พิษรักพิศวาสมาร

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 14 : เจ็บ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 14 เจ็บ

            ภาพบาดตาบาดใจที่เห็นอยู่ตรงหน้า ไม่ต่างจากเข็มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงไปตามร่างกายแกร่งนับพันครั้ง มันชาไปทั้งตัว ถามว่าเขารู้สึกยังไง บอกได้คำเดียวว่า เจ็บเจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ รู้สึกมันปวดร้าวไปหมด ชายหนุ่มเพ่งเล็งจ้องมองสองร่างที่นอนหลับใหลบนเตียงนอนหนานุ่มขนาดคิงไซซ์ด้วยสายตาวาวโรจน์ ปานจะสับเนื้อชายหญิงคู่นั้นออกเป็นชิ้นๆ ให้สมกับแรงทิ่มแทงที่ได้รับ ร่างหนาแข็งแกร่งสมชายชาตรีของเพื่อนรักนอนเคียงข้างร่างบางของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียและกำลังจะเป็นว่าที่เจ้าสาวในอนาคตอันใกล้ ผ้าแพรผืนบางที่ปกปิดเรือนร่างเปล่าเปลือยนั้นไม่อาจพ้นสายตาคมกริบได้เลยสักนิด เขาดูออกทันทีว่าสองหนุ่มสาวไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิดด้วยกันทั้งคู่ คีย์รินทร์ก้าวย่างใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งโกรธ หัวใจรัวกระหน่ำจวนเจียนจะขาดอยู่รอมร่อ แต่เดินมาได้ไม่กี่ก้าวอะไรนุ่มหยุ่นที่ปลายเท้าสัมผัส มันช่างบาดใจยิ่งกว่าภาพที่เห็นยิ่งนัก เขาไม่กล้าก้มลงไปมอง ไม่กล้าคิดว่ามันคืออะไร ดวงตาคมกล้าปิดลงอย่างอ่อนแรง เงยหน้าหล่อๆ ที่ตอนนี้ซีดยิ่งกว่ากระดาษขึ้นมองเพดาน อย่าให้เป็นอย่างที่เขาคิด เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่ต่างจากฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น เปลือกตาหนาค่อยๆ เปิดรับแสงสว่างอีกครั้งก่อนจะก้มลงมองไปยังปลายเท้า ภาพที่เห็นก็คือถุงยางอนามัยที่มีคราบขุ่นสีขาวหลงเหลือ ตอนนี้รู้สึกอย่างเดียวเท่านั้น เขากำลังช็อก หลักฐานชิ้นสำคัญช่างตอกย้ำให้เจ็บลึกเหลือเกิน

            “ว้าย! ตายแล้วคุณไข่มุก คุณวิทย์ หวานจะเป็นลม...อุ๊ย! คุณคีย์ก็อยู่

            คนมาใหม่อุทานอย่างตกใจ มองเจ้าของแผ่นหลังหนาแน่นด้วยความรู้สึกหลากหลาย จ้องมองไปยังเตียงหรูขนาดใหญ่ด้วยสายตาสมเพช ก่อนจะกวาดสายตามองทั่วบริเวณห้อง คุณคีย์คงจะเห็นหลักฐานชิ้นสำคัญแล้ว แต่ว่ากล่องเพชรใบหรูที่ตกหล่นและช่อดอกกุหลาบงามกลับทำให้เธอรู้สึกอิจฉาริษยาเป็น

            “คุณคีย์ เอ่อ...ให้หวาน...”

            หวานก้าวเข้ามาใกล้ร่างหนาที่สั่นเทิ้มอยู่ตรงหน้า น้ำเสียงห่วงใยดังขึ้นใกล้ๆ หวังเพียงน้อยนิดได้ปลอบโยนชายหนุ่มที่ดูท่าจะผิดหวังมิใช่น้อย

            “ไปให้พ้น! ไสหัวออกไป

            คีย์รินทร์หันกลับมาตะคอกใส่อย่างรุนแรง อารมณ์ตอนนี้ไม่ว่าใครก็เข้าหน้าไม่ติดทั้งนั้น   เสียงที่ดังคับห้องทำให้หญิงสาวและชายหนุ่มที่หลับใหลอยู่บนเตียงรู้สึกตัว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมารับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกันเลยแม้แต่คนเดียว

            “คุณ...คุณคีย์

            หวานถอยออกจากห้องทันที อารมณ์ของบุรุษหนุ่มที่เฝ้ารักมาหลายปีช่างน่ากลัวเหลือเกิน ถ้าหากยังอยู่ต่อแม้อีกวินาทีเดียวคงเป็นเธอที่ตายคนแรก

            “จะกกกอดกันอีกนานไหม? ฉันถามว่าจะยังอยู่แบบนี้อีกนานไหม?”

            เมื่อบุคคลอื่นออกไปแล้ว มารร้ายก็ย่างสามขุมเข้ามาใกล้สองร่างที่ยังแน่นิ่ง เสียงตวาดดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ทำให้ชายหนุ่มที่หลับใหลรู้สึกตัว

            “ไอ้คีย์ นี่มันอะไรกัน โวยวายทำไม?”

            นรวิทย์นิ่วหน้าถามทันทีที่รู้สึกตัว เมื่อรู้สึกปวดหัวก็บีบขมับตัวเองพลางจ้องมองเพื่อนรักอย่างคีย์รินทร์หวังคำตอบ แต่ว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือใบหน้าบูดเบี้ยวของเพื่อนที่แดงก่ำอย่างน่ากลัว เมื่อรับรู้ถึงรังสีอำมหิต ชายหนุ่มจำต้องผินสายตามองรอบๆ ห้องที่ไม่คุ้นเคย

เฮ้ย! ไข่มุก...คีย์มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ แกกำลังเข้าใจผิด

            สายตาที่กำลังทำการสำรวจสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ถึงกับเบิกโพลงด้วยความตกใจ ร่างแน่งน้อยที่แน่นิ่งอยู่ข้างๆ เป็นคำตอบชั้นดีอยู่แล้ว ว่าทำไมเขาตื่นมาเห็นยักษ์ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า นรวิทย์ก้มมองสภาพของตัวเองพลางหันซ้ายหันขวามองหาสิ่งที่พอจะปกปิดร่างกาย จำได้ว่าเมื่อคืนมีงานเลี้ยงเล็กๆ ที่จัดขึ้นเพื่อคลายความกังวลให้ไข่มุกเท่านั้น แต่ทำไม...

            “แกไสหัวไป! ออกไปจากเกาะของฉันไอ้วิทย์ ฉันไม่อยากคุยกับแก หน้าแกฉันก็ไม่อยากมอง ออกไป!”

            คีย์รินทร์ขว้างเสื้อผ้าที่หล่นอยู่ใกล้ๆ ไปให้เพื่อนทันที เศษเล็กเศษน้อยถูกปาไปยังร่างหนาๆ ของนรวิทย์พร้อมออกปากไล่อย่างไม่ไว้หน้า

            “คีย์ แกฟังฉันบ้างสิ มันไม่ใช่อย่างที่แกเห็น

            นรวิทย์พยายามอธิบาย แต่ดูท่าแล้วแม้แต่เสียงของเขา เพื่อนรักก็ไม่อยากฟัง ดังนั้นจึงทำได้เพียงรีบจัดแจงแต่งกายตัวเองอย่างรีบร้อน

            “ฉันบอกแกชัดแล้วใช่ไหม? ออกไปจากที่นี่ ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก ออกไป!”

            คีย์รินทร์ไล่อีกครั้ง เบือนใบหน้าหนีเพื่อนรักด้วยความเสียใจ รู้สึกผิดหวังไม่ต่างจากการถูกหักหลังไม่มีชิ้นดี นี่หรือคำว่าเพื่อนรัก ค่าตอบแทนเจ็บปวดเหลือเกิน นรวิทย์ตีค่าคำว่าเพื่อนสำหรับเขาได้หนักหนาสาหัสยิ่งนัก

            “พี่คีย์...พี่วิทย์...”

            ไข่มุกรู้สึกตัวหลังจากเสียงโวยวายรบกวนการนิทราของตัวเอง ดวงตาคู่หวานค่อยๆ ปรับแสงให้คุ้นเคย ก่อนจะหันมองรอบๆ บริเวณ แต่ร่างของสองหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตายทั้งเป็น ยิ่งแววตาคมกล้าที่จ้องมองมายังเธอ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน ร่างบางสั่นสะท้าน ความหนาวเหน็บเข้าครอบคลุมจิตใจอย่างมิอาจห้ามได้ หน้าเรียวสวยซีดเผือดเมื่อรับรู้ว่าร่างกายของตัวเองอยู่ในสภาพใด

มันเกิดอะไรขึ้นคะ แล้วทำไม...”

            หญิงสาวมองหน้าสองหนุ่มด้วยความสงสัย แต่ว่าต้องหลบสายตาทันทีเมื่อสัมผัสถึงรัศมีความโกรธขั้นรุนแรงจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี

            “ไข่มุก...”

            นรวิทย์ขยับขาได้เพียงก้าวเดียว แต่แล้วเสียงเข้มที่ตวาดทำให้เขาชะงัก ถ้าขืนเขายังฝืนที่จะก้าวเดินไปหาน้องสาว เจ้าเพื่อนผู้โมโหร้ายต้องฆ่าเขาให้ตายอยู่ตรงนี้เป็นแน่

            “ออกไป! ไอ้วิทย์แกออกไปเดี๋ยวนี้!”

            น้ำเสียงของเพื่อนรักช่างบาดลึกในหัวใจยิ่งนัก ไม่เคยเลยสักครั้งที่เจ้าเพื่อนตัวดีจะกล้าไล่เขาซ้ำไปซ้ำมาอย่างนี้ ไม่น่าเลยจริงๆ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนต้องขาดสะบั้นเพราะความเข้าใจผิด

            “พี่คีย์...มันไม่ใช่นะคะ ไข่มุกกับพี่วิทย์ไม่ได้มีอะไรกัน

            หญิงสาวบอกอย่างพอจะเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด สภาพเธอเป็นอย่างนี้ แล้วยังมีพี่ชายอย่างนรวิทย์อยู่ในห้อง มองรอบๆ เตียงก็มีชุดที่เธอสวมใส่ตกกระจัดกระจาย แล้วสิ่งไหนก็ไม่สำคัญเท่าเศษถุงสีใส ที่เธอเห็นมันกองอยู่กับพื้นเบื้องหน้า แค่นี้ก็เพียงพอแล้วกับใบหน้าถมึงทึงของยักษ์ร้ายที่จ้องเธอปานจะฉีกเนื้อออกเป็นชิ้นๆ แต่ว่าสายตาคมคู่นั้นมันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเหลือเกิน เขามองเธอเหมือนเศษขยะที่น่าขยะแขยง ใครกันช่างกลั่นแกล้งเธอได้ขนาดนี้ อยากให้เธอตายด้วยมือมารตนนี้หรืออย่างไรกัน

            “ไม่ได้มีอะไรกัน! จะให้ฉันมานั่งดูเธอกับมันบรรเลงเพลงรักกันอยู่บนเตียงให้เห็นกับตา ได้ยินกับหูก่อนใช่ไหม? เธอถึงจะยอมรับเต็มปากเต็มคำ ว่ามีอะไรกับมัน!”

            เสียงที่ตอบกลับมากรีดหัวใจของคนฟังได้เจ็บแสบเหลือเกิน ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเคยคิดบ้างไหม ว่าทำไมเธอกับพี่วิทย์ถึงอยู่สภาพแบบนี้ เคยสอบถามก่อนบ้างไหม ไม่เคยเลยสินะ มีแต่จะคอยย่ำยี ซ้ำเติม ลงโทษอยู่ร่ำไป หน้าเรียวสวยของไข่มุกซีดเซียวอย่างน่าสงสาร เธอหันสายตาที่คลอไปด้วยน้ำใสๆ จ้องมองคนที่ปล่อยน้ำเสียงเหยียดหยามให้เธอต้องอับอายนิ่งนาน

            “ทำไมพี่คีย์ไม่ถามสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นไข่มุกกับพี่วิทย์เป็นคนยังไง คิดว่าเราสองคนจะกล้าทำเรื่องต่ำช้าขนาดนี้เลยเหรอ ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของพี่เลวร้ายมากเหรอคะ

            หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำตานองหน้า หยาดใสๆ ค่อยๆ รินไหลจากดวงตาแดงก่ำ มองคนที่เป็นสามีทางพฤตินัยด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ก่อนจะขยับร่างกายไปคว้าผ้าแพรผืนบางมาห่มคลุมแล้วเดินมาเผชิญหน้ากับมารร้ายอย่างไม่เกรงกลัว 

            “ไม่ต้องมาบีบน้ำตา ไม่ต้องอธิบาย หลักฐานก็เห็นอยู่ตำตา จะให้ฉันฟังอะไรจากปากของเธออีก ที่ผ่านมาเธอก็คงปลิ้นปล้อนหลอกลวงไปวันๆ ทำตัวน่าสงสารบริสุทธิ์ใสซื่อ ให้คนอื่นมองว่าดีนักดีหนา ที่จริงก็แค่โสเภณีชั้นต่ำ

            เผียะ! เผียะ

สิ้นน้ำเสียงที่หยามเหยียด ไข่มุกกระโจนเข้าหาชายหนุ่มทันที ฝ่ามือเรียวกระทบใบหน้าคมซีกซ้ายอย่างแรงถึงสองครั้งติดๆ หน้าหล่อเหลาซึ่งยังไม่ทันได้เตรียมตัวถึงกับหันไปตามทิศทางของแรงฝ่ามือ

            “ฉันมันโสเภณีชั้นต่ำ ผ่านผู้ชายมาเป็นร้อยเป็นพัน จะมีพี่วิทย์อีกสักคนก็คงไม่สึกหรอไปมากกว่านี้หรอก เพราะก่อนหน้านี้มันก็ผ่านมือชั่วๆ ของคนบางคนมาแล้ว จากนี้ต่อไปฉันจะผ่านอีกสักสิบคนยี่สิบคนมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน!”

            เขาหยามเกียรติเธออย่างไม่น่าให้อภัย ปากดีๆ ต่อว่าอย่างเสียหาย ก็ไม่จำเป็นอีกแล้ว ต่อจากวันนี้ไปผู้หญิงคนนี้จะไม่เสียใจ จะลุกขึ้นสู้อย่างสุดความสามารถ เธอกับเขาจะเชือดเฉือนกันให้ถึงขีดสุด

            “เชิญเลย! อยากมีผัวอีกกี่คนก็เชิญ จะทำตัวเป็นโสเภณีเที่ยวเร่ร่อนหาผัวก็เชิญ!”

            ชายหนุ่มตวาดกลับมาอย่างไม่แคร์ เธออยากจะมีผัวเป็นร้อยเป็นพันคนเขาก็จะไม่สนใจเลยสักนิด

            “ได้! ฉันจะมีใหม่ให้สมใจคุณ

            ไข่มุกตอบกลับทันที สายตาปวดร้าวตวัดมองคนไล่เธอให้ไปมีสามีใหม่ด้วยความเสียใจ เขาไม่ห้าม เขาไม่คัดค้าน กลับส่งเสริมเธอเสียอีก เป็นเธอต่างหากที่เจ็บเหลือเกิน

ผู้หญิงแพศยา! หน้าด้าน! ไร้ยางอาย มีผัวคนเดียวมันไม่พอใช่ไหม!” 

เขาบริภาษเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น จ้องมองเธออย่างน่ารังเกียจ มือคว้าแขนเรียวบางอย่างรุนแรง ถ้อยคำที่ชายหนุ่มปล่อยออกมาเธอได้ยินอย่างชัดเจน

สิ้นเสียงชายหนุ่มก็เหวี่ยงหญิงสาวไปบนเตียงหรูอย่างไม่ปราณี ผ้าแพรผืนบางที่หลุดร่นมาถึงไหนต่อไหน กลับไม่ทำให้มารร้ายสะทกสะท้านเลยสักนิดเดียว

ใช่! ฉันไม่เคยพอ ต่อให้มีสักสิบคนฉันก็ไม่พอ” 

เธอจุก เธอเจ็บ แต่ไม่มีทางจะยอมเขา สภาพในตอนนี้ไม่อาจสู้รบกับมารร้ายได้ แต่ทำไมต้องเป็นเธอที่ต้องเจ็บปวด เป็นเธอฝ่ายเดียวที่ได้รับความดิบเถื่อนมาตลอด มือเรียวค่อยๆ เลื่อนผ้าแพรผืนบางมาปกปิดร่างกายที่น่าเวทนาของตัวเองให้รอดพ้นจากสายตาที่มองมาไม่ต่างจากเธอเป็นเศษขยะอยู่ข้างถนน

สำส่อน!! ผู้หญิงเน่าๆ อย่างเธอผู้ชายหน้าไหนมันจะเอา!”

เขาดูถูกเธออีกครั้ง เหยียดหยามเธออีกหน ดูแคลนด้วยสายตายังไม่พอยังฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นด้วยคำพูดที่ทิ่มแทงให้เจ็บไปทั้งร่าง

ก็หน้าอย่างคุณนั่นแหละที่เคยเอา! ผู้หญิงเน่าๆ อย่างฉัน!” 

พาร่างกายลุกพรวดพราดจากเตียงหรูได้ก็ตวัดมือเรียวกระทบแก้มซีกซ้ายของชายหนุ่มอีกหน เรี่ยวแรงที่หลงเหลือเธอขอใช้มันตบหน้ามารร้ายให้สาแก่ใจชดเชยกับความเจ็บปวดที่เธอได้รับ ให้สมกับคำพูดที่เขาประณามเธอ

            “เธอกล้าตบฉัน สี่ครั้งซ้ำซ้อน กล้าดีนักนะไข่มุก ฉันจะทำให้เธอรู้ว่าสิ่งที่เธอทำมันผิดมหันต์

            สิ้นน้ำเสียงที่เยือกเย็น มารร้ายกระโจนเข้าหาร่างบางอย่างแรง สองร่างล้มตึงลงบนเตียงกว้างทำให้ไข่มุกเจ็บร้าวไปทั้งตัว

กรี๊ดดด...”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที เมื่อผ้าแพรที่ปกปิดกายสาวถูกกระชากจนขาดวิ่นไม่มีชิ้นดีก่อนจะถูกขว้างออกไปให้พ้นรัศมีสายตา อกอวบอิ่มที่เผยให้เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกกระสันรัญจวนเลยสักนิด คีย์รินทร์มองหน้าอกสาวด้วยสายตารังเกียจ เพียงแค่คิดว่า หน้าอกคู่นี้คงผ่านมือชายมาเป็นร้อยเป็นพันรวมถึงมือเพื่อนรักอย่างนรวิทย์ด้วยอีกคนเขาก็กอบกุมอกสร้างทั้งสองข้าง ลงทัณฑ์เธอด้วยการบีบเคล้นรุนแรง สองเต้าเต่งตึงจึงเต็มไปด้วยรอยแดงเล็กๆ โดยรอบบริเวณ เขาจะลบคราบคาวโลกีย์บนเรือนร่างนี้ให้หมดสิ้น ไม่ว่าจะผ่านมาเป็นแสนเป็นล้านคนเขาก็จะลบมันด้วยร่างกายแข็งแกร่งของตัวเอง

            “ร่างกายของฉันมันน่ารังเกียจ คุณยังคิดจะแตะต้องอีกเหรอ

            ไข่มุกปล่อยน้ำเสียงหยุดยั้งการกระทำของชายหนุ่มด้วยความทรมาน มือเรียวปัดป่ายมือที่กอบกุมอกงามให้หลุดพ้น ออกแรงดิ้นหนีสุดแรงเกิด หน้าอกสาวเจ็บร้าวระบมเหลือเกิน แต่หญิงสาวไม่ร้องสักนิด น้ำตาไม่ไหลสักหยด เพราะตอนนี้น้ำร้อนๆ มันเอ่อล้นอยู่ในจิตใจ ยิ่งออกแรงผลักมากเท่าไหร่หินผาที่โถมเข้ามาทั้งตัวกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด มิหนำซ้ำปากหนาๆ ยังไล้เลียใบหูนุ่มของเธอเป็นของตอบแทนเสียอีก

            “ต่อให้มันเน่าเฟะยิ่งกว่านี้ พี่ก็จะหลับหูหลับตาลืมเลือน มาดูกันหน่อยว่าลีลาของพี่เทียบได้กับผู้ชายที่ผ่านมาบ้างไหม พี่จะทำให้ไข่มุกลืมผู้ชายพวกนั้นให้หมด

            ชายหนุ่มพูดชิดใบหนูนุ่มขบกัดเบาๆ เพิ่มความเสียวกระสันให้ร่างระหงที่ถูกกักกันใต้ร่างด้วยการถูไถสะโพกหนาเข้ากับต้นขาสาวอย่างวาบหวิว ความเป็นชายบวมเป่งคับกางเกงคู่กาย ยิ่งแรงเสียดสีมากเท่าไหร่ ร่างกายของคีย์รินทร์ยิ่งร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ

            “ไม่จำเป็นหรอก เพราะไม่ว่าลีลาแบบไหนก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกอะไรเลยสักนิด เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่ามันห่วยยิ่งกว่าผู้ชายหลายๆ คนที่ผ่านมา

            “ได้! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน

            เขาขู่ด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัว แต่ให้ความรู้สึกวาบหวิวเหลือเกิน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนสลัดเสื้อออกจากร่างบึกบึนอย่างรวดเร็ว กางเกงยีนตัวเก่งถูกถอดออกตามไปติดๆ แม้แต่กางเกงในสีขาวที่ปกปิดความเป็นชายก็ไม่เหลือติดกายแกร่ง ตอนนี้ร่างเปรตเปลือยเปล่ายืนคร่อมร่างงามระหงอย่างน่าเกรงขาม

            “ว้ายยย…”

            ไข่มุกกรีดร้องเสียงดัง สองมือเรียวปิดหน้าปิดตาตัวเองอย่างรวดเร็ว ป้องกันสายตาของตัวเองไม่ให้มองเห็นสิ่งที่น่ากลัว

            “ปากเก่งนัก มาลองดูสักหน่อย พี่จะทำให้เธอคลานลงจากเตียงไม่ได้เลยทีเดียว

            สิ้นเสียงอันน่าสะพรึงกลัว คีย์รินทร์คุกเข่าลง ขาเรียวบางถูกจับล็อกทั้งสองข้าง กุหลาบสาวเปิดเปลือยแก่สายตาอย่างชัดเจน แค่เพียงนึกว่าเพื่อนอย่างนรวิทย์คงได้เชยชมจนสมใจ ความโกรธก็ลุกลามเหมือนเพลิงที่พร้อมมอดไหม้ ไม่ถึงนาทีที่จ้องมองใบหน้าหล่อๆ ซุกเข้าใจกลางสาวอย่างรุนแรง ปากกัดกลีบดอกกุหลาบเบาๆ อย่างลงโทษ ลิ้นร้อนไล้เลียดูดดึงยอดกุหลาบงามอย่างเร่าร้อน

            “กรี๊ด...อย่านะ ปล่อย...พี่คีย์ปล่อยไข่มุกนะ

            หญิงสาวเจ็บกับการลงทัณฑ์ที่โหดร้าย เพราะหนวดที่โผล่พ้นมาจากใบหน้าของเขาทิ่มแทงกุหลาบสาว สร้างความเจ็บปวดให้เธอได้ไม่น้อย สะโพกสวยพยายามที่จะหนี แต่หนีไปทางไหนเขาก็ตามติด ลิ้นร้อนๆ ทำหน้าที่ไม่บกพร่องแทบทำให้เธอขาดใจ จึงเอาแต่ผลักศีรษะที่ซุกเข้ากลีบกุหลาบงามให้ออกห่าง แต่ยิ่งดิ้นยิ่งผลักเขายิ่งตอบแทนกลับมาด้วยความรัวเร็วโดยรอบบริเวณ ชายหนุ่มไม่สนใจแรงต้านทานเลยสักนิดมิหนำซ้ำยังตรึงร่างกายของเธอด้วยวงแขนล่ำๆ รัดรอบสะโพกสาวไว้แน่น

            “ปล่อยนะ!”

            เท้าบางถีบสะเปะสะปะอย่างป้องกันตัวเอง เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ผลักใบหน้าหล่อๆ อย่างแรงจนหลุดพ้น ก่อนมือเรียวจะกอบกุมหน้าท้องที่แบนราบกระถดกายหนีออกจากเตียงห่างจากมารร้ายให้ได้มากที่สุด

            “โอ๊ย! … เจ็บ!”

            แต่เพียงขยับกายยังไม่ได้หนีลงจากเตียงนอนหนานุ่มสักนิดเดียว ข้อเท้าบางถูกมือกระชากกลับมาอยู่กลางเตียงด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล ร่างกายแกร่งโถมทับลงมาทันทีเพื่อป้องกันการดิ้นหนีของหญิงสาว

            “จะหนีไปไหน! ต่อให้เธอหนีก็หนีไม่พ้น!”

            มารร้ายหน้ามืดตัวมัวยิ่งได้รับการต่อต้านมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งลงทัณฑ์ด้วยความรุนแรง ป่าเถื่อนมากเป็นเท่าตัว ปากหนาครอบครองยอดอกงาม ดูดดึงปลายปทุมถันให้สาสมกับความโกรธที่บังตาจนมืดมิด สะโพกแกร่งกดเข้าหาสะโพกบางอย่างเร่าร้อน เรียวขาขาวเนียนถูกแทรกกดทับด้วยลำขาแข็งแกร่ง

            “ปล่อยนะ อย่า...”

            หญิงสาวห้ามปรามเมื่อมือพาดผ่านหน้าท้องแบนราบ เลื่อนสู่ใจกลางกุหลาบสาวอย่างรวดเร็ว กุหลาบงามถูกรุกรานด้วนนิ้วหนาที่แข็งแกร่ง เมื่อชายหนุ่มกดนิ้วร้อนๆ เข้าหากุหลาบที่อ่อนละมุนอย่างรัวเร็ว ปลายนิ้วสำรวจภายในอย่างถ้วนถี่ ยิ่งเธอขัดขืนยิ่งดิ้นรนหนีเขากลับทำให้เธอสิ้นเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านด้วยการระรัวนิ้วแกร่งอยู่ภายในกายสาว

            “อ๊ะ...อื้อ!”

            หญิงสาวพยายามระงับอาการเสียวกระสันที่เกิดขึ้น ขบเม้มริมฝีปากบางไม่ให้เสียงใดๆ เล็ดลอดออกมากระทบโสตประสาทของคนที่ฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น

            “อย่าห้ามพี่...อย่าต้านทาน...ไข่มุก...ได้โปรดอย่า...”

            เขาปลุกปลอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า จับจ้องใบหน้าของหญิงสาวด้วยสายตาหยาดเยิ้ม พิษรักพิศวาสเข้าครอบงำจนลมหายใจหอบกระเส่า ชายหนุ่มบดขยี้ยอดปลายกุหลาบสาวด้วยนิ้วร้ายที่หลงเหลือ

            “โอ๊ะ! พี่คีย์...”

            คีย์รินทร์ถอดถอนนิ้วร้ายออกจากกายสาวอย่างรวดเร็ว น้ำหนืดๆ ที่ยังติดนิ้วเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ เขาทำร้ายเธอด้วยการหักหาญความเสียวกระสันที่ลุกไหม้ คีย์รินทร์นำพาตัวเองลุกขึ้นมายืนจังก้าอยู่กลางเตียง ก่อนจะดึงรั้งร่างบางลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าที่มีหยาดน้ำตาคลออยู่ในระดับเอวหนาของชายหนุ่ม ความเป็นชายที่ป่าวประกาศศักดาทำให้ไข่มุกกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ชายหนุ่มก้มจุมพิตปากบางเบาๆ เป็นการปลุกปลอบ ก่อนจะจรดความเป็นชายที่ใหญ่โตลงบนริมฝีปากของไข่มุก ความร้อนของยอดปลายทำให้หญิงสาวตอบรับอย่างง่ายดาย ในเมื่อเขาฆ่าเธอด้วยไฟพิศวาส ทำไมเธอจะทำอย่างเขาไม่ได้ ไข่มุกมองหน้าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกอยากทำลายให้พังกันไปข้างหนึ่ง ปากบางครอบครองยอดความเป็นชายทันที แม้จะกลัวกับความใหญ่โตที่อยู่ตรงหน้า แต่เธอต้องข่มมันให้อยู่ลึกในจิตใจ มือเรียวเลื่อนมากอบกุมอาวุธร้ายที่แข็งแกร่ง ธรรมชาติของการสืบพันธุ์ทำให้เธอรู้จักที่จะเรียนรู้ เขาดูดดึงกุหลาบสาวของเธออย่างไรเธอก็ทำไม่ต่างจากเขาเลยสักนิด

            “อา...ไข่มุก อืมดี...ดีมาก...”

            เสียงร้องครวญครางอย่างพึงพอใจเมื่อลิ้นร้อนของหญิงสาวไล้เลียด้วยความกล้าๆ กลัวๆ มือเรียวยังทำหน้าที่กอบกุมควบคุมจังหวะได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เรี่ยวแรงของไข่มุกรัวเร็วทั้งปากทั้งลิ้นแล้วมือเรียวยังเรียนรู้ที่จะเชือดเฉือนชายหนุ่มให้กระอัก เพียงเขาพึงพอใจเธอกลับหยุดทุกอย่างฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น

            “ไข่มุก...ห้ามกัดของพี่ ถ้าเธอกัดมันพี่จะกัดเธอไม่ต่างกัน

            แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด ชายหนุ่มกดหน้าเรียวบางให้เข้าหา มือล็อกลำคอระหงไม่ให้บ่ายเบี่ยง แรงสาดโถมของสะโพกแกร่ง แรงกระแทกถี่รัวกระหน่ำทำให้ลาวาสีขาวขุ่นเจิ่งนองเต็มปากสาว

            เพียงเขาเสร็จสมอารมณ์หวาม ร่างบางถูกจับหันหลังทันที ความแข็งแกร่งของบุรุษเพศถูกดันเข้าสู่กายบางจากด้านหลัง แม้ร่างกายตอนนี้จะพร้อมสำหรับการเติมเต็มแต่ว่าแรงกระแทกจากเอวหนาช่างรุนแรงเหลือเกิน

            “อา...ไม่นะ!”

            เธอห้ามทั้งที่ร่างกายโดนเขาครอบครองทุกสัดส่วน อกสาวที่เจ็บจนร้าวระบมถูกมือครอบครองทั้งสองข้างแรงบีบเคล้นช่างหนักหนาอย่างเหลือล้น ยอดปลายปทุมถันยังถูกขยี้ด้วยนิ้วร้ายๆ อย่างไม่ปราณี

            “โอ้ว! ไข่มุก อา...”

            สะโพกแกร่งโถมเข้าหาสะโพกสาวอย่างรัวเร็ว บางคราเชื่องช้าอย่างน่าหวาดเสียว บางคราวเร่าร้อนปานจะขาดใจ ยิ่งเธอต้านทานแรงที่โต้กลับมายิ่งหนักมากขึ้น ความวาบหวามมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน กุหลาบสาวตอดรัดยอดปลายที่ร้อนฉ่าตามธรรมชาติอย่างควบคุมไม่ได้ ชายหนุ่มปล่อยมือจากดอกบัวคู่งามมาขยี้ยอดกุหลาบงามเบาๆ อย่างกลั่นแกล้ง

            “อา...พะ...คีย์ อ๊ะ

            เขารุกเธอทั้งข้างหน้า รุกหนักทั้งข้างหลัง มันให้ความรู้สึกเร่าร้อนยากที่จะต้านทาน ยิ่งมันวาบหวิวมากเท่าไหร่ ลมหายใจของไข่มุกหอบกระเส่ามากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่นานหญิงสาวปลดปล่อยตัวเองออกจากความหฤหรรษ์ น้ำหวานไหลเยิ้มตามมาติดๆ พร้อมร่างแกร่งที่เกร็งกระตุก มือบีบสะโพกสวยเบาๆ ก่อนเอวสอบจะกระแทกใส่เอวบางสองสามครั้ง เพียงอารมณ์รัญจวนสิ้นสุดชายหนุ่มก็ถอดถอนตัวตนออกห่างพลางก้าวลงจากเตียงคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างลวกๆ แล้วเดินออกจากห้องไปไม่เหลียวหลัง ปล่อยให้หญิงสาวนอนจมน้ำตาสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนา

            เขาจากไปอีกครั้ง หันหลังให้เธออีกหน คำปลอบโยนก็ไม่คิดจะมอบให้ แถมก่อนไปยังทำร้ายเธอทั้งร่างกายและจิตใจ ต่อจากนี้ไปเธอจะไม่ขออดทนอีก ผู้ชายคนนี้เลวร้ายเกินกว่าที่จะขัดเกลาด้วยความรัก ไข่มุกพาร่างกายที่บอบช้ำลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดที่พอจะปกปิดความบอบช้ำมาสวมใส่

เธอต้องออกจากที่นี่ หนีไปก่อนที่เขาจะกลับมาซ้ำเติมให้เจ็บปวด คนที่เธอนึกถึงคือพี่ชายอย่างนรวิทย์ป่านนี้ไม่รู้จะออกเรือไปรึยัง ไข่มุกหันสายตาสอดส่องผ่านหน้าต่างบานหรู ผู้ชายที่ก้าวเดินอยู่บริเวณชายหาดเป็นความหวังเพียงอย่างดีที่เธอจะพึ่งพิงได้ในตอนนี้

            นรวิทย์กำลังจะขึ้นเรือยอช์ตลำหรูของตัวเอง เดินทางออกจากเกาะของเพื่อนรัก หลังจากถูกไล่อย่างไม่ไว้หน้าหลายครั้งหลายครา ชายหนุ่มจะหน้าด้านหน้าทนอยู่ได้อย่างไรกัน

            หญิงสาวที่ร่างกายเจ็บปวดไปทั้งตัว รีบวิ่งมาอย่างไม่คิดชีวิต พี่วิทย์ รอด้วย รอไข่มุกด้วย เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังก้องอยู่ภายในใจ ถ้าหากพี่วิทย์ออกเดินทางก่อนที่เธอจะไปถึงเรือ ชีวิตนี้คงหมดสิ้นแน่ ฝีเท้าบางวิ่งไปยังชายหาดอย่างไม่คิดชีวิต ลืมความเจ็บร้าวในร่างกายชั่วขณะหนึ่ง ขอเพียงนิดเดียวให้แรงที่หลงเหลือน้อยนิดนำพาเธอไปยังเรือของพี่ชายด้วย

            “พี่วิทย์ รอก่อน

            ไข่มุกพยายามส่งเสียงเรียก โชคดีเหลือเกินไม่มีใครอยู่บริเวณชายหาดเลยสักคน แต่นรวิทย์ที่อยู่บนเรือยอช์ตลำหรูกลับไม่ได้ยินเสียงเรียกของหญิงสาวเลยสักนิด

            “พี่วิทย์ รอไข่มุกด้วย

            ไข่มุกตะโกนก้องครั้งสุดท้าย วิ่งลงสู่ทะเลอย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเรือลำหรูเคลื่อนออกจากฝั่งไปอย่างช้าๆ เธอล้มลุกคลุกคลานอยู่ในระดับน้ำทะเลตื้นๆ ถ้าหากอยู่ที่นี่ก็ไม่ต่างจากตายทั้งเป็นอยู่แล้ว เธอจะทนทำไมกัน เสียงตะโกนครั่งสุดท้ายทำให้นรวิทย์ต้องเหลียวหลังกลับมามอง ร่างบางของน้องสาวที่ค่อยๆ จมลงทะเลที่เห็นอยู่ไม่ไกลทำให้เขาหยุดเรืออย่างรวดเร็ว กระโดดลงจากเรือได้ก็รีบว่ายน้ำเข้ามาคว้าร่างบางระหงซึ่งอ่อนปวกเปียก จุดหมายที่จะปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็คือบนเรือ เขาจะไม่หันหลังกลับไปที่เกาะอีกแล้ว

            “ไข่มุก ฟื้นสิ ฟื้น...ได้โปรดน้องพี่

            ชายหนุ่มแบกร่างบางพาดบ่า เขย่าร่างกายของไข่มุกเบาๆ ให้หญิงสาวที่สลบไสลมีสติกลับมาอีกหน ขอแค่ครั้งเดียวให้เธอฟื้นขึ้นมาก่อน และมันก็ได้ผล เมื่อหญิงสาวรู้สึกตัวสำลักน้ำทะเลที่กลืนกินออกมา

            “พี่วิทย์...ช่วยด้วย พาไข่มุก...ไป...ด้วย

            น้ำเสียงที่ได้ยินช่างน่าสงสารเหลือเกิน ตามร่างกายบอบบางเต็มไปด้วยรอยช้ำเล็กๆ สิ้นน้ำเสียงที่อ่อนล้าจวนเจียนจะหมดสติ ไข่มุกก็เป็นลมสลบไปด้วยความอ่อนเพลีย

ไอ้คีย์ แกอย่าหวังว่าจะได้เห็นหน้าไข่มุกอีก ต่อไปนี้แกไม่มีสิทธิ์ จำไว้ว่าฉันจะไม่ให้แกเห็นหน้าน้องของฉันอีก!”

นรวิทย์เข่นเขี้ยวในใจอย่างทรมาน นี่หรือการกระทำของเพื่อนรัก ช่างทารุนเหลือเกิน ชายหนุ่มรีบกลับไปประจำที่คนขับ จุดมุ่งหมายคราวนี้คือโรงพยาบาลในเมือง เขาต้องส่งไข่มุกให้ถึงมือหมอโดยเร็วที่สุด น้องสาวของเขาต้องปลอดภัย ถ้าหากไข่มุกเป็นอะไรไป เจ้าเพื่อนตัวดีต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม  

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


สนุกดี
โดย Anonymous | 1 year ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อยากอ่านต่ออ่ะ...เรื่องแรกที่ชอบมากอ่านหลายรอบละนะ
โดย Anonymous | 1 year ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
แล้วซื้อยังไงอยากอ่านต่อค่ะเป็นเรื่องแรกที่อยากอ่านให้จบ รบกวนด้วยน่ะคะ แต่งได้สนุกมากยังลุ้นๆอยู่เลยค่ะ
โดย Anonymous | 1 year, 6 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
พอดีไม่เคยเติมเหรียญค่ะเติมไม่เปนรบกวนสอนหน่อยได้ไหมค่ะ
โดย Anonymous | 1 year, 6 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ขอโทษน่ะคะรบกวนถามหน่อยค่ะ
โดย Anonymous | 1 year, 6 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha