พ่อเลี้ยงเหมราช

โดย: กนกรส มาศอุไร



ตอนที่ 9 : Ep9 : แต่ใคร่สวาทมิเคยลืม (จบบท)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สามารถโหลดซื้อนิยายได้แล้ววันนี้


พ่อเลี้ยงเหมราช
มาศอุไร
www.mebmarket.com
“คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับดิฉันก็พูดมาสิคะ มัวแต่ทำรุ่มร่ามอยู่นั่น แล้วเมื่อไหร่จะคุยกันรู้เรื่อง...” พูดแล้วจึงดันร่างเล็กกว่าถอยห่างออกจากอ้อมแขน หากแต่คนตัวใหญ่กลับรั้งมากอดไว้แนบแน่นกว่าเก่า “ผัวอยากจะชื่นใจเมีย มันรุ่มร่ามตรงไหนหึ...” “คุณเหม!...” ร่างน้อยผละห่างพร้อมช้อนสายตาจ้องมองเจ้าของตักอย่างฉงนในคำพูดของเขา ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยเรียกแทนตัวเองว่าผัวแล้วเรียกแทนเธอว่าเมีย ขนาดตอนร่วมรักกันเขายังไม่เคยหลุดปากพูดให้ได้ยินด้วยซ้ำ จะไม่ให้เธอตกใจได้ยังไง “ทำไม...หรือฉันพูดอะไรผิด ทำไมต้องทำหน้าเหมือนอย่างกับเห็นผีด้วยเล่า”“ก็คุณไม่เคยเรียกแทนตัวเองแบบนี้ แล้วอีกอย่างมันก็ไม่สมควร คุณเองก็รู้ว่าเพราะอะไร”*หากมีข้อผิดพลาดใดไรท์ต้องขออภัยด้วยนะคะ*




ข่าวการได้รับอุบัติเหตุของพ่อเลี้ยงคนดังแห่งไร่องุ่น สร้างความตกใจให้แก่บรรดาลูกน้องทั้งในไร่ของพ่อเลี้ยงเหมราชเอง แล้วยังเลยถึงไร่เพื่อนบ้าน อย่างไรพวงตะวัน

 กมลเนตรตื่นตกใจตอนได้ยินข่าว หญิงสาวรีบฉวยกุญแจรถโดยไม่ฟังเสียงห้ามของบิดา เธอเป็นห่วงพ่อเลี้ยงเหลือเกิน เมื่อข่าวที่ฟังมานั้น อาการเขาโคม่าเป็นตายเท่ากันห้าสิบห้าสิบ

“นั่นแกจะไปไหนหะ...ยัยเนตร”

“หนูจะไปเยี่ยมเหมสิคะพ่อ ถามออกมาได้” สาวเจ้าแหวบิดาเสียงเย็น ก่อนเดินหน้าบึ้งออกจากบ้านด้วยหัวใจร้อนรน

“พ่อไม่ให้แกไปนะ” พ่อเลี้ยงนัชลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ สาวเท้าเร็วพร้อมคำสั่งเด็ดขาด เขาสั่งห้ามกมลเนตรไปเยี่ยมไอ้คนไม่เป็นลูกผู้ชายพอ ไอ้พวกดีแต่ลักกินขโมยกิน ทำแบบนี้มันหยามน้ำหน้ากันชัดๆ

“หนูจะไปหาเหมค่ะ พ่อก็รู้ว่าห้ามหนูไม่ได้” ลูกสาวคนโตตะโกนบอก

 พ่อนะพ่อไม่รู้จะโมโหอะไรนักหนา กะอีแค่เรื่องเล็กน้อยแค่นั้น ใช่ว่าพ่อจะไม่รู้จักนิสัยของเธอมาก่อนเสียหน่อย ท่านก็รู้มาตลอด เรื่องทำนองนี้มันเข้าหูท่านออกบ่อยตอนที่เธอเรียนอยู่ต่างประเทศ

 เธอฟรีเซ็กส์ออกจะตายไม่รู้ท่านจะโมโหเหมราชทำไม กะอีเรื่องไม่เป็นเรื่องแท้ๆ

ไม่เห็นหัวสมัยใหม่เหมือนคุณปู่สักนิด ท่านออกจะชอบใจ ตอนได้ยินเธอกับเหมราชเผลอไผลจนเกิดมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน แม้จะเป็นเรื่องที่เธอกุขึ้นมาทั้งเพก็เถอะ แต่ก็มีประโยชน์ต่อเธอไม่น้อย

“แกจะแบกหน้าไปหามันอีกทำไม ดูท่ามันรึ ผ่านมาตั้งหลายวันแต่กลับไม่คิดจะโผล่หัวมาจัดการเรื่องงามหน้าที่มันทำไว้กับแกให้เป็นเรื่องเป็นราว ปล่อยหัวหงอกอย่างฉันต้องแบกความอับอายอยู่เพียงลำพัง ”

“พ่อจะอายทำไม ในเมื่อหนูเป็นคนเสียหาย หนูยังไม่รู้สึกอะไรสักนิด”

“ยายเนตร!นี่แก...”

 เสียงกร้าวตะเบ็งลั่นบ้าน เมื่อลูกสาวไม่คิดจะฟังคำห้ามปรามของตนสักคำ กมลเนตรสะบัดก้นก้าวขึ้นรถฉับ แล้วรีบสตาร์ทเครื่องเสียงกระหึม ขับออกนอกถนนจนฟุ้งตลบ

“นังลูกไม่รักดี ชอบเที่ยวเร่ไปให้มันหลอกกินฟรีอยู่เรื่อย อายุก็ไม่ใช่น้อย ทำตัวง่ายเสียขนาดนี้ใครมันจะมาคิดจริงจัง” พ่อเลี้ยงนัชฮึดฮัดหน้าดำหน้าแดง ก่อนท่านจะเดินลงน้ำหนัก กระแทกเท้าเดินขึ้นด้านบนบ้านพัก

เพราะรายต่อไปคือไอ้ลูกชายตัวดี เมื่อคืนมันหายหัวไปไหนมาทั้งคืน เพิ่งจะเดินโซเซกลับเข้าบ้านมาตอนไก่ขัน

ทำไมลูกแต่ละคนมันถึงไม่ได้ดั่งใจเลยวะ...

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพ่อเลี้ยงนัชยังรู้สึกเคืองขุ่นใจต่อพ่อเลี้ยงรุ่นน้องอย่างเหมราชไม่หาย มันบังอาจมารังแกลูกสาวคนงามของตนได้ลงคอ เขามองคนผิดไปจริงๆ คิดว่าเหมราชจะรักจริงหวังแต่งกับลูกสาวตนเองเสียอีก

ที่ไหนได้ มันแอบมากินตับลูกสาวตัวเองฟรีๆเสียได้ แถมหมอนั่นกลับไม่โผล่หัวขึ้นมาพูดคุยเจรจาให้เป็นเรื่องเป็นราว จะตบแต่งอย่างไรก็ว่ากันไปให้มันถูกต้อง

 ฝ่ายเขาเองก็คิดสนับสนุนเต็มที่ เคยกีดกั้นห้ามปรามไม่ให้คบหากันเสียที่ไหนมีแต่จะดีใจเสียไม่ว่า ไร่ใหญ่ทั้งสองไร่จะรวมตัวเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน

นี่คงคิดจะลักกินขโมยกินไปอีกนาน ถ้าหากไม่บังเอิญเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน ลูกสาวของตนคงถูกไอ้เหมมันหลอกฟันฟรีๆยันแก่ตายนู่นเลยละมั้ง...

 

 

อีกด้านทางโรงพยาบาลในตัวเมือง เหมรัช ฟ้ากระจ่างและรุ่งรดา ถูกเรียกตัวให้เข้าไปพูดคุยถึงอาการของเหมราชกับคุณหมอที่ให้การรักษา

 เมื่อชายหนุ่มนั้นได้พ้นขีดอันตรายเป็นที่เรียบร้อย แต่ยังคงต้องนอนในห้องฉุกเฉินเพื่อรอดูอาการโดยรวมต่ออีกสักวันก่อนย้ายเข้าห้องพิเศษ

รุ่งรดายังคงนั่งน้ำตาซึม เธอเงียบไม่ได้ออกความคิดเห็นตอนพูดคุยกับคุณหมอเจ้าของไข้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเหมรัชทั้งหมด

“หมอได้ทำการผ่าเอากระสุนที่ฝังอยู่ตรงหน้าอกด้านซ้ายออกให้แล้วนะครับ บาดแผลส่วนตรงนี้ไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับสมอง เนื่องจากแรงกระแทก ทำให้เกิดรอยร้าวทางสมองซีกขวายาวเกือบหนึ่งนิ้ว ซึ่งทางซีกส่วนนี้มันเกี่ยวโยงถึงด้านความทรงจำของคนไข้ หมอเกรงว่าคนไข้อาจจะความจำเสื่อม อาจจำเรื่องราวบางช่วงบางตอนไม่ได้สักระยะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องรอตรวจเช็คอย่างละเอียดดูอีกทีตอนคนไข้รู้สึกตัวแล้วนะครับ”

 คุณหมออธิบายด้วยสีหน้าดูสบายใจมากขึ้น เมื่อท่านสามารถยื้อชีวิตคนไข้จากเงื้อมมือมัจจุราชได้สำเร็จ ส่วนอาการที่เหลือนั้นไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไรมาก

“ถึงกับความจำเสื่อมเลยหรือคะ” ฟ้ากระจ่างยกมือทาบอก แววตาตื่นตระหนก

“ความเป็นไปได้มีสูงครับ แต่อย่างที่หมอบอก คงต้องรอจนกว่าคนไข้จะได้สติฟื้นตัวขึ้นมาเสียก่อน ทางเราถึงจะรู้อาการแน่ชัด คืนนี้พวกคุณก็กลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะนะครับ อย่างไรทางเราจะดูแลคนไข้เป็นอย่างดี”

“แต่รดาอยากอยู่เฝ้าคุณเหมที่นี่” สาวน้อยรีบแจ้งความต้องการ แต่กลับถูกคุณหมอใจดีห้ามขึ้นเสียงนุ่ม

“หมอขอแนะนำให้กลับไปอาบน้ำชำระร่างกายดีกว่านะครับ บนเสื้อผ้าของคุณมีแต่เลือดทั้งนั้น อีกทั้งหน้าตาก็ดูอิดโรย ควรได้รับการพักผ่อนเสียหน่อยนะ เดี๋ยวจะป่วยขึ้นมาอีกคน”

เหมรัชเห็นจริงตามนั้นเขาจึงเอ่ยสนับสนุนคุณหมออีกคน

“นั่นสิรดา กลับเข้าไร่กันก่อนดีกว่า ประเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพวกเราค่อยมาเยี่ยมพี่เหมกันแต่เช้าก็ได้ คืนนี้นั่งเฝ้าไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร พี่เหมคงหลับยาวเพราะฤทธิ์ยา ไม่แน่พรุ่งนี้ตอนเรามาพี่เหมคงรู้สึกตัวขึ้นมาพอดีก็ได้นะ”

 “ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะครับ อาการความจำเสื่อมของพ่อเลี้ยง มันจะเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นเองครับ” คุณหมอวัยกลางคนให้กำลังใจก่อนจะขอตัวเดินออกจากห้องฉุกเฉิน

และทันให้คนที่ยืนแอบฟังอยู่ด้านนอกหลบฉากได้ทันการณ์ ก่อนบานประตูจะถูกผลักออกมา สองมุมปากอิ่มยกขึ้นยิ้มร้าย เมื่อเธอนั้นวาดแผนการเจ้าเล่ห์บางอย่างเอาไว้ในใจ พ่อเลี้ยงเหมความจำเสื่อมก็ดี เธอจะได้จัดการเรื่องค้างคาได้อย่างสะดวกและง่ายดายมากยิ่งขึ้น

สวรรค์เข้าข้างเธออีกแล้วสินะหนนี้ สาวสวนในชุดเดรสสีเปลือกคุดส่งแววตามุ่งหมาย เธอจะถือเอาความโชคร้ายของชายหนุ่มมาเป็นความโชคดีของตัวเอง อยากมองไม่เห็นค่าในตัวเธอดีนัก คราวนี้ละ เหมราชต้องเป็นของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์...

“โธ่...คุณเหม!...”

 “อย่าห่วงพี่เหมเลยรดา พี่เหมปลอดภัยดีแล้ว รดาควรจะกลับไร่เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาหาพี่เหมกันแต่เช้าก็แล้วกันนะ”

เหมรัชแตะลำแขนเรียวที่เกาะกระจก ส่งสายตาเศร้าสร้อย พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มเพื่อเรียกสาวน้อยให้เดินออกจากห้องฉุกเฉิน ฟ้ากระจ่างเข้าประคองร่างน้อยให้ก้าวเดินออกจากห้องด้วยกัน

เธอเข้าใจความรู้สึกของรุ่งรดาดี เมื่อทั้งชีวิตของสาวน้อยแสนอาภัพผู้นี้นั้น มีความผูกพันกับเหมราชมากมายขนาดไหน...

 

 

“อืม...อูยยยย นายหมาย นายทำดีมาก...อ๊าห์”

 เสียงหวานครวญครางกระเส่า ปากบวมเจ่อเอ่ยชมไม่หยุดหย่อน เธอกระดกศีรษะขึ้นมองจุดเชื่อม เห็นดุ้นเอ็นร้ายกาจกำลังผลุบเข้าออกในร่องฉ่ำเยิ้ม จนทำให้เนื้อสีชมพูปลิ้นออกมาอย่างน่าขนลุกซู่

สมหมายเอาเธอมันถึงใจดีเหลือเกิน แรงกระแทกของมันทำเอาเธอสั่นเกร็ง เส้นเลือดทุกเส้นร้อนฉ่า

“ซี้ดดดด...แรงๆ กระเด้าลงมาอีก เอาฉันแรงๆ แรงอีก แรงกว่านี้” สาวน้อยที่หลงใหลในรสกามเอ่ยปากสั่งเสียงโหย เรือนร่างเธอไหวโยกตามแรงกระเด้าเข้าใส่

 เธอแอ่นหอยขึ้นรับแรงขย่ม ซูดปากซีดซาด ทั้งเสียวซ่านทั้งสะใจอย่าบอกใคร

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ...โอ้ย! ฉีกแล้วของฉันหมดแล้ว”

เพี้ยะ! เพี้ยะ!

สมหมายยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนยกมือหยาบฟาดเข้าใส่บนก้อนเนื้อนุ่มที่กระเด้งกระดอนตามแรงขยับโยกตัว จนเกิดรอยแดงซ่านในพริบตา ส่วนสะโพกนั้นจัดการระรัวขย่มเข้าใส่ไม่ยั้ง แรงมีเท่าไหร่สมหมายจัดการถวายดั่งคำเรียกร้องที่อีผู้หญิงร่านคนงามมันต้องการ

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ซี้ดดดด คุณหนูอย่าเพิ่งตอดผมนักสิครับ คุณหนูตอดผมแรงเหลือเกิน ผมเสียวดุ้น”

“หรือนายไม่ชอบล่ะ...” เธอกัดฟันส่งสายตายั่วตัณหา

“ชอบสิครับ แต่ผมกลัวน้ำจะแตกเสียก่อนพาคุณหนูขึ้นสวรรค์ได้สำเร็จ”

“นั่นก็รีบขย่มลงมาให้แรง ฉันจะรีบอาบน้ำออกไปทำธุระข้างนอก”  

“แค่นี้แรงพอหรือยังครับคุณหนู...โอ้ววว”

สมหมายลงน้ำหนักกดย้ำสะโพกลงกระแทก จนโหนกเนินกระทบกันเสียงดัง ปลั๊ก ปลั๊ก เตียงนอนขนาดคิงไซส์สะเทือนเลื่อนลั่นตามแรงกาย เพลิงรักร้อนแรงทำงานเข้าหากันเป็นจังหวะกระชั้น  

ก่อนพ่อหนุ่มแรงดีจะโน้มกายกำยำเข้าหา บดเบียดหน้าอกแกร่งเข้ากับสองลูกกลมโต พลางแนบกลีบปากร้อนป้อนรสจูบดูดดื่มเพิ่มความกระหายให้แก่คุณหนูคนสวยอย่างได้อารมณ์สวาทเพลิดเพลิน   

เช้านี้ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายออกไปทำธุระข้างนอกด้วยกันทั้งคู่ สบโอกาสเหมาะอย่างยิ่งที่เขาจะย่องขึ้นมาบนตึกใหญ่ได้สะดวก เนื่องจากเห็นข้อความบนหน้าจอมือถือ

นายหมายขึ้นมาหาฉันบนห้องหน่อย

ตอนอ่านข้อความ สมหมายบิดริมฝีปากหยามเหยียด โธ่เอ่ย! คงจะคันแต่เช้าละสิไม่ว่า ถึงได้เรียกหา ให้เขาเข้าไปช่วยเกาให้แต่เช้าตรู่ คุณหนูน่าโง่มันจะมีอะไรเรียกใช้เขามากว่าเรื่องอย่างว่า

ถ้าไม่เอากันในห้อง เขาคงต้องจอดรถเข้าทางเปลี่ยว เพื่อสนองตอบความร่านในตัวของอีนังคุณหนูใจแตกอีกตามเคย ในเมื่อมันต้องเป็นอย่างนี้แทบทุกครั้ง

 ดีหน่อยที่เอากี่ทีร่องสวาทของมันก็ยังคงฟิตเอามันสำหรับเขาเสมอ ไม่หลวมโครกตามการใช้งานหนักหน่วงเป็นเวลาเนิ่นนานหลายปี

สมหมายนึกดูแคล้นอีผู้ดีทำตัวสูงส่ง ต่อหน้าทำตัวน่ารักอ่อนหวาน ใครจะรู้เบื้องหลัง ผู้หญิงคนนี้พกจิตใจต่ำทรามเอาไว้มากมายแค่ไหน

 โดยไม่ลืมกดข้อความตอบรับ และไม่นานเกินสิบนาทีเห็นจะได้ เขาก็สามารถทะลวงเข้าใส่ในเรือนกายขาวผ่องที่นอนอ้าขารอบนเตียงนอน เขาจับอีคุณหนูหัวสูงมากระแทกความเสียวเข้าใส่อย่างไม่ยั้งแรง มันเร่งให้เขาทำเวลาเพราะต้องรีบออกไปจัดการธุระด่วน...

 

 

ผ่านมาอีกสองวัน พ่อเลี้ยงเหมราชก็ยังไม่รู้สึกตัว คุณหมอบอกว่าเกิดจากสาเหตุที่ร่างกายของคนไข้ได้รับความบอบช้ำจากแรงกระแทกรุนแรง ยาที่ให้จึงมีผลทำให้ร่างกายนั้นอ่อนเพลีย ทำให้คนไข้รู้สึกตัวช้า แต่อาการโดยรวมนั้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

 คุณรัชมีงานด่วนต้องรีบลงกรุงเทพฯอีกครั้ง แต่รอบนี้ชายหนุ่มเดินทางเพียงลำพัง ทิ้งภรรยาสุดสวยไว้อยู่เป็นเพื่อนหลานสาวนอกไส้ ด้วยทั้งยังรู้สึกเป็นห่วงอาการของพี่ชายและยังไม่อยากทิ้งรุ่งรดาให้อยู่เพียงคนเดียว 

สาวน้อยรีบยกมือเกลี่ยน้ำตาทิ้งตอนมันเริ่มเอ่อเกือบล้นตรงหัวตา แล้วรีบกะพริบตาให้ถี่ขึ้น เพื่อกล้ำกลืนน้ำตาที่กำลังจะไหลให้กลับสู่ที่เดิม ก่อนถอนหายใจแรง กักเก็บความเสียใจเอาไว้ข้างในอย่างที่เคยทำเสมอมา

“ฉันจะเฝ้าสามีของฉันเอง เธอจะออกไปไหนก็ไปเสียทีเถอะ ฉันเห็นหน้าเธอทีไร รู้สึกเกะกะลูกตาชะมัด”

 นี่นับเป็นครั้งแรกที่คุณเนตรเปิดเผยความต้องการอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าเธอ โดยเลิกเสแสร้งแกล้งทำเป็นรักและเอ็นดู เจ้าตัวคงเห็นว่าคุณเหมไม่ได้สติ จึงกล้าทำเช่นนั้น

ดวงตางดงามกำลังทอดมองสายน้ำใสในสระบัวของทางโรงพยาบาลอย่างเศร้าสร้อย หัวใจดวงน้อยเจ็บลึกกับคำว่าสามี ที่ดังออกจากปากของกมลเนตร มันทำให้เธอได้แต่นึกสมเพชเวทนาตัวเองยิ่งนัก

แล้วเธอล่ะ อยู่ในสถานะไหนสำหรับเขา! นางบำเรอ หรือสิ่งของที่เขาเอาไว้ใช้ระบายสันดานของผู้ชายเข้าใส่ยามเมื่อต้องการ

 รุ่งรดาถอนหายใจทิ้งอีกครั้ง ยามนึกถึงคำพูดของผู้หญิงคนนั้น คุณเนตรพูดออกมาแบบนี้มันก็ถูกต้องแล้วนี่ เธอเป็นคนอื่นสำหรับเขาสองคน ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่เสนอหน้า เกะกะเป็นก้างขวางคอ เพราะมันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยสักนิด ฝืนอยู่ต่อก็รังแต่จะทำหน้าไม่ถูกอึดอัดใจเสียเปล่าๆ ในเมื่อคนที่เหมราชสมควรต้องได้เห็นหน้าก่อนเป็นคนแรกยามเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา ก็คือคนที่เขารัก และรวมถึงในอนาคตต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ไม่ใช่นางบำเรอหรือเด็กสาวที่เขาโยนเศษเงินรับเอาไว้อุปถัมภ์เพื่อเอาบุญเช่นเธอ

รุ่งรดายืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่สักพักก่อนได้ยินเสียงหวานดังแทรกขึ้นมาทางด้านหลัง เธอสะดุ้งเล็กน้อยตอนได้ยินเสียงนั่น

“ตายแล้วรดา! ลงมานั่งทำอะไรข้างล่างนี้ล่ะจ๊ะ” ฟ้ากระจ่างขมวดคิ้วมุ่น

“ว่าไงรดา ลงมาทำอะไรข้างล่าง”

 สาวสวยใบหน้าจิ้มลิ้มถามซ้ำ เร่งฝีเท้าให้เดินตรงปรี่เข้ามาหาสาวน้อย เนื่องจากตอนที่เธอเดินลงมาซื้อของกินด้านล่าง เธอเดินสวนเข้ากับกมลเนตร ลูกสาวของไร่เพื่อนบ้านพี่สามี ซึ่งส่วนตัวนั้นเธอรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับแม่นั่นสักเท่าไหร่

ผู้หญิงอะไรอ่อยผู้ชายจนน่าเกลียด...

“ปล่อยให้แม่นั่นอยู่เฝ้าพี่เหมได้ยังไง รดาไม่รู้หรือ แม่นั่นเป็นตัวอันตรายสำหรับพี่เหมมากแค่ไหนเรื่องคราวก่อนยังไม่ทันได้สะสาง ประเดี๋ยวเถอะ แม่นั่นได้สร้างเรื่องใหม่ขึ้นมาอีกจนได้...”

ฟ้ากระจ่างถามขึ้นเสียงเข้ม สีหน้าหวานงอหงิกลงอย่างคนไม่ปิดบังความรู้สึกข้างใน เธอไม่ชอบก็แสดงออกมาโต้งๆ ไม่คิดรักษามารยาทสำหรับคนที่ไม่สมควรรักษา

“เอ่อ...รดาแค่...” คนถูกขับไล่ให้กระเด็นออกมานึกคิดหาคำพูด

“พอๆ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแหละ พี่พอจะเข้าใจอะไรแล้ว”

คำพูดที่กำลังนึกจะพูดมีอันต้องกลืนกลับเข้าลงคอ เมื่อถูกคนอาบน้ำร้อนมาก่อนซึ่งมองปราดเดียวก็พอจะรู้อะไรเป็นอะไร กางมือขึ้นห้าม ก่อนฟ้ากระจ่างจะคว้าเรียวแขนเสลา จับลากแม่คนจิตใจดีให้เดินตามกลับขึ้นไปยังห้องพักฟื้น ปากอิ่มนั้นยังคงบ่นอุบตามประสาคนไม่ชอบอะไรก็พูดกันออกมาตรงๆจนตลอดทางเดิน นึกหวั่นใจตงิด อาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาก็ได้ ถ้าหากว่าพี่เหมดันฟื้นคืนสติตอนอยู่เพียงลำพังกับแม่ร้อยเล่ห์นั่น...

และทันทีที่ประตูถูกผลักเข้ามา สองสายตาที่กำลังมองสบกันอยู่อย่างลึกซึ้งจำเป็นต้องเลื่อนหันมองยังสองสาวที่เดินเคียงข้างกันเข้ามาภายในห้องพักฟื้น

รุ่งรดายิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นพ่อเลี้ยงฟื้นคืนสติขึ้นมาเสียที

เธอกำลังจะโผเข้าไปหาเขาด้วยหัวใจโหยหาห่วงใย แต่ทว่าสองขามีอันต้องรีบหยุดชะงักอยู่กับที่ในบัดดล เมื่อสายตากลมโตดันโฟกัสไปยังมือของสองคนนั้น กำลังประสานจับกันไว้อย่างแน่นแฟ้น

เธอรีบดึงสติและสั่งห้ามตัวเองให้ถอยห่างออกมาจากเขาทั้งสองคน

ส่วนคนไข้ที่เพิ่งรู้สึกตัวได้สักพักย่นหัวคิ้วเข้มมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ ด้วยสมองยังรู้สึกมึนงง ร่างกายร้าวระบม ขยับแต่ละทีเหมือนมันกำลังจะฉีกขาดออกจากกันเป็นสองท่อนก็ว่าได้

 หัวเขาก็ปวดตุบตุบ จำอะไรไม่ได้สักอย่างเดียว

 เขาจำไม่ได้ว่าเธอสองคนนั้นเป็นใคร เหมือนกับไม่รู้ว่าผู้หญิงคนที่คว้าเอามือเขาไปกอบกุมไว้เป็นใครเหมือนกัน จนเมื่อเจ้าหล่อนบอกว่าเป็นคนรักของเขาที่กำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่ช้า แต่ทำไมเขากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลยสักนิดนะ

ช่างต่างจากเด็กสาวที่หน้าตางดงามคนนั้น คนที่กำลังจับจ้องมองมาทางเขาด้วยดวงตาเศร้าสร้อย เจ้าหล่อนกลับทำให้ร่างกายของเขารู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมากะทันหัน

มันแปลก...

“ใคร!...”

ริมฝีปากแตกระแหงขยับขึ้นถาม หัวคิ้วยาวยังคงย่นเข้าหากันจนเกิดปม กมลเนตรแอบชักสีหน้าไม่พอใจตอนเห็นแม่สองสาวตัวยุ่งกลับเข้ามาเร็วเหลือเกิน แต่ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยเธอก็เป็นคนแรกที่เหมราชลืมตาขึ้นมาเห็น

และที่สำคัญแผนการที่วางเอาไว้ มันเข้าทางเธออย่างสวยงาม

ฟ้ากระจ่างเม้มกลีบปากสวย ตวัดสายตาไม่พอใจมองตอบโต้ลูกสาวไร่พวงตะวัน นึกขัดใจตัวเองเหลือเกิน ทำไมพี่เหมต้องมารู้สึกตัวตอนอยู่กับแม่นี่ตามลำพังด้วยก็ไม่รู้ แม่นี่ยิ่งเจ้าแผนการจะตาย

 ดูอย่างล่าสุดสิ ถึงกับลงทุนไล่ปล้ำผู้ชายเพื่อให้เขามาแต่งงานด้วย ผู้หญิงมียางที่ไหนเขากล้าทำกันบ้าง

เธอไม่ได้โง่พอจะหลงเชื่อว่าพี่เหมมีอะไรกับกมลเนตรตอนสามีเล่าให้ฟัง ได้แต่นึกสมเพชในใจเสียมากกว่า

ชิส์...ฟ้ากระจ่างกลอกตามองบน ก่อนฉีกยิ้มกว้างให้กับคนไข้บนเตียง ซึ่งกำลังจ้องมายังเธอทั้งสองคนอย่างรอคอยคำตอบ...

“พี่เหมฟื้นแล้ว...คือเราสองคนเป็น...”

 เธอกำลังจะเอ่ยปากแนะนำตัวเองว่าตนเองเป็นใครและสาวน้อยข้างกายเธอเป็นใครกับพี่สามี  แต่ทว่าคุณหมอเจ้าของไข้ท่านผลักบานประตูเข้ามาเสียก่อน หญิงสาวจึงทำได้เพียงดึงมือเล็กของสาวน้อยมากุมไว้พลางส่ายหัว

เนื่องจากสิ่งที่คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้า เป็นดั่งคำที่คุณหมอท่านแจ้งเอาไว้เสียด้วย เหมราชคงความจำเสื่อมชั่วขณะสินะ ถึงถามว่าเธอสองคนเป็น ใคร?

 “สวัสดีค่ะคุณลุงหมอ...” สองสาวหันไปยกมือไหว้พร้อมกับหลีกทางให้ท่านเดินนำหน้ามายังเตียงคนไข้

“ช่วงนี้ต้องพักผ่อนเยอะๆนะครับพ่อเลี้ยง อย่าเพิ่งใช้ความคิดอะไรมาก มันจะส่งผลให้คุณรู้สึกปวดหัวขึ้นมาได้” คุณลุงหมออธิบายถึงอาการของคนไข้โดยละเอียด พร้อมด้วยการตรวจเช็คร่างกายอีกรอบก่อนท่านจะขอตัวกลับออกไป

ฟ้ากระจ่างฉวยเอาร่างเล็กมายืนข้างเตียงคนป่วยทันทีเมื่อประตูปิดสนิท ก่อนเอ่ยแนะนำตัวเธอว่าเป็นใคร และรุ่งรดาเป็นใครโดยที่เบียดเอาแม่คนจอมเสนอหน้ากระเด็นถอยห่าง กมลเนตรเม้มริมฝีปากแน่น นึกขัดใจจนอยากจะกรี๊ดเสียงเข้าใส่ แต่ต้องแสร้งทำเป็นยืนยิ้มหวาน แต่ก็ยังแอบตวัดสายตาเกรี้ยวกราดมองค้อนแม่สองสาวตัวดีอย่างคาดโทษ

คอยดูเถอะถ้าเธอได้แต่งงานกับเหมราชเมื่อไหร่ แม่จะเฉดหัวแม่นี่ให้ออกจากไร่ทันทีเลยละ เธอจะไม่ขอทนอยู่กับมารหัวใจเด็ดขาด หรือไม่ก็ให้หริมันลากไปจัดการตามแต่ใจของมัน เห็นคั่วกันมานานไม่เห็นมันจะกินตับแม่นี่สักที

สายตาคมกริบที่เริ่มมีแสงประกายขึ้นมาเล็กน้อย เอาแต่จับจ้องสาวน้อยที่น้องสะใภ้เขาแนะนำว่าเป็นใคร เจ้าหล่อนมีสีหน้าเรียบนิ่งออกไปทางเฉยชาจนเขารู้สึกไม่พอใจ ทำไมเขาต้องรู้สึกแบบนั้นด้วยก็ไม่รู้ ในเมื่อเจ้าหล่อนก็แค่เด็กในบ้านของเขาเท่านั้น จะมีดีหน่อยก็ตรงที่เขาอุปการะไว้ตั้งแต่เด็ก วางสถานะเจ้าหล่อนไว้เป็นหลานสาว แต่ใจเขากลับรู้สึกเหมือนมันต้องมีความสัมพันธ์อะไรลึกซึ้งมากกว่านั้น แต่เขาคิดไม่ออก...

“วันนี้เนตรจะอยู่เฝ้าเหมเองนะคะ”

 คนถูกกันให้อยู่ด้านนอกจนดูเหมือนหลุดเฟรมไปนานเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียงหวานหยด เจ้าหล่อนพาเอาร่างอวบอิ่มเดินแทรกเข้ามาข้างเตียง พลางจับมือชายหนุ่มขึ้นมากุมเอาไว้พร้อมส่งยิ้มร่า

เหมราชเลิกคิ้วมองเล็กน้อยก่อนถอนหายใจหนัก

“ผมอยากให้เด็กคนนี้เฝ้า” เขาเบี่ยงสายตามายังรุ่งรดา จับจ้องร่างอรชรนั้นแทบจะกลืนกินเลยก็ว่าได้ ฟ้ากระจ่างเกือบหลุดขำ ส่วนคนเสนอเฝ้าไข้ถึงกับหน้าชาไปไม่เป็นเลยทีเดียว

 กมลเนตรชักสีหน้าไม่พอใจ แต่เพียงเดี๋ยวเดียวเท่านั้น เธอรีบปรับสีหน้าให้ดูเป็นปรกติ พลางเชิดหน้าขึ้นสูงแล้วพูดรำพันออกมา

“ทำไมล่ะคะเหม หรือกลัวเนตรจะเหนื่อย โธ่...ทำไมคุณช่างแสนดีกับเนตรอย่างนี่นะที่รัก”

 คนหาทางออกให้ตัวเองอย่างสวยหรูพูดจาเข้าข้างตัวเองอย่างหน้าไม่อาย รุ่งรดากะพริบตาปริบตามคำพูดของกมลเนตร ฟ้ากระจ่างเองก็ถึงกับเบะปากออกแต่ไม่อยากพูดขัดอะไร ได้แต่แอบคิดในใจ

มีแบบนี้ด้วยเหรอคนเรา สีข้างคงถลอกปอกเปิกหมดแล้วมั้งนั้น ก่อนหญิงสาวจะเดินฉวยเอาของที่เธอซื้อขึ้นมา เดินเข้าไปล้างในห้องน้ำ สุดทนจะมองผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายแล้วจริงๆตอนนี้...

“นั้นพรุ่งนี้เช้าเนตรจะรีบมาหานะคะ คุณต้องพักผ่อนให้มากๆ เราจะได้รีบ...เอ่อ” เธอหยุดพูดก่อนส่งสายตาเยาะหยันไปยังหอกข้างแคร่

“จัดงานสำคัญสำหรับสองไร่เรายังไงล่ะค่ะ พรุ่งนี้คุณพ่อของเนตรท่านคงมาเยี่ยมคุณด้วย วันนี้ท่านติดธุระมาไม่ได้จริงๆ”

พ่อเลี้ยงเหมยังมึนงงเกินกว่าจะสนใจรับรู้อะไรทั้งสิ้น ตอนนี้สายตาและความรู้สึกของเขามีเพียงแต่สาวน้อยคนนี้คนเดียวเท่านั้น ที่อยากให้เธออยู่ชิดใกล้ไม่ห่าง หัวใจเขาโหยหาอยากสัมผัสเธอ แต่เขาต้องหักห้ามใจ

“เนตรว่า...”

“มานี่หน่อย” เหมราชดึงฝ่ามือตนเองออกจากการเกาะกุมของหญิงสาวที่บอกว่าเป็นคนรักของเขาอย่างไร้เยื่อใย ก่อนคว้าหมับเอาข้อมือเล็กกระตุกบังคับให้เธอนั่งลงยังเก้าอี้ข้างเตียง แล้วยกมากุมไว้ตรงหน้าอกด้านซ้ายพร้อมสบตาอ่อนหวานโดยอัตโนมัติ

รุ่งรดารู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวหัวใจเหี่ยวเฉาเริ่มผลิบาน

กมลเนตรอ้าปากเหวอ คิ้วเรียวยาวย่นยู่ ใบหน้าสวยงอหงิกเป็นจวักตักน้ำ ดวงตาตบแต่งมาอย่างสวยวาววับจับจ้องการกระทำของชายหนุ่ม ด้วยความรู้สึกเหมือนถูกเหมราชตบหน้าแล้วจับมากระทืบซ้ำจนสะบักสะบอม เขาไม่แคร์ความรู้สึกของเธอสักนิด ทำเหมือนเธอเป็นเพียงอากาศธาตุอีกต่างหาก ทั้งที่เธอก็ประกาศตัวเป็นคนรักของเขาแท้ๆ เขายังไม่คิดสนใจ

นี่ขนาดว่าเขาความจำเขาเสื่อม เขายังกล้าแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ ขืนปล่อยเอาไว้จนความจำเขากลับคืนมา เธอไม่ชวดเขาให้อีนังเด็กไร้บ้านคนนี้หรือไง

“เหมคะ...”

“ผมง่วงอยากนอนพัก คุณเองก็กลับไปพักผ่อนเถอะ...” เหมราชตวาดเสียงแห้งก่อนหลับตาลงเพื่อตัดบท

ฟ้ากระจ่างชะโงกหน้าออกมาจากห้องน้ำก่อนผลุบเข้าไปใหม่เมื่อเธอเห็นสาวน้อยนั่งอยู่ข้างเตียงพี่ชายของสามี

กมลเนตรหายใจแรงก่อนสะบัดหน้าพรืด

“นั้นเนตรกลับแล้วนะคะ” เธอเอ่ยลาเสียงแข็ง พร้อมลงน้ำหนักส้นเท้าเดินปึงปันออกจากห้องคนป่วย พกพาเอาหัวใจร้อนรุ่มกลับออกไปด้วย ได้แต่นึกก่นด่าชายหนุ่มอยู่ในใจสารพัด แต่ถึงเขาจะร้ายกาจใส่เธอแค่ไหน เธอก็ยังรักและต้องการเขามาเป็นสามีอยู่ดี...

 

 

ตลอดระยะเวลาทั้งวันหลังจากเหมราชฟื้นสติขึ้นมา เขาก็นอนหลับต่ออีกยาว

เลยมาจนถึงช่วงค่ำ โดยข้างเตียงคนไข้มีร่างน้อยแสนอวบอิ่มนั่งเฝ้าให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง ส่วนฟ้ากระจ่างปลีกตัวขอกลับบ้านของตน เนื่องจากทางโรงพยาบาลอนุญาตให้นอนเฝ้าไข้ได้เพียงคนเดียว

 และแน่นอนคนที่พ่อเลี้ยงร้องขอให้เฝ้าอาการ ก่อนเขาจะหลับด้วยฤทธิ์ยาอีกครั้ง

 คือสาวน้อยที่ทำให้ร่างกายเขาตื่นเต้นโดยไร้สาเหตุตลอดเวลาที่ได้เห็นหน้าของเจ้าหล่อน เขางุ่นง่าน ต้องการ แต่ด้วยสภาพร่างกายยังเจ็บหนัก อีกทั้งตัวยาที่ทานเข้าไปเพื่อรักษาอาการมันมีผลข้างเคียงคือทำให้เขาหลับยาว เลยพอช่วยระงับอาการฟุ้งซ่านที่เป็นได้หน่อย จนเมื่อเขาตื่นมาครั้งล่าสุดแล้วเห็นสาวน้อยนอนหมอบหลับอยู่ข้างกายตัวเองเข้า

 บางสิ่งในตัวมันเลยตื่นเพลิน กระตุ้นอารมณ์ใฝ่ต่ำให้เขาอยากคลอเคลียแนบสนิทเนื้อนางขาวลออ และเขาจะไม่ฝืนทนอีกต่อไป

เขาปล่อยให้เธอหลับได้สักพัก ก่อนมีนางพยาบาลเข้ามาตรวจอาการ เลยพลอยทำให้สาวน้อยผู้น่าใคร่ตื่นขึ้นมาด้วย

เจ้าหล่อนขอตัวเลี่ยงเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว เป็นช่วงเวลาสบโอกาสงาม ทำให้พ่อเลี้ยงแห่งไร่องุ่นสอบถามบางอย่างแก่นางพยาบาลที่ทำหน้าที่เฝ้าอาการเขาค่ำคืนนี้ ก่อนเจ้าตัวจะกลับออกไปและสาวน้อยของเขาเดินพ้นจากประตูห้องน้ำออกมาด้านนอกพอดี  

            “มานั่งบนนี้...ชื่ออะไรนะ รดา รดาใช่ไหม”

 เสียงแหบแห้งร้องสั่งให้สาวน้อยเดินขึ้นมานั่งบนเตียงเดียวกันกับเขา หลังจากที่เขาใช้ให้นางพยาบาลพยุงร่างหนาของตนลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง โดยใช้หมอนหนุนประคองแผ่นหลังเพื่อรองรับน้ำหนักไว้อีกทาง เพื่อลดอาการเจ็บตามร่างกาย ด้วยแผลจากการผ่ากระสุนยังรู้สึกตรึงและยังเจ็บอยู่เล็กน้อยนั่นเอง

            “ค่ะ...ดิฉันชื่อรดา” รุ่งรดาพยักหน้ายืนยันแต่ไม่ยอมเดินเข้าไปนั่งยังที่เขาบอก ด้วยเกรงว่านั่งบนนั้นคงไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่

เลยทำให้คนไข้เริ่มย่นหัวคิ้วดกหนา เขม้นสายตาหงุดหงิดมองร่างอิ่มที่ไม่ยอมทำตาม อาการง่วงด้วยฤทธิ์ยานั้นไม่หลงเหลือ เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาก หลังจากที่นอนพักเต็มอิ่มมาตลอดทั้งวัน และตอนนี้เขาอยากพูดคุยกับคนเฝ้าไข้เนื้อหอมฟุ้งเสียมากกว่า ไอ้อาการตื่นตัวมันจะได้ทุเลาลงเสียที

“มาสิจะยืนบื้ออยู่ทำไมตรงนั้น...”

“แต่ว่า...เอ่อ...” รุ่งรดายังลังเลที่จะปีนขึ้นไปนั่งบนเตียงคนไข้ เมื่อรู้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะจะมาทำอะไรที่มันดูประเจิดประเจ้อ ระหว่างชายกับหญิง  

“เถอะน่า...อีกนานเป็นชั่วโมงกว่านางพยาบาลจะเข้ามาตรวจอาการของฉันอีกรอบ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ ขึ้นมานั่งใกล้ๆฉันนี่มา”

รุ่งรดาเลิกคิ้วมุ่น แอบนึกสงสัย เหมราชรู้ได้ยังไงว่าอีกเป็นชั่วโมงกว่านางพยาบาลจะเข้ามาตรวจ หรืออาจเป็นเพราะพี่นางพยาบาลบอกเขาไว้

“คุยตรงนี้ก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องให้รดาขึ้นไปนั่งบนเตียงนั้นเลย” สาวน้อยเม้มปากอิ่มส่ายหน้าปฏิเสธ รู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจคนเพิ่งฟื้นตัวสักเท่าไหร่ สังเกตจากสายตาพราวระยับ เขาดูไม่เหมือนคนเจ็บหนักที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาเลยสักนิด ออกไปในทางหื่นเสียมากกว่าด้วยซ้ำ

“ฉันสั่งอะไรก็ต้องทำตาม อย่าทำเป็นเรื่องมากนักจะได้ไหม รำคาญ...”

 เสียงเข้มนั้นเรียกสายตาสาวน้อยให้เบิกกว้าง ทำไมวันนี้เขาดูเป็นคนเจ้าอารมณ์จัง ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พ่อเลี้ยงเหมของเธอนิสัยส่วนตัวออกจะเป็นคนสุขุมพูดน้อย จะมีเพียงไม่กี่ครั้งนักหรอกที่เธอจะเป็นเขาใส่อารมณ์ฉุนเฉียวกับใคร

“แต่คุณยังเจ็บอยู่นะคะ ขืนถ้ารดาขึ้นไปนั่งเบียดบนเตียงเดียวกัน รดากลัวว่าอาจจะ...”

“ขึ้นมา!สิโว้ย” คนเจ้าอารมณ์ตวาดเสียงเขียว ใบหน้าคมคายดุดันขึ้นจนรุ่งรดาสะดุ้ง รีบกระวีกระวาดปีนขึ้นไปนั่งตรงที่เขาตบมือลง โดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา หัวใจเต้นรัวเป็นกลองเพลด้วยรู้สึกกลัวชายหนุ่มยิ่งนัก

“ก็แค่นี้ ทำเป็นโยกโย้เรื่องมากอยู่ได้ มันน่ารำคาญ”

เหมราชชักหัวเสียกับความดื้อดึง พอสาวน้อยยอมทำตาม เขาจึงไม่รอช้ารั้งสะโพกมนเบียดเข้าหาลำตัว แล้วรวบร่างเล็กเข้ามากอดไว้อย่างหลวมๆ ก่อนทำในสิ่งที่รุ่งรดาตกใจเกือบสิ้นสติ เมื่อเขาประกบปากหยักหนากระแทกจูบเข้าหา พร้อมแลกลิ้นอย่างดุเดือดไม่ให้เธอตั้งตัว

เหมราชเร่งลงมือทำในสิ่งที่ความรู้สึกโหยหามันเรียกร้อง ถึงแม้ร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยมากนักก็ตาม แต่ความอยากมันไม่เข้าใครออกใครเสียด้วยในตอนนี้

รุ่งรดาตกใจกับการกระทำจาบจ้วงของพ่อเลี้ยง ทว่าเธอไม่กล้าขัดขืนเขามาก ยอมโอนอ่อนให้กับเขา ปล่อยให้เขาได้ลิ้มลองรสชาติจากปากอิ่มของเธออย่างเต็มที่ ลำแขนเสลาตกลู่อยู่ข้างลำตัว ด้วยกลัวมือไม้เธอจะปัดไปถูกบาดแผลของเขาเข้า พร้อมกับแหงนเงยใบหน้าสวยแลกลิ้นกับเขาอย่างจำใจด้วยรสสวาทหวานหอม

“อืมมมมม....” คนกลัดมันครางยาวด้วยความพึงพอใจในรสชาติโพรงปากอิ่ม เขากัดกินกลีบปากนุ่มนิ่มก่อนตวัดปลายลิ้นเกลี่ยหาความหวานเข้ามาสู่ภายในโพรงปากของตัวเอง สองร่างค่อยๆแนบชิด ปล่อยให้อารมณ์ราคะเป็นตัวนำทาง

เหมราชลูบไล้เรือนร่างนุ่มนิ่ม ถึงบางจุดจึงหยุดมือเพื่อบีบเคล้นลงน้ำหนัก ก่อนจะค่อยๆเลื่อนลงมาถึงด้านล่าง เขาตลบกระโปรงบานขึ้นสูงก่อนที่จะลากปลายนิ้วสัมผัสความเรียบลื่นตรงช่วงขาขาว

“อุ้ย! คุณเหม อย่าค่ะ”

แต่ก่อนที่รุ่งรดาจะเตลิดด้วยรสจูบไปไกล สาวน้อยมีอันต้องส่งเสียงร้องห้าม ก่อนผละห่างจากรสจูบปากคอสั่น เธอปัดมือเขาออกจากเรียวขาเมื่อเขาพยายามจะลวนลามด้วยการลูบฝ่ามือร้อนผ่าวผ่านสัมผัสขึ้นมาจนถึงแหล่งอุดมความสาวของเธอ แล้วล้วงมือผ่านกระโปรงผ้าขึ้นมาเกือบถึงขอบกางเกงชั้นในลายลูกไม้สีหวาน

 เธอรู้สึกร้อนวูบวาบเสียวสะท้านตรงช่องท้องกะทันหัน น้ำหวานค่อยๆซึมผ่านกลางกลีบผกาจนเปียกแฉะ หัวใจที่เต้นเป็นกลองเพลชักเต้นระทึกครึกโครม เธอไม่คิดว่าเหมราชจะกล้าทำเรื่องน่าอายในโรงพยาบาลได้ ทั้งที่เขายังเจ็บหนักอยู่แท้ๆ

“นั่งนิ่งๆสิ ฉันแค่จับไม่ได้คิดจะทำอะไรมากกว่านี้หรอกน่า ดิ้นมากๆมันเจ็บแผลรู้ไหม” เขายังเจ็บแผลตรงแถวหน้าอก แต่ด้วยความต้องการทางร่างกายมันเรียกร้อง เขาเลยสู้อดทนอดกลั้นทนความเจ็บนั้นไว้ เพื่อตอบสนองความปรารถนาซ่อนเร้นภายในร่างกาย เมื่อไอ้ลูกชายตัวดีมันรู้สึกคึกคักจนเขาทรมาน

“ถ้าเจ็บแผลก็นอนพักสิคะ นั่งนานๆแผลจะยิ่งระบมเอาได้”

“ก็ช่างหัวแผลมันปะไร ฉันยังไม่อยากนอนตอนนี้ อยากทำอย่างอื่นกับเธอมากกว่า” คำพูดบวกกับสายตากรุ้มกริ่มของเขาสื่อความหมายชัดเจน รุ่งรดาสะเทิ้นอายจนต้องรีบเอียงใบหน้าหนีสายตาเจ้าชู้ ไม่ต้องบอกว่าอย่างอื่นของเขานั้นหมายถึงอะไร เมื่อเขาแสดงความต้องการออกมาเสียโจ่งแจ้งออกปานนั้น

“แต่เดี๋ยวใครเข้ามาเห็นมันจะดูไม่ดีเอานะคะ”

 รุ่งรดาให้เหตุผลแล้วยึดมือปลาหมึกเขาไว้ ก่อนมันจะมุดหายเข้าสู่ถ้ำสวาท แค่นี้เธอก็อ่อนปวกเปียกกลายเป็นขี้ผึ้งรนไฟพ่ายแพ้ให้แก่ความรัญจวนที่เขาก่อขึ้นอีกตามเคย

“ไม่ดีแล้วไง ใครสนใจละ ฉันจะเอาเธอซะอย่าง”

ว่าพลางหยักไหล่ เพราะแน่ใจอีกเป็นชั่วโมงทีเดียวกว่านางพยาบาลเวรจะเข้ามาตรวจเช็คอาการเขา เนื่องจากเจ้าหล่อนบอกเขาไว้ก่อนออกจากห้องพักฟื้น และห้องนี้เป็นห้องพิเศษซึ่งกำหนดเวลาเยี่ยมไข้เอาไว้ชัดเจน และประการสำคัญเขาได้สั่งห้ามรบกวนเวลาพักผ่อน โดยการฝากบอกผ่านนางพยาบาลรายนั้นเป็นที่เรียบร้อย แล้วจะมีใครกล้าโผล่เข้ามาในห้องนี้

“พ่อเลี้ยงพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า” สาวน้อยผงะร่างถอยห่าง พลางจ้องสายตาคมกริบแสนเจ้าเล่ห์ไม่กะพริบ เขากำลังเจ็บหนัก ยังจะมาหมกมุ่นแต่กับเรื่องบนเตียง สมองเขาไม่ได้แค่เสื่อมเท่านั้น แต่รู้สึกยังจะทำให้คิดแต่เรื่องใต้สะดืออีกด้วย

“ก็ฉันจะเอาเธอ มันผิดตรงไหน” คนเอาแต่ใจค้านเสียงเข้มจ้องสายตาหวานนั้นตอบโต้ ก็คนมันอยากจนจะคลั่งตายอยู่แล้ว เรื่องถูกผิดเขาไม่สนใจหรอก ขอได้ปลดปล่อยกับเรือนร่างอวบอิ่มนี้เป็นพอ

แผลจะฉีกจะขาดเอาไว้ค่อยรักษาก็ได้

“ก็เพราะว่าคุณยังเจ็บอยู่นะสิคะ แล้วที่นี่ก็ในโรงพยาบาล คุณจะทำเรื่องเอ่อ อย่างว่าได้ยังไง แล้วรดาก็อายด้วย...” คนอายก้มหน้างุด พวงแก้มนวลปลั่งรู้สึกร้อนผ่าว เลยถูกปลายจมูกโด่งกดเข้าหา สูดเอาความหอมน่าฟัดเข้าไว้เต็มปอด

“หึ...ตื่นเต้นดีออก” คนหน้าหนากระซิบเสียงพร่าข้างหูสวย

เหมราชยอมให้สาวน้อยจับยึดมือตัวเองไว้ตรงโคนขาอ่อน ยังไม่คิดบุกรุกพื้นที่สงวน เพราะอยากสอบถามบางอย่างถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจ้าหล่อนให้แน่ใจเสียก่อน

 เขาแน่ใจถึงแม้จะยังจำอะไรไม่ได้ เขากับแม่สาวน้อยน่าฟัดคนนี้ต้องมีความสัมพันธ์พิเศษต่อกันแน่นอน และไม่ได้เป็นแค่ลุงกับหลานธรรมดา แต่มันต้องมีอะไรสักอย่างที่มันดีต่อหัวใจและอาการตอบสนองทางร่างกายของเขา...

 

******************


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha