พรหมจรรย์แลกรัก (ลงจบแล้ว)

โดย: ธีร์ ธัชชา



ตอนที่ 8 : กุลสตรีทวงรัก EP.2 2/4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“โอเคจ้ะ เดี๋ยวเจอกัน” กุลสตรีบอกแล้วปิดพับโน้ตบุ้ก ก่อนหันไปคว้ากระเป๋าสะพายมาคล้องไหล่เดินเข้าห้องน้ำไป

หล่อน จิรัชยา และพลอยนภัสเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เรียนจบก็สมัครเข้าทำงานเป็นนักเขียนคอนเทนต์ของบริษัทพี.ดี.เอ็ม. คอนซัลแตนท์ บริษัทจัดทำเว็บไซต์ และสื่อออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ในที่นี้รวมถึงการรับงานเขียนคอนเทนต์ด้วย

โชคดีที่หล่อนทั้งสามได้รับการคัดเลือกเป็นนักเขียนคอนเทนต์ประจำบริษัท โดยแต่ละคนจะรับผิดชอบหัวข้อต่างกันไปตามความถนัด แต่มีบ้างที่บางครั้งต้องระดมสมองทำงานชิ้นเดียวกัน และนั่นก็เป็นความสนุกและท้าทายสำหรับพวกหล่อนทั้งสามคนมาก การจะเขียนให้โดนใจและเป็นที่ติดตามไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกหล่อนก็ทำได้และมีความสุขกับงานโดยไม่คิดมองหาสาขาอื่นใดอีก

“กว่าจะมาได้นะยัยกุล ฉันหิวจนท่องร้องระงมไปหมดแล้ว” พลอยนภัสทักเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินออกจากลิฟต์มาหลังนาฬิกาบอกเวลาว่าเลยเที่ยงวันมาเกือบสิบห้านาทีแล้ว

“ใช่ฉันจำได้ว่าแยกจากแกมาพักใหญ่แล้วนะ เข้าห้องน้ำนานไปไหมแม่กุลสตรีจ๋า” จิรัชยาสมทบ กุลสตรียิ้มแหย หล่อนยอมรับว่าวันนี้จิตใจหล่อนไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว แต่นั่นแหละ... หล่อนพยายามดึงสติกลับมาอย่างเต็มที่แล้ว จะให้ร่าเริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับหล่อนเลย หล่อนคงทำไม่ได้ตอนนี้

“แหม...ก็มาแล้วนี่ไง มัวแต่ยืนบ่นแล้วจะหายหิวไหมจ๊ะแม่คุณทั้งสอง”

“ย่ะ ไปก็ไป แกมันเก่งเรื่องเบี่ยงประเด็นอยู่แล้วนี่ แต่อย่าคิดว่าฉันจะหยุดซักไซ้แค่นี้นะ อิ่มท้องเมื่อไรฉันจะซักแกให้ขาวสะอาดเลยเชียว” จิรัชยาไม่วายคาดโทษ พลอยนภัสรีบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“เออใช่ยัยจิบอกแกท่าทางแปลกๆ ฉันก็อยากรู้ว่าแกเป็นอะไร มันเกี่ยวกับเรื่องที่แกหายหัวไปตั้งแต่เมื่อคืนหรือเปล่า”

“ตกลงแกจะกินหรือจะซักฟอกฉันยัยพลอย” กุลสตรีรีบดึงความสนใจเพื่อนออกนอกเรื่องทันที หล่อนไม่อยากให้ใครมาซักไซ้อะไรมาก เพราะนั่นเหมือนเป็นการสะกิดแผลสดๆ ให้เลือดไหลทะลักทั้งที่หล่อนพยายามปิดซ่อนเอาไว้

แล้วก็ได้ผล...พลอยนภัสรีบตอบกลับทันควันด้วยความโมโหหิว แต่ไม่วายส่งสายตาคาดโทษไปให้

“ก็กินน่ะสิถามได้ กินไปซักไปก็ได้ แกเตรียมคำตอบไว้ดีๆก็แล้วกัน ชิ!” พลอยนภัสว่าแล้วก็สะบัดหน้าใส่เดินนำไปก่อน ตามติดด้วยจิรัชยาที่ก้าวฉับๆตามไป กุลสตรีถอนหายใจ เพื่อนๆห่วงใยหล่อนรู้ แต่หล่อนปริปากบอกใครไม่ได้ หล่อนเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอง

 

สามสาวใช้เวลาไม่นานก็พากันมาถึงร้านอาหารชื่อดัง กุลสตรีส่ายหน้ากับเพื่อนทั้งสองที่บอกหิวจนท้องกิ่ว แต่แทนที่จะหาร้านอาหารใกล้ๆบริษัทกลับพาถ่อสังขารมาเสียไกลลิบ หึเชื่อเขาเลย เรื่องกินนี่ต่อให้หิวแทบตายอย่างไรก็ต้องของอร่อยถูกปากไม่อย่างนั้นกินไม่ลง

“ครึ้มอกครึ้มใจอะไรของแกยัยพลอย ถึงมาหากินเสียร้านหรูแบบนี้น่ะ”

“มากินอาหารย่ะ ไม่ใช่มาหากิน พูดให้มันดีๆหน่อยยัยกุล” พลอยนภัสย้อนเสียงสะบัด กุลสตรีหัวเราะพรืด ขณะที่จิรัชยาค้อนวงเล็กให้หล่อนเพราะยังงอนไม่หายที่ปล่อยให้รอนาน

“จ้า...นั่นแหละ อะไรเข้าสิงแกล่ะ ปกติแกงกจะตาย วันนี้เล่นเสียร้านแพงหูดับเชียวนะแก”

“ทีเมื่อคืนแกยังทุ่มสุดตัวจัดปาร์ตี้ที่ผับสุดหรูฉลองวันเกิดได้เลย แล้ววันนี้ฉันจะทุ่มสุดแรงพาแกมาเลี้ยงบ้างไม่ได้หรือไงยะ”

“ใช่ฉันสองคนมีปัญญาจ่ายหรอกน่า กับแค่เลี้ยงวันเกิดย้อนหลังให้เพื่อน ทำไมแค่นี้พวกฉันจะทำไม่ได้ยะ”

“เออ...ขอบใจ ถึงแล้วก็รีบๆลงไปกันสิ หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วไม่ใช่เหรอ พวกแกน่ะ” จบคำของกุลสตรี สามสาวก็พากันลงจากรถ เดินเข้าไปในร้านอาหารสุดหรูระดับท็อปเท็นของกรุงเทพมหานครฯ พวกหล่อนก็เป็นเสียแบบนี้ เพื่อเพื่อนแล้วไม่มีอะไรที่พวกหล่อนทำไม่ได้

“สวัสดีครับคุณสุภาพสตรีไม่ทราบจองโต๊ะไว้หรือเปล่าครับ” พนักงานต้อนรับถามด้วยท่าทางสุภาพ พลอยนภัสยิ้มหวานให้แล้วเอ่ยเสียงอ่อนหวานไม่แพ้กัน

“จองไว้แล้วค่ะ ...พลอยนภัส”

“ขออนุญาติเช็คสักครู่นะครับ” พนักงานต้อนรับบอกแล้วหันกลับไปพิมพ์ป๊อกแป๊กที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ กวาดสายตาสำรวจรายชื่อชั่วครู่ก็หันมายิ้มกว้างแล้วผายมือเชื้อเชิญ

“เรียนเชิญคุณผู้หญิงทั้งสามด้านนี้เลยครับ”

พลอยนภัสพยักหน้ารับแล้วหันมาส่งสัญญาณให้เพื่อนๆเดินตามพนักงานต้อนรับเข้าไปด้านใน กุลสตรีเดินรั้งท้าย หล่อนกวาดสายตามองโดยรอบ ร้านอาหารแห่งนี้หรูสมคำร่ำลือ จัดตกแต่งร้านด้วยโทนสีครีมประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าบนฝ้าเพดาน รอบด้านมีแจกันดอกไม้น้อยใหญ่ประปรายสวยงาม มองดูแล้วสบายตาสบายใจ

พลันหญิงสาวก็ต้องตะลึงงัน ดวงตาคู่สวยชะงักกึกลงที่บุรุษและสตรีคู่หนึ่งซึ่งกำลังนั่งส่งยิ้มหวานชื่นให้กัน หัวใจหล่อนปวดหนึบขึ้นอย่างไม่อาจหักห้ามได้ ลมหายใจหล่อนถี่สั้น มือหล่อนกำสายสะพายกระเป๋าแน่น จนหล่อนต้องตั้งสติค่อยๆ สูดหายใจเข้า-ออกให้ลึกและยาวขึ้น

“กุล! แกเป็นอะไรของแก ทำอย่างกับพวกเด็กไฮเปอร์ฯ อย่างนั้นแหละ” จิรัชยาถาม หล่อนหมายถึงกลุ่มอาการของคนที่มีความเครียดในสภาวะจิต เมื่อมีสิ่งเร้ามากระทบจะเกิดอาการหายใจหอบถี่ มือจีบเกร็ง เหมือนกุลสตรีในตอนนี้

“เดี๋ยวฉันมานะ”

“จะไปไหนอีก ฉันหิว” พลอยนภัสท้วง แต่ไม่ทันแล้ว...

กุลสตรีก้าวฉับๆตรงไปทางด้านหนึ่งอย่างรวดเร็วราวตำรวจกำลังไล่ล่าตามจับผู้ร้ายอย่างไรอย่างนั้น จิรัชยากับพลอยนภัสหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยังไม่ทันหายงงหญิงสาวทั้งสองก็เห็นกุลสตรีเดินไปหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะชายหญิงคู่หนึ่ง

“เฮ้ยนั่นมันธันเดอร์ ธีร์ นี่แก ยัยกุลไปทำอะไรตรงนั้น”

“เออใช่หรือว่าธันเดอร์ ธีร์ ว่าจ้างบริษัทเราหรือเปล่าวะแก”  จิรัชยาพยักหน้าหงึกหงักแล้วหันไปถามพลอยนภัส แต่เมื่อเห็นเพื่อนรักส่ายหน้าอย่างไม่รู้เรื่องราว ต่างก็มองกันไปมาอย่างไก่ตาแตก

“เอายังไงดีแก ตามไปไหม” พลอยนภัสถามอย่างขอความเห็น จิรัชยามองไปยังเพื่อนรักอีกฝั่งก็หันมาส่ายหน้าหับพลอยนภัส

“นั่งรออยู่นี่ดีกว่าแก บางทีเขาอาจว่าจ้างยัยกุลหรือที่บริษัทโดยที่เราไม่รู้ก็ได้ เดี๋ยวยัยกุลกลับมาเราค่อยถาม”

“ดีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นเราสั่งอาหารรอยัยกุลเถอะ”

เมื่อเห็นพ้องต้องกันสองสาวก็พากันนั่งลงแล้วเปิดเมนูเลือกรายการอาหารที่ต้องการ แม้จะสงสัยแต่ก็พยายามอดใจรอถามไถ่เพื่อนรัก ฝ่ายนั้นเป็นนักธุรกิจมีชื่อเสียงขืนพวกหล่อนกรูเข้าไปโดยไม่ได้รับการเชื้อเชิญ เขาอาจหาว่าพวกหล่อนเสียมารยาทได้ อีกอย่างหากกุลสตรีไม่มีเหตุอะไรให้ต้องพูดคุย เพื่อนของพวกหล่อนก็คงไม่เข้าไปทักทายถึงโต๊ะแบบนั้นแน่นอน 

อะฮ้า!! ยัยกุลคิดจะทำอะไร ติดตามต่อในวันพรุ่งนี้นะคะ
เชียร์ยัยกุล กด 1 เอ๊ย! แอดแฟน คอมเม้นท์ แล้วแวะไปทักทายธัชชาที่เฟซบุ้กค่า 'Kirana Anan (ธีร์ ธัชชา นามปากกา)' แล้วเจอกันค่า



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha