พิษรักพิศวาสมาร

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 10 : ความรักหรือความเจ็บปวด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 10 ความรักหรือความเจ็บปวด

            ไข่มุกหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ขนตางามงอนค่อยๆ บดบังดวงตาคู่หวานอย่างช้าๆ เท้าบอบบางก้าวหันหลังให้คู่รักที่สวีตหวานกันบาดใจ แม้ความเจ็บปวดจะวิ่งไปทั่วร่างกาย แต่เธอกลับข่มมันให้ฝังลึกในจิตใจ เดินหนีจากตรงนี้ไปในทันที ไม่อยากเห็นการถ่ายทอดความรักที่แสนหวานอีกแล้ว น้ำตาที่คิดว่าจะไม่ไหลออกมาให้เห็นกลับไม่เป็นดังคาด ร่างกายที่ไม่รับรู้ความรู้สึกเพราะเจ็บปวดจนสุดขั้วหัวใจ สั่งให้หยาดน้ำตาทุกหยดไหลออกมาเรื่อยๆ

            ตอนนี้สมองสั่งการให้เธอเดินออกจากที่นี่ ขาทั้งสองข้างก้าวไปอย่างหลุดลอย เดินไปเรื่อยๆ ไร้สิ้นหนทาง เธอไม่รู้ว่าเธอเดินมาถึงตรงไหน ไกลจากบ้านหลังใหญ่มามากเพียงใด แต่ตอนนี้ นาทีนี้ เธอกลับก้าวเท้าเข้ามาในเรือนหอรอร้างของคนใจดำ และตอนนี้เจ้าของเรือนหอคงกลับมาแล้ว ประตูหน้าห้องปีกซ้ายเปิดรอท่าเจ้าของห้องเหมือนกับรู้ว่าตอนนี้เธอต้องการที่พักพิงมากเพียงใด เข้าห้องไปได้ร่างบางทรุดลงกับเตียงนอนนุ่มอย่างอ่อนล้า เธอเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยทั้งร่างกายและจิตใจ

            “แม่ขา...หนูเจ็บเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเจ็บปวดมากขนาดนี้ แต่ว่าทำไมหัวใจของลูกถึงเจ็บเจียนตาย หนูคิดถึงแม่เหลือเกินค่ะ หนูกลับบ้านของเราได้ไหม ตอนนี้อยากกอดแม่สักครั้ง อยากให้แม่รักษาความบอบช้ำของลูกคนนี้

            ถ้อยคำพรรณนามากมายมาพร้อมกับเสียงสะอื้นปานใจจะขาด ดวงหน้าเรียวหวานตอนนี้ดูหม่นหมอง ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลาจนเปียกชุ่ม หมอนใบงามรองรับน้ำตาทุกหยาดหยด

            ไข่มุกนอนร้องไห้ปานจะขาดใจนับครึ่งชั่วโมงก่อนจะก้าวเท้าเรียวสวยเข้าห้องน้ำ ไปอาบน้ำชำระร่างกายให้ดูดีขึ้น ยิ่งมองเห็นร่างกายของตัวเองในกระจกบานหรู ร่างบางสะโอดสะองเต็มไปด้วยคราบคาวโลกีย์จากคนใจร้าย ที่ป่านนี้คงพลอดรักกับแฟนเก่าจนชุ่มชื่นหัวใจ ยิ่งคิดยิ่งเสียใจ ยิ่งคิดมากก็ยิ่งเจ็บมาก

            “อย่ารักเขาไข่มุก เธออย่ารักเขาเป็นอันขาด ขนาดไม่รักเธอยังเจ็บมากอย่างนี้ ถ้าเธอรักเขาเธอไม่ต้องขาดใจตายหรือไข่มุก

            หญิงสาวเตือนหัวใจของตัวเอง สั่งดวงใจน้อยๆ ห้ามไปรักเขา แต่ว่าสิ่งที่เรียกว่าหัวใจกลับไม่ยอมฟังเสียง ไม่ยอมฟังคำสั่ง เพราะอะไรนะหรือ เธอรักเขามาตั้งนานแล้ว รักตั้งแต่ได้ยินเพียงชื่อของเขาจากปากคุณลุงเมฆา ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ตัดสินใจทำตามคำขอร้องของคุณลุงผู้มีพระคุณ

 

หนึ่งเดือนก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องราวให้ไข่มุกคนงามหลั่งน้ำตา ณ เวลานั้น คุณเมฆา เดินทางมายังสิงคโปร์เพื่อเยี่ยมเยือนคนรู้จักที่คุ้นเคยกัน คุณพ่อผู้อยากได้ลูกชายคนเดิมกลับมา ก้าวเข้ามาในบ้านหลังสวยที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง เพื่อมาขอความช่วยเหลือจากคนคนหนึ่งซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดี จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณสรวดี เดชพิรมณี คุณแม่ของไข่มุก ที่เป็นเพื่อนสนิทของมารดาคีย์รินทร์ แต่เมื่อพูดคุยกันแล้วคุณสรวดีกลับทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก คนหนึ่งก็ลูกสาวสุดที่รัก ส่วนอีกคนก็ผู้มีบุญคุณนางจึงตัดสินใจให้คุณเมฆามาพูดคุยกับหนูไข่มุกด้วยตัวเอง

            “คุณลุงเมฆา สวัสดีค่ะ

            ไข่มุกเดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยความนอบน้อม จริงอยู่เธออาจจะน่ารักสดใสสมวัย แต่เรื่องความเรียบร้อยกิริยามารยาทเธอไม่เป็นสองรองใคร หรือบางครั้งก็อ่อนหวานน่ารักยิ่ง

            “สวัสดีหลานลุง สบายดีไหมลูก?”

            คุณเมฆามองไข่มุกด้วยแววตาเอ็นดู ไม่พบกันแค่ปีสองปีตอนนี้หลานสาวโตขึ้นมาก สวยงดงามเจิดจรัสสมชื่อของเจ้าตัว ไข่มุกแห่งท้องทะเลผู้งดงาม

            “คุณแม่บอกว่าคุณลุงมีเรื่องให้ไข่มุกช่วย เรื่องอะไรเหรอคะ?”

            ไข่มุกมองคุณลุงผู้มีพระคุณด้วยแววตาสงสัย คุณลุงเมฆามีอะไรให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างไข่มุกช่วย เพิ่งจะเรียนจบยังไม่ได้ทำงานที่ไหนสักแห่ง จะช่วยงานคุณลุงได้มากน้อยแค่ไหน กลัวแต่จะเป็นภาระมากกว่า

            “คืออย่างนี้นะ ลุงอยากให้หนูช่วยเหลือลุงสักอย่างเรื่องนี้ลุงถามแม่ของหนูแล้ว แม่เค้าบอกให้ลุงมาถามความสมัครใจของหนู

            คุณเมฆามองไข่มุกด้วยความลำบากใจ ไม่ใช่ว่าจะอยากทำอย่างนี้ มีหลายวิธีที่จะดึงบุตรชายออกจากห้วงแห่งรักครั้งเก่าในอดีต แต่ถ้าไม่ลองดูสักทาง เขาคงต้องสูญเสียลูกชายที่โอนโยน ไปตลอดชีวิต ตอนนี้ลูกชายสุดสวาทเหมือนมารร้ายเข้าไปทุกที วันๆ หมกมุ่นตัวเองอยู่ที่ฟาร์มมุกเท่านั้น ไม่ออกมาพบหน้าผู้คนเป็นแรมปี ยกเว้นงานสำคัญเท่านั้นที่เจ้าตัวจะพาหัวใจที่บอบช้ำเดินทางไป

            “คุณลุงมีอะไรให้ไข่มุกช่วยคะ คุณลุงมีบุญคุณต่อครอบครัวเดชพิรมณี ช่วยบริษัทของคุณแม่ให้คงอยู่ได้ในเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ไข่มุกยินดีช่วยคุณลุงทุกอย่างค่ะ ไข่มุกเต็มใจ

            หญิงสาวผู้ถูกเลือก ยังไม่ได้ฟังสักนิดว่าคำขอร้องของคุณเมฆาจะสร้างความเจ็บปวดให้กับเธอมหาศาล แต่ว่าหญิงสาวที่มีความกตัญญูเป็นเลิศอย่างเธอก็พร้อมที่จะรับ หลังจากนั้นคำขอร้องของคุณลุงผู้มีพระคุณก็หลุดออกมาให้ได้ยิน

            “ลุงจะไม่บังคับหนู ถ้าหากหนูปฏิเสธก็ไม่เป็นไร

            เมื่อถ่ายทอดความต้องการของตัวเองไปทุกถ้อยคำ คุณเมฆาสงสารไข่มุกไม่น้อยแต่ถ้าหากเธอปฏิเสธเขาก็ไม่มีสิทธิ์จะไปบังคับ แต่คำตอบของไข่มุกกลับทำให้คุณเมฆาตื้นตันใจอย่างประหลาด ความรู้สึกของพ่อแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความหวังที่จะได้ลูกชายคนเดิม คนที่มีหัวใจกลับมาดังเดิมเริ่มมีความหวังอีกครั้ง หวังว่าครั้งนี้เขาคงตัดสินใจถูกต้อง ความหวังทั้งหมดต้องยกให้ไข่มุกเป็นคนสานต่อ

            “คุณลุงขา ไข่มุกขอโทษ มันคงไม่สำเร็จแล้วล่ะค่ะ เราอย่าฝืนอีกเลยนะคะ ปล่อยให้เขาได้อยู่กับคนที่เขารัก เพราะคงไม่มีวันที่เขาจะรักไข่มุก ไม่มีวันจริงๆ

            ยิ่งนึกถึงเรื่องราวที่เธอตัดสินใจผิดพลาดก็ยิ่งเจ็บปวด แต่อย่างน้อยบุญคุณของคุณลุงก็ได้ชดใช้เป็นบางส่วนไปแล้ว บางทีคราวนี้อาจจะต้องสิ้นสุดกันทั้งสองฝ่าย ร่างบางที่สั่นเทิ้มไปทั้งตัวรีบอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดหมดจด ลบคราบของผู้ชายใจดำขัดเนื้อตัวให้สะอาด แม้แค่เพียงภายนอกก็ยังดี

            หลังจากคิดว่าร่างกายถูกกำจัดสิ่งที่แปดเปื้อนออกไปได้บ้างแม้จะน้อยนิด หญิงสาวก็ก้าวออกจากห้องน้ำหันมาแต่งกายด้วยชุดนอนกางเกงยาวกับเสื้อตัวสวยที่ใส่สบาย บำรุงผิวที่แห้งกร้านให้สดชื่นด้วยครีมบำรุงยี่ห้อที่เจ้าตัวโปรดปราน ก่อนเสียงเคาะประตูหน้าห้องจะดังขึ้น

            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

            “คุณหนูขาเปิดประตูให้นมอิ่มหน่อยค่ะ

            เสียงเรียกของนมอิ่มทำให้ไข่มุกคลายกังวลได้ไม่น้อย เธอกลัวที่จะเป็นเสียงของเขา แต่ว่าต่อไปห้องนี้เขาคงจะไม่ย่างก้าวเข้ามาอีก เขาจะเข้ามาทำไม ในเมื่อหัวใจของเขากลับมาเยือนแล้ว

            “นมอิ่ม...”

            เมื่อนิ้วเรียวกดปุ่ม ประตูก็เปิดออกอัตโนมัติ

            “โธ่! คุณหนูของนม นมยกอาหารเย็นมาให้ กินสักหน่อยนะคนดี

            คนเก่าแก่ของเกาะมุกสวรรค์ผู้ทราบเรื่องราวเป็นอย่างดีบอกด้วยท่าทางเห็นใจ เพราะมื้อเย็นวันนี้คุณชายเจ้าของเกาะรับประทานอาหารกับแฟนเก่าด้วยความสุข ใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่ถามสักคำว่าผู้หญิงอีกคนอยู่ที่ใด คงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าไข่มุกยังอยู่ที่นี่ ยังไม่ได้พาหัวใจที่เจ็บช้ำโบยบินไปที่ใด

            “แต่ว่า...”

            หญิงสาวทำท่าจะปฏิเสธ ไข่มุกไม่อยากกินอะไรสักนิด รู้แต่ว่าตอนนี้ต้องการอยู่คนเดียว ไม่อยากพูดคุยกับใครสักคน

            “เห็นแก่นมอิ่มคนนี้สักนิดเถอะค่ะ นมอยากให้คุณหนูกินอะไรสักหน่อย กินมื้อเย็นเป็นขวัญกำลังใจให้คนทำอย่างนมได้ไหมคะ

            นมอิ่มหว่านล้อมไข่มุกทุกทาง อย่างน้อยอยากให้หญิงสาวได้มีอาหารมื้อเย็นรองท้องสักนิด หายไปจากเกาะตั้งแต่เมื่อวานจนป่านนี้ไม่รู้ว่ามีอะไรตกถึงท้องบ้างรึเปล่า

            คนเก่าแก่อย่างนมอิ่มสงสารไข่มุกไม่น้อย จะให้พูดอะไรได้นางเองก็อยู่ในฐานะคนอาศัย ถึงแม้จะเป็นแม่นมของคุณชายเจ้าของเกาะ ยิ่งรักเหมือนลูกยิ่งไม่อยากทำอะไรผลีผลามให้คีย์รินทร์ได้เจ็บปวด แต่นางทำได้เพียงดูแลบำรุงร่างบางระหงตรงหน้าให้เข้มแข็งยืนหยัดด้วยดวงใจที่แข็งแกร่งเท่านั้น

            “ค่ะ นม

            ไข่มุกเห็นความห่วงใยในแววตาของแม่นมของคนใจร้าย เธอจึงเลือกที่จะทำให้นมอิ่มสบายใจ และอีกอย่างตอนนี้เธอต้องการอาหารหล่อเลี้ยงร่างกาย ไม่ใช่แค่ร่างกายอย่างเดียวหรอก หัวใจดวงนี้ก็ต้องการสิ่งหล่อเลี้ยงเช่นกัน

            เมื่ออาหารมื้อเย็นถูกวางไว้บนโต๊ะริมหน้าต่าง ไข่มุกก็หันมารับประทานอาหารเพื่อความสบายใจของนมอิ่ม แต่กินไปได้ไม่กี่คำ สายตาของไข่มุกกลับต้องหม่นหมองลงอีกครั้งเมื่อเห็นสองหนุ่มสาวที่เดินจูงมือเที่ยวชมทะเลในยามค่ำคืนผ่านหน้าต่างบานหรู

            เพล้ง!

            เสียงแก้วน้ำหล่นแตกกระจัดกระจาย เปียกชุ่มทั่วพื้นห้อง เพราะมือเรียวของไข่มุกปัดโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่รู้หรอกว่าทำอะไรลงไปตอนนี้ มันเจ็บไปหมด ยิ่งเห็นคีย์รินทร์เดินจูงมือไอร์ผู้หญิงที่เขารัก หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกกระชากด้วยความเจ็บปวด นมอิ่มเห็นแล้วก็ยิ่งเวทนา สองแขนเหี่ยวย่นของคนแก่ โอบกอดปลอบประโลมร่างบางที่สั่นน้อยๆ ด้วยความสงสารจับใจ

            “โธ่! แม่คุณของนม อดทนนะลูก อดทนไว้คนดี

            มือเหี่ยวของนมอิ่มลูบหลังที่สั่นเทิ้มของไข่มุก ปากก็พูดปลอบ พูดให้กำลังใจ แต่ยิ่งพูดไข่มุกก็ยิ่งสะอื้นไห้มากกว่าเดิม ยอดดวงใจของเขากลับมาแล้ว เธอก็คงไม่มีค่ากับเขาอีก แม้แต่นางบำเรอเธอก็คงไม่ได้เป็น ต่อจากวันนี้เป็นต้นไป สายตาของผู้ชายคนนั้นคงไม่แลเหลียวมามองเธออีกเป็นแน่

            “นมจ๋า ไข่มุกเจ็บ ทำไมมันเจ็บอย่างนี้ ฮือๆ

            เธอร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย ไม่มีอีกแล้วความอดทนอดกลั้นที่เก็บไว้ข้างใน ตอนนี้เธอขอปลดปล่อยมันออกมาก่อนที่หัวใจดวงนี้จะแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี สองแขนที่ไร้เรี่ยวแรงกอดร่างของคนชราอย่างนมอิ่มแนบแน่น ตอนนี้เธอต้องการอ้อมกอดที่อบอุ่น อ้อมกอดจากคนที่รักเธอ มองไปทางไหนก็คงไม่มีใคร เวลานี้ตอนนี้ก็คงจะมีเพียงนมอิ่มคนเดียวเท่านั้น ที่เธอจะได้พักพิงหัวใจที่บอบช้ำ

            “คนดีของนม ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไร

            นมอิ่มปลอบหญิงสาวที่สะอื้นไห้ ตัวนางเองหยาดน้ำตาก็ไหลออกจากดวงตาฝ้าฟางอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจของแม่นมก็เจ็บเหมือนกัน เจ็บที่เห็นลูกผู้หญิงด้วยกันต้องเจ็บปวด และมิหนำซ้ำคนที่ก่อเรื่องไม่แลเหลียวมามองเลยสักนิด ยิ่งเห็นหนุ่มสาวที่กลับมาหากันเดินประคองชมจันทร์อย่างมีความสุข ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนโรแมนติก ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บปวดแทน นมอิ่มประคองร่างที่สะอื้นไห้ปานจะขาดใจของไข่มุก ค่อยๆ พาก้าวเดินมายังเตียงหรู ปล่อยให้นอนลงอย่างแผ่วเบา

            “หลับซะนะคนดี นมจะอยู่เป็นเพื่อนเองนะลูก หลับแล้วลืมความทุกข์ใจของหนู โยนมันทิ้งไปให้ไกลแสนไกล อย่าเก็บมันไว้อีกเลย คิดซะว่ามันเป็นเพียงฝันร้าย อย่าปล่อยให้มาทำลายหัวใจของหนูเลยลูก ไข่มุกของนม

            เสียงของนมอิ่มดังเบาๆ อยู่ข้างๆ ของร่างบางที่สั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด ร่างกายที่นอนอยู่บนเตียงหนานุ่มยังคงปวดร้าวไม่สร่างซา มือเหี่ยวย่นจึงลูบผมสลวยของไข่มุกด้วยความสงสารจับใจ ผู้หญิงเราอะไรก็คงไม่เจ็บปวดกับการเห็นคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีแม้จะยังไม่ถูกต้องทางนิตินัยก็เถอะ แต่ตอนนี้พฤตินัยถึงไหนต่อไหน มันก็ไม่ต่างกันกับคำว่าสามีคิดนอกใจภรรยา และคงผิดศีลธรรมของมนุษย์เพราะผู้หญิงคนนั้นก็มีสามีอยู่ทั้งคน แถมยังมีใบทะเบียนสมรสทางกฎหมายระบุไว้ว่าอยู่ในฐานะสามีภรรยา หวังว่าคีย์รินทร์คงไม่ทำเรื่องที่ผิดพลาดให้ต้องอื้อฉาวอับอายผู้คน

            ไข่มุกหลับลงด้วยอาการที่เรียกว่าน้ำตาตกใน ถึงจะหยุดไหลออกมาเปรอะเปื้อนให้เป็นคราบบนใบหน้าสวยๆ แต่ว่ามันกับเอ่อนองอยู่ในหัวใจ เมื่อเห็นคุณหนูไข่มุกหลับไปด้วยความเจ็บปวด นมอิ่มก็เลื่อนผ้าแพรผืนบางมาห่มเพื่อคลายความหนาวเหน็บให้กับร่างกายของไข่มุก แต่สำหรับความหนาวที่เข้ามาครอบคลุมจิตใจคงไม่มีใครให้ไออุ่นได้ ขนาดเจ้าของหัวใจยังไม่รู้เลยว่าต้องรักษาด้วยวิธีใด

            “หลับเถิดคนดีของนม

            เสียงนมอิ่มเอ่ย ก่อนจะก้มลงหอมหน้าผากของไข่มุกเพื่อให้กำลังใจ อย่างน้อยตอนนี้นางก็อยากดูแลไข่มุกให้ดีที่สุด รอเวลาที่คุณเมฆาจะเดินทางกลับมา หลังจากนั้นนมอิ่มก็กลับไปทำงานของแม่บ้าน ดูแลความเรียบร้อยของบ้านหลังใหญ่ดึกๆ นางคงต้องมานอนเฝ้าหนูไข่มุกที่ห้องนี้ แต่ว่านมอิ่มก้าวออกจากห้องไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ร่างบางของหญิงสาวก็รู้สึกตัวอีกครั้ง สมองไม่ยอมหลับพักผ่อน คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นกลับตัวเองตั้งแต่มาที่นี่ ไม่รู้ว่าตัดสินใจผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เดินทางเข้ามาในเกาะมุกสวรรค์ ก็ไม่ต่างจากเดินทางลงสู่เหวลึกที่สร้างความเจ็บปวด และยากที่จะปีนป่ายไปหาแสงสว่าง ยิ่งอยู่นานยิ่งมีแต่ความมืดมิดเข้ามาปกคลุม ไข่มุกบังคับให้ตัวเองหลับแต่ก็ทำไม่สำเร็จ เมื่อข่มตาหลับเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้เธอจึงต้องพาร่างกายของตัวเองออกมาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด แต่เพียงเปิดประตูห้องออกมาเพียงนิดเดียวยังไม่ทันจะก้าวออกจากห้อง สายตาคู่สวยมองเห็นสองหนุ่มสาวเปิดประตูก้าวเข้าห้องฝั่งปีกขวาด้วยกันทั้งคู่ มือเรียวรีบปิดประตูด้วยความสั่นเทาแล้วทรุดลงตรงประตูอย่างอ่อนแรง น้ำตาที่เหือดหายไปไม่ถึงสิบนาทีไหลออกมาจนเปียกชุ่ม

            หลังจากทรุดลงร้องไห้อยู่ตรงประตูนับชั่วโมง หญิงสาวเหนื่อยเกินที่จะพยุงกายลุกเดินไปไหน สมองสั่งเพียงให้พาร่างกายที่บอบช้ำกลับไปพักบนเตียงหรูเท่านั้น แค่ร่างกายล้มลงนอน ความปวดร้าวก็แล่นไปทั่วร่าง แค่เพียงคิดว่าเขาคงจะนอนด้วยกันที่ห้องนั้น ห้องของเขาที่เธอไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไปแม้แต่นิดเดียว แต่กับผู้หญิงคนนั้นเขาถึงกับประคองกอดพาไปนอนในห้อง เขาเคยนึกถึงจิตใจของเธอบ้างไหม แต่ว่าคงจะไม่สักนิดเดียวเพราะเขาเลือกที่จะหันหลังให้เธอตั้งแต่อยู่บนเรือ

            “ต่อไปเขาก็คงจะนอนที่นั่น นอนกับผู้หญิงคนนั้นทุกคืน เธอควรจะดีใจที่เขาจะไม่กลับมาทำให้เธอต้องแปดเปื้อนอีก ทุกอย่างระหว่างเธอกับเขาควรจะสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้นะไข่มุก

            เสียงพึมพำเบาๆ มาพร้อมกับน้ำตาสาวที่ไหลริน เธออยากไปจากที่นี่ไม่อยากอยู่อีกแม้แต่วินาทีเดียว แต่ขอเวลาอีกสักพักให้เธอมั่นใจมากกว่านี้แล้วต่อไปผู้ชายคนนั้นจะไม่ได้เห็นหน้าเธออีก เราจะจากกันชั่วชีวิต ตอนนี้ไข่มุกพยายามข่มตาหลับไปพร้อมกับความเจ็บปวดของหัวใจ ไม่ขอรับรู้โลกภายนอกอีกแล้ว เธอเหนื่อยเกินกว่าจะลุกขึ้นสู้กับใครในเวลานี้

            “มาทำอะไรครับนม?”

            เสียงชายหนุ่มทักทายแม่นมของตัวเองด้วยความสุภาพ หลังจากออกจากห้องนอนของตัวเองทางปีกขวา เห็นนมอิ่มเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องของหญิงสาวที่ถูกลืมชั่วระยะเวลาหนึ่ง คีย์รินทร์เดินเข้ามากอดเอวหนาๆ ของนมอิ่มพร้อมหอมแก้มเสียฟอดใหญ่ นมอิ่มขัดขืนอย่างเต็มที่พยายามที่จะเบี่ยงหน้าหนีไม่ให้ชายหนุ่มหอมแก้มอย่างเคย

            “นมจะมาดูว่าคุณหนูไข่มุกตรอมใจตายรึยัง

            เสียงแข็งๆ ตอบแบบประชดพร้อมแจกค้อนให้วงใหญ่ มองหน้าคนที่นางเลี้ยงมากับมืออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยสักนิด ยังจะมีหน้ามาถาม ก็ยืนอยู่หน้าห้องคุณหนูไข่มุก ไม่ได้มองเลยรึไงกัน ตอนนี้รู้สึกว่าอะไรต่อมิอะไรขัดตาขัดใจไปหมด

            “ทำไมคุณหนูของนมต้องตรอมใจด้วยล่ะครับ ป่านนี้คงจะนอนหลับ ฝันถึงไหนต่อไหน

            ได้ยินคำพูดแข็งๆ จากคนที่เคารพรัก แถมยังได้ยินชื่อของผู้หญิงที่ตัวเองกกกอดมาหลายคืน ก็ทำให้ชายหนุ่มอดที่จะหันไปมองประตูไม่ได้ แทบอยากจะมองทะลุให้เห็นถึงข้างใน แต่อาการที่แสดงออกมันก็ตรงกันข้ามเสมอ

            “ปล่อยนมค่ะ นมไม่อยากให้คนใจร้ายกอด แล้วนี่อะไรกันปล่อยให้แม่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่เกาะยังไม่พอ ยังให้นอนห้องของตัวเอง คิดอะไรอยู่ จะทำอะไรก็เห็นแก่ผู้หญิงที่อยู่ในห้องนี้บ้าง อย่าคิดว่านมไม่รู้

            นมอิ่มปลดไม้ปลดมือของคนที่นางเลี้ยงดูออกอย่างรวดเร็ว แถมยังถอยห่างออกมายืนอบรมอีกชุดใหญ่ ยิ่งเห็นหน้าก็ยิ่งโกรธแทน ดูเอาเถอะผู้หญิงคนหนึ่งต้องกินน้ำตาต่างข้าว จะรู้สึกอะไรบ้างไหม

            “นมไปพักเถอะครับ เดี๋ยวผมดูคุณหนูของนมให้

            “ไม่ต้องมายุ่งกับหนูไข่มุก นมจะดูแลเอง มาก็ดีเปิดประตูให้นมด้วย แล้วรหัสผ่านใช้ตัวไหนบอกด้วยนมจะกดเอง จะได้ไม่ต้องพึ่งพาใบหน้าหล่อๆ ให้ประตูไฮเทคมันเปิด นมไม่อยากรบกวน กลัวจะเสียเวลาดูแลผู้หญิงคนอื่น

            น้ำเสียงประชดประชันพร้อมสายตาหันไปมองหน้าหล่อๆ ที่เลี้ยงมาอย่างทะนุถนอม นมอิ่มยิ่งหมั่นไส้ ผู้ชายอะไรเพิ่งดูแลอีกคนมาหยกๆ จะมาดูอีกคนใช้ได้ที่ไหนกัน ใจคนวัยชราเดือดปุดๆ นมอิ่มเลยใส่ซะชุดใหญ่ให้ชายหนุ่มได้ใบ้กินเลยทีเดียว มิหนำซ้ำยังเบือนหน้าหนีอีกต่างหาก

            “โธ่! นมครับ

            คีย์รินทร์เสียงอ่อนลงทันตาเห็น ร้อยวันพันปีนมอิ่มไม่เคยแสดงอาการอย่างนี้ให้เห็น ปกติจะเข้าข้างตลอดไม่ว่าเรื่องราวที่ก่อขึ้นจะใหญ่หลวงเพียงใด แต่วันนี้เหตุใดถึงได้ว่ากล่าวเป็นชุดขนาดนี้

            “ไม่ต้องเลยค่ะ แล้วแม่คนนั้นจะกลับเมื่อไหร่ นมไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่ว่าจำได้ไหมว่าตัวเองต้องทุกข์ทรมานมากี่ปี นมไม่อยากให้คุณคีย์เจ็บอีก แล้วอีกอย่างไม่ใช่เจ็บคนเดียว รู้ตัวบ้างไหมกำลังลากผู้หญิงอีกคนที่สดใสให้จมปลักไปกับความทุกข์ระทมชั่วชีวิต

            ยิ่งพูดก็ยิ่งเคือง นึกถึงร่างบางที่ล้มตัวนอนด้วยความเจ็บปวดก็เหมือนเชื้อไฟชั้นดี หญิงวัยชราอยากจะฟาดสักทีสองทีให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บบ้างสักนิด ไม่รู้ว่ายังมีหัวใจอยู่รึเปล่า ดูทำเข้าสิผู้ชายนะผู้ชาย ทั้งโลกคงจะเหมือนกันหมด

            “นมครับ ไอร์คงต้องอยู่ที่นี่สักพัก ผมรบกวนนมสั่งให้เด็กไปเก็บเสื้อผ้าเครื่องใช้ของผมไปไว้ในห้องนอนในห้องทำงานด้วยนะครับ เพราะห้องนั้นผมยกให้ไอร์เขาไปแล้ว

            ชายหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทางหนักใจ เหตุจำเป็นที่ต้องรับแฟนเก่าเข้ามาอยู่ที่นี่น่ะหรือก็จริงอยู่ที่ไอร์สร้างบาดแผลในใจไว้มากมาย แต่ว่าด้วยเหตุผลที่เพียงพอก็ทำให้เขาสามารถที่จะใช้เวลาที่เหลือทำในสิ่งที่ดีที่สุด อย่างน้อยก็เป็นครั้งสุดท้ายสำหรับแฟนเก่าและรักครั้งเก่าที่ยังไม่ลบเลือน

            “ค่ะ ก็นึกว่าจะทำให้คนแก่หัวใจวาย

            นมอิ่มประชดประชันอีกครั้ง ถ้าหากคีย์รินทร์นอนห้องเดียวกับหนูไอร์ หัวใจคงวายตายกันพอดี ยิ่งถ้าคุณหนูไข่มุกรู้นะคราวนี้ล่ะ ได้หนีออกจากที่นี่ไม่ทัน คงร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แต่นมอิ่มคงไม่รู้หรอกว่ามันสายไปเสียแล้ว ป่านนี้ไข่มุกคงจะนอนจมกองน้ำตา

            “นมครับ ไอร์มีสามีแล้วผมรู้ว่าควรยืนอยู่จุดใด

            ยิ่งนึกถึงสถานะของตัวเองและหญิงสาวที่อยู่ปีกขวาของเรือนหอ ก็ยิ่งเจ็บปวด เจ้าของที่แท้จริงกลับมาอยู่มันก็สายไปเสียแล้ว ที่จริงไอร์ไม่ควรจะมาที่นี่ด้วยซ้ำไป แต่คนเราจะเห็นใจกันก็ตอนที่จะจากกันอีกครั้ง และครั้งนี้ขอให้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุด

            “ถ้ารู้ว่าควรยืนอยู่จุดใด ก็อย่าลืมว่ามีผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่จุดไหนด้วยนะ นมสงสารหนูไข่มุก ถ้าหากคุณท่านกลับมาก็เตรียมรับมือไว้ด้วย ป่านนี้เจ้าหมึกคงรายงานแล้วกระมัง เหยี่ยวข่าวประจำเกาะคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว

            นมอิ่มตักเตือนด้วยความเป็นห่วงไม่ว่าชายหนุ่มจะผิดถูกอย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นคนที่นางรักและหวังดี และหวังว่าการที่คีย์รินทร์ตัดสินใจเช่นนี้คงไม่มีเรื่องทะเลาะกันระหว่างพ่อลูก ป่านนี้คุณเมฆาคงโกรธจนเส้นเลือดบวมเป่งแล้วกระมัง

            “ครับคีย์รินทร์รับคำด้วยน้ำเสียงเบาๆ

            “ไม่ต้องเสียงอ่อย นมไม่สงสารหรอกค่ะ เดี๋ยวนมไปดูคุณหนูไข่มุกก่อน คุยกับคนใจร้ายเสียสุขภาพจิต คนแก่จะถึงแก่กรรมก่อนวัยอันควร

            นมอิ่มพูดเสร็จก็หันหน้ามามองประตู แล้วมองคีย์รินทร์ตามลำดับ เป็นการสั่งด้วยสายตาให้ชายหนุ่มเปิดประตูให้ แต่มองอยู่นานก็ไม่มีปฏิกิริยาจากคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

            “นมครับ ผม...”

            คีย์รินทร์ก้าวมายืนชิดใกล้ สองคนต่างวัยยืนวัดใจกันอยู่สักพักก่อนที่นมอิ่มจะเป็นฝ่ายถอย อย่างน้อยก็ให้เจ้าตัวเขาจัดการปัญหาที่ก่อขึ้นด้วยตัวเอง ถึงอยากจะห้ามอยากจะขัดขวางก็คงเป็นไปได้ยาก ยังไงเสียนางก็เป็นเพียงคนอื่นในสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ได้มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น

            “ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวนมจะกลับไปพัก แล้วจะให้เด็กไปเก็บของออกจากห้องนั้นให้ คุณคีย์รับปากนมได้ไหมว่าถ้าถึงแก่เวลาปล่อยหนูไข่มุกไปนะคะ ถือว่าคนแก่ที่เลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะขอร้อง

            นมอิ่มแตะเบาๆ บนลำแขนล่ำสัน ก่อนจะหันหลังกลับ คำขอร้องของคนที่เลี้ยงมาตั้งแต่เกิดช่างให้ความรู้สึกประหลาดยิ่งนัก ชายหนุ่มถึงกลับยืนนิ่งสนิทอยู่นับสิบนาที ก่อนจะก้าวเข้าห้องของไข่มุกไปเมื่อประตูแสนรู้ใจเปิดต้อนรับ คีย์รินทร์ก้าวย่างเข้ามายืนใกล้ๆ เตียงนอนหรู ที่มีหญิงสาวนอนหลับใหล มองเห็นใบหน้าสวยๆ ผ่านแสงจันทร์ มีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน ร่องรอยคราบน้ำตาที่เห็น ทำให้หัวใจมารร้ายกระตุกได้ไม่น้อย นิ้วเรียวหนาจึงเกลี่ยร่องรอยน้ำตาของหญิงสาวด้วยความแผ่วเบา

            “ไข่มุกพี่...”

            ทำไมหัวใจของชายหนุ่มถึงรู้สึกว่ามันบีบตัวเข้าหากัน ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด หัวใจของคีย์รินทร์กำลังพบกับความมืดมน ไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร อีกหนึ่งก็ผู้หญิงที่เป็นแฟนเก่าแต่หัวใจยังคงรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง อีกคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตไม่นานแต่ว่ากลับจดจำทุกอย่างของเธอได้อย่างแม่นยำ ร่องรอยความรักรสพิศวาสยังติดตราตรึงใจไม่เสื่อมคลาย

            “ฝันดีนะไข่มุก

            ริมฝีปากหนาก้มลงหอมเรือนผมของหญิงสาวด้วยความรู้สึกบรรยายไม่ถูก ก่อนจะหันหลังแล้วก้าวออกจากห้องไป มุ่งหน้าตรงไปยังห้องทำงานที่ป่านนี้ข้าวของเครื่องใช้คงถูกจัดการโยกย้ายมาไว้เรียบร้อย ตอนนี้รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังสับสนตีกันรัวไปหมด

 

ค่ำคืนแสนปวดร้าวผ่านพ้นไป พระอาทิตย์เปล่งแสงให้ความสว่างแก่ทุกมนุษย์บนโลก ไข่มุกรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความเจ็บร้าวระบมไปทั่วกาย ก่อนจะจัดการกับร่างกายที่บอบช้ำให้เตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ นางสาวสวีร์ณา เดชพิรมณี พาร่างกายสะโอดสะอง เดินลัดเรียบย่ำเท้าอยู่บริเวณชายหาด เช้านี้อากาศสดใสแม้ในใจจะหมองหม่นก็ตาม เวลานี้เธอยังไม่อยากพบหน้าใครทั้งนั้น กลัวเหลือเกินกลัวว่าหัวใจดวงนี้ต้องแตกละเอียดไม่มีชิ้นดีถ้าหากเห็นภาพบาดตาบาดใจอีก ขอเวลาสักพักสำหรับเตรียมความพร้อมให้หัวใจเข้มแข็งมากพอที่จะเผชิญเหตุการณ์ข้างหน้า

            “สวัสดีครับ นางฟ้าแสนสวย

            เสียงนรวิทย์ทักทาย ชายหนุ่มปรากฏตัวพร้อมดอกกุหลาบขาวช่อใหญ่ในมือ ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสตามประสาคนกำลังมีความรัก นรวิทย์ก้าวเข้ามาหาไข่มุกด้วยอาการตื่นเต้นที่สุดในรอบปี

            “สวัสดีค่ะ พี่วิทย์มาได้อย่างไรคะ?”

            ไข่มุกมองคนมาใหม่ด้วยความสงสัย เหตุใดมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ หญิงสาวไถ่ถามพร้อมแจกรอยยิ้มหวานให้เช่นเคย ดวงตาคู่สวยมองดอกไม้ในมือชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ

            “พี่มาตามหาหัวใจครับ ไม่รู้ว่าคนแถวนี้จะยกให้พี่ได้รึเปล่า?”

            นรวิทย์เดินมาหาไข่มุก พร้อมยื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ไปตรงหน้าหญิงสาว จ้องมองใบหน้าที่ติดอยู่ในห้วงคำนึงด้วยความรู้สึกรักท่วมท้นในหัวใจ

            “พี่วิทย์...”

            หญิงสาวมองช่อดอกไม้ช่อโตที่มีดอกกุหลาบขาวบริสุทธิ์ช่างแตกต่างจากเธอเหลือเกิน ไม่มีอีกแล้วความบริสุทธิ์ที่เจ้าบ่าวใฝ่หามันแปดเปื้อนทั้งกายและใจ แววตาคู่สวยมองหน้าชายหนุ่มสลับกับช่อดอกกุหลาบไปมา

            “พี่...พี่รักไข่มุก ถ้าหากว่าไม่รังเกียจ ได้โปรดรับรักจากผู้ชายคนนี้ด้วยครับ พี่สัญญาจะดูแลความรักของเราให้ดีที่สุด ตราบเท่าชีวิตของพี่ พี่วิทย์จะรักไข่มุกจนวันตาย

            นรวิทย์เอื้อมมือไปจับมือเรียวของไข่มุกแล้วเอื้อนเอ่ยตามเสียงหัวใจเรียกร้องออกไปจนหมด หวังเหลือเกินว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะไม่ได้พบกับความผิดหวัง เพราะคิดว่าผู้หญิงตรงหน้าคู่ควรสำหรับตำแหน่งภรรยาและแม่ของลูกในอนาคต

            “พี่วิทย์...ไข่มุก...เอ่อ...”

            หญิงสาวตกใจมิใช่น้อยกับการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว เธอไม่รู้ตัวสักนิดว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะมีความรักแบบชู้สาวให้ แต่สำหรับไข่มุกเธอมอบให้นรวิทย์ได้เพียงความรักแบบพี่น้องเท่านั้น เพราะตอนนี้ทั้งร่างกายและจิตใจแปดเปื้อนรอยราคีไม่คู่ควรที่จะให้ผู้ชายคนไหนได้รักอีกแล้ว มือเรียวค่อยๆ เลื่อนออกจากการกอบกุม หันมองใบหน้าชายหนุ่มด้วยความรู้สึกขอโทษและเสียใจ

            “ไข่มุก...”

            นรวิทย์แทบอ่อนแรง ความหวังพังทลายไม่มีเหลือ รู้ว่าเป็นการปฏิเสธจากหญิงสาว แม้จะไม่เอื้อนเอ่ยบอกตามตรงแต่การแสดงออกเช่นนี้เขาก็รู้แล้วว่าต้องได้รับความผิดหวัง

            “ไข่มุกขอโทษค่ะ พี่วิทย์อย่าให้ความรักแบบนั้นกับไข่มุกเลยนะคะ ไข่มุกอยากมีพี่ชาย พี่วิทย์ช่วยเป็นพี่ชายให้ไข่มุกได้ไหม หัวใจน้องสาวตอนนี้ต้องการพี่ชายดูแลค่ะ ไข่มุกเสียใจที่ไม่สามารถรักพี่แบบที่พี่วิทย์ต้องการได้

            น้ำตาของหญิงสาวหลั่งนองอีกครั้ง เธอไม่สามารถรักใครได้อีก ขนาดคนที่ตัวเองรักไปแล้ว ยังรู้สึกว่าจากวันนี้ไปก็ไม่ควรจะรักเขาอีก เธออยากได้หัวใจกลับคืนเหลือเกิน

            “ไม่เป็นไรครับ อย่าร้องไห้ พี่ชายคนนี้ไม่อยากเห็นน้ำตาของน้องสาว ยินดีต้อนรับน้องสาวคนใหม่ พี่สัญญาจะดูแลน้องให้ดีที่สุด

            แม้จะเจ็บปวดไม่น้อย แม้จะเสียใจมากโข แต่ว่าคำตอบของหญิงสาวกลับทำให้นรวิทย์รู้สึกว่าเธอเจ็บมากกว่าเขาเป็นร้อยเท่า ดันทุรังไปก็มีแต่ไร้ประโยชน์ ถ้าหากค่อยๆ เปลี่ยนความรักแบบชู้สาวมาเป็นรักแบบพี่น้อง เขาก็ยังมองเห็นเธออยู่ในสายตาตลอดเวลา

            “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณพี่วิทย์มาก

            “พี่ชายคนนี้ขอกอดน้องสาวได้ไหมครับ?”

            ชายหนุ่มกางแขนทั้งสองข้างออกกว้าง มองหน้าไข่มุกด้วยความรู้สึกยากจะบรรยายตอนนี้สับสนไปหมด แต่ว่าได้รับตำแหน่งพี่ชายก็ดีกว่าไม่ได้อยู่ในฐานะใดเลย สำหรับเขาฐานะอะไรก็ได้ถ้าหากไข่มุกยินดีและเต็มใจ

            “พี่วิทย์...”

            หญิงสาวโผเข้าหาอ้อมกอดพี่ชายคนใหม่ด้วยความเต็มใจ อย่างน้อยเวลานี้ก็ยังมีคนที่ยืนอยู่เคียงข้างอีกคน น้ำตาที่อดกลั้นไหลรินแทบขาดใจ สะอื้นไห้อย่างหนัก ชายหนุ่มรู้สึกถึงอาการสั่นเทาของร่างบาง ตอนนี้น้องสาวคนใหม่กำลังร้องไห้ กำลังเสียใจ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเอาแต่ลูบหลังบอบบางอย่างปลอบโยน

            “น้องสาวพี่เป็นอะไรครับ บอกพี่ได้ไหม อย่าร้องนะพี่จะอยู่เคียงข้างไข่มุกเอง

ยิ่งได้ยินคำปลอบโยนน้ำตาก็ยิ่งไหล เคยสักครั้งไหมที่ผู้ชายคนนั้นเขาจะกล่าวถ้อยคำอ่อนโยนอย่างนี้ คำตอบคือไม่เคยเลยสักนิด มีแต่สร้างความเจ็บปวดให้ตลอดเวลา

            สองพี่น้องคู่ใหม่ไม่มีทางได้รู้หรอกว่าอีกมุมหนึ่งมีสายตาสองคู่จ้องมองอยู่ สายตาคู่หนึ่งจ้องมองด้วยความสะใจ เมื่อคิดว่าสองคนคงลงเอยกันด้วยความรักและทางข้างหน้าจะไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง แต่แววตาอีกคู่จ้องมองด้วยความเดือดดาล สองมือกำหมัดแน่น มองทั้งคู่ปานจะสับร่างทั้งสองออกเป็นชิ้นๆ แววตามีแต่ประกายของความโกรธที่พร้อมแผดเผาทุกอย่าง หลังจากจ้องมองจนทั้งสองร่างแทบเป็นผุยผง ชายหนุ่มก็นำพาฝีเท้าหนามุ่งตรงไปหาทั้งคู่อย่างรวดเร็ว

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


สนุกดี
โดย Anonymous | 1 year ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha