พิศวาสข้ามคืน

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : หลงกล


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


วงตาเฉี่ยวสวยเหมือนดวงตาเนื้อทรายจับจ้องมองที่กระเป๋าสะพายเพราะโทรศัพท์อยู่ข้างในนั้น ก่อนจะหมุนตัวกลับเปลี่ยนเป้าหมายจากห้องน้ำไปที่สตูข้างเตียง ล้วงมือหาที่มาของเสียงร้อง

หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏชื่อคนปลายสาย...ใบหน้างามนิ่วนิดหนึ่ง ก่อนจะสไลด์ลงบนหน้าจอเพื่อกดรับ

“ลิตาคงไม่ได้โทรมาปลุกรันหรอกใช่ไหม?” สุ้มเสียงอีกฝ่ายฟังดูเกรงอกเกรงใจ

“ไม่หรอกจ๊ะ...รันยังไม่นอน เพิ่งกลับมาถึงห้องเมื่อครู่นี้เอง” เธอตอบให้อีกฝ่ายสบายใจ

“วันนี้มีงานเดินแบบหรือ? งานอะไรทำไมเลิกดึกจัง”

“เปล่าจ๊ะ รันไปถ่ายภาพนิ่งโฆษณามา เลยเลิกดึกหน่อย แถมรถพี่เชอเบธยังมาเสียอีก...โชคดีที่ได้เตชินมาส่ง ไม่งั้นป่านนี้อาจจะยังไม่ถึงห้องก็ได้” เล่าไปเหมือนเล่าสู่กันฟังไม่ได้คิดอะไร

แต่ปลายสายกลับเงียบไป เพราะชื่อของใครบางคนกระทุ้งหัวใจอย่างแรง ยืนยันว่าผู้ชายคนนั้นกำลังจะผละจากอกของหล่อน เบนเข้าหาเป้าหมายใหม่คือคนที่อีกปลายสายเป็นเรื่องจริง

“ลิตามีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” ถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปหลายอึดใจ

“แล้วเต เอ่อ...ไปเจอรันกับพี่เชอเบธที่ไหนหรือ?”

อ๋อ! พอดีเตเขาไปดูรันถ่ายโฆษณาน่ะ เห็นว่าเป็นเอเจนซี่ที่เขาถือหุ้นไว้” ตอบไปอย่างอารมณ์ดี ไม่คิดว่ายิ่งทำให้คนปลายสายอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นไปอีก

ชลิตาเม้มปากแน่น บีบโทรศัพท์จนแทบแหลกคามือ หล่อนคงไม่อาจละเว้นโมลิดาได้แล้วสินะ ก่อนที่เพื่อนเคยรักจะงาบผู้ชายของหล่อนไปจริงๆ

“แล้วลิตาโทรหารันดึกๆ อย่างนี้มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?”

“คือว่า...เอ่อ...สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้รันว่างหรือเปล่า?”

อื้ม!....เดี๋ยวขอเช็กตารางงานกับพี่เชอเบธก่อนนะจ๊ะ ลิตามีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?”

“ลิตาอยากขอความช่วยเหลือจากรัน”

“ช่วยเหลือ?” ทวนคำอย่างประหลาดใจ “ช่วยเหลือเรื่องอะไรหรือ?”

“เอ่อ...รันคงรู้เรื่องที่ลิตามีปัญหากับป้าแคทใช่ไหม?”

ป้าแคทที่อีกฝ่ายเอ่ยถึง คือออแกไนซ์คนดังซึ่งถือว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการนางแบบและโฆษณาที่ทุกคนให้ความเคารพนับถือและยำเกรง

“พอรู้มาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้รายละเอียดหรอกนะว่าเป็นเรื่องอะไร”

ชลิตาแอบยิ้ม...นิสัยของโมลิดาคือเป็นคนไม่ค่อยสนใจเรื่องซุบซิบนินทา ถึงได้พลาดเรื่องนี้ไงล่ะ? หญิงสาวจึงเริ่มสะอึกสะอื้น

“ก็เด็กของป้าแคทเขามาชอบลิตา แต่ลิตาไม่ได้เล่นด้วยหรอกนะ ไม่รู้ป้าแคทไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน แกไม่ถามลิตาสักคำมาถึงก็ด่าๆ แล้วประกาศบอยคอทไม่ร่วมงานกับลิตาอีก เท่านั้นไม่พอยังไปดิสเครดิตลิตาให้คนอื่นๆ ฟัง หาว่าลิตาติดผู้ชาย ไม่ยอมทำการทำงาน ไม่มีวินัย ไม่เป็นมืออาชีพ จนใครๆ ก็ไม่กล้าจ้างลิตา เพราะกลัวจะมีปัญหากับป้าแคทไปด้วย” หญิงสาวตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จราวกับว่าคนฟังอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่คุยกันผ่านทางโทรศัพท์

บางส่วนของเรื่องราวที่ชลิตาเล่ามา โมลิดาเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง เธอนึกห่วงเพื่อนแต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ถามไถ่พูดคุยกันเลย เพราะมีงานชุกอยู่เกือบทุกวัน...พอมีเวลาว่างพอจะหายใจหายคอสักหน่อย ก็เป็นต้องถูกเชอเบธเคี่ยวเข็ญให้เข้าฟิตเนส ว่ายน้ำ เข้าคอร์สโยคะ เพื่อจะดูแลรักษารูปร่าง

“ตอนนี้ลิตาไม่มีงานเลย พอไม่มีงานก็พลอยไม่มีเงินด้วย แล้วภาระรายจ่ายของลิตา ทั้งค่าผ่อนรถ ผ่อนคอนโด แล้วยังต้องส่งเสียให้น้องๆ ที่บ้านต่างจังหวัดเรียนหนังสืออีก...ลิตาไม่รู้จะทำยังไง? ไม่รู้จะหาเงินมาจากไหนแล้ว”

“ใจเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะลิตา” หญิงสาวปลอบโยนอีกฝ่าย

“ลิตาใจเย็นไม่ได้แล้ว เพราะไฟแนนซ์กำลังตามยึดรถ ทางนิติบุคคลของโครงการก็จะไล่ออกจากคอนโด ลิตามืดมนจนหนทางไปหมดไม่รู้จะทำยังไงแล้ว...ตอนนี้ก็มีเสี่ยกระเป๋าหนักมายื่นข้อเสนอให้ลิตาไปเป็นเมียเก็บ...”

“อย่านะลิตา” คนฟังรีบปรามไปด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าการแลกเงินกับศักดิ์ศรีด้วยวิธีนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรทำ แต่สำหรับคนจนตรอกแล้วทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด เธอไม่อยากเห็นเพื่อนรักต้องอับจนสิ้นหนทางขนาดนั้น

ชลิตาแอบยิ้มที่โมลิดาหลงเชื่อเธอ ยิ่งสะอึกสะอื้นเล่นบทโศกต่อไปอีก

“ลิตาก็ปฏิเสธไปแล้ว แต่ถ้าสุดท้ายมันไม่มีทางเลือกจริงๆ...ลิตาคง...”

“อย่าคิดอย่างนั้นสิลิตา รันว่าป้าแคทไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไร ถ้าลิตาไปอธิบายความจริงให้แกฟังดีๆ ป้าแคทก็คงจะให้อภัย”

“พูดง่ายแต่มันทำยากนะรัน เพราะงานไหนที่ป้าแคททำ ทีมงานไม่เคยยอมให้ลิตาผ่านเข้าไปคุยกับแกเลยสักครั้ง แถมยังเคยถูกไล่ออกมาอีก” คนเล่าสะอึกสะอื้นหนักยิ่งขึ้น จนคนฟังใจเสีย ทั้งสงสาร และทั้งหนักใจ เพราะถ้าเธอไปเสนอตัวช่วยเต็มที่ ก็อาจจะมีปัญหากับป้าแคทเหมือนกัน

“แล้วนี่รันพอจะช่วยอะไรลิตาได้บ้างล่ะ?”

ชลิตายิ้มอย่างสมใจ เมื่ออีกฝ่ายหลงกลเดินมาเข้าทางและจะตกหลุมพรางเธอในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

“คือตอนนี้มีเอเจนซี่ที่สิงคโปร์ติดต่อลิตาให้ไปถ่ายโฆษณาให้”

“จริงหรือ? ดีจัง รันดีใจด้วยนะ” โมลิดาแสดงความยินดีจากใจจริง

“แต่มันมีปัญหาตรงที่ว่า เขาอยากได้รันมาถ่ายโฆษณาคู่กับลิตา ถ้าไม่อย่างนั้นเขาไม่ตกลงน่ะสิ”

โมลิดานิ่งไปครู่หนึ่ง นึกประหลาดใจเพราะไม่เคยได้ยินข้อเสนอนี้มาก่อน

“แล้วทำไมเขาไม่เคยติดต่อมาที่รันหรือผ่านพี่เชอเบธเลยล่ะ?”

“เอ่อ...อันที่จริง คือยังไงล่ะ?” เธอพยายามคิดหาเหตุผล “คือตอนแรกเขาเลือกลิตาแล้ว และเขาก็อยากหานางแบบไทยอีกสักคน ลิตาเลยเสนอชื่อรันไป แล้วเขาก็สนใจมาก ระบุมาว่า ต้องให้ลิตาถ่ายโฆษณาตัวนี้กับรันเท่านั้นเขาถึงจะยอมตกลง ลิตาถึงมาขอร้องรันให้ช่วยรับงานนี้หน่อยไง”

“อย่างนั้นก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะ ลิตาให้ทางเอเจนซี่ติดต่อมาที่พี่เชอเบธได้เลย แล้วเดี๋ยวรันจะคุยกับพี่เชอเบธเองว่าอยากรับงานนี้”

“ไม่ได้หรอก พี่เชอเบธเกรงใจป้าแคทมาก ถ้ารู้จะต้องไม่ยอมแน่ๆ เขาพวกเดียวกัน”

“แล้วอย่างนั้นรันจะทำยังไงล่ะ? เพราะงานทุกงานที่ทำอยู่ พี่เชอเบธจะเป็นคนดูแลจัดการให้ทั้งหมด”

“ไหนๆ โฆษณานี้ก็ไม่ได้ฉายในประเทศไทย และกว่าใครๆ จะรู้ก็คงอีกนาน รันมาช่วยลิตาหน่อยได้ไหม? อย่าให้พี่เชอเบธหรือใครรู้เรื่องนี้”

ช่างเป็นคำขอร้องที่น่าหนักใจไม่น้อย เพราะเธอได้ตกลงให้เชอเบธเป็นคนดูแลและรับงานให้ แม้จะเป็นแค่สัญญาใจ แต่ผู้จัดการที่นับถือประหนึ่งพี่สาวก็ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่ครั้งเดียว

“ได้โปรดเถอะนะรัน ลิตาขอร้องล่ะ ช่วยลิตาหน่อยเถอะ”

“แต่ว่าพี่เชอเบธ...”

“พี่เชอเบธไม่โกรธรันหรอก...ก็เขาได้เงินส่วนแบ่งจากงานที่รันทำนี่นา แล้วอีกอย่างถึงจะโกรธเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ไปขอโทษทีหลังยังไงพี่เชอเบธก็ต้องใจอ่อนอยู่ดี” หล่อนพยายามหว่านล้อม

“แล้วงานโฆษณาที่ว่าเป็นสินค้าเกี่ยวกับอะไร?” ปลายสายนิ่งไปนาน ก่อนจะถามออกมา

“โฆษณาน้ำแร่เพื่อสุขภาพน่ะ มีขายแต่ที่สิงคโปร์”

“อย่างนั้นก็ต้องไปถ่ายถึงสิงคโปร์เลยสินะ คงเป็นไปไม่ได้หรอก ที่รันจะเดินทางไปไกลขนาดนั้น โดยที่พี่เชอเบธไม่รู้”

“ไม่ๆ โฆษณานี้จะถ่ายกันที่ภูเก็ต”

“ภูเก็ตหรือ?”

“ใช่...ถ่ายทำกันที่ภูเก็ต ถ่ายวันเดียวก็เสร็จ รันแค่บอกพี่เชอเบธไปว่าจะมางานแต่งงานเพื่อน หรืออะไรก็ได้ มาเช้า เย็นก็กลับ ไม่ได้เสียเวลาอะไรมาก ถือว่ารันได้ช่วยชีวิตลิตา”

“แล้วเรื่องสัญญาล่ะเป็นยังไง?” ถามหลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เรื่องสัญญาไม่ต้องห่วงนะ เพราะเพื่อนของลิตาช่วยดูให้แล้ว สัญญาแค่ปีเดียวเท่านั้น และที่สำคัญค่าตอบแทนดีมาก” ดีมากอย่างคาดไม่ถึงทีเดียวเชียวแหละ

เงินตั้งสิบล้านบาท แลกกับการขึ้นเตียงกับผู้ชายหล่อเหลา ไม่ใช่พวกอาเสี่ยพุงหลาม หัวล้านเหม็นสาบอย่างที่เคยยื่นข้อเสนอให้หล่อน ที่ทั้งน่ารังเกียจ ขยะแขยง หากหล่อนเป็นโมลิดาคงไม่รอช้า รีบกระโดดตามมหาเศรษฐีหนุ่มนั่นขึ้นเตียงไปตั้งแต่ได้รับข้อเสนอครั้งแรกนั่นแล้ว แต่ยัยนี่คงจะโง่ หรือไม่ก็หวังจะอัพค่าตัวให้ได้ราคาดีกว่านั้น

แต่ก็นั่นแหละ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด พ้นสุดสัปดาห์นี้ โมลิดา ปรีชามาศ จะไม่มีหน้ามาหัวร่อต่อกระซิกกับเตชินของหล่อนได้อีกเป็นแน่ และหล่อนไม่ได้คิดแค่จะกำจัดโมลิดาให้พ้นจากเส้นทางรัก แต่แม่นั่นจะไม่มีวันได้กลับมาเชิดหน้าชูคอหราบนแคทวอร์กอย่างสง่างามได้อีกต่อไป

+++++++++

 

“แต่งงาน”

“ค่ะ...ใช่ งานแต่งงาน”

“แต่ว่าวันศุกร์มีนัดแคสติ้งโฆษณาครีมทาผิวนะคะ” เชอเบธแย้งหน้าบึ้ง

คนโกหกรู้สึกหนักใจ แต่ก็พยายามทำให้แนบเนียน ไม่ให้ถูกจับได้ เพราะสงสารชลิตาที่ตอนนี้ฝากความหวังไว้กับเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น

“โธ่...พี่เชอเบธขา รันไปแคสติ้งตั้งหลายครั้ง ก็ไม่เคยได้ ไม่ไปสักครั้งก็คงไม่เป็นไรหรอกนะคะ”

“แต่พี่เสียดายโอกาสนะรัน อย่างน้อยก็น่าจะไปร่วมแคสสักหน่อย ถ้าทำเต็มที่แล้วไม่ได้ก็ว่าไปอย่าง”

“เพื่อนรันไม่ได้จะแต่งงานบ่อยๆ ชีวิตหนึ่งก็แค่ครั้งเดียวเอง”

เชอเบธค้อนปะหลับปะเหลือกอย่างเสียไม่ได้กับข้ออ้างของอีกฝ่าย

“แล้วทำไมถึงได้แต่งปัจจุบันทันด่วนอย่างนี้ เพื่อนน้องรันนี่ท้องก่อนแต่งด้วยหรือเปล่าคะ?” อดไม่ได้ที่ซักไซ้ถามอย่างสงสัยปนใคร่รู้ ก็จู่ๆ โมลิดามาบอกว่าหล่อนว่าจะต้องบินด่วนไปภูเก็ตเพื่อไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนอย่างกะทันหันไม่บอกกล่าวล่วงหน้า คิวงานก็ลงในตารางไว้เรียบร้อย แม้จะไม่ใช่งานสำคัญ แต่ก็อดจะเสียดายแทนไม่ได้

หญิงสาวได้แต่ยิ้มแหยๆ เพราะไม่อยากโกหกมากไปกว่านี้

“แล้วเพื่อนชื่อเจนจิราอะไรนี่ สนิทกันมากเลยหรือไง ทำไมพี่ไม่เคยได้ยินพูดถึงเขามาก่อนเลย”

“ก็...เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมน่ะค่ะ สนิทกันพอสมควร”

“แล้วทำไมเขาต้องไปแต่งไกลถึงภูเก็ต ก็เราเป็นคนเพชรบุรีไม่ใช่เหรอ?”

อื้ม! คือแฟนเจนเขาเป็นคนภูเก็ตน่ะค่ะ”

อ้าว! แล้วงานแต่งงานนี่ไม่ได้จัดขึ้นที่บ้านเจ้าสาวหรอกหรือไง?” ที่ว่าเชอเบธเป็นคนรอบคอบ แต่ก็ไม่คิดว่าจะช่างสงสัยซักไซ้ไล่เลียงเสียจนกำลังจะต้อนให้เธอจนมุมขนาดนี้

“คือว่างานแต่งงานจัดขึ้นสองที่นะค่ะ ไปจัดที่บ้านเจ้าบ่าวด้วย”

“แต่เราเป็นเพื่อนเจ้าสาว พี่ว่าน่าจะเลือกไปงานที่จัดบ้านเจ้าสาวมากกว่า อีกอย่างขับรถไปเพชรบุรีก็ใกล้กว่าตั้งเยอะ” เชอเบธออกความเห็น

“เพื่อนๆ เขานัดเจอกันที่นั่นนี่คะ แล้วไปภูเก็ตนั่งเครื่องบินไปชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว ไปเช้าเย็นกลับเองค่ะ” พูดออดๆ พร้อมกับเข้ากอดร่างอวบอ้วนของอีกฝ่ายประจบ

“งั้นก็ได้จ๊ะ เดี๋ยวพี่จองตั๋วเครื่องบินให้ สุดสัปดาห์เสียด้วยสิ ไม่รู้จะมีตั๋วเหลือสักสองที่ไหม?”

โมลิดาตาโตขึ้นมา

“พี่เชอเบธไม่ต้องไปด้วยกันหรอกนะคะ” เพราะขืนเชอเบธไปด้วยกัน ความลับเป็นได้แตกกันพอดี เธออยากช่วยเหลือชลิตาจริงๆ เพราะตอนนี้อีกฝ่ายกำลังตกที่นั่งลำบาก โดยไม่รู้เลยว่า ความปรารถนาดีมีน้ำใจในครั้งนี้ จะทำให้เธอเป็นฝ่ายตกที่นั่งลำบากเสียเองในภายหลัง

อ้าว! แล้วใครจะคอยดูแลคุณน้องล่ะคะ ถึงจะไม่ได้ออกงานใหญ่ๆ แต่เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะนะคะ เดี๋ยวเสียชื่อท็อปโมเดลหมด”

“ค่า รันจำได้ แต่ว่างานนี้มีแต่เพื่อนๆ รันที่พี่เชอเบธไม่รู้จักเลยสักคน รันเกรงใจค่ะ อีกอย่างพี่เชอเบธทำงานไม่เคยได้หยุดเลย จะได้เอาเวลาไปพักผ่อน นวดหน้า เข้าสปา หรือจะช้อปปิ้งไงล่ะคะ”

เชอเบธปรายตาค้อนนิดๆ ก่อนจะพยักพเยิดหน้ายินยอมในที่สุด

“ก็ได้ค่ะ แล้วอย่าลืมว่าวันเสาร์ตอนเย็นมีนัดเดินแบบของห้องเสื้อมิถิลา วันอาทิตย์มีงานอีเว้นต์ของป้าแคท”

“ค่ะ รันจำได้ไม่ลืมแน่ๆ ขอแค่วันเดียวเท่านั้น”

บอกพร้อมกับยิ้มประจบ เมื่ออีกฝ่ายผงกหน้าอย่างเสียไม่ได้ โมลิดารู้สึกโล่งใจและดีใจที่จะได้ช่วยเหลือชลิตา แม้ว่าพักหลังมาจะไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมด้วยเหมือนเก่าก่อน แต่ความเป็นเพื่อนยังไงก็ไม่มีวันจะเปลี่ยนแปลง

+++++++++

ลิตารอคอยโมลิดาอย่างกระวนกระวายใจ หล่อนกลัวว่าอีกฝ่ายจะมาไม่ได้ แม้ว่าโมลิดาจะรับปากไว้เป็นดิบดีแล้วก็ตามทีเถอะ

หล่อนเดินทางมาถึงภูเก็ตล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวานนี้ เพื่อติดต่อกับเลขาของนิโคไล ถึงเรื่องเวลาและสถานที่นัดหมายรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ช่วงนี้หล่อนไม่มีงานเพราะถูกขึ้นแบล็กลิสต์หลังจากไปมีปากเสียงกับป้าแคท ถึงได้ว่างงานเป็นพิเศษแถมคนที่คบหาและใช้เวลาด้วยกันอย่างเตชินก็กำลังตีตัวออกห่าง เขาอ้างว่าจะต้องฝึกซ้อมแข่งรถอย่างหนัก ทั้งที่จริงแล้วกำลังเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ไปคั่วโมลิดาอยู่ต่างหาก

คำว่า...ถูกทิ้ง ดังแว่วอยู่ในหูของหล่อนทุกค่ำคืนและเหมือนจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หากยังไม่เร่งลงมือทำการตัดไฟเสียแต่ต้นลม

ก่อนหน้านี้ หล่อนกับโมลิดาเป็นเพื่อนรักเพื่อนใคร่สนิทกันมาก เพราะมีผู้จัดการคนเดียวกันคือเชอเบธ แต่เชอเบธลำเอียง เอาใจใส่และหางานให้โมลิดามากกว่า จนได้งานพรีเซนเตอร์สินค้าหลายตัว และยังได้เดินแบบชุดฟินาเล่ของห้องเสื้อดังๆ หลายแห่ง ในขณะที่หล่อนหากได้งานโฆษณาก็เป็นเพียงแค่เอ็กซตร้า งานเดินแบบก็ไม่ได้มีทุกวัน และส่วนมากเป็นงานที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย ทั้งที่รูปร่างหน้าตาของหล่อนก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าโมลิดาเลยสักนิด

และที่หล่อนทนไม่ได้ จนกลายมาเป็นฟางเส้นสุดท้ายก็คือเรื่องที่เชอเบธชอบเข้ามาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ทั้งเรื่องห้ามเที่ยวกลางคืน และยังจะเรื่องการคบหาเพื่อนชาย แต่กลับไม่เคยห้ามโมลิดาเลย ไม่ว่าฝ่ายนั้นจะมีข่าวกับพระเอกละคร หรือนายแบบต่างชาติที่หล่อนแอบหมายตาไว้ เชอเบธก็ดูจะเห็นดีเห็นงามและพร้อมสนับสนุน จนโมลิดาถูกสื่อตั้งฉายาว่าเป็นคาสโนวี่แคทวอร์ก เนื้อหอมเจ้าเสน่ห์

เมื่อไม่อยากทนอึดอัดใจ สุดท้ายหล่อนก็เลยขอฉีกสัญญาใจต่างคนต่างแยกย้ายกันไป เมื่อหล่อนหันมารับงานเอง ก็ดูเหมือนว่างานที่มีจะลดน้อยไปเรื่อยๆ ในขณะที่ฝ่ายโมลิดากลับมีชื่อเสียงทุกขณะ จนได้รับการโหวตให้เป็นนางแบบติดอันดับ ท็อปไฟฟ์ของเมืองไทยในปีที่ผ่านมา แถมยังได้ดิบได้ดีขนาดได้เซ็นต์สัญญาร่วมงานกับโมเดลลิ่งต่างประเทศ

หล่อนอยากสร้างกระแสให้ตัวเองเป็นที่สนใจ เมื่อมีจุดขายคือรูปร่างอยู่แล้ว จึงเบนเข็มหันมารับงานถ่ายแบบแนวเซ็กซี่ และก็ได้รับการตอบรับเป็นอันดี จากชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่ จนตอนนี้ยอมใจกล้าถอดหมด และนั่นเองเป็นจุดที่ทำให้เตชินสนใจในตัวหล่อนจนได้มาคบหากันอย่างลับๆ

เขาเป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อม รูปหล่อพ่อรวย โปร์ไฟล์ดี และอีกไม่นานนี้เขากำลังจะตามรอยผู้เป็นพ่อลงรับเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น อนาคตอันสดใสของเขากำลังจะก้าวหน้ารุ่งโรจน์ และหล่อนก็หวังว่าตัวเองจะเป็นผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างเขาในวันนั้นข้างหน้า แต่ด้วยข้อตกลงที่ว่า หล่อนและเขาจะไม่ผูกมัดกันและกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีหน้าตาชื่อเสียงในสังคม ความสัมพันธ์นี้จึงถูกปกปิดมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน จากที่เคยมั่นอกมั่นใจเสมอว่าจะทำให้ชายหนุ่มลุ่มหลงอย่างโงหัวไม่ขึ้น ตอนนี้ความรู้สึกที่ว่าเลือนหายไปจนแทบไม่เหลือ

เมื่อจู่ๆ เตชินก็ทำตัวห่างเหิน ราวกับได้ก้าวเดินออกไปจากชีวิตของหล่อนแล้ว จนมีข่าวแว่วๆ มา ว่าลูกชายนักการเมืองดังกำลังขายขนมจีบนางแบบแถวหน้าของเมืองไทยที่กำลังจะโกอินเตอร์ และชื่อของโมลิดาก็ปรากฏหราคู่กันในข่าวกับผู้ชายของหล่อน

ซึ่งชลิตาไม่มีวันยอมเด็ดขาด...เดิมพันครั้งนี้มีค่าสูงเหลือเกิน และต่อให้ต้องแลกกับอะไรทั้งหมด ผู้ชายชื่อเตชิน วินธวัฒน์ คือสิ่งสุดท้ายที่หล่อนจะยอมสูญเสีย

อะไรยังไม่น่าเจ็บใจเท่า ผู้หญิงคนใหม่ของเขา คือเพื่อนรักของหล่อน คนที่แย่งทุกๆ อย่างไปจากหล่อนสำเร็จ แต่ครั้งนี้ ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยนไป

โชคช่วยเมื่อหล่อนได้ยินชื่อของนักธุรกิจหนุ่มชาวต่างชาติที่กำลังสนใจโมลิดา ถึงขั้นเสนอเงินจำนวนมากเพื่อขอทานอาหารด้วยหลุดจากปากของเชอเบธขณะโต้เถียงกัน ชลิตาก็หูผึ่งทันที และรีบไปสืบประวัติของ นิโคไล ชิเชนนิคอฟ จนได้รู้ว่ามีแต่ผู้ชายคนนี้นี่แหละที่เหนือกว่าเตชินทุกอย่าง และอาจเป็นคนเดียวที่ทำให้โมลิดายอมผละไปจากอกคู่ขาของหล่อนได้...แผนการนี้ผุดขึ้นในหัวอย่างรวดเร็ว หล่อนเริ่มดำเนินการอย่างเงียบเชียบ เพื่อขจัดศัตรูหัวใจออกไปให้พ้นทาง

และในตอนนี้หัวใจของชลิตากำลังเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ กลัวว่าโมลิดาจะเบี้ยวนัดที่รับปากไว้เสียดิบที...ถ้าเป็นเช่นนั้นทุกอย่างที่วางไว้จะพังพินาศไปหมด

แต่แล้วก็เหมือนซาตานจะเข้าข้างเธอบ้าง เมื่อปรากฏร่างสูงโปร่งของหญิงสาวผมดำขลับยาวสยายสวมแว่นกันแดดอันโตพร้อมหมวกแก็ปอำพรางใบหน้า เดินปะปนมากับชาวต่างชาติที่บินมาเที่ยวภูเก็ต หล่อนก็ใจชื้นขึ้นมาทันที

“รัน...ทางนี้” รีบโบกมือเรียกอย่างยินดี

โมลิดายิ้มให้เพื่อนก่อนจะรีบเดินตรงมาหาเพื่อนในทันที มือเรียวเลิกแว่นกันแดดขึ้นคาดผม เปิดใบหน้าใสอ่อนวัยเหมือนสาวรุ่น เพราะเจ้าตัวดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี แถมยังมีเชอเบธคอยเคี่ยวเข็ญให้ทานอาหารมีประโยชน์ เป็นเวลา และพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งผิดกับหล่อนที่ดูทรุดโทรมเหลือใจ

“ลิตามารอรันนานแล้วหรือ?”

“สักชั่วโมงหนึ่งได้...การเดินทางเป็นยังไงบ้าง?”

“ก็ดีจ๊ะ...พี่เชอเบธขับรถมาส่งแต่เช้า บ่นเป็นหมีกินผึ้งเชียว เพราะรถติดเอามากๆ สงสัยเพราะเป็นช่วงวันหยุดด้วยมั้ง?”

“แล้วพี่เชอเบธไม่สงสัยอะไรใช่ไหม?” ถามในเรื่องที่กังวลใจ

“ไม่จ๊ะ...รันก็บอกไปตามลิตาแนะนำนั่นแหละ ยอมผิดศีลห้าเพื่อลิตาเลยนะนี่” ยิ้มหวานบอกกับเพื่อน

ชลิตาจับมืออีกฝ่ายไว้ บีบเบาๆ อยากจะตื้นตันใจอยู่หรอก แต่หล่อนสะใจเสียมากกว่า

นังโง่เอ๊ย!

“ขอบใจมากนะรัน...รันช่วยชีวิตลิตาไว้”

“พูดอะไรอย่างนั้น...รันไม่ได้มาทำงานฟรีๆ เสียหน่อย อีกอย่างลิตาเป็นเพื่อนรักของรัน มีอะไรช่วยได้ เราก็ต้องช่วยกันสิ...จริงไหม?” คำพูดอย่างจริงใจ ทำให้คนฟังที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์สะอึกอยู่ในใจ ชลิตารีบปัดความคิดฝ่ายดีที่อาจจะทำให้หล่อนเปลี่ยนใจทิ้งไปเสีย เพราะถ้าขืนเปลี่ยนใจในตอนนี้ คนที่จะตกที่นั่งลำบากจะเป็นหล่อนเสียเอง ที่เสียทั้งแฟน แถมยังถูกนิโคไลไล่ล่าค่าที่ไปหลอกลวงเขาเข้า

“แล้วจะเริ่มงานกันกี่โมง? นัดที่ไหน? ทำไมไม่เห็นมีใครมารับสักคนเลยล่ะ?” ถามอย่างประหลาดใจ เมื่อมองหาทีมงานไม่เห็นใครเลยสักคน นอกจากเพื่อนรักที่มารับ

“กองถ่ายจะเริ่มตอนค่ำนู่นแน่ะ เขาอยากให้ลิตากับรันไปอาบน้ำแร่ แช่น้ำนม เพื่อตัวจะได้หอมๆ ผิวจะได้สวยๆ ผ่อนคลาย” ว่าอย่างกระตือรือล้น เรียกเสียงหัวเราะขบขันจากคนฟังได้

“ที่สิงคโปร์มีทีวีรุ่นมีกลิ่นแล้วหรือ? ถึงอยากให้นางแบบตัวหอมๆ น่ะ” ถามกระเซ้า

ชลิตารู้ตัวว่าพูดมากไป เกรงจะเป็นพิรุธให้อีกฝ่ายจับได้ จึงแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน

“ลิตาจองคอร์สสปาไว้แล้วล่ะ เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันก่อน แล้วค่อยไปนวดเนื้อนวดตัวให้ผ่อนคลาย รันนั่งเครื่องบินมาคงปวดเมื่อยบ้างแหละใช่ไหม?”

“ก็แค่ชั่วโมงนิดๆ เอง ไม่ถึงกับเมื่อยหรอกจ๊ะ ต้องขอบคุณคอร์สโยคะร้อนที่พี่เชอเบธเคี่ยวเข็ญให้รันไปอย่างสม่ำเสมอนั่นแหละ” คำพูดชื่นชมอดีตผู้จัดการส่วนตัวทำให้หล่อนนึกหมั่นไส้ไปถึง

เดี๋ยวเหอะ...พอพ้นสุดสัปดาห์นี้ไป ทั้งผู้จัดการคิวทองและนางแบบน้องรักเป็นได้กอดคอกันตกงานแน่ๆ เตรียมโบกมืออำลาชีวิตที่รุ่งโรจน์สดใสบนแคทวอร์กที่แกรักได้แล้ว...นังโมลิดา

และเมื่อคิดเช่นนั้น ก็ทำให้หล่อนแทบจะรอคอยวันหายนะของทั้งสองคนไม่ไหว

“มาภูเก็ตทั้งที เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า” ว่าพร้อมฉุดท่อนแขนเรียวเดินลิ่วเพื่อออกจากอาคารพักผู้โดยสารสนามบิน “รันอยากกินอะไรบอกมาได้เลยนะ ลิตาเลี้ยงเอง” บอกอย่างอารมณ์ดี

“อยากกินหลายอย่างเลย ภูเก็ตมีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้น เสียดายจัง อยู่แค่วันเดียวเอง” เจ้าตัวโอดอย่างแสนเสียดาย ในขณะที่คนฟังยิ้มกระหยิ่มใจ

กินให้เยอะๆ ตุนแรงไว้ให้มาก เพราะกิจกรรมที่รออยู่ในค่ำคืนนี้ อาจจะทำให้แกคลานลงมาจากเตียงแทบไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ นังโมลิดา

 

 

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอ....คือซุปเปอร์โมเดลสาวที่มีชีวิตสุดแสนจะเพอเฟ็ค แต่เวลาเพียงชั่วข้ามคืนกับผู้ชายแปลกหน้า กลับเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


เพื่อนเลวว!!
โดย Anonymous | 1 year, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha