พิศวาสหวามข้ามกาลเวลา

โดย: ช่อพิกุล



ตอนที่ 1 : บทนำ


ตอนต่อไป

เจ้าของร่างสมบูรณ์แบบในชุดหนังสีดำ ลืมตาขึ้นมาในความมืดแล้วดีดตัวขึ้นนั่งตัวตรง แล้วกวาดมองไปรอบๆห้อง

นี่มันไม่ใช่ห้อง แต่เป็นถ้ำ!’

“ตื่นแล้วเหรอสหายรัก คงหิวแล้วล่ะสิ”

“เธเลส นี่ฝีมือนายอีกแล้วเหรอที่พรากฉันมาจากความตาย ครั้งก่อนฉันยังไม่ให้อภัยนายเลยนะ ครั้งนี้ฉันคงได้แช่งนายแน่”

“เชิญแช่งฉันได้ตามสบายเลยเพื่อน”

“ทำไมไม่ให้ฉันสลายวิญญาณไปพร้อมกับเชอร์ลีนฮะ”

          “ถ้าวิญญาณของนายสลายไป แล้วคิดเหรอ ว่าสิ่งที่นายอธิษฐานจะสมหวัง นายเชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดใหม่จริงๆน่ะเหรอ”

          “ฉันเชื่อ”

          “ฉันก็เชื่อ แต่ไม่เชื่อว่าหมาป่าที่มีเลือดของแวมไพร์ครึ่งหนึ่งอย่างเราจะกลับไปเกิดเป็นคนอีกได้ ทำบาปมาตั้งเยอะ ยังจะหวังอีกเรอะ”

          “ฉันเชื่อในแรงรักและแรงอธิษฐาน”

          “ดูอย่างฉันสิ ฉันเคยคิดว่าเครซี่จะเป็นนีลนิลกลับชาติมาเกิด แต่ก็ไม่ใช่ เธอแค่หน้าเหมือน แต่อย่างอื่นไม่ใช่ ฉันรู้สึกได้ และเธอก็เพิ่งจากฉันไป ก่อนหน้าที่คนรักของนายจะจากไปแค่สามวัน”

          “อ้อ นายก็เลยไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยว ก็เลยพาฉันมาไว้ที่นี่สินะ”

          “ถูก ถ้านายจากไปอีกคน เอ๊ย... อีกตนฉันคงเหงาอยู่ใต้เงามืดของรัตติกาลเพียงลำพัง”

          “แต่ฉันอยากกลับไปเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่อยากเป็นครึ่งผีครึ่งคนครึ่งสัตว์อยู่แบบนี้เว้ย”

“นายก็สามารถกลับไปเป็นคนธรรมดาได้นี่ แค่หยุดดื่มเลือดสักเก้าปี นายก็จะกลายเป็นคนธรรมดาแล้ว”

“นั่นมันสายพันธุ์บริสุทธิ์เท่านั้นที่จะทำได้ แต่ฉันในตอนนี้กลายเป็นแวมไพร์เลือดผสมไปแล้ว จะกลับไปเป็นมนุษย์อีกได้ยังไง”

“เออ จริงด้วยสิ ฉันลืมไป ฉันขอโทษจริงๆนะซีเลย์ ฉันลืมคิดข้อนี้ไปเลยว่ะ”

“ฉันเกลียดความขี้ลืมของนายจริงๆ แล้วทีนี้ฉันจะเจอเชอร์ลีนได้ยังไง ต้องรออยู่ใต้ปีกความมืดอีกกี่ปีถึงได้เจอเธอ”

เธเลสทำท่าคิดแล้วก็หันมาบอกเพื่อนรัก

“แหวนวงนั้นไง ตอนที่ฉันไปเจอนายตอนพระอาทิตย์ใกล้จะขึ้น ฉันเห็นแหวนวงนั้นหายเข้าไปในประตูมิติแห่งเวลา ฉันคิดว่าแหวนวงนั้นคงจะตามจิตวิญญาณของเจ้าของไป นายก็แค่รอคอยอยู่ในโลกใบนี้ รอคนรักของนายกลับมาเกิดใหม่ หากผู้หญิงคนไหนสวมแหวนวงนั้นที่นิ้วนางข้างซ้ายแล้วถอดไม่ออก แสดงว่าเธอคือคู่ชีวิตของนายที่กลับชาติมาเกิด”

“แล้วฉันจะต้องรอเชอร์ลีนอีกกี่ปี ร้อยปี สองร้อยปีหรือยาวนานชั่วนิรันดร์”

         

          ร้อยปีผันผ่านประตูนรกก็เปิดออกอีกครั้ง

ร่างบางผงะถอยหลังจนล้ม เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าในตอนสาย ตั้งแต่เกิดมาเธอเพิ่งเคยเห็นปรากฏการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก สุริยคราส!’ บรรยากาศรอบตัวดูน่าสะพรึงกลัวมาก เมื่อนกกาบินกลับรัง มีฝูงค้างคาวบินว่อนออกมาเป็นลำเป็นร้อยเป็นพันตัว กระทั่งสุริยคราสเต็มดวง ความมืดก็สยายปีกปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ

กิรณานั่งนิ่งอยู่กับที่ ใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น เมื่อความมืดมาเยือน เป็นเวลาหลายอึดใจทีเดียวกว่าความสว่างจะค่อยๆสลายปีกความมืดให้หมดไป สาวน้อยนั่งหอบหายใจมองซ้ายมองขวาพบว่าเธอนั่งอยูบนพื้นหญ้าเพียงลำพังคนเดียว

ทำไมต้องเกิดสุริยคราสในวันคล้ายวันเกิดของเธอด้วย น่ากลัวจังรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย

วันนี้นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบยี่สิบเอ็ดปีของเธอแล้ว ยังเป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณหนูมีนมีนาอีกด้วย คุณหนูผู้สูงส่งที่เป็นถึงลูกสาวของท่านนายพลอำนาจ โชควัฒนาพิพัฒน์กุล ผู้มีอิทธิพลในกองทัพไทย คุณหนูเพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติและคุณสมบัติที่ผู้หญิงวัยเดียวกันยังต้องอิจฉา

เธอเองก็แอบอิจฉาคุณหนูมีนมีนาอยู่เล็กๆ แต่ไม่ได้คิดริษยาแต่อย่างใด ร่างเล็กถอนหายใจยาว ก่อนจะลุกขึ้นปัดเศษใบไม้ใบหญ้าออกจากกระโปรงตัวเก่า

เช้านี้เธอตั้งใจจะไปทำบุญกวาดน้ำให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่มาคอยหลอกหลอนเธอในยามหลับสองสามคืนที่ผ่าน เธอคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะต้องเป็นผีแน่ๆ ผีเจ้ากรรมนายเวรแต่ชาติปางก่อน ในคืนแรกที่เขามาหา เธอก็รู้สึกเฉยๆ แต่พอฝันถึงเขาสองสามคืนติดกันก็ชักหวาดกลัวผู้ชายในฝันขึ้นมา เพราะคงไม่มีใครฝันเป็นเรื่องเป็นราวแบบเธอ แถมเขายังบอกอีกว่า คืนนี้เขาจะมาหาเธออีก จะมาพาเธอไปอยู่กับเขาชั่วกาลนิรันดร์

ใครอยากจะไปอยู่กับผีกันล่ะ ต่อให้ผีตนนั้นหล่อที่สุดในสามโลก เธอก็คงไม่หลงใหลได้ปลื้มแน่

กิรณาเดินหาซื้อของที่จะนำไปถวายสังฆทาน เพื่อนำไปทำบุญในวันครบรอบยี่สิบปีเอ็ดปีของตนเอง เธอคงทำได้แค่นี้ เพราะไม่มีเงินมากมายที่จะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานเลี้ยงวันเกิดที่ฟุ่มเฟือยให้ตนเองได้ เนื่องจากเสียดายเงินเดือนที่หามาได้ด้วยความยากลำบาก

เธออยากเก็บเงินสักก้อน นำไปเป็นทุนค้าขาย เพื่อที่แม่ของเธอจะได้สบาย จะได้ไม่เป็นคนรับใช้เขาอยู่แบบนี้ แต่ตอนนี้ยังขาดเงินทุนอีกมาก ยังต้องทำงานต่ออีกเป็นปี กว่าจะได้ตามที่มุ่งหวัง

ความจริงวันนี้เธอต้องทำงานช่วยแม่ในห้องครัวของคฤหาสน์พิพัฒน์กุล แต่แม่ได้ขออนุญาตเจ้านายให้เธอลาหยุดพักผ่อนในวันคล้ายวันเกิดวันนี้หนึ่งวัน สาวน้อยจึงได้มีโอกาสมาเดินซื้อของในตลาดตอนนี้ได้

กิรณายกมือข้างซ้ายขึ้นมาดู แสงวิบวับเป็นประกายเจิดจ้าแยงตาเธอทันที มืออีกข้างยกขึ้นมาลูบของขวัญล้ำค่าชิ้นแรกที่มารดามอบให้แล้วก็ยิ้มออกมา แล้วนึกไปถึงสองชั่วโมงที่ผ่านมา

“กี้ วันนี้ลูกแม่ยี่สิบปีเอ็ดปีเต็มแล้วใช่ไหม”

“ค่ะแม่”

“แม่อยากซื้อของขวัญให้ลูกนะ แต่แม่ไม่มีเงินมากพอ เพราะต้องส่งเงินเดือนที่เหลือ ไปเป็นค่ารักษาตัวน้าไหมของเราหมด กี้ไม่โกรธแม่นะลูก” เพราะฐานะทางบ้านยากจนแก้วตาจึงต้องส่งเงินไปเป็นค่ารักษาตัวของน้องสาวช่วยพ่อกับแม่อีกแรง

“ทำไมกี้ต้องโกรธแม่ด้วยล่ะคะ แม่ทำดีที่สุดแล้ว วันนี้แค่แม่ขออนุญาตคุณหญิงท่านให้กี้ได้หยุดพักงานหนึ่งวัน โดยที่แม่อาจต้องทำงานเหนื่อยกว่าทุกวันเพื่อมาทำในส่วนของกี้ ก็ถือว่าเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับกี้แล้วค่ะ เอาเป็นว่าวันนี้กี้จะทำความสะอาดห้อง จัดดอกไม้ไหว้พระ แล้วก็ไปถวายสังฆทานและหาซื้ออะไรอร่อยๆมาทำให้แม่กินตอนเย็นนะคะ”

วันนี้แม้ว่ามารดาจะต้องทำงานในคฤหาสน์ทั้งวันและอยู่ช่วยงานจนกว่างานจะเลิก แต่เธอก็มีสิทธิ์เอาของอร่อยๆไปส่งให้มารดาได้

“ขอบใจจ้ะลูก แล้วแม่จะหิ้วท้องกลับมากินของอร่อยๆฝีมือลูกที่บ้านนะ”

“ค่ะแม่”

แก้วตามองใบหน้าอ่อนเยาว์ของลูกสาวสุดที่รักอยู่นาน จึงตัดสินใจที่จะมอบบางสิ่งบางอย่างที่เธอเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีมานานมาก มอบให้กับลูกสาวเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด

“กี้ไปก่อนนะแม่”

“เดี๋ยวจ้ะกี้ แม่มีอะไรจะให้ รออยู่ตรงนี้แป๊บนะ”

          “ค่ะแม่” กิรณามองตามหลังมารดาไปด้วยรอยยิ้ม แม่มีอะไรจะให้เธอนะ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันก็เป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเธอเสมอ

          สักพักแก้วตาก็เดินกลับมาพร้อมถุงผ้าเล็กๆในมือ

          “อะไรคะแม่”

          ก่อนจะล้วงเอาสิ่งที่อยู่ภายในออกมาให้ลูกสาว แก้วตาก็มองซ้ายมองขวาแล้วดึงแขนลูกสาวมายังที่ลับตาคน ก่อนจะเปิดหูรูดถุงออก หยิบเอาบางสิ่งที่สะท้องแสงดวงอาทิตย์วิบวับออกมา

          “นี่มันแหวนเพชรนี่แม่”

          “แม่ก็คิดว่าใช่นะ แต่แม่ไม่รู้ว่ามันเป็นเพชรแท้หรือเปล่า แต่มันสวยมาก สวยจนแม่ต้องเก็บเอาไว้ดูเองและรักเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เป็นเวลาถึงยี่สิบเอ็ดปีเต็ม แล้วเมื่อคืนแม่ฝันเห็นเจ้าชายด้วย แต่แม่ไม่เห็นหน้าเขานะ เขามาบอกแม่ว่าถึงเวลาต้องมอบแหวนวงนี้ให้กับเจ้าของได้แล้ว หากไม่พบเจ้าของก็มอบให้กับคนที่แม่รักมากที่สุด แม่ตื่นขึ้นมาแม่ก็นึกถึงลูกเลย”

          ยังมีความจริงบางอย่างที่แก้วตายังไม่มีเวลามาเล่าความฝันก่อนที่เธอจะท้องกิรณาให้เจ้าตัวฟัง ตั้งใจว่าคืนนี้แหละจะเล่าความฝันครั้งนั้นให้ลูกสาวฟัง

          “แม่ฝันแปลกๆนะคะ แต่แหวนวงนี้สวยมากจริงๆค่ะ”

          “แม่ให้ลูกเป็นของขวัญวันเกิดแล้วกันนะ”

          “จริงเหรอแม่ ขอบคุณมากค่ะแม่”

          กิรณายกมือไหว้บุพการี ก่อนจะรับแหวนเพชรงามระยับนั้นมาไว้ในอุ้งมือ

          “ลองสวมที่นิ้วนางดูสิ มันพอดีไหม”

          สาวน้อยยิ้มเต็มใบหน้า ดวงตาเป็นประกายสดใสด้วยความดีใจที่จะได้สวมแหวนเพชรสวยๆเป็นครั้งแรก

          “แม่ มันใส่ที่นิ้วนางได้พอดีเลยค่ะ สวยไหมแม่”

          แก้วตามองไปที่แหวนบนมือเรียวบางของลูกสาวแล้วก็ยิ้มกว้าง ดีใจที่ลูกสวมมันได้พอดี และดีใจที่ลูกสาวดูมีความสุขกับสิ่งที่เธอมอบให้

          “สวยมากจ้ะ กี้ชอบไหมล่ะ”

          “ชอบมากค่ะแม่ ขอบคุณนะคะแม่” สาวน้อยโผเข้าสวมกอดมารดาด้วยความขอบคุณ ไม่ว่าแหวนวงนี้จะเพชรแท้หรือเทียม เธอก็ดีใจทั้งนั้น และจะเก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดี

          “จะไปวัดอยู่ไม่ใช่เหรอ รีบไปเถอะ เดี๋ยวแดดจะร้อนเอานะ”

          “งั้นกี้ไปก่อนนะแม่”

          กิรณาคิดมาถึงตรงนี้ก็ก้มมองแหวนเพชรอีกครั้ง ก่อนจะเดินตรงไปซื้อเครื่องถวายสังฆทานในร้านสังฆภัณฑ์ข้างหน้า

          “อุ๊บ!” สาวน้อยรีบเดินข้ามถนนไปยังร้านค้าแต่ไม่ทันได้มองคนที่เดินมาจากทางขวามือบนทางเท้า จึงชนเข้ากับกำแพงมีชีวิตเข้าให้อย่างจัง โชคยังดีที่เขาจับพยุงตัวเธอเอาไว้ได้ทันอย่างมั่นคง ไม่อย่างนั้นเธอคงหงายหลังเป็นแน่

          คนตัวเล็กหลังจากหายตกใจก็รีบขืนตัวออกห่าง แล้วเงยหน้าขึ้นช้อนสายตามองกำแพงมีชีวิตเบื้องหน้า แล้วก็ตาค้างเมื่อสบตาเข้ากับดวงตาคมดำสนิทของบุรุษตรงหน้า ก่อนจะรีบดึงสติของตนเองกลับคืนมาแล้วรีบกล่าวขอโทษขอโพย

          “ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ฉันเดินไม่ระวัง”

          เขาแค่ขยับมุมปากยกยิ้มให้เล็กน้อย ทว่าดวงตาของเขากลับแลดูสงบนิ่ง เยือกเย็นจนแลดูน่ากลัว ไม่น่าไว้ใจ เมื่อสาวน้อยรู้สึกได้ว่าเขาจ้องหน้าเธอแบบไม่กะพริบตาเลยทีเดียว จึงรีบเอ่ยคำขอตัว

          “เอ่อ... ฉันขอตัวก่อนนะคะ ฉันรีบ”

          เจ้าของร่างสูงในชุดดำ ยังคงทำหน้านิ่งอยู่อย่างนั้น แล้วมองตามหลังร่างเล็กไปจนลับตา เธอช่างมีใบหน้าเหมือนกับใครคนหนึ่งที่เขาเคยรู้จัก

          หากกิรณาจะหันมองกลับมา ก็คงจะเห็นว่าหนุ่มใหญ่แปลกหน้าท่าทางลึกลับคนนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

 

          มีนมีนาก้มมองแหวนเพชรในมือตนเองด้วยรอยยิ้มกว้าง มันคือของขวัญที่บิดามอบให้เธอเนื่องในวันเกิด ท่านบอกว่ามันคือแหวนโบราณที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ แม้มันจะวงเล็กไปหน่อย แต่มันก็สวยงามเลอค่าในสายตาของสาวน้อย เพราะเธอไม่ชอบสวมแหวนเพชรเม็ดโตๆอยู่แล้ว แหวนเล็กๆแบบนี้แหละเหมาะกับเธอที่สุด

          “แม่คะ ปีนี้มีนอายุยี่สิบเต็ม มีนขออนุญาตไปร่วมงานเลี้ยงที่วิลล่า แบล็ควูร์ฟ นะคะ”

          “แม่ไม่อยากหนูให้ไปเลยลูก แม่ว่าปีนี้มันแปลกๆนะ เพราะเห็นคนของคฤหาสน์ออกมาประกาศว่า ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าไปร่วมงานเลี้ยงคือผู้ที่สวมแหวนเพชรอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายเท่านั้น และต้องเป็นคนที่เจ้าหมาตัวโตสีเทาน่ากลัวนั่นอนุญาตให้เข้างานด้วย แม่กลัวหมานั่น”

          “แม่กลัว แม่ก็ไม่ต้องไปสิคะ ให้พ่อไปเป็นเพื่อนมีนก็ได้ มีนอยากเจอลูกชายของเจ้าของวิลล่าหลังนั้น มีคนเล่ารือกันว่า ลูกชายของเขาหล่อมากกกกกก...” สาวน้อยลากเสียงยาว นัยน์ตาเคลิ้มฝัน

          “ที่นั่นเขาจัดงานเลี้ยงมาตั้งหลายครั้ง แม่ก็เคยไป ก็ไม่เคยเห็นลูกชายของคุณแม็คไคล์จะโผล่มาให้เห็นหน้าสักที”

          “มีนว่าปีนี้ลูกชายของเขาต้องมาแน่ค่ะ เพราะมีนได้ข่าวจากคนรับใช้ทางโน้นบอกว่า หากลูกชายของเขาชอบแหวนเพชรของสาวสวยคนไหนเป็นพิเศษ เขาก็จะขอเจ้าของแหวนวงนั้นเต้นรำด้วยค่ะ แม่ว่าเขาจะชอบแหวนวงนี้ไหมคะ” มีนมีนายกมือบางข้างที่สวมแหวนให้มารดาดู ผู้เป็นแม่ส่ายหน้าเมื่อรู้ว่าลูกสาวคนเล็กกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ ช่างตรงข้ามกับแก้วกัลยาผู้เป็นพี่สาว ที่ไม่เคยคิดถึงชายใด จนนางกลัวว่าแก้วกัลยาอาจไม่ชอบผู้ชาย

          “ถ้าอย่างนั้นลูกก็ชวนพี่แก้วไปด้วยกันสิ”

          “โหย รายนั้นเหรอคะจะยอมไป พี่แก้วน่ะ สนใจงานเลี้ยงเสียที่ไหน วันๆเอาแต่เย็บปักถักร้อย ไม่เคยที่จะออกไปเปิดหูเปิดตาที่ไหน” เธอเคยชวนพี่สาวคนนี้ไปงานเลี้ยงต่างๆหลายครั้งเมื่อยังวัยรุ่น แต่แก้วกัลยาก็ปฏิเสธเสียทุกครั้ง เพราะเธอไม่ชอบงานเลี้ยงสังสรรค์นั่นเอง

          “งั้นก็ไปชวนลำดวนไปด้วยก็ดีนะ” ลำดวนคือพี่เลี้ยงสาวโสดที่มีนมีนาสนิทด้วยมากที่สุด

          “จริงด้วยค่ะ งั้นมีนไปชวนลำดวนนะคะ” เธอตั้งใจจะไปบังคับพี่เลี้ยงสาวไปงานเลี้ยงกับเธอให้ได้ต่างหาก

          “ลำดวนๆ” เสียงเล็กแหลมเรียกหาพี่เลี้ยงสาวดังโหวกเหวกไปทางห้องครัว ซึ่งสวนทางกับลำดวนที่กำลังยกอาหารว่างมาเสิร์ฟให้พอดี

          “มีอะไรเหรอคะคุณหนู”

          “คืนพรุ่งนี้ไปงานเลี้ยงที่แบล็ควูร์ฟกับฉันนะ”

          “ลำดวนไปได้เหรอคะ ลำดวนไม่มีแหวนเพชรใส่นะ แล้วก็ไม่มีชุดสวยๆใส่ไปด้วยค่ะ”

          “ไม่เป็นไร ฉันให้ยืม ทั้งสองอย่างนั่นแหละ”

          “จริงเหรอคะ” ลำดวนตาโตด้วยความดีใจ หวังว่างานนี้สาวใช้อย่างเธออาจจะได้เจอเจ้าชายกับเขาบ้าง ปีนี้จะสามสิบเต็มแล้ว เนื้อคู่ของเธอยังไม่มาเกิดกับเขาสักที

          “จริงสิ”

          “ขอบคุณนะคะคุณหนู”

          มีนมีนายิ้มกริ่ม ดีใจที่จะได้ไปงานเลี้ยงในคืนพรุ่งนี้ ดีใจกว่าที่ทุกคนจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดให้เธอคืนนี้เสียด้วยซ้ำ

          “สำดวน”

          “ขา”

          “แล้วนังกี้หายไปไหน ทำไมวันนี้ฉันถึงไม่เห็นแม่นั่นมาทำงานบ้านงานครัว”

          “อ๋อ วันนี้แม่ของมันขอลาหยุดให้ลูกสาวหนึ่งวันค่ะ”

          “ทำไมต้องลาหยุดวันนี้ด้วย”

          “แล้วคุณหนูจะถามหามันทำไมล่ะคะ คุณหนูไม่ชอบหน้ามันไม่ใช่เหรอคะ”

          “ก็ไม่ชอบน่ะสิ ฉันเลยอยากใช้มันไปขัดรองเท้าให้ฉันหน่อย เพื่อเตรียมไปงานเลี้ยงพรุ่งนี้”

          “แม่มันก็ยังอยู่ ใช้แม่ของมันก็ได้นี่คะ”

          มีนมีนาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เธอแค่อยากจะแกล้งกิรณาต่างหาก เพราะแกล้งใครก็ไม่มีความสุขและสะใจได้เท่ากับการกลั่นแกล้งกิรณาให้เจ็บช้ำน้ำใจ

          คงเพราะนับวัน ความสวยความน่ารักของกิรณาถูกพวกคนรับใช้พูดให้ได้ยินบ่อยๆจนนึกหมั่นไส้ และแอบอิจฉาริษยาจนพานเกลียดขี้หน้ากิรณาขึ้นมาดื้อๆ

          “แล้วใครอนุญาตให้มันลางานวันนี้”

          “ก็คุณหญิงแม่ของคุณหนูไงคะที่อนุญาต เพราะเห็นว่าวันนี้เป็นวันเกิดของแม่นั่น แม่ของมันก็วิงวอนขอจนท่านเห็นใจ นังกี้มันก็เลยลาหยุดได้หนึ่งวันค่ะ”

          มีนมีนาชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที ไม่รู้มาก่อนเลยว่ากิรณาจะเกิดวันเดียวกันกับตน แล้วสองเท้าก็ก้าวพรวดๆ ตรงดิ่งไปยังเรือนคนใช้ที่เป็นที่ซุกหัวนอนของสองแม่ลูกนั่นทันที

          “คุณหนูคะ จะรีบไปไหน รอลำดวนด้วย”

          แต่คุณหนูเลือดร้อนก้าวดุ่มๆไปข้างหน้าโดยไม่รีรออะไรทั้งนั้น วันนี้ถ้าไม่ได้แกล้งกิรณา งานวันเกิดของเธอคืนนี้คงไม่สนุกแน่

 

          กิรณาเดินยิ้มออกมาจากวัดป่าด้วยใบหน้าอิ่มสุข ในมือมีถุงขนมผลไม้และกับข้าวที่ทุกคนที่ไปทำบุญที่วัดแบ่งปันมาให้หลังจากที่พระฉันเพลเสร็จ แม้จะไม่ได้ไปถวายเพล แต่เธอก็ไปถวายสังฆทานช่วงนั้นพอดี ขากลับจึงได้ของกินหลายอย่างติดไม้ติดมือมาด้วย

          สาวน้อยเดินกลับบ้านคนเดียวบนทางเปลี่ยวที่สองข้างทางยังเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ตอนนี้อากาศครึ้มๆเหมือนฝนจะตก สองเท้าเล็กๆจึงรีบก้าวไปข้างอย่างเร่งรีบ

          “อุ๊บ!” เธอเดินชนคนจนเกือบเสียหลัก และถูกใครสักคนจับต้นแขนสองข้างของเธอทางด้านหลัง สาวน้อยรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง ลางสังหรณ์มันบอกว่าต้องเป็นพวกคนร้ายแน่ๆ

          “จะรีบไปไหนน้องสาว มาสนุกกันก่อนดีกว่าไหม” ชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ที่ย่างสามขุมเข้ามาหา ถามด้วยน้ำเสียงและแววตาน่ากลัว ดวงตาวาววับของมันกวาดมองไปทั่วตัวของหญิงสาวอย่างจาบจ้วงหื่นกระหาย จนไปสะดุดเข้ากับแสงระยิบระยับจับตาที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอก็เกิดความโลภขึ้นมาทันที

          กิรณาขยับตัวหนี แม้รู้ว่าเรี่ยวแรงจะสู้พวกมันสองคนไม่ได้ แต่เธอก็ขอสู้สุดใจขาดดิ้น

          “ปล่อยฉันนะ! กะ...อื้อ” ชายวัยกลางคนอีกคนที่จับเธอทางด้านหลัง จับต้นแขนหญิงสาวเอาไว้มั่นด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาปิดปากที่กำลังจะกรีดร้องของเหยื่อสาวฉับไวก่อนที่เสียงแหลมๆจะเล็ดลอดออกมาให้ใครได้ยิน แล้วลากร่างเล็กเข้าไปในดงหญ้ารก

          กิรณาดิ้นรนสุดชีวิตแต่ก็ยังสู้แรงชายร่างใหญ่สองคนไม่ไหว จึงตกอยู่ใต้ร่างอันแสนกักขระของชายผิวคล้ำอย่างน่าหวาดกลัว เธอขอกัดลิ้นตายเสียดีกว่าที่จะยอมให้พวกมันลงมือข่มขืมให้เธอตายทั้งเป็น

          แคว่ก!!

          เสียงผ้าขาดวิ่นไม่เป็นชิ้นดี พร้อมกับรังดุมที่ขาดกระจุยกระจายทำให้สาวน้อยแทบช็อกตาตั้ง ดวงตาสองข้างเบิกโพลงเมื่อเห็นไอ้เดนนรกที่กำลังคร่อมร่างเธออยู่กำลังแกะกระดุมกางเกงแล้วรูดซิบลงมาจนสุด

          สิ่งที่น่ากลัวและน่ารังเกียจมากที่สุดดีดผึงออกมา กิรณาถึงกับส่ายหน้ากรีดร้องลั่นในลำคอ ใบหน้าซีดเผือด อกสั่นขวัญแขวนจนแทบสิ้นสติ รู้สึกรังเกียจขยะแขยงมันมากที่สุด

          “ไม่!” เสียงที่ดังก้องอยู่ในหัว มาพร้อมกับเสียงขู่กรรโชกของสัตว์ใหญ่ตัวหนึ่งหลังพุ่มไม้

          กรร!!

          “อ๊าก!” ร่างอันน่ารังเกียจที่กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มล้มลงไม่เป็นท่าก่อนจะถูกงาบศีรษะดึงลากเข้าไปในป่ารก ส่วนไอ้เดนนรกอีกคนตกตะลึงอยู่กับที่วินาทีหนึ่ง ก่อนจะวิ่งหนีป่าราบแบบไม่คิดชีวิต เมื่อหันไปเห็นใบหน้าของหมาป่าตัวใหญ่ที่กำลังแยกเขี้ยวมองมาด้วยดวงตาอำมหิต

          ร่างเล็กรีบลุกขึ้นนั่ง จับสาบเสื้อเข้าหากันมือไม้สั่น แล้วก็ต้องตกใจคำรบสองเมื่อเจ้าสุนัขป่าตัวใหญ่เยื้องย่างเข้ามาหาช้าๆ ร่างเล็กเอามือยันพื้นนิ่งอยู่กับที่เหมือนถูกสาปให้เป็นหุ่น เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทของเจ้าสัตว์หน้าขนที่เพิ่งช่วยชีวิตของเธอเอาไว้ เพราะมันเพิ่งช่วยเธอให้พ้นจากการถูกข่มขืน กิรณาจึงพยายามสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆลึกๆ ทำใจดีสู้หมาที่ท่าทางน่ากลัว แต่มันคงไม่ทำอันตรายเธอหรอกนะ

          เมื่อเจ้าสัตว์สี่เท้ามายืนอยู่ตรงหน้าในระยะเผาขน มันก็แลบลิ้นออกมาเลียมือเธอเหมือนชอบใจ ก่อนจะเอาจมูกสีเข้มดมไปทั่วตัวเธอคล้ายจะสำรวจบาดแผล แล้วเดินไปคาบถุงของกินที่หล่นกระจัดกระจายมาวางไว้ตรงหน้า กิรณาถึงยิ้มออกมาได้

          “ขอบใจนะ เจ้าตัวใหญ่ ขอบใจที่ช่วยฉัน” บอกเสียงหอบๆ พอมันฟังหญิงสาวพูดจบ เจ้าตัวใหญ่ก็คืบคลานมาเลียหลังมือของสาวน้อยอย่างให้กำลังใจ มันคงจะปลอบใจเธอ กิรณาค่อยๆยกมือขึ้นไปลูบหัวของมันเบาๆแล้วยิ้มและถามอย่างใจดี โดยลืมไปเลยว่า เสื้อผ้าหน้าผมของตนเองยังไม่ถูกจัดให้เข้าที่

          “แกหิวหรือเปล่า ฉันมีของกินเยอะแยะเลย ฉันแบ่งให้นะ” มือเล็กหยิบเอาพวกหมู ปลา ที่เจ้าสุนัขตัวโตพอจะกินได้ยื่นให้มัน เจ้าตัวใหญ่ก็ยื่นปากมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะจ้องมองไปที่ทรวงอกผุดผ่องที่โผล่พ้นออกมาให้เห็นรำไร อย่างกับมองของหวานไปด้วยกลืนกินอาหารไปด้วย จนหญิงสาวเพิ่งรู้สึกตัว จึงรีบจับขอบเสื้อเข้าหากันแล้วลุกขึ้นยืนปัดเศษไม้ใบหญ้าออกจากกระโปรง แล้วจัดผมเผ้าให้เข้าที่

          โชคดีที่มีถุงของกินมากมาย เธอจึงยกถุงขึ้นมาถือแนบทรวงอกปกปิดของหวงจนมิดชิดก่อนจะตั้งท่าเดินกลับ

          “ฉันกลับบ้านก่อนนะ ลาก่อน” บอกลาจบก็เดินจากสุนัขผู้มีพระคุณไป ทว่าเจ้าสี่เท้าก็ยังเดินตามเธอไปห่างๆ คล้ายจะอารักขาให้สาวน้อยเดินกลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่ทว่าพอเดินใกล้จะถึงบ้าน ก็มีผู้หญิงสองคนมาดักทางเอาไว้เสียก่อน

          “นั่งกี้!

          “คุณหนูมีน!

          กิรณาตกใจไม่น้อยที่จู่ๆก็พบคุณหนูมีนมีนาที่ไม่ชอบหน้าเธอก่อนจะถึงทางเข้าบ้าน

          คนที่คิดว่าตัวเองดีกว่า เหนือกว่า สำรวจมองสภาพของสาวใช้คู่อริตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาหยามหยัน พลางเบ้ปากใส่อย่างรังเกียจเดียดฉันท์

          “นี่แกแอบไปพลอดรักกับใครมาหรือเปล่าเนี่ย สภาพถึงได้ยับเยินแบบนี้”

          “จริงด้วยค่ะคุณหนู ไหนตอบมาซิ ว่าแกไปนอนกับผู้ชายคนไหนมา ฮะ”

          พอบ่าวว่าขี้ข้าพลอยทันที กิรณามองสองสาวที่ไม่ชอบขี้หน้าเธอด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธแต่ก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้นอกจากจะตอบไปตามความจริง

          “กี้ไม่ได้ไปนอนกับใครมา กี้เพิ่งไปทำบุญมา แล้วก็เจอกับพวกคนร้าย แต่มีเจ้าตัวใหญ่มาช่วยไว้ ก็เลยรอดมาได้”

          “ไปทำบุญมา ไหนล่ะบุญ แกนี่ขนาดทำบุญยังไม่ขึ้นเลยนะ กลับได้บาปแทน ว่าไหมลำดวน” มีนมีนายิ้มเยาะ มองสำรวจร่างบางตรงหน้าอย่างสมเพชเวทนา แต่สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับแหวนเพชรงามระยับบนนิ้วนางข้างซ้ายของกิรณาส่องประกายวิบวับจนแยงตาแล้วให้รู้สึกสงสัย ชักสีหน้าเป็นโจทย์ซักฟอกจำเลยทันที

          “นี่แกไปเอาแหวนที่ไหนมาใส่ แกไปขโมยแหวนของฉันมาใส่ใช่ไหมนังกี้ เอาคืนมานะ” ใส่ความพลางกระโจนเข้าแย่งแหวนในมือของกิรณาอย่างหาเรื่อง แล้วดึงเอามาเป็นของตนเองจนได้

          “เอาคืนมานะคุณหนู เอาแหวนของกี้คืนมา” ขอพลางปริ่มจะร้องไห้ และเพราะมัวแต่ปกปิดหน้าอกของตนเอง จึงไม่ทันได้ปกป้องของสำคัญนั้น ได้แต่ร้องวิงวอนขอคืน แต่อีกฝ่ายก็ใจร้าย แถมยิ้มเยาะสะใจเมื่อเห็นคู่อริเริ่มจะมีน้ำตาคลอเบ้า

          “น้ำหน้าอย่างแกเหรอ จะมีปัญญาซื้อแหวนเพชรสวยๆแบบนี้มาใส่ เอ๊ะหรือว่านี่เป็นแหวนพลอย”

          “เอาแหวนของกี้คืนมาค่ะ ได้โปรด” กิรณาพยายามยื้อแย่งด้วยมือข้างเดียว แต่ก็ถูกอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง แล้วโยนของรักของหวงของเธอลงไปในบึงบัวที่อยู่ห่างไกลพอสมควร

          “คุณหนูมีน!” กิรณาตกใจมาก แหวนวงเล็กๆ โยนลงไปในบึงบัวแบบนั้นแล้วจะหาเจอได้ยังไง

          “ถ้าอยากได้คืน แกก็ไปงมเอาเองสิ ฮ่าๆ... กลับเข้าบ้านเถอะลำดวน”

          “ค่ะคุณหนู” แล้วทั้งบ่าวทั้งขี้ข้าก็หัวเราะกันคิกคักอย่างชอบอกชอบใจเมื่อหันไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของอีกฝ่าย

          กิรณาถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ปล่อยโฮออกมาอยู่ตรงนั้นสองสามวินาที ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วรีบเปลี่ยนชุดกลับออกมาที่บึงบัวแห่งนั้น

          ทำไมนะ เพิ่งไปทำบุญมาแท้ๆ แต่ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆพร้อมกันถึงสองเรื่อง แต่ถึงยังไงเธอจะต้องงมหาแหวนที่เป็นของขวัญวันเกิดที่แม่มอบให้เธอให้เจอให้จงได้ ต้องหาให้เจอ

พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงแล้ว ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีหม่น แต่กิรณาก็ไม่คิดย่อท้อ ยังก้มหน้างมหาของขวัญวันเกิดที่แม่ให้ต่อไป จนในที่สุดความมืดสลัวก็เริ่มสยายปีกปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ สาวน้อยจึงได้หยุดค้นหาแหวนเพชรที่จมอยู่ในตมชั่วคราว

          ร่างบางเดินขึ้นมานั่งบนขอบบึงอย่างเหนื่อยล้า น้ำตารินไหล ถ้ากลับบ้านไป ถ้าแม่เห็นว่าไม่มีแหวนอยู่บนนิ้วนางของเธอจะอธิบายให้แม่ฟังยังไง แต่ตอนนี้คงต้องรีบไปทำกับข้าวและของอร่อยๆเตรียมไว้ให้แม่ ส่วนเรื่องแหวน พรุ่งนี้เช้าเธอจะตื่นตั้งแต่เช้าตรู่มางมหาใหม่

          กิรณาเดินคอตกกลับบ้านด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยวโศกเศร้าเสียใจ โกรธมีนมีนาที่กลั่นแกล้งเธอได้ทุกเรื่อง และโกรธครั้งไหนก็ไม่เท่าครั้งนี้ แต่เธอจะทำอะไรพวกเขาได้ หญิงสาวเดินเช็ดน้ำตาป้อยๆไปตามทาง โดยไม่รู้ตัวเลยว่า มีสายตาของใครบางคนมองตามเธอไปจนลับตา ก่อนจะตวัดสายตามองไปยังบึงใหญ่ด้วยแววตานิ่งสงบ แล้วเพ่งไปยังแสงวิบวับที่เปล่งประกายอยู่ใต้ท้องน้ำ


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha