พิษรักพิศวาสมาร

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 9 : การกลับมาของใครคนหนึ่ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 9 การกลับมาของใครคนหนึ่ง

            “หวานเป็นอะไรลูก หยุดเดินเถอะ ป้าเวียนหัว

            นมอิ่มบ่นทันทีเมื่อหลานสาวคนเดียวไม่ยอมนั่งอยู่กับที่เดินวนไปมาหลายรอบให้ปวดหัวไปตามๆ กัน งานการที่กำลังทำต้องชะงักเพราะมัวแต่เหลียวมองจนคอแทบเคล็ด แม่บ้านอีกสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ส่ายหน้าไปมากับพฤติกรรมของหวาน ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่รู้ว่าเธอเป็นคนยังไง

            “ป้า คุณคีย์กับนัง เออ...ไข่มุกหายไปตั้งแต่เมื่อคืน ป้าไม่นึกห่วงหรืออย่างไรกัน ถ้าคุณท่านรู้พวกเราคงจะโดนดีไม่ใช่น้อยนะป้า หวานเป็นห่วงคุณๆ ทั้งสองคนจังเลย ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นอะไรบ้างรึเปล่า

            น้ำเสียงนี้แสดงความเป็นห่วงอย่างสุดแสน แต่ใครจะไปรู้ว่าในใจหล่อนตอนนี้แทบกระอักจะแย่อยู่แล้ว

            “คุณคีย์ก็ชอบหายไปอย่างนี้บ่อยๆ แกจะห่วงทำไมกัน

            นมอิ่มพูดไปตามความเคยชิน ก็ปกติคีย์รินทร์ก็หายไปอยู่แล้ว บางทีเป็นเดือน บางทีเป็นสัปดาห์แต่ก็กลับมาอย่างปลอดภัยทุกครั้ง ถึงแม้ครั้งนี้ก็จะมีคุณหนูไข่มุกไปด้วยก็คงไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะมันสายไปตั้งนานแล้ว ถ้าอยู่ด้วยกันจริงอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ทุกสิ่งทุกอย่างก็ปล่อยให้สองหนุ่มสาวเขาคิดเขาตัดสินใจกันเอง นางขออยู่ห่างๆ มองดูไกลๆ ก็พอ ขอเพียงให้คีย์รินทร์มีความสุข นมอิ่มก็มีความสุขนอนตายตาหลับ แต่ก็ยังห่วงหลานสาวคนนี้อยู่ดี คนอื่นก็เชื่อฟังเจียมเนื้อเจียมตัว แต่หวานกลับดื้อรั้นดันทุรังจนเกินไป สิ่งนี้ทำให้นมอิ่มห่วงเป็นที่สุดก็คือพฤติกรรมแย่ๆ ของหวาน กลัวว่าจะก่อเรื่องลำบากใจให้คุณท่ากับคุณคีย์

            “ป้า แต่ครั้งนี้คุณหนูไข่มุกของป้าหายไปด้วย ป้าไม่ห่วงรึไง ไหนว่ารักนักรักหนา

            หวานเหยียดปากอย่างลืมตัว แสดงอาการหึงออกมาจนเกินงาม

            “ห่วงสิ แต่ว่าถ้าหากอยู่กับคุณคีย์ ป้าก็ไม่มีอะไรต้องห่วง ถึงอย่างไรคุณคีย์ก็ต้องดูแลหนูไข่มุกเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

            นมอิ่มพูดตามความรู้สึกที่แท้จริง ก็ทราบอยู่หรอกว่าคีย์รินทร์อาจจะดูร้ายกาจกับคุณหนูไข่มุก แต่นางกลับเชื่อสายตาของตัวเองเพราะว่าเคยเห็นความห่วงใยออกจากแววตาคู่คมในเวลาที่คีย์รินทร์มองคุณหนูไข่มุกยามเธอไม่สบาย ช่างเป็นแววตาแห่งความห่วงหาอาทรกันเหลือเกิน เพราะฉะนั้นก็คงไม่จำเป็นต้องห่วงกันจนเกินเหตุ

            “แต่ถึงป้าไม่ห่วงยายนั่น ฉันก็หวงคุณคีย์ ใครไม่หวงไม่ห่วงแต่สำหรับฉันไม่ใช่ ไม่ว่าคุณคีย์อยู่กับใครฉันก็ห่วงทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่จ้องจะจับเขา

            หวานคัดค้านทันที เรื่องอะไรทำไมต้องปล่อยปะละเลยกันอย่างนี้ ทำไมแต่ละคนถึงไม่ห่วงคุณคีย์กันสักคน แต่เสียงที่เปล่งออกมากับต้องหยุดชะงัก เมื่อสบสายตาของญาติคนเดียวที่มีอยู่

            “แล้วแกไม่กลับเข้าไปทำงานในเมืองรึไง

            นมอิ่มส่งสายตาคาดโทษให้กับความดื้อรั้นของหวาน นางจำต้องยกเรื่องงานที่หลานสาวไปทำในเมืองบนฝั่งเพื่อดึงดูดความสนใจให้หลุดไปจากเรื่องราวของคีย์รินทร์และอีกอย่างก็หยุดมาหลายวัน ถ้าหากหวานกลับไปทำงาน เรื่องวุ่นๆ คงจะน้อยลงบ้าง

            “อีกสองวันป้า กลับมาเกาะทั้งทีฉันก็ขอพักหน่อยไม่ได้เหรอ กลับไปกว่าจะได้มาอีกก็ตั้งนานนะป้า

            หวานตอบไปอย่างนั้น แต่ใจจริงไม่อยากกลับไปทำงานเลยสักนิด อยากจะอยู่จัดการปัญหาหนามยอกอกให้หมดไปก่อน ไม่อย่างนั้นคงจะไม่มีสมาธิในการทำงาน

            “อืม...ถ้าหากจะอยู่ก็ช่วยกันทำงาน ไปเตรียมอาหารได้แล้ว

            เพื่อลดความฟุ้งซ่านของหลานสาวคนเดียวให้น้อยลงก็รีบสั่งงานทันที ถ้าไม่ทำอะไรเลยอยู่เฉยๆ ก็จะคิดโน่นคิดนี่ไปต่างๆ นาๆ ดูหน้าตาสิ บูดบึ้งซะขนาดนั้น เหมือนจะฆ่าใครสักคนอย่างนั้นแหละ

            "จ้ะป้า ใช้จังนะนังหวานคนนี้ คนอื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะ คอยดูเถอะหวานเป็นเมียคุณคีย์เมื่อไหร่ จะจิกหัวเรียกใช้ทุกคน ไม่ว่าจะหัวหงอกหัวดำ

            หวานรับปากด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น พลางคิดอย่างเคืองแค้น ตามความทะเยอทะยานที่มีในตัว ตำแหน่งภรรยาของคีย์รินทร์คือความปรารถนาสูงสุดที่เธอต้องการ

            “ป้าอิ่ม...เหนื่อย...ขอน้ำกินหน่อย

            เสียงกระหืดกระหอบของนายหมึกดังเข้ามาให้คนที่อยู่ในห้อครัวได้ยิน ทำเอาแม่บ้านรีบไปหาน้ำเย็นๆ มายื่นให้ทันที หมึกจึงรับมาดื่มอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็ทรุดลงกับเก้าอี้อย่างอ่อนแรง ท่าทางนั้นทำเอาทุกคนในห้องครัวต้องห้อมล้อมเข้ามา ไม่เว้นแม้แต่หวานที่เดินเข้ามาใกล้นายหมึกอย่างสนใจเรื่องราวที่กำลังจะหลุดออกมาจากปากคนสนิทของคีย์รินทร์ ก่อนเสียงนมอิ่มผู้อาวุโสที่สุดจะตัดสินใจถามด้วยความอยากรู้

            “แกเป็นอะไรไอ้หมึก ทำไมต้องหน้าตื่นขนาดนี้

            “เดี๋ยวป้า ขอฉันพักหายใจก่อน

            หมึกนั่งพักเกือบสิบนาที จนคนรอฟังแทบขาดใจและหมดแรงไปตามๆ กัน

            “หมึก เอ็งนี่นะ จริงๆ เลย ถ้าจะรู้ว่าตัวเองจะเหนื่อย แกจะวิ่งมาทำไมกัน ค่อยๆ เดินมาก็ได้ ป้าก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย มีเรื่องอะไรก็เล่ามาสักที ปล่อยให้คนแก่คอยนานมันบาปนะเจ้าหมึก

            นมอิ่มหันมองหน้าแม่บ้านอีกสองคน ก่อนจะหันมามองหน้าหลานสาว เห็นทุกคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน นมอิ่มจำต้องพูดโน้มน้าวใจของคนที่มาชักจูงอยากให้รู้เรื่องใจแทบขาด แต่ก็ยังนั่งสูดเอาอ๊อกซิเจนเข้าปอดไม่ยอมขยับปากบอกสักที

            “ที่ต้องวิ่งก็เพราะมีสิ่งสำคัญต้องบอก

            หมึกหันหน้าไปมองทุกคน ยิ่งป้าๆ แสดงอาการอยากรู้ ความกวนประสาทก็ผุดพรายอยากจะย่นเวลาอีกสักนิด เพราะข่าวที่ต้องบอกไป รับรองทุกคนต้องช็อกไปตามๆ กัน อาจจะเป็นนมอิ่มที่หนักสุด หรือไม่ก็คงเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดที่ยืนอยู่บริเวณนี้

            “มีอะไรพี่หมึก หายเหนื่อยแล้วก็พูดมาสักที อมพะนำอยู่ได้

            เป็นหวานเองที่ร้อนรนทนไม่ไหว ยิ่งเห็นแววตาของหมึกมองเธอด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้ประสาทการอยากรับรู้ตื่นตัวขึ้นมา หวานรอคอยคำตอบจากนายหมึกด้วยความหวัง

            “ไม่บอกแล้วเปลี่ยนใจ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมฉันต้องวิ่งหน้าตื่นมาก็เชิญไปดูด้วยตัวเองนะครับ หมึกยังเหนื่อยอยู่

            พอเงยหน้าขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนมอิ่ม หวาน และแม่บ้านอีกสองคนอันตรธานหายไปตั้งแต่คำว่าห้องรับแขกแล้ว คนงานหนุ่มจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ

            “ไปดูให้เห็นกับตาก็อย่าเข่าอ่อนก็แล้วกัน ไอ้หมึกคนนี้คงช่วยใครไม่ไหว

            เสียงคนงานหนุ่มบ่นพึมพำตามหลัง และยังภาวนาในใจให้เจ้านายรูปหล่อกลับมาโดยรวดเร็วก่อนที่เรื่องจะบานปลายใหญ่โต

            “ป้าว่าใครมา พี่หมึกทำให้ฉันอยากรู้ใจแทบขาด แล้วก็ไม่ยอมเปิดปากเล่า

            เมื่อหญิงสี่คนก้าวออกจากห้องครัว เสียงของหวานก็เอ่ยถามขึ้นทันที ตอนนี้หล่อนอยากรู้ว่าอะไร สิ่งไหน หรือใคร ทำให้นายหมึก คนสนิทของคีย์รินทร์ดูร้อนรน ทั้งที่ความจริงเจ้าบ้านั่นไม่ตื่นกลัวอะไรง่ายๆ

            “ป้าก็ไม่รู้ ถ้าอยากรู้ก็รีบเดิน จะได้เห็นสักทีว่าอะไรที่ทำให้ไอ้หมึกมันต้องกระหืดกระหอบขนาดนั้น

            สามป้าและหนึ่งสาวเก้าเดินอย่างรวดเร็ว ไม่สนสังขารตัวเองเลยสักนิดว่าเลยวัยของความอยากรู้อยากเห็นมามากโข เมื่อทุกคนมาถึงหน้าห้องสายตาสี่คู่ก็หันเข้าไปมองข้างในทันที แล้วร่างบางระหงที่มองเห็นเพียงแผ่นหลังบอบบาง ทำให้ป้าอิ่มและหวานยืนนิ่งสนิทตัวแข็งทื่อไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะเดินต่อ ขนาดเห็นเพียงข้างหลังยังจดจำได้แม่นยำขนาดนี้ ถ้าหากเธอคนนั้นหันหน้ามาคงไม่ผิดเพี้ยนแน่ๆ

            “ไม่ทราบว่าคุณมาที่นี่ทำไม?"

            หวานทักทายแขกพิเศษที่ไม่ได้รับเชิญด้วยน้ำเสียงห้วนสนิท ไม่มีมิตรไมตรีจะให้กับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าสักนิด แววตาที่หวานมองไปยังหญิงสาวแสนสวยมีแต่ความโกรธแค้นชิงชัง แทบอยากจะสับให้เป็นชิ้นๆ แล้วโยนลงทะเลให้รู้แล้วรู้รอด แม้จะเห็นเพียงข้างหลังแต่เธอก็มั่นในว่าเป็นคนที่ทำให้คีย์รินทร์เจ็บปวดร้อยเปอร์เซ็นต์

            “สวัสดีค่ะ

            หญิงสาวที่ยืนอยู่บริเวณห้องรับแขกหันมายกมือไหว้ทักทายทุกคนด้วยความอ่อนน้อม ทำเอาคนมองอย่างนมอิ่มแทบทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

            “ฉันถามว่าคุณมาทำไม ที่นี่ไม่ต้อนรับเชิญกลับไปได้

            หวานเอ่ยไล่ทันทีไม่สนเรื่องมารยาทสักนิด

            “แต่...”

            “คนที่นี่ไม่สนว่าคุณจะมาด้วยเหตุผลอะไร จงกลับไปซะ!”

            คนมาใหม่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก แต่กลับถูกไล่เป็นครั้งที่สอง แม้แต่แม่บ้านเก่าแก่อย่างนมอิ่มก็ยังเบือนหน้าเหี่ยวย่นไปอีกทาง ไม่อยากมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเลยสักนิด ใจของนมอิ่มแทบจะขาดเสียให้ได้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากคีย์รินทร์กลับมาเจอจะเกิดอะไรขึ้น นี่ยังดีที่นายท่านเมฆาไปต่างประเทศไม่เช่นนั้นความปลอดภัยของผู้หญิงคนนี้คงต้องดับสูญทันที

            “ขอโทษค่ะ คนที่จะไล่ฉันคงต้องเป็นเจ้าของบ้านเท่านั้น คนอื่นคงไม่มีสิทธิ์ใช่ไหมคะ

            หญิงสาวเดินมาเผชิญหน้ากับหวานทันที ตอบกลับด้วยน้ำเสียงธรรมดาไม่เดือดร้อนกับสายตาทุกคนที่จ้องมองมาอย่างดุกร้าว การมาที่นี่ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง แต่มีเหตุผลส่วนตัวที่ต้องเอื้อนเอ่ยกับคนบางคนเท่านั้น ซึ่งย่อมไม่ใช่ทุกคนที่ยืนอยู่ในบริเวณนี้

            “หวาน ไปยกน้ำดื่มมารับรองแขก อย่าทำตัวเสียมารยาท

            เมื่อลมหายใจของคนเก่าแก่อย่างนมอิ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ก็หันไปสั่งหลานสาวที่ยืนจังก้าแว้ดๆ ใส่ร่างบางระหงให้ไปทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีทันที แขกมาเยี่ยมมาเยือนต้องต้อนรับตามมารยาทที่พึงมีไม่ใช่ไล่กลับเหมือนที่หวานกำลังทำอยู่ในเวลานี้ ไม่เช่นนั้นจะถูกตราหน้าว่าไร้การอบรม

            “ไม่ป้า...คงไม่จำเป็น

            หวานหันหน้าเชิดใส่ทันที ไม่มีทางที่นังหวานคนนี้จะต้อนรับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

            “ยายหวาน!”

            นมอิ่มตะคอกใส่หลานสาวคนเดียวทันที หวานฮึดฮัดขัดใจอย่างที่สุดแต่จำต้องเก็บความแค้นเคืองที่มีกระแทกส้นเท้าตึงๆ ไปหาน้ำหาท่ามาบริการคนที่เธอรู้สึกเกลียดเพียงแค่ได้เห็นรูปถ่ายเท่านั้น และก็เกลียดมานาน นานจนฝังลึกในจิตใจ

 

            เรือยอช์ตที่โดนเหยียบคันเร่งไม่ต่างจากเรือเหาะมาจอดเทียบท่าบนเกาะมุกสวรรค์ในเวลาอันรวดเร็ว ชายหนุ่มคนขับเรือลำหรูยังรักษาใบหน้าให้อยู่ในระดับถมึงทึงไม่เปลี่ยนแปลง ไข่มุกนั่งหน้าเศร้ามาตลอด มาถึงเกาะก็เวลาโพล้เพล้พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปด้วยความสวยงาม แสงตะวันที่เลือนลับหายไปกับท้องทะเลช่างเหมือนกับใจของผู้หญิงคนหนึ่งในเวลานี้ยิ่งนักเพราะหัวใจเธอกำลังจะมืดดับ

            เมื่อเรือจอดสนิทปิดกุญแจเรียบร้อยโยนสมอทอดลงทะเลเพื่อความปลอดภัย คีย์รินทร์ก็ก้าวลงไปอย่างรวดเร็ว เดินจ้ำอ้าวตรงไปยังบ้านใหญ่ที่มีบุคคลคนหนึ่งรออยู่ คงลืมผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเรือและยังไม่ขยับกายไปไหนแล้วกระมัง ลืมไปแล้วว่ายังมีอีกคนที่นั่งอยู่บนเรือด้วยในเวลานี้ ไข่มุกอยากลงจากเรือลำนี้ อยากตามไปให้เห็นกับตาว่าอะไรทำให้คีย์รินทร์แทบจะวิ่งสุดฝีเท้าไปขนาดนั้น แต่ทำไมนะ ทำไมร่างกายถึงขยับเขยื้อนไม่ได้ ทั้งที่อยากตามเขาไปใจแทบขาด แต่เธอทำได้เพียงนั่งสะอึกสะอื้นเท่านั้น

            “มีอะไรสำคัญรออยู่เหรอคะ...บอกไข่มุกสักคำได้ไหม...บอกผู้หญิงคนนี้สักคำ...อย่าทำอย่างนี้เลย...อย่าเดินไปไม่เหลียวหลังอย่างนี้...ผู้หญิงคนนี้จะทนไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้วจริงๆ ...”

            เสียงที่เปล่งออกมาช่างสั่นเทิ้มยิ่งนัก ความน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปกันไปหมด กี่ครั้งกี่หนที่เขาทำอย่างนี้ แต่เธอก็ไม่เคยจำยังหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเขาจะทำดีกับเธอได้ตลอดรอดฝั่ง แล้วเป็นยังไงร่างกายที่เขาได้เชยชมไม่รู้กี่ครั้งกี่หนเคยฉุดรั้งเขาได้บ้างไหม ถ้าเธอมีค่าพอเขาคงจะหันมาสนใจไยดีบ้าง ไม่ใช่เดินจากไปนับครั้งไม่ถ้วนอย่างนี้

            “คุณลุงขา ไข่มุกท้อเหลือเกิน ไม่ไหวแล้วจริงๆ หลานสาวคนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงอะไรเหลืออีกแล้ว ชีวิตของไข่มุกคงไม่มีค่าพอที่จะเปลี่ยนแปลงเขาได้ ไข่มุกขอโทษ...ขอโทษที่วันนี้หรือว่าวันไหนๆ ก็ทำไม่สำเร็จ ผู้หญิงธรรมดาคนนี้ไม่มีอะไรจะฉุดรั้งเขาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ฮือๆ

            เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว ยิ่งเขาเดินห่างไกลออกไปทุกฝีก้าว ใจของไข่มุกแทบจะขาดรอนๆ อะไรหนอทำให้พี่คีย์แทบอยากจะหายตัวไปให้ถึงที่นั่น ถ้าหากว่าเป็นสิ่งของ เขาคงจะหวงแหนเป็นอย่างมาก ถ้าหากเป็นมนุษย์เขาคงทั้งรักทั้งหวงไม่เช่นนั้นคงไม่ทิ้งเธอให้โดดเดี่ยวเดียวดายอย่างนี้

 

ด้านชายหนุ่มหลังจากลงจากเรือได้เรียกว่าแทบวิ่งเลยดีกว่า เขาอยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น อยากรู้ว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่ถึงเดือน เธอจะมีความสุขกับชีวิตคู่รึเปล่า เขายอมรับว่ายังไม่เคยลืมเลือนผู้หญิงที่เป็นรักแรกและรักเดียวจากหัวใจ และในเวลานี้เขาไม่ปฏิเสธกับตัวเองเลยสักนิด เขายังรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง รักทั้งๆ ที่เจ็บปวด รักทั้งๆ ที่เธอเป็นของคนอื่น รักทั้งๆ ที่เธอทิ้งไปไม่ไยดี ถ้อยคำบอกลายังฝังลึกในความทรงจำไม่เคยเปลี่ยนแปลง เขายังจำได้แม่นยำเสมอ

            “พี่คีย์คะ ไอร์มีเรื่องจะบอกค่ะ

            “คือไอร์อยากให้เรื่องของเราจบลงแค่ตรงนี้ค่ะ

            “ไอร์พูดจริงค่ะ เราเลิกกันเถอะนะคะ

            “ไม่ค่ะ! พี่คีย์ดีที่สุด แต่ไม่ใช่สำหรับไอร์

            “ก็หมายความว่าไอร์ไม่รักพี่แล้วค่ะ ไอร์เบื่อพี่ เอาเป็นว่าต่อไปเราไม่ต้องเจอกันอีกนะคะ

            “แต่พี่คีย์ต้องยอมค่ะ เพราะไอร์จะกลับไปรับหมั้นจากคนรักของไอร์ที่เมืองไทย

            “ไอร์ไม่ได้โกหกค่ะ ไอร์กับเขารักกันก่อนที่ไอร์จะมาที่นี่ ไอร์สัญญากับเขาแล้วว่าจะกลับไปรับหมั้นเขาทันทีที่ไอร์เรียนจบ

            “ถ้าพี่คีย์รักไอร์ ปล่อยไอร์ไปได้ไหมคะ? ถือว่าไอร์ขอร้อง

            “ไอร์แต่งกับพี่คีย์ไม่ได้หรอกค่ะ ไอร์บอกตามตรงที่ผ่านมาไอร์ไม่เคยรักพี่ ไม่เคยรู้สึกรักเลยค่ะ

            “ถ้าพี่อยากได้ยินไอร์ก็จะบอกค่ะ ไอร์แค่น้อยใจแฟน ไอร์เลยคบพี่เพื่อคั่นเวลาเท่านั้น เข้าใจไหมคะว่าพี่เป็นแค่ของคั่นเวลา ได้ยินแบบนี้ไอร์ก็ขอให้เรื่องของเราเป็นอดีตได้ไหมคะ?”

            “ไอร์ไปก่อนนะคะ หวังว่าพี่คีย์คงเข้าใจ

            เหมือนเขากำลังจะเดินไปสู่ความเจ็บปวดอีกครั้ง ร่องรอยในอดีตผลิแตกเป็นแผลเหวอะหวะขึ้นมา ถ้อยคำที่แฟนเก่าเคยพูดยังตอกย้ำให้เจ็บแล้วจำ แต่เขากลับทำไม่ได้ ห้ามใจตัวเองไม่ได้ อยากรู้ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงเดินทางมาเยือนถึงที่นี่ เพราะตั้งแต่เธอตัดสินใจแต่งงานไปกับคนที่เธอเลือก เขาก็ไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีก

ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในตัวบ้านใหญ่อย่างรวดเร็ว จุดมุ่งหมายก็คือห้องรับแขกที่คาดว่าคนที่อยากเจอจะอยู่ที่นั่น เห็นแม่บ้านสองคนและนมอิ่มยืนอยู่ข้างใน เท้าหนาก้าวเดินไปหยุดอยู่บริเวณหน้าห้องรับแขกด้วยหัวใจที่เต้นแรงจวนเจียนจะระเบิดออกมา ยิ่งเห็นผู้หญิงใบหน้าที่คุ้นเคย เท้าแต่ละข้างที่จะย่างก้าวช่างยากเย็นเหลือแสน มันหนักอึ้งไปหมด

            “พี่คีย์...”

            ไอร์หันมามองบุคคลมาใหม่ทันที แม่บ้านสองคนและหนุ่มอิ่มก็หันมามองเช่นกัน นมอิ่มมองคีย์รินทร์ด้วยสายตาแห่งความห่วงใยไม่อยากให้ประวัติศาสตร์หวนกลับมาอีกครั้ง ไม่อยากเห็นเจ้านายที่นางรักยิ่งกว่าลูกต้องเจ็บปวดอีก แต่ก็ต้องจำใจพาแม่บ้านอีกสองคนก้าวออกไปทันทีเมื่อชายหนุ่มพยักหน้าให้

            “ป้าออกมาทำไม? แล้วปล่อยให้ยายนั่นอยู่คนเดียวได้อย่างไร?”

            หวานก้าวเข้ามาถามทันทีเมื่อเห็นป้าๆ อยู่หน้าห้องครัว

            “คุณคีย์มาแล้ว

            นมอิ่มตอบเบาๆ แรงคนแก่จวนเจียนจะหมดไปทุกที ต้องเดือดร้อนแม่บ้านอีกสองคนให้ประคองหิ้วปีก ไปนั่งเก้าอี้ในห้องครัว ทุกคนต่างทรุดนั่งอย่างเหนื่อยใจ

            “แล้วป้าปล่อยให้นางนั่นอยู่กับคุณคีย์ได้ยังไง หวานจะไปดูสักหน่อย ถ้าหากคุณคีย์โดนหลอกอีกครั้ง หวานจะได้เตือนทัน

            “หยุดนะหวาน! จะไปยุ่งกับเรื่องของเจ้านายทำไม อยู่ที่นี่ไม่ต้องไป น้ำท่าให้แม่สีเขาไปจัดการ ส่วนหวานอยู่ที่นี่อยู่ในครัวกับป้า

            หวานที่กำลังจะก้าวเดินต้องหยุดชะงักทันที เมื่อคำสั่งของนมอิ่มทำให้เธอไม่สามารถก้าวขาเดินต่อไปได้ จำต้องฮึดฮัดขัดใจ ใบหน้าบูดเบี้ยวเดินมานั่งเก้าอี้ข้างๆ ป้าอิ่ม เรื่องน้ำท่าบริการแขกต้องเดือดร้อนแม่สีซึ่งเป็นแม่บ้านอีกคนยกน้ำไปเสิร์ฟแทน ถ้าหากให้หวานไปบริการมีหวังเกิดเรื่องอีกแน่ๆ

 

            หลังจากทุกคนออกไปจากห้องรับแขกหมดทุกคนแล้ว รวมทั้งแม่บ้านที่ยกน้ำดื่มมาบริการ บุคคลผู้มาเยือนเกาะมุกสวรรค์ก็ก้าวเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มด้วยหัวในที่อ่อนแรง ร่างกายที่ซูบผอมและดำคล้ำมากกว่าเคยทำให้คีย์รินทร์ก้าวขาเดินหนีไม่ได้ จะขยับกายก็หนักอึ้งไปหมด

            “ไอร์มาทำไม

            แม้ร่างกายไม่ขยับ แต่หัวใจที่เจ็บปวดก็สั่งให้ถาม ถามผู้หญิงอยู่ตรงหน้าว่าเธอมีเหตุผลอะไรถึงได้ก้าวกลับเข้ามาในชีวิตของเขาอีกครั้ง อยากรู้เหตุผลของคนที่ทิ้งกันไปอย่างไม่ไยดี เวลานี้รอยแผลบางๆ ที่มันปิดสนิทไปนานแล้วอย่าให้มันต้องเป็นหนองน่าเกียจขึ้นมาอีก

            “พี่คีย์...ไอร์มีเรื่องมากมายอยากพูดคุยกับพี่ ไอร์...”

            หญิงสาวเดินเข้ามาหา เธอก็เจ็บปวดเหมือนกัน ยิ่งสบแววตาคู่คมที่ซ่อนความทุกข์ทรมานใจฝังลึกไว้ในความทรงจำก็ยิ่งทำให้เธออยากบอกกล่าวเรื่องราวให้เขาได้รับรู้ เธอตัดสินใจที่จะมาที่นี่ เพื่อมาปลดปล่อยปมทรมานที่ซุกซ่อนอยู่ในจิตใจมาหลายปี เธออยากหลุดพ้นจากความเจ็บปวดที่ตัวเองเป็นคนก่อ

            “แต่เราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก เรื่องของเรามันจบไปตั้งนานแล้ว นานจนพี่จำไม่ได้

            ชายหนุ่มขยับกายเพียงนิด เดินถอยหลังสองสามก้าว ไม่อยากเผชิญหน้ากับหญิงสาวอีกต่อไป ยอมรับว่าใบหน้าที่ดูอ่อนล้าของแฟนเก่าทำให้จิตใจของเขาแกว่งไกว กระตุกน้อยๆ อย่างลืมตัว

            “ถึงพี่จะลืม แต่ไอร์ไม่เคยลืมเลยสักครั้ง ทุกวินาทีไอร์ยังจำได้เสมอ

            เธอกล่าวออกมาด้วยความเศร้าสร้อย ใช่! เธอไม่เคยลืมผู้ชายคนนี้ แม้จะมีสามีอยู่ตัวเป็นๆ อยู่ทั้งคน และผู้ชายคนนั้นเขาก็รักเธอเสมอมา แต่ครั้งนี้ทุกฝ่ายล้วนเต็มใจที่จะให้เธอมาหาคนที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะจากกันชั่วชีวิต

            “พี่ว่าไอร์ควรจะกลับไปได้แล้ว กลับไปหาสามีของไอร์ ไม่ใช่มาอยู่ที่นี่ในเวลานี้

            ชายหนุ่มเอ่ยปากในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะดีใจไม่น้อยกับการกลับมาของหญิงสาว แต่ก็จำเป็นต้องนึกถึงศีลธรรมอันดีของมนุษย์ ไม่ควรทำผิดต่อความประพฤติที่ดีงามของสังคม ถ้าหากปล่อยให้เธออยู่ที่นี่เขาจะกล้าสู้หน้าทุกคนได้อย่างไร จะกล้ามองหน้าสามีของผู้หญิงคนนี้อีกเหรอ คงต้องถูกตราหน้าว่าแย่งเมียรักของคนอื่น ซึ่งเขาไม่ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้น

            “ไอร์บอกเขาแล้ว ว่าจะมาที่นี่ มาหาพี่คีย์เป็นครั้งสุดท้าย

            เธอเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา จวนเจียนจะอ่อนแรงลงไปทุกที ร่างกายตอนนี้ไม่รู้ว่าจะยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้าหากเธอไม่ร้องขอจากพี่พัฒน์เป็นครั้งสุดท้ายว่าอยากมาที่นี่ พี่พัฒน์คงไม่ปล่อยให้เธอเดินทางมาไกลขนาดนี้คงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักต้องไกลหูไกลตา

            “หมายความว่าอะไรไอร์? ครั้งสุดท้ายคืออะไร?”

            นาทีนี้ไม่มีการเดินหนี ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหา ดวงหน้าหวานที่ซีดเซียวทำให้ใจของคีย์รินทร์สั่นสะท้าน ก้อนสะอื้นไหลขึ้นมาจุกลำคอแกร่ง ดวงตาคู่คมแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าดูหมองคล้ำลงถนัดตา

            “ได้โปรด พี่คีย์...ไอร์อยากใช้เวลาที่เหลือ อยู่กับพี่ให้นานที่สุด

            “หมายความว่าอะไรไอร์ มันคืออะไรบอกพี่มาเดี๋ยวนี้

            เอื้อมไปกอบกุมมือเรียวของอดีตแฟนด้วยความห่วงใยทั้งหมดที่มี ตอนนี้หัวใจที่แข็งแกร่งสั่นไหวอย่างประหลาด ความกลัวมากมายประดังประเดเข้ามา หัวใจสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งได้สัมผัสผิวบางๆ ที่เคยคุ้นชิน ยิ่งทำให้จิตใจอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ความรู้สึกห่วงหาอาทร ความรักความอาลัยอาวรณ์เอ่อท่วมท้นในหัวใจ

            “พี่คีย์รู้ไหมมีเหตุผลหนึ่งที่ไอร์จำเป็นต้องบอกเลิกกับพี่ ซึ่งเป็นอย่างเดียวที่ไอร์เก็บรักษาความลับนี้มาตลอด พี่คีย์รู้ไหมว่าไอร์ก็ทุกทรมานไม่ต่างจากพี่...และที่สำคัญไอร์ยังรักพี่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง...”

            น้ำตาไหลอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง ร่างบางของไอร์เจ็บปวดจนสุดจะทน เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาวิงวอน กลัวเหลือเกินว่าเขาจะไล่เธอให้ออกไปจากที่นี่ กลัวว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิตจะไม่ได้พูดคุยกับเขาอีก จะไม่ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ติดตราตรึงใจอีก

            “ไอร์...เกิดอะไรขึ้น บอกพี่มาเถอะ คนดีบอกพี่...บอกผู้ชายโง่เง่าคนนี้สักครั้ง...สักครั้งก็ยังดี

            คีย์รินทร์ประคองร่างที่สะอื้น ไปด้วยหยาดน้ำตา ให้นั่งลงอย่างแผ่วเบาบนโซฟาตัวยาว ยิ่งเห็นน้ำตาของสาวเจ้า ยิ่งทำให้หัวใจเจ็บปวดมากขึ้นทุกวินาที แล้วข้อความทั้งหมดทั้งมวลที่อยากบอกกล่าวให้ชายหนุ่มได้รับรู้ก็ไหลผ่านถ้อยคำที่เศร้าซึมกระทบโสตประสาท เหตุจำเป็นที่เธอตัดสินใจทิ้งเขาก็กลั่นเป็นคำพูดบอกเล่าออกมาจนหมด ไม่มีเก็บไว้ให้ต้องทรมานใจเพียงลำพังอีกแล้ว

            “ไอร์...”

            อ้อมแขนที่แข็งแกร่งโผเข้ากอดปลอบประโลมร่างบางของไอร์ อิศรา เมื่อทุกถ้อยคำที่ได้ฟังช่างตอกย้ำความโง่เขลาของเขายิ่งนัก โง่ที่ปล่อยให้เธอเผชิญความเจ็บปวดเพียงลำพัง โง่ที่เชื่อถ้อยคำตัดสายสัมพันธ์ของความรักจนขาดสะบั้น ครั้งนั้นเขาเดินทางพลาด แต่ครั้งนี้ในเวลานี้เขาจะทำหน้าที่ผู้ชายที่รักเธอให้ดีที่สุด ชดเชยกับความเลวร้ายที่ผ่านมา

            “พี่ขอโทษ...พี่โง่เอง

            “ไม่ค่ะ ไอร์...ขอโทษ ไอร์ผิดเอง ผิดที่ไม่บอกพี่...ผิดที่เก็บไว้คนเดียวมาโดยตลอด

            สองร่างโผเข้ากอดซึมซับรับรู้ความเจ็บปวดของกันและกันอย่างหวานซึ้ง แต่ผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่หน้าห้องรับแขกกำลังตัวแข็งทื่อ ความเจ็บวิ่งพล่านไปทั่วร่าง หัวใจดวงน้อยแตกเป็นเสี่ยงๆ หลุดลอยออกไปไกลแสนไกล น้ำตาไม่มีไหลออกมาให้เห็น เพราะมันเอ่อล้นอาบไปทั่วร่าง ไข่มุกอยากเดินหนีไปให้ไกลจากภาพบาดตาบาดใจ อยากไปให้พ้นจากที่แห่งนี้ เมื่อคืนแขนล่ำๆ คู่นั้นยังกอดเธออย่างแนบแน่น ยังไม่ทันข้ามวันเขากลับกอดคนอื่นด้วยความรักความเต็มใจ ซึ่งเธอคงไม่มีโอกาสได้รับอ้อมกอดแบบนั้นจากเขาเป็นอันขาด

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha