พรหมจรรย์แลกรัก (ลงจบแล้ว)

โดย: ธีร์ ธัชชา



ตอนที่ 11 : งานเข้า EP.3 1/4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

กุลแกเป็นยังไงบ้าง”

               “ใช่ๆ ธันเดอร์ ธีร์ ทำอะไรแกหรือเปล่า แล้วแกไปรู้จักเขาตั้งแต่เมื่อไร แล้ว...”

               “ฉันไม่เป็นอะไร พวกแกมานานแล้วเหรอ” กุลสตรีตอบนิ่งเรียบแล้วถามกลับ หล่อนมาถึงคอนโดฯ แล้วเจอเพื่อนรักทั้งสองมารออยู่แล้ว แม้จะใช้ชีวิตเพียงลำพังก็จริงแต่เพื่อนๆ หล่อนมีกุญแจจึงสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ดูแลคอนโดมิเนียมและพนักงานรักษาความปลอดภัยของที่นี่รู้จักเพื่อนหล่อนดีทุกคน

               “พวกฉันมาถึงตั้งแต่ตอนไหนไม่สำคัญหรอกกุล เรื่องสำคัญและต้องคุยกันเดี๋ยวนี้คือเรื่องของแกกับธันเดอร์ ธีร์” พลอยนภัสยืนกราน พวกหล่อนไม่ใช่คนไร้สติปัญญาที่จะดูไม่ออกว่าเพื่อนหล่อนกับซีอีโอหนุ่มไฟแรงสูงที่ใครๆ ต่างเรียกเขาว่า ‘ธันเดอร์ ธีร์’ แทนการเรียกชื่อจริงเพียงชื่อเดียวหรือเรียกนามสกุลตามธรรมเนียมฝรั่งนั้นมีอะไรในก่อไผ่มากกว่าคนรู้จักทั่วไป

               “ใช่! ยัยพลอยพูดถูก แกรู้ไหมฉันสองคนนั่งไม่ติดที่ ทำงานไม่ได้ตั้งแต่แกถูกลากตัวขึ้นรถไปกับผู้ชายคนนั้น” จิรัชยาระบายความอัดอั้นทันที หล่อนและพลอยนภัสร้อนใจจนไม่เป็นอันทำอะไร ท้ายสุดเลยพากันออกจากออฟฟิศแล้วตรงมายังคอนโดฯ เพื่อดูว่ากุลสตรีกลับมาหรือยัง พอมาถึงก็พบกับความว่างเปล่า หล่อนทั้งสองก็ยิ่งกระวนกระวายเพราะกุลสตรีหายไปกับซีอีโอใหญ่คนนั้นร่วมสองชั่วโมงได้แล้ว

               “แกจะเอาแต่นิ่งเงียบแบบนี้ไม่ได้นะกุล แกพูดอะไรออกมาบ้างสิ” พลอยนภัสโวยวายเมื่อเพื่อนรักเอาแต่เงียบกริบ หล่อนเห็นกุลสตรีเหวี่ยงกระเป๋าสะพายลงบนโซฟาแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำออกมารินใส่แก้วยกขึ้นดื่มพรวดๆ เห็นแล้วก็พอรู้ว่าเพื่อนคงมีเรื่องเครียดไม่น้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำตัวเหมือนร่างไร้วิญญาณแบบนี้

               “กุล! แกโอเคใช่ไหม” จิรัชยาถาม น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความห่วงใย กุลสตรีฟังแล้วก็ไม่อาจฝืนเก็บกลั้นธารน้ำตาต่อไปได้หล่อนปล่อยให้ไหลรินแล้วสะอื้นออกมาตามแรงอารมณ์

               “ฮึก! ฮือ...”

               “กุล!” พลอยนภัสกับจิรัชยาอุทานพร้อมกันด้วยความตกใจ สองสาวรีบถลาเข้าหาเพื่อนรักที่ยามนี้กำลังยืนสะอื้นไห้จนตัวโยน

               “แก...ใจเย็นๆ นะ ค่อยๆ ตั้งสติ อย่าร้องนะ ...อย่าร้อง”

               “ไม่เป็นไรนะกุลยังไม่พร้อมก็ไม่ต้องเล่า แต่แกอย่าเอาแต่ร้องไห้แบบนี้ พวกฉันใจคอไม่ดี”

               จิรัชยากับพลอยนภัสต่างพากันปลอบโยนเพื่อนรัก สองสาวโอบกอดลูบหัวลูบไหล่หวังให้กุลสตรีคลายความเศร้าโศกลง แต่เหมือนยิ่งปลอบกุลสตรีก็ยิ่งปล่อยโฮหนักหน่วงขึ้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตกระมังที่พวกหล่อนเห็นกุลสตรีร้องไห้ราวจะขาดใจเช่นนี้

               “แกโอเคขึ้นนะ” จิรัชยาถามหลังจากกุลสตรีคลายสะอื้นลงก่อนมองสบตากับพลอยนภัสพยักหน้าส่งสัญญาณให้ช่วยกันประคองพาเพื่อนรักไปนั่งที่โซฟา

               “นมอุ่นๆ สักแก้วไหม หรือจะเอาโกโก้ แกจะได้รู้สึกดีขึ้น” พลอยนภัสถาม หล่อนคาดว่านอกจากอาหารเช้าแล้วกุลสตรีคงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องแน่นอน จิรัชยาพยักหน้าเห็นด้วย หญิงสาวขยับจะไปชงเครื่องดื่มมาให้เพื่อนรักดื่มรองท้อง อย่างน้อยร่างกายจะได้ไม่ตึงเครียดจนเกินไป

               “ไม่ล่ะ ฉันไม่หิว” กุลสตรีบอก หล่อนปวดร้าวจนสมองตื้อไปหมด ความโหยหิวก็ดูเหมือนจะหดหายไปด้วย กระเพาะอาหารของหล่อนก็เหมือนตีบตัน หากกลืนกินอะไรเข้าไปตอนนี้ เห็นทีคงได้อาเจียนออกมาหมดไส้หมดพุงแน่นอน

               “ถ้าอย่างนั้นก็จิบน้ำอุ่นสักหน่อยก็แล้วกัน แกจะได้สบายตัวขึ้น”

กุลสตรีพยักหน้า หล่อนไม่อยากขัดนั่นรังแต่จะทำให้เพื่อนรักทั้งสองต้องวิตกกังวลตามไปมากกว่านี้ ว่าจะไม่แสดงความอ่อนแอให้เพื่อนเห็นแล้วเชียว แต่สิ่งที่หล่อนกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้มันก็สาหัสต่อจิตใจจนยากจะทานทนไหว

               “อ่ะนี่น้ำอุ่น จิบสักหน่อยเผื่ออะไรๆ ที่มันอัดแน่นจะคลายลงบ้าง” จิรัชยาส่งน้ำอุ่นให้ หล่อนเหยาะน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยพอให้ลำคอได้ชุ่มชื่นและร่างกายได้รับพลังงานเข้าไปบ้าง กุลสตรีรับแก้วน้ำอุ่นมาถือไว้ หญิงสาวคลึงแก้วด้วยอุ้งมือทั้งสองข้าง ให้ความร้อนแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือเข้าสู่หัวใจให้หัวใจหนาวเหน็บได้พอมีกระไออุ่นขึ้นมาบ้าง

               “ขอบใจนะพลอย จิ ถ้าไม่มีแกสองคนฉันคงเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้”

               “แกก็พูดไป แกยังมียายกับน้องสาวที่รอแกอยู่ที่เพชรบุรีอีกตั้งสองคน” พลอยนภัสว่าพลางบีบไหล่เพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ จิรัชยาได้แต่ถอนหายใจ สถานการณ์ตอนนี้คงหนักหนาสำหรับกุลสตรีมาก เพื่อนหล่อนถึงได้อ่อนเปลี้ยไร้แรงกำลังแล้วกลายเป็นนกปีกหักแบบนี้

               “นั่นแหละ แต่ฉันก็ร้องไห้ต่อหน้าพวกเขาไม่ได้ ถ้าฉันทำตัวอ่อนแอให้ยายกับน้องฉันเห็นพวกเขาก็ต้องทุกข์ใจและเป็นห่วงฉันจนทุกข์ตรมไปด้วย”

               “แต่แกต้องยอมรับความจริงนะกุล แกเป็นคนมีชีวิตจิตใจ แกก็ต้องมีอ่อนแอ มีร้องไห้เป็นเรื่องธรรมดา แค่วันนี้แกร้องไห้ต่อหน้าพวกฉันได้ พวกฉันก็ดีใจจะแย่” จิรัชยาบอกแล้วยิ้มอ่อนโยนให้ พลอยนภัสเองก็พยายามพูดชวนขบขันหวังให้สถานการณ์ตึงเครียดคลายตัวลง

               “ใช่! พวกฉันนึกว่าแกเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาให้ทำเป็นแต่หัวเราะครื้นเครงเสียอีก ที่ไหนได้ แกก็มีโมเม้นต์ร้องห่มร้องไห้เป็นกับเขาเหมือนกัน ฮ่าๆ ๆ”

               “บ้าจริง! พวกแกน่ะ เห็นเรื่องทุกข์ของฉันเป็นเรื่องตลกขบขันหรือไง”

               “แหม...ใครจะเห็นเรื่องทุกข์ร้อนของเพื่อนเป็นเรื่องตลกกันล่ะ พวกฉันก็แค่ไม่อยากให้แกต้องหมองเศร้า อยากให้แกกลับมาเป็นกุลสตรีผู้ร่าเริงคนเก่าเท่านั้นเอง” จิรัชยารีบแก้ต่าง พลอยนภัสได้ฟังก็เออออห่อหมกไปด้วยกัน

               “ว่ากันอันที่จริง ก็ต้องขอบคุณธันเดอร์ ธีร์ นะแก เพราะถ้าไม่ใช่เขาแกก็คงไม่รู้จักว่าการร้องไห้มันเป็นยังไงใช่มะ” พลอยนภัสพูดแล้วก็รีบยกมือปิดปากปุ๊บ! จิรัชยาถลึงตาใส่ กุลสตรีเริ่มคลายจากอารมณ์หดหู่อยู่แล้วเชียว ยัยพลอยปากหมามุ่ยดันทำเสียเรื่องอีกจนได้

               “แกน่ะ”

               “ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

               สองสาวกระซิบกระซาบกันอย่างกลัวว่าจะกระทบกระทั่งจิตใจกุลสตรีจนร้องไห้หนักหน่วงขึ้นมาอีก เพราะพอพลอยนภัสเอ่ยถึงซีอีโอหนุ่มที่พวกหล่อนมั่นใจว่าเป็นต้นเหตุให้กุลสตรีต้องมาร้องห่มร้องไห้เป็นเผาเต่าแบบนี้ กุลสตรีก็ดวงตาหม่นสีหน้าเศร้าสร้อยขึ้นมาอีกจนได้

               “ไม่เป็นไรหรอกแก ฉันไม่เป็นไร ฉันโอเค”

               “กุล มีอะไรให้พวกฉันช่วยไหม”

               “อยากเล่าอะไรให้พวกฉันฟังหรือเปล่า”

               พลอยนภัสกับจิรัชยารีบถามไถ่ด้วยความห่วงใย กุลสตรีที่เพิ่งหยุดร้องไห้เกิดอาการน้ำตารื้นขึ้นมาอีกรอบ

               “ฮื่อ...ขอบใจนะ แต่ฉัน...ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ฉัน...ฮึก!”

               “โอ๋ๆ อยากจะร้องก็ร้องออกมาเถอะนะกุล ร้องออกมา ให้น้ำตามันล้างความเจ็บปวดออกมาให้หมด”

               “ใช่! ร้องเสียให้พอ แล้วหลังจากวันนี้แกจะได้ไม่ร้องไห้กับเรื่องนี้อีก”

               “ฮึก! ฮือ...แก! …ฉันเจ็บ ฉันปวด ฉัน ...ฮือออ”

               กุลสตรีปล่อยโฮอีกระลอก หญิงสาวสะอื้นฮักอย่างพยายามสะกดกลั้น คิดถึงเขาคราวใดหล่อนก็มีแต่ความเจ็บปวดรวดร้าวหัวใจ หล่อนรู้! ต่อให้หล่อนร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ร้องจนขาดใจตาย หล่อนก็ไม่มีวันได้หัวใจผู้ชายที่ชื่อ ‘ธันเดอร์ ธีร์ เทย์เลอร์’ สิ่งเดียวที่หล่อนต้องทำ คือลุกขึ้นยืนหยัด ดึงหัวใจตัวเองกลับมา ฟูมฟักให้เข้มแข็ง และหากหล่อนคิดจะสู้ไม่ถอย 

               หล่อนจะต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าไม่ใช่ผู้หญิงไร้ราคาอย่างที่เขาเหยียดหยัน หากสู้ถึงที่สุดแล้ว ไม่อาจคว้าหัวใจเขามาได้ หล่อนก็ต้องดึงหัวใจของหล่อนคืนกลับ แล้วน้อมรับความจริงว่าเขาเป็นได้แค่ผู้ชายในความฝัน


               มีเพื่อนดี สภาพแวดล้อมดี ตัวแกก็ดีมาตลอด มาเสียท่าเพราะความไร้สติจริงๆกุลเอ๊ย! เจ้เอาใจช่วยละกัน #ทีมกุลสตรี

               อ๊ะๆ อ่านแล้วอย่าเพิ่งปิด ส่งเสียงเชียร์ยัยกุลกันหรือยังคะ ถ้าไม่เชียร์ยัยกุล เชียร์ธัชชาก็ได้นะคะ อิอิอิ แวะไปทักกันที่ เฟซบุ้ก

Kirana Anan (ธีร์ ธัชชา นามปากกา)  

ธัชชามี Fanpage แล้วนะคะ กดไลค์ เลือกติดตาม แล้วเลือกเห็นโพสต์ก่อน จะได้รับข้อมูลข่าวสารไวๆนะคะ ^___^






ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha