พิษรักพิศวาสมาร

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 13 : เปิดใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 13 เปิดใจ

            หลังจากปล่อยความสับสนให้ไหลออกจากกายพร้อมสายฝนที่พัดกระหน่ำ ชายหนุ่มผู้มีจิตใจว้าวุ่นก็กลับเข้าเรือนหอรอร้างในกลางดึก จุดมุ่งหมายไม่ใช่ห้องนอนของตัวเองที่อยู่ด้านปีกขวา แต่เป็นปีกซ้ายซึ่งใครคนหนึ่งใช้พักพิงอยู่ต่างหาก ก้าวเข้ามาในห้องได้สายตาว้าวุ่นก็เพ่งไปยังเตียงกว้างมองร่างคนหลับใหลนิ่งนาน

            ไข่มุก บอกพี่สักคำ รักผู้ชายคนนี้บ้างรึเปล่าคนดี พี่ทำเลวกับน้องหลายอย่างมากมายเหลือเกิน ไข่มุกจะเหลือความรักไว้สำหรับผู้ชายเฮงซวยคนนี้บ้างไหม ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ ถ้าหากมันหวนคืนได้ พี่ก็จะทำเหมือนเดิมไข่มุก มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจากที่เป็นอยู่ แต่ไข่มุกรู้บ้างไหมเพียงแค่หวนนึกถึงการกระทำที่ผ่านมา พี่รู้สึกเจ็บในหัวใจดวงนี้ เข้าใจบ้างไหมทุกครั้งที่ทำร้ายเธอผู้ชายคนนี้เจ็บปวดเหลือเกิน

            ชายหนุ่มนั่งลงบนเตียงเคียงข้างพลางเอ่ยเบาๆ ในลำคอ เขาไม่กล้าเอื้อนเอ่ยมาให้เธอได้ยินสักนิด

            ขอเวลาพี่สักพัก คนดี ไม่นานหรอก ไม่นาน...ผู้ชายคนนี้จะรักเธอหมดหัวใจ พี่คีย์จะรักไข่มุกหมดหัวใจ พี่จะขอเสี่ยงสักครั้ง...สักครั้งในชีวิตนี้ คนดีได้โปรดรอพี่ รอผู้ชายคนนี้ ให้โอกาสพี่สักครั้ง ให้คนเลวอย่างพี่ได้แก้ตัว

            คีย์รินทร์จ้องมองร่างบางระหงไม่วางตา ใบหน้าของเธอช่างมีอิทธิพลกับหัวใจเหลือเกิน ท่ามกลางฝนพรำกลางทะเลที่เหน็บหนาวมีใครจะรู้บ้างว่าคนที่เขานึกถึงอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่ไอร์ ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น น้ำเสียงที่จับขั้วหัวใจคือเจ้าของร่างบางที่อยู่ตรงหน้านี้ต่างหาก ผู้หญิงที่อยู่ในห้วงคำนึงคือไข่มุกไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือสาเหตุที่เขามานั่งอยู่ตรงนี้

            “ไข่มุกรู้บ้างไหมว่าผู้ชายคนนี้ยิ่งกว่าเต็มใจที่จะแต่งงานกับไข่มุกเสียอีก พี่ดีใจมากที่จะได้แต่งงานกับน้อง แต่...พี่เสียใจเหลือเกิน รู้สึกเสียใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไข่มุกไม่แต่งกับพี่ มันเจ็บเหลือเกิน ทว่าตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ผู้ชายคนนี้พร้อมที่จะดูแลเธอทุกลมหายใจหลับฝันดีนะครับ ยอดดวงใจของพี่

            เสียงทุ้มกระซิบชิดใกล้ใบหูสะอาดของหญิงสาว ก่อนจะก้มหอมแก้มนวลเสียฟอดใหญ่ แต่ว่าก่อนจะนำพาตัวเองลุกออกจากเตียงกว้าง คนมั่นใจแล้วว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ก็อดใจไม่ได้ที่จะจูบลงบนปากอิ่มอย่างอ่อนหวานและอ่อนโยนที่สุดในชีวิต

            หลังจากได้รสจูบหวานล้ำ คีย์รินทร์ก็พาตัวเองก้าวออกจากห้องอย่างมั่นคงไม่เหลียวหลัง เพราะกลัวหัวใจจะทนไม่ไหว ถ้าหากอยู่นานกว่านี้เขาต้องเข้าหอก่อนเวลาอีกครั้งเป็นแน่

            “พี่...คีย์

            หลังจากได้ยินเสียงประตูปิดอย่างแผ่วเบา คนนอนไม่หลับก็ดีดเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว นี่เธอฝันไปรึเปล่าน้ำเสียงที่ได้ยินชัดเจนจนสุดขั้วหัวใจมันคือความจริงใช่หรือไม่

            “พี่...คีย์ พูดจริงๆ ใช่ไหมคะ สิ่งที่ผ่านมาเมื่อสักครู่คือความจริงใช่ไหม?”

            เพื่อพิสูจน์สิ่งที่เกิดขึ้น นิ้วเรียวสวยเลื่อนมาแตะริมฝีปากตัวเองอย่างแผ่วเบา

            “ไข่มุกไม่ได้ฝันไป มันคือความจริง พี่คีย์...รักไข่มุกแล้วใช่ไหมคะ

            ปากอิ่มได้รูปแย้มยิ้มอย่างดีใจ แม้เพียงน้อยนิดที่เขาอ่อนโยนกับเธอ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เศษเสี้ยวแห่งความปรารถนาจากผู้ชายใจด้านชา เธอเพิ่งได้รับมันมาเมื่อสักครู่นี้เอง

            รสจูบอ่อนละมุนยังแผ่ซ่านไปทั้งร่างกาย หลังจากทบทวนความจริงที่เกิดขึ้น ก็ล้มตัวลงนอนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            รุ่งเช้านี้ท้องฟ้าช่างสดใสเหลือเกิน ชายหนุ่มผู้ปลดความทุกข์ทรมานไปจากใจก้าวเดินมาบริเวณชายหาดที่ผู้เป็นพ่อยืนชมทะเลอย่างสงบ ใบหน้าของพ่อดูผ่อนคลาย

            “พ่อครับ ผมคิดว่าพ่อคงเลือกผู้หญิงที่ดีที่สุดให้ก้าวเข้ามาในชีวิตของผม ผมพูดถูกไหมครับ

            ลูกชายก้าวมายืนอยู่ใกล้ผู้เป็นพ่อ สายตามองไปยังทะเลสีครามไม่ต่างจากผู้ที่ยืนอยู่ก่อน เสียงทุ้มเปรยขึ้นเบาๆ

            “คีย์ ลูกคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตพ่อ ไข่มุกคือผู้หญิงคนเดียวที่พ่อจะเลือกให้กับลูก...ลูกเชื่อพ่อสักครั้ง พ่อไม่อยากให้ลูกเชื่อด้วยการมองเห็น หรือการได้ยิน พ่ออยากให้ลูกมองน้องด้วยสัมผัสที่เรียกว่าหัวใจ

            “ผมเต็มใจที่จะมองไข่มุกด้วยหัวใจครับพ่อ ขอบคุณพ่อมากนะครับ ผมไม่มั่นใจเลยว่าน้องจะให้โอกาสผมอีกรึเปล่า พ่อคงทราบว่าผมทำอะไรไว้บ้าง

            เอ่ยอย่างไม่มั่นใจเลยสักนิด ความโหดร้ายป่าเถื่อนที่หญิงสาวได้รับจากเขามันมากมายเหลือเกินกว่าที่เขาจะแน่ใจได้ว่าจะเธอจะให้โอกาสนั้นอีกครั้ง

            “ลบมันสิ ลบสิ่งที่เลวร้ายด้วยหัวใจของลูก พ่อเชื่อว่าลูกทำได้

            “ขอบคุณครับพ่อ

            สองพ่อลูกจ้องตากันด้วยแววตาแห่งความเข้าใจ

            “ฝากน้องด้วยนะคีย์

            “ครับ ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุด ดูแลด้วยหัวใจครับพ่อ

            เสียงตอบรับช่างหนักแน่นมั่นคงเหลือเกิน แววตาทอประกายความเชื่อมั่นอย่างชัดเจน ดวงตาคู่คมมองกลับเข้าไปยังบ้านใหญ่ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมในหัวใจ

            “พ่อครับเรื่องงานแต่งงาน คือว่า...ผมต้องไปเชียงใหม่เพื่อร่วมพิธีงานศพของไอร์ ผมคิดว่าเราเลื่อนออกไปหน่อยดีไหมครับ ผมอยากไปทำสิ่งที่คั่งค้างในหัวใจให้หมดก่อน ก่อนจะเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่

            “ได้สิ เลื่อนไปอีกหนึ่งเดือนก็ได้ พ่อเองก็ยังไม่ได้คุยกับแม่ของหนูไข่มุกเลย อีกอย่างช่วงนี้ก็มีงานใหญ่เข้ามา คิดว่าอีกหนึ่งเดือนงานแต่งงานคงจะพร้อมมากกว่า

            “บ่ายนี้ผมจะขึ้นเชียงใหม่นะครับ อีกสัปดาห์ก็จะกลับ ผมอยากทำเพื่อไอร์เป็นครั้งสุดท้ายครับ

            เขาคงไม่ตามหาความจริงข้อนั้นอีกต่อไป เรื่องของไอร์ขอให้จบสิ้นกันสักที ไม่ว่าเธอจะตายด้วยสาเหตุอะไรเขาเชื่ออยู่อย่างเดียว สิ่งนั้นคือ สักวันมันจะเปิดเผยด้วยตัวของมันเอง

            “คนตายไปแล้วพ่อก็ไม่ว่าอะไรถ้าหากลูกจะทำเพื่อเขา แต่ว่าทำหน้าที่นั้นเสร็จแล้วก็รีบกลับมาทำหน้าที่ที่ลูกควรทำนะ ทั้งเรื่องหนูไข่มุกและก็เรื่องงานที่บริษัท พ่อไม่อยากให้ลูกจมปลักอยู่แค่ในเกาะมุกสวรรค์ ลูกของพ่อต้องเป็นนักธุรกิจที่นำพาบริษัทให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น

            “ผมสัญญาว่าพ่อจะได้ทุกอย่างที่พ่อต้องการ ขอบคุณพ่อมากนะครับ ขอบคุณที่เหน็ดเหนื่อยเพื่อผม เพื่อลูกที่โง่เขลาคนนี้

            “เจ้าคีย์ ให้พ่อกอดที

            ลูกชายโผเข้าสู่อ้อมกอดอบอุ่น กี่ครั้งที่ได้รับสัมผัสแบบนี้ มันเหมือนมีพลังเข้ามาเติมเต็มในชีวิต ไม่ว่าจะท้อแท้และสิ้นหวังเพียงใดอ้อมกอดจากพ่อก็จะทำให้เขามีแรงใจได้อย่างประหลาด

            “คุณท่าน คุณคีย์ เชิญที่ห้องอาหารค่ะ

            เสียงนมอิ่มดังขึ้นขัดจังหวะ นางดีใจเหลือเกินที่วันนี้ได้เห็นรอยยิ้มของสองหนุ่มต่างวัย

            “นมครับ กอดที

            ชายหนุ่มผละจากอ้อมกอดของพ่อ โผเข้าสู้อ้อมกอดของแม่นมเก่าแก่ที่กางแขนออกกว้างรอ  ไม่ผิดหวังอีกเหมือนกัน สัมผัสจากทั้งสองคนไม่แตกต่างกันเลยสักนิด เพียงเท่านี้ก็พอแล้วที่เขาจะเลือกทิ้งความเจ็บปวดให้เหือดหายไปกับท้องทะเล

            “พ่อคุณของนม นมดีใจเหลือเกิน

            น้ำตาคนแก่ไหลพรากๆ ไม่ใช่เพราะเหตุใดนางตื้นตันใจจนสุดจะกลั้น

            “โอ๊ย! หิวจะแย่แล้ว วันนี้แม่นมคนสวย ทำอะไรให้หนุ่มหล่อๆ คนนี้กินบ้างครับ

            ผละร่างกายหล่อล่ำออกจากวงแขนเหี่ยวย่นได้ไม่ถึงนาที ก็ลูบท้องตัวเองไปมาอย่างออดอ้อน

            “ไปกันเถอะค่ะ ไม่รู้นางฟ้าคนใดตื่นตั้งแต่ไก่โห่เชียว

            เพียงแค่ได้ยินหัวใจแกร่งก็เต้นตึกตักอย่างน่ากลัว ตอนนี้ทั้งสามคนต่างวัยย่างก้าวเข้าสู่ตัวบ้านใหญ่ด้วยสีหน้าแช่มชื่นที่สุดในรอบหลายปี ยิ่งเข้าใกล้บ้านใหญ่ เข้าใกล้ห้องอาหาร ทำไมกันหัวใจที่เคยเย็นชาถึงกับร้อนขึ้นอย่างประหลาด

            บรรยากาศในการรับประทานอาหารเช้าของวันนี้ช่างปลอดโปร่งไร้ซึ่งความอึดอัดสำหรับเจ้าของบ้านทั้งสองคนแต่ไม่ใช่สำหรับหญิงเดียวที่มีศักดิ์เป็นหลานสาว และเป็นเมียทางพฤตินัยของชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามเลยสักนิด เพราะตลอดเวลาในการรับประทานอาหารมื้อนี้รู้สึกเหมือนจะถูกจับจ้องไม่วางตา ตลอดเวลาเธอจึงไม่กล้ามองหน้าเขา ไม่พูดคุย ไม่สนใจ ทำราวกับเขาไม่มีตัวตน เขาหัวเราะเธอหยุด เขาถามเธอไม่ตอบ ทำเอาคนเป็นพ่อต้องส่ายหน้า

            “นมอิ่มครับ ขอน้ำส้มสักแก้ว สงสัยคนแถวนี้คงอยากดื่ม

            จู่ๆ เสียงทุ้มก็เรียกหาน้ำส้มอย่างรู้ดีว่าคนนั่งฝั่งตรงข้ามชื่นชอบ

            “คุณหนู น้ำส้มเย็นชื่นใจค่ะ

            นมอิ่มรีบยกมาเสิร์ฟเร็วไว้ โดยไม่ลืมสบตากับคนที่เลี้ยงมากับมือด้วยสายตาอ่อนโยน คีย์รินทร์นี่ช่างสังเกตไม่เปลี่ยนแปลง ขนาดว่าแต่ก่อนไม่สนใจไยดียังจำได้ทุกรายละเอียดขนาดนี้ ถ้าพ่อคุณลุกขึ้นมาหลงรักคุณหนูไข่มุกแล้วล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลย

            “นมคะ ไข่มุกเบื่อน้ำส้ม ขอเป็นน้ำใบบัวบกแทนนะคะ

            เสียงหญิงสาวดังขึ้นทำเอาคนสั่งน้ำส้มต้องหันขวับมอง พลางคว้าน้ำเปล่ามาดื่มเร็วไว ข้าวต้มทะเลมื้อนี้ช่างฝืดคอจนกลืนได้ยากลำบาก

            “เอ่อ...ค่ะ

            นมอิ่มรีบเปลี่ยนน้ำดื่มเร็วไว สงครามเย็น กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า เดือดร้อนคนวัยชราต้องเหน็ดเหนื่อยอีกครั้ง

            “ไข่มุก ลุงคงต้องเลื่อนงานแต่งงานออกไปสักระยะ หลานไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”

            คุณเมฆาเอ่ยเสียงเครียด มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยสายตาอ่อนโยน เพื่อให้ทุกอย่างลงตัวงานแต่งงานต้องเลื่อนไปอีกสักระยะ และอีกอย่างเพื่อให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

            “จริงเหรอคะ คุณลุง

            ไข่มุกถามด้วยน้ำเสียงสดใส เธอดีใจเหลือเกินที่ไม่ต้องแต่งงานกับมารร้ายในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เป็นข่าวดีมากที่สุด ไม่ต้องมีงานแต่งเกิดขึ้นเลยก็ได้ เธอชดใช้หนี้บุญคุณหมด ต่างคนต่างไป แม้ว่าใจดวงนี้ไม่อยากจากเขาไปไหน แต่ถ้าหากอยู่ด้วยกันอย่างทรมานก็อย่าเลยเสียดีกว่า

            สมความปรารถนาแล้วก็เตรียมตัวรับผลที่ตามมาด้วย สวีร์ณา เธอจะได้อยู่ในฐานะนี้ไม่นานหรอก ฉันจะทำให้เธอทนได้ไม่นาน ถ้าวันนั้นมาถึงอย่าร้องขอให้ฉันเซ็นใบหย่าให้ก็แล้วกัน!”

            “อย่าคิดว่าไอ้กระดาษแผ่นเดียวจะฉุดรั้งให้ฉันอยู่กับเธอได้ตลอดไป เพราะกระดาษแผ่นนั้นมันไม่มีความหมายกับฉันเลยสักนิด สวีร์ณา แล้วก็จำเอาไว้ว่าฉันไม่มีวันรักเธอ ผู้ชายคนนี้ไม่มีวันมอบหัวใจให้ใครอีก เพราะคนที่ได้หัวใจฉันเขาจากฉันไปแล้ว ได้ยินไหมว่าคนที่ฉันรักเขาจากฉันไปแล้ว

            “ผู้ชายคนนี้พร้อมที่จะดูแลเธอทุกลมหายใจ

            “หลับฝันดีนะครับ ยอดดวงใจของพี่

            เธอมองหน้าคนที่นั่งตรงกันข้ามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ตอนนี้หัวใจเธอกำลังแยกแยะการกระทำของผู้ชายที่เธอจะแต่งงานด้วยไม่ออก มองยังไงทำอย่างไรเธอก็สัมผัสความจริงไม่ได้เลย แววตาคู่นั้นมันมีสิ่งบางๆ ขวางกั้น ทำให้เธอสัมผัสด้วยหัวใจไม่ได้เลยสึกนิด รู้แต่ว่ามันให้ความรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เธอสบตา

            ทำไมต้องทำน้ำเสียงดีใจมากขนาดนั้น

            คีย์รินทร์จับจ้องใบหน้าของไข่มุก ที่ทอประกายความสดใสนิ่งนาน เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเธอไม่อยากแต่งงานกับเขาจริงๆ หรือ สิ่งที่เขาทึวเลวร้ายเกินกว่าที่เธอจะให้อภัยได้

            พ่อครับ ผมขอตัวก่อน สงสัยต้องเดินทางตอนนี้ ถึงที่โน่นจะได้ไม่ค่ำเสียก่อน

            ชายหนุ่มเอ่ยกับผู้เป็นพ่อ แต่สายตามองไข่มุกไม่วางตา นี่เขากำลังรู้สึกน้อยใจเพียงเพราะเห็นเธอดีใจที่ได้เลื่อนงานแต่งงาน ท่าทางของเธอกำลังทำให้เขาเป็นฝ่ายกลัว...กลัวจะสูญเสียหัวใจดวงนี้

            “อืม...เอานายหมึกไปด้วย พ่อจะได้คลายกังวล

            “ครับพ่อ

            บอกแค่นั้นก็พาตัวเองก้าวดุ่มๆ ออกจากห้องอาหารไป นมอิ่มจึงหันขวับดูปฏิกิริยาของเจ้านายหนุ่มทันที

 

            “หมึก ออกเรือ!”

            ก้าวออกจากบ้านใหญ่ได้ก็ตรงดิ่งมายังเรือยอช์ตลำหรูทันที เห็นลูกน้องหนุ่มก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณชายหาดก็ตวาดสั่งดังลั่น

            “ไปไหนครับคุณคีย์

            หมึกจ้ำพรวดพราดมาหาเจ้าของเสียงอย่างเร็วไว เกิดอะไรขึ้นอีกเมื่อเช้ายังเห็นดีๆ กันอยู่ กอดนายใหญ่กอดนมอิ่มยิ้มแย้มอย่างมีความสุข แล้วนี่มันอะไรเวลาผ่านมายังไม่ทันเท่าไหร่ มารร้ายก็เข้าสิงสู่อีกแล้ว       

ไปเชียงใหม่ ได้ยินไหมว่าฉันจะไปเชียงใหม่!”

            เสียงเข้มดังสนั่น รู้แต่ว่าตอนนี้หัวใจร้อนรนยิ่งนัก เพียงแค่เห็นว่าหญิงสาวดีใจจนออกนอกหน้าที่งานแต่งงานถูกเลื่อนออกไป เขาก็อยากจะจัดงานแต่งงานวันนี้พรุ่งนี้กันเลยทีเดียว คอยดูเถอะกลับมาจากเชียงใหม่เขาจะทบต้นทบดอกจากเธอให้สาสม

            “แต่ว่าเราจะไปตอนบ่ายไม่ใช่เหรอครับ แล้วทำไม...”

            หมึกถามเสียงสั่น เท่าที่รู้เจ้านายจะเดินทางตอนบ่ายแล้วอะไรกันถึงได้เปลี่ยนเวลารวดเร็วขนาดนี้

            “อย่าถามว่าทำไม ถ้าไม่ไปก็อยู่ที่นี่ ฉันจะไปเอง แล้วถ้าฉันกลับมาอย่าให้ฉันเห็นหน้าแกนะไอ้หมึก

            “ไปครับ ไปเดี๋ยวนี้เลย ดีนะที่เตรียมของหมดแล้วไม่ถ้าอย่างนั้น ตายแน่งานนี้

            หมึกวิ่งไปหอบกระเป๋าเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ขึ้นเรือแทบไม่ทัน ดีเหลือเกินที่นมอิ่มเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพ ไม่อย่างนั้นคงต้องเดือดร้อนหมึกอีกแน่ แล้วถ้าหากไม่ทันอารมณ์ของพ่อคุณไม่อยากจะคิดเลย ปลาฉลามในทะเลคงอิ่มหนำสำราญกับเนื้อหวานๆ ไม่ใช่ของใครที่ไหนหรอก เนื้อไอ้หมึกนี่แหละ

            “คุณคีย์คะ

            น้ำเสียงสดใสดังขึ้นข้างหลัง ชายหนุ่มหันมามองอย่างรวดเร็ว หวังว่าคนที่ปล่อยวาจานี้จะเป็นผู้หญิงที่ใจใฝ่หา

            “มีอะไรหวาน?”

            ตาคู่คมไหววูบอย่างน่าสงสาร เขาจะหวังอะไร หวังให้เธอมาส่งอย่างนั้นหรือ เป็นไปไม่ได้เลยสักนิด

            “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หวานมาส่ง ขอให้คุณคีย์เดินทางโดยปลอดภัยนะคะ หวานเป็นห่วงมากค่ะ

            หวานเดินเข้ามาใกล้ เอื้อนเอ่ยความในใจให้ชายหนุ่มได้ฟัง ผ่านทั้งสีหน้าและแววตาบ่งบอกเจตนาชัดเจนว่าเธอเป็นห่วงเขามากมายเสียเหลือเกิน

            “คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องให้ใครเป็นห่วงหรอก ขนาดเมียฉันเขายังไม่คิดจะห่วงเลยสักนิด มีอะไรก็ไปทำเถอะฉันจะออกเดินทาง อย่าให้ฉันต้องเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเลย

            วาจานี้ช่างบาดหัวใจคนฟังเหลือเกิน พูดมาเสียยาวยืดเสร็จสรรพก็ก้าวขึ้นเรือไม่เหลียวหลัง เพียงแค่เรือแล่นไปจนลับสายตาเสียงกรีดร้องก็ดังตามมาติดๆ

            “กรี๊ด

            เมียเหรอ คนอื่นเหรอ คอยดูฤทธิ์นังหวานคนนี้สิ ฉันจะเป็นคนเปลี่ยนสถานะจากเมียของยายนั่นเป็นคนที่คุณต้องเกลียดตลอดชีวิต คุณจะไม่มีวันรักมัน จะไม่มีวันรักมัน คุณคีย์ต้องรักฉันเพียงคนเดียว...รักฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น

            สองมือเรียวกำหมัดแน่นจนน่ากลัว ดวงตาของหวานปูดโปนเหมือนจะกระเด็นกระดอนออกมาเสียให้ได้ เธอจับจ้องไปยังเรือที่อยู่กลางทะเลด้วยนัยน์ตาลุกวาว สลับกับมองเข้าไปในบ้านใหญ่ด้วยสายตามาดร้าย ก่อนจะจ้ำอ้าวไปยังทิศทางที่จะช่วยเธอได้ทุกอย่าง...ทุกอย่างที่เธอร้องขอ

            ชายหนุ่มและลูกน้องคนสนิทอย่างนายหมึก มาถึงท่าเรือใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว ลงจากเรือยอช์ตได้ก็นั่งรถยนต์ส่วนตัวไปยังสนามบินทันที การอำนวยความสะดวกทุกอย่างเกิดจากคำสั่งของนายใหญ่เมฆาทั้งสิ้น การเปลี่ยนไฟล์เดินทางเป็นไปได้ง่ายเหลือเกินสำหรับตระกูลเมฆหิรัญ แค่ดีดนิ้วสั่งทุกอย่างก็เตรียมพร้อม ไม่ให้ระเคืองใจของลูกชายเพียงคนเดียวเลยสักนิด

            “สวัสดีครับ คุณพัฒน์

            “สวัสดีครับ คุณคีย์

            สองหนุ่มผู้มีใจรักหญิงเดียวกันทักทายด้วยความสนิทสนม เมื่อบุคคลมาใหม่ก้าวเข้าสู่บริเวณศาลาจัดงานศพที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา คืนนี้เป็นคืนที่สองแล้ว หลังจากตกลงกันภายในครอบครัวว่าจะมีการสวดอภิธรรมกันเจ็ดคืน เพื่อส่งหญิงที่รักให้ไปสู่สุขคติในอีกภพภูมิ งานทุกอย่างถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามคำสั่งผู้เป็นสามีของคนที่ตายจาก

            “คุณดูเหนื่อยมากนะครับ คุณพัฒน์

            “ผมก็คงต้องเหนื่อย ต้องทนเหงาอยู่คนเดียวอย่างนี้อีกนาน มันอาจจะเป็นชั่วชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง จะว่าไปแล้วผมก็วาสนาน้อยเหลือเกินนะครับ ได้หัวใจของเธอมายังไม่ทันถึงชั่วโมงเธอก็ด่วนจากไปซะก่อน

            “ผมผิดเอง ผิดที่ปล่อยให้เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ ผมเสียใจ

            “อย่าโทษตัวเองเลยครับ ผมไม่คิดจะโทษคุณ ผมไม่โทษไอร์ เราไปทำสิ่งสุดท้ายให้ดีที่สุดกันเถอะครับ ผมอยากเห็นไอร์ยิ้มแม้แต่เวลานี้ก็ตาม

            “ครับ

            สองหนุ่มร่วมด้วยช่วยกันอย่างเต็มที่ ดูแลต้อนรับแขกที่มาเคารพศพของไอร์เป็นครั้งสุดท้ายกันอย่างล้นหลาม อะไรที่คีย์รินทร์ทำได้เขาทำหมด ไม่เกี่ยงเลยสักนิด ช่างน่าดีใจแทนคนที่ตายจากเหลือเกิน เขาให้อภัยเธอ ให้ความรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย และเขาก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง กับผู้หญิงที่คิดว่าในหัวใจค่อยๆ ปรากฏชื่อของเธออย่างชัดเจน

            เจ็ดคืนของคนตายผ่านไปเร็วเหลือเกิน บ่ายวันนี้ก็จะมีพิธีฌาปนกิจของไอร์ อิศรา หัวใจของชายหนุ่มที่ว้าวุ่นสงบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ได้ทำในสิ่งที่ใจคั่งค้างจนหมดสิ้น หลังจากเสร็จพิธีเผาศพของไอร์ เขาจะกลับไปเริ่มต้นใหม่กับไข่มุกให้สมกับความคิดถึงที่เบ่งบานอย่างเต็มที่ คงไม่มีใครรู้หรอก เจ็ดวันที่ห่างหญิงสาวมันทรมานเหลือเกิน

            “ไอ้คีย์

            น้ำเสียงคุ้นเคยดังอยู่ข้างหลังอย่างจงใจแกล้ง ตามประสาเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันช่วงระยะเวลาหนึ่ง นักธุรกิจรูปหล่ออยู่ในชุดดำไว้อาลัยอย่างเรียบหรู ขนาบข้างขวาด้วยลูกน้องคนสนิทอย่างเมาโร  “ราน์ฟมาได้ไงแล้วน้องแพรวาล่ะ ไม่มาเหรอ

            พี่ชายที่ไม่ได้เห็นหน้าน้องมาหลายเดือน หันสายตาเมียงมองจนทั่วบริเวณ

            “มาไม่ได้หรอก หมอห้ามเดินทางไกล แล้วอีกอย่างงานแบบนี้ไม่ดีสำหรับคนท้อง เอาไว้ให้แพรแข็งแรงฉันจะพามาเยี่ยมไอร์ นายคงไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เธอร้องไห้ไม่หยุดเลย ทั่วคฤหาสน์วุ่นวายกันใหญ่ ฉันเองก็ห่วงเธอใจแทบขาด

            เมื่อเอ่ยถึงภรรยาสาวที่อุ้มท้องอายุครรภ์ห้าเดือนนั้นช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ความจริงแล้วเมียรักของราน์ฟอยากจะมาร่วมพิธีของเพื่อนสาวอย่างไอร์ อิศรา ใจแทบขาด แต่ด้วยคำห้ามปรามของมาดามยอเรน ร่วมด้วยนายพลหมินผู้เป็นพ่อ ลูกสะใภ้ตระกูลใหญ่เลยต้องยอมจำนนทำได้เพียงหลั่งน้ำตาให้กับเพื่อนรักเท่านั้น

            “บ่นเก่งขึ้นจริง แต่ก่อนรักงานยิ่งกว่าอะไรไม่ใช่รึไง เดี๋ยวนี้ออกห่างอิตาลีไม่ได้เลยนะ เดือดร้อนเมาโรกับการ์ลอสแย่ จริงไหมเมาโร?”

            คีย์รินทร์คลายกังวลให้เพื่อนรักด้วยการกวนประสาทอย่างเคย ก่อนจะหันไปขอความเห็นจากลูกน้องคนสนิทของเพื่อนอย่างเมาโรที่พ่วงหลายตำแหน่งจนปวดสมองแทน

            “จริงครับคุณคีย์ ตอนนี้เจ้าการ์ลอสก็หัวฟูอยู่ที่อิตาลี ส่วนผมก็ต้องหอบสังขารมาทำงานที่เมืองไทยเป็นเพื่อนเจ้านาย

            เมาโรรายงานแข็งขัน จะว่าไปดวงตาของคุณคีย์ช่างสดใสกว่าที่เขาเคยเห็นมากนัก เชื่อแน่นอนว่าอีกไม่นานต้องมีข่าวดีให้คุณราน์ฟกับคุณแพรวาได้ชื่นใจอีกครั้งเป็นแน่

            “ไม่ต้องมาปากดีถึงทีแกแล้วจะพูดไม่ออก ไม่เป็นไรใช่ไหมเพื่อน?”

            ราน์ฟแตะเบาๆ บนไหล่ของเพื่อนอย่างให้กำลังใจ เขารู้ว่าคีย์รินทร์เจ็บปวดมากแค่ไหน

            “ไม่เป็นไรหรอก ไอร์ไปสบายแล้ว ฉันมาส่งเธอเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเธอก็จะอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดไป

            “คีย์ ฉันดีใจที่นายก้าวผ่านมันมาได้ น้องแพรคงจะดีใจมากเหลือเกิน

            ราน์ฟรีบเปลี่ยนเรื่องให้ห่างจากความไม่สบายใจของเพื่อนทันที และสิ่งที่จะดึงดูดใจของเพื่อนรักได้มีไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นก็คือความเคลื่อนไหวของภรรยาสาวที่น่ารัก น้องสาวที่เจ้าตัวห่วงนักห่วงหนา

            “ใกล้คลอดแล้วสิ ผู้หญิงหรือผู้ชาย

            ดวงตาของคีย์รินทร์ทอประกายอย่างมีความสุข เพียงนึกถึงน้องสาวคนสวยที่ตอนนี้อุ้ยอ้ายอวบอิ่มมีน้ำมีนวลสมกับสตรีสาวที่ตั้งครรภ์ เพียงแค่คิดว่าหลานตัวน้อยๆ ที่ยังอยู่ในครรภ์นั้นเป็นหญิงหรือชายหัวใจก็ชุ่มฉ่ำอย่างประหลาด ไม่ว่าหลานสาวหรือหลานชายเขาก็พร้อมจะรักจะหลงอยู่ตลอดเวลา

            “ไม่รู้สิ แพรวาไม่ยอมตรวจ บอกว่าเอาไว้รับรู้ในช่วงเวลาแสนวิเศษไปพร้อมๆ กัน

            “แล้วนายพลหมินล่ะ ว่าอย่างไรบ้าง?”

            “จะว่าอะไรล่ะ พ่อตาฉันก็เดินทางไปกลับระหว่างอิตาลีกับฮ่องกงเป็นว่าเล่น ตอนนี้ก็คงอยู่กับลูกสาว ทุกคนไปอยู่ที่นั่นหมดเลย รวมทั้งคุณพ่ออัคคีด้วย แม้แต่อาดำรงค์ก็อยู่ที่นั่นหมด

            “พูดถึงคุณอัคคี ห่างลูกสาวได้ไม่ถึงเดือนฉันก็ต้องไปส่งที่ฮ่องกงแทบไม่ทัน อาดำรงค์ก็ไปเหรอ แต่ละคนเห่อหลานจริงๆ เดี๋ยวฉันจะไปมั่ง ต้องไปแสดงตัวสักหน่อย

            “จะไปก็ได้นะ แต่ว่าลูกฉันคงอยากเห็นภรรยาของคุณลุง รบกวนนายพาเธอไปด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นฉันว่าน้องแพรคงจัดการให้แกหลังจากที่แข็งแรงดี เห็นบ่นๆ อยู่เหมือนกันว่าอยากได้พี่สะใภ้

            “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง หลานฉันต้องได้เห็นหน้าป้าของเขาแน่นอน

            คีย์รินทร์กล่าวแค่นั้นก่อนจะเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ราน์ฟกับเมาโรต้องเบิกตาค้าง

            “ไอ้คีย์ / คุณคีย์

            ราน์ฟและเมาโรตกใจไม่น้อยกับคำตอบที่ได้รับ

            “เมาโร...เมาโร ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม? ไอ้เพื่อนตัวดีมันบอกว่า...ลูกฉันจะมีป้าเหรอ...”

            “คุณราน์ฟเลิกตกตะลึงเถอะครับ พิธีเผาเริ่มแล้ว ไปส่งคุณไอร์เป็นครั้งสุดท้าย ตามคำขอร้องของมาดามแพรวาสิครับ ไม่อย่างนั้นได้งอนกันอีกเป็นเดือนแน่ ส่วนเรื่องของคุณคีย์เราก็สืบสิครับ เรื่องง่ายๆ เดี๋ยวผมจัดการให้

            เจ้านายและลูกน้องคนสนิทมองหน้ากันอย่างเข้าใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่อยากรู้ไม่สามารถผ่านพ้นหูตาสับปะรดของตระกูลยอเรนได้สักเรื่อง ถ้ายากนักก็ใช้อิทธิพลของนายพลหมินเข้าช่วยอีกแรง แค่นี้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าขัดสักคนเดียว

 

            พิธีการสุดท้ายในชีวิตของทุกคนย่อมมาถึง รวมทั้ง ไอร์ อิศรา เดชากุล แต่ว่าโชคชะตาของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน จะโชคดีหรือโชคร้ายมากขนาดไหนไม่มีใครลิขิตได้ บางคนตายอย่างไร้ญาติขาดมิตรมาปิดตา บางคนตายไปท่ามกลางคำสาปแช่งด่าทอ บางคนตายอย่างอนาถน่าสงสาร แต่หลายคนตายจากไปท่ามกลางความรักความอาลัย แขกเหรื่อที่มาส่ง ไอร์ อิศรา เดชากุล เป็นครั้งสุดท้าย ต่างทยอยนำธูปดอกไม้จันทน์วางเรียงรายใส่ในที่บรรจุ สิ่งที่อยากจะพูดกับคนที่ตายถูกปล่อยออกมาไม่ขาดสาย ไม่เว้นแม้แต่คีย์รินทร์ เขาลาเธอเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็จะเก็บหญิงสาวไว้ในความทรงจำที่ฝังลึก

            “น้องไอร์ครับ พี่รู้แล้วว่าควรจะก้าวผ่านทุกอย่างไปได้เช่นไร พี่มั่นใจว่าตอนนี้ เวลานี้มีคนฉุดรั้งพี่ออกจากความทรมานที่เป็นเรื้อรังมาหลายปี ขอให้น้องไอร์ไปสู่สุขคติ ให้รู้ไว้เสมอว่าความรักความเจ็บปวดที่พี่ได้รับ มันจะมลายหายไป ผู้ชายคนนี้จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ พี่จะจำน้องสาวคนนี้ไปตลอดชีวิต พี่จะเป็นพี่ชายที่รักไอร์ตลอดไป คนดีของพี่ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว หลับให้สบาย

            สิ้นเสียงระลึกถึง ลมพัดแสนเย็นก็ลูบลู่มาสัมผัสผ่านผิวกายของคีย์รินทร์อย่างประหลาด ชายหนุ่มแย้มยิ้มน้อยๆ เป็นการตอบรับ หลังจากสั่งลาเรียบร้อยก็ก้าวลงมาเฝ้ามองพิธีการต่างๆ ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อนรักอย่างราน์ฟ ปล่อยให้ความทุกข์ความทรมานใจที่ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้างให้หายไปพร้อมกับเพลิงที่เผาไหม้อยู่ตรงหน้า เมื่อยืนไว้อาลัยจนถึงแก่เวลาแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ ราน์ฟและเมาโรขอตัวไปทำธุระต่อทันทีเนื่องจากเย็นนี้นัดพบลูกค้าคนสำคัญ คีย์รินทร์กับนายหมึกนั่งเครื่องบินไฟล์ที่จองไว้ลงใต้ของประเทศไทยตามกำหนดการ พรุ่งนี้เช้าทั้งคู่มีแผนจะเดินทางกลับเกาะมุกสวรรค์ แต่ว่าต้องหลังจากของสำคัญเตรียมพร้อมเรียบร้อย คืนนี้คงต้องพักโรงแรมเดิมซึ่งไม่ใช่ของใครที่ไหน ก็ของตระกูลยอเรนนั่นแหละ

            “คุณคีย์จะไปไหนก่อนหรือครับ?”

            เสียงคนขับรถวัยกลางคนถามไถ่ หลังจากต้องตื่นแต่เช้ามารับลูกชายของเจ้านายใหญ่อย่างท่านเมฆาออกจากโรงแรมในเครือยอเรน เพื่อไปส่งยังท่าเรือยอช์ต

            “ไปร้านเพชร

            เจ้านายหนุ่มสั่งทันที หมึกหันมามองอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แต่ว่าคนเป็นเจ้านายกลับไม่ตอบให้ชื่นใจเลยสักนิด ไม่ใช่ไปแค่ร้านเพชรเท่านั้น เจ้านายรูปหล่อยังนำพาตัวเองไปเยือนร้านดอกไม้ด้วย ตั้งแต่เกิดมาหมึกไม่เคยเห็นสักครั้ง แถมเจ้านายหนุ่มยังสั่งจัดดอกกุหลาบแดงช่อโต ใช้เวลารอคอยนับชั่วโมงกว่าจะได้สิ่งที่คีย์รินทร์ต้องการ หลังจากเตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพ รถยนต์คันหรูก็พาสองหนุ่มมาส่งยังท่าเรือ คีย์รินทร์และหมึกก้าวขึ้นเรือยอช์ตขับเคลื่อนสู่ทะเลเบื้องหน้าทันที

            ไข่มุก ได้โปรดให้โอกาสผู้ชายเลวๆ คนนี้สักครั้ง

            เพียงเรือจอดเทียบท่าบนเกาะเท่านั้น คนที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็วิ่งตรงไปยังเรือนหอที่ต่อไปนี้คงจะไม่ร้างอีกแล้ว เพราะผู้หญิงที่อยู่คือเจ้าของที่แท้จริง ฝีเท้าหนาหนักก้าวย่างตรงไปยังปีกซ้ายของเรือนหออย่างรวดเร็ว ยิ่งเข้าใกล้หัวใจยิ่งสั่นไหว เท้าแต่ละข้างที่ก้าวย่างสั่นอย่างประหลาด มาถึงประตูไฮเทคก็เปิดต้อนรับทันที

            “ไข่มุกครับ...ไข่...มุก

            แต่แล้วเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย ความหวังที่วาดฝันพังลงในชั่วพริบตา ดอกกุหลาบแดงช่อโตร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างไร้ค่าไร้ราคา ตลับแหวนใบหรูที่บรรจุเพชรเม็ดงามราคาเหยียบล้านหลุดร่วงลงจากมือ แหวนเพชรวงงามกลิ้งไปอย่างไร้จุดหมาย ซึ่งไม่ต่างจากร่างหนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูเลยสักนิด ความโกรธมันแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น พร้อมที่จะพรากลมหายใจของทั้งคู่ให้ดับสูญไปในชั่วพริบตา สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันคือความจริงอย่างนั้นหรือ นี่หรือคือผลตอบแทนที่ทุ่มเทลงไป

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha