พิษรักพิศวาสมาร

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 1 : ผิดที่ผิดห้องผิดเตียง


ตอนต่อไป

บทที่ ๑ ผิดที่ผิดห้องผิดเตียง

            “ไชโย! ไชโย! ไชโย!”

            เสียงร้องกึกก้องดังทั่วห้องแกรนด์บอลรูมซึ่งถูกตกแต่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานระหว่าง ไอร์ อิศรา เดชากุล และ พัฒน์ ภิพัฒน์ อภิมหานิกุล ทุกคนต่างร่วมความแสดงยินดีอย่างเนืองแน่น ภายในห้องกว้างขวางจึงดูแคบลงถนัดตา มองไปทางไหนทุกคนก็ยิ้มแย้มมีความสุขกับงานวิวาห์ในครั้งนี้ พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายต่างปลื้มปริ่มกับการรอคอยยาวนานถึงสี่ปีเต็ม

            “ขอให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมีความสุขที่สุดในค่ำคืนนี้ เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวโชว์หน่อยครับ

            เสียงเชียร์ยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่คนรักเก่าที่กำลังนั่งมองอยู่อีกฟากฝั่งกลับไม่ยินดียินร้ายเลยสักนิด คีย์รินทร์ยกแก้วบรั่นดีชั้นยอดกระดกเข้าสู่ลำคอแข็งราวกับมันถูกเคลือบด้วยทองแดง

            “จูบ! จูบ! จูบ!”

            เสียงเรียกร้องจากกองเชียร์ดังขึ้นเป็นระยะไม่ขาดสาย สิ้นเสียงที่โห่ดัง เจ้าบ่าวรูปหล่อก็คว้าเจ้าสาวคนสวยมาจูบอย่างดูดดื่ม เนิ่นนาน ทุกคนจึงล้วนอิจฉาตาร้อนผ่าวกันทั้งหญิงและชาย แต่คนดื่มเหล้าเหมือนน้ำเปล่าเลือกเบือนหน้าหล่อๆ หนีภาพบาดตาบาดใจ พลางยกแก้วบรั่นดีกลืนลงคอแก้วแล้วแก้วเล่า

            “เฮ้ย! ไอ้คีย์เบาๆ หน่อยสิวะ!” เสียงนรวิทย์ดังขึ้น

นรวิทย์หรือไอ้วิทย์เป็นเจ้าของฟาร์มมุกเหมือนกับคีย์รินทร์แต่อยู่คนละฟากฝั่ง การประกอบธุรกิจนั้นเป็นแบบพึ่งพาอาศัยกันทั้งสองฝ่าย จึงไม่มีเรื่องบาดหมางหากแต่ความสัมพันธ์นั้นกลับเหนียวแน่นด้วยมิตรภาพของคำว่าเพื่อน

            “เบาๆ หน่อย ไอ้คีย์ แกจะดื่มทำไมนักหนา นั่นมันเหล้านะไม่ใช่น้ำเปล่า

            เสียง เฟร์นานโด ราน์ฟ ยอเรนเต้ดังขึ้นมาอีกคน งานแต่งงานครั้งนี้ราน์ฟและแพรวาบินตรงมาจากอิตาลีเพื่อมาร่วมเป็นสักขีพยานงานในแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ของไอร์ เพื่อนรักของภรรยาแสนสวย

            “พวกแกเงียบไปเลย ฉันจะดื่ม ดื่มให้สาแก่ใจ

            คีย์รินทร์ไม่สนใจคำเตือนของเพื่อนรักทั้งสองคนสักนิด ชายหนุ่มเลือกหันไปมองยังเวทีที่มีพิธีจูบกันอย่างดูดดื่ม ภาพที่เห็นทำให้ต้องคว้าเหล้าอีกแก้วมาเทลงคอ

            “พี่คีย์คะ น้องแพรว่าพอก่อนเถอะนะคะ น้องแพรขอร้อง

            แพรวาคว้าแก้วเหล้าของคีย์รินทร์มาก่อนใคร เพราะไม่อยากเห็นคีย์รินทร์ตกอยู่ในสภาพน่าเวทนา เรื่องนี้ไม่อยากโทษให้เป็นความผิดของใคร ทุกคนต่างเจ็บปวดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ไอร์ก็เจ็บที่เห็นคีย์รินทร์เศร้า ส่วนคีย์รินทร์ก็เจ็บจนเป็นเรื้อรังยากแก่การรักษาให้หายขาด

            “ครับ ถ้าน้องแพรขอ พี่ก็จะเลิกดื่ม

            พี่ชายที่แสนดีปล่อยตัวเองลงกับพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง

เอ้า! ไอ้เพื่อนเวร ทีฉันพูดปากจะฉีกถึงรูหูแกกลับไม่ใส่ใจจะฟัง พอคุณภรรยาที่น่ารักของคุณราน์ฟพูดมาประโยคเดียวแกกลับปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

นรวิทย์ส่ายหน้าอย่างระอาใจเพราะเขาพูดจนไม่รู้จะพูดยังไง ไอ้คีย์รินทร์เพื่อนรักไม่ฟังเลยสักนิด ปล่อยให้เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเหมือนเสียงกระบือโอดครวญ

            “แกเงียบไปเลยไอ้วิทย์ ฉันเชื่อน้องสาวของฉันคนเดียว

            คีย์รินทร์ออกฤทธิ์เดชทันตายิ่งนัก นรวิทย์จึงหันไปมองราน์ฟอย่างระอาใจ เอากับมันเถอะ!

            “เออ ฉันขอให้แกเจอผู้หญิงที่จะปราบแกได้อีกคน นอกจากคุณแพรวา

            เพื่อนรักอวยพรยิ้มๆ แต่คนฟังหน้าตาขึงขังขึ้นทันที

            “ไม่มีทาง! แกจำไว้ ว่าคนอย่างฉันจะไม่มีวันรักใคร ผู้หญิงไม่มีค่าพอที่ฉันจะรักอีกต่อไป!”

            คนเจ็บปวดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที สีหน้า แววตา ท่าทาง ดูน่ากลัวยิ่งนัก ประกาศกร้าวว่าต่อจากนี้ไปหัวใจที่เจ็บช้ำจะไม่มอบให้กับหญิงใดต่อไปอีก

            “แกจะไปไหนไอ้คีย์

            นรวิทย์ถามอีกครั้งเมื่อเห็นเพื่อนรักกำลังจะก้าวเดิน

            “ฉันจะกลับเกาะมุกสวรรค์ โชคดีนะทุกคน

            กล่าวลาแค่นั้นก็ออกจากห้องจัดงานแต่งงานทันที ทำเอานรวิทย์ต้องส่ายหน้าจนหัวจะหลุดออกจากบ่า ส่วนราน์ฟกับแพรวาทำหน้าเศร้าใจอย่างที่สุด

คนไม่ยินดียินร้ายกับพิธีแต่งงานหรู ก้าวออกจากสถานที่ที่ตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับตัวเอง ก่อนจะขึ้นรถของโรมแรมแล้วสั่งให้ไปส่งที่ท่าเรือยอช์ตขนาดใหญ่ที่เป็นของเจ้าตัวโดยตรง พอรถของโรงแรมจอดสนิท ก็ไม่ลืมควักแบงค์พันให้กับคนขับรถเป็นการตอบแทนน้ำใจ

            “ไอ้หมึก! ไอ้หมึก!”

            ตะโกนเรียกคนงานหนุ่มดังสนั่นทั่วท่าเรือ

            “มาแล้วครับ

            นายหมึกวิ่งมาอย่างรวดเร็ว ก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยข้างทางยังไม่ทันได้กินเนื้อหมูเลยสักชิ้น เสียงผู้เป็นนายก็ดังสนั่นจนต้องวิ่งแจ้นออกจากร้านแทบไม่ทัน

            “ออกเรือ ฉันจะกลับเกาะ

            คีย์รินทร์สั่งเสร็จ ก็ก้าวขึ้นเรือยอช์ตที่ทอดสมออยู่ริมท่า

            “คุณคีย์ไม่เข้าพักที่โรงแรมก่อนเหรอครับ นี่มันก็ดึกมากแล้ว อีกอย่างคลื่นทะเลก็แปรปรวน

            นายหมึกตะโกนตามหลังทันที คลื่นลมแรงขนาดนี้ออกเรือไปจะลำบากเป็นที่สุด คีย์รินทร์ก็ทราบดีแต่เหตุใดถึงไม่ยอมฟังสักนิด แถมยังก้าวขึ้นเรือไปนั่งแท่นคนขับหน้าตาเฉย

            “ถ้าแกอยากอยู่ก็อยู่คนเดียว ส่วนฉันจะกลับตอนนี้และเดี๋ยวนี้

            พูดยังไม่ทันขาดคำ ชายหนุ่มก็ถอนสมอเปิดกุญแจสตาร์ตเตรียมออกเรือทันที

            “ไปก็ไป เป็นไงเป็นกันครับ!”

            เสียงคนงานหนุ่มบ่นให้ได้ยิน ก่อนจะวิ่งขึ้นเรือลำหรูแทบไม่ทัน ขึ้นไปยังไม่ทันได้นั่งสักนิด เจ้านายบังเกิดเกล้าก็กระชากความเร็วของเรือยอช์ตลำหรูพุ่งทะยานสู่ทะเลกว้าง คนงานหนุ่มจึงล้มก้นกระแทก เรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมาได้ไม่นานคนขับก็ปิดกุญแจ ก้าวมายืนใกล้ๆ ก่อนเสียงซึมๆ จะดังขึ้น

            “ไอ้หมึก แกไปขับเรือหน่อย ฉันเบื่อ แล้วไม่ต้องขับเร็วนะไปเรื่อยๆ หรือไม่ก็จอดสักชั่วโมงค่อยไปต่อก็ได้

            สั่งเสร็จก็นั่งลงกับพื้น เสื้อเชิ้ตราคาแพงถูกถอดออกจากร่างบึกบึน ส่งผลให้ท่อนบนของคีย์รินทร์เปลือยเปล่า อวดกล้ามหน้าท้องเป็นมัดๆ หมึกจึงเอาแต่มองอย่างอิจฉา ส่วนคนมีร่างกายกระชากใจสาวเลือกนอนแผ่หลาอยู่กลางลำเรือแล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้าในรอบปี

            “โธ่เว้ย! บัดซบที่สุด!”

            นอนไปได้ไม่นานก็ตวาดเสียงดังสนั่น หมึกตัวสั่นงันงกทันที อยู่ๆ เจ้านายก็แหกปากออกมาไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียง ทำเอาตาเบิกโต แต่ถึงอย่างไรก็เลือกอยู่นิ่งๆ แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายได้นอนพัก กระทั่งเห็นว่าหลับไปนั่นแหละถึงได้ออกเรือ

 

            หมึกขับต่อไปอีกร่วมสองชั่วโมงก็ตะโกนบอก

            “คุณคีย์ครับถึงเกาะแล้วครับ

            “อืม

            ตอบรับแค่นั้นก็จัดการกับสติสตางค์ที่หลุดหายออกจากร่าง สะบัดศีรษะไล่ความง่วงที่คุกคามกับร่างกายให้หลุดออกไปได้บ้างเล็กน้อย ก่อนจะพาร่างกายอันบึกบึนที่ยังหนักอึ้งก้าวลงจากเรือยอช์ตลำหรู

            “ให้ผมไปส่งไหมครับ

            นายหมึกถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มเดินโซซัดโซเซลงจากเรือ คีย์รินทร์เมาเหล้าหรือเมาเรือกันแน่ ไม่น่าจะใช่สักอย่างเพราะระดับเจ้านายหนุ่มแล้วเทพเจ้ายังเรียกพี่ สงสัยจะเมารักครั้งเก่าของคุณไอร์ ก็บอกแล้วว่าอย่าไปก็ไม่ยอมฟัง กลับมาสภาพก็เลยเป็นแบบนี้ คนงานหนุ่มแสนจะเหนื่อยใจ

            “ไม่ต้อง! ฉันไปเองได้ บ้านก็บ้านของฉัน ฉันไม่ลืมหรอกว่าไปทางไหน

หันไปตวาดใส่เสร็จ คนกลับบ้านเองได้ก็เดินหน้ามุ่งตรงไปยังท้ายเกาะที่เป็นจุดตั้งเรือนหอรอคนรักนับสี่ปีแต่คนรักที่ถูกเลือกกลับไม่เคยย่างก้าวเข้ามาบริเวณนี้เลยสักนิด แถมเพิ่งแต่งงานไปหมาดๆ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ป่านนี้คงเข้าหอกับเจ้าบ่าวของเธอจนหวานฉ่ำ

            “เดินดีๆ นะครับ คุณคีย์

            เสียงลูกน้องยังคงดังไล่หลังตามมาติดๆ เมื่อมองไปยังเบื้องหน้าที่ไร้ความสว่างจากไฟฟ้า มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเป็นแสงนำทางเท่านั้น

            “อืม...ไปนอนได้แล้วก่อนที่แกจะไม่ได้นอน

            พูดแค่นั้นคนดื่มหนักก็เดินโซซัดโซเซตรงไปยังท้ายเกาะอย่างเคยชิน ก้าวมาได้สักพักโทรศัพท์ก็ส่งเสียงกรีดร้องให้รำคาญขึ้นมา แต่เมื่อเห็นเป็นเบอร์ของเพื่อนรักอย่างนายราน์ฟก็กดรับอย่างรวดเร็ว

            “ว่าไง ราน์ฟ

            “น้องแพรเองค่ะ พี่คีย์

            เสียงน้องสาวดังขึ้น ก็เป็นเรื่องปกติที่แพรวาคนสวยเป็นกังวลกับความรู้สึกของพี่ชายคนใหม่จนต้องกดโทรศัพท์มาหายามดึกเพราะเมื่อตอนงานเลี้ยงชายหนุ่มหุนหันพลันแล่นกลับไปก่อน

            “ว่าไงครับ น้องแพร

            คีย์รินทร์ถามปลายสายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ผู้หญิงบนโลกใบนี้คงจะมีแค่แพรวาลูกสาวมาเฟียใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่คีย์รินทร์ถนอมคำพูดคำจาให้ดีที่สุด ไม่เคยแสดงความแข็งกร้าวให้ได้ยินได้ฟังเลยสักครั้ง

            “พี่คีย์อยู่ไหนคะ? น้องแพรเป็นห่วง

            แพรวาแสดงความเป็นห่วงอย่างมากที่สุด จะไม่ให้เป็นห่วงได้อย่างไร งานแต่งงานที่เกิดขึ้นคงมีผลกระทบต่อจิตใจของพี่ชายไม่น้อย

            “พี่มาถึงเกาะแล้วครับ ปลอดภัยครบสามสิบสอง

            “อย่าพูดเล่นสิคะ น้องแพรกับคุณราน์ฟเป็นกังวลจริงๆเสียงแพรวาเหนื่อยล้าเหลือเกิน

            “ครับ พี่ไม่เป็นไร ดึกแล้วไปพักผ่อนเถอะ ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย

            เมื่อได้ฟังน้ำเสียงที่ไม่ดีดังมาตามสาย พี่ชายก็รีบเปลี่ยนเรื่องในทันที เพราะไม่อยากให้แพรวาต้องเป็นกังวลไปด้วยอีกคน อย่าให้ความทุกข์ของเขามีส่วนทำให้อีกฝ่ายต้องไม่สบายใจเลย

            “ค่ะ พี่คีย์ก็ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ พี่คีย์ยังมีคุณราน์ฟและน้องแพร

            “จ๊ะน้องรัก พี่ไม่เป็นไร ฝันดีนะครับ

            หลังจากคุยโทรศัพท์กับน้องสาวสุดที่รักเสร็จ คีย์รินทร์ก็เดินมาถึงท้ายเกาะอย่างปลอดภัย ก็แน่ล่ะเขาหอบหัวใจที่เจ็บช้ำมาอยู่ที่นี่ตั้งหลายปี ทุกตารางนิ้วของเกาะเขาย่อมรู้จักดีไม่แพ้ใคร

คนที่ยืนยันนั่งยันว่าตัวเองไม่เมาก้าวเข้ามาภายในบ้านหรือที่เรียกว่าเรือนหอม่ายนายหญิงอย่างเคยชิน แต่วันนี้สมองคงทำงานหนักเกินไปถึงได้เดินไปผิดทิศผิดทาง ห้องคีย์รินทร์อยู่ทางปีกขวาของเรือนหอ แต่ปีกซ้ายพ่อเมฆาขอเป็นดินแดนของหลานสาวคนสวยที่เพิ่งกลับมาจากสิงคโปร์ ซึ่งทั้งสองพ่อลูกก็ต้องลับฝีปากกันอยู่หลายวัน จนคนเป็นลูกต้องยกธงขาวยินยอมให้มีบุคคลที่สองเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย หากแต่ว่าคนที่เข้ามาอยู่ใหม่ไม่ใช่หญิงงามที่มองยามใดหัวใจกระตุก เขาก็คงไม่ต้องมองไปยังฝั่งซ้ายของเรือนหอเหมือนนรกบนดิน

ปกติถ้าหากมีสติครบถ้วนคีย์รินทร์ไม่เคยเฉียดกายเข้ามาใกล้บริเวณปีกซ้ายเลยสักนิด ผู้หญิงไม่มีความจริงใจเลยสักคน หน้าไหว้หลังหลอกกันทั้งนั้น คนมีความหลังจึงไม่เฉียดกายเข้ามาให้ระเคืองตาระเคืองใจ เคยประกาศไว้เลยว่าปีกซ้ายคือสถานที่ต้องห้ามที่เขาจะไม่มีวันมาเหยียบ

แต่วันนี้สมองคงเลอะเลือนเพราะฤทธิ์สุราหรือพิษรักที่ชอกช้ำอย่างไรไม่ทราบ ถึงได้มายืนอยู่หน้าห้องต้องห้าม มือคว้าจับลูกบิดประตูได้ก็เปิดเข้าไปด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าห้องนี้คือห้องของตัวเอง พอก้าวเข้าห้องได้ก็ตรงเข้าไปห้องน้ำปล่อยสายน้ำเย็นๆ ชะล้างความเมื่อยล้าออกจากร่างกายและจิตใจ ก่อนจะเดินโทงๆ เป็นชีเปลือยออกมาข้างนอก จุดมุ่งหมายคงเป็นเตียงนอนหรูหราขนาดคิงไซซ์ที่เจ้าตัวโปรดปราน แต่พอมองไปยังเตียงกว้างกลับพบร่างนวลลอออยู่กลางเตียงหรู ซึ่งแม่คุณเธอนอนเปิดเปลือยถึงไหนต่อไหน แม้ไร้แสงสว่างจากไฟฟ้าที่จะถูกตัดทันทีหลังสามทุ่มแต่ร่างงามกลับเจิดจ้าด้วยแสงจันทร์เพ็ญ แขกไม่ได้รับเชิญยามวิกาลจึงยืนตัวแข็งทื่อเหมือนเสาไฟฟ้าตามท้องถนน

            “ยายไข่เน่า

            ยิ่งมองยิ่งตกใจ เรียวคิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที

            “ยายบ้า! เข้ามาอ่อยถึงในห้องนอน ยางอายไม่มีรึไงกัน

            เสียงต่อว่าดังขึ้นเพียงในใจเท่านั้น ชายหนุ่มทอดมองหญิงงามบนเตียงด้วยสายตาดูแคลน เป็นผู้หญิงประสาอะไรถึงได้มานอนเปิดโน่นเปิดนี่ให้ผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีได้เห็น สามัญสำนึกของความเป็นกุลสตรีคงไม่มีบัญญัติศัพท์ในหัวสมองกรวงๆ ของเจ้าหล่อน คนต่อว่าเดินเข้ามาใกล้หวังกระชากร่างงามให้ลุกออกจากเตียงแล้วจะไล่ออกจากห้องทันทีที่แม่คุณได้สติ

            “ไข่มุก

            เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกมาให้ได้ยิน เมื่อดวงตาคมกล้าสบเข้ากับก้อนเนื้ออวบอูมที่ชุดนอนเปิดมาเกินครึ่งเต้า คนมาใหม่ลมหายใจติดขัด สมองสั่งให้ก้าวถอยหลังออกห่างให้มากที่สุด หรือไม่ก็ไปนอนอีกห้องที่เป็นห้องรับแขก แต่ชายหนุ่มกลับก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

            “ไข่มุก...”

            คีย์รินทร์เหมือนคนละเมอ ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งเห็นชัด ยิ่งชัดก็ยิ่งสะท้านไปทั้งตัว ชุดนอนตัวบางมองเห็นถึงไหนต่อไหน ปลายยอดอกอวบยังเผยให้เห็นแม้อยู่ใต้ร่มผ้า คนเข้าห้องผิดกำลังระงับร่างกายช่วงล่วงที่แข็งขึงดุนดันขึ้นมา มันผงาดตั้งชั้นดั่งเหล็กกล้า ตัดอกตัดใจจะก้าวถอยหลัง หากแม่นางร่างบางที่หลับใหลไม่ได้สติ กลับปัดผ้าแพรผืนสวยให้ร่นลงสู่เอวคอด

โอ! คุณพระ ถ้าหากผ้าแพรเจ้าปัญหาเลื่อนลงอีกหน่อยคงจะดีไม่ใช่น้อย คนกำลังจะหันหลังกลับชะงักยืนอยู่กับที่ทันที

            “ผู้หญิงเจ้ามารยาแม้ยามหลับยังยั่วยวนได้ขนาดนี้ ถ้าแม่คุณไม่หลับคงลุกขึ้นมาปล้ำใครสักคน

คนมีความทรงจำไม่ดีกล่าวหาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ช้าไปอีกเท่าตัวเมื่อเรียวขางามสะบัดผ้าแพร จนร่วงหล่นออกจากกายสาว ชุดนอนตัวบางจึงเปิดเปลือยให้เห็นเรียวขาที่นวลสว่างเมื่อต้องแสงจันทร์มาเกือบครึ่ง อีกแค่ไม่ถึงคืบก็จะถึงสะโพกสวย คีย์รินทร์ยิ่งยืนนิ่งสนิทมากกว่าเดิมพลางกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ตอนนี้ทั้งร่างกายแทบขยับไปไหนไม่ได้ ยิ่งมองยิ่งเหมือนมีมนตร์สะกด ชายหนุ่มจึงนำพาร่างกายเปลือยเปล่าเดินเข้าใกล้มากยิ่งขึ้น แต่ยิ่งจ้องยิ่งง่วง ยิ่งจ้องสายตายิ่งพร่าเลือน จะก้าวออกจากห้องเรี่ยวแรงก็แทบจะหมดเข้าไปทุกที

            “ไข่มุก”         

            เสียงทุ้มที่เปล่งออกมายามนี้ เจ้าตัวจะรู้ตัวบ้างไหมว่ามันช่างแหบสั่นยิ่งนัก คนจะหมดแรงเอื้อมฝ่ามือไปลูบไล้แผ่วเบาผ่านใบหน้าคนสวยที่หลับตาพริ้มเลื่อนลงสู่ลำคอระหง อยากเลื่อนจับมากกว่านี้ อยากจับตรงเนื้ออวบๆ นั่นว่าจะนุ่มเนียนขนาดไหน อยากจับเรียวขาสวยๆ ว่าจะรู้สึกอย่างไร เพียงแค่คิดนิ้วเรียวหนาก็ขยับลูบไล้เบาๆ ทั่วเต้าเต่งตึงผ่านชุดนอนตัวบาง ยิ่งลูบเหมือนยิ่งไม่พอ ยิ่งลูบก็ยิ่งนุ่มเนียน จนสายตาพร่าเลือนไปหมด แต่คนโดนคุกคามกลับส่งเสียงอืออาอย่างรำคาญ คนบีบจับก็กำลังจะหมดเรี่ยวแรงยืนไม่อยู่อีกต่อไป ตาจะปิดไปทุกที ชายหนุ่มสะบัดความง่วงออกสองสามครั้งก็ยังไม่ดีขึ้น จึงจำต้องพาตัวเองนั่งลงบนเตียงที่หญิงสาวหลับใหลไม่ได้สติ แม้ร่างกายจะตอบสนองมากเพียงไร แต่ไฟพิศวาสคงจะมอดไหม้เมื่อร่างกายคีย์รินทร์ยังไม่พร้อม อย่าว่าแต่จะทำอะไรมากกว่านี้เลย แม้จะลุกออกจากเตียงกว้างก็ยากเต็มที คนสติไม่เต็มร้อยจึงเอนกายลงนอนข้างๆ แต่ฝ่ามือยังคงลูบไล้แผ่วเบาทั่วกายสาว ลูบโน่นไล้นี่อยู่ได้ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา แต่หลับยังไม่ถึงชั่วโมงคีย์รินทร์ก็รู้สึกตัวด้วยผิวเย็นๆ ที่สัมผัสกาย

            “ยายบ้า!”

            เสียงตวาดดังเพียงในลำคอเท่านั้น ก็ไข่มุกคนสวยคงจะหนาวจนสั่นสะท้าน หญิงสาวจึงควานหาไออุ่นเพื่อชดเชยให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไออุ่นที่ได้รับกลับเป็นลำแขนล่ำๆ แทนผ้าแพรผืนบาง

            “คืนนี้ฉันจะยอมเธอสักคืน แต่หลังจากนี้ไปก็อย่าหวังว่าจะได้นอนอยู่อย่างนี้คีย์รินทร์บ่นเบาๆ ให้ได้ยิน แต่ยิ่งพูดยิ่งบ่นแม่คุณก็เหมือนจะแกล้ง เรียวขาบางขยับพาดผ่านเอวหนาถึงไหนต่อไหน บดเบียดแนบชิดเหมือนหมอนข้างอย่างเคยชิน

            “ยายไข่เน่า! เธอจะยั่วฉันอีกนานไหม แต่จำไว้เถอะต่อให้ยั่วมากขนาดไหนฉันก็ไม่มีอารมณ์กับเธอคนไม่มีอารมณ์ข่มตาหลับอย่างรวดเร็ว ทว่า...ยิ่งพยายามก็ยิ่งไม่ได้ผล แถมยังร้อนรุ่มมากขึ้นไปอีก

            “เฮ้อ!”

            เสียงลมหายใจละบายออกอย่างแผ่วเบา เพราะกลัวคนข้างๆ จะได้ยิน คีย์รินทร์ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะสละสิทธิ์ออกจากเตียงนอนหลังนี้ เพราะกลัวทนไม่ไหวต้องตบะแตกกับแม่นักช่างยั่ว แต่ว่ายังไม่ทันได้ขยับกายสักนิดคราวนี้แม่คุณเธอมาทั้งแขนทั้งขา ทั้งตัวอีกต่างหาก ใบหน้าสวยๆ ยังซุกเข้ามาใกล้ลำคอแกร่งๆ ให้ลมหายใจร้อนๆ รินรดซอกคออีกต่างหาก คราวนี้คีย์รินทร์ตัวแข็งทื่ออย่างกับหิน ก็ร่างกายไม่มีสิ่งปกปิดเลยสักนิดอะไรต่อมิอะไรเลยแสดงออกอย่างชัดเจน ครานี้จะหนีก็หนีไม่ได้ จำใจต้องทำตัวเหมือนพระอิฐพระปูน ข่มตาให้หลับ ด้วยความสามารถชั้นยอดจึงสามารถหลับไปได้ทั้งที่มีหญิงงามนอนยั่วอยู่ข้างกาย

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha