พรหมพิศวาส

โดย: Vanalak29



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : อดีตอันแสนเจ็บปวดกับแผนการอันแยบยล


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

รถสปอร์ตสีเหลืองจอดลงเจ้าของรถก้าวลงมาแล้วสาวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน  แล้วเลยไปยังสวนหย่อมด้านหลังเรือนใหญ่ดวงตาเรียวคมหรี่มองศาลาหกเหลี่ยม ไม่พบผู้ใดแล้วคาดว่าเพื่อนของแก้วคงกลับหมด ธัญจกรกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อนึกสีหน้าสาวใช้แสนสวยแสดงความกังวลต่อเขาอย่างเปิดเผย เผอิญไม่ได้โง่เสียด้วยสิเธอดันปกปิดความคิดทางสีหน้าไม่ได้เลย

ยกท่อนแขนดูเวลาเกือบสามทุ่มพ่อคงเข้านอนพอดี คืนนี้เขาควรนอนห้องพ่อดีหรือเปล่า คิดแล้วอมยิ้มใครจะน่ากลั่นแกล้งเท่าแก้วคงไม่มีอีกแล้ว หันกายกลับมาสองเท้าชะงักเมื่อดวงตาผสานกัน คนถูกนึกถึงหน้าตึงโชคชะตาเธออาภัพนักคิดว่าจะไม่เจอสุดท้ายกลับต้องมายืนต่อหน้า

คนตัวเล็กก้มหน้าหลุบตามองพื้น ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงแต่ไม่ควรหนีห่าง เพราะเธอจะกลายเป็นของเล่นสนุก สาวเท้าก้าวต่อแต่เรียวแขนกลับถูกคว้าไว้ แก้วกัลยาชะงักช้อนมองคนตัวใหญ่

“จะรีบไปไหน ฉันมีเรื่องจะถามเธอ”ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน

“ปล่อยแก้วก่อนค่ะ แล้วคุณชายอยากถามอะไรแก้วจะตอบให้”

เรียวแขนเป็นอิสระ แก้วกัลยายอมหยุดต่อหน้าเพื่อให้เขาซักถาม

“เพื่อนเธอ ที่ชื่อริน มีแฟนหรือยัง?”ธัญจกรยิ้มเจ้าเล่ห์ ชำเลืองมองสีหน้าของคนถูกถาม ใบหน้าคู่สนทนาเริ่มซีดเผือดลง

ริมฝีปากบางสีกุหลาบเม้มสนิท ลูกนัยน์ตากรอกซ้ายขวา เธอไม่ชอบโกหกรินไม่มีแฟน แต่ถ้าบรรดาหนุ่มคุยด้วยนั้นมีมากมาย ไม่เคยเห็นเพื่อนคบใครอย่างจริงจังสักคนเลย

“รินมีแฟนแล้วค่ะ คุณชายอย่ายุ่งกับรินเลย!”เธอโพลงออกมา ซึ่งอีกฝ่ายรู้ดีว่ามันคือคำโกหก

ยกท่อนแขนกอดอก หัวเราะเบาๆ ประหนึ่งเห็นเป็นเรื่องขบขัน สาวน้อยแสนสวยเหตุใดพูดปดไม่เก่งเอาเสียเลย ชายหนุ่มแสร้งถอนหายใจเหมือนตนเองเสียดายหนักหนา แล้วสบตาหญิงสาว

“ทำยังไงดีล่ะแก้ว เผอิญว่าฉันไม่สนซะด้วยสิ ฉันต้องการรินไม่ได้ต้องการแฟนของริน เรื่องแบบนี้ใครดีใคร ได้รินไม่ได้แต่งงานสักหน่อย ใช่ไหมแก้ว”เขาแสร้งถามความเห็น สีหน้าอีกฝ่ายตื่นตระหนกมากขึ้น

“แต่ว่ารินมีแฟนแล้ว คุณชายไม่ควรไปยุ่งนะคะ!

“เป็นแฟนกันก็เลิกกันได้ ฉันแค่สนใจริน หากรินไม่เล่นด้วยฉันจะยอมถอย”

ทำไม! ไม่เข้าใจเลยสักนิด คุณชายต้องการอะไรกันแน่ ผู้หญิงมากมายเหตุใดต้องจ้องจับคนรอบตัวเธอ สร้างความลำบากใจให้ไม่รู้จบ เขาทำเพื่อสิ่งใด หรือได้เงินทอง

“แก้วขอร้องล่ะค่ะ อย่ายุ่งกับเพื่อนแก้วเลย คุณชายมีผู้หญิงมากมาย เว้นรินไว้คนหนึ่งคงไม่ตายหรอกค่ะ”เธอหลุดปากด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง เมื่อคิดได้แววตาจึงหม่นลง

“แล้วทำไมฉันต้องเชื่อเธอ” ชำเลืองมองสีหน้าคู่สนทนา เห็นหน้าแดงก่ำ ดวงตาเรียวคมหรี่มองอย่างจับผิด “หรือเพื่อนเธอก็สนใจฉันเหมือนกัน”

คนฟังชะงักหน้าถอดสีไม่ตอบคำถามอะไร

อีกคนเลยเลิ่กคิ้วยิ้มเยาะ “สงสัยจะจริงสินะ”

“คุณชายต้องการอะไรกันแน่!

“เธอไม่รู้เหรอแก้ว ว่าฉันต้องการอะไร”เขาย้อนถามแววตาทอประกาย

เจ้าของใบหน้าหวานละมุนเริ่มหงุดหงิด เพียงแค่กันไม่ให้คุณชายพบกับรินน่าจะพอ ไม่มีวันให้สองคนสานต่ออะไรกัน เขาน่ากลัวเกินไป

“คุณชายไม่มีวันได้ในสิ่งที่ต้องการหรอกค่ะ แล้วฉันจะปกป้องเพื่อนไม่ให้ตกหลุมพรางของคุณชายด้วย”เธอยืนยันเสียงหนัก

“ฉันจะรอดู ว่าเธอทำได้อย่างที่ปากพูดหรือเปล่า ผู้หญิงอย่างเพื่อนเธอฉันเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว เธอห้ามรินไม่ได้หรอก”

“ถึงยังไงฉันก็จะพยายาม!

“ความพยายามที่ไร้ผล”เขาหัวเราะในลำคอ แล้วมองมาราวกับเธอเป็นเด็กประถมไม่รู้ภาษา

“คุณชาย!

“อยากทำอะไรก็ทำเถอะนะแก้ว แต่ฉันอยากจะบอกอะไรไว้อย่าง ต่อให้ฉันไม่ก้าวเข้าหาเพื่อนเธอ สุดท้ายแล้วเพื่อนเธอจะก้าวมาหาฉันอยู่ดี”ชายหนุ่มทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป

 

ซุ้มคณะบริหารแก้วกัลยานั่งซึมจนสินภพขมวดคิ้วเมื่อเห็นความผิดปกติ หลังจากพูดคุยกับคุณชายเมื่อวานเธอครุ่นคิดตลอดเวลา จะทำยังไงให้รินเปลี่ยนใจ หาทางช่วยแบบไหนได้บ้าง

“เป็นอะไรแหรอแก้ว เห็นทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์”สินภพเอ่ยทัก

“ก็เรื่องรินนะสิ”แก้วกัลยาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เรื่องอะไรเหรอ?”

“รินชอบคุณธัญน่ะสิ อยากให้แก้วช่วย แต่คุณธัญไม่ใช่ผู้ชายที่ควรคบหาเลย”แก้วกัลยาบอกเพื่อนเสียงเครียด

คนฟังสีหน้าหม่นลงครู่หนึ่งแล้วแสร้งปรับเป็นปกติ มองเพื่อนสาวอย่างขอบคุณ สำหรับความพยายามช่วยเหลือนัฐนริน

“ปล่อยเขาเถอะแก้ว ในเมื่อรินหาเรื่องใส่ตัวเอง เราคงทำอะไรไม่ได้หรอก”

“แต่ว่า...”

“เชื่อสินเถอะ ยิ่งเราทำอะไรลงไปจะกลายเป็นว่าเราผิดเสียเปล่าๆ ในเมื่อเขาต้องการแบบนั้นก็ปล่อยไป เราเป็นแค่เพื่อนมีบางอย่างที่ทำได้และทำไม่ได้เหมือนกัน”น้ำเสียงดูเศร้าจนแก้วกัลยารู้สึกประหลาดใจ

เธอฟังคำเพื่อนแล้วหยุดคิด คำว่าเพื่อนมันมีเส้นกั้นนี่คือเรื่องส่วนตัวซึ่งไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ทว่าความรู้สึกห่วงมันเกาะกินใจ เมื่อรู้ว่าอันตรายยังทำใจปล่อยเพื่อนได้หรือไง เอาเถอะเธอคงทำเท่าที่ทำได้เท่านั้น

“แก้วเข้าใจแล้วล่ะสิน”

เสียงเครื่องยนต์ดังข้างซุ้มร่างเพรียวบิดกุญแจก้าวลงจากรถ นัฐนรินชะเง้อมองหาเพื่อนตรงซุ้มคณะ แล้วรีบตรงมาหาแววตาทอประกาย เธอนั่งลงข้างสินภพแล้วแบมือกับแก้วกัลยา

“ไหนเบอร์คุณธัญ!”นัฐนรินถามพลางยิ้มกว้าง

“เมื่อวานคุณธัญกลับดึกน่ะริน แก้วเลยไม่ได้เบอร์”เธอรีบแก้ตัว

“เหรอ น่าเสียดาย”

สินภพชำเลืองมอง สีหน้าไม่พอใจ

“อยากได้ผู้ชายทำไมไม่หาทางเอาเอง จะมาใช้แก้วทำไม!”สินภพแขวะทันที

“ไอ้สินภพเอาอีกแล้วนะ!

“ทำไมรับไม่ได้หรือไง ปกติเห็นชอบใครก็วิ่งรีเข้าหา แล้วทำไมคราวนี้ต้องใช้แก้วด้วย”

“ไอ้สินภพ ปากดีเกินไปแล้วนะ!”นัฐนรินชักสีหน้าไม่พอใจ

“ทำตัวแบบนี้ระวังท้องไม่มีพ่อ อับอายขายขี้หน้าคนอื่นเขาหมดหรอก เป็นสาวเป็นนางหัดเก็บอาการเสียบ้างไม่ใช่บ่งบอกทางสีหน้า หรือช่วงนี้มันเป็นฤดูผสมพันธ์ของเธอ!”สินภพตอกกลับ แววตาวาวโรจน์

เพียะ!

เสี้ยวหน้าชาหนึบ สินภพตวัดสายตามอง เห็นมือเพื่อนสาวสั่นเทา แก้วกัลยาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

“มันจะมากไปแล้วนะไอ้สินภพ ฉันแค่ชอบคุณธัญมันผิดตรงไหน แล้วฉันก็ไม่เคยมั่วไม่เลือกหน้า!”นัฐนรินกัดฟันบอกเสียงเครือ

“พอเถอะสองคน”แก้วกัลยาพยายามห้าม ครั้งนี้รู้สึกว่าสองคนจะทะเลาะกันรุนแรง

เรียวแขนถูกจับบีบ นัฐนรินเบ้หน้ามองเพื่อนหนุ่มแววตาไม่เกรงกลัว

“รักชอบกับใครฉันไม่ว่า แต่อย่ามาทำให้แก้วลำบากใจ หัดคิดซะบ้างว่านั้นคือเจ้านายของแก้ว แก้วเป็นแค่สาวใช้จะให้ไปขอเบอร์โทรศัพท์ คนอย่างเธอเคยเห็นใจใครบ้างหรือเปล่า เคยนึกไหมว่าเขาจะลำบากใจกับสิ่งที่ขอ!

นัฐนรินชำเลืองมองเพื่อนสาว แววตาหม่นลง เธอไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย สินภพปล่อยเรียวแขนเป็นอิสระแล้วหันหน้ามองทางอื่น ในอกมันเจ็บปวดจนบอกไม่ถูก

“แก้ว... รินขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไรริน แก้วไม่ได้คิดมากหรอก”เธอหัวเราะแก้เก้อ มองเพื่อนสองคนแล้วหนักใจ

“วันนี้รินคงไม่เรียนแล้ว กลับก่อนนะแก้ว”ลุกยืนหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย

ร่างเพรียวเปิดประตูรถขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่น เจ็บใจจบแทบอยากกรีดร้อง ทำไมสินภพถึงพูดจาไม่เคยรักษาน้ำใจเธอเลย มีเพื่อนแบบนี้ไม่มีเสียยังจะดีกว่า สตาร์ทรถเคลื่อนออกจากรั้วมหาวิทยาลัย

สินภพมองตามครู่หนึ่งแล้วหันกลับมา สักวันเขาอยากให้เธอคิดได้ แล้ววันนั้นจะบอกความรู้สึกที่มีให้ได้ยิน ไม่ว่าจะรับหรือไม่ก็ตาม

“เข้าห้องเรียนกันเถอะแก้ว ได้เวลาแล้ว”สินภพหันมาชวน

“จ้ะ”

จบคาบวิชาเศรษฐศาสตร์สองร่างเดินเคียงกันออกมาจากห้อง แก้วกัลยายังรู้สึกไม่สบายใจเรื่องเพื่อนสาว แต่ไม่อยากเอ่ยเรื่องนี้ให้เพื่อนอีกคนกังวล

“กลับเลยไหมแก้ว”

“กลับเลยจ้ะ”

รถวีออสขับเคลื่อนออกจากรั้วมหาวิทยาลับ สองคนนั่งเบาะหน้าต่างเงียบตลอดทาง แม้อยากชวนเพื่อนพูดคุยแต่เหมือนราวกับว่าสินภพมีเส้นกั้นไว้อยู่ รอจอดเทียบหน้ารั้วเหล็กอัลลอยด์แก้วกัลยาเปิดประตูก้าวลงจากรถ

“ไว้เจอกันนะแก้ว”เจ้าของรถบอกส่งท้าย

“จ้ะ”

รถเพื่อนขับหายไปแล้ว แก้วกัลยาลูกบิดประตูเล็กตรงรั้วเหล็ก

“หนูจ้ะ”เสียงหนึ่งทักขึ้น แก้วกัลยาหันมองเห็นหญิงกลางคนแปลกหน้ากำลังยืนอยู่สองคน

“ค่ะ”ปล่อยมือจากลูกบิด

“เอ่อ... หนูอยู่บ้านหลังนี้เหรอ”

“ใช่ค่ะ”

“ฉันมาหาคุณธัญ เขาอยู่บ้านไหม?”

เธอสังเกตสีหน้าหญิงกลางคนมีแววตาหมองเศร้า แถมเนื้อตัวยังเขียวช้ำ เป็นใครกันนะถึงถามหาคุณชายแบบนี้

“แก้วไม่ทราบหรอกค่ะ เพราะเพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัย”

“จะถามทำไมนักหนาพี่นาถ เข้าไปเลยเถอะยังไงธัญมันก็เป็นลูกพี่ มันจะใจจืดใจดำไม่ให้เข้าบ้านเลยหรือไง!”นีโพล่งออกมาเมื่ออดรนทนไม่ได้

“แกก็รู้ว่าพี่ออกจากบ้านเพราะอะไร ยังไงธัญก็เชื่อแบบนั้นอยู่แล้ว แกคิดว่าลูกจะยอมอภัยหรือไง!

“แต่ตอนนี้พี่ลำบากมาก ถ้าไม่ขอความช่วยเหลือจากลูกจะขอจากใคร มันเป็นลูกก็ต้องช่วยแม่สิ”

แก้วกัลยางุนงง หรือนี่คือแม่ของคุณชาย เธอไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องนี้เลย

“เข้าไปเลยไม่ต้องสนใจ!”นีจับข้อมือพี่สาวเปิดประตูเข้าสู่อาณาเขตสิทธิภาคย์อย่างไม่เกรงใจ

หญิงสาวก้าวตามด้วยความตกใจ ไม่กล้าห้ามปราบ แม้อีกใจจะขัดแย้ง หากคุณชายกลับมาอาจเกิดเรื่องใหญ่ได้ สองพี่น้องพากันเข้ามาด้านใน จันตาโตจ้องมองด้วยความตกใจ น้ำผึ้งเองหน้าถอดสี

“มันเกิดอะไรขึ้นแก้ว ทำไมปล่อยให้เข้ามาแบบนี้!”จันมาถามเสียงดังสีหน้าตระหนก

“แก้วพยายามห้ามแล้วค่ะ แต่เค้าสองคนเข้ามาเอง”

“คุณชายกลับมาเกิดเรื่องใหญ่แน่!”น้ำผึ้งเปรยออกมา

นีรนุชนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมพี่สาว เบ้ปากมองสาวใช้อย่างไม่ใส่ใจ ดวงตากวาดมองรอบบ้านแล้วยิ้มพราย หากพี่สาวสามารถขอเงินลูกได้คงสบายไปทั้งชาติ

จันกัดฟันรวบรวมความกล้า เดินเข้าหาแขก เธอไม่อยากให้คุณธัญต้องเจ็บปวดอีกแล้ว

“ขอโทษนะคะ แต่ดิฉันคิดว่าคุณสองคนควรกลับไป”จันบอกเสียงแข็ง

นีรนุชช้อนสายตามองสาวใช้ สีหน้าไม่แยแส

“อย่ามายุ่งเรื่องของเจ้านาย จะไปล้างส้วมหรือทำความสะอาดบ้านก็ไสหัวไปซะ!

“นีหยุดนะ ทำไมพูดกับจันแบบนั้น”นุชนาถรีบห้ามน้อง

“ทำไมจะพูดไม่ได้ มันเป็นแค่คนใช้ พี่จะลดตัวทำไม!

มือจันกำแน่นอดรนทนไม่ได้ ขนาดทำเรื่องบัดสีในบ้านยังกล้าด้านหน้ากลับมา เห็นแล้วโมโหแทนคุณท่านและคุณธัญเสียเหลือเกิน แต่เธอเป็นเพียงแค่คนใช้ฐานะต่ำต้อยจึงไม่มีสิทธิ์ไปว่ากล่าว

“ทำเรื่องทุเรศแล้วยังจะกล้ามาอีก!”น้ำผึ้งโพลงออกมา นีรนุชลุกยืนชี้นิ้ว

“บอกว่าอย่าเสือกไม่ฟังหรือไง หรืออยากโดนตบ ฮะ!

ง้างมือขึ้น จันเลยรีบก้าวถอยออกมา นีรนาถฉุดมือน้องสาวเอาไว้ เมื่อเห็นเรื่องราวเริ่มเลยเถิด

“อย่าทำแบบนี้นี!”พี่สาวห้ามปราม

“ดูพวกมันสิ เราสองคนเคยเป็นนาย มันกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำ!

“แต่มันเป็นแค่อดีต”

เสียงรถยนต์จอดเทียบหน้าบ้าน ร่างสูงก้าวลงจากรถแล้วสาวเท้าเข้าด้านในเมื่อถึงโถงกลางสองเท้าหยุดเดิน ดวงตาเรียวคมเบิกกว้าง มองหญิงสาวแปลกหน้าสองคนแววตาแข็งกร้าว กรามถูกขบเป็นสันนูนหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกนอกอก ลมหายใจหนักถูกปล่อยออกมา

แก้วกัลยาเห็นสายตาคุณชายพาลให้หวาดผวา ไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนั้นมาก่อนเลย ถึงแม้เคยทะเลาะกันหลายครั้งแต่ทว่าเขามักควบคุมตัวเองได้เสมอ แต่คราวนี้มันแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

“ป้าจันทำไงดี ใครจะช่วยได้บ้าง”น้ำผึ้งรีบปรึกษา

“โทรหาคุณใหญ่เร็วน้ำผึ้ง เกิดเรื่องใหญ่แน่แบบนี้!

ฝ่ายสองคนพี่น้องเมื่อเป้าหมายกลับมาเลยเปลี่ยนท่าที ยิ้มแย้มทักทายเสียก่อนเพื่อเป็นการเริ่มต้นที่ดี นีรนุชจูงมือพี่สาวเดินออกมาจากโซฟา หยุดยืนตรงหน้าหลานชาย

“ธัญ น้าพาแม่มาหา พอดีแม่มีเรื่องอยากคุยกับหลาน”นีรนุชยกยิ้ม

คนเป็นแม่ช้อนมองลูก อยากจับ อยากกอด พอเห็นลูกโตมาหน้าตาหล่อเหลา มีการศึกษา ทำให้เธอภาคภูมิใจยิ่งนัก

“ธัญ... แม่”คำพูดถูกกลืนหาย มองสีหน้าลูกแล้วรับรู้ได้ ว่าเขาคงยังไม่หายโกรธ

“ไสหัวไปให้พ้น!”ตะโกนลั่นจนนีรนุชสะดุ้งโหย่ง ผงะถอยหลัง

“ธัญ แม่แค่...”

“บอกให้ออกไปไง บ้านนี้ไม่ต้อนรับ ไสหัวออกไปทั้งคู่ หรือจะให้เรียกตำรวจ!

นีรนุชมองหลานชาย ไม่อยากเชื่อคำพูดเหล่านี้จะออกมาจากปาก

“ทำไมพูดจาแบบนี้ธัญ นาถเป็นแม่แกนะ!”นีรนุชตวาด

“ผมเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าแม่ไม่ลง ผู้หญิงที่เล่นชู้กับผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับลูก มันน่าขยะแขยงจนแทบอยากจะอ้วกออกมา!”แววตาแข็งกร้าวจ้องมอง คนเป็นแม่น้ำตานอง น้าสาวถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออก

แก้วกัลยาปิดปากดวงตาเบิกกว้างกับเรื่องที่เพิ่งได้ยิน เกิดเรื่องเลวร้ายขนาดนี้เชียวเหรอ

“ธัญ ทำไมลูกพูดแบบนี้ ทำไมลูกไม่เชื่อใจแม่ ลูกเห็นว่าแม่เป็นคนแบบนั้นหรือไง แม่อยากอธิบายแต่ไม่เคยได้รับโอกาสนั้นเลยสักครั้ง”คนเป็นแม่ตัดพ้อ

“ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็น อย่ามาเล่นละคร ผมไม่เชื่อสิ่งที่คุณพูดออกมาหรอก”ธัญจกรกัดฟันเข่นเขี้ยว

“แม่ไม่เคยทำเรื่องน่าบัดสีแบบนั้น!”นุชนาถยืนยันทั้งน้ำตา

ธัญจกรหัวเราะลั่น เจ็บจนไม่มีน้ำตา เมื่อภาพนั้นเขาเห็นมันเต็มตา  ภาพที่มารดากำลังกกกอดกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรัก มันเจ็บจนจุกพูดอะไรไม่ออกเลย              

“ผมว่าทางที่ดีคุณสองคนออกไปจากที่นี่ดีกว่า ไม่ต้องมาร้องขอการให้อภัย ผมไม่สนใจทั้งนั้น ตอนนี้ยังพูดดีอยู่อย่าให้ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่เลย ไปหาผัวเด็กของคุณเสียสิ ตอนนี้มันคงไม่สนองให้แล้วใช่ไหม เพราะหมดเงินคงโดนมันเฉดหัวทิ้งแล้วสิ!”ชายหนุ่มยิ้มเยาะ

คำพูดลูกดั่งเข็มทิ่มแทง ทรมานเหลือเกินกับความเข้าใจผิดในอดีต ทั้งที่เธอไม่เคยคิดนอกใจสามีแต่สุดท้ายกลับโดนคนในเงามืดเล่นงาน จนกลายเป็นที่รังเกียจ การกระทำอันน่าอัปยศอันมิได้เป็นผู้ก่อ ทุกดวงใจต่างเจ็บปวดด้วยกัน ไม่อาจอธิบายเรื่องอะไรได้เลยเมื่อบุตรชายหนีไกล เธอเองต้องอดทนรอเขากลับมานานแสนนาน พอเวลามาถึงกลับถูกไล่อย่างไม่ไยดี

ความปวดร้าวของคนเป็นแม่ใครเล่าจะรู้ การถูกเข้าใจผิดแบบนี้สู้ตายไปเสียยังดีกว่า ภาพลูกมองเธอยังจำได้ติดต่อมันแฝงไว้ด้วยแค้นและความรวดร้าวจนใจแทบแหลกสลาย ไม่มีหนทางแก้ไขได้เลยหรือไร อยากให้ลูกกลับมารักเหมือนก่อนเหลือเกิน

“แกพูดกับแม่แบบนี้ได้ยังไง คอยดูตายไปตกนรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด!”นีรนุชชี้หน้าหลาน

“ผมคงไม่ตกหรอกนรก แต่ถ้ามีคนที่จะต้องตก คงไม่ต้องถามหรอกว่าใคร!

น้าสาวง้างฝ่ามือหมายฟาดหน้าหลาน แต่ข้อมือกลับถูกรวบไว้แล้วออกแรงบีบ

“โอ้ย!”นีรนุชร้องลั่น คนเป็นแม่พยายามดึงมือลูกออก แต่ไม่อาจสู้แรงได้ “เจ็บ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะธัญ!

คนตัวใหญ่ขบกรามความแค้นบังตา แม่ทำเรื่องบัดสี เพราะพ่ออายุมากกว่าแม่มากคงไม่พอทำให้ความกระหายมันเบาบางเลยต้องหาเศษหาเลยกับเพื่อนลูกตัวเอง อะไรไม่แค้นเท่ากับสองคนรวมหัวกันสวมเขาให้ สาวใช้ในบ้านพากันหันรีหันขวางตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้า คุณธัญกำลังโดนไฟโทสะครอบงำใครจะอาจหาญเข้าห้าม

“ทำยังไงดีป้าจัน คุณใหญ่ยังไม่กลับเลย!”น้ำผึ้งร้องถาม

“จะรู้ได้ยังไงล่ะ ใครจะห้ามคุณธัญได้!

นีรนาถรีบรั้งข้อมือลูกให้ปล่อยน้องสาว แต่ทว่าชายหนุ่มกลับผลักจนแม่ล้มลงอย่างไม่ไยดี แก้วกัลยาตกใจกับภาพที่เห็นรีบเข้าห้าม

“อย่าทำแบบนี้นะคะคุณชาย”คนตัวเล็กช่วยดึงมือเขาออก แต่กลับไม่ได้ผล

“อย่ามายุ่ง!”เขาตวาดหญิงสาว

“คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ยังไงเธอก็เป็นแม่ของคุณ เป็นน้าของคุณ!

“เธอไม่รู้อะไรสักเรื่องอย่ามาพูดดีกว่า!

แววตายามมองมาแก้วกัลยารับรู้ได้ เขาคงไม่มีสติอยู่กับตัวอีกแล้ว ตัดสินใจครั้งสุดท้ายเขย่งเท้าสองข้าง จับใบหน้าด้วยสองมือ แนบริมฝีปากจุมพิต จนคนตัวใหญ่ชะงักดวงตาเบิกกว้างเผลอปล่อยมือจากน้าสาว ภาพการกระทำเหล่านั้นอยู่ในสายตาสองสาวใช้ จันและน้ำผึ้งตะลึงงัน

แก้วกัลยาถอนริมฝีปาก หันมองผู้หญิงสองคนแล้วเหลียวมาทางคุณชาย ตอนนี้เขาเริ่มได้สติแล้ว และสองคนกำลังตกอยู่ในอันตรายอีกครั้ง

“หนีไปค่ะ!”แก้วกัลยารีบบอก นีรนุชรีบดึงมือพี่สาวออกจากบ้าน

“จะหนีไปไหนฮะ!”ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าจะติดตาม

เรียวแขนโอบกอดจากด้านหลังเพื่อหยุดยั้ง แม้คนตัวใหญ่อยากขยับตามแต่กลัวอันตรายจะเกิดกับเธอ เลยหยุดเท้ายืนหายใจหนักตรงนั้น พยายามควบคุมอารมณ์เดือดพล่าน จับแขนสองข้างที่โอบกอดออกแล้วหันมองแก้วกัลยา

แววตาเขาเปลี่ยนไป

“เรื่องนี้เธอต้องรับผิดชอบ!

“ว้าย!”หญิงสาวร้องลั่น

ร่างบางถูกแบกพาดบ่า สองสาวใช้มองตามอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น น้ำผึ้งกัดฟันความริษยาเข้าแทรก เหตุใดไม่เป็นเธอหรือเพราะหน้าตาไม่งดงามเท่าแก้วกัลยา

คนตัวเล็กถูกโยนลงบนเตียงทันทีที่หลังแตะฟูกรีบทะลึ่งพรวดขึ้นมาสีหน้าตระหนก ธัญจกรยืนเท้าเอวหน้าตึง ความจริงไม่ได้โกรธกับการกระทำของแก้ว เพียงแต่รู้สึกอยากเอาคืน งานนี้ต้องมีใครสักคนรับผิดชอบ ซึ่งเขาคิดว่าควรจะเป็นเธอ

“คุณชาย แก้วขอโทษค่ะ แก้วแค่ต้องการหยุดคุณชาย”แก้วกัลยาบอกเสียงสั่น เธอเพียงต้องการหยุด ไม่อยากเห็นเขาทำร้ายแม่ตัวเอง

“ปกติเธอเป็นแบบนี้เหรอ หยุดใครด้วยการจูบ”เขาเลิ่กคิ้วถาม

“ปะ...เปล่านะคะ แก้วกลัวว่าคุณชายจะพลั้งมือทำร้าย... แม่ตัวเอง”หญิงสาวตอบเสียงเบา

คนฟังนิ่งเงียบเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อครู่ ดีที่แก้วกัลยาช่วยเหลือ หากไม่ได้เธอป่านนี้คงเกิดเรื่องร้ายแรง ตอนนั้นบอกตามตรงสติเขาหลุดแล้ว ความโกรธมันบังตาจนแทบอยากบีบข้อมือน้าให้แหลกสลายเสียตรงนั้น

หันมาให้ความสนใจกับคนตัวเล็ก เห็นกำลังยืนสั่นสะท้าน น่าแปลกผู้หญิงคนนี้สามารถทำให้เขาหยุดอารมณ์โกรธทั้งที่ไม่มีใครเคยทำได้เลย ก้าวยาวเข้าหาแก้วกัลยาถอยหลังจนชิดติดกำแพงแววตาไหวระริก

“คุณชาย จะทำอะไร”คนกลัวถามเสียงสั่น กวาดมองซ้ายขวาหาทางรอดให้ตนเอง

“เรื่องช่วยห้าม ฉันขอบใจ” สองมือยกขึ้นดันกำแพงคร่อมคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน “แต่เรื่องจูบฉันไม่ให้อภัย”แววตาเขาทอประกาย ยกยิ้มเจ้าเล่ห์

แก้วกัลยาห่อตัวอยากหลบจากอ้อมแขนสองข้างให้ได้ แต่ทว่าเวลานี้กลับไม่สามารถทำอะไร แย่แล้วคราวนี้ทางรอดแทบไม่มี

“กะ...แก้วขอโทษ ปล่อยแก้วไปเถอะนะคะ”เธอบอกเสียงสั่น ขอบตาเริ่มผ่าวร้อน

“คงปล่อยไม่ได้หรอก ฉันมีเรื่องต้องสอนเธอ”

คนฟังงุนงงและสติหลุดเมื่อใบหน้าหล่อคมโน้มใกล้ แก้วกัลยาหันหน้าหนีแต่เสี้ยวหน้าเขากลับตามมาไม่หยุดหย่อน พยายามหันหนีอีกครั้ง

“อื้อ...”ริมฝีปากถูกครอบครอง

ครั้งนี้จุมพิตช่างดูดดื่มเรียวลิ้นกระหวัดสูบความหวานไม่หยุดหย่อน เมื่อถอนแล้วยังกลับมาย้ำซ้ำเติมจนกลีบปากช้ำ คนตัวเล็กเริ่มหอบหายใจเพิ่งรู้ซึ้งรสจูบมันชวนหวามไหวขนาดนี้ เกือบยี่สิบนาทีที่เธอตกอยู่ในห้วงอารมณ์แปลกใหม่ แก้วกัลยาแทบเซเมื่อทุกอย่างยุติลง

“แบบนี้ถึงเรียกว่าจูบ ฉันสอนเธอแล้วนะแก้ว”ชายหนุ่มหัวเราะร่วน

มือบางยกผลักดันแผงอก ใบหน้าแดงก่ำ คุณชายเอาเปรียบกันครั้งแล้วครั้งเล่า

“แก้วไม่เคยต้องการให้คุณชายมาสอน!”คนถูกจูบย้อนคำทันที

“แล้วใครใช้ให้เธอมาจูบฉันก่อนล่ะแก้ว พอเห็นว่ามันไม่ถูก เลยต้องสอนกันเสียหน่อย เผื่อวันอื่นเธอจะได้คล่องขึ้น”

“แก้วไม่เคยอยากเจนจัดในเรื่องพรรค์นี้!

แม้มือเธอผลักดันแต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมห่าง เรี่ยวแรงเพียงน้อยนิดหรือจะทำอะไรได้ หากเขาไม่ยอมถอยแก้วกัลยาจะไม่มีวันออกจากอ้อมแขนนี้ไปได้

“แล้วอยากเจนจัดในเรื่องแบบไหน”เขาย้อนถามสีหน้ากรุ่มกริ่ม

“คุณชายจะรู้ไปทำไมมันเรื่องของแก้ว เลิกทำเหมือนแก้วเป็นของเล่นเสียทีเถอะค่ะ แก้วขอร้อง!

ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด เหตุใดเธอถึงได้เอาใจยากนัก ไม่รู้หรือไงว่าเขาพอใจแค่ไหน

“เธอจะหยิ่งทำไมแก้ว ฉันรู้ว่าเธอเองก็พอใจฉัน ไม่อย่างนั้นคงไม่จูบหรอกใช่ไหม”มือใหญ่ยกขึ้นลูบไล้ใบหน้า แก้วกัลยาเบี่ยงหนี แววตาขุ่นเคือง

จากหวาดกลัวแต่ตอนนี้กลับโมโห

“แก้วไม่ได้ชอบคุณชาย แก้วขอยืนยัน!

“แล้วเธอชอบใคร!”ชายหนุ่มย้อนถามเสียงแข็ง

“แก้วจะชอบใครมันก็เรื่องของแก้วค่ะ”

ธัญจกรครุ่นคิด หรือเป็นหนุ่มนักศึกษาคนนั้นที่มาติวหนังสือด้วย คิดแล้วมันน่าหงุดหงิด ท่อนแขนสองปลดออกเพื่อปล่อยร่างบางเป็นอิสระ แก้วกัลยารีบเบี่ยงกายออกแล้วก้าวยาวมาหน้าประตู

“จำไว้นะแก้ว ถ้าฉันอยากได้เธอเป็นเมีย เธอจะไม่มีวันหนีพ้น สักวันเธอจะมานอนทอดกายให้ฉันบนเตียงเอง”ชายหนุ่มพูดไล่หลัง

“มันไม่มีทางหรอกค่ะคุณชาย”แก้วกัลยาหันมาต่อปากต่อคำ

“เราคอยดูกันไปก็แล้วกัน”

คนตัวเล็กขมวดคิ้วมือจับลูกบิดเปิดประตู ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เธอไม่มีวันนอนทอดกายให้เขาเชยชมเด็ดขาด

ร่างบางวิ่งกระหืดกระหอบลงมาด้านล่างสายตาป้าจันและน้ำผึ้งจ้องมองไม่ละสายตา กรองกาญจ์สาวเท้าหยุดยืนตรงหน้าบุตรสาวสีหน้าเคร่งเครียด

“เกิดอะไรขึ้นแก้ว คุณธัญพาตัวไปข้างบนได้ทำอะไรหรือเปล่า!”คนเป็นแม่ถาม สีหน้าแววตาดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่ได้ทำอะไรเลยแม่ คุณชายแค่พาแก้วไปคุยด้วย”

“แล้วเราอุตริไปทำอะไรแบบนั้นแก้ว!”กรองกาญจ์ขึ้นเสียงดุ

จันรีบเข้ามาห้ามทัพ แก้วทำดีแล้วหากหลานสาวเพื่อนไม่เข้าช่วยป่านนี้คงย่อยยับกันไปเรียบร้อยแล้ว

“อย่าไปต่อว่าแก้วมันเลยกรอง ถ้าไม่ได้แก้วป่านนี้บ้านพังไปแล้ว”จันช่วยอีกแรง

“แต่ถึงอย่างนั้นแก้วก็ไม่ควรไปจูบคุณธัญ ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ามันไม่ควร คุณธัญกับเราฐานะแตกต่างกัน ถ้าใครเอาไปนินทาคุณธัญจะเสียชื่อเสียงมากแค่ไหน!

แก้วกัลยารู้แน่แก่ใจในข้อนี้ดี ทุกวันนี้ถึงได้พยายามเอาตัวออกห่างจากเขามาตลอด เธอไม่เหมาะสมไม่ว่าด้านในก็ตาม ไม่มีทางที่คุณชายจะมาจริงใจด้วย เขาเพียงแค่เห็นเธอเหมือนขนมแสนอร่อย ของเล่นแปลกใหม่เท่านั้นเอง

“แก้วรู้ดีจ้ะแม่ แต่แก้วไม่อยากให้คุณชายทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง แก้วทนไม่ได้หรอกนะแม่ที่จะเห็นใครทำแบบนั้น ถ้าเป็นคนอื่นแก้วก็ต้องหาทางห้ามอยู่ดี”แก้วกัลยาตอบมารดาเสียงเบา

กรองกาญจ์สบตาบุตรสาวเข้าใจในความหมาย ลูกคนนี้คอยปกป้องเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยบ่นแม้ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ตาม มีลูกประเสริฐเช่นนี้มันดีใจนักหนาแล้ว

“แม่จะเชื่อแก้วนะ”

“ขอบคุณจ้ะแม่”แก้วกัลยาโอบกอดมารดาไว้แนบกาย จันเลยเดินเลี่ยงออกมาเมื่อเห็นสองแม่ลูกเข้าใจกันแล้ว

 

เสียงเพลงดังกระหึ่มบรรดานักท่องราตรีออกมาโยกย้ายส่ายสะโพกกันกลางฟลอร์ ร่างเพรียวระหงส์ในชุดเดรสรัดรูปสีม่วง ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเฉดสีแดงสด กำลังก้าวเดินเข้าสู่ด้านในร้านแล้วนั่งลงบนเก้าอี้สูงตรงบาร์

“ดื่มอะไรดีครับ”เสียงทุ้มของบาร์เทนเดอร์เอ่ยถาม

“บรั่นดีน้ำแข็งแก้วหนึ่ง”

น้ำสีอำพันใส่น้ำแข็งก้อนใหญ่ถูกวางตรงหน้า นัฐนรินกระดกดื่ม จนป่านนี้ยังมิอาจลืมถ้อยคำเพื่อนเมื่อกลางวันได้เลย เธอมาเที่ยวที่นี่เป็นประจำส่วนมากจะมีเพื่อนมาด้วย แต่วันนี้นัดใครไม่ได้เลยมันคงกะทันหันเกินไป หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาเพื่อน ถึงแม้จะรู้ว่ายังไงเสียแก้วไม่มีทางมา แต่อย่างน้อยก็อยากลองชวนดูเสียก่อน

“ว่าไงจ๊ะริน”ปลายสายรับแล้วถามเสียงหวาน

“แก้ว มาเที่ยวผับกับเราไหม”

แก้วกัลยาชะงัก เธอไม่อยากปฏิเสธแต่สถานที่แบบนั้นมันไม่เหมาะกันเธอเลยสักนิด

“แก้วต้องดูแลเจ้าสัวน่ะริน คงไปไม่ได้หรอก”เธอหาทางหลีกเลี่ยง

เธอรู้ดี เพื่อนคงไม่มาหรอก แก้วนั้นเรียบร้อยผิดกันกับตนเอง เพียงแค่นี้ก็ดีเท่าไหร่ที่ยอมเป็นสนิทสนมด้วยทั้งที่การใช้ชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเธอเป็นแบบนี้เลยไม่มีใครคบด้วย มีแก้วคนเดียวที่ยอมรับและเข้าใจ พบหน้าแก้วครั้งแรกเคยอิจฉา โดยปกติเธอค่อนข้างมั่นใจในหน้าตาตนเอง แต่พอเห็นแก้วแล้วรู้สึกได้ว่าตัวเองดูด้อยไปเลย ผู้หญิงสวยหวาน หน้าตาหมดจดงดงาม แถมกิริยามารยาทเรียบร้อย แทบไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำว่าเพื่อนจะทำงานเป็นสาวใช้บ้านเจ้าสัวชื่อดัง

“ไม่เป็นไรแก้ว รบกวนแค่นี้นะ”

“เดี๋ยวก่อนริน!” แก้วกัลยาลังเล “รินไม่เป็นอะไรนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ไม่ต้องห่วง”

นัฐนรินวางสายแล้วหยิบแก้วเหล้าหมุนวน ครุ่นคิดหลายเรื่อง เธอไม่อยากอยู่บ้านเพราะเกลียด... พ่อตัวเอง แม้มีเงินทองมากมายแต่ทว่าครอบครัวกลับไม่เคยอบอุ่นเลย มุมปากกระตุกผู้ชายเหมือนกันหมด หวังแค่เรื่องบนเตียงไม่เคยจริงใจตัวอย่างมีให้เห็นตำตา

“ขอโทษนะครับ ขอนั่งด้วยคนได้ไหม”หนุ่มแปลกหน้าเอ่ยถาม ขณะเจ้าของโต๊ะกำลังนึกคิด

เธอหันมองพิศมองใบหน้า หนุ่มตี๋หน้าเกาหลีพิมพ์นิยม แต่วันนี้ไม่มีอารมณ์วุ่นวายกับใครทั้งนั้น

“ขอโทษค่ะ วันนี้ฉันมีนัดแล้ว เดี๋ยวสักพักเขาคงมา”เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

“ครับ ไม่เป็นไร”หนุ่มแปลกหน้ายอมถอยห่าง

แก้วน้ำสีอำพันถูกกระดกเข้าปากอีกครั้งพลางถอนหายใจ ค่ำคืนช่างยาวนานบ้างครั้งเธออยากหลับแล้วฝันไม่ต้องตื่นอีกเลย ได้ยินเสียงที่นั่งข้างๆ  นัฐนรินหันมองใบหน้าหล่อเหลาเด่นชัดถนัดตา

“สวัสดีครับคุณริน ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่เลย”ชายหนุ่มทักทาย

“ค่ะ คุณธัญ”นัฐนรินอึ้ง

“มาคนเดียวเหรอครับ”

คนถูกถามแทบพูดไม่ออก ไม่เคยคิดว่าโชคจะเข้าข้างเช่นนี้ ได้พบกับผู้ชายที่ถูกใจ

“มาคนเดียวค่ะ พอดีชวนแก้วแล้วแต่แก้วไม่ยอมมา”

ธัญจกรยกยิ้มเมื่อคิดเรื่องดีๆ ได้ ค่อยขยับมาใกล้หญิงสาว แล้วก้มลงกระซิบข้างใบหู ใบหน้าคนถูกกระซิบแดงขึ้นมาทันที

“ลองโทรชวนดูสิครับ บอกแก้วว่าผมอยู่ด้วย”ชายหนุ่มแนะนำ

“ดะ...ได้ค่ะ ระ...รินจะลองดูนะคะ”ตอบรับเสียงสั่น

ชายหนุ่มผละห่างออกมาแล้วสั่งเครื่องดื่ม นัฐนรินล้วงกระเป๋าหยิบมือถือมือไม้สั่น เมื่อครู่ยังรู้สึกร้อนผ่าวผิวหน้า กลิ่นโคโลญจ์แตะจมูก ลำคอยาว แถมผิวพรรณขาวเนียนเหมือนผู้หญิง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเสียแล้วในตอนนี้

แก้วกัลยาชะงักเมื่อเสียงมือถือดังขึ้นอีกครั้ง เอื้อมหยิบบนหัวเตียงเบอร์หน้าจอขึ้นเป็นเพื่อนสาว เลยรีบกดรับเกรงมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

“ว่าไงจ๊ะริน”

“แก้ว... คืนนี้มาเที่ยวกับรินไหม ตอนนี้รินมีเรื่องจะบอกด้วยล่ะ”

เธอแปลกใจกับเสียงนัฐนริน ตอนโทรมาก่อนหน้ายังดูเศร้าแต่ตอนนี้กลับสดชื่น เหมือนมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น

“เรื่องอะไรเหรอ?”

“รินเจอคุณธัญนะสิ เรากำลังนั่งดื่มด้วยกัน โชคดีมากเลย!”เธฮบอกเพื่อนน้ำเสียงตื่นเต้น

“เจอคุณธัญอย่างนั้นเหรอ!”แก้วกัลยาร้องลั่น สีหน้าตื่นตระหนก

คนฟังรีบยกเครื่องห่างใบหูด้วยความตกใจกับเสียงปลายสาย

“แก้วทำไมตะโกนแบบนั้นล่ะ รินตกใจหมด”

“ตอนนี้รินอยู่กับคุณธัญเหรอ”แก้วกัลยาถามย้ำอีกครั้ง

“ใช่แล้วจ้ะ”

“แล้วตอนนี้รินอยู่ที่ไหน ผับชื่ออะไรแก้วจะไปหา”

นัฐนรินขมวดคิ้วรู้สึกสงสัย ปกติเพื่อนไม่ชอบเที่ยวสถานที่แบบนี้ แล้ววันนี้จะมาหา หรือเพราะเรื่องคุณธัญ

“แก้ว ที่แก้วจะมาหารินเพราะเรื่องคุณธัญใช่หรือเปล่า แก้วไม่อยากให้รินคบกับคุณธัญใช่ไหม”

“มะ...ไม่ใช่หรอกจ้ะ แก้วแค่อยากลองเที่ยวที่แบบนั้นดูบ้างเท่านั้นเอง”

“ถ้าแก้วอยากลองมาก็ได้ เดี๋ยวรินจะบอกนะ”

นัฐนรินบอกสถานที่ตั้งเสร็จสรรพ ร่างบางลุกยืนหยิบถลาหยิบชุดแซกสีขาวแขนกุดสั่นเหนือเข่าออกมาใส่ แล้วปัดผมข้างหนึ่งติดกิ๊บเพื่อให้ดูสดใส แต่งหน้าโทรสีชมพูอ่อน อย่างน้อยก็ไม่อยากน่าเกลียดเกินไป ก่อนออกจากห้องหยิบรองเท้าส้นสูงสีครีม แล้วเร่งฝีเท้าเดินถึงหน้าบ้าน

“แก้วจะไปไหนล่ะ มืดแล้วนะเนี่ย!”ลุงสมนึกเอ่ยทัก ขณะกำลังเช็ดรถ

“แก้วจะไปหาเพื่อนจ้ะลุง”เธอตอบแล้วโยนรองเท้าสวม

“ไปที่ไหนล่ะ”

“ที่ผับแถวนวมินทร์”

“มันจะดีเหรอแก้วเอ้ย เที่ยวกลางคืนแบบนี้ เดี๋ยวกรองมันก็ว่าเอาหรอก”

“แก้วไม่ได้อยากไปเที่ยวหรอกลุง แต่แก้วอยากไปช่วยเพื่อน ไปเที่ยวคนเดียวถ้าเมามาอาจโดนผู้ชายลวนลามก็ได้”แววตาแก้วกัลยากังวล หากเพื่อนเมาคุณชายอาจทำมิดีมิร้าย

สมนึกชำเลืองมองสาวน้อยวัยแรกรุ่น สุดท้ายล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจรถออกมา

“เดี๋ยวลุงไปส่งก็แล้วกัน”

“จริงเหรอลุง!

“เออ”

“ขอบคุณมากจ้ะ”แก้วกัลยารีบเปิดประตูขึ้นนั่งเบาะหน้าคู่คนขับ

รถจอดเทียบหน้าผับแก้วกัลยาหยิบกระเป๋าสะพายแล้วยกมือไหว้ลุงสมนึกก่อนลงจากรถ ก้าวยาวมาถึงหน้าประตู การ์ดตรวจบัตรเรียบร้อยจึงผ่านเข้าด้านใน เธอหยุดยืนกวาดตามอง เห็นผู้คนมากมายกำลังเต้นอย่างเมามันท่ามกลางแสงสี โต๊ะนั่งจัดเรียงไว้มากมาย ชั้นสองเป็นโซฟาสำหรับลูกค้าที่ต้องการเพียงดื่มน้ำเมาเท่านั้น

เธอยืนงงควรเดินไปทางไหนดี เสียงเพลงดังมากจนแทบไม่ได้ยินอะไร สังเกตเห็นเพียงสายตาหลายคู่จับจ้องมายังเธอ แก้วกัลยาเร่งฝีเท้าผ่านคนเหล่านั้นแต่ทว่าข้อมือกลับถูกจับไว้

“จะไปไหนครับ คุยกันก่อนไหม”

คนถูกดึงชะงัก รีบแกะมือนั้นออก แล้วฝืนยิ้ม

“ขอโทษนะคะ พอดีฉันนัดเพื่อนเอาไว้”เธอหาทางเอาตัวรอด

“คุยกับผมสักครู่ก็ได้ แล้วค่อยไปหาเพื่อน”หนุ่มแปลกหน้ายังไม่ยอมรามือ

“ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”ร่างบางเดินเลี่ยงออกมา

คนตัวเล็กกวาดตามองอีกครั้ง พยายามค้นหาเพื่อนและคุณชาย หวังว่ายังอยู่ในสถานบันเทิงแห่งนี้ นัฐนรินลุกยืนโบกมือเมื่อเห็น

“รินทางนี้!”ตะโกนลั่นแต่ไม่อาจสู้เสียงเพลงได้ เลยหันมาทางธัญจกร “คุณธัญเดี๋ยวรินไปพาตัวแก้วมาก่อนนะคะ”

“ได้ครับ”

แก้วกัลยาหันรีหันขวางจนไหล่บางถูกจับไว้ ชะงักหันมองด้วยความตกใจคิดว่าตนถูกลวนลามเมื่อเห็นเป็นเพื่อนเลยเป่าปากด้วยความโล่งใจ

“มาทางนี้จ้ะแก้ว คุณธัญอยู่ตรงโน้น”

เธอเดินตามนัฐนริน ถึงโต๊ะไม้ล้อมด้วยโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมู เห็นคุณชายกำลังกระดกเครื่องดื่มเข้าปาก แถมยังชำเลืองมอง แก้วกัลยานั่งลงอีกฝากหนึ่ง ปล่อยให้สองคนนั่งคู่กัน

“ตอนแรกรินคิดว่าแก้วจะไม่มาแล้ว”นัฐนรินเริ่มบทสนทนาพลางชงเหล้าให้กับหนุ่มที่ตนหมายปอง

“แก้วแค่อยากลองเที่ยวที่แบบนี้บ้าง”

“มาก็ดีแล้วแก้ว ลองเที่ยวที่แบบนี้จะได้ไม่ตกเทรนด์”

เธอไม่สนใจพวกเทรนด์บ้าบออะไรหรอก เพียงแต่กลัวว่าเพื่อนจะตกหลุมพรางผู้ชายมากรักอย่างคุณชาย

“แก้วดื่มน้ำอะไรดี”นัฐนรินหันมาถาม

“น้ำเปล่าก็พอจ้ะ”

“ไม่ได้! มาที่นี่ทั้งทีต้องหัดสิ”

มือบางยกขึ้นเรียกพนักงานเสริฟ์ สั่งเครื่องดื่มทันที แก้วกัลยาหน้าเจือน เธอต้องการมาช่วยเหลือเพื่อน ใช่มาสนุกอย่างปากว่า

“ริน แก้วไม่อยากดื่มจ้ะ”แก้วกัลยาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

“ดื่มเถอะ มีรินอยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัวหนุ่มลากไปไหนหรอก คุณธัญก็อยู่ด้วยปลอดภัยหายห่วง” นัฐนรินหันไปยิ้มให้กับชายหนุ่ม

แก้วกัลยากัดฟัน เขานั่นแหละที่ไว้ใจไม่ได้เลย อันตรายกว่าใครเพื่อน

เวลาผ่านไปครู่หนึ่งพนักงานนำเครื่องดื่มมาเสริฟ์ นัฐนรินรีบหยิบสไมนอร์ฟรสมะนาวให้เพื่อน แล้วรินเหล้าใส่แก้วตัวเอง แก้วกัลยาถือขวดเครื่องดื่มไม่กล้าจิบ

“ดื่มเลยแก้ว ปริมาณแอลกอฮอลล์ไม่เยอะ รับรองอร่อยด้วย แถมไม่เมา”นัฐนรินแนะนำ

สุดท้ายเลยต้องกระดกดื่ม รสหวานผ่านลำคอเธอไม่ได้รู้สึกมึนหัวเลยสักนิด เหมือนน้ำผลไม้ธรรมดา

“อร่อยไหม”เพื่อนสาวเอ่ยถามแก้ว

“จ้ะ”

แก้วกัลยายังคงดื่มสายตายังจับจ้องอยู่ที่เพื่อนและคุณชาย สองคนดูสนิทสนมบางครั้งมือจับมือถือแขน ที่สำคัญเธอนึกตำหนิเพื่อน เหตุใดต้องแนบชิดใกล้กันขนาดนั้น หมดไปสองขวดเธอรู้สึกว่าดวงตามันพร่ามัวหัวสมองเริ่มมึนงง ปกติไม่ค่อยถูกกับเครื่องดื่มมีแอลกอฮอลล์สักเท่าไหร่

เครื่องดื่มถูกส่งมาให้อีกเธอรับมา แล้วส่งผ่านริมฝีปากสู่ลำคอ ตอนนี้สติเริ่มเลือนรางแทบคิดอะไรไม่ออก ภาพของเพื่อนเลือนหาย

“สงสัยแก้วจะเมาแล้วล่ะครับ”ชายหนุ่มบอก

นัฐนรินหันมองเพื่อนแล้วหัวเราะเบาะๆ

“แก้วคออ่อนมากเลยค่ะ ความจริงแก้วไม่ชอบเที่ยวที่แบบนี้ แล้วก็ไม่ดื่มเหล้าด้วยค่ะ”

“คุณรินรู้จักกับแก้วมานานแล้วเหรอครับ”

“เกือบสองปีแล้วค่ะ รู้จักกันตอนเรียน”

ชายหนุ่มครุ่นคิดมีเรื่องบางอย่างที่เขาสงสัย แต่คงต้องใช้เวลาสักหน่อยในการสอบถาม

“ถ้าไม่มีแก้ว รินอาจจะเรียนไม่จบก็ได้ค่ะคุณธัญ”ความจริงเธออยากคุยเรื่องส่วนตัว สเป็คผู้หญิงที่เขาชอบแต่ดูเหมือนยังไม่สนิทสนมถึงขึ้นนั้น

“ทำไมล่ะครับ”

“แก้วเรียนเก่งมากค่ะ ที่สำคัญยังขยันด้วย ปกติอยู่ที่มหาลัยรินจะมีแต่หนุ่มมาตอมเลยทำให้เพื่อนผู้หญิงไม่ค่อยมี พอดีวันนั้นเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ อาจารย์ให้แบ่งกลุ่มทำรายงานแต่ว่ารินไม่มีกลุ่ม แก้วเห็นรินไม่มีเพื่อนเลยมาชวนอยู่ในกลุ่มเดียวกันค่ะ ตั้งแต่นั้นเราเลยเป็นเพื่อนสนิทกันมาตลอด”

ธัญจกรพยักหน้ารับรู้

“แล้ว... ผู้ชายอีกคนล่ะครับ ผมเห็นวันที่มาติวหนังสือ”

“อ๋อ สินภพนะเหรอคะ”

“ชื่อสินภพเหรอครับ”ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นสนใจ

“ใช่ค่ะ สินภพเขาสนิทกับแก้วมาก่อนรินอีก สองคนนั้นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด กลับบ้านสินภพก็มาส่งแก้วที่หน้าบ้าน”

“แสดงว่าแก้วกับสินภพเป็นแฟนกันใช่ไหมครับ”ชายหนุ่มเริ่มเข้าประเด็น

“คนภายนอกมองว่ามันเป็นแบบนั้นค่ะ ตอนนี้แก้วกับสินภพไม่ได้คบกันหรอกนะคะ แต่รินคาดการณ์ไว้ว่าอีกไม่นานเค้าสองคนต้องคบกันแน่ สนิทกันขนาดนี้จะหนีไปไหนได้ล่ะคะ หรือไม่แน่ตอนนี้อาจจะคบกันอยู่ก็ได้แต่ไม่บอกให้รินรู้”นัฐนรินหัวเราะ

“ถ้าเป็นแฟนกันคงเหมาะมากนะครับ”ธัญจกรกัดฟันพูด

“นั่นสิคะ รินอยากให้เค้าสองคนเป็นแฟนกันเหมือนกันค่ะ”

ธัญจกรชำเลืองมองสาวใช้แสนสวยเห็นฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียบร้อย กระตุกยิ้มมุมปากคออ่อนเสียเหลือเกิน หากมากับผู้ชายคนอื่นป่านนี้คงโดนลากไปทำมิดีมิร้ายแล้ว

“แก้วหลับไปแล้วครับ”

“แค่เครื่องดื่มธรรมดายังเมาเลยค่ะ”นัฐนรินยกยิ้ม

“คุณรินจะกลับหรือยังครับ”

มองทางเพื่อนแล้วเห็นใจ คืนนี้แค่พบกับชายหนุ่มที่ตนเองหมายปองก็เพียงพอให้ใจชุ่มชื่นแล้ว

“กลับเลยก็ได้ค่ะ แก้วจะได้พักผ่อนด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”ชายหนุ่มรีบอาสา

“ไม่ต้องหรอกค่ะ รินเอารถมาคุณธัญพาแก้วกลับไปด้วยเถอะค่ะ”ตอนนี้เธอต้องไว้ตัวเสียหน่อย

“ได้ครับ ถ้าคุณรินต้องการแบบนั้น”

ร่างบางถูกพยุงสองด้านจนมาถึงรถสปอร์ต แก้วกัลยาถูกวางไว้บนเบาะหน้าคู่คนขับ ธัญจกรหยุดยืนข้างรถแล้วยิ้มให้กับนัฐนริน

“ผมกลับก่อนนะครับ ไว้เจอกัน”

“ค่ะ”

นั่งลงทำหน้าที่สารถีขับรถสปอร์ตเคลื่อนออกจากลาน ระหว่างทางดวงตาเรียวคมช้อนมองใบหน้าแสนหวาน เห็นเธอขยับกายคิ้วขมวด

“ร้อน...”เสียงหวานครางแผ่วเบา

“ร้อนเหรอแก้ว”ชายหนุ่มถาม

เจ้าของร่างบางเริ่มกระสับกระส่าย ใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ ผิวกายระเรื่ออมชมพู เธอรู้สึกร้อนผ่าวทั่วร่างอาจเพราะเลือดสูบฉีด มือบางเริ่มรั้งคอเสื้อลงมาเพื่อคลายความอบอ้าว แม้เจ้าของรถจะเร่งแอร์แต่เหมือนไม่ได้ผลเอาเสียเลย

“แก้วจะทำอะไร”ธัญจกรร้องห้าม

“ร้อน...”

“มันร้อนขนาดนั้นเลยเหรอ เธอแพ้แอลกอฮอลล์หรือไง”

“ร้อนไม่ไหวแล้ว”

จับกระโปรงร่นขึ้นจนเห็นเรียวขาขาวเนียน ชายหนุ่มชะงักขบกรามแน่น หันมองคนช่างยั่ว

“เธอจงใจทำให้ฉันสติแตกเหรอแก้ว ฉันความอดทนต่ำนะจะบอกให้!

“หิวน้ำ...”เสียงแผ่วเบาครางออกมาปรือตามองไม่ได้สติ

รถสปอร์ตจอดเทียบบาทวิถี ชายหนุ่มโน้มกายเข้าหาจัดท่านั่งหญิงสาวให้เรียบร้อย เขาเกรงว่าหากมากกว่านี้ตนเองจะเสียสติไปเสียก่อน ก็ทุกสัดส่วนช่างเย้ายวนจนแทบคลั่งอยู่แล้ว พอเมาแล้วเปลี่ยนราวกับเป็นคนละคน

“กลับถึงบ้านเมื่อไหร่ฉันจะกอดเธอไม่ปล่อยเลยแก้ว”ชายหนุ่มหมายมาดแล้วขับเคลื่อนรถต่อ

รถแล่นมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วเลี้ยวเข้าสู่รั้วบ้านสิทธิภาคย์ ชายหนุ่มเปิดประตูก้าวลงแล้วยกท่อนแขนดูเวลา เกือบตีหนึ่งแล้ว เปิดประตูอีกฝั่งแล้วมองดูคนเมาเห็นเธอหลับสนิท สอดแขนอุ้มร่างไม่ได้สติออกมาเท้ายกยันประตูปิดสาวเท้าเข้าสู่ด้านใน

แก้วกัลยาซุกซบอกกว้างอย่างไม่รู้ตัว ยามนี้เหมือนกำลังนอนหลับอยู่บนตักแม่ รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย คนตัวใหญ่ใบหน้าแดงก่ำเลือดในกายสูบฉีด ความรู้สึกต้องการถาโถมจนแทบบ้า มาถึงหน้าห้องเอื้อมจับลูกบิดอย่างทุลักทุเลแล้วเปิดออก

วางร่างบางบนเตียงอย่างทะนุถนอม แก้วกัลยาขยับกายจนกระโปรงเลิ่กขึ้นเห็นเรียวขา ชายหนุ่มชะงักยืนมองร่างงามไม่วางตาก่อนหย่อนกายนั่งลง มือใหญ่เริ่มลูบไล้ใบหน้าแผ่วเบาแล้วโน้มกายเข้าหาจดจ้องริมฝีปากบางสีกุหลาย กดจุมพิตอย่างดูดดื่มกระหวัดลิ้นหยอกล้อจนอีกคนเผลอครองแผ่วออกมา กายแกร่งเริ่มร้อนรุ่มจึงขยับทาบทับคนเมาแล้วจูบซ้ำจนเจ้าของริมฝีปากอันถูกรุนรานหายใจติดขัด

มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบเรียวขา ริมฝีปากเลื่อนมาอยู่ตรงลำคอระหงส์จุมพิตลากไล้จนคนใต้ร่างบิดกาย ซิบด้านหลังถูกรูดถึงกลางหลัง เขาจับเนื้อผ้าช่วงไหล่ดึงร่นลงมาจนเผยให้เห็นทรวงอกอวบภายใต้บราเซียสีหวาน  ธัญจกรจ้องมองแววตาทอประกายความต้องการพุ่งทะยาน  มือข้างหนึ่งกอบกุมสัมผัสบัวงามตัวตนผลักดันจนแทบจะปริแตกเพราะอยากครอบครอง ตะขอบราเซียถูกปลดออกในเวลาต่อมาเผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มอันเป็นเนื้อแท้ เขากอบกุมเอาไว้อย่างรวดเร็วดูดดื่มราวกับกระหาย

แก้วกัลยาปรือตามองรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้อง หัวใจเต้นแรงรัวร่างกายผ่าวร้อนเสียจนเหมือนคนจับไข้ นี่เธอกำลังทำอะไร ทำไมมันถึงรู้สึกแปลกๆ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ไม่เคยพบพาน ผงกมองเห็นศีรษะใครบางคน มองร่างกายตนเองกำลังถูกรุนราน ตอนนี้เธอไม่รู้สติ อาการมึนหัวบวกกับอาหารที่กินเข้าไปเริ่มตีขึ้นมา ร่างกายเริ่มต่อต้านเลยดิ้นรนผลักดันเขาออกห่างเพื่อหาห้องน้ำ ธัญจกรชะงักจ้องมองคิ้วขมวด แก้วกัลยาหมดความอดทนสปริงตัวลุกนั่งอย่างรวดเร็ว

“แหวะ!”เธอปล่อยทุกอย่างออกมาทางปาก

ชายหนุ่มตะลึงงันนิ่งค้างเหมือนตัวเองกำลังโดนสาป เมื่อทุกอย่างมันกองอยู่ตรงกางเกงเขา อารมณ์กระเจิงหมดแล้ว คนเมาทิ้งตัวลงนอนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แก้ว เธอยังนอนลงอีกเหรอ!

เจ้าของชื่อถูกเรียกไม่ตอบ นอนหลับตาพริ้ม ธัญจกรค่อยๆ ลุกจากเตียงแล้วสลัดกางเกงและเสื้อผ้าออกก่อนอุ้มร่างบางเข้าห้องน้ำด้วยกัน ฝักบัวถูกเปิดน้ำพร่างพรมทั่วร่างสองคน แก้วกัลยาหายเมาทันทีภาพตรงหน้าเด่นชัดถนัดตา ร่างแกร่งเปลือยเปล่ากำลังยืนต่อหน้าเธอ แถมคนนั้นคือคุณชาย

“กรี๊ด!”แก้วกัลยากรีดร้องดิ้นรนสุดชีวิต

“เงียบนะ ถ้าไม่เงียบจะจับปล้ำเดี๋ยวนี้!”ธัญจกรขู่

คนถูกขู่เงียบกริบน้ำตาคลอ เหตุใดถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ ยกมือพนมขอร้องเขา เธอไม่อยากถูกตราหน้าว่าไร้ยางอาย

“ปล่อยแก้วไปเถอะนะคะ คุณชาย...”

ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ ความจริงหมดอารมณ์ตั้งแต่ตอนโดนอ้วกใส่ พอมาตอนนี้เห็นทีความต้องการจะกลับมา เมื่อสาวน้อยตรงหน้าชุดเธอหลุดลงมากองแทบเท้า เลยเหลือเพียงบราเซียและซับในสีหวานสองชิ้นติดกายพอโดนน้ำก็โปร่งบางเสียจนแนบเนื้อเห็นภายใน ตัวตนเลยเครียดเขม็งเกร็งขึ้นมาทันใด

“ความจริงฉันหมดอารมณ์ตั้งแต่ตอนเธออ้วกใส่แล้วแก้ว เสื้อผ้าเละเทะหมดจะให้เข้าห้องน้ำสภาพไหน เธอก็เหมือนกันชุดเปื้อนอ้วกหมดเลย ฉันเลยลากเข้ามาด้วยกันนี่แหละ ตอนนี้ก็รีบออกไปซะฉันไม่อยากจับเธอปล้ำ!

แก้วกัลยางุนงงกับความใจดีอย่างผิดปกติ เมื่อก้มมองเห็นตัวตนเด่นชัด จึงยกมือปิดปากหันหน้าหนีแล้วเร่งฝีเท้าออกมาจากห้องน้ำ ใบหน้าเรียวสวยแดงซ่านรีบสะบัดไล่ภาพติดตาเหล่านั้น คนตัวเล็กมองเสื้อผ้าเกลื่อนกลาดพื้น สำรวจรอบห้องจากคำพูดของเขามันคือความจริง เธอสร้างปัญหาให้เสียแล้ว ตอนนี้ยังได้กลิ่นอาเจียนคละคลุ้ง เปิดตู้เสื้อผ้าอย่างถือวิสาสะหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่ มันไม่มีทางเลือกเธอขอยืมก่อน ร่างบางเปิดประตูจ้ำมาถึงห้องตนเองแล้วปิดล็อกอย่างแน่นหนาพลางถอนใจด้วยความโล่งอกกับเหตุการณ์ที่จบลงโดยไม่มีอะไรเสียหาย

/////////////////////////////////////////


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อแรกพบหน้าเธอคือหญิงสาวงดงามแต่ฐานะต่ำต้อย เขาใช้ความเหนือชั้นสร้างพันธะสัญญาทางร่างกายเพื่อจองจำเธอเอาไว้ภายใต้เงื่อนไขเวลาผันผ่านทุกอย่างแปรผันเพราะหัวใจกลับถูกเธอฉุดรั้งไว้ด้วยคำว่ารัก"

Vanalak29


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha