพยาบาล เชนก็นั่งเฝ้าหญิงสาวทั้งคืนจนถึงเช้า ชินและมิกะกลับไปก่อน เพราะเห็นว่ามีเชนอยู่แล้ว เพลินคงไม่ต้องการใคร 

"อาการเป็นไงบ้างเชน" ชินถามเมื่อเขาเดินเข้ามาเยี่ยม

"ก็ไข้ลดลงแล้วล่ะ แล้วมิกะล่ะ ไม่มาเหรอ" เชนมองหามิกะเพราะเขาคิดว่าจะมาด้วยกัน

"เดี๋ยวตามมา" น้ำเสียงของชินดูมีความกังวล

"เป็นอะไรชิน สีหน้าไม่ดีเลย" เชนสังเกตเห็นความอึดอัดที่ชินแสดงออกมา

"แกอ่านหนังสือพิมพ์รึยัง" ชินถอยหายใจออกมา

"ยัง ทำไม เกิดอะไรขึ้น" เชนส่ายหน้า หันไปมองหญิงสาวที่อยู่บนเตียง

"มันก็ลงเรื่องเมื่อคืนนั้นแหล่ะ" ชินนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเชนอย่างเหนื่อยใจ

"ว่าไงบ้างล่ะ" เชนพูดอย่างเข้าใจเรื่องราวดี

"ก็หนักกว่าครั้งก่อนเยอะเลย มันลงว่าแกไปลักพาตัวลูกเขามา เอามาเป็นนางบำเรอ ฉันคิดว่าพ่อของเพลินคงจะเป็นคนให้ข่าวนะ" ชินพูดอย่างรู้สถานการณ์ดีกว่าเชน

"แล้วพ่อรู้เรื่องรึยัง" สมองของเชนตอนนี้คิดอะไรไม่ออก เขาห่วงแต่หญิงสาวที่นอนหมดสติอยู่ตรงหน้า

"ไม่เหลือ เขาต้องการให้แกไปพบเดี๋ยวนี้" ชินพยักหน้าเบาๆ พร้อมถ่ายทอดคำสั่งของผู้เป็นบิดา หรือนายชีวิตให้เชนได้รับรู้

            "รอก่อนได้ไหมฉันอยากรอให้เพลินตื่นก่อน" น้ำเสียงของชายหนุ่มแหบพร่า แม้จะรู้ดีว่าวันนี้ต้องมาถึง แต่ก็ดูเหมือนใจของเขาจะไม่พร้อมรับมือ

"แต่ฉันว่าแกไปหาพ่อก่อนดีกว่านะ ส่วนเพลินนะเดี๋ยวให้มิกะช่วยดูให้" ชินเสนอ รู้ดีว่าคนอย่างชุนไม่ชอบการรอคอย ก็นิสัยด้านมืดที่เชนได้รับมาคือ

นิสัยของผู้เป็นพ่อนั่นเอง

เชนมองหน้าชินอย่างเข้าใจความหมาย ชุนคงจะรู้เรื่องระหว่างเขากับ

เพลิน ถึงเรียกตัวไปด่วนขนาดนี้เขาจึงออกไปทันทีที่มิกะมาถึง

เมื่อทั้งสองถึงบ้าน ทั้งสองถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเข้าไป

"คุณเชน คุณชินคะ นายท่านรอพบที่ห้องหนังสือค่ะ" หญิงสาวที่อยู่ในบ้านเป็นคนบอกทั้งสองพยักหน้ารับรู้ และเดินเข้าไปหาทันที

"มาแล้วเหรอ ไอ้ตัวดี" ชุมมองหน้าเชนสายตาของเขาจ้องมองเหมือนเชนไปฆ่าใครมา

"ครับ พ่อมีอะไรครับ" เชนโค้งให้เหมือนทุกครั้ง

"มีอะไรเหรอ ฉันตะหากที่จะถามว่านี้มันอะไร" ชุนพูดพร้อมกับโยนหนังสือพิมพ์ที่ชินบอกเมื่อเช้าให้เชนดู

"แกมีคำตอบให้ฉันไหม หรือแกจะแกตัวว่าไอ้หมอนี้มันเมา มาลวนลามผู้หญิงแล้วแกเขาไปช่วยรึไงห๊า.." ชุนตะคอกด้วยความโมโห จำได้เป็นอย่างดีว่าหญิงสาวคนที่เป็นข่าว เป็นคนๆ เดียวกันกับหญิงสาวคนก่อน เมื่อครั้งงานเดินแบบของมิกะ

ชายหนุ่มนิ่งยังไม่ตอบ

"แล้วเด็กคนนั้นอีกมันเป็นใคร แกถึงควงมันออกงาน แล้วหนูมิกะล่ะ

แกเอาหนูมิกะไปไว้ไหน เขาเป็นคู่หมั้นแกนะ"

"ผมไม่ได้รักมิกะ และไม่ได้อยากหมั้นด้วย เราจะประกาศถอนหมั้นเร็วๆ นี้" เชนพูดเรียบๆ ชินหันไปมองหน้าอย่างงงๆ กับคำพูดที่ว่าจะถอนหมั้นของเชน

"ไม่ต้องพูด" ชุนตะวาทลั่นอย่างไม่ฟังใคร ชุนเดินก้าวเข้ามาหาเชนสายตาเอาเรื่อง

"ก็พ่อเรียกผมมาอธิบายไม่ใช่เหรอครับ ทำไมไม่..." เสียงของเชนขาดหาย เมื่อถูกชุนตบหน้าอย่างแรง มุมปากของเขามีเลือดไหลลงมา ชายหนุ่มตาขวางใส่ผู้เป็นพ่อ ที่บ่งการทุกสิ่งในชีวิตของตน

"อย่าเถียงฉัน" ชุนชี้หน้าออกคำสั่ง ไม่สนใจสายตาแค้นเคืองของบุตรชาย

"ฉันสั่งให้แกแต่งแกก็ต้องแต่ง แล้วนังเด็กคนนั้นอีก เลิกยุ่งกับมันซะ ส่งคืนพ่อมันไป" เขาเดินไปเดินมาอยู่ต่อหน้า

เชนเหมือนพยายามควบคุมอารมณ์

"ผม..เลิก..ไม่..ได้" เชนพูดช้าๆ ชัดๆ ด้วยน้ำเสียงอดกลั้น

"ทำไมเลิกไม่ได้ ก็ในเมื่อฉันสั่งให้แกเลิก" ใบหน้าของชุนแดงจัดด้วยความโกรธกับคำพูดที่เชนพูดออกไป

"ผมไม่เลิกแล้วพ่อก็ไม่มีสิทธิ์บังคับผมด้วย" เชนเริ่มขึ้นเสียง สองมือกำแน่นด้วยความโกรธจัด การถูกบังคับทุกอย่างทำให้เขาสุดที่จะอดกลั้น ไม่รู้ว่าเพราะหัวใจที่เปิดรับหญิงสาวเข้ามาในชีวิตหรือเป็นเพราะการถูกบังคับมากเกินไปจนทำให้เขาอยากจะแข็งข้อขนาดนี้

"ทำไม ทำไมไม่มีสิทธ์ ในเมื่อฉันเป็นพ่อของแก" ชุนพูดพร้อมกับเดินเข้าประชิดลูกชาย

"ถึงเป็นพ่อก็มาบังคับไม่ได้" เชนเองก็ไม่ได้กลัวเลย เขาพูดแล้วผลักชุนให้ห่างออกไปจากตัวเขาอย่างก้าวร้าว

"เชน" ชินตกใจเมื่อเห็นพฤติกรรมของเชน

"แกกล้าผลักฉันเหรอ นี่แกหลงมันถึงขนาดกล้าขัดคำสั่งของฉันเหรอ" ชุนเองก็ตกใจกับท่าทีของเชน

"แล้วพ่อจะทำไง จะไล่ผมออกเหรอ จากบริษัทเหรอ" มุมปากของเชนเชิดขึ้นเล็กน้อย

"ใช่ ฉันจะไล่แกออก" ชุนตะคอกใส่ด้วยอารมณ์โมโหจนหน้าแดงตัวสั่นด้วยความโกรธ

"เสียใจด้วยนะ เพราะพ่อทำแบบนั้นไม่ได้ ในเมื่อพ่อโอนหุ้นให้ผมมาหมดแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะไปไทย พ่อลืมไปแล้วเหรอ อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดมันอยู่ที่ผม เพราะฉะนั้นพ่อไม่มีสิทธิ์มาไล่ผมออก" เชนพูดอย่างผู้มีชัย และไม่คาดคิดเหมือนกันว่าการโอนหุ้นครั้งก่อนนั้นจะทำให้ตัวเองเป็นต่อแบบนี้

"แก..ไอ้ลูกเนรคุณ" ชุนชี้หน้าเขา มือไม้สั่นด้วยความโกรธ รู้สึกพลาดไปถนัดใจที่ตัดสินใจรีบโอนหุ้นให้ ก็เห็นลูกชายตัวดีว่าง่ายและเชื่อฟังมาตลอด ไม่คิดเลยแค่ผู้หญิงคนจะทำให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้

"ผมเนรคุณอย่างไง ผมรับช่วงต่อจากธุรกิจพ่อที่ผมเกลียด แล้วผมเนรคุณอย่างไง ผมขอแค่เรื่องเดียว เรื่องเพลินอย่ายุ่งกับผม" ประโยคสุดท้ายของเชนตะคอกใส่ชุนเสียงดังลั่น ด้วยใจที่อัดอั้นมานาน ทุกอย่างที่เขาอยากจะทำก็ถูกสั่งห้ามไปหมด อนาคตที่ถูกขีดเสียไว้ให้ต้องเดินตามทุกฝีก้าว แต่เรื่อง

ของหัวใจที่เขาไม่อาจจะยอมทำตามได้อีกต่อไป

"แก...แก....ไอ้เชน..." ชุนพูดไม่ออกด้วยความโกรธ ใบหน้าแดงก่ำคิด

ทบทวนเรื่องราวหาหนทางที่จะเอาชัยกลับคืนมา

"เรื่องอื่นผมให้พ่อบังคับได้แต่เรื่องนี่ พ่อบังคับผมไม่ได้" เขาตะคอกใส่ชุนจบ แล้วเดินออกจากห้องไปทันที มือสองข้างยังสั่นเทาด้วยความรู้สึกสับสน เขากล้าขึ้นเสียงกับพ่อตั้งแต่เมื่อไร ไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่าเขาจะออกตัวปกป้องเพลินไปอย่างสุดกำลัง โดยไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้

"ไอ้เชนแล้วแกจะได้เห็นดีกัน ฉันไม่ปล่อยนังเด็กนั้นไว้แน่" ชุนตะโกนตามหลังมาด้วยความขัดใจ ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธจัด

ชินรีบเดินตามเชนออกมาด้วยความตกใจ มองหน้าคนกล้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ทั้งสองรีบเดินมาขึ้นรถออกไปจากบ้านของชุน

"นายเป็นอะไรเชน นายไม่เคยขัดพ่อขนาดนี้เลยนะ" ชินถามขณะที่เชนกำลังขับรถ

"ฉันเหนื่อย พ่อบังคับฉันมากเกินไป" น้ำเสียงของเชนแสดงออกอย่างที่พูดจริงๆ การที่ถูกบังคับมาตลอด พอมาเรื่องที่อยากทำตามหัวใจสักเรื่องมันก็

เกินกว่าจะคุมตัวเอง

"ไม่ใช่แค่เหนื่อยหรอกมั้ง นายคิดอะไรกับเพลิน" ชินพูดเหมือนรู้ใจของ

เชนดี การแสดงออกขนาดนั้นไม่ต้องบอกก็รู้

"ก็อาจจะคิด ฉันคิดอยากปกป้องเพลินเชนพูดอย่างไม่แน่ใจ ถึงตอนนี้เขาเองก็สับสน นี่เขาแข็งข้อกับบิดาเพื่อเธอคนนั้นหรือ

"แต่ทำแบบนี้ฉันว่าไม่ดีนะ ถึงบริษัทเป็นของแก แต่พ่อก็ยังมีอิทธิพลในมืออยู่มาก ถ้าพูดกับผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ มีหวังนายอาจจะถูกบีบ" ชินรู้สึกหวาดกลัวแทนเชน

"ชินตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออก รู้แต่ว่าอยากให้พ่อรู้ว่าฉันจะไม่ยอมเขาแล้ว" เชนหันมามองหน้าชิน สายตาของเขาจริงจัง

"แต่ว่าฉันกลัวว่าจะกลายเป็นแหย่เสือหลับนะซิ" ชินเห็นแววตามุ่งมั่นของเชนแล้วหวั่นใจ

"เอาไว้ถึงตอนนั้นก่อน แล้วค่อยว่ากัน" ชายหนุ่มผู้ก่อเรื่องผ่อนน้ำเสียงลง รู้สึกเหนื่อยใจ

"นี่นายเปลี่ยนไปมากเลยนะ เมื่อก่อนนายไม่เคยยิ้ม และวางแผนใน

ทุกๆ เรื่อง" ชินพูดสะกิดให้เชนรู้ว่าเขารู้แล้วว่าเชนรู้สึกยังไงกับเพลิน

"ใช่ ตอนนี้ฉันยิ้มออกแล้ว และไม่อยากวางแผนอะไรอีก ฉันแค่อยาก

อยู่เฉยๆ" เชนพยักหน้า เขาเองก็ยอมรับว่าใจของเขาตอนนี้อยากปกป้องเพลิน

"แล้วถ้า..." ชินพยายามคิดคาดการต่อไป

"พอเถอะชิน อย่าเพิ่งคิดเลย ฉันยังไม่อยากคิดอะไรตอนนี้ รีบไปหาเพลินเถอะ" เชนตัดบท เขารู้สึกเหนื่อยจริงๆ เร่งชินให้ขับรถไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการของหญิงสาวว่าพื้นรึยัง

"เป็นไงบ้างมิกะ เพลินพื้นรึยัง" เชนถามเมื่อมาถึงโรงพยาบาล มองใบหน้าของหญิงสาวที่แดงก่ำเพราะพิษไข้

"ยังเลย แต่ไข้ลดลงมากแล้วล่ะ" มิกะส่ายหน้าลุกขึ้น ขยับหลบให้เชนเข้ามาดูอาการของเพลิน

"มิกะกลับไปได้แล้วล่ะ ขอบใจมากนะ เดี๋ยวเราดูต่อเอง" เชนเข้ามานั่งข้างๆ เตียงของเธอ แล้วกุมมือร้อนขึ้นมาแนบใบหน้า

"แล้วเรื่องคุณลุงล่ะว่าไงบ้าง" มิกะมองหน้าชายหนุ่มทั้งสองอย่างอยากรู้คำตอบ

"ก็รู้เรื่องเพลินแล้วล่ะ เชนบอกเรื่องถอดหมั้นให้พ่อรู้แล้ว" ชินตอบแทน เพราะเห็นสายตาของเชนที่มองหญิงสาวด้วยความห่วงใยไม่สนใจคำถามของ

มิกะ

"จริงเหรอ แล้ว.." น้ำเสียงของมิกะดีใจเล็กน้อยที่จะได้ถอนหมั้น ความหวังของเธอและชินก็คงมีมากขึ้น

"ก็คลั่งไง ถามแปลก" ชินหัวเราะในลำคอ รู้สึกนัยน์ตาร้องผ่าว ความหวังเล็กๆ ของเขากับมิกะมันดูช่างเลือนราง

"แล้วเราจะทำไงต่อกันดี" มิกะถอนหายใจเหมือนหมดหวังในเรื่องของตัวเองด้วย

"ไม่รู้ซิ คงต้องถามเชนมันนะ" ชินส่ายหน้าทอดสายตาไปยังผู้ที่เอ่ยถึง

มิกะหันไปหาเชนเหมือนจะรอคำตอบ แต่ก็ไม่มีคำตอบกลับมาจากเขา เชนยังคงนั่งมองดูหญิงสาวที่นอนป่วยอยู่บนเตียงด้วยความห่วงใย มิกะและชินจึงปล่อยให้เชนอยู่ตามลำพังกับหญิงสาวที่ครอบครองหัวใจเขาโดยไม่รู้ตัว

เวลา 17.00 น......เพลินจิตค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา ดวงตาอันหักอึ้งแขนขาอ่อนแรง กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องอย่างมึนงง สำนึกตัวเองว่าอยู่ในห้องนอนของตัวเองที่กรุงเทพ มีบิดาที่รักอยู่เคียงข้าง เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันคือความฝัน

"ที่นี่ที่ไหนนะ" หญิงสาวพูดออกมาด้วยความงง เธอมองแขนของเธอที่ระโยงระยางไปได้สายน้ำเกลือ แล้วก็สะดุด เมื่อเห็นเชนกำลังนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียงของเธอ ความฝันที่เป็นความจริง

"คุณเชนคะ" หญิงสาวเรียกเขาน้ำเสียงแหบพร่า

"รู้สึกตัวแล้วเหรอ" เชนรีบรู้สึกตัวในทันที เขาเดินเข้ามาหาเด็กสายที่ข้างเตียง

"เออ....ที่นี่ที่ไหนคะ" หญิงสาวกวาดสายตามองดูรอบๆ ห้อง ไม่ใช่ห้องพักที่คุ้นเคย

"โรงพยาบาล" เชนพูดแล้วยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

"โรงพยาบาล? แล้วเพลินมาอยู่นี่ได้ไงคะ" หญิงสาวพูดอย่างแปลกใจ จำได้เลือนรางว่ามันหนาวเหลือเกินเมื่อคืนนี้

"ก็เธอนั่งร้องไห้เมื่อคืนกลางหิมะ เธอเลยไม่สบายมาก ฉันก็รีบพาส่งโรงพยาบาลนะ ตอนนี้รู้สึกเป็นอย่างไงบ้าง ดีขึ้นรึยัง" เชนเอื้อมมือไปจับที่

หน้าผากของหญิงสาว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


😊
โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha