พิษรักพิศวาสมาร

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 3 : ผู้ชายใจด้านชา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 3 ผู้ชายใจด้านชา

            หลังจากภารกิจพิศวาสสิ้นสุดคีย์รินทร์ก็ถอนตัวตนออกจากร่างบาง แล้วเดินออกจากห้องไปโดยมีผ้าเช็ดตัวของหญิงสาวพันกายพอหมิ่นเหม่ ตลอดทุกย่างก้าวไม่มีแม้แต่จะเหลียวหลังหันกลับมามองหญิงสาวที่สะอึกสะอื้น น้ำตารินไหลแทบขาดใจบนเตียงนอนหรูแม้แต่น้อย

ใช่! เธอง่ายเอง เธอยินยอมเป็นของเขา เขาไม่ได้บังคับขืนใจเธอ เขาแค่ทำให้เธอมีความต้องการทางธรรมชาติของการสืบพันธุ์ในร่างกายของมนุษย์เท่านั้น เขาไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวเธอ ถ้าเขารู้สึกพิศวาสสักนิดคงไม่จากไปแบบนี้

            “คุณแม่ขา ไข่มุกขอโทษ

            หลังจากคีย์รินทร์ก้าวออกจากห้องไป เจ้าของร่างกายสั่นเทิ้มเจียนขาดใจก็กลั้นสะอื้นขอโทษคุณแม่ที่รักเป็นการใหญ่ เธอง่ายเอง เธอใจง่ายให้เขาเชยชม พอเขาสมความปรารถนาเขาก็เดินจากไปไม่หันมาสนใจสักนิด ไม่ถามสักคำว่าเป็นอย่างไร เจ็บไหม? เสียใจหรือเปล่า? คำถามพวกนั้นคงไม่มีวันหลุดจากปากของคนแสนร้ายกาจนั่น

            “พี่ขอโทษครับ

            คำนี้ที่อยากฟังมันก็คงไม่มีทางหลุดมาให้ได้ยิน คำขอโทษสักคำที่รอคอยกลับหายไปกับสายเลือดพรหมจรรย์ ทำเหมือนปวดเบาตามท้องถนนอยากจะปลดปล่อยตอนไหนก็ทำ พอตัวเองเสร็จสมก็ไม่หันหลังกลับมาเหลียวแล

            “ไข่มุก เธอจะสู้หน้าคุณแม่ได้อย่างไร?”

            หญิงสาวตีอกชกลมกับตัวเอง ความสาวบริสุทธิ์ที่รักษามายี่สิบกว่าปีถูกเขาทำลายจนป่นปี้ยับเยิน คุณค่าของเธอคงไม่เหลือไว้ให้ภาคภูมิใจอีกแล้ว มิหนำซ้ำคนเพิ่งทำลายไปเขาไม่คิดเหลียวแลแม้แต่หางตา

            “คุณแม่ขา...ไข่มุก...อยากกลับบ้าน

            ไข่มุกร้องไห้หนักกว่าเดิมมากขึ้นไปอีก ความปวดร้าวของร่างกายเทียบไม่ได้กับหัวใจที่กำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ แก้วใจของหญิงสาวกำลังผลิแตกแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี นิ้วเรียวสวยลูบไล้หยดเลือดที่เป็นหลักฐานชิ้นดีว่าเธอเป็นของเขา เป็นผู้หญิงที่ยินยอมให้เขาเชยชม พอเป็นแบบนั้นก็ค่อยๆ วาดเรียวขาลงจากเตียงกว้างอย่างเชื่องช้า มือเรียวกอบกุมหน้าท้องแบนราบที่รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา พลางพาร่างกายบอบช้ำค่อยๆ เยื้องย่างก้าวเข้าไปห้องน้ำเพื่อชำระคราบเลือดที่เกราะกรังตามร่างกาย

            “ฮือ...ฮือ...พี่คีย์ใจร้าย ทำไม...ทำไมทำแบบนี้กับไข่มุก

            เมื่อก้าวเข้าห้องน้ำมาได้ ไข่มุกก็ปล่อยโฮทันที ร่างกายของหญิงสาวสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งหัวใจ ไม่น่าปล่อยให้อารมณ์วาบหวามมาทำร้ายตัวเองได้มากขนาดนี้ มันช่างทรมานเกินจะทนไหว จึงได้แต่ปล่อยให้ธารน้ำใสจากฝักบัวยี่ห้อหรูรินรดกาย เธอเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าชุดนอนตัวสวยที่ยังมีติดกายเพียงชิ้นเดียวเปียกชื้น บางจุดขาดวิ่นออกจากกัน คงเป็นฝีมือของคนใจดำที่ออกจากห้องไปไม่เหลียวหลัง

            “ไข่มุกผิดอะไร...ไข่มุกทำผิดอะไร...พี่คีย์ใจร้าย...ฮือ...ฮือ

            ไข่มุกทรุดเข่าลงอย่างอ่อนแรง ปล่อยให้สายน้ำเย็นๆ รักษาหัวใจที่บอบช้ำ ถึงจะไม่ดีขึ้นเท่าไหร่แต่อย่างน้อยคราบโสมมบนร่างกายก็ถูกชะล้างให้สะอาดขึ้น แค่ภายนอกก็ยังดี

ไข่มุกก้าวออกจากห้องน้ำด้วยร่างกายที่แสนหนักอึ้ง ผ้าขนหนูเช็ดกายผืนเดียวเขาก็ยึดไป จะไปขอนมอิ่มผืนใหม่ก็ดึกมากแล้ว จึงออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำแสนสวยที่มีอยู่ ตอนนี้รู้สึกว่าร่างกายมีอาการรุมเร้าแปลกๆ จึงรีบผลัดเปลี่ยนตัวเองใส่ชุดนอนตัวใหม่ให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็หันมาจัดการกับหลักฐานที่ตอกย้ำ โดยรีบเปลี่ยนผ้าปูที่นอนซึ่งเต็มไม่ด้วยคราบคาวโลกีย์ของคนใจดำให้เป็นผืนใหม่ หยดเลือดที่เห็นทำให้น้ำตาหญิงสาวรินไหลอีกครั้ง เธอกำลังอยากลืม และคิดว่ามันเป็นเพียงความฝัน เป็นสิ่งที่ไม่ควรจดจำ คืนนี้เธอต้องหลับไปเพราะความอ่อนเพลียที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดและต่อจากนี้อาจจะมากขึ้นกว่าเดิม

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

คุณหนูไข่มุกคะ เป็นอะไรรึเปล่า เปิดประตูให้นมหน่อยนะคะ

เสียงนมอิ่มเคาะประตูหน้าห้องของหญิงสาวยามเช้า นี่ก็ใกล้เวลารับประทานอาหารแล้ว แต่หลานสาวคนสวยของคุณเมฆากลับยังไม่ตื่น เธอไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด

            “ทำอะไรครับนม?”

            คีย์รินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ๆ นัยน์ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยคำถาม วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรตื่นขึ้นมา ก็อยากเห็นหน้าสวยๆ ของคนอยู่ข้างในห้องนี้ ตั้งใจเดินมาปีกซ้ายก็เพื่อจะได้เห็นหน้าแม่คุณที่ความหอมยังติดตราตรึงใจไม่สร่างซา

            “คุณคีย์ขา คุณหนูไข่มุกไม่รู้เป็นอะไร นมเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิดประตู

            ด้วยความรักและความเอ็นดูนมอิ่มรีบออกจากห้องครัวของบ้านใหญ่มาหาหญิงสาวที่เรือนหอรอร้างของคีย์รินทร์ทันที

            “ยังไม่ตื่นกระมังครับ นอนหลับไม่เกรงใจพระอาทิตย์สักนิด

            คีย์รินทร์กล่าวหาทันที ถ้าลองไตร่ตรองสักนิดว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ก็คงไม่พูดออกมาอย่างนี้เป็นแน่

            “โอ๊ย! เจ็บนะครับ นมอิ่มหยิกผมทำไม

            เสียงร้องโอดโอยดังขึ้นทันที ก็แน่ล่ะเพราะเมื่อสักครู่มือเหี่ยวย่นตามวัยของนมอิ่มหยิกเข้าท่อนแขนกำนำอย่างแรง ปากคอเราะรายขนาดนี้น่าจะหยิกให้เนื้อหลุดออกมา นมอิ่มส่งสายตาไม่พอใจพร้อมแจกค้อนวงใหญ่ให้อีกหนึ่งชุด

            “นมไม่คิดจริงๆ นะคะว่าคุณคีย์จะปากร้ายขนาดนี้ ทำไมไปว่าหนูไข่มุกอย่างนั้นล่ะคะ

            เสียงนมอิ่มยังคงต่อว่าไม่หยุดหย่อน คงเป็นเพราะเลี้ยงดูอีกฝ่ายมาตั้งแต่เล็กยันโตจนจะมีลูกมีเมียได้แล้ว ไม่เคยเห็นชายหนุ่มพูดจาแบบนี้กับใครสักคนโดยเฉพาะผู้หญิง แต่จะว่าไปแล้วที่คีย์รินทร์เปลี่ยนไปเป็นคนละคนขนาดนี้ก็มีอยู่สาเหตุเดียวที่ทุกคนปิดปากเงียบสนิทไม่กล้าเอ่ยขึ้นมาให้สะเทือนใจ คนบนเกาะรู้ดีว่าชายหนุ่มเจ็บปวดและทุกข์ทรมานมากเพียงไร กลับมาเป็นผู้เป็นคนได้ขนาดนี้ก็เป็นบุญมากแล้ว เพราะแต่ละคนล้วนคิดว่าชายหนุ่มจะกลายเป็นบ้า ครั้นอาการเริ่มดีขึ้นทุกคนเลยปิดปากไม่กล้าพูดถึงเรื่องนั้นเลยสักคน

            “ก็มันจริงนี่ครับ

            “ยังอีกค่ะ เปิดประตูให้นมเดี๋ยวนี้ นมจะเข้าไปดูว่าคุณหนูไข่มุกเป็นอะไรรึเปล่า

            นมอิ่มทำหน้าดุเพราะคุณชายหัวแก้วหัวแหวนของเกาะยังไม่เลิกว่าร้ายใส่คุณหนูไข่มุกที่ยังอยู่ในห้อง ถ้าคนข้างในห้องได้ยินคงจะเสียใจไม่น้อยทีเดียว

            “ครับนม

            ตอบรับเพียงเท่านั้นก็รีบกดสวิตซ์พิเศษให้ระบบนิรภัยของบ้านทำงาน ไม่ถึงวินาทีประตูห้องนอนของหญิงสาวก็เปิดออก นมอิ่มจึงรีบก้าวนำหน้าเข้าไปด้วยความเป็นห่วง โดยมีใครบางคนยืนลังเลอยู่บริเวณหน้าห้อง

            “คุณหนูไข่มุก

            เสียงนมอิ่มดังขึ้นใกล้ๆ เตียงนอน ตอนนี้คนเจ็บช้ำยังนอนซมไม่ได้สติ หลังจากล้มตัวลงนอนไปทั้งน้ำตา ปฏิกิริยาของร่างกายก็เปลี่ยนไป หญิงสาวมีอาการหนาวสั่นดั่งคนจับไข้ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวทั้งคืน สาเหตุเกิดจากอะไรนั้นเชื่อว่าคนอยู่หน้าห้องย่อมรู้ดีกว่าใคร

            “ว้าย! ตาเถรช่วยด้วย!”

            นมอิ่มทาบอกอุทานอย่างตกใจ พลางพุ่งเข้าไปหาทันที มือเหี่ยวย่นรีบแตะหน้าผากกับแก้มซีดขาวอย่างตื่นตระหนก

            “มีอะไรครับนม?”

            คีย์รินทร์รีบก้าวเข้ามาทันทีที่ได้ยินเสียงอุทาน แล้วเพ่งมองคนบนเตียงด้วยความรู้สึกวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด

            “คุณหนูไข่มุกตัวร้อนมากเลยค่ะ

            เสียงสั่นๆ ดังขึ้น นมอิ่มชักมือกลับแทบไม่ทันเมื่อสัมผัสผ่านหน้าผากที่ร้อนผ่าวดั่งไฟ

            “คุณหนูไข่มุก เดี๋ยวนมเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้นะคะ

            นมอิ่มรีบกุลีกุจอหาผ้ากับน้ำมาเช็ดตัวให้แทบไม่ทัน เช็ดไปรำพึงรำพันไป ส่วนคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างถึงกับร้อนวูบวาบตามประสาคนมีชนักติดหลัง

            “โธ่! คุณหนูของนมไปทำอะไรมาคะ ทำไมเป็นแบบนี้ เมื่อวานก็ยังดีๆ อยู่

            นมอิ่มซับผ้าสะอาดไปตามใบหน้าที่ซีดเซียว เรื่อยลงลำคอระหงแต่รอยแดงบริเวณผิวเนื้ออ่อนๆ บนเนินอกสาวกลับทำให้หญิงชราหน้าซีดเผือด มือเหี่ยวย่นสั่นน้อยๆ อย่างห้ามไม่อยู่ อายุจนปูนนี้จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าจุดจ้ำๆ บนร่างกายหลานสาวคนสวยของคุณเมฆาเกิดจากอะไร คนที่น่าสงสัยก็คงจะมีแค่คนเดียวที่อยู่ในห้องนี้เท่านั้น แต่นมอิ่มก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอยากจะรู้นักว่าคุณชายเจ้าของเกาะจะทำอย่างไรต่อไป จะกล้าออกมายอมรับความผิดที่ตัวเองกระทำหรือไม่ แต่ต่อให้จับได้คาหนังคาเขา คุณคีย์ก็คงปฏิเสธวันยังค่ำ สิ่งที่ทำได้ก็คงต้องรอให้ออกมายืดอกยอมรับด้วยตัวเอง เพราะต่อให้บังคับไปก็ไม่มีประโยชน์ ช่างน่าสงสารคุณหนูไข่มุกยิ่งนักที่ต้องเผชิญหน้ากับมารร้ายเพียงลำพัง

            “คนใจร้าย...อย่า...”

            เสียงคนป่วยไม่ได้สติละเมอเพ้อ ตัวหญิงสาวสั่นน้อยๆ เห็นแบบนั้นนมอิ่มจึงรีบจัดการเช็ดเนื้อตัวให้อย่างรวดเร็ว พร้อมดึงรั้งผ้าแพรมาห่มคลุมกายเพิ่มความอบอุ่นให้คนป่วย ส่วนคนเป็นต้นเหตุได้แต่ชะเง้อคอยืดคอยาวอยู่ไม่ไกล

            “เดี๋ยวผมตามหมอให้นะครับ ผมไม่อยากเห็นใครตายที่นี่

            เสียงแกร่งๆ ดังขึ้น ใจก็คิดอยากจะพูดดีๆ อยู่หรอก ถึงอย่างไรดูจากสภาพของหญิงสาวน่าจะเกิดจากการกระทำของตัวเอง แต่คงไม่มีใครทำให้รู้สึกผิดได้สักนิด พูดเสร็จก็กดโทรศัพท์หาคุณอาหมอให้มารักษาอาการหญิงสาวทันที จากในเมืองมาถึงเกาะมุกสวรรค์ใช้เวลามากโขพอสมควรกว่าคุณลุงหมอจะมาถึงก็เกือบเที่ยงพอดี หลังจากตรวจร่างกายพร้อมจ่ายยาให้คนป่วยเสร็จคุณอาหมอก็ขอตัวกลับทันที

            “อารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คีย์ช่วยทะนุถนอมน้องเขาหน่อย อย่าให้อาต้องพูดมาก

            ฝ่ามือของอาหมอบีบเบาๆ บนไหล่กำยำของหลานชาย ก่อนจะก้าวขึ้นเรือยอช์ตลำหรูที่เจ้าของเกาะให้บริการไปรับไปส่ง คำพูดของอาหมอทำให้ชายหนุ่มสะท้านใจยิ่งนัก แต่ก็มีเพียงแค่ลมหายใจที่ปล่อยออกมาเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอีก

            “เหอะแม่คุณ! โดนครั้งเดียวก็ดันป่วยซะแล้ว ถ้ามากกว่านี้ฉันไม่ต้องสร้างโรงพยาบาลไว้บนเกาะหรือไงกัน

            เสียงคีย์รินทร์ดังขึ้นหลังจากส่งคุณอาหมอขึ้นเรือลำหรูเรียบร้อย คนมีความผิดกำลังจะหันหลังกลับเรือนหอที่อยู่หลังเกาะ แต่ยังไม่ทันได้เดินสักก้าว เสียงแม่นกหวีดก็ดังขึ้น

            “คุณคีย์ขา...”

            เสียงหวานหยาดเยิ้มของหลานสาวของนมอิ่มดังขึ้นก่อนจะมาถึงตัว เจ้าหล่อนทำงานเป็นพนักงานขายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่มุก ซึ่งเป็นร้านใหญ่ที่มีอยู่ในห้างสรรพสินค้าของทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย มีทั้งสร้อยมุกผลิตจากไข่มุกที่หายากจากทั่วทุกมุมโลก ผลิตภัณฑ์ของที่นี่ล้วนทำจากไข่มุกที่งดงามหมดจด ก็คงเป็นเพราะเจ้าหล่อนมีน้ำเสียงแบบนี้เธอจึงมีหน้าที่เชียร์สินค้าขายให้กับชาวต่างชาติและชาวไทยที่เข้ามาเยี่ยมชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์

            “ไม่ทำงานหรือหวาน

            คีย์รินทร์ทักทายด้วยความเป็นกันเองกับพนักงานทุกคน

            “หวานกลับมาหาป้าอิ่มจ้ะคุณคีย์

            ปากบอกมาหาป้าอิ่มแต่สายตามองเจ้าของร่างสูงใหญ่ด้วยความหลงใหล เธอวาดฝันไว้ว่าสักวัน เธอจะเป็นคนทำให้คีย์รินทร์ลืมอดีตที่ไม่น่าจดจำ ต่อจากนี้คีย์รินทร์จะมีแต่หวานในสายตาเพียงคนเดียว

            “ฉันขอตัวนะ ฉันมีธุระ

            คีย์รินทร์บอกแม่หวานตาเสร็จก็ก้าวเดินหน้าไปหลังเกาะทันที ส่วนคนที่โดนทิ้งกระทืบเท้าร่ำๆ เหมือนเด็กที่โดนขัดใจ สายตาของหวานมองคีย์รินทร์ที่เดินห่างไกลออกไปอย่างมุ่งมั่น เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อครอบครองอีกฝ่าย แม้จะได้เพียงแค่ร่างกายก็ยังดี

 

ชายหนุ่มเดินกลับมายังเรือนหอรอร้างทันที เวลานี้ไข่มุกก็ยังคงนอนซมเป็นไข้เพราะฤทธิ์พิศวาสที่ยังคงหลงเหลือ ดังนั้นแทนที่จะไปทำงานเหมือนดังเคย คีย์รินทร์กลับพาร่างกายอันหล่อล่ำตรงดิ่งไปยังปีกซ้ายทันที

            “คุณคีย์มาพอดีเลยค่ะ เดี๋ยวนมฝากดูหนูไข่มุกด้วยนะคะ นมจะไปดูในครัวสักหน่อย

            นมอิ่มเอ่ยปากขอร้องทันที ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่ปล่อยให้คีย์รินทร์อยู่กับไข่มุกเพียงลำพัง

            “ครับนม

            หลังจากนมอิ่มหันหลังเดินไปไกลลับสายตา ชายหนุ่มก็ก้าวเข้ามาในห้อง นัยน์ตานั้นอ้อยอิ่งอยู่กับเจ้าของร่างระหงที่นอนซมด้วยพิษไข้ตาไม่วาง

            “ไข่มุก

            คีย์รินทร์ทอดร่างกายหล่อๆ นั่งลงบนเตียง แล้วคว้ามือเรียวมาบีบเบาๆ เขาอยากให้เธออาการดีขึ้น แต่ความพลั้งเผลอนั้นก็ค่อยๆ จางหายแล้วชักมือกลับอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พาร่างกายถอยห่างออกมาหลายก้าว

นาทีนี้คีย์รินทร์กำลังเดินวนไปวนมา หยิบหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้มาอ่านฆ่าเวลา ผ่านมาเกือบสองชั่วโมง ไข่มุกก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวเลยสักนิด ปากหนาๆ ก็เลยขยับใช้งานทันที

            “ยายไข่เน่า เธอจะนอนอีกนานไหม หลับสบายจริงนะ

เสียงไม่น่าฟังนั้นช่างมีอิทธิพลต่อร่างกายหญิงสาวยิ่งนัก เพราะอึดใจเดียวหลังจากนั้นแพขนตางอนก็ค่อยๆ กะพริบถี่ๆ เพื่อให้คุ้นชินกับแสงสว่างก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง

            “คุณคีย์

            ลืมตาตื่นมาจากนิทราที่เจ็บจนจะขาดใจได้ก็เอาแต่มองคนยืนอยู่ใกล้ๆ นิ่งนาน หนำซ้ำยังอยากย้ายตัวเองไปอยู่มุมเตียงนอนอีกฝั่ง นัยน์ตากลมโตคู่นั้นมองอีกฝ่ายด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเรียวสวยเผือดสีลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

            “ไม่ต้องทำท่าทางกลัวฉันจนตัวสั่นขนาดนั้นหรอก หน้าตาซีดเซียวเหมือนผีดิบแบบนั้นฉันคงทำอะไรเธอไม่ลง

            เมื่อเห็นหญิงสาวตื่นกลัว มารผู้โหดร้ายก็ออกฤทธิ์ทันที ถ้อยคำที่เปล่งออกมาจึงสร้างความเจ็บปวดให้กับไข่มุกมากเหลือเกิน เขาไม่เคยพิศวาสกับร่างกายของเธอนั้นคือเรื่องจริง ตอนนี้จึงเอาแต่มองอีกฝ่ายด้วยความหวาดผวา ผู้ชายคนนี้เขาช่างน่ากลัวนัก เธอจะต่อกรกับเขาได้อย่างไร เธอจะทนอยู่ในสภาพแบบนี้อีกนานเท่าไหร่

            “ฉันไม่ใช่ผู้ร้ายฆ่าคนตาย ไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นชายหนุ่มถึงกับมองไข่มุกอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไม่รู้ตัวสักนิดว่าตัวเองน่ากลัวมากเพียงใด

            “ไม่ต้องบีบน้ำตาทำเป็นสำออย ถ้าจะให้ดีก็ช่วยมากินข้าวกินยาที่นมอิ่มเตรียมไว้ให้ กรุณาอย่าเรียกร้องความสนใจให้มากนัก

            เสียงมารร้ายดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อสายตากร้าวหันไปเห็นร่างบางระหงที่ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนก ไม่รู้จะเกรงกลัวอะไรนักหนา เธอทำเหมือนกับเขาเป็นยักษ์เป็นมารก็ไม่ปาน

            “ถ้าหายดีแล้วก็ช่วยพาหน้าตาที่พอดูได้ ไปช่วยงานนมอิ่มด้วย อย่าทำตัวไร้ค่าจนน่ารำคาญนัก

            พอสั่งเสร็จคีย์รินทร์ก็ก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงนอนหรูจึงได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มจนเปียกชื้น ตื่นมายังไม่ได้ทำอะไรผิดสักนิด คนโยนตราบาปให้เมื่อคืนก็ปล่อยวาจาทำร้ายจิตใจแต่เช้า ไข่มุกก็เลยต้องกักเก็บความปวดร้าวให้ฝังลึกลงสู่จิตใจ จำไว้ว่าเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่มีความหมายกับคนใจมารเลยสักนิด

คิดได้แบบนั้นก็รีบลุกขึ้นอาบน้ำชำระร่างกายที่ยังรุมเร้าด้วยพิษไข้และพิษเสน่หาให้เหือดหาย ฝืนทนจนจัดการตัวเองเรียบร้อยนั่นแหละถึงได้มานั่งกินข้าวต้มกุ้งคลุกเคล้ากับน้ำตารสโอชะที่คนใจดำมอบให้ ก่อนจะพาร่างระหงก้าวออกจากห้องไปทำหน้าที่ของตัวเอง ตามคำสั่งของคนบ้าอำนาจอย่างไม่เกี่ยงงอน

 

นมอิ่มคะ

ไข่มุกพาร่างกายที่ยังไม่ปกติก้าวเข้ามาในห้องครัวของบ้านใหญ่ ซึ่งนาทีนี้กำลังวุ่นวายกับอาหารมื้อกลางวัน

            “ว้าย! คุณหนูลงมาทำไมค่ะ ไปพักผ่อนเถอะค่ะยังไม่หายดีเลย เดี๋ยวอาการจะแย่มากกว่าเดิมนะคะคนยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารตามคำสั่งใครบางคนหันมาถามอย่างตกอกตกใจ พลางปรี่เข้ามาหาลูบไล้เรียวแขนระหงอย่างปลอบโยนและเข้าใจ

            “ไข่มุกไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ มีอะไรให้ไข่มุกช่วยไหมคะ

            หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วสนใจกับวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหาร จับดูโน่นดูนี่อย่างสนใจ

            “เอ่อ...”

            นมอิ่มทำท่าจะคัดค้าน เพราะไม่อยากปล่อยให้คนมีสภาพย่ำแย่ทั้งร่างกายและจิตใจช่วยงาน นางอยากให้ไข่มุกกายป่วยเสียก่อน

            “ให้ไข่มุกช่วยเถอะค่ะ

            เอ่ยปากเสร็จก็รีบลงมือช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ พอที่ตัวเองจะทำได้และไม่สร้างความลำบากให้กับนมอิ่มทันที

            “ป้าอิ่ม

            เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลัง จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหวานตาที่กลับมาเยี่ยมป้า จะว่าไปแล้วก็ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกันว่ามาหาป้าอิ่มหรือมาหาใครกันแน่ เพราะตั้งแต่คีย์รินทร์กลับมาอยู่ที่เกาะถาวรแม่หวานตาก็เดินทางไปกลับระหว่างเกาะกับที่ทำงานเป็นว่าเล่น

            “ยายหวานมารู้จักกับคุณหนูไข่มุกสิ เธอเป็นหลานสาวของคุณเมฆามาจากสิงคโปร์

            นมอิ่มรีบเรียกหลานสาวให้มาทำความรู้จักกับคนโปรดของเจ้านายใหญ่ทันที โดยไม่ทันได้สังเกตแววตาของหลานเลยสักนิด ดูเหมือนหล่อนไม่ยินดียินร้ายที่จะรู้จักกับใคร โดยเฉพาะผู้หญิงที่สวยหยาดฟ้ามาดินเหมือนกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่เพียงชั่ววินาทีเดียวที่ไม่มีใครสังเกต หวานตาก็ปรับสีหน้าและแววตาเดินยิ้มแฉ่งเข้ามาใกล้ไข่มุกทันที

            “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณหนูไข่มุก

            “หวานไม่ต้องเรียกคุณหนูหรอกจ้ะ เรียกไข่มุกก็พอแล้ว

            หญิงสาวเอื้อมไปจับมือนุ่มของอีกฝ่ายด้วยความยินดีที่จะมีเพื่อนใหม่ รุ่นราวไล่เลี่ยกัน จึงไม่นึกระแวงภัยเลยสักนิด

            “หวานไม่เกรงใจนะคะ ยังไงเราก็รุ่นราวคราวเดียวกัน หรือไม่ หวานก็อาจจะแก่กว่าไข่มุกสักปีสองปีเธอทักทายอย่างสนิทสนม

            “จ้ะหวาน

            “ได้ยังไงกันลูก ยังไงยายหวานก็เป็นแค่ลูกหลานคนใช้อย่างป้า

            นมอิ่มรีบคัดค้านเพราะไม่อยากให้หลานสาวไปตีตนเสมอนนาย

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะนม

            ไข่มุกกล่าวบอกด้วยความเข้าใจ เธอก็แค่ผู้มาอาศัย เป็นบุคคลที่ได้รับตำแหน่งหลานสาวจากคุณลุงเมฆาเท่านั้น อีกอย่างที่จริงแล้วเธอไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันทางสายเลือดสักนิด

            “ป้านี่อะไรนักหนา ไข่มุกยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ

            หวานตาเริ่มออกฤทธิ์ เธอจะใช้ความสนิทสนมเคลือบยาพิษชั้นดีให้ไข่มุกได้ลิ้มรสที่ไม่มีวันลืมเลือนไปจนวันตาย และอีกอย่างเธอคงไม่ปล่อยให้ไข่มุกได้อยู่บนเกาะแห่งนี้เป็นเวลานานแน่ เพราะมันเสี่ยงเกินไป คีย์รินทร์อยู่ที่นี่ ไข่มุกก็อยู่ที่นี่ แต่เธอกว่าจะกลับมาได้ต้องเคลียร์งานให้เข้าที่เข้าทาง ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาระหว่างอยู่ที่นี่ให้คุ้มค่ามากที่สุด

            “ป้าแล้วแต่คุณหนู ถ้ายายหวานทำอะไรให้ไม่พอใจ คุณหนูเรียนคุณเมฆาได้ทันทีเลยนะคะ

            นมอิ่มติดเตือนได้เพียงเท่านั้น เพราะรู้จักนิสัยใจคอของหวานดีว่าเป็นเช่นไร แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อนางก็ทำได้เพียงคอยดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น เมื่อพูดคุยกันพอสมควรทุกคนก็หันมาสนใจกับมื้อกลางวันต่อ

 

            “มาแล้วเหรอไอ้วิทย์

            คีย์รินทร์ทักทาย นรวิทย์ หรือไอ้วิทย์ เพื่อนรักเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้ม ทันทีที่อีกฝ่ายเดินทางมาเยี่ยมเยือนและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจที่ทั้งสองกำลังตกลงทำงานร่วมกัน ชายหนุ่มก็ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี นั่นก็เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

            “อืม...มาถึงเวลาอาหารกลางวันพอดี หิวแล้วคุยไปกินไปดีกว่านะคีย์

            นรวิทย์มองนาฬิกาเรือนหรูที่ประดับอยู่บนข้อมือของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยชวนเพื่อนรัก ส่วนคีย์รินทร์มองด้วยความเคยชินกับนิสัย เพราะไอ้หมอนี่ทำอย่างกับว่าที่นี่เป็นเกาะของมันอย่างนั้นแหละ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากก้าวเท้ายาวๆ นำหน้าไปยังห้องอาหารของบ้านใหญ่ ซึ่งตอนนี้ทุกคนรวมทั้งไข่มุกกำลังช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร ท่าทางน่ารักกับดวงหน้าสวยใสนั้นกำลังทำให้นรวิทย์ไม่สามารถละสายตาได้ หัวใจแกร่งที่เคยสงบเงียบเริ่มเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

            “จะไปไหนไข่มุก มาทานข้าวสิ

            คีย์รินทร์ร้องถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะก้าวออกจากห้องอาหาร ที่เธอทำแบบนั้นคงเพราะไม่อยากร่วมรับประทานอาหารกับคนใจดำเป็นแน่

            “ไม่เป็นไรค่ะ ไข่มุกจะไปกินในครัวกับนมอิ่ม

            ไข่มุกตอบกลับคำชวนของคีย์รินทร์ด้วยสีหน้าท่าทางเรียบๆ ไม่แสดงอาการให้คีย์รินทร์เห็นเลยว่า เธอไม่อยากร่วมโต๊ะอาหารกับเขา

            “กินด้วยกันสิครับ นั่งกินหลายๆ คนอร่อยดีนะ อีกอย่างพี่จะคงเจริญอาหารมากขึ้นถ้ามีคนสวยนั่งเป็นเพื่อน

            สิ่งที่นรวิทย์พูดสร้างความหงุดหงิดให้คีย์รินทร์ได้ไม่น้อย แต่คนใจด้านชาก็เก็บเข้าไปฝังในส่วนลึกไม่ให้แสดงอาการใดๆ เล็ดลอดให้บุคคลที่สามได้เห็น

            “ต้องขอโทษด้วยนะคะ ไข่มุกคงต้องขอตัวก่อนค่ะ

            หญิงสาวกล่าวบอกแขกของคีย์รินทร์เพียงเท่านั้นแล้วรีบพาร่างระหงก้าวออกไปจากรัศมีสายตา คำตอบของไข่มุกสร้างความยินดีให้กับคีย์รินทร์ไม่น้อย แต่เจ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าสาเหตุหลักที่ทำให้หญิงสาวอยากไปให้พ้นจากห้องอาหารก็คือตัวเอง

            “คีย์ น้องเขาเป็นใคร สวยน่ารักเป็นบ้า โดนใจฉันที่สุด

            หลังจากไข่มุกเดินออกจากห้องไปเพียงไม่กี่ก้าว นรวิทย์ก็มองตามจนคอแทบหลุด สร้างความหมั่นไส้ให้คีย์รินทร์เป็นอย่างมาก เสียงที่เปล่งออกมานี่ช่างไม่ต่างจากความเพ้อฝันสักนิด

            “หลานสาวพ่อของฉัน มาจากสิงคโปร์

            ตอบกลับอย่างไม่ยินดียินร้ายเลยสักนิด ไม่รู้จริงๆ ว่าหล่อนมีอะไรดีนักหนา ก็แค่ผู้หญิงน่าเบื่อคนหนึ่งเท่านั้น

            “สวย หวาน น่ารัก ฉันคิดว่ากำลังเจอรักแรกพบ

            คำพูดของนรวิทย์ทำให้คีย์รินทร์แทบสำลักกับอาหารที่เพิ่งกลืนลงคอ ไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนรักจะบ้าบอได้รวดเร็วขนาดนี้

            “ถ้าฉันจีบไข่มุก แกจะว่าอะไรไหม

            นรวิทย์หันมาขอความคิดเห็น โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าและท่าทางของเพื่อนเลยสักนิด ถึงสังเกตก็คงไม่ทันได้เห็นเมื่อคีย์รินทร์ปรับเปลี่ยนแบบฉับพลัน

            “ฉันจะว่าอะไร แกอยากจะทำอะไรก็เชิญ เพราะหล่อนไม่ได้มีความหมายอะไรกับฉัน ถ้ายายนั่นตกลงที่จะคบกับแกก็คงไม่มีใครคัดค้านหรอกไอ้วิทย์

            เสียงคีย์รินทร์ช่างดุดันนัก ใช่! ถ้าเจ้าหล่อนจะคบกับใครก็คงไม่มีใครคัดค้าน เขาไม่สนหรอกว่าหล่อนจะโดนใครต้มยำทำแกง เพราะความรู้สึกของเขาที่มีต่อหล่อนมันก็คือความว่างเปล่าเท่านั้น

            “ขอบใจ ยังไงแกช่วยคุยกับไข่มุกให้หน่อยก็แล้วกันนะ ว่าฉันอยากจะคบเธอเป็นแฟน

            “เออ...จะจัดการให้ กินข้าวได้แล้ว พูดถึงยายนั่นแกอิ่มรึไง กินเสร็จจะได้คุยงานกันต่อ เลิกเสียเวลากับเรื่องไร้สาระสักที

พูดแบบนี้เพราะไม่อยากให้เพื่อนรักมัวแต่หมกมุ่นกับเรื่องของผู้หญิง ซึ่งเขามองว่ามันเป็นเพียงเรื่องไร้ประโยชน์ ไม่มีค่ามากพอที่จะให้เวลาเสียไปอย่างไร้ค่า

            “อืม...ทำเป็นบ่นไปได้

            เมื่อเพื่อนรักพูดไม่หยุดนรวิทย์ก็รีบกินต่อ จนอิ่มนั่นแหละถึงได้ลากกันเข้าไปปรึกษาหาเรือกันเรื่องธุรกิจในห้องทำงาน  จนเวลาบ่ายคล้อยก็ยังไม่มีท่าทีว่าเสียงพูดคุยนั้นจะจบลงง่ายๆ

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha