พิศวาสข้ามคืน

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : สถานการณ์พลิก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ริมทะเลที่ห่างไกล คือบ้านของตาและยายที่จังหวัดเพชรบุรี สถานที่เงียบสงบและจะไม่มีใครมาตามล่าหาความจริง ...ความจริงที่เธอไม่รู้จะตอบผู้คนว่าอย่างไรดี กับข้อสงสัยถึงผู้ชายปริศนาในรูปที่กอดจูบกับเธอในสระน้ำ

สามปีในวงการนางแบบ ไม่ทำให้เธอเข้มแข็งหรือกล้าแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับข่าวฉาวพรรค์นี้ได้ แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีข่าวว่าเธอคั่วทั้งนายแบบต่างชาติ ควบพระเอกละคร แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ความจริง ทุกอย่างก็เลือนหายไปคล้ายกับหมอกควัน ผิดกับวันนี้ ทั้งภาพข่าวฉาว ยืนยันด้วยคลิปภาพเคลื่อนไหวที่คมชัดทั้งภาพและเสียง กำลังมัดตัวเธอแน่น จนไม่อาจปฏิเสธว่านั่นไม่ใช่เธอ

นี่เธอจะต้องจบอนาคตนางแบบของตัวเองเพียงเท่านี้นะหรือ? ความฝันที่สู้ฝ่าฟันไขว่คว้ามมาหลายปี เพื่อจะได้มายืนอย่างงามสง่าอยู่บนเวที ท่ามกลางแสงไฟ พรีเซนต์เสื้อผ้าที่สวมใส่ให้ขายได้ แลกกับการออกกำลังกายอย่างหนัก ควบคุมโภชนาการเข้มงวด ยอมให้ใครต่อใครมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว...ก็เพื่อฝันที่จะเป็นนางแบบ

แต่เพียงความผิดพลาดครั้งเดียวในชีวิต ที่หลงไปเชื่อใจ และมีน้ำใจจะให้ความช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก จนถูกหลอกให้ไปเสียตัว แค่นั้นเธอก็เสียใจไม่รู้เท่าไหร่ กว่าจะทำใจลบลืมไปเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอภาพฉาวเหล่านั้นปรากฏต่อสายตาสาธารณชน ก็ถูกคนกร่นด่า ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์เสียๆ หายๆ ไปต่างๆ นาๆ ถูกมองด้วยสายตาดูแคลน ถูกซุบซิบนินทา ซึ่งคนอย่างโมลิดา ปรีชามาศไม่อาจรับมือและทนต่อความกดดันอย่างนั้นได้

น้ำตาที่เหือดไปหลายครั้ง กลับมาไหลอีกแล้ว การประสบความสำเร็จในขณะที่อายุยังน้อย ทำให้เธอเคยทระนงตนว่าเป็นคนเก่ง เข้มแข็ง แกร่งพอที่จะดูแลตัวเองและจัดการเรื่องยุ่งยากหลายๆ อย่างในชีวิตได้

แต่ตอนนี้โมลิดารู้แล้วว่า เธอก็แค่มนุษย์ที่อ่อนแอ และแคร์ต่อผู้คน ไม่อยากถูกจับจ้องมองหรือนินทาว่าร้ายในทางเสียๆ หายๆ ที่สำคัญกว่านั้น ครอบครัวที่เลี้ยงเธอมาอย่างดี ก็ต้องพลอยมารับผลกรรมกับการกระทำที่ไม่ตั้งใจของเธอไปด้วย

นี่เธอจะไม่มีทางกลับมายืนหยัดอย่างสง่างามในทางสายอาชีพที่รักได้อีกแล้วอย่างนั้นหรือ?

ยิ่งคิดยิ่งเสียใจ บ่าน้ำตาก็ไหลไม่หยุดทุกที

+++++++++

 

“เฮ้อ! คิดแล้วว่าจะต้องมาอยู่ที่นี่”

เชอเบธเอ่ยออกมาอย่างโล่งใจ ที่ในที่สุดก็ตามหาตัวโมลิดาเจอเสียที

มรสุมข่าวฉาวที่กระพือว่องไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว ทั้งหล่อนและนางแบบที่ดูแล

ความจริงมันจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ ใครสนกัน ในวงการที่ชื่อก็บอกว่ามายา สามารถพลิกดำเป็นขาว และพลิกขาวเป็นดำ นางเอกนิสัยแย่ยิ่งกว่านางร้ายมีเกลื่อนวงการ ในขณะที่นางร้ายตัวจริง เข้าวัดทำบุญถือศีลกินเจ

เช่นนั้นแล้วหล่อนจึงไม่เชื่ออะไรถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง และไม่ได้ยินกับหูตัวเอง และต่อให้แม้เรื่องนี้เป็นความจริง หล่อนก็ต้องหาทางพาโมลิดากลับมาเชิดหน้าอย่างสง่างามอีกครั้งให้ได้

“ตั้งแต่มาถึงก็เอาแต่เก็บตัวเงียบๆ ไม่พูดไม่จาอะไรกับใครเลย” ผู้เป็นยายของนางแบบสาวเล่า สีหน้าสีตาดูทุกข์อกทุกข์ใจอยู่ไม่น้อย

“คุณยายได้เห็นข่าวของน้องรันรึยังคะ?”

“ก็เห็นพร้อมๆ กับตานั่นแหละ แต่ยายไม่เชื่อหรอกนะ หลานยายเลี้ยงมาดี ไอ้ที่จะทำตัวออกนอกลู่นอกทางอย่างนั้นคงไม่มีแน่ ยกเว้นเสียแต่จะโดนจัดฉากหรือภาพตัดต่อ” ว่าอย่างใส่อารมณ์เชื่อมั่นในคนของตนอย่างเหลือเกิน

เชอเบธตาโตขึ้นมา ก่อนจะยิ้ม

“นั่นสิคะคุณยาย พูดถูกก็ถูกอีก ภาพตัดต่อ จัดฉาก” หล่อนเอ่ยออกมาอย่างหาทางออกของเรื่องยุ่งๆ นี่ได้

“ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงทำไมเจ้ารันมันถึงได้ทุกข์นักทุกหนาละยาย” ผู้เป็นตาถามขึ้นมาอย่างอดสงสัยไม่ได้

เอ๊ะ! ตา นี่หาว่าหลานทำตัวไม่ดีงั้นหรือ?”

“เปล่านะ ฉันไม่ได้ว่า ก็แค่สงสัย เพราะคนอย่างหลานตาช่วย เรื่องขี้ปะติ๋วพวกนี้ไม่ทำให้สะเทือนซางได้หรอก มันต้องกล้าลุกขึ้นมาสู้หน้าความจริง ทำก็ว่าทำ ไม่ทำก็ปฏิเสธแล้วฟ้องกลับไอ้พวกคนปล่อยรูปไปเลย”

“วะ ก็ถ้ามันทำจริงจะไปฟ้องเขาเรื่องอะไร?”

“ก็ฟ้องที่มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลไงล่ะยาย คนเขาจะไปทำอะไรกัน ไม่ใช่เรื่องคนอื่นที่จะเข้าไปสาระแนสอดรู้สอดเห็น แล้วหลานเรามันก็บรรลุนิติภาวะแล้ว จะมีแฟนหรือจะมีผัวมันจะแปลกอะไร ดูแต่นังเด็กแถวนี้ พอแตกเนื้อสาวเข้าหน่อยก็ไม่ยอมไปโรงเรียน หนีตามผู้ชาย ไม่นานก็มีลูกกันหัวปีท้ายปี แต่เจ้ารันนี่ถึงทำงานก็ยังขยันจะไปเรียนหนังสือ แล้วเรียนมหาวิทยาลัยเปิด เขาไม่ได้ห้ามคนมีผัวเรียนเสียหน่อยนี่นา” ผู้เป็นตาว่าพร้อมตบเข่าฉาดประกอบฉาก

“เริ่ดค่ะ...คุณตาเริ่ดมาก” เชอเบธปรบมือรัวๆ ก่อนจะยกนิ้วโป้งสองนิ้วให้คุณตาบุญช่วยที่พลอยชี้ทางสว่างให้หล่อนด้วย คิดออกแล้วว่าวิธีไหนที่จะทำให้โมลิดาพ้นข้อกล่าวหามาอย่างเนียนๆ ไม่ว่าเรื่องภาพหลุดจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ตาม

“เดี๋ยวยังไงเชอเบธขอไปคุยกับน้องรันก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็ขอตัวจากสองตายาย เดินไปหาหญิงสาวที่ยืนทอดอารมณ์เศร้าอยู่ริมทะเลเพียงลำพังด้วยความหวังที่จะพานางแบบในสังกัดกลับสู่แคทวอร์กอย่างงามสง่าอีกครั้งหนึ่ง

+++++++++

 

“คุณโมลิดาจะแถลงข่าวเรื่องภาพหลุดที่งานแฟชั่นโชว์แห่งหนึ่งในวันพรุ่งนี้ครับเจ้านาย”

ยูไลรายงานความคืบหน้าข่าวของนางแบบสาว หลังจากที่เธอสาวหายตัวไปนานนับสัปดาห์ โดยยกเลิกงานทั้งหมดที่รับไว้ จนเกิดระส่ำระสายและยิ่งตอกย้ำข่าวที่เกิดขึ้นว่ามีเค้าลางความจริง

ดวงตาสองสีของคนฟังฉายแววครุ่นคิด สามวันแล้วที่เขาเดินทางมาถึงเมืองไทย เรียกว่าทันทีที่รู้ข่าวก็รีบตรงดิ่งมาที่นี่ และคิดว่าตัวเองควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือหญิงสาว

หากอะไรสักอย่างที่ว่า เขาก็ยังคิดไม่ออก เมื่อเจ้าตัวเล่นหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้จะให้คนของเขาตามสืบดู ก็ไม่ได้อะไรคืบหน้า จนกระทั่งข่าวล่ามาเร็วที่ยูไลเพิ่งแจ้งให้ทราบ

หากหญิงสาวยอมปรากฏตัวพร้อมกับการแถลงข่าวเป็นทางการเช่นนี้ แสดงว่าเธอคงหาทางออกของเรื่องนี้ได้แล้วกระมัง และเขาก็อยากรู้ด้วยว่า ทางออกที่เธอเลือกนั้นคือทางไหน

ยอมรับความจริง...แน่นอนว่านักข่าวคงไม่ลดละเรื่องผู้ชายปริศนาในรูป และเธอจะตอบพวกเขาว่ายังไง?

หรืออีกทางหนึ่งก็คือปฏิเสธ...ซึ่งก็คงจะสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้คนฟังไม่น้อย เพราะทั้งภาพและเสียงค่อนข้างชัดเจนเสียขนาดนั้น

“นายว่าเธอจะตอบนักข่าวว่ายังไง?”

“ถ้าเป็นผม ผมคงยอมรับความจริง เพราะจากคลิปที่พวกเราเห็นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเธอจริงๆ” ยูไลให้ความเห็น นิโคไลตวัดสายตามองคนตอบอย่างครุ่นคิดตาม

“ส่วนเรื่องผู้ชายที่อยู่ด้วยกันในคลิปก็อาจจะหาใครสักคนมาอ้างว่าเป็นคนรัก และกำลังคบหากันอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกนี่ครับที่คนสวยๆ อย่างเธอจะมีแฟน”

“แล้วชื่อเสียงเธอล่ะ?”

“คนรักกันจะมีอะไรกันมันเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่ในสังคมไทยอาจจะไม่ค่อยยอมรับตรงที่พวกเขาไม่ได้แต่งงานกันก็เท่านั้น แต่มันจะช่วยให้ข่าวนี้จบลงอย่างรวดเร็ว และคนก็จะไปสนใจข่าวอื่น ถึงเวลานั้นเธอจะเลิกหรือจะคบกับผู้ชายคนนั้นก็ไม่สำหลักสำคัญอะไร และผมได้ยินว่า ตอนนี้มีลูกชายนักการเมืองดังกำลังตามจีบเธออยู่ และทุกคนก็กำลังสงสัยว่าจะเป็นผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เจ้านาย” และเขาก็คิดว่าเมื่อเจ้านายของเขาลอยตัวอยู่เหนือปัญหา นิโคไลก็น่าจะกลับมาสนใจทำงานทำการแบบเดิม

ร่างสูงลุกพรวดอย่างลืมตัว เขารู้สึกหน้าชาคล้ายโดนต่อย ดวงตาหรี่ลง ส่ายหน้าเบาๆ

เขาจะยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือ? ถ้าโยนเรื่องที่ตัวเองทำไปให้ผู้ชายอื่นรับผิดชอบ ถึงผู้ชายคนนั้นจะรักเธอก็เถอะ และไม่รู้สิ เสียงเล็กๆ ในความคิด ตะโกนประท้วงขึ้นมาว่า เขาไม่มีวันยอมให้ผู้ชายคนไหนมาชุบมือเปิบเอาเธอไปเพียงเพราะสถานการณ์นี้แน่ๆ

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร และเกี่ยวข้องยังไงกับเธอ?”

“เท่าที่ผมสืบทราบมา ผู้ชายคนนี้เคยคบกับนางแบบชลิตา แต่ไม่เป็นที่เปิดเผย” เรื่องราวพวกเธอกับเขา เรื่องของเราสี่คนจะเป็นเหมือนงูกินหาง เขาคือคนที่อยู่นอกวงและถูกดึงให้ไปเกี่ยวกับเรื่องนี้

“เจ้านายจะทำยังไงต่อไปครับ?” ยูไลถาม เมื่อเรื่องออกมาเช่นนี้ ก็ดูเหมือนเจ้านายของเขาจะพ้นผิด

“งานแถลงข่าวมีขึ้นที่ไหน?”

ยูไลบอกชื่อโรงแรมห้าดาวกลางกรุงแห่งหนึ่ง

“เจ้านายจะไปร่วมงานนี้ด้วยหรือครับ?”

แล้วเขาจะพลาดมันได้ยังไงล่ะ?

“บอกเจสซี่ให้เธอเอาแหวนเพชรที่สวยและแพงที่สุดในร้านมาให้ฉันเลือกหน่อย”

คำสั่งที่ได้ทำให้ยูไลฉงนใจไม่น้อย กำลังคาดเดาว่าเจ้านายของเขากำลังคิดจะทำอะไรอยู่

+++++++++

 

น้องรันกำลังมีความรัก แต่ยังไม่อยากพูดเรื่องนี้กับใคร เพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคนนอกวงการ ส่วนเรื่องภาพหลุด ก็บอกไปว่าไปกันหลายคน เพื่อนๆ กับผู้จัดการส่วนตัวก็ไปด้วย และมีหนึ่งในกลุ่มเพื่อนหวังดีแต่จุดประสงค์ร้าย แอบถ่ายภาพนี้เอาไปขายกับสื่อ โดยได้ตัดคลิปมาเพียงช่วงสั้นๆ ไม่ใช่ทั้งหมดซึ่งในส่วนของคลิปที่ปรากฏอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้  ทั้งๆ ที่คลิปภาพหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไร ไม่สามารถเอามาเป็นประเด็นได้ เขาถึงได้ตัดมาเป็นคลิปสั้นๆ แค่นั้น และตอนนี้คนทำได้สำนึกผิดและมาขอโทษน้องรันแล้ว และน้องรันก็ยกโทษ ไม่อยากให้ต่อความยาวสาวความยืดหรือเป็นคดีความใดๆ อยากให้เรื่องนี้จบลงเท่านี้ แต่หากมีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวขึ้นมาอีก น้องรันก็จะดำเนินคดีตามกฏหมายที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ตกลงตามนี้นะคะ

เชอเบธร่ายยาวถึงเนื้อหาของการแถลงข่าวที่เธอต้องท่องจำให้ขึ้นใจ หลังจากที่อีกฝ่ายอ้อนวอนให้เธอกลับมาสู้หน้ากับความจริง...ความจริงที่จนถึงเวลานี้ โมลิดาก็ยังไม่เปิดปากบอกใครทั้งนั้นแม้แต่ตัวเชอเบธ เพราะว่าไม่อยากพูดถึงมันอีก ผู้จัดการของเธอจึงไม่เซ้าซี้ แต่ขอร้องให้เธอกลับมาเคลียร์งานที่รับเอาไว้ถึงสิ้นเดือนให้เสร็จสิ้น

เพราะหลังจากนั้นโมลิดาเซ็นสัญญากับเอเจนซี่ที่มิลานเอาไว้เป็นเวลาหนึ่งปี...หนึ่งปีที่ไม่อยู่ในเมืองไทย ก็คงจะทำให้เรื่องราวต่างๆ สร่างซาลงไปในที่สุด ทั้งเรื่องข่าวฉาว และชายหนุ่มปริศนาที่ทุกคนกำลังหาตัวกันให้ขวักด้วยความอยากรู้ว่าเป็นใครกัน

“รัน” น้ำเสียงคุ้นหูเรียก เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเตชินที่ไม่รู้ว่าฝ่าวงล้อมของทีมงานข้างนอกและเชอเบธเข้ามาถึงห้องส่วนตัวของเธอได้ยังไง

“เต” อุทานชื่อเขาอย่างประหลาดใจและตกใจไม่น้อย เพียงไม่กี่ก้าวยาวๆ เตชินก็มาถึงตัว แล้วนั่งยองๆ ลงตรงหน้า พร้อมกับคว้ามือเธอไปกุมไว้

“อะไรกันน่ะเต” โมลิดาพยายามดึงมือตัวเองออกมาให้พ้นการเกาะกุม กลัวใครจะมาเห็น ข่าวด้านลบที่มีอยู่จะยิ่งกระพือให้เกิดความเข้าใจผิดกันขึ้นมาอีก

“รันหายไปไหนมา เตเป็นห่วงแทบแย่”

“ปล่อยรันเถอะนะเต เดี๋ยวใครจะมาเห็นเข้า เรื่องจะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่” โมลิดาขอร้อง

“เตไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เตไม่เชื่อภาพนั้น ไม่เชื่อ” สายตาของเขาเว้าวอน “เตคุยเรื่องนี้กับพี่เชอเบธแล้ว บางทีเตอาจจะช่วยรันได้”

“ช่วยยังไง?” เพราะเธอไม่เห็นทางออกทางไหนจะดีไปกว่าเลือกที่จะแถลงข่าวโกหกไปตามที่เชอเบธบอก

“คบกับเตสิรัน ถ้าเราเป็นแฟนกัน คนอื่นก็จะไม่ยุ่งเรื่องของรันอีก”

โมลิดาอึ้งไปกับทางเลือกที่เตชินยื่นให้ แม้ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดจะคบกับเขา เพื่อให้ลืมเรื่องร้ายๆ ในค่ำคืนนั้น แต่ก็ไม่เคยคิดใช้ผู้ชายตรงหน้าซึ่งแสดงออกเป็นเพื่อนที่แสนดีมาตลอดเพื่อกลบข่าวฉาวกู้ชื่อเสียงให้ตัวเอง

ถูกล่ะ...ที่เตชินเป็นชายหนุ่มที่มีคุณสมบัติจัดเข้าขั้นชายในฝันของสาวๆ จำนวนไม่น้อย แต่การที่เขาเคยคบหากับชลิตานั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เธอคิดมาก และที่มากยิ่งไปกว่านั้น ก็คือเธอไม่ได้รักเขา ไม่ได้รู้สึกกับเตชินเป็นคนพิเศษ ถึงแม้เตชินจะเป็นเพื่อนที่ดี แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าเขาจะเป็นคนรักที่ดีด้วย เธอไม่อยากติดหนี้บุญคุณใครอีก เมื่อเรื่องนี้เกิดจากความโง่เง่า เชื่อคนง่ายของตัวเธอเอง ทุกความวุ่นวายที่ก่อเกิดให้เธอต้องยุ่งยากใจอย่างนี้ ก็เพราะตัวเอง เธอก็จะขอแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง

“ขอบใจมากนะเต...ขอบใจมาก” เธอเลือกที่จะเป็นฝ่ายกุมมือเขา แล้วตบที่หลังมือเบาๆ

“รันตกลงใช่ไหม?” แววตาของเตชินเต็มไปด้วยความหวัง

โมลิดายิ้มจางๆ อาจจะเรียกว่าเป็นยิ้มครั้งแรกของเธอเลยก็ได้นับตั้งแต่เกิดเรื่อง

“รันขอบใจที่เตหวังดีต้องการช่วยรัน แต่มันไม่ถูกต้อง เตไม่ควรมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ก่อ และถึงแม้รันจะบอกใครๆ ไปว่าคบกับเต เรื่องมันก็คงไม่จบง่ายๆ รันไม่อยากดึงเตเข้ามายุ่งยากใจกับเรื่องนี้

“แต่เตเต็มใจนะรัน เตยินดีจะช่วยรัน”

“แต่รันไม่ต้องการความช่วยเหลือแบบนี้”

คนฟังสะอึก ที่ถูกตัดรอนน้ำใจอย่างไร้เยื่อใย

“เพราะรันไม่ได้รักเตเลยใช่ไหม? แต่เราก็คบกันได้นี่นา เริ่มต้นคบกัน เรียนรู้จักกัน”

“รันขอบใจจริงๆ ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่ารันไม่รู้ว่าเตรู้สึกกับรันยังไง แต่รันจะไม่ใช้เตเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดหรือหนีปัญหา เรายังจะเป็นเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อกันต่อไปเรื่อยๆ และวันหนึ่งเราอาจจะคบหากันมากกว่านี้ก็ได้ ถ้ารันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ” เธอปล่อยมือจากเขา แล้วยิ้มให้

แม้คำพูดของหญิงสาวจะไม่ได้คัดค้านหรือปฏิเสธหัวชนฝา หรือดับความหวังทั้งหมดของเขา แต่ก็อดไม่ได้ที่เตชินจะรู้สึกราวกับอกหัก

“แล้วรันจะบอกนักข่าวที่มารอเป็นกองทัพข้างนอกนั่นว่ายังไง? เตไม่อยากให้รันต้องเผชิญหน้ากับพวกกระหายข่าว พร้อมจะจิกทึ้งรันเหมือนอีแร้งอีกาอย่างนั้นตามลำพัง ให้โอกาสเตสักครั้งไม่ได้หรือรัน?”

โมลิดายิ้มออกมา เป็นยิ้มที่เรียกความมั่นใจตัวเองให้กลับคืน พร้อมหยัดยืนอย่างงามสง่า

“เมื่อเลือกที่จะเดินทางนี้ เลือกที่จะมาอยู่ท่ามกลางแสงไฟ และถูกจับจ้องมองด้วยสายตาของใครต่อใคร รันก็ต้องเข้มแข็ง และรับมือกับมันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือเรื่องร้าย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” เธอรู้สึกเข้มแข็งอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน นั่นอาจจะเป็นเพราะมีมิตรแท้อย่างเตชิน และเชอเบธพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและให้การช่วยเหลือเธอ โดยที่ไม่สนใจถึงถูกผิดแต่เป็นเพราะพวกเขาเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวเธอ และก็คงเป็นจริงดั่งที่เชอเบธว่า เมื่อผ่านปัญหาเธอก็จะเติบโตขึ้น รับมือกับมันได้ดียิ่งขึ้น เป็นผู้ใหญ่ ใช้ชีวิตเป็น จึงไม่ควรที่เธอจะวิ่งหนีปัญหาถ้ายังอยากจะยืนอยู่บนทางสายนี้

“ขอบใจมากนะเต” บอกกับเขาแล้วหันไปที่ประตู เธอพร้อมจะก้าวออกจากห้องนี้ เพื่อไปเผชิญหน้ากับนักข่าวที่กำลังหิวกระหาย และพร้อมจะรุมจิกทึ้งเธอไม่ต่างหากอีแร้งกลางทะเลทรายที่โหยหิวอย่างที่เตชินว่า

+++++++++

 

สงแฟลชสาดกระหน่ำพรึ่บพรั่บจนหูตาพร่าลาย กะคร่าวๆ โดยมองผ่านด้วยสายตานักข่าวที่มาคงไม่ต่ำกว่าร้อยชีวิต เรียกว่ามากันทุกสำนักสำหรับข่าวครึกโครมที่ยึดครองหน้าหนึ่งของหนังสือกอสซิปและสกู๊ปข่าวบันเทิงในหนังสือพิมพ์รายวันมาร่วมสัปดาห์

ใครๆ ก็กระหายอยากรู้ข่าวนี้กันทั้งนั้น...ข่าวที่ขายได้ เมื่อในที่สุด นางแบบต้นตอของข่าวฉาวก็ยอมเปิดเผยตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก

เชอเบธและการ์ดอีกสี่คนช่วยกันแหวกวงล้อมพาโมลิดาก้าวขึ้นสู่เวทีที่ยกพื้นสูงราวห้าสิบเซ็นติเมตร เสียงคะนึงอึงมี่ดังรอบกายจากผู้ที่กระหายข่าวฉาว เธอจำเป็นต้องรวบรวมสมาธิและใช้สติอย่างมาก เพื่อรับมือกับสถานการณ์และคำถามที่กำลังจะเกิดขึ้น

ฝ่ายประสานงานกำลังขอให้นักข่าวอยู่ในความสงบ และควบคุมคำถามโดยมีไมโครโฟนตัวเดียวให้พวกเขาส่งต่อกันไปสำหรับการตั้งคำถาม

“ภาพหลุดของคุณรันตามสื่อต่างๆ เป็นภาพจริงใช่ไหมคะ?”

นางแบบสาวยิ้มน้อยๆ จิกมือที่สั่นเทาควบคุมอาการตื่นเต้นเอาไว้

“ใช่ค่ะ เป็นภาพของรันจริง”

เพียงคำตอบแรกก็เรียกเสียงฮือฮาดังขรมห้องแถลงข่าว ก่อนจะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์จ็อกแจ็กจอแจดังทั้งห้อง

“ช่วยเงียบกันหน่อยนะคะ เงียบกันหน่อย ขอให้ฟังน้องรันชี้แจงต่อก่อนนะคะ” เชอเบธเคาะไมโครโฟน กระจอกข่าวทั้งหลายจึงค่อยซาเสียงลงเพื่อฟังนางแบบสาวชี้แจง

“แปลว่าน้องรันมีแฟนแล้วใช่ไหมคะ? อย่างนั้นผู้ชายในภาพเป็นใคร? แล้วคิดว่าใครจงใจปล่อยภาพนี้ หรือน้องรันเป็นคนปล่อยเองคะ แล้วมีจุดประสงอะไร?” นักข่าวสาวที่ถือไมโครโฟนในมือสาดคำถามเข้าใส่เป็นชุดเมื่อได้โอกาส

“รันขอตอบทีละคำถามนะคะ” เธอดึงมือลงใต้โต๊ะเพราะมันสั่นแรงขึ้น การพูดเรื่องโกหกสำหรับโมลิดาไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิด โดยเฉพาะการโกหกต่อหน้าคนหมู่มากเพื่อปกปิดความจริงให้ตัวเองพ้นผิด แต่นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดที่เธอมองเห็นในตอนนี้

“ใช่ค่ะ รันมีแฟนแล้ว เขาเป็นคนนอกวงการ ที่ไม่คุ้นเคยกับการตกเป็นข่าว และรันเองก็อยากโฟกัสไปกับการทำงานมากกว่าเรื่องชีวิตรัก ตรงนี้จึงอยากขอร้องพี่ๆ ว่าขอเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นส่วนตัวจนกว่าเราทั้งคู่จะพร้อมเปิดเผยนะคะ”

“แฟนของน้องรันไม่ใช่คุณเตชิน วินธวัฒน์ ลูกชายของคุณเมฆินทร์นักการเมืองชื่อดังหรอกหรือคะ?” เสียงหนึ่งถามโพล่งขึ้นมาโดยไม่ใช้ไมโครโฟน

“เอ่อ...ไม่ใช่ค่ะ” สุดท้ายเตชินก็ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวจนได้

“แต่มีข่าวว่าคุณเตชินขับรถรับส่งคุณรันตลอด ไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกหรือคะ?”

“รันกับเตชินยังเป็นแค่เพื่อนกันน่ะค่ะ”

อ้าว! ถ้าอย่างนี้แล้วผู้ชายปริศนาที่กอดจูบกับน้องรันในสระน้ำเป็นใครล่ะคะ? หรือว่าคบซ้อนกันสองคน”

โมลิดาหน้าเสีย เมื่อคำถามไม่ใช่สิ่งที่เธอเตรียมเอาไว้

“มีคนมาคอมเม้นต์ในกระทู้ว่าสถานที่ในภาพถ่ายเป็นบ้านพักตากอากาศของนักธุรกิจต่างชาติคนหนึ่งที่ภูเก็ต จริงหรือเปล่าคะ? แปลว่าอย่างนี้แฟนน้องรันคือนักธุรกิจคนนั้นใช่ไหมคะ?”

โมลิดาแทบหงายหลังตกเก้าอี้ เมื่อนักข่าวทำหน้าที่ได้ดีมาก ดีเหลือเกินจนแม้แต่เธอก็ยังไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าซีดเซียวหันไปมองหน้าเชอเบธ จะจริงจะเท็จเธอก็ไม่อยากลากชื่อผู้ชายคนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกคน เพราะขนาดรู้ว่าเป็นบ้านของใคร ก็คงไม่พ้นที่สื่อจะไปตามสืบประวัติเขามาแน่ๆ

เสียงฮือฮาดังขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของนางแบบสาว เพราะโมลิดาไม่ใช่พวกปั้นสีหน้าเก่งเป็นมืออาชีพ เมื่อคำถามของนักข่าวมากระทุ้งเข้าถูกจุด เธอจึงเก็บอาการวิตกจริตฉายชัดนั่นไม่อยู่

“จริงครับ ที่นั่นเป็นบ้านพักตากอากาศของผม” เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางวง เรียกสายตาทุกคู่ในห้องแถลงข่าวไปยังคนที่รับสมอ้าง

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท หน้าตาหล่อเหลาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่เดินฝ่าดงนักข่าวมาจนถึงหน้าเวที โมลิดาลุกพรวดพราดจ้องหน้าเขาอย่างตื่นตะลึงตกใจที่จู่ๆ นิโคไลก็มาปรากฏตัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้คำตอบที่เชอเบธตระเตรียมให้เธอเป็นอย่างดีผิดแผนไปหมด

แสงแฟลชสาดกระจายวูบวาบเสียยิ่งกว่าครั้งแรกที่เธอปรากฏตัว เมื่อผู้ชายตรงหน้ายื่นดอกไม้ในมือให้

“ผมมาให้กำลังใจคุณ”

ใครต้องการกำลังใจจากเขากัน? ยอมรับว่าเธอช็อก...ช็อกที่สุด

ตอนนี้หัวตาของเธอร้อนผ่าวจนแทบปล่อยโฮออกมา เมื่อผู้ชายปริศนาที่กอดจูบกับเธอในสระน้ำโผล่มาประจาน แล้วเขายังยอมรับหน้าชื่นตาบานกับเรื่องที่เกิดขึ้น จากนี้แล้วเขาจะพูดอะไรอีก แฉว่าเธอไปนอนกับเขาแลกกับเงินสิบล้านโดยที่เธอไม่ได้รู้เห็นเป็นใจอย่างนั้นหรือ?

“นะ...น้องรัน...น้องรันคะ” เชอเบธเรียกคนที่ตื่นตะลึงค้างราวกับถูกสต๊าฟเอาไว้ ด้วยความสงสัยไม่ต่างจากคนอื่นๆ ว่าผู้ชายตรงหน้านี่เป็นใคร? ใช่นายตัวต้นเรื่องจริงๆ หรือแค่คนแอบรับสมอ้างกันแน่

โมลิดาได้สติ เธอถอยหลังหนีเขา ก่อนจะหันหลังก้าวลงจากเวที แล้ววิ่งหนีไปในห้องแต่งตัว เสียงคะนึงอึงมี่ดังตามหลังมา และนิโคไลก็ว่องไวพอที่จะยัดช่อดอกไม้ยื่นให้เชอเบธแทนแล้ววิ่งตามหญิงสาวไปอย่างรวดเร็ว

เธอคงตกใจที่จู่ๆ เขาก็โผล่หน้ามา แต่เขาจำเป็นต้องมา...ก็เพื่อเธอ และก็เพื่อตัวเขาเองด้วย

ในที่สุดเขาก็ตามหญิงสาวเข้าไปทันในห้องแต่งตัว ในขณะที่โมลิดากำลังตื่นตะลึงสงสัย ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“นี่มันเรื่องอะไรกัน” จู่ๆ ทำไมเขาถึงได้โผล่หน้ามาในสถานการณ์อย่างนั้น

“ผมต้องการทำให้ทุกอย่างมันถูกต้อง”

เขากำลังจะทำให้คนอื่นๆ เข้าใจผิดไปใหญ่โตล่ะไม่ว่า

ไม่ใช่สิ...เข้าใจถูกต่างหากว่าภาพนั่นเป็นภาพของเธอจริงๆ ไม่ใช่ภาพตัดต่อ

“ถูกต้องสำหรับอะไรกัน?”

“ความสัมพันธ์ของเราไงล่ะ? ตอนนี้ใครๆ ก็จับจ้องคุณอยู่ ทุกคนต่างอยากรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน”

หญิงสาวหน้าค้าง คำพูดที่กระแทกหัวใจอย่างจัง

“เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” เค้นคำพูดนี้ออกอย่างเจ็บปวด หัวใจเธอบีบแรง แน่นหน้าอกเหมือนจะหายใจไม่ออก

ดวงตาสีฟ้าอมเขียวหรี่ลง มองคนตรงหน้า ดวงตาเนื้อทรายสวยฉายแววความเจ็บปวด...เขาไม่สบายใจ และไม่อยากให้ระหว่างเธอและเขาต้องบาดหมาง หรือจบลงไม่สวย

กรามแกร่งกัดกรอด ถึงจะสงสารเห็นใจเธอ แต่คนอย่างนิโคไลก็ใช่จะไร้หัวจิตหัวใจ ทั้งแววตา สีหน้าที่มองเขาอย่างกล่าวหา ราวกับเป็นคนเลวแสนเลว ผู้ชายหื่นกามที่ปล้นเอาความสาวของเธอมาอย่างไม่เต็มใจ...ถ้าเธอไม่เต็มใจแล้วมาโผล่ในบ้านเขาทำไม การปัดป้องขัดขืนของเธอไม่ได้แข็งขืนแท้จริง ใครจะไปรู้ว่าเธอถูกล่อลวงมา และแววตาแบบนี้ที่มองมาก็ทำให้เขานึกฉุนเฉียวอยู่ไม่น้อย

“ผมพยายามทำทุกอย่าง เพื่อจะรับผิดชอบในส่วนของผม”

“โดยการเงินฟาดหัวฉันงั้นหรือ?”

“เป็นเพราะผมตกลงกับเพื่อนของคุณอย่างนั้นเวลาสามคืนแลกกับเงินสิบล้าน” แล้วเขาผิดตรงไหน ถ้าเขาปลุกปล้ำเธอฟรีๆ ก็ยังพอว่า แต่ในเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างนั้น เขาก็ยังยินดีจะรับผิดชอบเท่าที่ทำได้

“หล่อนไม่ใช่เพื่อนของฉัน”

“แทนที่จะตีโพยตีพาย โทษคนนั้นคนนี้ บางทีคุณน่าจะกลับมาดูตัวเองบ้างนะ ถ้าคุณไม่เชื่อคนอื่นง่ายๆ ไม่ไปโผล่ตัวในบ้านผมในคืนนั้น ปฏิเสธผมให้มันเข้มแข็งกว่านั้น ทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างนี้”

คนถูกตอกหน้าสะอึก เมื่อกำลังถูกเขาด่ากรายๆ...ว่าเธอมันทั้งโง่และก็ใจง่าย

ความเจ็บปวด เสียใจ ผุดเป็นหยาดวาวใสที่เคลือบคลอในหน่วยตาสวย

“ใช่...ฉันมันโง่ เชื่อคนง่าย สิ่งที่ฉันได้รับในวันนี้มันก็คงสาสมกันแล้วสินะ สำหรับผู้หญิงโง่ๆ อย่างฉัน” บ่าน้ำตาล้นไหล ความเข็มแข็งที่พยายามเค้นแสดงมันออกมาทลายลง มือเรียวยกขึ้นปิดหน้า สะอึกสะอื้นออกมาด้วยความเสียใจอย่างที่สุด หากเธอเคยทำเลวทรามชั่วช้ามาบ้าง โมลิดาอาจจะไม่เสียใจเท่านี้ แต่เท่าที่จำความได้ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอเพียรทำความดีมาโดยตลอด และก็มิใช่เพราะความปรารถนาดีที่เธอต้องการช่วยคนตกที่นั่งลำบากและจนตรอกอย่างชลิตาหรอกหรือ ที่ทำให้เธอต้องประสบพบเจอกับเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต ความผิดพลาดเพียงครั้งที่กำลังจะพังทลายความฝันทั้งชีวิตของเธอลงไป

เสียงสะอื้นและน้ำตาของหญิงสาวทำเอาหัวใจที่แข็งกร้าวของคนโมโหโกรธาพลอยอ่อนยวบลงไปด้วย ความผิดที่พยายามโยนไปให้โมลิดากำลังกระโดดกลับเข้ามาเกาะหนับที่หัวใจเขาอย่างไม่อาจปลดทิ้งและหันหลังเดินจากไปได้

“รัน” ร่างหนาขยับเข้าหา

ร่างบางเองก็ถอยหลังกรูดหนี ราวกับเขาคือซาตานร้ายที่ไม่ควรเข้าใกล้หรือข้องแวะ

“อย่ามายุ่งกับฉัน คุณไม่จำเป็นต้องสนใจ หรือรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ในเมื่อฉันมันทั้งโง่และง่ายเอง”

“ผมไม่ได้หมายความว่ายังงั้น” เขาเริ่มหงุดหงิด ที่เจตนาดีถูกตีความหมายไปเสียอย่างนั้น

มือหนาที่ยื่นไปหาอย่างปรารถนาดี ถูกปัดทิ้ง ก่อนฝ่ามือบางสองข้างจะยกขึ้นปิดหน้าสะอึกสะอื้นจนร่างไหวสะท้านด้วยความเสียใจอย่างสุดกลั้น

“รัน” เขาจะไม่ทนให้ความเจ็บปวดเสียใจของเธอบีบหัวใจเขาไปด้วย เมื่อเดินทื่อเข้าไปคว้าเนื้อตัวนุ่มนิ่มของคนร้องไห้ปริ่มดวงใจจะขาดเข้าหาแผ่นอกกว้าง โอบประคองเอาไว้แนบแน่น แม้จะถูกผลักไสปัดป้องอย่างไร

“ปล่อยนะ...ปล่อย...” มือบางผลักไส แต่ไม่สำเร็จ เปลี่ยนเป็นกำปั้นเล็กๆ ที่ทุบลงบนแผงอกแน่นนั่นอย่างไร้เรี่ยวแรง แต่สุดท้ายคนเสียใจก็พ่ายให้เขา ขยุ้มเสื้อโปโลที่เขาสวมใส่เอาไว้ ร้องไห้สะอึกสะอื้นบนแผ่นอก ปล่อยให้นิโคไลปลอบใจ มือใหญ่ลูบแผ่วเบาลงบนหัวไหล่และแผ่นหลังให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย และไม่เคว้งคว้างเหน็บหนาวเหมือนที่รู้สึกตั้งแต่ภาพฉาวของเธอและเขากระจายไปตามสื่อต่างๆ

เสียงสะอื้นและน้ำตาค่อยๆ แผ่วลง ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่เข้ามาแทนที่และห่อหุ้มรุมล้อมอยู่รอบกาย ใบหน้าแดงก่ำเงยขึ้นมามองเขา ใบหน้าคร้ามคมดูหล่อเหลาที่อยู่ไม่ห่างอย่างอึ้งๆ คาดไม่ถึงว่าผู้ชายอย่างคนตรงหน้า จะสนใจใส่ใจความรู้สึกของเธอ กล้าออกมาเผชิญหน้ากับความจริง และปกป้องเธอ ทั้งๆ ที่ เขาจะไม่สนใจเสียก็ได้ เมื่อไม่มีใครรู้ว่าผู้ชายในภาพที่กอดจูบกับเธอในสระน้ำนั่นเป็นใคร

ดวงตาที่ฟ้าอมเขียวลดลงมองใบหน้าสวยแดงเรื่อ พราวน้ำตาติดอยู่ตามปลายขนตางอนสวย จมูกแดงก่ำ กลีบปากอิ่มสวยระริกสั่นน้อยๆ น่าจดจูบ...แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะทำให้เธอต้องเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านี้

แววตาสองสีที่ทอดมองมา ดูล้ำลึก เข้มข้นด้วยความรู้สึกบางอย่าง...บางอย่างที่กำลังดึงดูดหัวใจให้สั่นรัว ความเกรงกลัวในตัวผู้ชายตรงหน้าหายไป กลายเป็นความรู้สึกชิดใกล้ ที่หัวใจร่ำร้องหาอยู่ลึกๆ

ดวงตาเนื้อทรายสวยกะพริบปริบๆ อยู่ตรงหน้า หากปล่อยให้อยู่ในท่านี้ต่อไป เขาต้องอดใจไม่ไหวแน่ๆ

ใบหน้าคร้ามลดลงไปหา ดวงตาสวยหลับปี๋ แต่ไม่ได้หนี หรือขัดขืน ปลายจมูกโด่งจดลงที่หน้าผาก ลากเรื่อยมาที่เปลือกตาสวยทั้งสองข้าง มือบางที่วางบนแผ่นอกสั่นนิดๆ

นี่ไม่ใช่เวลาที่ดี ที่จะเริ่มต้นเรื่องนี้ เพราะมีปัญหาให้เขาและเธอเคลียร์รออยู่ข้างนอก

ก่อนที่จะทาบเรียวปากลงบนกลีบปากอิ่มสวยด้วยอดใจไม่ไหว มือเล็กขยุ้มหน้าอกของเขาดูเกร็งๆ

ผู้หญิงตรงหน้าดูไร้เดียงสาและไม่ได้เจนจัด เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถอนใบหน้าออกห่าง และเหมือนคนตัวเล็กก็จะรู้ตัว รีบผละถอยหลังหนีแทบไม่ทันทีเดียว

ใบหน้านวลแดงแจ๋อย่างขัดเขิน น่าเอ็นดูนัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอ....คือซุปเปอร์โมเดลสาวที่มีชีวิตสุดแสนจะเพอเฟ็ค แต่เวลาเพียงชั่วข้ามคืนกับผู้ชายแปลกหน้า กลับเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


แล้วเป็นไงต่ออ่ะ...ตอนล็อกไปเรียบร้อยT^T
โดย Anonymous | 1 year, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha