🌷 ผมจะบ้า...เมื่อรู้ตัวว่ารู้สึกกับเธอมากเกินกว่าพี่ชาย

โดย: 🍁 แมงมุมใต้เตียง



ตอนที่ 3 : บทที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

🌷 ผมจะบ้า...เมื่อรู้ตัวว่ารู้สึกกับเธอมากเกินกว่าพี่ชาย 🌷
โหลด E-Book คลิก ⏩ ที่นี่ ⏪ นะคะ

……………. ♥ …………….

บทที่ 3

เส้นแนวนอน

“เอาจริงๆ หรือ? …  นี่เราต้องพักในแวกอนหลังกะตี๊ดเท่ารูหนูนี่กันจริงๆ น่ะหรือคะ?”

คนที่สวมหมวกไหมพรม ห่มสเวตเตอร์ตัวหนาแถมผ้าพันคอที่ถมแทบจมมิดหัว ซึ่งต้องหมุนร่างหันกลับมาหาผมทั้งตัว ถามหน้าตาเหวอๆ เมื่อต้องเจอกับ gypsy wagon ขนาดพื้นที่เพียงแค่หนึ่งคันเกวียน หลังกระติ๋วหลิวหลังนี้เข้าให้

“มันช่วยไม่ได้จริงค่ะ พี่ติดต่อสำนักงานที่เขาจองที่ให้เรา เขาว่าพนักงานคนจองฟังผิดพลาด  แล้ว..เอ่อ”

ตรงนี้มันทำเอาผมติดอ่าง รู้สึกเหมือนใบหน้าตนเองร้อนผ่าวจนควันจะขึ้น

“เอ่อ..เขาคิดว่าพี่จะมากับแฟน เลยไม่ได้จองแยกอีกแวกอนไว้ให้ แต่เมื่อกี้พี่ก็สอบถามกับทางรีสอร์ทแล้ว เขาว่าช่วงรีสอร์ทโดนเช่าจองเต็ม ไม่เว้นแม้แต่เคบินรอบๆ และตอนนี้ คนก็เข้าพักเต็มหมดแล้วทุกแวกอนทุกเคบินค่ะ แต่ยังโชคดีนะที่แวกอนของเรามีสองที่นอนแยกกัน ชั้นบน ชั้นล่าง ไม่เชื่อเราเข้าไปดูกัน”

คนที่เดินนำหน้าปีนขึ้นบันได้ไม้เล็กๆ สามขั้นขึ้นไปรอหน้าประตู พอผมไขเปิดประตูไม้หนาหนักแกะลวดลายสลักเสลางดงามออกมาได้ คนตัวเล็กแต่ต้องใส่เสื้อผ้าหนาเตอะเพราะเรามาพักกันช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงพอดี ที่พอชะโงกเข้าไปมองก็ถึงกับอุทาน

“โอ้ย สวยอ่ะ! สวยที่สุด!! มดจะเอาคันนี้ ใครจะมาไล่ให้ไปไหนมดก็ไม่ไป!!

“อ้าว … เป็นงั้นไป”

ผมทำหน้าเหวอแต่เผลอยิ้มขำๆ

“ก็มันสวยไง พี่ยักษ์ดูสิ ใครไม่หลงรักสวรรค์รังหนูที่สวยที่สุดหลังนี้ จิตใจเขาต้องหยาบกระด้างมากแน่ๆ .. ดูสิคะ! นี้มันงานทำจากมือทั้งหมดเลยอะ!!”

เวรกรรม เล่นเอาผมไม่กล้าบอกว่าไม่ชอบมันเลยสิ

“โอ้ยตายละ พี่ดูคานเหนือเตียงนอนไม้นี่สิ ดูค่ะ เห็นไหมๆ เขาเจาะช่องกลมไว้ตรงกันกับหน้าต่างกลมๆ โน่นไง เห็นไหม ถ้ามองลอดออกไปเห็นป่าได้แทบทั้งป่าเลย”

“โอ้ย!! อันนี้ก็โฆษณาเกินจริงละ”

ผมแทบจะหัวเราะได้สุดเสียงที่เดียวเชียว ให้กับคนที่ไปยื่นทำท่ากำมือหรี่ตาส่องกล้อง ทั้งๆ ที่ไม่เห็นจะจำเป็นต้องแอคท่าให้น่ารักขนาดนั้นเลยสักนิด แต่คนตื่นเต้นก็วิ่งขลุกขลักๆ เบียดผมไปมาในห้องที่มีพื้นที่เล็กๆ เพื่อสำรวจแวกอนกระจิ๋ว แต่งานฝีมือสุดยิ่งใหญ่ทั้งหลังนี้ราวกับเด็กซุกซน … จนกระทั่ง

“ขอบคุณค่ะพี่ยักษ์”

แขนของผมข้างหนึ่งถูกคนตัวเล็กๆ ขโมยไปกอดอิงแก้มคลอเคลีย

“มดชอบที่นี่ที่สุด มันสวย มันน่าหลงไหล ขอบคุณที่พี่ยักษ์ยอมแบ่งปันสวรรค์น้อยๆ หลังนี้ให้มดได้มาเจอ”

ผมไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่รู้สึกถึงความสุข ความอิ่มใจ ที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของผมแต่เพียงผู้เดียว

นานแล้วนะ นานแล้วจริงๆ ที่ผมไม่เคยเห็นมธุรินใช้คำพูดอ่อนโยน ซาบซึ้งจริงจังกับผมแบบนี้อีกเลยนับตั้งแต่ผมต้องแยกตัวมาใช้ชีวิตชาวหอที่มหาวิทยาลัย .. คนเดียวลำพัง

ครั้งนั้นสาวน้อยคนนั้นก็มาเกาะกอดแขน แนบแก้มลงกับท่อนแขนของผมแบบนี้

‘ขอบคุณที่ผ่านมา ที่พี่ชายคนนี้ดูแลมดมาตลอดๆ ... แม้มดจะรู้ว่าเราไม่ได้จากกันไปไกล แต่ก็รู้ดีว่าต่อไปนี้ มดจะต้องอยู่ให้ได้กับความเหงาบ้าๆ น่าเกลียดๆ นี่ .. ที่คงจะนานๆ ที ที่พี่ชายแสนดีคนนี้จะโผล่มาเอาใจในช่วงปิดเทอม … ฉะนั้น วันนี้พี่ยักษ์ต้องเก็บห้องรกๆ ให้มดให้หมดนะคะ … เพราะถ้าพี่ยักษ์ไม่อยู่ ห้องมดคงจะต้องเป็นอะไรที่รกมากแน่ๆ … แล้วก็...คืนนี้ ... ”

เสียงใสๆ ที่คำพูดคำจาราวผู้ใหญ่นั่นมันหม่นเศร้า ... และทั้งความเหงา ความเศร้า มันกลุ้มรุมเกาะกินหัวใจผมจนจะละลายหายไปหมดทั้งดวง

‘คืนนี้ .. พี่ยักษ์ต้องเล่านิทานทริสทานกับอิโซลให้มดฟังให้จบเสียทีเถอะ ... นะคะ’

มธุรินคงพยายามจะพูดอะไรฟังดูติดตลกไว้ ณ ตอนนั้น ซึ่งผมรู้ดีว่าเขาเองก็รู้สึกเหงามาก ไม่ต่างจากผมจริงๆ

แล้วนิทานเรื่องทริสทานกับอิโซลอะไรนั่น ผมไม่ได้เล่าให้เขาฟัง เพราะผมรู้ดีว่าเขาต้องรู้จักนิทานเรื่องนั้นอยู่แล้วแน่ๆ

‘ห้องรก พี่ดูแลให้ได้ .. ส่วน .. ทริสทาน พี่จะไม่เล่า … เพราะตอนจบมันเศร้าเกินไป มันไม่เหมาะกับมดหรอก’

จำได้ว่าตอนนั้น น้ำเหนียวๆ มันฝืดคอผมมากจริงๆ

แล้วหลังจากนั้น เราทั้งสองก็ได้แต่นั่งหันหลังอิงกัน

ผมรู้ว่ามธุรินแอบร้องไห้

ส่วนผมก็แอบอัดอั้น หนักอึ้งเต็มในหัวใจ

เส้นแนวนอน

“โอ้ย..เหนื่อยอ่า แต่โชคดีจัง อยู่ดีๆ วันนี้หิมะก็ตก ช่างสวย แสนวิเศษอะไรเช่นนี้อะ”

เสียงใสๆ ร่าเริง สนุกสนานของคนที่ยืนหมุนซ้ายหมุนขวา ย่างไส้กรอก เบคอน กับขนมปังยื่นจานใส่อาหารหอมเนยกรุ่นๆ มาวางบนโต๊ที่ทำจากแผ่นไม้ ที่พอผมดึงมันยื่นออกมาจากกลางเตียง แล้วมันก็จะกลายร่างมาเป็นโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับสองคน นั่งตรงข้ามกันได้สบายๆ โดยมีเบาะเก้าอี้คลุมผ้าลูกไม้ถักด้วยมือ สีสันสดใส ทำให้แวกอนเล็กๆ นี้มีบรรยากาศชวนฝันอบอุ่นน่าอยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ตกมาต้อนรับคนขี้เห่อแหละมัง?”

ผมยอมออกความเห็นแบบขำขันคนขี้ตื่นเต้น

“แหม พูดจาไม่เพราะเลยค่ะ จะกินไหมน่ะเบคอน?”

“กินสิ หิวเยอะมากกกกกกกกก”

ผมลากเสียง เพราะที่นี่เขาไม่ได้มีบริการรูมเซอร์วิสเหมือนที่อื่นๆ ซึ่งเขาจะให้ทางคนมาพักได้มีโอกาสจัดการมื้ออาหารด้วยตัวเอง เพียงแต่จะนำวัตถุดิบพื้นๆ มาใส่มินิบาร์ไว้ให้ในแต่ละวัน แล้วให้คนที่มาพักประดิษฐ์คิดหาเมนูกันเอาเองจากเตาไฟฟ้าเล็กๆ เลียนแบบความเป็นยิปซีได้เกือบสมจริงมากๆ แต่ง่ายตรงที่ส่วนใหญ่มันจะเป็นวัตถุดิบที่เราคุ้นเคย หรือเราสามารถสั่งพิเศษเพิ่มมาอีกก็ได้ แต่ถ้ามันจะยากเกินไป ชนิดที่คนมาพักทำกินเองไม่ได้จริงๆ เขาก็จะมีคลับเฮาส์ไว้ให้ แต่เราต้องเดินลุยตัดป่าฝ่ากันไปเองอีกนิด ซึ่งแม้ดูเหมือนมันจะวังเวงวิเวกไปสักหน่อย แต่ได้บรรยากาศสงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง แต่ถึงกระนั้นก็ยังจะแลดูอบอุ่นปลอดภัย เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ คนงาน คอยเดินมาดูแลแทบจะทุกชั่วโมง

แต่ปกติมื้อค่ำ ทางรีสอร์ทเขาจะจัดโต๊ะอาหารแบบฟูลครอส และจะมีการมานั่งล้อมวงรอบกองไฟ พบปะพูดคุยกับผู้ร่วมแคมป์คนอื่นๆ ในทริปนี้ ซึ่งเมื่อคืนนี้ก็มีเด็กวัยรุ่นมานั่งดีดกีตาร์ร้องเพลงกันไป พวกเราก็คุยกันครึกครื้นสนุกสนาน แถมบรรยากาศช่วงฤดูนี้ก็สวยงามกับการผลัดใบไม้สีเหลือง เขียว ส้ม แดง ของบรรดาหมู่ไม้ภายในป่าที่สวยสดงดงามราวกับภาพฝันมิปาน

ยิ่งพอวันนี้ช่วงบ่ายๆ หิมะก็มาตกก่อนฤดูเข้าให้ คนที่เพิ่งไปเข้าคลาสนั่งเรียนวิธีการทำตาข่ายดักฝัน เหมือนวิถีชีวิตสาวชาวอินเดียนแดง จึงได้มายืนยิ้มแย้มแก้มแทบปริอยู่ตรงนี้

และก็เพราะหิมะที่กำลังตกลงมานี่ ตอนค่ำนี้ เราจึงต้องทำมื้อค่ำกินกันเอง โชคดีที่ทางรีสอร์ทรู้ข่าวหิมะว่ามันจะมาตก จึงจัดเตรียมวัตถุดิบในส่วนของมื้อค่ำง่ายๆ มาเพิ่มให้

“พี่ได้ยินว่า .. พรุ่งนี้ทางแคมป์เขาจะจัดอีเว้นท์เลียนแบบคล้ายๆ พิธีกรรมบูชาแม่มด ถ้าโชคดีพรุ่งนี้หิมะไม่ตก เราก็เรียกว่าเป็นพวกโชคดีสุดๆ เพราะปกติเขาไม่ค่อยจัดงานนี้ในฤดูนี้หรอก ซึ่งก็ดีเลยพี่จะเอาไว้ไปใส่ในเกม”

“เอ๊า! ในเกมใหม่ของพี่ยักษ์จะมีแม่มดด้วยหรือคะ?”

“ทำไมพี่ถึงจะกล้าพลาดเรื่องนั้นล่ะ?” แกล้งแหย่

“ก็แหม นึกว่าจะลืม”

“ทั้งๆ ที่ช่วงนี้พี่ต้องเจอในชีวิตจริงทุกวัน … ทำไมถึงคิดว่าพี่จะกล้าลืม..หึ?” แอบค้อนให้เขาเห็น

“พูดถึงใครน่ะ?” คนถามทำหน้าทำตาใสซื่อ

“คนแถวนี้ละ”

“ต้องเป็นแม่มดที่น่ารักมากๆ แน่ๆ”

“หลงตัวเองนะเราน่ะ”

“นั่นไง! จับได้แล้วว่าพี่ยักษ์ว่ามดเป็นนางแม่มด!”

“ต้องเป็นนางสาวแม่มดสิ เอ๊ะ? หรือว่าอยากเป็นนางซะแล้ว”

ผมจ้องหน้าเขา อมยิ้มกรุ้มกริ่ม คนโดนจ้องแลว่าจะเขินอาย ไม่กล้าสบตาผมแล้วสิคราวนี้

เส้นแนวนอน

“พี่ยักษ์คะ หลับหรือยัง?”

“ยังค่ะ มดมีอะไรหรือ?”

ผมงัวเงีย .. ก้มหน้าชะโงกลงไปมองคนที่เลือกนอนอยู่ในเตียงถ้ำไม้ชั้นล่าง ที่เตียงนอนส่วนของผมอยู่สูงขึ้นมาแค่นิดหน่อยที่ระดับความสูงเท่าโต๊ะทานข้าวนั่นละ

“มดหนาวอะ พี่ยักษ์ลงมานอนกอดมดหน่อย”

คนที่พูดนอนคลุมโปรงใต้ผ้าห่มหนา แต่กระนั้นก็ยังปากสั่น ขดตัวกลมบ๋องแทบจะกลายร่างเป็นลูกบอล ผมแอบชะงักยับยั้งชั่งใจในความไม่เหมาะสมนี้อยู่นิดหนึ่ง แต่พอสบสายตาละห้อยของคนที่นอนขดตัวสั่นจนผ้าห่มนวมเนื้อหนากระเพื่อม ผมก็ไร้ซึ่งความคิดอะไรต่อไปในทันที

ปีนลงจากเตียง คนข้างในเตียงถ้ำรีบกระถดตัวถอย เปิดทางให้ผมเบียดแทรกลงไปนอนข้าง ซึ่งพอผมขยับตัวได้ที่เหมาะก็มีวงแขนวงขาเล็กๆ โอบเอื้อมมาก่ายกอดเสาะหาไออุ่นจากตัวผม..หมับ! จนมีจังหวะที่ปลายนิ้วเย็นเชียบเผอิญมากระทบผิวผม และเพียงแค่รู้เพียงแค่นั้น ผมก็รีบกุมมือเล็กบางนั่นมาถูสลับกับเป่ามือให้ไออุ่นก่อนออกปากตำหนิ

“ทำไมไม่สวมถุงมือล่ะคะนี่ ก่อนนอนพี่ก็เตือนแล้วนะ ไม่ใช่ไม่เตือน ทำไมโตมาถึงได้ดื้อ ไม่ค่อยจะเชื่อฟังพี่ตลอดเลยล่ะ หึ! แล้วนี่แล้วถุงเท้าได้สวมไว้ด้วยไหม?”

“สวมค่ะสวม แต่ถุงมือมดหาไม่เจอ ก็หิมะมันเลิกตกไปนานแล้วนี่น่า มดเองไม่คิดว่ามันจะหนาวมากขนาดนี้ ก็เลยไม่ได้ใส่”

ผมทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ ก่อนควานมือไล่ไปตามช่วงขาของคนที่นอนใส่กางเกงขายาว แม้คนปากสั่นฟันกระทบกันกึกๆ จะบอกว่าสวมแล้วแต่ผมก็ยังไม่เชื่อจนกว่าจะคลำเจอว่าคนจอมดื้อจะสวมมันไว้แล้วจริงๆ

“ที่พี่เตือนทุกอย่างน่ะ หวังดีนะ เชื่อกันบ้างซี”

จิ๊จ๊ะไม่เลิกเลยครับหนนี้ ผมกลัวเขาป่วยขึ้นมาด้วยล่ะ ที่นี่ไม่เหมือนเมืองไทย ที่นึกจะไป จะมาหาหมอเมื่อไรก็ได้

“อ๊ะ! อย่าดุน่า หนาว...สำนึกไม่ทัน สมองไม่แล่น อ่า … พี่ยักษ์หันมาทางนี้ กอดมดหน่อย”

โธ่ ขนาดหนาวจนสำนึกไม่ทัน แต่เถียงคำไม่ตกฟากฉอดๆ ได้ตลอดเลยแล้วกันน่า

แถมคนหนาวจนฟันกระแทกกันดังกึงๆ .. ดึงแขนผมให้หันไปหา และพอผมหันหน้าไป มธุรินก็รีบสอดแขนซุกไปใต้เสื้อเพื่อควานหาไออุ่นจากผิวกายของผม ด้วยปลายนิ้วที่เย็นเจี๊ยบบบ เล่นเอาผมนี่ถึงกับสะดุ้ง แต่อากาศคืนนี้มันก็หนาวเหน็บมากจริงๆ ขนาดเครื่องฮีตเตอร์ในแวกอนนี้ยังเอาไม่อยู่

“ฮือๆ กอดหน่อย กอดเค้าหน่อย”

หนาวจนถึงกับร้องครางเลยเชียว

ไม่รู้ว่าจะน่าสงสารหรือน่าสมน้ำหน้าดี ยัยเด็กขี้ดื้อ

เป็นอะไรไม่รู้ ไม่ค่อยจะชอบดูแลตัวเองเล้ย...จริงๆ!

“กอดแล้ว กอดแล้วค่ะ .. อุ่นยัง?”

“ไม่อ่ะ … ไม่อุ่น”

ฟันยังกระทบกันกึกๆ จนผมกลัวเขาจะกรามค้างอยู่แล้วน่ะ

“งั้น...มานี่ วิธีนี้”

ผมตัดสินใจ .. เพราะขนาดกอดไว้แนบแน่นแบบนี้มาหลายนาทีแล้ว ยังไล่ไอหนาวได้ไม่อุ่น

“หือ … พี่ยักษ์จะทำอะไรอ่ะ!!”

คนถามคงตกใจ เพราะจู่ๆ ผมก็ปล่อยแขนปล่อยขาที่กอดเขาไว้ มาขยุกขยิก ถอดผ้าพันคอ ถอดเสื้อผ้าหนาๆ ของผมทิ้งทั้งที่ยังอยู่ใต้ผ้าห่มนวมหนาออกจนหมดก่อนจะหันไปปอกเปลือกคนที่นอนตัวสั่นฟันกระทบกันกึกๆ บ้าง

“โอ้ย..ไม่นะคะ! นี่พี่ยักษ์คิดจะฆ่ามดด้วยความหนาวหรอ!!” คว้าแขนผมหมับ กันไว้พร้อมทั้งพยายามปัดมือผมออก

……………. ♥ …………….
♥ โหลด E-Book คลิกตรงนี้ .. มีตัวอย่างฟรีให้อ่านด้วยแหละ ♥


วิธีดาวน์โหลดนิยายสำหรับสมาชิกใหม่นะคะ

1. ต้องไปโหลดแอฟ Mebmarket (สีเขียวอ่อน) ที่ playstore มาก่อนค่ะ
2. สมัครสมาชิกโดยใช้ Email adress หรือ FB account 
3. กด Link >>> ⏩ ที่นี่ ⏪ <<<
4. กดที่ปุ่ม > Buy <
5. จ่ายตังค์ (ผ่านช่องทางที่สะดวกหลากหลายให้เลือก)
6. รับนิยายอ่านได้เลยค่ะ // อ่านใน App นร้าาาา~*
(ปล. สมัครสมชิกแล้วลดทอนขั้นตอนข้อ 1, 2 ไปนร้า~*)

♥ นิยายสายอ่อย..อร่อยทุกเรื่อง .. โหลดเค้าหน่อย..เค้าอ่อยนานแล้ว~♥ 

🔽โหลด E-Book คลิกตรงนี้คร้า~*🔽



นิยายชุด : เจ้าสาวหญ้าอ่อน

หากอ่านนิยายแล้วถูกใจ..โปรดกด Like ให้ด้วยค่ะ

……………. ♥ …………….
♥ โหลด E-Book คลิกตรงนี้ .. มีตัวอย่างฟรีให้อ่านด้วยแหละ ♥


วิธีดาวน์โหลดนิยายสำหรับสมาชิกใหม่นะคะ

1. ต้องไปโหลดแอฟ Mebmarket (สีเขียวอ่อน) ที่ playstore มาก่อนค่ะ
2. สมัครสมาชิกโดยใช้ Email adress หรือ FB account 
3. กด Link >>> ⏩ ที่นี่ ⏪ <<<
4. กดที่ปุ่ม > Buy <
5. จ่ายตังค์ (ผ่านช่องทางที่สะดวกหลากหลายให้เลือก)
6. รับนิยายอ่านได้เลยค่ะ // อ่านใน App นร้าาาา~*
(ปล. สมัครสมชิกแล้วลดทอนขั้นตอนข้อ 1, 2 ไปนร้า~*)

♥ นิยายสายอ่อย..อร่อยทุกเรื่อง .. โหลดเค้าหน่อย..เค้าอ่อยนานแล้ว~♥ 
🔽โหลด E-Book คลิกตรงนี้คร้า~*🔽



นิยายชุด : เจ้าสาวหญ้าอ่อน

หากอ่านนิยายแล้วถูกใจ..โปรดกด Like ให้ด้วยค่ะ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha