พิษรักพิศวาสมาร

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 5 : จะดีหรือจะร้าย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 5 จะดีหรือจะร้าย

            ระหว่างทางเดินกลับช่างปลอดโปร่งยิ่งนัก ไม่มีใครผ่านมาทางนี้เลยสักคน คีย์รินทร์จึงมีโอกาสอุ้มคนโรยแรงก้าวเข้าสู่เรือนหอโดยไม่มีใครเห็น พอตรงไปยังปีกซ้ายได้ ประตูบ้านสุดไฮเทคก็ดำเนินการเปิดรับอย่างรู้หน้าที พอก้าวเข้าไปได้ก็พาหญิงสาวเข้าสู่ห้องน้ำพร้อมปล่อยให้ยืนนิ่งๆ

            “อย่า...”

            เมื่อฝ่าเท้าแตะพื้นเย็นๆ ไข่มุกก็รู้สึกตัว แล้วรีบปัดมือป้วนเปี้ยนกับร่างกายทิ้ง

            “ปล่อย! อย่าทำไข่มุกอีกเลย ไข่มุกกลัวแล้ว

            คนมีความทรงจำไม่ดีหลั่งน้ำตาอย่างน่าสงสาร ใบหน้าสวยชื้นเหงื่อเอาแต่ส่ายไปมาอย่างห้ามปราม

            “คนดี...พี่สัญญา พี่จะไม่ทำอะไรไข่มุก

            คีย์รินทร์คว้ามือเรียวมาบีบไว้แน่น ไม่คิดเหมือนกันว่าการกระทำของตัวเองจะสร้างความร้าวรานให้กับหญิงสาวมากขนาดนี้ สายตาคู่คมจึงเอาแต่ทอดมองนิ่งนาน

            “อย่า...ได้โปรดอย่าทำไข่มุกเลย

            ไข่มุกถอยร่นชิดผนังห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ถึงจะเจ็บช้ำกับจุดอ่อนไหว แต่เธอก็ฝืนทนที่จะก้าวย่างให้ห่างไกลจากคนใจดำมากที่สุด

            “ไข่มุก...พี่จะไม่ทำอะไร เชื่อพี่นะ...”

            คีย์รินทร์เดินเข้าหา พอเห็นเธอทรุดลงกับพื้นเฉียบเย็นก็รีบโผเข้าไปประคอง เดี๋ยวพี่อาบน้ำให้ ร่างกายเธอจะได้ดีขึ้น

            ช่างเป็นน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดในรอบสัปดาห์ กว่าจะได้ยินประโยคนี้เธอต้องเจ็บปวดมากขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้เธอคงไม่มาเยือนที่นี่ตั้งแต่แรก จะไม่รับปากคุณลุงเมฆาอย่างเด็ดขาด

            “ไข่มุกกลัว...”

            แม้จะยินยอมมิอาจต้านทาน แต่ไข่มุกก็ยังระงับอาการสั่นเอาไว้ไม่ไหว เธอกลัวเขาเหลือเกิน กลัวอย่างไม่เคยสัมผัสมาก่อน

            “ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะไม่ทำอะไร...พี่สัญญา

            คนให้คำมั่นสัญญาค่อยๆ เปลื้องเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายของหญิงสาวออก อึดใจเดียวผิวชมพูผุดผาดขาวดุจไข่มุกก็ปรากฏแก่สายตาอย่างชัดเจน ดอกบัวตูมช่างงดงามยิ่งนัก เธอสวยยิ่งกว่ารูปปั้นใดๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยได้มองดูร่างบางเต็มตาเลยสักครั้ง ครั้งนี้ช่างยากนักที่บุรุษร้ายจะทานทน แต่คีย์รินทร์กลับหักห้ามใจทันทีเมื่อมองเห็นจุดเขียวช้ำบนร่างกายของหญิงสาว สิ่งที่ปรากฏจะเป็นฝีมือใครไม่ได้นอกจากตัวเอง คนทำผิดอย่างรุนแรงค่อยๆ พาไข่มุกคนงามมายืนอยู่ใต้ฝักบัวหรู ก่อนจะปล่อยสายน้ำให้ชำระร่างกายเปลือยเปล่าของหญิงสาว มือบีบไล้ครีมอาบน้ำให้อย่างอ่อนโยน ผมนุ่มสลวยที่เปื้อนเม็ดทรายก็ถูกสระล้างจนสะอาด เมื่อจัดการกับร่างบางที่จวนเจียนจะหลับไปทุกทีเสร็จเรียบร้อย คีย์รินทร์ก็รีบเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ พร้อมสวมชุดนอนเพื่อปกปิดร่างกายอันเย้ายวนตา ก่อนจะเอื้อมไปหยิบไดร์เป่าผมมาทำหน้าที่ให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็อุ้มไข่มุกไปวางบนที่นอนหรูอย่างแผ่วเบาโดยไม่ลืมเลื่อนผ้าห่มมาคลุมกายให้

            “นอนก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่มา

            หญิงสาวหลับตาพริ้มลงอย่างเหนื่อยล้า แต่แค่เพียงวินาทีเดียวที่หลับตาลงเท่านั้น เรียวปากนุ่มกลับร้อนชื้นด้วยลิ้นร้อนๆ ที่ไล้เลียอย่างวาบหวาม คีย์รินทร์สอดส่ายลิ้นร้อนๆ เข้าไปในปากสวย จูบตวัดกัดเกี่ยวลิ้นน้อยๆ อย่างดูดดื่ม ไร้ซึ่งแรงขัดขืน ฝ่ามือร้ายกาจจึงเลื่อนขึ้นมากอบกุมหน้าอกสาวอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลเกินห้ามใจ

            “อย่า...”

            เสียงห้ามปรามแผ่วเบายิ่งนัก แต่คีย์รินทร์ก็หยุดการกระทำที่ร้อนรุ่มเอาไว้ เพราะวันนี้ไข่มุกบอบช้ำมามากแล้ว เขาควรต้องยุติการกระทำทุกอย่างให้สิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้ ก่อนริมฝีปากหนาจะจูบแผ่วเบาบนแก้มเนียนของหญิงสาวแล้วก้าวออกจากห้องของคนงามไปจัดการกับร่างกายของตัวเองอีกฟากฝั่ง

 

กว่าจะจัดการกับร่างกายหล่อล่ำเรียบร้อยก็จวนจะถึงเวลาของอาหารมื้อเย็น ดังนั้นจึงจำต้องพาร่างกายหล่อๆ ก้าวออกจากเรือนหอรอร้างตรงไปยังบ้านใหญ่ทันที คนก้าวเท้ายาวๆ หวนนึกถึงหญิงสาวที่ยังอยู่บนห้องนอน เธอคงจะหิวเหมือนกัน ดังนั้นก่อนจะแวะเข้าห้องอาหารใหญ่กลับสาวเท้าย่างเข้าสู่ห้องครัวแทน

            “นมครับ ขอข้าวต้มร้อนๆ ให้ไข่มุกด้วยนะ วันนี้เธอคงไม่ลงมาทานอาหารเย็น

            ร้องสั่งทันทีที่เห็นนมอิ่มง่วนอยู่กับอาหารหลายอย่างที่น่าจะทำขึ้นตั้งโต๊ะเป็นมื้อค่ำ

            “ได้ค่ะคุณคีย์

            นมอิ่มรับปากตาปริบๆ อย่างสงสัยเพราะชายหนุ่มไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน นางอยากรู้เหลือเกินว่าวันนี้คีย์รินทร์กินอะไรผิดสำแดงมาถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ แต่ยังไม่ทันได้คลายสงสัย เจ้านายน้อยของนางก็หันหลังตรงไปยังห้องอาหารทันที

            “พ่อ...”

            น้ำเสียงตกใจมิใช่น้อย เพราะจู่ๆ คุณพ่อผู้เคารพรักก็เดินทางกลับมาโดยไม่บอกกล่าว ก็เห็นบอกไปทำธุระแล้วจะมีงานเลี้ยงอีก แต่เหตุใดถึงมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า

            “ทำไมต้องทำหน้าตกใจแบบนั้น หรือว่าระหว่างที่ฉันไม่อยู่แกไปก่อเรื่องใหญ่หลวงไว้

            เมฆามองหน้าลูกชายด้วยความสงสัย เจ้าลูกคนนี้ต้องไปทำอะไรมาแน่ๆ อย่าให้รู้ว่าทำเรื่องไม่ดี เขาจะทำโทษให้สาสมเลยทีเดียว

            “เปล่าครับ

            ลูกชายปฏิเสธเสียงแผ่วเบา มองนมอิ่มกับคนรับใช้อีกคนที่ตอนนี้กำลังจัดโต๊ะอาหารกันอย่างขะมักเขม้น ไม่หันมาสบตาคุณพ่อเลยสักนิด รู้สึกเหมือนวัวสันหลังหวะก็มิปาน

            “แล้วหนูไข่มุกไปไหน? ตั้งแต่มาพ่อยังไม่เห็นน้องเลย

            เป็นอีกครั้งที่เมฆามองหน้าลูกชายก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะหันไปมองนมอิ่มตามลำดับ

            “เอ่อ...”

            คีย์รินทร์ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก จะบอกว่าอย่างไรดี จะบอกว่าไข่มุกหมดเรี่ยวหมดแรงนอนอยู่ในห้องก็ไม่ได้ ถ้าพูดออกไปมีหวังถูกซักไซ้เป็นการใหญ่แน่

            “คุณหนูไข่มุกบอกว่าเธอเหนื่อยค่ะ พอดีช่วงกลางวันเธอเดินเที่ยวทั่วเกาะ ก็เลยขออนุญาตไม่ลงมารับประทานอาหาร ให้นมยกไปเสิร์ฟในห้องแทน นายใหญ่อย่าโกรธเลยนะคะ

            คำบอกกล่าวของนมอิ่มทำให้คีย์รินทร์คลายกังวลได้ไม่น้อย จึงได้แต่หันไปมองอย่างขอบคุณ ส่วนนมอิ่มนะหรือแจกค้อนวงใหญ่ให้เพราะรู้ดีว่านายน้อยของนางสร้างเรื่องราวใหญ่โตไว้ ไม่รู้จริงๆ ว่านายน้อยจะลักกินขโมยกินอย่างนี้อีกนานแค่ไหน แต่ด้วยความรักนมอิ่มจำต้องกางปีกปกป้องคีย์รินทร์เหมือนนกน้อยในอุทร นางเลี้ยงมากับมือ อยู่กับครอบครัวนี้มานาน ย่อมรู้ว่านายหัวเมฆาน่ากลัวไม่ยิ่งหย่อนไปจากทะเลคลั่งสักเท่าไหร่ ถ้าขืนให้รู้ตอนนี้พายุทะเลคงอาละวาดเป็นแน่

            “อืม...ฝากนมอิ่มดูแลหนูไข่มุกด้วยนะ พรุ่งนี้ฉันต้องไปอังกฤษ ประมาณสองสัปดาห์

            พอโชคเข้าข้างชายหนุ่มก็ถึงกับปิดรอยยิ้มไว้ไม่มิด พ่อไม่อยู่ทุกอย่างก็ยิ่งโล่งสบาย แต่ถึงอยู่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้ว

            “ค่ะ นมจะดูแลคุณหนูไข่มุก รวมทั้งคุณคีย์ให้ดีที่สุด

            ประโยคสุดท้ายของนมอิ่ม ช่างเน้นย้ำยิ่งนัก ขนาดดูแลอย่างดีคุณชายคีย์ก็ก่อเรื่องใหญ่โต ไม่รู้จะตามแก้ยังไงได้ทัน ถ้านางปล่อยปละละเลยก็คงจะแย่ยิ่งกว่านี้หลายเท่า

            “พ่อจะไปทำอะไรครับ หนีผมไปเที่ยวเหรอลูกชายเอ่ยถามยิ้มๆ

            “ฉันไปทำงาน แกเข้าไปดูบริษัทด้วยก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นพนักงานคงจะลืมหน้าตาท่านรองประธาน ถามจริงๆ เถอะ มัวแต่ขลุกอยู่ในฟาร์มติดอกติดใจอะไรกับไข่มุกนักหนา

            คนเป็นพ่อเอ่ยอย่างไม่จริงจัง แต่ประโยคหลังนี่สร้างความตกใจให้กับลูกชายได้ไม่น้อย คีย์รินทร์ถึงกับทำหน้าไม่ถูก ข้าวปลาที่กำลังจะตักเข้าปากชะงักกึกทันที

            “ผมไปดูแลฟาร์มมุกครับ ไม่ได้ติดอกติดใจไข่มุก

            รีบปฏิเสธเสียงแข็ง แถมยังตีหน้าเครียดขรึมใส่อย่างเห็นได้ชัด

            “ฉันก็หมายถึงฟาร์มมุกของแก แกคิดว่าฉันหมายถึงอะไร?”

            เมฆาถามเรียบๆ มองปฏิกิริยาของลูกชายคนเดียวด้วยความสงสัย แต่ก็มิทันจับพิรุธได้ เพราะเจ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลบเกลื่อนได้ดี

            “เปล่าครับ กินข้าวเถอะ พ่อจะได้พักผ่อน พรุ่งนี้ผมจะไปส่งที่สนามบิน

            ลูกชายรีบปฏิเสธอีกหนแถมยังรีบจัดการกับมื้อเย็นที่แสนอร่อย ทว่ากินได้ไม่กี่คำก็รู้สึกฝืดคอ เพราะกลืนลงคอแต่ละครั้งก็ต้องพะวงถึงคนที่นอนหลับอยู่

            “ไม่ต้องหรอก ให้นายหมึกไปส่งก็พอ แกเตรียมเข้าไปบริษัทแต่เช้าเลยก็แล้วกัน

            นายหัวใหญ่ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ลูกชายลำบากไปเปล่าๆ ปล่อยให้ลูกชายผู้ประเสริฐทำใจเข้าบริษัทให้ได้ก่อนเถอะ ไม่รู้ที่รับปากไปจะทำได้รึเปล่า ครั้งสุดท้ายที่คีย์รินทร์เข้าไปบริษัท ก็นานมากโขจนพนักงานคงจำไม่ได้กันเลยทีเดียว

            “ครับ ผมจะเข้าไปอย่างที่พ่อต้องการ

            คุยกันพอหอมปากหอมคอ อาหารเย็นก็พร่องไปเยอะมากแล้ว เมื่อกินข้าวอิ่มชายหนุ่มก็พุ่งไปดูอาหารของใครบางคนทันที

            “ยายหวาน ป้าวานยกข้าวต้มไปให้คุณหนูไข่มุกหน่อยสิ

            นมอิ่มเรียกใช้หลานสาวคนเดียว

            “ได้จ้ะป้า

            แม้จะขัดใจแต่หวานก็จำต้องเก็บอารมณ์ให้ลึกที่สุด เธอเดินเข้ามาคว้าถาดอาหารอย่างไม่เต็มใจนัก

            “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมยกไปเอง

            คีย์รินทร์เอ่ยขัดแล้วเป็นฝ่ายยกถาดอาหารไปเสียเอง

            “จะดีเหรอคะ เดี๋ยวหวานจัดการให้ค่ะคุณคีย์

            หวานยังคงแสร้งทำหน้าปกติ ไม่อยากให้คีย์รินทร์ต้องยกถาดอาหารไปให้ผู้หญิงคนอื่นด้วยตัวเอง ทั้งที่ในใจเดือดปุดๆ ด้วยพิษอิจฉา

ไม่เป็นไรหรอก ถึงอย่างไรฉันก็ต้องกลับไปที่นั่นอยู่แล้ว

พูดแค่นั้นก็เบี่ยงกายหนีโดยไม่ฟังเสียงทัดท้านของใคร พอก้าวออกจากห้องครัวได้ก็ตรงไปยังห้องนอนของไข่มุก โดยไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้าคมคายนั้นเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

ไข่มุกครับ พี่คีย์ยกข้าวต้มหอมๆ มาให้ ลุกขึ้นมากินก่อนนะคนดี

พอก้าวเข้ามาในห้องได้ก็วางถาดข้าวต้มหอมกรุ่นลงบนโต๊ะใกล้ๆ เตียงนอน พร้อมเอ่ยเรียกคนหลับตาพริ้มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่เรียกเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวเลยสักนิด คิ้วที่พาดเฉียงเหนือดวงตาคมคู่จึงขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย

            “ไข่มุกครับ...”

            ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เล็ดรอดออกมา คนทนไม่ไหวจึงแตะมือเบาๆ บนหน้าผากเกลี้ยงเนียน พอเห็นว่าเป็นปกติก็ได้แต่ผ่อนลมหายใจทิ้งอย่างโล่งอก

            “ลุกเถอะ มากินอะไรสักหน่อยเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่อยากเห็นหน้าตัวเอง จึงเอาแต่ส่ายหน้าไปมา ลุกขึ้นมา ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอนอนอยู่อย่างนี้ไปอีกหลายคืน

            คีย์รินทร์คาดโทษอย่างหมั่นไส้ ครั้นเธอยังหลับสนิทก็ได้แต่กดมุมปากเป็นรอยยิ้มร้าย

            “อื้อ...อื้อ...”

            เสียงประท้วงเบาๆ ดังอู้อี้ในลำคอของหญิงสาว เพราะตอนนี้ชายหนุ่มกำลังฉกจูบปากจิ้มลิ้มยื้อแย่งอากาศหายใจ คราวนี้ต่อให้หลับสบายมากแค่ไหน ไข่มุกก็ดิ้นรนเมื่อรู้สึกใจจะขาดเสียให้ได้ มือเรียวผลักอกกว้างออกเบาๆ ส่งผลให้คนตั้งหน้าตั้งตาจูบถึงกับถอนหายใจทิ้งอย่างเซ็งๆ

            “คุณคีย์...”

            เมื่อเห็นเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาชัดเจน ไข่มุกถึงกับมองหน้าชายหนุ่มด้วยความงุนงง เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขาคือคนข่มขืนเธอชัดๆ แล้วนี่กล้าดีอย่างไรถึงมาทำหน้าระรื่นอยู่ใกล้ๆ ที่ผ่านมาเขาเห็นเธอเป็นตัวอะไรกันแน่ เห็นเธอเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวหรืออย่างไร

            “ทานข้าวก่อนนะคนดี จะได้มีแรง...”

            เสียงทุ้มทอดยาวชวนให้ใจสั่น พอได้ยินแบบนั้นจึงเลี่ยงหลบสายตาคู่คมทันที คนรอโอกาสจึงฉกฉวยโอกาสหอมแก้มนุ่มนวลเสียฟอดใหญ่ ก่อนจะยกถ้วยข้าวต้มหอมกรุ่น มาใกล้ๆ แล้วตักขึ้นชิมความร้อนก่อนป้อนเข้าปากคนไม่มีแรง

            “ไข่มุกกินเองได้ค่ะ

            พูดแค่นั้นก็คว้าเอาถ้วยข้ามต้มมาถือไว้เสียเอง ตักเข้าปากได้ก็เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย อาจเป็นเพราะวันนี้ยังไม่ได้แตะอาหารเลยสักคำ เธอจึงเผลอกินไปจนหมดชามอย่างรวดเร็ว

            “น้ำครับ

            คีย์รินทร์หยิบแก้วน้ำดื่มยื่นให้ทันทีที่ไข่มุกกินอิ่ม แถมยังยกถ้วยข้าวต้มที่เหลือเพียงความว่างเปล่าไปวางไว้ที่เดิม

            “ขอบคุณค่ะ

            เมื่อกินอิ่มก็พึมพำขอบคุณเขาอย่างรู้มารยาท แต่ยังไม่ทันได้วางแก้วน้ำก็ต้องเบิกตาโตกับยาหลายเม็ดที่ถูกยื่นมาตรงหน้า

            “ยาแก้อักเสบ กินซะจะได้ดีขึ้น

            “คะ?”

            ถึงแม้จะสงสัยแต่ก็ยอมหยิบเข้าปากอย่างงุนงง นึกจะดีก็ดีขึ้นมาทันตา นึกจะร้ายก็ร้ายยิ่งกว่าพายุทอร์นาโดที่ถล่มบ้านเมืองจนพินาศย่อยยับ แต่เขาคงไม่รู้ใช่ไหมว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่เธอต้องการ คือคำขอโทษต่างหาก

ไข่มุกครับ ขอรางวัลให้พี่คีย์หน่อย

            คนขอรางวัลนั่งลงบนเตียงกว้าง แถมยังโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจหอมๆ ชัดเจน

            “รางวัลอะไรเหรอคะ

            ไข่มุกมองหน้าชายหนุ่มด้วยความสงสัย เขาทำร้ายเธอไว้ตั้งมากมายหลายอย่างยังไม่คิดเอ่ยขอโทษสักคำ ยังมีหน้ามาขอรางวัลอีก ผู้ชายคนนี้ยากแท้หยั่งถึงนัก หน้าด้านเกินจะทนจริงๆ

            “รางวัลของพนักงานเสิร์ฟอาหารมื้อค่ำที่แสนอร่อยครับ

            คีย์รินทร์ก้มลงมาหาใกล้กว่าเดิม ใบหน้าหล่อๆ ขยับชิดเรื่อยๆ เชื่อว่าจุดมุ่งหมายคงจะเป็นปากแดงๆ ที่แย้มเผยออย่างเชิญชวน แต่ก็พลาดถนัดเมื่อนิ้วเรียวสวยแตะริมฝีปากหนาอย่างฉับพลัน

            “อย่าค่ะ

            ไข่มุกร้องห้ามทันที มือเรียวผลักใบหน้าหล่อๆ ให้ออกห่างอย่างไม่ไว้ใจ

            “ทำไมฮึ!”

            คนถูกปฏิเสธทำหน้าเสียดายแล้วมองอย่างคาดโทษ พริบตาเดียวมุมปากนั้นก็กดเป็นรอยยิ้มร้ายอย่างรู้ดีว่าจะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าเช่นไร

            “ไข่มุกง่วงนอน ได้โปรด...อย่ารังแกไข่มุกนะคะ ไข่มุกกลัว...”

            ไข่มุกรีบอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร พลางมองอย่างหว่านล้อมหวังไม่ให้ชายหนุ่มฝืนใจ

            “ก็ได้ ฉันจะไม่รบกวนเธอ พักผ่อนเถอะนะ

            ชายหนุ่มก้มลงมาหาอีกครั้ง แต่คราวนี้หญิงสาวรีบดึงผ้าแพรมาคลุมจนมิดศีรษะ ทำเอาคนอยากสัมผัสริมฝีปากสีหวานต้องส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะลุกออกจากห้องไป

 

ตกดึกพระจันทร์สีเหลืองก็อวดความงามอยู่บนท้องฟ้า ปล่อยแสงสว้างให้สาดส่องเข้ามาในตัวบ้าน ทำให้มองเห็นชายหนุ่มหล่อหน้าตาดียืนอยู่ตรงประตูฝั่งปีกซ้ายของเรือนหอ ไม่นานประตูแสนไฮเทคก็เปิดกว้างให้ผู้เป็นเจ้าของก้าวเข้าไปโดยง่าย

            “พี่คีย์...นี่ดึกมากแล้วเข้ามาทำไมคะ

            ไข่มุกร้องทักอย่างตกใจ คิ้วเรียงเส้นสวยขมวดเข้าหากันอย่างอยากรู้เจตนา  ดีนะที่เธอนอนไม่หลับ จึงต้องมายืนชมจันทร์อยู่บริเวณหน้าต่างของห้อง แสงจันทร์สว่างสดใสแต่ร่างกายของไข่มุก กลับมืดมนด้วยน้ำมือคนใจร้ายที่เพิ่งก้าวเข้ามาในยามวิกาล

            “มานอน

            ห้วนๆ สั้นๆ แต่ขยายความได้กว้างนัก มานอนนั่นก็หมายความว่าชายหนุ่มก็จะนอนที่นี่ ในห้องนี้ และก็บนเตียงเดียวกัน

            “ไม่นะ ห้องของพี่ก็มี เชิญกลับไปที่ห้องเถอะค่ะ อย่าให้ไข่มุกรู้สึกรังเกียจตัวเองไปมากกว่านี้เลย

            ไข่มุกหันหลังให้ทันที เธอพูดโดยไม่มองหน้า ตอนนี้สายตาเธอเหม่อมองไปยังท้องฟ้ากว้างเท่านั้น แม้ตอนเย็นเขาจะทำดีมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่มากพอที่จะลบความปวดร้าวที่มีในใจและร่างกายได้หรอก สำหรับผู้ชายที่ข่มขืนกระทำชำเราเธอกลางชายหาด อาจจะมีคนเห็นหรือไม่มีก็ได้ แต่เธอก็อับอายเกินจะทนไหว

            “ไม่! ฉันจะนอนที่นี่ แล้วก็จะนอนทุกคืน เธอเป็นแค่คนอาศัยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น

            เจ้าของร่างกำยำเริ่มเดือดอีกแล้ว การทำดีเมื่อตอนเย็นไม่มีค่าสำหรับเธอเลยเช่นนั้นหรือ ในเมื่อคนอย่างเขาไม่เคยยกข้าวยกน้ำมาเสิร์ฟให้ใคร หรือพอทำดีด้วยหญิงสาวกลับจะเอาใหญ่

            “ทำไมจะไม่มีคะ ไข่มุกมีสิทธิ์ของความเป็นคน เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากรักษาเกียรติของตัวเองไว้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้คุณย่ำยีอยู่อย่างนี้

            ไข่มุกรีบโต้เถียงทันที ใช่! เธอเจ็บจนเกินจะทน หมดแล้วความภาคภูมิใจ จบสิ้นทุกอย่างตั้งแต่เจอมารร้ายอย่างเขา มารร้ายที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นหญิงของเธอ

            “หันหน้ามาคุยกันดีๆ อย่าทำเหมือนพี่ไม่มีตัวตน

            ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้ม แต่ไข่มุกก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่คิดจะหันหน้าสวยๆ มาให้ยลเลยสักนิด ท่าทางของเธอจึงส่งผลให้คีย์รินทร์โกรธหนักมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว พริบตาเดียวก็ขยับเข้าใกล้แล้วกระซิบชิดใบหูนุ่มด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

            “ย่ำยีเหรอ เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือยังไง เธอเข้ามาที่นี่ก็เพื่อเสนอตัวเป็นนางบำเรอของฉันอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นเธอจะมาทำไม

            มือทั้งสองข้างจับเจ้าของกายบางให้หันมาเผชิญหน้า สีหน้าและท่าทางที่สบตากันช่างน่ากลัวยิ่งนัก และพริบตาเดียวความโกรธก็ทวีคูณเมื่อไข่มุกมีท่าทีแสนจะเย็นชาใส่ สายตาของหญิงสาวว่างเปล่าและไร้ตัวตนของคนตรงหน้า

            “ไม่ใช่! ไข่มุกไม่ได้มาทำในสิ่งที่พี่พูด แต่ไข่มุกมาเพื่อ...”

            หญิงสาวปฏิเสธทันที เธอไม่ได้มาเพื่อเป็นนางบำเรอของเขา เธอมาเพื่อเหตุผลบางอย่าง เหตุผลที่ต้องเก็บงำซ่อนเร้นไม่ให้ใครรู้ ทั้งที่เธออยากจะโบยบินหนีไปให้ไกลแต่เธอทำไม่ได้

            “เพื่ออะไรบอกมาสิ ถ้าไม่บอก ฉันก็จะนอนที่นี่และนอนกับเธอ

            คีย์รินทร์ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ความจริงเขารู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ แต่ในเมื่อทำดีแล้วไม่ได้รับการยอมรับก็อย่าทำมันเลย

            “เธอจะได้รู้จัก ผู้ชายที่ชื่อ คีย์รินทร์ เมฆหิรัญอย่างแท้จริง...ใช่ไหม สวีร์ณา เดชพิรมณี

            ประโยคสุดท้ายช่างตอกย้ำยิ่งนัก คราวนี้คงเดือดดาลถึงขีดสุดถึงได้เรียกหญิงสาวเสียเต็มยศทั้งชื่อจริงนามสกุลจริง จนทำเอาเจ้าของชื่อตัวสั่นเทาอย่างน่าเวทนา

            “ไม่! อย่า...”

            เธอปัดป้องตัวเองออกจากการคุกคาม เธอยังเจ็บปวดกับร่างกายที่ถูกทำร้ายเมื่อยามบ่าย มารสิงสู่ร่างของชายหนุ่มอีกหรืออย่างไร ตกดึกค่ำคืนถึงได้น่ากลัวมากมายขนาดนี้

            “ฮื้อ...ฮือ...ไข่มุกกลัว คุณคีย์อย่าทำอะไรไข่มุกอีกเลย

            ไข่มุกหลั่งน้ำตาอีกครั้ง เธอทั้งตกใจทั้งรู้สึกกลัวในเวลาเดียวกัน เหตุการณ์เมื่อยามบ่ายหลั่งไหลเข้ามาตอกย้ำไม่ขาดสาย แล้วครั้งนี้รู้สึกว่าตัวเองคงไม่มีแรงมากพอจะทานทนไหว

            “อย่า...ทำไข่มุกเลย

            ไข่มุกทุบตีคีย์รินทร์ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ผลักอ้อมแขนที่กกกอดให้ออกห่าง เธออยากหลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้ไม่อยากให้เขาแตะต้องตัวเธอแม้แต่น้อย

            “คิดว่าฉันอยากจะแตะเธอนักหรือไง สึกหรอนิดหน่อยคงจับใส่ตะกร้าล้างน้ำเร่ขายได้อยู่หรอก เท่านี้คงไม่ทำให้เธอถึงกับขายไม่ออก

            คนไม่อยากแตะต้องไม่ทำอย่างที่พูดเลยสักนิด คีย์รินทร์ยังใช้เรี่ยวแรงที่แข็งแกร่งของชายชาตรี กักขังหญิงสาวไว้ในอ้อมกอดไม่ยอมให้หลุดออกไปได้ แม้ร่างกายหนาจะเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนทุบตีจนเกิดรอยแดงเป็นริ้วๆ ก็ตาม

            “ปล่อย! แล้วก็ออกไป

            ไข่มุกออกปากไล่อย่างไม่ไว้หน้า ไม่สนทั้งนั้นว่าบ้านหลังนี้เป็นของใคร ไม่มีอะไรน่ากลัวมากไปกว่าคีย์รินทร์อีกแล้ว

            “ไม่! ฉันจะนอนที่นี่และเธอก็ต้องนอน

            เสียงเข้มตวาดสั่งแค่นั้น ไข่มุกถึงกลับหมดเรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน คีย์รินทร์จึงใช้โอกาสนี้ตวัดไข่มุกขึ้นสู่อ้อมแขนแล้ววางลงบนเตียง ก่อนจะเอนกายหนาหนักนอนเคียงข้าง

            “นอน! ถ้าไม่นอน ฉันจะทำอย่างอื่น

            คำขู่ของของชายหนุ่มส่งผลรุนแรงยิ่งนัก เพราะไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นไข่มุกก็รีบพลิกกายหันหลังให้มารร้าย ทั้งๆ ที่น้ำตายังคงไหลซึมไม่หยุด ผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ ทำไมถึงทำกับเธออย่างนี้ แต่เพียงไม่ถึงสิบนาทีเท่านั้น ลำแขนล่ำๆ ของมารร้ายก็พาดผ่านเอวบางมากอดทั้งที่หญิงสาวยังคงนอนหันหลังให้

            “หลับเถอะ คืนนี้ฉันจะไม่ทำอะไรเธอ...ไม่ทำอีกแล้ว

            พึมพำชิดใบหูนุ่มเนียนเพียงเท่านั้น ก็ฉวยโอกาสสูดผมนุ่มสลวยฟอดใหญ่จนเต็มปอด ก่อนจะข่มตาหลับไปอย่างรวดเร็ว คืนนี้คนหนึ่งนอนหลับทั้งน้ำตาส่วนอีกคนหลับไปด้วยความสับสนวุ่นวายใจ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha