พิษเสน่หา

โดย: รัศมีจันทรา



ตอนที่ 1 : บทที่ 1


ตอนต่อไป

            ฉันไปทำอะไรให้คุณไว้ ทำไมถึงต้องมาอยู่ที่นี่กับคุณ”

            อีฟเดินไปนั่งลงปลายเตียงด้วยสีหน้าท่าทางถอดใจและหมดหวัง เธอคงไม่มีทางหนีไปจากที่นี่ได้ ว่ายน้ำก็ไม่เป็น ถ้าเขาไม่ยอมใจอ่อน คงไม่มีทาง

            “ทำไมคุณถึงทำเหมือนผมเป็นคนแปลกหน้าอย่างนั้น จำเรื่องของเราไม่ได้แล้วเหรอ?”

            ชายหนุ่มเดินตามไม่ยอมห่าง เขาจะไม่ยอมห่างจากเธออีกแล้ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม

            “เรื่องของเรา? นี่คุณกำลังพูดถึงอะไร”

            หญิงสาวขมวดคิ้วถาม น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยถามนั้นทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความจริงจัง เขาไม่ได้กำลังพูดเล่น

            เอวาขมวดคิ้วจ้องหญิงสาวเขม็ง ท่าทางที่อีฟแสดงออก เขาสัมผัสไม่ได้ถึงความคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ ทำไมเธอลืมเขาได้ขนาดนี้

            “ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่า.... ตอนนี้คุณตกอยู่ใต้อาณัติผม”

            “ให้ตายเถอะ คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอ”

            “ผมไม่ได้บ้า สักวันคุณจะรู้ว่าผมทำไปเพื่ออะไร”

            “เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ฉัน... ฉันไม่สามารถอยู่ร่วมห้องเดียวกับคนแปลกหน้าได้”

            “เมื่อคืนไม่เห็นคุณบ่นสักคำ เรายัง....”

            เอวาเดินเข้าไปประชิดสาวน้อยที่นั่งอยู่ปลายเตียง อีฟแหงนหน้ามาเขาอย่างหาญกล้า ไม่มีใครได้เห็นความอ่อนแอของเธอง่ายๆ หรอกนะ โดยเฉพาะคนแปลกหน้าอย่างเขา

            “อะไร! ฉันไม่เชื่อคำพูดคุณหรอกนะ”

            “แล้วไม่สงสัยหน่อยเหรอ ว่าทำไมคุณได้ใส่ชุดนี้?”

            อีฟรีบก้มลงมองสำรวจชุดที่ตัวเองใส่ ให้ตายเถอะ เมื่อวานเธอไม่ได้ใส่ชุดนี้นี่

            เสื้อกล้ามสีขาวตัวเล็กๆ กางเกงขายาวลายสก็อตถ้าให้เดา ก็คงจะเป็นกางเกงของเขา ให้ตายเถอะ นี่เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอจำอะไรไม่ได้เลย

            “นี่คุณ...”

            หญิงสาวพูดแทบไม่ออก หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ หรือว่าเขาลักหลับ?

            “เอาล่ะ ถ้าเมื่อคืนคุณจำไม่ได้ ผมจะช่วยเตือนความจำเอง...”

            ชายหนุ่มยกมือทั้งสองข้างประครองไหล่บอบบาง ขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมแป๋วของเธอราวกับกำลังร่ายมนต์สะกด

            “อย่ามาทะลึ่งนะ!”

            หญิงสาวแหวออกมาอย่างยากเย็น เมื่อเขาใช้แรงผลักไหล่ทั้งสองข้างบังคับให้เธอนอนราบลงไปกับที่นอน

            “อย่าดื้อน่า...”

            น้ำเสียงของเขาแหบพร่าราวร่ายมนต์สะกด เธอไม่ปฏิเสธเลยว่าเสน่ห์ของเขายากจะต่อต้าน แต่จะให้เขาย่ำยีได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก

            “อย่านะ... ไอ้บ้า!”

            เอวาไม่สนคำประท้วงใดๆ ขณะเอนลำตัวลงไปแนบชิดกับร่างอรชรที่ถูกบังคับให้นอนราบอยู่

            อกอวบอิ่มที่กระเพื่อมตามจังหวะการหายใจเข้าออกสัมผัสกับอกแกร่งกว้างนั้น ทำเอาชายหนุ่มผู้หิวกระหายขนลุกซู่ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายสาวทำให้เขาน้ำลายสอ

            “ดูคุณกลัวๆ นะ อีฟ...”

            “คะ... ใครกลัว ฉันไม่กลัวคนอย่างคุณหรอกนะ!”

            ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าไปหาดวงหน้าหวานพริ้มทันทีที่ได้ยินเธอพูดแบบนั้น

            “แน่ใจ...”

            เขาถามประชิดเรียวปากอวบอิ่ม ขณะสูดดมเอากลิ่นหอมๆ นั้นเข้าไปเต็มปอด

            “อื้อ!”

            อีฟส่งเสียงประท้วงเมื่อเขาทำท่าจะเข้าไปจูบ หญิงสาวเบี่ยงใบหน้าหนี ทำให้ริมฝีปากร้ายกาจพลาดลงไปประทับลงต้นคอระหงแทน

            นั่นยิ่งทำให้เอวากระหาย ทำแบบนี้มันจงใจยั่วกันชัดๆ แล้วเรื่องอะไรที่เขาต้องปล่อยให้ตัวเองทนทรมานกับความแข็งขืนเล่า

            ริมฝีปากร้อนผ่าวที่ฝังลงต้นคอระหงเคลื่อนต่ำลงมาตามเนินอกอวบ หญิงสาวหายใจหอบแรง ทว่าร่างกายกลับอ่อนเปลี้ยไร้แรงต่อต้าน

            ใบหน้าหวานพริ้มแหงนขึ้นฟ้าราวกับสุขสมกับสัมผัสร้อนผ่าว ทว่านั่นมันเป็นอาการที่ไม่สามารถควบคุมได้

            “เคลิ้มเลยนะ...”

            เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นทำให้หญิงสาวเบิกตาโพลง ให้ตายเถอะ ทำไมถึงปล่อยตัวไปกับอารมณ์บ้าๆ แบบนี้ได้นะ

            “ไอ้บ้า!”

            มือน้อยผลักกออกแกร่งออกไปสุดแรง และมันก็ได้ผลดีเสียด้วย แต่หารู้ไม่ว่า เขาแค่จงใจปล่อยเธอไปเท่านั้น เพราะยังไม่อยากทำอะไรเกินเลย แม้จะทรมานปางตายก็ตามที

            ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นตรง ทว่ายังคงคร่อมร่างอรชรเอาไว้อยู่ ราวกับไม่อยากห่างเรือนกายอันแสนยั่วยวนไปไกล

            “ปล่อยฉันสิ...”

            หญิงสาวประท้วงขึ้นอีกเมื่อตัวเองยังไม่เป็นอิสระ แต่ทำไมหัวใจต้องเต้นแรงอย่างนั้นด้วยเล่า และน่าแปลกไปกว่านั้น เธอไม่รู้สึกถึงอันตรายใดๆ จากเขา รู้สึกเพียงความเสน่หาและรังสีความเร่าร้อนที่ส่งผ่านสายตาคมกริบคู่นั้นมา

            “แล้วพอจะจำเรื่องเมื่อคืนได้รึยัง?”

            ดูเหมือนเอวาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ จนกว่าจะได้คำตอบที่น่าพอใจ

            “จะให้ฉันจำอะไรได้ล่ะ!”

            “คิดสิ”

            “ฉันก็บอกไปตามความจริงแล้วไง!”

            หญิงสาวเสียงสั่นขณะพูด เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนของเขาที่ดันเป้ากางเกงออกมาเสียดสีกับต้นขาเรียวงามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จะว่าเธอลามกก็ไม่ใช่ มันคือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้น

            “ฉันไม่รู้จริงๆ ฉันก็บอกคุณเท่าที่ฉันจำได้... แต่ตอนนี้ คุณลงไปก่อนได้มั้ย”

            อีฟเอ่ยปากบอกให้เขาลงจากการคร่อมตนได้แล้ว ไม่อย่างนั้นมันคงไม่จบแค่นี้แน่

            “อ้าว ก็นึกว่าชอบซะอีก”

            เอวากระตุกยิ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆ ลงไปยืนด้วยความรู้สึกแสนเสียดาย แต่ยังไงเสีย เขาก็ไม่อยากหักหาญน้ำใจเธอตอนนี้ วันไหนที่เธอดื้อเกินเยียวยา ก็อาจจะต้องจำเป็นใช้มันเพื่อสั่งสอนให้เข็ดหลาบ

            “อย่ามาพูดจาพล่อยๆ!”

            เสียงหวานรีบสวนกลับ ขณะตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากเตียง ขืนนอนอยู่แบบนั้น ไม่รู้ว่าจะโดนคนหื่นกามนั่นคุกคามเมื่อไหร่

            “หึ!”

            ชายหนุ่มไม่สนใจคำด่าทอนั่น ก่อนจะหมุนตัวเดินจากเธอไป เพราะถ้าขืนยังอยู่แบบนี้ ก็ไม่อาจรับปากได้ว่า จะทนไม่ทำอะไรสาวน้อยปากเก่งได้รึเปล่า

            “นั่นคุณจะไปไหน?”

            อีฟรีบถาม เมื่อแอบหวังว่าเขาอาจจะรำคาญตนแล้วยอมปล่อยกลับบ้าน

            “ไปดูข้างนอก”

            คำตอบของเขาทำให้ความหวังอีฟดับวูบ ทว่า ก็ยังไม่ยอมลดละความพยายาม

            “พาฉันกลับเข้าฝั่งเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

            “หุบปากไปเถอะคุณ ผมรำคาญ!”

            พูดจบแค่นั้น ร่างสูงๆ ก็แทรกตัวออกไปจากห้อง ปล่อยให้หญิงสาวนั่งหน้างอ

            “รำคาญอย่างนั้นเหรอ!”

            เธอรู้สึกไม่พอใจนักที่เขาพูดแบบนั้น ถ้ารำคาญจริงก็ปล่อยกันไปสิ

            เอ๊ะ! หรือมุกนี้จะใช้ได้ผล ทำให้เขารำคาญมากๆ จะได้ยอมปล่อยเธอไปยังไงล่ะ...


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha