พันธนาการรักสีเพลิง

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 8 : การปรากฏตัวของชุน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

"ดีขึ้นแล้วค่ะ" เพลินพยักหน้า

"หิวไหม" ชายหนุ่มถามต่อด้วยความห่วงใย

เพลินพยักหน้าตอบอีกครั้ง

"จะกินอะไรล่ะ เดี๋ยวฉันไปซื้อให้" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน หันไปหยิบเสื้อโค้ชมาสวม

"เพลินอยากกินซูชิคะ" เสียงของเธอสดใสขึ้นทันที เมื่อพูดถึงของกิน ตอนนี้ท้องไส้ต้องการอาหารอย่างรุนแรง

"งั้นรอแป๊บนะ เดี๋ยวลงไปซื้อมาให้" แล้วเขาก็ออกไปจากห้องพักเพื่อไปซื้อให้เธอ

หญิงสาวยิ้มหวานกับตัวเอง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่าง

ประหลาด มองดูห้องของโรงพยาบาลสุดหรูรอบๆ อย่างสนใจ แต่หลังจากที่เชนออกไปสักพักประตูห้องพักก็เปิดขึ้นอีกครั้ง

"ทำไมซื้อเร็วจังคะ" หญิงสาวพูดทักทายโดยที่ยังไม่ได้ดูว่าใครเดินเข้ามา

"เสียใจด้วยนะ ที่ฉันไม่ใช่คนที่เธอคิด" เสียงชายแปลกหน้าผู้เข้ามาใหม่ตอบกลับอย่างเย็นชายิ่งกว่าสายตาที่เขามองมาที่เธอ

"อุ้ย...ขอโทษคะ " หญิงสาวตกใจที่ทักผิดเธอมองไปที่ชายร่างใหญ่หน้าตาดุ ผิวขาว อายุประมาณ 50 กว่าที่เดินเข้ามาหาเธอที่เตียงคนป่วย

"มาหาใครคะ" หญิงสาวเอียงคอถามชายที่เดินเข้ามาอย่างสงสัย

"ฉันมาหาเธอ" สายตาที่เย็นชานั้นตอบเธอ

"มาหาเพลินเหรอคะ" เธอชี้ไปที่ตัวเองอย่างมันงง เธอไม่รู้จักใครที่นี่

"ใช่...เธอชื่อเพลินเหรอ" เขาเดินเข้ามานั่งตรงที่เชนเคยนั่งเฝ้าเธอ

"เออ...คะ แล้วคุณคือ" หญิงสาวย้อนถามอย่างไม่แน่ใจ ว่าอีกฝ่ายจะมาดีหรือมาร้าย

"ฉัน...คือพ่อของเชน ชื่อชุน" เจ้าของสายตาเย็นชาตอบ ท่าทางมี

อำนาจ

"คุณพ่อของคุณเชน" หญิงสาวตกใจ รีบยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

"ใช่" ชุนพยักหน้ามุมปากแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว

"แล้วมีธุระอะไรกับเพลินเหรอคะ" เธอพูดหวั่นๆ ก้มหน้าไม่กล้าสบสายตาที่เย็นชาของเขา

"มีแน่นอน ถ้าไม่มีฉันคงไม่ลงทุนมาที่นี่หรอก" สายตาของชุนมองหญิงสาวด้วยความดูถูก

นี่หรือหญิงสาวที่ลุกชายของเขาปกป้อง

หญิงสาวมองชุนด้วยความสงสัยในการมาของเขา

"ฉันอยากจะมาคุยกับเธอหน่อย" ชายสูงวัยไม่อ้อมค้อมเริ่มเข้าเรื่อง

"คุยเรื่องอะไรคะ" หญิงสาวยังไม่เข้าใจจุกประสงค์การมาของชุน

"เรื่องเธอกับเชน" ชายสูงวัยมองใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาของเด็กสาว เนื้อเนียนผิวพรรณดี สัดส่วนชวนมองน่าหลงใหล ไม่แปลกใจที่ลูกชายของเขาถึงออกตัวปกป้อง ก็คงยังติดใจในรสสัมผัส แต่...มันก็แค่ชั่ววูบเท่านั้นแหล่ะ

และเขาจะทำให้เธอรู้ตัวเอง

"เพลินกับคุณเชน" หญิงสาวงง เธอไม่เข้าใจว่าชุนจะมาคุยกับเธอเรื่อง

นี้ทำไม

"ดูเธอเองก็ยังเด็ก ทำไมถึงมาทำอาชีพแบบนี้" ชายแก่กวาดสายตามองหญิงสาวอย่างดูถูก

"อ๊ะ..อาชีพอะไรคะ" หญิงสาวไร้เดียงสาไม่เข้าใจคำพูดของเขา

"ขายตัวไง ขายเรือนร่าง" เขาพูดพร้อมกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาว

"ปะ...เปล่านะคะ" หญิงสาวทำเสียงสูงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

"อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสาหน่อยเลย" ชุนยิ้มมุมปากส่ายหน้าหัวเราะเยาะในลำคอ

"ไม่นะคะ เพลิน...." เธอไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะเธอเองก็รู้สึก

เหมือนกันว่าเธอไม่ต่างจากผู้หญิงขายตัว

"บอกมาดีๆ เธอต้องการเท่าไร" ชุนลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้เธอ จนหญิงสาวได้กลิ่นตัวที่มีกลิ่นบุหรี่ติดตัวเขา

"ต้องการอะไร เท่าไรคะ" สาวไร้เดียวสายังมึนงง

"ก็ต้องการเงินเท่าไรถึงจะเลิกยุ่งกับลูกชายฉัน" เขาล้วงสมุดเช็คในเสื้อออกมาพร้อมปากกา

"หมายความว่าไงคะ" หญิงสาวยังไม่เข้าใจท่าทีของชุน

"ฉันต้องการให้เธอไปจากชีวิตลูกชายฉัน เพราะเธอ... ทำให้เชนไม่เชื่อฟังฉัน จะถอนหมั้นกับมิกะคู่หมั้นของเขา" ชายสูงวัยกล่าวอย่างชัดเจน

หญิงสาวตกใจเมื่อรู้ความจริง ว่ามิกะและเชนเป็นคู่หมั้นกัน แถมเชนยังอยากจะถอนหมั้นเพื่อเธอ นี่มันอะไรกัน

"เพราะฉะนั้นการที่เธออยู่ทำให้มิกะไม่สบายใจ" ชุนมั่นใจว่าหญิงสาวไม่รู้เรื่องของมิกะ คนมีประสบการณ์อ่านเกมออก ก็รีบเอาข้อมูลผิดๆ ใส่หัว

"แต่ว่าคุณชุนคะ เพลินไม่ได้มีความหมายอะไรกับคุณเชนหรอกค่ะ วางใจได้ ไม่นานเพลินก็จะต้องไปแล้ว"

หญิงสาวพูดน้ำตาคลอเมื่อรู้ความจริง

"งั้นก็ดีแล้ว เธอคงไม่ต่างกับผู้หญิงคนอื่นที่เชนควง ไม่นานเดี๋ยวเบื่อก็เลิก ถ้างั้นฉันก็วางใจ แต่ฉันก็ยังต้องการให้เธอออกไปจากชีวิตเชนให้เร็วที่สุดเข้าใจไหม" ชุนพูดทั้งๆ รู้ว่าเพลินมีความหมายกับเชนแต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่รู้

หญิงสาวพยักหน้าตอบกลับ รู้สึกนัยน์ตาร้อนผ่าว ไม่รู้เพราะพิษไข้หรือเพราะพิษรัก

"เข้าใจก็ดีแล้ว ถ้าฉันยังเห็นเธอยุ่งกับลูกของฉันจนทำให้มันมีความคิดบ้าๆ มาอีกละก็ ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่ คราวนี้ฉันแค่มาเตือน จำเอาไว้" แล้วเขาก็เดินออกไปจากห้อง

หยาดน้ำตาของหญิงสาวไหลออกมา เธอตกใจที่ได้รู้ว่ามิกะเป็นคู่หมั้นกับเชนแล้วที่ทำกับเธอมาตลอดนั้นคืออะไร เธอเคยคิดว่าอย่างน้อยเขาอาจจะมีใจให้กับเธออยู่บ้าง แต่มันไม่ใช่เขาเห็นเธอเป็นแค่ที่ระบายเท่านั้น เขาไม่แตะต้องมิกะเพราะกลัวจะทำให้มิกะเสื่อมเสียชื่อเสียตะหาก เธอคิด

ประตูห้องของเธอเปิดขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวสะดุ้งตื่นจากความคิด รีบ

ปานน้ำตาทั้งสองข้างออก เพื่อปกปิดความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เชนเดินเข้ามาในห้องถือถุงอาหารมากมาย เขาวางลงที่โต๊ะรับแขกแล้วเดินมาหาเธอที่เตียงผู้ป่วย

"เป็นอะไรดูตาแดงๆ" เชนเดินยิ้มเข้ามาอย่างอารมณ์ดี แต่ก็แปลกใจที่เห็นหญิงสาวนั่งนิ่งไม่มีแววตาดีใจที่ได้เห็นเขา

"เออ..เปล่าคะ" หญิงสาวส่ายหน้ารีบยิ้มกลบเกลื่อน

"งั้นเหรอ กินข้าวซิ เดี๋ยวเตรียมให้" ชายหนุ่มกุลีกุจอจัดแจงอาหารที่ซื้อมาเอาใจหญิงสาว มีแต่ของชอบของเธอทั้งนั้นเลยที่เขาเลือกมา

ระหว่างที่เขาวุ่นอยู่กับการเตรียมอาหารให้เธอนั้น เธอก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง

"คุณเชนคะ ส่งเพลินกลับไทยเถอะคะ"

"ทำไม" เขาชะงักแล้วเดินมาหาเธอ น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น

"เออ เพลิน..ว่าเพลินไม่ควรอยู่ที่นี่" หญิงสาวก้มหน้าบอก เธอไม่กล้าสบตาเขา

"ฉันจะบอกเองว่าเธอควรอยู่ที่ไหน ชายหนุ่มหงุดหงิดขึ้นมาทันที

"แต่ว่า ให้เพลินกลับไปอยู่ที่ไทยจะดีกว่านะคะ" หญิงสาวยืนกรานพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา

"เธออยากไปเป็นของไอ้วามันรึไง ห๊า" เขาจับต้นแขนของเธอแรงด้วย

ความโมโห

"โอ๊ย...ไม่ใช่อย่างนั้นคะ" หญิงสาวหน้านิ่วเพราะเจ็บแขนที่เขาจับเธอ

"แล้วอย่างไงพูดมาซิ" เขาตะคอกใส่เธอด้วยความโกรธ ทำไมนะ เขาอุตส่าห์ออกตัวปกป้องเธอ แต่เธอกลับอยากจะหนีห่างจากเขาเหลือเกิน

"เพลินไม่อยากให้พี่มิกะคิดมาก พี่มิกะดีกับเพลิน เพลินไม่อยากทำให้พี่มิกะเสียใจค่ะ" หญิงสาวระรัวคำพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว

"ฉันกับมิกะไม่ได้เป็นอะไรกัน" เชนกัดกรามแน่นเขาไม่รู้ว่าเธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง

"ก็พี่มิกะเป็นคู่หมั้นของคุณนี่คะ" เพลินพูดเสียงสั่นๆ เชิงน้อยใจ

"เธอรู้ได้ไง ฉันไม่เคยบอกเธอนี่ เธอรู้ได้ไงห๊า..." เชนตะคอกสายตามองเธออย่างค้นหา

เพลินนิ่งไม่ยอมพูดว่าพ่อของเชนมา เขามองเธอด้วยสายตาลุกวาว

"คือ...เออ..." หญิงสาวกำลังคิดหาคำพูด แต่ก่อนที่เพลินจะพูดอะไรนั้น ประตูห้องก็เปิดอีกครั้ง

"เป็นไงจ๊ะคนป่วย" เสียงมิกะทักทายสดใส แล้วก็ตกใจที่เห็น เชนทำท่า

เหมือนกำลังทำร้ายเพลิน แถมเพลินก็ยังมีท่าทางหวาดกลัวเหมือนจะร้องไห้

"อะไรนะเชน ทำอะไรน้อง" มิกะรีบวิ่งเข้ามาห้ามไว้โดยที่ยังไม่รู้เรื่องอะไร

เชนปล่อยแขนเพลิน หันหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด

"เกิดอะไรขึ้นนะ" ชินรีบถามมองหน้าเชนและเพลินสลับกันไปมา

"เพลินอยากจะกลับไทย" เชนกระชากน้ำเสียงใส่อย่างไม่พอใจ คิดแล้วก็ยิ่งโมโห

"อ้าว ทำไมล่ะเพลิน" มิกะเองก็แปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

"พี่มิกะเพลินขอโทษคะ เพลินทำให้พี่มิกะไม่สบายใจ" หญิงสาวไร้เดียวสาก้มหน้าก้มตาน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น

"หมายความว่าไงจ๊ะ" มิกะยังไม่รู้เรื่องเข้าโอกประคองกอดปลอบใจ

"เพลินรู้เรื่องที่เธอกับฉันเป็นคู่หมั้นกันไง" เชนพูดเหมือนมันเป็นเรื่องไร้

สาระ

"โธ่...เพลิน มันเป็นแค่ในนาม จริงๆ แล้วพี่กับเชนรักกันเหมือนพี่น้อง คนที่พี่รักคือชินจ๊ะ" มิกะยิ้มแล้วส่ายหน้า

"ว่าไงนะคะ" เพลินเงยหน้ามองมิกะยังไม่เข้าใจความหมาย

"พี่กับชินรักกัน แต่ผู้ใหญ่อยากให้พี่แต่งกับเชน" นางแบบสาวอธิบายอีกครั้ง หันไปยิ้มหวานกับคนรักแล้วหันกลับมายิ้มอ่อนโยนกับเพลิน

หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งงงกับความสัมพันธ์ที่แสนจะซับซ้อนของพวกเขาทั้งสามคน แม้ทั้งชินและมิกะจะพยักหน้าให้เชื่อ แต่ก็ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้เธอไม่กล้าจะอยู่ต่อ

"ถึงอย่างนั้น เพลินก็ไม่ควรอยู่ที่นี่" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด

"ทำไมล่ะ" มิกะคาดคั้น มองหน้าหญิงสาวอย่างค้นหา

"คือ.. เพลิน..." เธอไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมดไป

"ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว เธอจะไปไหนไม่ได้ ถ้าฉันไม่ได้สั่ง จำเอาไว้" พูดจบเชนก็เดินออกไปทันที

หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็เกิดอาการกลัว เธอกลัวพ่อของเชนถ้ารู้ว่าเธอ

ยังอยู่จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อารมณ์ของลูกยังขนาดนี้ แล้วอารมณ์ของคนเป็นพ่อล่ะขนาดไหน หญิงสาวยิ่งคิดก็ยิ่งร้องไห้เสียใจ ไม่ได้รู้สึกถึงอารมณ์บางของเชน ที่หวงแหนไม่อยากให้เธอจากไปเลยแม้แต่นิดเดียว

"โธ่ เพลิน เชนนะเชน ไม่เข้าใจบ้างเลย" มิกะพูดด้วยความสงสาร

"เกิดอะไรขึ้นเพลิน มันมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหม" ชินเป็นคนช่างสังเกต จึงถามขึ้นหญิงสาวไม่ยอมตอบ เธอเอาแต่ร้องไห้

"ชิน มิกะว่าอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย รีบไปตามเชนกลับมาก่อนดีกว่านะ มิกะจะดูเอง" มิกะพูดจบ ชินก็พยักหน้าแล้วรีบตามออกไป

เชนขับรถออกไปจากโรงพยาบาลด้วยความโกรธ ชินรีบวิ่งมาขวางไว้ที่หน้ารถ ทำให้เชนต้องเหยียบเบรกชินได้โอกาสก็กระโดดขึ้นรถไปทันที

"นายเป็นอะไรของนายว่ะ ดูไม่เหมือนนายเลยนะ" เชนไม่ตอบ เขาขับรถไปเรื่อยๆ แล้วก็มาจอดที่ข้างทาง เดินไปที่ร้านขายเหล้าริมถนน ชินรีบตามไปติดๆ ทั้งสองนั่งลงในร้านสั่งเครื่องดื่มมาดื่มโดยที่เชนไม่ได้พูดอะไรออกมาสั่งคำเดียว

ทางด้านเพลินหลังจากที่ชินออกไปเธอก็ขอร้องมิกะให้พาเธอกลับ

คอนโด เธอไม่อยากอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะเธอกลัวพ่อของเชนจะมาหาอีก

"นะคะพี่มิกะ เพลินขอร้องล่ะ" สายตาของหญิงสาววิงวอนร้องขอเธอ

"แต่ว่า..พี่.." มิกะพูดไม่ถูกเธอไม่กล้าพาเพลินออกจากโรงพยาบาล

กลัวเชนจะว่าเอา

"นะ ไม่งั้นพี่มิกะก็ต้องเฝ้าเพลินทั้งคืน เพราะถ้าพี่มิกะกลับไปเพลินก็จะหนีไปจากที่นี่" หญิงสาวยื่นคำขาดซ้อนความวาดกลับไว้บนใบหน้าที่อ้อนวอนมิกะ

"ไม่นะเพลิน ทำแบบนั้นเชนต้องไม่พอใจแน่เลย" มิกะลังเลใจ ชินก็ไม่อยู่ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี

"คุณเชนไม่สนใจเพลินหรอกค่ะ" หญิงสาวไม่รู้เลยว่าเธอมีความหมายกับเขามากแค่ไหน

"เพลิน เพลินรู้ไหมว่าเชนนะสนใจเพลินมากว่าที่ตัวเขาและเพลินจะรู้อีกนะ" มิกะเองยังดูออกและพยายามพูดปลอบใจหญิงสาว

"เพลินไม่เชื่อคะ" หญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ เธอไม่มั่นใจว่าเธอมีค่าพอที่จะอยู่กับเขา เธอกังวลและว้าวุ่นขนาดนี้ทำไมเขาถึงฉุนเฉียวเธอขนาด

นั้นนะ

"เชื่อพี่เถอะ นะ" มิกะยกมือขึ้นโอบที่ไหล่ของหญิงสาวให้เชื่อมั่น

"แต่เพลินหายดีแล้วนะคะ" หญิงสาวรีบลุกขึ้นมาทำท่าทางสดใส

มิกะถอนหายใจไม่อยากขัดเพราะกลัวเพลินจะหนี แล้วเชนจะโกรธจนตอบตกลงพาเธอกลับคอนโด

ขณะที่เชนและชินนั่งดื่มกันอยู่เชนดื่มจนเริ่มมีอาการเมา ชินเห็นท่าทางจะไม่ไหวก็รั้งตัวเชนกลับคอนโด

"ปล่อยฉัน ชิน ฉันจะไปหาเพลิน" ชายหนุ่มเมามาวสะบัดสองแขนของน้องชายต่างมารดาหลุด

"นายไปหาเพลินตอนนี้ก็โรงพยาบาลแตกกันซิว่ะ" ชินพยายามประครองร่างโวยวายของพี่ชายเอาไว้

"ไม่..." เชนสะบัดกายให้หลุดพันออกจากชิน เขาอยากจะไปถามเธอเหลือเกินว่าทำไมถึงไม่อยากอยู่กับเขานัก ทั้งที่เขาปรารถนาจะอยู่กับเธอขนาดนี้

"อย่าน่า เชน เพลินป่วยอยู่นะ" ชินกึ่งประครองกึ่งลากเข้าเข้าคอนโด

โดยที่เขาไม่ได้รู้เลยว่าหญิงสาวกลับมาแล้วเขาโยนเชนไว้ที่โซฟา แล้วกลับไป

"ฉันจะไปดูเพลินให้ นายอยู่นี่แหล่ะ" ชินดันร่างของเชนเข้าไปในห้อง แล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจว่าเชนจะถูกให้นอนในสภาพไหน แค่นี่เขาก็เหนื่อย

มามากแล้วสำหรับคืนนี้

เพลินได้ยินเสียงดังนอกห้องก็เปิดประตูออกไปด้วยความแปลกใจ

"คุณเชน...ทำไมเมาแบบนี้ล่ะคะ" เพลินตกใจในสภาพที่เห็น เขาดูเมาไม่ได้สติ

"เพลิน นี่เธอเหรอ" เชนแปลกใจที่เห็นเพลินอยู่ที่นี่

"ค่ะ เพลินไม่อยากนอนโรงพยาบาลแล้ว เลยของให้พี่มิกะพากลับ" หญิงสาวพยายามรั้งร่างชายหนุ่มขึ้นนั่งดีๆ

"เธอแน่ใจนะ" เชนมองอย่างไม่แน่ใจ จับเนื้อตัวหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง ตัวของเธอยังอุ่นๆอยู่เลย

"ค่ะ" เพลินจิตพยักหน้าเบาๆ

แล้วด้วยความไม่อาจจะหักห้ามใจ เขาก็โผเขากอดเธอด้วยความเมาและหลงใหล

อย่านะคะคุณเชน หญิงสาวร้องห้าม มือหนาของชายหนุ่มพยายามรั้งเสื้อผ้าของเธอออกอย่างไม่ใยดี

ฉันต้องการเธอเพลินจิต เขาซุกไซ้ใบหน้าไปทั่วคอเม้มปากให้เกิด

รอยแดงไปทั่วคอของเธอ หญิงสาวเริ่มไม่อาจที่จะขัดขืนเขาได้

ร่างกายของเธอร้อนรุ่มไปกับรสสัมผัสของเขาอย่างรวดเร็ว คำพูดของเขาทำให้เธอชุ่มชื่นหัวใจ เธอโอนอ่อนปล่อยตามให้เขาสัมผัสเธอทุกสัดส่วน เขาไม่สามารถห้ามใจไม่ให้กอดเธอไว้ได้อีกแล้ว เขาเริ่มยอมรับกับตัวเองว่าเขาขาดเธอไม่ได้

ริมฝีปากของเขาจูบดูดดื่มเธอแทบลืมหายใจ เป็นจูบหวานที่ยาวนานและนุ่มนวลชวนฝัน ลมหายใจร้อนๆของหญิงสาวยิ่งสร้างความกระสันให้กับเขาเป็นอย่างมาก เนื้อตัวของเธอร้อนรุ่มมากกว่าเดิม เขาอยากจะสัมผัสอยากจะครอบครองเธอไม่รู้จักเหนื่อย

หญิงสาวโอนอ่อนอย่างไม่อาจจะห้ามใจ บนพื้นห้องที่เย็นเฉียบร่างบางถูกชายหนุ่มสำรวจไปอย่างทั่วถึงทุกซอกมุม เรียวขางามถูกวางพาดอยู่ที่โซฟา อีกข้างถูกพาดอยู่ที่บ่า แล้วใบหน้าของเขาก็อยู่ที่กลางลำตัวของเธอ ส่ง

ปลายลิ้นสำรวจอย่างทั่วถึง

สองมือหนาเอื้อมมาบีบเคล้นที่ความอวบอิ่มของหญิงสาว ร่างบางบิดกายไปมาด้วยความเสียวซ่าน กระดกสะโพกรับปลายลิ้นของชายหนุ่มเป็นระยะ จนกระทั่งสวรรค์อยู่แค่เอื้อมหญิงสาวร้องครางเสียงสั่น สองมือจิกแน่นที่ผมของชายหนุ่ม

ปลายลิ้นของเขาลากเลียไล้ขึ้นมาตามลำตัว ทุกสัดส่วนของเธอเปียกชุ่มไปด้วยริมฝีปากของชายหนุ่ม ยอดถันถูกเขาดูดดื่มสลับไปมาราวกับกระหายน้ำ ปลายลิ้นแวะเวียนทักทายไปทั่วตั้งแต่ฐานทรวงอกจนถึงยอด ไม่ลืมที่จะแวะเวียนแอ่งสะดือที่เธอต้องแขม่วท้องรับ

เขาจับร่างบางพลิกกายส่งสองมือบางไปวางพาดที่โซฟาตัวใหญ่ ระดมจูบหวานไปทั่วแผ่นหลังใช้มือหนาปรับสะโพกงอนงามให้โค้งรับความกำยำจากด้านหลัง หญิงสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อชายหนุ่มสอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปอย่างใจเย็น

ท่วงท่าที่ถูกยัดเหยียดความเร่าร้อนเข้าไป ทำเอาหญิงสาวเกรงสะท้านด้วยความเสียวซ่าน รู้สึกได้ถึงเนื้อหนักที่เสียดสีกันอย่างลึกล้ำ ยามที่ชายหนุ่มขยับกายเข้าและออกเป็นจังหวะกระชั้นถี่ ยามที่มือหนาลูบไล้อย่างหลงใหลตามเรือนร่างของตนเอง

ปลายนิ้วปลุกกระเซาตามจุดกระสันของเธออย่างทั่วถึง ยอดถันที่ชูชัน

เต่งตึงรับปลายนิ้วที่ช่ำชอง อุ้งมือที่บีบเคล้นอย่างหนักเบา ลมหายใจร้อนรุ่มหอบกระชั้นหนักขึ้นตามจังหวะขยับสะโพกหนา หญิงสาวเริ่มกระเด่งรับยิ่งทำให้ชายหนุ่มขยับจังหวะเร็วขึ้น

เสียงครางดังกระหึ่มสัมผัสของเขาเร้าร้อนและรุนแรง แต่เธอก็ไม่บ่นหรือร้องอะไรออกไป เสียงร้องของเธอมีแต่ครางกระเซ้าปลุกเร่าอารมณ์ของชายหนุ่มให้พุ่งพร่านกว่าเดิม แม้เจ็บปวดแค่ไหนเธอก็ยินดีมอบกายให้กับเขา จนถึงรุ่งสาง....

แสงแดดตอนสายสาดส่องมาที่เตียงนอนสองร่างเปลือยเปล่า กำลังเล่นบทรักกันอยู่อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ชายหนุ่มสางเมาเมื่อได้สัมผัสความอุ่นจากกายของหญิงสาว ตอนนี้ความปรารถนาของเขายังไม่อาจจะหยุดลงได้เลย

"อ๊ะ....อ๊ะ.....คุณเชน...เพลินไม่ไหวแล้ว" เสียงหญิงสาวร้องเรียกเมื่อ

ใกล้บรรลุจุดหมาย แต่เขายังไม่หยุดป้อนจังหวะรักให้กับเธอเขาลดจังหวะให้ช้าลง เพื่อยืดเวลาสุขสมของตัวเอง

"อ่ะ...คุณเชน...พอแล้ว...เพลินเหนื่อย...อ่ะ...." หญิงสาวอ้อนวอน เธอ

เริ่มไม่ไหวจริงๆ เธอเพิ่งหายป่วย แล้วยังต้องมารับศึกหนักจากเขา ทำไข้แทบกลับ ตัวของเธอร้อนผ่าว แต่ชายหนุ่มก็ยิ่งชอบเวลาที่ตัวของเธอร้อนแบบนี้ เมื่อปลุกอารมณ์เขาไปในตัว เขาไม่ยอมลดละ ยังคงส่งจังหวะต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน

"ไม่...ยังไม่พอ" เขาตอบเสียงหอบ พอๆ กับเธอ ชายหนุ่มก้มลงจูบดูดกลืนยอดอกของหญิงสาวอย่างรุนแรง

"แต่...เพลิน...อ่ะ...เพิ่ง....หายป่วยนะ.....อ๊ะ...." หญิงสาวไร้แรงที่จะต้านทาน ได้แต่บอกเขาทางปาก แม้เมื่อคืนจะเป็นความยินยอมพร้อมใจ แต่พอมากไปมันก็ไม่ไหวเหมือนกัน

"ไม่..ฉันยังต้องการเธออยู่" เขาพูดเรียบๆ เธอฟังแล้วใจหายวาบไม่นานเขาก็ทนความเสียงซ่านไว้ไม่ไหวเริ่มเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น

"อ๊ะ..อ่ะ.....อีก..แล้ว....อ่ะ...." ไม่นานสองร่างก็เกร็งกระตุกพร้อมกัน

หญิงสาวหายใจหอบอย่างหมดแรง แต่สำหรับเขามือเขายังคงลูบไล้ที่ตัวเธอไม่หยุดหย่อน เหมือนเห็นร่างของเธอเป็นยาปลุก Sex

"อย่า...ค่ะ..." เธอรีบห้ามเมื่อเห็นมือของเขาไม่หยุดสัมผัส แต่ก่อนที่เขา

จะเริ่มบทรักใหม่ก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พร้อมเสียงเรียก

// ก๊อกๆๆๆๆ //

"เชน...ๆ ตื่นรึยัง" เสียงของชินดังอยู่หน้าประตู

ชายหนุ่มถอนร่างออกจากตัวเธออย่างหงุดหงิด แล้วหยิบผ้าขนหนูมาใส่เดินไปเปิดประตู หญิงสาวรั้งผ้าห่มขึ้นมาห่อตัวเอาไว้

"เราต้องไปที่ไทยเดี๋ยวนี้" ชินเดินเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อน

"ทำไม" เชนพูดน้ำเสียงขัดใจ มองชินอย่างหงุดหงิด

"ไอ้วามันกำลังยึดอำนาจที่บริษัท มันรวมหัวกับอาคม พี่ชายของเพลิน"

"ว่าไงนะ" เชนแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินชายตามองดูหญิงสาวว่าได้ยินรึเปล่า

"พี่อาคมทำอะไรนะคะ" หญิงสาวได้ยินที่ทั้งสองพูดกันก็รีบเดินออกมา ชายหนุ่มสองคนมองหน้ากัน ชินไม่แปลกใจที่เห็นเพลินอยู่ที่นี่ เพราะมิกะส่ง

ข่าวมาแล้ว

"เธออยากกลับไทยไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวได้กลับสมใจแน่ ชินจองเที่ยวบินเลยฉันจะไปคืนนี้" เชนหันมาพูดกับเธอเสียงห้วนๆ ความรู้สึกวาบหวามที่

เกิดขึ้นเมื่อครู่เปลี่ยนไปในทันที

"พ่อบอกให้เราใช้วิธีที่ประนีประนอมที่สุด"

"พ่อยังเกรงใจมันอีกเหรอ พ่อนะพ่อ ไว้ใจคนผิด" เชนรีบไปอาบน้ำและไปทำงานทันที ส่วนชินก็ไปจัดการเรื่องการเดินทาง ปล่อยหญิงสาวให้งงกลับเหตุการณ์ไว้ภายในใจเธอดีใจที่จะได้กลับไปไทย

เวลา 22.00 น...........เพลินกำลังมองแสงไฟมากมายที่เปิดยามคำคืน ตอนนี้เธอกำลังอยู่บนเครื่องบินเพื่อกลับไทย หญิงสาวชะโงกหน้าโบกมือบ๊ายบายสนามบินของเกาหลี

"ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ" เชนเห็นท่าทางของหญิงสาวดีใจจนออกนอกหน้า

"ค่ะ ดีใจมาก" เธอหันกลับมาบอกเขาเสียงสดใสไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าได้กลับประเทศที่คุ้นเคย

"เธอไม่ได้กลับบ้านนะ เธอยังต้องอยู่กับฉันแล้วจะดีใจไปทำไม" คนใจร้ายยังคงพูดน้ำเสียงแข็งใส่ หงุดหงิดนักทำไมถึงดีใจที่จะได้กลับ ไม่อยากอยู่กับเขานักหรือไงกัน

"เพลินรู้ค่ะ เพลินแค่ดีใจที่จะได้ไปเจอที่ๆ เพลินเกิด อย่างน้อยเพลินก็รู้จักคนที่นี่ แต่อยู่ที่เกาหลี เพลินไม่รู้จักใครเลย เพลินเหงาคะ" หญิงสาวพูดน้ำเสียงเศร้าๆ หน้าถอดสี

"อยู่กับฉันแล้วยังเหงาอีกเหรอ" เชนหยั่งเสียงสูงอย่างมีความหมาย

"ก็คุณเชนทำงานนี้คะ ไม่ได้อยู่กับเพลินทั้งวันสักหน่อย" หญิงสาวพูดอย่างซื่อๆ

"พูดแบบนี้ อยากให้ฉันอยู่กับเธอทั้งวันใช่ไหม" เขาลุกขึ้นมายันแขนสองข้างไว้กับเบาะนั่งของเธอ

หญิงสาวแอ่นหลังติดที่นั่งไม่กล้าสบตา แต่เธอคิดว่าเขาไม่กล้าทำอะไรเธอบนเครื่อง เธอจึงค่อนข้างที่จะโล่งอก

"พูดจาน่ารักแบบนี้ ต้องให้รางวัล" ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหู

"อย่าค่ะ เดี๋ยวมีคนเห็น" หญิงสาวพูดเสียงสั่นๆ รู้สึกใจเต้นแรงกับท่าที

ของเขา

"ไม่เห็นยากเลย" เขาหยิบผ้าห่มมาห่มที่ตัวเธอแล้วทำทีเป็นโอบกอด หญิงสาวมองงงๆเขาหอมเธอที่แก้มนุ่มๆ ซอกคอใบหูเขาเม้มมันด้วยความหมั่น

เขี้ยว

"อย่าค่ะ เดี๋ยวเสียงดัง" หญิงสาวเริ่มหายใจหอบ อารมณ์ของเธอสามารถเกิดขึ้นได้โดยง่าย ถ้าชายหนุ่มสัมผัสถูกจุด

"นั้น... มันปัญหาของเธอ" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงกระเซ้า สายตาของเขาบ่งบอกถึงความปรารถนาในกายที่ถูกจุดโดยง่าย

หญิงสาวได้ยินแบบนั้นใจหายวาบ เชนทำตามที่เขาพูดเขาให้รางวัลแก่เธอเป็นรางวัลที่เร่าร้อนและเร้าใจที่สุด มือข้างที่โอบเธอล้วงเข้ามาในเสื้อของเธอรังเสื้อชั้นในของเธอให้อยู่เหนืออกบีบเคล้าอย่างมันมือ นิ้วเรียวเขี่ยยอดอกให้มันชูชันสู้มือเขาเธอหลับตาเม้มปากแน่นเพราะกลัวจะส่งเสียงแห่งความเร้าร้อนออกมาให้ใครได้ยิน

ยิ่งเขาเห็นท่าทางเธอแบบนั้นมันยิ่งทำให้เขารู้สึกอยากแกล้งปากของเขาไม่ได้อยู่เฉย เขาใช้ลิ้นนุ่มสัมผัสที่ซอกคอของเธออยู่ตลอดมืออีกข้างที่ว่างอยู่ตอนนี้มันกำลังล้วงเข้าไปในกระโปรงสีฟ้าของเธอสอดเข้าไปสัมผัสกับกลีบกุหลาบที่กำลังชุ่มฉ่ำ

กรีดนิ้วขึ้นลงเหมือนแกล้งลมหายใจของเธอหอบมากขึ้นเธอมองหน้า

เขาด้วยสายตาที่อ้อนวอนมันช่างน่ารักน่าหลงใหลเหลือเกินแก้มของเธอแดงด้วยอารมณ์ที่กำลังกระเจิดกระเจิง สองมือของเธอจิกแน่นไปที่เบาะนั่ง นิ้วเขาเริ่มสอดลึกลงไปในตัวของเธอ นิ้วเรียวเริ่มขยับเป็นจังหวะ

"ซบหน้าลงที่ไหล่ฉันซิ" เขากระซิบบอกเบา เธอทำตามอย่างว่าง่ายเขาเริ่มเร่งจังหวะ มือที่คลึงอยู่ที่ทรวงอก

ของเธอเริ่มแรงขึ้น เพราะไม่สามารถระบายความต้องการของตนเองได้ จึงระบายออกมาโดยการบีบเคล้นเธออย่างดุเดือด

ปากของเธอกัดแน่นที่ไหล่เขาเป็นการระบายความรู้สึกที่กำลังเร่งเร้าเธอ สะโพกของเธอเริ่มเครื่องไหวตามจังหวะนิ้วของเขา เขากอดเธอแน่นขึ้นเพื่อไม่ให้เธอออกอาการมากเกินไปไม่นานร่างของหญิงสาวก็เกร็งกระตุกเขาชักนิ้วออกมาแล้วชิมรสหวานที่ออกมาจากตัวเธอ จนนิ้วของเขาสะอาดเขามองมาที่เธอแล้วยิ้มให้

ภายในร่างกายของเธอปั่นป่วนเมื่อรสสัมผัสที่เขามอบให้เมื่อกี้มันยังลุกโชนอยู่อย่างไม่หยุดหยอนเธอยังมีความต้องการให้เขาสัมผัส

"คุณเชนคะ" หญิงสาวมองนิ้วเรียวของชายหนุ่มอย่างถวิลหาอีก

มากกว่าแค่ปลายนิ้วของชายหนุ่ม

"ว่าไง" ชายหนุ่มขยับตัวนั่งให้เข้าที่ไม่ได้สนใจเธอสักเท่าไรนัก

"เพลินรู้สึก...." หญิงสาวพูดไม่ถูก ความรู้สึกปั่นป่วนที่เกิดขึ้นภายใน

"รู้สึกยังไม่พอเหรอ" ชายหนุ่มหันไปมองเขาจับน้ำเสียงของเธอได้

หญิงสาวพยักหน้า เขาหันไปยิ้มอีกครั้ง

"สงสัยเธอจะติดเชื้อจากฉัน ไม่เป็นไรนะเด็กน้อย นอนซะเดี๋ยวมันจะหายไปเอง" เขาพูดอย่างอ่อนโยน หญิงสาวหลับตาลงเขาดึงร่างเธอให้พิงไหล่เขาแล้วโอบไว้ลมหายใจหอบของเธอค่อยๆ ช้าลง จนปกติ

เวลา 15.00 น..........ณ. สนามบินสุวรรณภูมิ กลุ่มคนที่มาจากเกาหลีพร้อมผู้ดูแลเดินออกมาท่ามกลางสายตาของคนจำนวนมากที่สนใจ การมาของพวกเขาเหมือนคนใหญ่คนโต

"เชนจะไปไหนก่อน ไปที่ทำงานเลยรึเปล่า" ชินเอ่ยถามจุดหมาย แต่

ปกติแล้วเชนจะไปทำงานก่อนแล้วค่อยกลับห้อง

"ยังของกลับคอนโดก่อน เดินทางมาเหนื่อยแล้ว" เขาบอกขณะประครองหญิงสาวที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลไปที่รถ

"พรุ่งนี้นายเตรียมข้อมูลว่าตอนนี้ไอ้วากับอาคมมันคิดทำอะไรบ้างมาให้ฉันที่ออฟฟิตด้วย แล้วก็หาคนที่พอจะไว้ใจได้มาคอยดูแลเพลินด้วยนะ ฉันไม่ไว้ใจใครที่นี่" ชายหนุ่มเป็นห่วงหญิงสาว เขากลัวว่าวาจะให้เธอเป็นเครื่องมือมาต่อรอกับเขา

"ได้" แล้วเขาก็แยกไปทำงานตามที่เชนสั่งส่วนเชนก็พาเพลินขึ้นรถกลับคอนโด การกระทำของพวกเขาถูกจับตามองโดยชายที่นายวาส่งให้มาสะกดรอยตาม

คอนโดของเชนที่ประเทศไทย เมื่อทั้งสองมาถึงคอนโด ชายหนุ่มก็โผเข้ากอดหญิงสาวอย่างหิวกระหายมือหนาถกเสื้อผ้าของเธอออกราวกับจะฉีกทึ้งออกจากร่างกาย

"เดี๋ยวคะ..." หญิงสาวรั้งกายของชายหนุ่มให้ออกห่าง

"รออะไรอีก เมื่อกี้เธอยังขอฉันอีกเลย" ใบหน้าของเขาซุกไซ้ สองมือของเขาปลดกระดุมเสื้อของตัวเองอย่างรีบร้อน เหมือนจะให้ทุกนาทีให้มีค่ามากที่สุดเพื่อที่จะสัมผัสเธอ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


None
โดย Anonymous | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha