พิษรักพิศวาสมาร

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 8 : จริงหรือหลอก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 8 จริงหรือหลอก

            เกือบสิบชั่วโมงที่ชายหนุ่มและหญิงสาวหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย เปลือกตาหนาหนักกะพริบถี่ๆ เพื่อให้คุ้นเคยกับแสงสว่างที่สาดส่อง ตอนนี้พระอาทิตย์เคลื่อนตัวบ่งบอกว่าเลยเวลาเที่ยงมามากแล้ว ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เขาจะรู้สึกตัวในเวลานี้ ก็เมื่อคืนเกิดพายุหมุนวนสาดซัดจนคิดว่าเรือยอช์ตลำหรูคงจะลุกไหม้เพราะไฟพิศวาสที่เร่าร้อน บุรุษล่ำสันที่คิดว่าตัวเองมีความสุขที่สุดในรอบสี่ปี พาร่างกายแข็งแกร่งเปลือยเปล่า ก้าวไปหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย สายตาดุจราชสีห์เดินเก็บเสื้อผ้าทุกชิ้นส่วน มองเห็นซับในตัวน้อยของหญิงสาวขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี เสื้อผ้าของเธอจึงถูกรวบรวมมาวางไว้เรียบร้อย

            คีย์รินทร์จัดการแต่งตัวท่อนล่างเพื่อบดบังปกปิดให้ร่างกายพ้นจากการลามเลียของแสงแดดและสายลม ส่วนท่อนบนนั้นเปลือยเปล่ามองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นมัดๆ กล้ามหน้าอกล่ำสันน่าฟัดน่าซบเป็นที่สุดถูกปล่อยให้ล่อสายลมแสงแดดต่อไป เสื้อยืดตัวหนาของคีย์รินทร์ถูกนำไปเป็นผ้าห่มให้ไข่มุกแทนไออุ่นจากร่างกายที่แข็งแกร่ง ปิดบังแสงสว่างที่จะมากระทบร่างบอบบางให้ลดน้อยลง

            “พี่คีย์...”

            แต่เพียงเสื้อตัวหนาสัมผัสกายบางไข่มุกกลับรู้สึกตัวทันที เธอลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ลืมสภาพตัวเองไปเสียสนิท หน้าอกสาวตั้งชูชันท้าทายสายตาของคนที่ยังนั่งอยู่ใกล้ๆ

            “ไข่มุก...”

            คีย์รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก เมื่อสายตากระทบกับดอกบัวคู่สวยที่เต่งตึงมีรอยแดงๆ บริเวณรอบดอกบัวคู่งาม ซึ่งคงเกิดจากฝีปากของมารร้ายเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ร่างกายชายหนุ่มตอบสนองอย่างลืมตัว จนเผลอเอื้อมมือไปข้างหน้าหวังสัมผัสแผ่วเบาบนอกสาว

            “เอ่อ...พี่คีย์

            ไข่มุกรีบหลบอย่างรวดเร็ว เสื้อตัวหนาของชายหนุ่มที่หล่นไปกองอยู่เอวคอด ถูกดึงขึ้นมาปกปิดร่างกายทั้งท่อนบนและท่อนล่าง ดวงตาคู่สวยแลซ้ายมองขวาหาเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะยื่นมือเรียวไปหยิบเมื่อเห็นอยู่ใกล้ๆ

            ส่วนชายหนุ่มเมื่อโดนหักหน้าหักมือไม่มีชิ้นดี ก็รีบพาตัวเองก้าวออกไปห่างจากบริเวณต้องห้ามที่เห็นทีไรทำให้ร่างกายเขาลุกไหม้ เมื่อมารร้ายเดินหันหลังจากไป ไข่มุกก็รีบจัดการกับร่างกายเปลือยเปล่า บราเซียตัวสวยถูกใส่ให้เข้าที่ ตามด้วยเสื้อตัวบางที่มีรอยขาดเพียงนิด มองมาที่ซับในตัวน้อยตอนนี้ขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี เธอจะใส่เข้าไปได้อย่างไร ถ้าไม่ใส่เธอก็ต้องอยู่ในสภาวะโนอันเดอร์แวร์ แต่ถึงใส่มันก็ไม่ต่างจากการไร้ซับในอยู่ดีเพราะคงไม่สามารถปกปิดอะไรได้สักนิด กระโปรงตัวยาวจึงถูกนำมาสวมใส่แทน หลังจากที่แต่งกายเรียบร้อยเธอก็ยังรู้สึกเบาโหวงโล่งส่วนล่างของร่างกายอยู่ดี

 

ตอนนี้ก็บ่ายคล้อยมากแล้ว ข้าวปลายังไม่ได้กินเลยสักคำ ไข่มุกหิว แต่เธอไม่กล้าเอ่ยปากบอกเขา จึงได้แต่มองด้านหลังของชายหนุ่มอย่างลืมตัว ยิ่งคิดถึงรสเสน่หาล้ำลึกที่ได้รับ กลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงด้วยความหวั่นไหว ไข่มุกนั่งมองกายแกร่งที่ไม่คิดจะขยับไปไหนมาไหนนับชั่วโมง แต่ไม่กล้าเดินเข้าไปหา ได้แต่นั่งกระสับกระส่ายบนโซฟาตัวยาวเท่านั้น

            “เป็นอะไรรึเปล่า?”

            เสียงทุ้มไถ่ถามเมื่อสบประสานสายตาอีกฝ่ายเข้าพอดี เขารับรู้ว่าโดนสายตาของหญิงสาวมองอยู่เป็นระยะ รอให้เอ่ยปากมาหลายสิบนาที ก็ยังไม่ได้ยินเสียงหวานๆ ของสาวเจ้ากระทบโสตประสาท จึงต้องหันมาถามเสียเอง

            “หิวข้าว

            ไข่มุกตอบเบาๆ เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น แต่ว่าถ้าเธอไม่ได้กินอะไรจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้รบปรบมือกับมารร้ายตนนี้ เวลานี้ต้องการอาหารเพิ่มพลังงานให้กับตัวเอง

            คำตอบของไข่มุกทำให้คีย์รินทร์หน้าเหวอ จนเผลอลอบยิ้มที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่พูดอะไรสักคำนอกจากฝีเท้าหนาก้าวเข้าไปดูบริเวณห้องอาหารของเรือทันที บนเรือยอช์ตลำนี้มีทุกอย่างครบบริบูรณ์ อาหารมีสำรองไว้เสมอ เพราะเป็นบางครั้งที่คีย์รินทร์จะขับเรือยอช์ตมานอนอยู่ท่ามกลางทะเล เพื่อบรรเทาความทุกข์ใจให้เหือดหายไปกับน้ำทะเลสีคราม

            “แซนด์วิช นมจืด กินได้ไหม?”

            ไม่ถึงห้านาที คนที่หายเข้าไปในบริเวณห้องอาหารของเรือก็พาร่างกายของตัวเองกลับมายืนตรงหน้าหญิงสาว คีย์รินทร์ยื่นอาหารให้ไข่มุกทันที จะว่าไปตั้งแต่หญิงสาวมาอยู่ที่นี่ ชายหนุ่มก็ไม่เคยพาตัวเองออกมานอนที่ไหน อย่าว่าแต่บนลำเรือที่เคยโปรดปรานเลยยิ่งเป็นสองสามคืนที่ผ่านมาห้องนอนตัวเองก็ไม่เคยได้นอน นอนที่ห้องไข่มุกเกือบทุกคืน

            “กินได้ค่ะ

            ไข่มุกเอื้อมมือเรียวไปรับ แซนด์วิช กับ นมจืด ทันที เธอมองของสองอย่างนิ่งยังไม่กล้าจะกินนึกเป็นห่วงผู้ชายหนึ่งเดียวที่อยู่ที่นี่ เธออยู่กับเขาตลอดเวลานับตั้งแต่เมื่อวานจนป่านนี้ เขาและเธอยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยสักนิด ถ้าเธอกินอาหารสองอย่างนี้หมดแล้วพี่คีย์จะกินอะไร

            “กินไปเถอะ ไม่ต้องห่วง

            คีย์รินทร์เอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินหันหลังให้ไข่มุก แวบหนึ่งของความรู้สึก คีย์รินทร์ดีใจกับความห่วงใยที่ไข่มุกมอบให้ รอยยิ้มเล็กๆ จึงผุดพรายบนใบหน้าหล่อๆ ซึ่งตอนนี้ดูผ่อนคลายมากขึ้นจากเดิม ไม่รู้ว่ามาจากรสรักที่ได้รับจากหญิงสาว หรือหัวใจที่แข็งแกร่งเปิดรับเธอเข้ามาเติมเต็มกันแน่

            “นมบูดไหม?”

            แต่เดินหนีไปไม่กี่ก้าวคีย์รินทร์ก็เดินเข้ามาถามไข่มุก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ดูวันหมดอายุบนกล่องนมที่ยื่นให้ ทำเอาคนฟังหน้าเห่อนร้อนจนลามแดงทั้งตัว

            “เอ่อ...”

            ไข่มุกไม่รู้ว่าจะตอบคีย์รินทร์ว่าอย่างไรดี คำถามที่กำกวมของเขาทำให้จนปัญญาที่จะตอบ และอีกอย่างเธอยังไม่ได้แตะนมกล่องนั้นสักนิด กินแซนด์วิชเข้าไปแค่ไม่กี่คำเอง

            “เป็นอะไรอ้ำๆ อึ้งๆ แล้วพี่จะรู้ไหม ถ้ากินเข้าไปเดี๋ยวท้องเสีย พี่ขี้เกียจพาไปโรงพยาบาล มันไกล

            คีย์รินทร์หันมาพูดเป็นชุดใส่ไข่มุกที่กำลังอ้ำอึ้ง นึกโมโหตัวเองเหมือนกันที่หยิบนมกล่องให้เธอดื่มโดยไม่ได้อ่านฉลากดีๆ ถ้าขืนเผลอกินเข้าไปแม้แต่นิดเดียว จะเกิดอะไรขึ้น ดูร่างกายแสนจะบอบบางเป็นอะไรนิดหน่อยก็ต้องเดือดร้อนหมอ ถ้าหากเป็นอะไรขึ้นมาอีก อาหมอคงจะมีข้อหาใหญ่ไว้ให้เขาแก้ต่าง

            “ยังไม่หมดอายุค่ะ

            หลังจากหยิบนมกล่องเจ้าปัญหามาอ่านฉลากดู หญิงสาวก็ตอบคีย์รินทร์เสียงแผ่ว เธอไม่ได้เกิดมาเป็นคนพูดน้อยพูดเบาอย่างนี้ แต่เพราะโดนคีย์รินทร์ตวาดบ่อยก็เลยรู้สึกกลัว ความกลัวคงซึมซับไปในกระแสเลือดแล้วล่ะ จะให้มันหายไปคนตวาดต้องรักษาด้วยตัวเอง

            “ไข่มุก

            คีย์รินทร์หันใบหน้าหล่อๆ มองมาที่ไข่มุกในขณะกำลังกินแซนด์วิชอย่างอร่อย ก็คงเป็นเพราะความหิวที่ทำให้เธอลืมไปว่าอยู่กับผู้ชายอย่างคีย์รินทร์ เมฆหิรัญ ก็เลยกินอย่างรวดเร็วไม่สนสายตาของชายหนุ่มที่มองเธอเหมือนจะกลืนกินทั้งตัว

            “คะ?”

            หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย คีย์รินทร์มีอะไรอีก แม้แต่เวลาเธอกินอยู่ก็ไม่เว้นคิดจะรังแกทำร้ายจิตใจกันไปถึงไหน ได้โปรดตอนนี้เธอหมดเรี่ยวแรงที่จะสู้รบปรบมือ ขอให้เธอได้เติมพลังให้กับร่างกายที่อ่อนเพลียเสียก่อนแม้ว่าไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมา

            “แซนด์วิช ติดที่...”

            เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย นิ้วเรียวหนาชี้มายังริมฝีปากตัวเอง แต่สายตามองใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอร่อยกับอาหารจำเป็นสำหรับร่างกายที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายมื้อ ชายหนุ่มคนเดียวกำลังเกิดอาการอิจฉาแซนด์วิชชิ้นนั้นที่เธอกลืนกินอย่างเอร็ดอร่อย

            “อย่า...เดี๋ยวพี่เอาออกให้

            เสียงเขาห้ามปรามในขณะที่ฝีเท้าย่างก้าวเข้ามาหาอย่างเหม่อลอย ไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น เขาอยากทำให้เจ้าเศษเล็กๆ ชิ้นนั้นหลุดออกจากปากเธอด้วยตัวเอง

            “เอ่อ...พี่คีย์ไข่มุกเอาออกเองก็ได้ค่ะ

            “อย่าห้าม เธอจะไปเห็นอะไร รู้เหรอว่าเศษแซนด์วิชติดตรงไหน เดี๋ยวพี่เอาออกให้ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะเลอะมากกว่าเดิม

            มือเรียวที่กำลังจะเช็ดปากตัวเองเอาเศษแซนด์วิชเจ้าปัญญาออก กลับต้องหยุดชะงักทันที เมื่อเสียงแกร่งมาพร้อมมือที่คว้ามือเรียวไว้อย่างรวดเร็ว คราวนี้คีย์รินทร์พาร่างกายมานั่งใกล้ๆ เบียดเสียดกายแกร่งเคียงข้างบนโซฟาตัวหรู ที่นั่งกว้างขวางแต่กลับพาร่างกายมาชิดใกล้จนหัวใจดวงน้อยๆ สั่นระรัว

            “เอ่อ.....”

            เธอหลบสายตาอย่างเขินอาย ตั้งแต่ไฟพิศวาสที่แผดเผาเมื่อคืนจนกระทั่งตอนนี้ มีความรู้สึกว่าพี่คีย์ดูแปลกไป สายตาของเขาไม่แข็งกร้าวอย่างที่ผ่านมา แต่ตอนนี้กลับอ่อนโยนอย่างประหลาด ความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของคีย์รินทร์ทำให้เธอลืมเลือนที่จะป้องกัน

            “หวาน...”

            ชายหนุ่มไม่ได้ใช้มือเหมือนที่ไข่มุกกำลังจะทำ แต่เป็นลิ้นร้อนๆ ที่ไล้เลียเศษแซนด์วิชที่ติดอยู่บนริมฝีปากระเรื่อออกจนหมดไม่ทิ้งไว้ให้เห็นอีก ส่วนไข่มุกถึงกับตัวเย็นเฉียบติดลบเป็นศูนย์องศาทันที ร่างกายตอนนี้แข็งทื่อเกินห้ามใจกับอารมณ์หวิวๆ ที่ถูกปลุกปั่นสั่นสะท้านทั่วร่างงาม

            “อร่อยดี

            คนชิมเพียงน้อยนิดรีบพาตัวเองออกห่างไข่มุกทันที ลุกขึ้นจากโซฟาเดินห่างออกมานับสิบก้าว ถ้าหากยังอยู่ใกล้คงต้องทำให้แสงแดดที่กำลังอ่อนแรง เปล่งแสงเจิดจ้าอีกครั้งเป็นแน่ ส่วนไข่มุกก้มหน้าอย่างยอมจำนนใบหน้าร้อนผ่าวแดงก่ำไม่ใช่เพราะฤทธิ์จากแสงแดดแต่เป็นเพราะความอ่อนโยนที่ได้รับ

            “พี่คีย์...”

            ไข่มุกเรียกชื่อชายหนุ่มแผ่วเบาที่สุด หลังจากที่เขาเดินทอดน่องออกไปอยู่อีกฟากของเรือยอช์ตลำหรู เธอกำลังสับสนกับการกระทำที่เขาปฏิบัติตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้าวันนี้ ช่างแตกต่างจากช่วงระยะเวลาที่อยู่บนเกาะสุดขั้ว แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากจะให้มีแค่เวลานี้ตลอดไป เวลาที่มารร้ายหลับใหลไม่ตื่นมาอาละวาดทำร้ายเธอทั้งวาจาและการกระทำที่ป่าเถื่อน

 

พี่คีย์คะ ไข่มุกอยากกลับบ้าน

หลังจากนั่งนิ่งมานับชั่วโมงก็เก่ยปากอย่างเป็นกังวลเพราะกลัวว่าคนบนเกาะจะเป็นห่วงกันเสียยกใหญ่ ยิ่งถ้าข่าวถึงหูของคุณลุงเมฆา คราวนี้คงได้เกิดเรื่องขึ้นมาอีกครั้งเป็นแน่ แล้วก็ไม่รู้ว่าคนก่อเรื่องจะว่าอย่างไร เขาจะกล้าออกมายอมรับอย่างลูกผู้ชายบ้างไหม จะกล้าขยับปากบอกคุณลุงเมฆารึเปล่าว่า เขาข่มเหงรังแกเธอขนาดไหน

            “ทำไม ไม่อยากอยู่กับพี่เหรอ? ถึงได้อยากกลับเกาะมุกสวรรค์นัก

            คีย์รินทร์หันหน้าหล่อๆ มาเผชิญกับใบหน้าสวยสะอาดหมดจด ขนาดหน้าตาดูอิดโรยแต่ก็ยังสวยใสอยู่ตลอดเวลา รู้สึกว่าหลานสาวคนโปรดของพ่อจะมีอะไรให้ค้นหามากกว่าที่เห็น หรือบางครั้งชายหนุ่มกำลังคิดว่าตัวเองน่าจะลองค้นหาสิ่งนั้นกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า สิ่งที่ฝังลึกอยู่ข้างในอาจจะออกมาเปิดเผยในเร็ววันนี้ก็เป็นได้

            “เอ่อ...คือว่า

            ไข่มุกหันรีหันขวาง ขบคิดว่าจะบอกคีย์รินทร์อย่างไรดี ที่จริงก็ไม่อยากอยู่กับเขาสองต่อสองให้เปลืองเนื้อเปลืองตัวนั่นคือสาเหตุหลัก แต่เธอไม่อยากให้นมอิ่มเป็นห่วงนั่นคือเหตุผลสำคัญ แล้วอีกอย่างตอนนี้สภาพร่างกายของตัวเองดูไม่ได้เลยสักนิด

            “อืม...จะพากลับ แต่จะมีรางวัลอะไรให้พี่ ถ้าพี่พาไข่มุกกลับ

            คนต้องการรางวัลก้าวเข้ามาหา นิ้วเรียวหนาลูบไล้ใบหน้าหญิงสาวด้วยความแผ่วเบา สายตาสื่อความหมายชัดเจนกับของรางวัลที่อยากได้

            “แต่ว่า...ไข่มุกอยากกลับไปอาบน้ำ แล้วก็ไปทำงานบ้านช่วยนมอิ่ม

            หลังสบสายตาจากความปรารถนาของชายหนุ่มก็รีบผินใบหน้าหนี

            “หาข้ออ้างเก่งจริง แต่พี่ก็ยังต้องการรางวัลเล็กน้อยอยู่ดี ถ้าไม่ให้ก็ไม่ต้องกลับ ค้างอีกสักคืนก็แล้วกัน สำหรับพี่ยังไงก็ได้ อาบน้ำก็แค่โดดลงทะเล แค่นั้นก็จบ เสื้อผ้าไม่มีก็ไม่จำเป็นต้องใส่ พี่ไม่อาย

            พูดแค่นั้นคีย์รินทร์ก็หันหลังให้อย่างรวดเร็ว แถมยังเดินหนีอีกสองสามก้าว ตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มดูผ่อนคลายอย่างประหลาด กับการได้แกล้งหญิงสาวเพียงน้อยนิด ไม่คิดว่าตัวเองจะมีความรู้สึกแบบนี้กลับมาเยือนหลังจากที่มันห่างหายไปหลายปี

            “พี่คีย์ แต่ว่า...ไข่มุกอาย

            ประโยคสุดท้ายเธอได้แค่คิดเท่านั้นไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกไป ในเมื่อเขาไม่อยากฟัง ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีก ต่อให้ดื้อดึงต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร รังแต่จะทำให้เกิดอันตรายกับตัวเองเสียเปล่า ยิ่งพักหลังเธอพลาดพลั้งบ่อยครั้งเกินไป

            “เดินมานี่ถ้าอยากจะกลับเกาะมุกสวรรค์

            น้ำเสียงทุ้มดังขึ้น ทั้งที่ยืนหันหลังให้ คีย์รินทร์ดูตื่นเต้นแปลกๆ รอหวังให้เหยื่อตัวน้อยก้าวเข้ามาหา และก็ไม่ผิดหวังเมื่อห้านาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

            “อุ๊ย! ปล่อยนะ

            ไข่มุกอุทานอย่างตกใจ เธอยังเดินไม่ถึงตัวของชายหนุ่มกลับโดนรั้งเข้าสู้อ้อมกอดอย่างแรงและรวดเร็ว ร่างบางซุกเข้าสู่อ้อมแขนที่รัดแน่นทั้งตัว พันธนาการชั้นเลิศนี้ปลดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมออก

            “อยู่นิ่งๆ

            เสียงสั่งแค่สั้นๆ แต่กลับมีพลังมหาศาล ร่างบางที่กำลังดิ้นหนีสุดแรงเกิดยืนนิ่งสนิท ใบหน้าคมๆ ก้มลงมาใกล้ๆ ยิ่งทำให้ไข่มุกไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะทัดทาน แต่ เพื่อนรักรับโทรศัพท์ฉันหน่อยสิ รอนานแล้วนะ รับหน่อยๆ

จู่ๆ เสียงเรียกเข้าที่เป็นสถานะส่วนตัวของเพื่อนรักอย่างนรวิทย์ดังขึ้น ทำให้คนกำลังจะลองลิ้มชิมรสชาติที่หวานล้ำชะงักกึกทันที อ้อมแขนที่รัดแน่นถูกปล่อยลงอย่างอ่อนแรง ใจของคีย์รินทร์กลับหนักอึ้งด้วยถ้อยคำที่ฝังลึกในสมองอันชาญฉลาด

            ‘แกว่ายังไงไอ้คีย์ ถ้าฉันจะจีบไข่มุก

            ‘ฉันจะว่าอะไร แกอยากจะทำอะไรก็เชิญ เพราะหล่อนไม่ได้มีความหมายอะไรกับฉัน ถ้ายายนั่นตกลงที่จะคบกับแกก็คงไม่มีใครคัดค้านหรอกไอ้วิทย์

            ‘ขอบใจ ยังไงแกช่วยคุยๆ กับไข่มุกให้หน่อยก็แล้วกันนะ ว่าฉันอยากจะคบเธอเป็นแฟน

            ‘เออ...จะจัดการให้

            ถ้อยคำที่ถูกลืมเลือนไปหลายวันกลับผุดขึ้นมาตอกย้ำอีกครั้ง คีย์รินทร์ปล่อยไข่มุกเป็นอิสระก่อนจะพาร่างกายเดินไปรับโทรศัพท์ที่ส่งเสียงกรีดร้องพลางเดินเลี่ยงไปคุยอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว

            “ว่าไงวิทย์

            คีย์รินทร์ทักปลายสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทั้งที่จริงยังรู้สึกแปลกๆ คงเป็นเพราะตอนนี้รู้สึกไม่อยากรับโทรศัพท์จากนรวิทย์เลยสักนิด หรือที่จริงแล้วไม่อยากโกหกเพื่อนรักอีกต่อไป

            “แกอยู่ไหน?”

            ปลายสายก็ห้วนไม่แพ้กัน แต่นรวิทย์กำลังยิ้มแฉ่งหน้าบานกับโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือ

            “อยู่กลางทะเล มีอะไร?”

            เสียงตอบกลับแผ่วเบาทันที เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลอยลำเรืออยู่กลางทะเล แต่เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมากลับเหมือนตัวเองนอนบนที่นอนแสนนุ่มดุจแพรไหม

            “ไม่มีอะไรพรุ่งนี้ฉันจะไปหาแกที่เกาะ ไปคุยเรื่องงานแล้วก็จะทานมื้อเที่ยงที่นั่น ฝากเชิญไข่มุกด้วยนะ ฉันจะได้เจริญอาหาร มีกำลังใจทำงานหน่อย

            ต้นสายพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเมื่อเอ่ยถึงหญิงสาวที่คิดว่าได้เข้ามาอยู่ในหัวใจของตัวเองทั้งสี่ห้อง นรวิทย์จะเดินหน้าจีบไข่มุกเต็มที่ จะไม่มีอะไรฉุดรั้งความรักที่จะเกิดขึ้นได้อีก แล้วก็มั่นใจตัวเองเต็มร้อยว่ารักไข่มุกสุดหัวใจ เพราะแค่วันเดียวที่ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง ก็เหมือนชีวิตขาดสิ่งเติมเต็ม

            “อืม

            น้ำเสียงของเพื่อนรักทำให้คีย์รินทร์ยืนตัวแข็งทื่อ ยิ่งรู้ว่าจุดประสงค์ของนรวิทย์คืออะไรก็ยิ่งรู้สึกลำบากใจมากขึ้นเป็นเท่าตัว ตอนนี้ปัญหาเริ่มประเดประดังเข้ามาทีละน้อย

            “แกเป็นไรรึเปล่า? ทำไมเสียงแปลกๆ

            นรวิทย์ถามอย่างห่วงใย เมื่อน้ำเสียงของคีย์รินทร์เบาหวิว แปลกที่สุดในระยะเวลาหลายปี ครั้งสุดท้ายที่ได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ก็เมื่อไม่กี่ปีก่อน ครั้งนั้นต้องไปดูอาการเพื่อนรักที่อกหักรักคุดจากน้องไอร์ หลังจากนั้นเรื่อยมาจนถึงวันนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงสื่อความรู้สึกอะไรบางอย่าง บางอย่างที่นรวิทย์ยังไม่เข้าใจ

            “ไม่มีอะไร

            คีย์รินทร์ปฏิเสธ จะบอกไปได้อย่างไรว่าสิ่งที่ก่อกวนจิตใจอยู่ในเวลานี้ก็คือหญิงสาวที่เพื่อนรักจะตั้งหน้าตั้งตาจีบ ผู้หญิงที่เคยตราหน้าว่าร่าน แต่ในเวลานี้ความรู้สึกช่างห่างไกลกับคำที่ปล่อยออกไปยิ่งนัก เพียงแต่ยังไม่แน่ใจเท่านั้นว่าคืออะไร

            “อืมแค่นี้ แล้วเจอกันนะเพื่อน

            เพื่อนรักวางสายไปนานแล้วนับสิบนาที แต่คีย์รินทร์ยังยืนนิ่งเป็นเสาไฟฟ้าไม่กล้าขยับกายไปไหน สายตาราชสีห์เวลานี้หมดสิ้นหนทางที่จะมองไปข้างหน้า รู้สึกว่าตอนนี้มันมืดบอดกับสิ่งที่ตัวเองก่อขึ้น

            “พี่คีย์ เป็นอะไรรึเปล่าคะ?”

            เห็นชายหนุ่มยืนนิ่งไม่ไหวติง ไข่มุกมองแล้วมองอีก ก่อนจะตัดสินใจพาร่างกายบอบบางที่กำลังอ่อนล้าตามลำแสงของตะวันก้าวเข้ามาถาม

            “พี่ขออยู่เงียบๆ สักพักแล้วพี่จะพากลับ

            คีย์รินทร์หันหน้าหนีทันที ตอนนี้ไม่อยากอยู่ใกล้กับไข่มุก ยิ่งได้ยินน้ำเสียงหวานๆ ที่แสดงความเป็นห่วงยิ่งทำให้สั่นไหวอย่างประหลาด ตอนนี้มีแต่น้ำเสียงของเพื่อนรักและหญิงสาวตีกันรัวอยู่ในสมอง เขาไม่อยากให้มีเรื่องเคืองใจกับเพื่อนรักอย่างนรวิทย์

            บางทีการออกมายอมรับความจริงอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้ ถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อก็อาจจะต้องสูญเสียคำว่าเพื่อนไปตลอดกาล คีย์รินทร์สงบสติอารมณ์นับครึ่งชั่วโมงก่อนจะพาร่างกายเดินไปหาหญิงสาวที่นั่งรออยู่บนโซฟาตัวยาว

            “นั่งเรือเล่นสักชั่วโมงค่อยกลับนะ ไปถึงคงเป็นเวลาอาหารค่ำพอดี พี่จะโทรไปบอกนมอิ่มเตรียมอาหารอร่อยไว้สำหรับเรา

            เสียงทุ้มหล่อที่ดังขึ้น ทำให้ไข่มุกประหลาดใจไม่ได้ 'เรา' คำสั้นๆ แต่กลับทำให้หัวใจสาวน้อยเต้นระรัวเหมือนโดนกลองตีกระหน่ำ บางทีคุณลุงเมฆาอาจจะได้ลูกชายคนเดิมกลับมาแล้วหลังจากที่สูญเสียไปนานหลายปี

            “ค่ะ

            เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงบางเบา ถ้อยคำสั้นๆ แต่กลับเติมเต็มหัวใจของชายหนุ่มได้อย่างประหลาด คีย์รินทร์ก้าวเข้าไปยังมุมคนขับเรือ แต่ไม่ได้ไปคนเดียวเพราะคว้าเจ้าของมือเรียวให้ลุกตามไปด้วย รู้สึกว่าอยากอยู่ใกล้ๆ ผู้หญิงคนนี้ตลอดเวลา แต่ขยับเพียงไม่กี่ก้าว เสียงโทรศัพท์กลับส่งเสียงแผดร้องขึ้นมาอีกครั้ง คีย์รินทร์หันมามองไข่มุกก่อนจะปล่อยมือแล้วหยิบโทรศัพท์กดรับอย่างรวดเร็ว

            “ฉันจะรีบกลับไป

            ห้วนๆ สั้นๆ หลังจากรับสายก็พูดแค่นั้น ก่อนจะพาร่างกายไปประจำที่คนขับเรือ ปล่อยให้ไข่มุกยืนเคว้งคว้างอยู่กลางเรือลำหรู ใบหน้าของชายหนุ่มถมึงทึงน่ากลัว ไข่มุกจำต้องพาร่างกายของตัวเองไปทรุดนั่งบนโซฟาอย่างเดิม ส่วนคีย์รินทร์ตั้งหน้าตั้งตาขับเรือไม่สนใจไยดีหญิงเดียวที่นั่งอยู่เลยสักนิด ทำเหมือนว่ากำลังสู้กลับคลื่นลมทะเลเพียงลำพัง แต่หัวใจของหญิงสาวกลับรู้สึกเบาโหวงในท่าทีของชายหนุ่ม ไม่รู้ว่าการกระทำของเขาที่ผ่านมาอย่างไหนที่เรียกว่าความจริงหรือหลอกลวงกันแน่ บางครั้งเขาก็ทำเหมือนจะดีกับเธอ แต่บางครั้งก็ยากที่จะเข้าใจ สรุปแล้วเธอเคยมีตัวตนในสายตาของเขาบ้างรึเปล่า หรือเป็นเพียงผู้หญิงที่เขาต้องการจะปลดปล่อยอารมณ์กามของผู้ชายเท่านั้น

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha