พรหมพิศวาส

โดย: Vanalak29



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : คนที่ไม่ต้องการพบและความรู้สึกอันแสนบอบบาง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ร่างผอมบางยืนเกาะรั้วเหล็กอัลลอยด์ชะเง้อมองด้านใน อีกครั้งที่เธอตั้งใจมาพบบุตรชาย อยากอธิบายเรื่องราวในอดีตมันค้างคาจนหัวใจเจ็บหนึบ การใช้ชีวิตโดยปราศจากลูกชายและสามีมันทรมานเหลือเกิน ทุกวันนี้ที่ยังมีชีวิตเพราะต้องการพิสูจน์ความจริง ไม่เคยทรยศต่อครอบครัวเลยสักครั้ง เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด

แก้วกัลยาหยิบไม้กวาดเพื่อทำความสะอาดถนนหน้าทางเข้าบ้าน สองเท้าชะงักเมื่อเห็นหญิงกลางคนกำลังเกาะรั้วชะเง้อมองเข้ามา ร่างบางสาวเท้าหยุดตรงหน้าหญิงคนนั้นแล้วขมวดคิ้ว ไม่อยากเชื่อว่ามารดาของคุณชายยังกล้ากลับมาทั้งที่เกิดเรื่องวุ่นวายหนักขนาดนั้น

“คุณมาทำอะไรคะ”แก้วกัลยาเอ่ยถาม

“หนู... ฉันมาหาลูกน่ะ ช่วยตามธัญมาพบหน่อยได้ไหม”คนเป็นแม่น้ำตาคลอ ไม่รู้จะขอร้องใครอีกแล้ว

คนถูกขอร้องหน้าเจือน เธอไม่กล้าเข้าไปก้าวก่ายในเรื่องนี้ เห็นอารมณ์คุณชายยามเห็นแม่แทบคุมสติไม่อยู่ หากพบหน้ากันอีกคงกลายเป็นทะเลเพลิงแน่นอน

“แก้วคงทำไม่ได้หรอกค่ะคุณป้า คุณป้ากลับบ้านไปเถอะนะคะ ถ้าคุณชายมาเห็นจะเกิดเรื่องใหญ่”

นุชนาถน้ำตาคลอ มันเจ็บเสียจนหัวใจด้านชา ไม่มีอะไรทำให้เสียใจไปมากกว่าการที่ถูกลูกเมินเฉย

“ถ้าหนูอยากให้ป้ากลับ ออกมาคุยกับป้าก่อนได้ไหม”นุชนาถต่อรอง

เธอยอมเปิดประตูออกมาด้านนอกเพื่อพูดคุย อยากตัดปัญหาไปเสียก่อนคุณชายจะมาพบเข้า มือบางถูกกุมไว้ทันที แก้วกัลยาชะงักตกใจกับการกระทำกะทันหันของคู่สนทนา

“หนู... เรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด ป้าไม่เคยทำเรื่องบัดสีเช่นนั้นเลย”นุชนาถบอกน้ำตานอง

“กะ...แก้วไม่รู้หรอกค่ะ เพราะแก้วเพิ่งมาทำงาน คุณควรอธิบายเรื่องนี้ให้กับเจ้าสัวแล้วก็คุณชายฟังนะคะ”

“ป้าพยายามอธิบาย แต่ไม่มีใครฟังเลย ไม่มีสักคน”แววตาหม่นเศร้าสบมา แก้วกัลยารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดแอบซ่อนในนั้น

“แก้วคงช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอกค่ะ แก้วเป็นแค่คนใช้”

เธอไม่เชื่อเลยว่าสาวใช้หน้าตาสะสวยจะไม่สามารถช่วยอะไรได้ ในเมื่อวันนั้นแก้วกัลยาเป็นคนช่วยชีวิตไว้ ลูกชายอารมณ์ร้ายกลับหยุดลงเพียงจุมพิตเดียว

“ตอนนี้หนูไม่ช่วย แต่อย่างน้อยขอเบอร์ติดต่อป้าหน่อยนะ”นุชนาถไม่ละความพยายาม

“ไม่ได้หรอกค่ะ แก้วไม่อยากมีปัญหา”

“ช่วยป้าหน่อยเถอะหนู ป้าจะขาดใจอยู่แล้ว บางครั้งเคยคิดฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ ถ้าหากไม่คิดว่าอยากลบล้างความเข้าใจผิดทั้งหมด”น้ำตาเธอไหลอาบแก้มทรุดกายลงกองกับพื้น แก้วกัลยารีบช่วยพยุงมองดูด้วยความสงสาร

สำหรับแก้วกัลยาแล้วไม่คิดว่ามารดาของเขาจะทำเรื่องต่ำทรามเช่นนั้นลง เพราะจากสีหน้าท่าทางแสดงออกให้เห็น คุณป้าคงทรมานมากกับการถูกเข้าใจผิด

“คุณป้าเอามือถือมาสิคะ”

นุชนาถหยิบมือถือส่งให้ แก้วกัลยารับมาแล้วกดเบอร์ตนเองลงในนั้นก่อนส่งกลับคืน

“แก้วบันทึกเบอร์ลงในเครื่องแล้วนะคะ คุณป้ามีอะไรก็โทรมาบอก ถ้าแก้วช่วยได้จะพยายามช่วยเต็มที่ค่ะ”

“ขอบใจมากนะหนู”

รถสปอร์ตสีเหลืองขับเคลื่อนมาจอดหน้ารั้วอัลลอยด์ ประตูค่อยๆ เปิดออก ธัญจกรเห็นภาพที่ตนไม่ปรารถนาเต็มสองตา ร่างสูงเปิดประตูลงจากรถก้าวยาวมาหาแววตาแข็งกร้าว

“มาทำอะไร ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาที่นี่อีก!”ชายหนุ่มตวาดลั่น แก้วกัลยาสะดุ้งพยายามบังนุชนาถไว้

“คุณป้ากำลังจะกลับค่ะ”

ร่างสูงหันรีหันขวางยกมือเสยผมด้วยความเดือดดาล ลมหายใจติดขัดอารมณ์พุ่งทะยาน

“อยากได้เงินเหรอฮะ!

ล้วงกระเป๋าสตางค์จากกางเกง หยิบแบงค์พันออกมาปึกหนึ่งแล้วโยนมันลงตรงหน้าแม่ตนเอง เงินกระจายเต็มพื้น แก้วกัลยาช้อนมองชักสีหน้าไม่พอใจ แต่คนที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือนุชนาถ

“คุณชาย คุณน่าจะมีสติยั้งคิดบ้างนะคะ ยังไงคุณป้าก็เป็นแม่คุณ!”แก้วกัลยาต่อว่าสีหน้าไม่พอใจ

“มีแม่แบบนี้ไม่มีเสียยังดีกว่า!

ถ้อยคำลูกกรีดแทงกลางใจ คนเป็นแม่แทบทรุดกองกับพื้นโชคดีที่แก้วกัลยาพยุงกายเอาไว้ รู้สึกสะท้อนในอกเหลือเกิน เธอไม่เคยกระทำต่อแม่เช่นนี้เลย

“ถึงท่านจะทำอะไรผิด แต่อย่างน้อยคุณชายก็ควรจะคิดนะคะว่าท่านอุ้มท้องคุณมาตั้งเก้าเดือน คลอดคุณ เลี้ยงดูคุณมา ท่านให้ชีวิตคุณชายนะคะ!

“ไม่ต้องมาสั่งสอนฉันแก้ว!

“แก้วไม่ได้สั่งสอนค่ะ แก้วแค่ต้องการให้คุณชายคิดบ้างว่าคนเป็นลูกสมควรกระทำต่อแม่บังเกิดเกล้าเช่นนี้หรือเปล่า!

รถเบนซ์สีบรอนซ์จอดอีกคันอังศนาลงจากรถสาวเท้าเข้ามาร่วมวง เมื่อพบหน้านุชนาถดวงตาเธอไหววูบ ริมฝีปากเม้มแน่นสีหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจ

“แม่มาที่นี่ทำไม!”อังศนาขึ้นเสียงทันที

“แม่มาหาธัญ”นุชนาถตอบเสียงเบา

“มาหาน้องทำไม แม่ทำเรื่องน่าละอายแล้วยังจะมีหน้ามาหาน้องอีกเหรอ”

“ใหญ่เข้าใจแม่ผิดแล้ว”

“ออกไปจากที่นี่เถอะค่ะ ใหญ่ไม่อยากพูดจาหยาบคายกับแม่นะ แต่ถ้าแม่ไม่ฟังใหญ่คงต้องทำ!

มือข้างหนึ่งปิดปากสะอื้น หัวใจเจ็บร้าว คนเป็นแม่มองลูกแววตาหม่นเศร้าหันกลับสาวเท้าอย่างเชื่องช้า ธัญจกรหลุบตามองพื้นน้ำตาคลอ สภาพแม่ไม่เหลือเค้าโครงความงดงาม มีเพียงร่องรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลาและผิวกายอันดำกร้าน เสื้อผ้ามอมแมม เพราะอะไรกันทั้งที่อยู่สุขสบายกลับเลือกสนองกิเลศตัณหาตนเองจนกลายเป็นแบบนั้น

อังศนารั้งน้องชายโอบกอดไว้แนบชิด เธอจะไม่มีวันให้แม่มาพบน้องอีกแล้ว เล็กเจ็บปวดมามากพอกับเรื่องเลวร้ายในอดีต กว่าจะร้องขอให้น้องกลับมาเมืองไทยยากเย็น หากธัญกลับเมืองนอกเธอคงทำใจไม่ได้ แก้วกัลยายืนมองภาพตรงหน้ารู้สึกประหลาดใจ พยายามสะบัดไล่ความคิดตนเอง คงไม่มีอะไรสิ่งที่เธอเห็นเป็นแค่ความคิดเลวร้ายวูบหนึ่งเท่านั้นเอง

 

ร่างบางในชุดนักศึกษาสะพายกระเป๋าหอบหิ้วหนังสือออกจากห้องนอน ยกเรียวแขนดูเวลาเกือบเที่ยงแล้ว วันนี้เธอมีเรียนคาบบ่าย เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นล้วงกระเป๋าหยิบออกมาดูเบอร์หน้าจอแล้วกดรับ

“ว่าไงสิน”

“แก้วเราจอดรถอยู่หน้าบ้าน ออกมาหรือยัง”

“กำลังออกจ้ะ รอแป๊บนึงนะ”แก้วกัลยารีบสวมรองเท้า แล้วจ้ำจนถึงหน้าบ้าน

รถวีออสจอดติดเครื่องอยู่ คนตัวเล็กรีบเปิดประตูขึ้นนั่งเบาะหน้าคู่คนขับ สินภพเคลื่อนรถออกเพื่อเดินทางไปยังมหาวิทยาลัย

“วันนี้ออกช้าเหรอสิน”

“อืม”

แก้วกัลยาชำเลืองมองเพื่อนชาย เห็นแววตาหม่นเศร้า มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า

“เป็นอะไรหรือเปล่าสิน?”เธอเอ่ยถามจ้องมองสีหน้าเพื่อนด้วยความสงสัย

“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร”

“แน่ใจนะ”หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง

คนถูกถามถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความกลัดกลุ้มชัดเจนจนเพื่อนจับได้เชียวหรือ เขาเองพยายามแล้วแต่ทำไม่ได้เลย เพราะอะไรถึงได้หลงรักผู้หญิงคนนั้นอยู่ได้ไม่เข้าใจ

“มีนิดหน่อยนะ”ตอบเสียงเบา

“มีเรื่องอะไร เล่าให้แก้วฟังได้นะ”

“เอาไว้คุยกันเย็นนี้ดีกว่านะ ตอนนี้เรียนก่อน”ชายหนุ่มตัดบท ในความจริงเขายังไม่พร้อมบอกเรื่องนี้ให้ใครได้รับรู้ แต่แก้วเป็นเพื่อนสนิท และเขาก็เชื่อใจเพื่อนคนนี้มากกว่าใคร

รถวีออสจอดในลานกว้าง แก้วกัลยาเปิดประตูลงจากรถติดตามด้วยเพื่อนหนุ่ม สองร่างเดินเคียงกันเข้าห้องเรียนวันนี้เธอไม่เห็นนัฐนรินอีกแล้ว หากขาดเรียนมากขนาดนี้เพื่อนอาจจะต้องดรอปก่อนก็เป็นได้ ไม่รู้ว่านัฐนรินเกิดปัญหาอะไรหรือเปล่า

“รินโทรหาแก้วบ้างหรือเปล่า”สินภพเอ่ยถาม

แก้วกัลยาชะงักครู่หนึ่ง เธอไม่กล้าเล่าเรื่องที่รินชวนเที่ยวผับ โดยมีคุณชายไปด้วย เกรงว่าสินภพจะต่อว่ารินอีกครั้ง

“ไม่ได้โทรหาเลย แก้วก็ไม่กล้าโทรด้วย กลัวรินจะรำคาญเอา”

“เราโทรไปรินไม่รับเหมือนกัน”สินภพสีหน้าเคร่งเครียด

“ไม่ต้องห่วงหรอกสิน เดี๋ยวรินก็มาเรียน”แก้วกัลยาปลอบ

สองคนนั่งประจำโต๊ะเรียน คาบวิชาการตลาดใช้เวลาประมานสามชั่วโมงครึ่ง แก้วกัลยาจดแลคเชอร์ตามอาจารย์ เผื่อรินจะมาขอลอกไปอ่าน เวลาเรียนหมดลงอาจารย์ก้าวออกจากห้อง สินภพลุกยืนบิดกายเล็กน้อยแล้วหันมาทางหญิงสาว

“จะกลับหรือยังแก้ว”สินภพถาม

“ยังหรอก เรามีเรื่องต้องคุยกันจำไม่ได้เหรอ”แก้วกัลยาทวงถามความสงสัยทันที

สินภพยกยิ้ม แล้วก้าวมาหาเพื่อน

“ไปคุยกันที่โรงอาหารดีกว่า จะได้หาอะไรกินด้วย”

“อืม”

แก้วกัลยาเดินมาถึงโรงอาหารมหาวิทยาลัยพร้อมเพื่อน เธอเลือกซื้อผลไม้และน้ำเปล่ามาทานในขณะที่สินภพเลือกอาหารว่างจำพวกลูกชิ้น แล้วนั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกสีขาวขุ่น

“เมื่อเช้าแก้วถามสินว่าเป็นอะไรหรือเปล่า จำได้ไหม”หญิงสาวเริ่มบทสนทนาก่อน มีบางอย่างที่เธอสงสัยแต่ไม่มั่นใจ

“อืม เราจำได้”

“ตกลงเป็นอะไรกันแน่”

คนถูกถามช้อนมองเพื่อนสาวแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เอนกายพิงพนักเก้าอี้

“แล้วแก้วคิดว่าเราเป็นอะไรล่ะ”ชายหนุ่มย้อนถาม

“ถ้าเดาไม่ผิดแก้วคิดว่าเรื่องริน”

คำตอบแก้วกัลยาทำเอาชายหนุ่มพูดไม่ออก ยิ้มเจือนๆ แล้วหลุบตามองโต๊ะสีขาว

“เดาถูกใช่ไหม”แก้วกัลยาย้ำ

“อืม”สินภพตอบกลับเสียงเบา

“รินทำไมเหรอสิน หรือทะเลาะกันอีกแล้ว”

“เปล่าหรอก เราไม่ได้ทะเลาะกันเลย แทบไม่ได้คุยเลยด้วยซ้ำ”สินภพหน้าเครียด เมื่อถูกเพื่อนถามกดดันเขาเองก็น้ำท่วมปากไม่กล้าพูดเรื่องนี้

หญิงสาวยกยิ้มมองแววตาเพื่อนแล้วพอเข้าใจ ถึงแม้สินภพจะคอยต่อว่านัฐนรินเสมอ แต่เธอรู้ว่ามันเต็มไปด้วยความห่วงใย

“สิน... มีเรื่องอะไรบอกแก้วได้นะ แก้วยินดีรับฟังและสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด”

สินภพลังเล ควรบอกความรู้สึกที่มีต่อนัฐนรินให้แก้วฟังดีหรือเปล่า เขาเองอยากปรึกษาเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้มันทรมานจนแทบบ้า นึกแปลกใจตนเองเหตุใดไม่รักผู้หญิงธรรมดา

“แก้ว... เราชอบริน”ชายหนุ่มสารภาพออกมาในที่สุด

คนฟังจ้องมองแววตาทอประกาย มือกุมมือเพื่อนไว้แล้วยิ้มกว้าง เธอคาดการณ์ไว้แล้วเห็นท่าทีแปลกๆ สินภพมักต่อล้อต่อเถียงนัฐนริน แต่กับเธอกับไม่เป็น มันแปลกจนเธอชักสงสัยทุกครั้งแววตาของสินภพยามมองนัฐนรินมันแฝงความนัยหลายอย่าง

“คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แก้วเข้าใจนะสิน แก้วจะเอาใจช่วย”

“แก้วรู้เหรอ”

“ไม่รู้หรอกแค่เดาเอา เราเห็นสินชอบว่ารินน่ะ แต่เวลามองรินมันเป็นอีกอย่าง” แก้วกัลยามองหน้าคนฟัง เห็นสีหน้างุนงง “คือการกระทำมันสวนทางกับคำพูด”

“อ๋อ”ชายหนุ่มหัวเราะ

“ถ้าสินเป็นห่วงรินแล้วไม่กล้าโทรหา แก้วจะโทรเองจะได้รู้ด้วยว่ารินเป็นอะไรหรือเปล่า”

“ขอบใจมากนะแก้ว”

“ไม่ต้องขอบใจหรอก ทั้งสินแล้วก็รินเป็นเพื่อนรักของแก้วทั้งคู่ ถ้าหากคบกันแก้วจะดีใจมากเลยล่ะ”

สินภพมองตาเพื่อนอย่างขอบคุณ ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เขาสนิทใจได้เท่าแก้วกัลยาอีกแล้ว พอได้พูดความรู้สึกออกไปมันโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ความเป็นห่วงที่มีต่อหญิงสาวอันเป็นที่หมายปองลดน้อยลง เพราะคิดว่าแก้วคงติดต่อและบอกข่าวคราวให้รับรู้  ไม่อยากรออะไรอีกแล้ว อย่างน้อยขอพยายามอย่างสุดกำลังผลลัพธ์จะออกมาดีหรือร้ายก็คงแล้วแต่โชคชะตา

 

ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูยามวิกาลปลุกให้เจ้าของห้องลุกก้าวมาจับลูกบิดเปิดออก ธัญจกรชะงักครู่หนึ่งเมื่อเห็นพี่สาวรออยู่ เขาเปิดประตูค้างไว้แล้วเดินนำพี่เข้าด้านใน ร่างสมส่วนในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าบางเบาแนบเนื้อแล้วสวมทับด้วยเสื้อคลุมอีกชั้นก้าวตามน้องเข้ามา สองคนนั่งบนเตียงกว้าง

“พี่ใหญ่มีอะไรหรือเปล่าครับ”ชายหนุ่มถามแววตาหม่น

“พี่อยากมาคุยกับเล็ก เรื่องผู้หญิงคนนั้น”

“ทำไมครับ พี่อยากจะคุยอะไร ผมบอกแล้วว่าผมไม่อยากยุ่งด้วย!”ธัญจกรเริ่มฉุน เขาไม่ต้องการรับฟังเรื่องของผู้หญิงคนนั้นเลย ไม่อยากเจอหน้า อยู่ใกล้อีกแล้ว

“พี่เข้าใจว่าเล็กไม่อยากยุ่งกับแม่ แต่เล็กก็เห็น แม่ลำบากมากแค่ไหน”คนเป็นพี่พยายามพูดในทางที่ดี แล้วลอบชำเลืองสีหน้าน้องชาย เธออยากรู้ว่าน้องจะให้อภัยแม่ได้หรือเปล่า

ชายหนุ่มขบกรามแน่น ทางเลือกที่แม่เผชิญไม่ใช้เขาหรือใครที่ผลักไส แต่เป็นแม่ที่เลือกมันเอง จะโทษใคร

“พี่ใหญ่อย่าพูดเรื่องแม่กับผมดีกว่า ผมไม่อยากได้ยินอีกแล้ว ผมคิดว่าพี่ใหญ่คงเข้าใจความรู้สึกผมนะ”ชายหนุ่มตัดบทแล้วลุกยืน

อังศนาลุกจากเตียงแล้วถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ก้าวมาเผชิญหน้ากับน้องแล้วโอบกอดแนบแก้มไว้กับอกกว้าง ธัญจกรชะงักครู่หนึ่งแล้วดันออก

“พี่ไม่ต้องปลอบผมแล้ว ผมโตพอที่จะรู้เรื่องรู้ราว เลิกทำเหมือนผมเป็นเด็กเถอะครับ”

“ก็ได้ๆ พี่จะไม่ทำเหมือนเล็กเป็นเด็กอีกแล้ว นอนซะเถอะ เลิกคิดอะไรฟุ้งซ่านด้วยล่ะ”อังศนายิ้มแล้วสาวเท้ามาถึงหน้าประตู

“ฝันดีครับพี่”เขาบอกแล้วปิดประตูลง

อังศนาหยุดยืนหน้าห้อง ตอนนี้เธอครุ่นคิดหลายเรื่อง ทั้งเรื่องน้องไหนจะเรื่องงาน หัวสมองทำงานหนักจนแทบจะทนไม่ไหว เห็นแม่มาวันนี้แล้วหนักใจ สงสารแค่น้องที่ต้องมาทนแบกรับความเจ็บปวดในอดีต

 

ตี๊ด! ตี๊ด!

เสียงโทรศัพท์มือถือแก้วกัลยาดังขึ้นในช่วงบ่ายโมง ล้วงออกมาดูเบอร์หน้าจอรีบกดรับ วันนี้เธอนัดหมายกับสินภพเพื่อทำวิทยานิพนธ์ที่ค้างอยู่ ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาส่งแล้ว

“ว่าไงสิน”

“แก้ว เราจะไปถึงประมานบ่ายสามโมงนะ”

“จ้า”

“แก้วนัดรินมาหรือเปล่า”ปลายสายน้ำเสียงร้อนรน

“ไม่ได้นัดเลยสิน แก้วติดต่อรินไม่ได้เลย!

“หายไปไหนของเค้านะ”ชายหนุ่มพึมพำกับตนเอง แต่อีกคนได้ยินมันด้วยเช่นกัน

“รินเป็นแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลไปหรอกสิน”

“อืม ไว้เจอกันนะแก้ว”สินภพวางสาย

แก้วกัลยามองมือถือแล้วถอนใจ เธอโทรหาแต่เพื่อนไม่รับสายเลยไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง จะถามคุณชายก็กลัวเกินกว่าจะทำเช่นนั้น เพราะเขาถึงเนื้อถึงตัวแถมยังชอบทำอะไรตามใจตัวเองตลอด

บ่ายสามโมงรถเคลื่อนมาจอดเทียบหน้ารั้วเหล็ก แก้วกัลยารีบเปิดประตูให้เพื่อนำรถเข้ามาด้านใน สินภพลงจากรถหลังจากดับเครื่องยนต์เรียบร้อยดีแล้ว สองร่างเดินเคียงกันมายังสวนด้านหลังแล้วนั่งลงบนศาลาหกเหลี่ยมริมสระน้ำ หนังสือมากมายถูกกองไว้ตรงหน้า เธอชำเลืองมองสีหน้าเพื่อนเห็นความหมองอย่างเด่นชัด คงกลัดกลุ้มเรื่องของนัฐนรินแน่นอน

“แก้วทำได้เยอะหรือยัง?”สินภพถามแล้วช้อนสายตามองเพื่อน

“ก็เกินครึ่งแล้วล่ะ เหลือแค่หาข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย”

สินภพถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่คนได้ยินจ้องมองรู้สึกหนักใจไปด้วย เธอไม่ค่อยรู้ว่ารินมีปัญหาอะไรที่บ้านหรือเปล่า แต่เพื่อนคนนี้มักเที่ยวกลางคืนเสมอและคบหาผู้ชายมากหน้าหลายตา บางครั้งรอยยิ้มเหมือนแสร้งทำออกมาเพื่อกลบเกลื่อนบางอย่างไว้

“ไม่ต้องห่วงรินหรอกสิน ยังไงรินก็ต้องกลับมาเรียนแน่นอน เพราะรินบอกกับแก้วไว้ว่าจะเรียนให้จบ”แก้วกัลยาปลอบ

“ที่ห่วงเพราะรินไม่โทรหาใครเลยนะสิแก้ว ทั้งที่แก้วเองก็เป็นเพื่อนสนิทแท้ๆ”ชายหนุ่มเริ่มตัดพ้อ

“บางที... แก้วอาจไม่ใช่คนที่รินสนิทที่สุดก็ได้ รินอาจมีเพื่อนคนอื่นที่พึ่งพาอาศัยได้ดีกว่าแก้วน่ะ”

ชายหนุ่มรู้สึกผิดเมื่อคำพูดกระตุ้นบางอย่างให้แก้วต้องเศร้า เขาเองไม่ได้ครุ่นคิดในเรื่องนี้ให้ดีเลยทำให้เธอหมองหม่น

“มันไม่ใช่หรอกแก้ว อย่างที่แก้วบอกรินต้องมีธุระอะไรสำคัญสักอย่าง แต่เราเชื่อนะว่ารินต้องกลับมา!”ชายหนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่น

แก้วกัลยาระบายยิ้มบางครั้งเธอนึกน้อยใจรินเหมือนกัน ทั้งที่มีเพื่อนแต่กลับไม่ติดต่อหาใครหรือเปล่าอะไรฟังเลย เห็นเพียงแววตาเศร้าหมอง เคยแอบเห็นรินร้องไห้เพียงลำพัง แต่เพราะเธอไม่กล้าเข้าไปก้าวก่ายอยากให้เพื่อนเล่าให้ฟังด้วยตัวเองมากกว่า

“อืม แก้วก็เชื่อแบบนั้นเหมือนกัน”

แววตาสินภพหม่นลงแล้วถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ จะมีสักครั้งบ้างไหมที่เขาสามารถพูดคุยกับผู้หญิงที่ตนเองหลงรักได้อย่างสนิทใจ อยากให้เธอพึ่งพาเขาให้มากกว่านี้ไม่ว่าเรื่องอะไร ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง

แก้วกัลยาเห็นแววตาเพื่อนพลอยนึกสงสาร เธอเองไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องความรักสักเท่าไหร่ พอเห็นเหมือนสินภพกำลังทรมาน มือบางเอื้อมกุมมือไว้แล้วยิ้มให้กำลังใจ

“สักวันรินจะต้องเห็นว่าสินเป็นห่วงและหวังดีมากแค่ไหน เชื่อแก้วสิ”

“อืม ขอบใจมากนะแก้ว”

สองคนก้มหน้าอ่านหนังสือต่อโดยมีชายหนุ่มยืนกอดอกมองดู ธัญจกรขบกรามแน่นความรู้สึกโหวงในอกมันคืออะไร เหตุใดต้องโกรธจนแทบคลั่ง อยากกระชากสองคนนั้นให้แยกห่างออกจากกัน ผู้หญิงอย่างแก้วกัลยาช่างน่าตำหนิมาอ่านหนังสือในบ้านยังกล้าจับมือถือแขนผู้ชาย อีกหน่อยคงพากันเข้าโรงแรมนึกว่าเธอจะไม่เหมือนคนอื่น สุดท้ายก็จบลงแบบเดิมๆ ช่างน่าชังนัก

หนึ่งทุ่มตรงสินภพยกท่อนแขนดูเวลา เมื่อเห็นว่าหัวค่ำแล้วเลยรวบหนังสือปิดลงไม่อยากรบกวนเพื่อนมากกว่านี้ แก้วคงต้องทำงานในบ้านอีกหลายอย่าง

“จะกลับแล้วเหรอสิน”แก้วกัลยาเอ่ยถาม

“หัวค่ำแล้วเดี๋ยวแก้วต้องทำงานอีก ใช่ไหมล่ะ”

“อืม ต้องไปดูแลเจ้าสัวน่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นสินกลับก่อนนะ แก้วไม่ต้องไปส่งหรอก”ชายหนุ่มลุกยืนแล้วสาวเท้าไปที่รถ

ร่างบางก้าวตามมาติดๆ เพื่อยืนส่งเพื่อน สินภพระบายยิ้มแล้วเปิดประตูขึ้นนั่งประจำที่สตาร์ทขับเคลื่อน วีออสออกจากคฤหาสน์หลังงาม แก้วกัลยาโบกมือแล้วย้อนกลับมาที่สวนด้านหลังอีกครั้งเพื่อเก็บหนังสือ

“ทำไมไม่ตามกันไปเลยล่ะ!”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามแกมเยาะ

แก้วกัลยาหันมองแววตาขุ่นเคือง เห็นเจ้านายหนุ่มรูปงามยืนกอดอกพิงเสาศาลาหกเหลี่ยม สีหน้ายียวนกวนประสาทเหมือนเคย

“ถ้าทำอย่างที่คุณชายพูดได้ แก้วคงทำไปแล้วล่ะค่ะ”เธอประชด

โดนย้อนกลับมาควันแทบออกหู ธัญจกรขบกราม

“ทำไมถึงทำไม่ได้ ไม่มีใครเอาเชือกผูกขาเธอสักหน่อย อยากตามหมอนั่นไปก็ทำเลยสิ ฉันจะบอกคนในบ้านนี้ให้ว่าเธอตามผู้ชายไปแล้ว!

“พอดีแก้วยังมีจิตสำนึกของความเป็นลูกอยู่ แก้วไม่อยากทำให้แม่ต้องเสียใจ เลยไม่ได้ทำอย่างที่คุณชายบอก ทั้งที่อยากทำใจแทบขาด!

เรียวแขนถูกคว้าไว้แล้วกดบีบแววตาแข็งกร้าวจ้องมองอย่างไม่ลดละ แก้วกัลยาชะงักรู้สึกตกใจกับการกระทำของเขา จะโกรธกันทำไมในเมื่อคุณชายเป็นคนเริ่มหาเรื่องเธอก่อน

“คิดว่าเธอเป็นใครแก้วกัลยา เป็นแค่คนใช้ในบ้านแต่กล้าต่อปากต่อคำกับเจ้านายเหรอ ไม่รู้หรือไงว่าอยู่ในฐานะอะไร หรือคิดว่าตัวเองเป็นคุณนายบ้านนี้ อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง รวมถึงเรื่องผู้หญิงคนนั้นด้วย!”ชายหนุ่มตวาด

“แก้วไม่ได้ยุ่ง คุณชายมาหาเรื่องแก้วก่อนนะคะ”พยายามบิดเรียวแขนออกจากการเกาะกุม แต่เรี่ยวแรงเขาเยอะจนเธอไม่สามารถขยับได้ดั่งใจ

“เธอสำคัญตัวผิดไปหรือเปล่าแก้วกัลยา ทำไมคนอย่างฉันต้องหาเรื่องเธอด้วย”

“นั่นน่ะสิคะ แก้วก็อยากจะรู้เหมือนกัน”

เสียงฝีเท้าทำให้ชายหนุ่มยอมปล่อยเรียวแขนเป็นอิสระ แล้วยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กรองกาญจ์มองบุตรสาวกับเจ้านายหนุ่มด้วยความงุนงง

“แก้ว ไปดูแลเจ้าสัวหน่อยสิลูก”

“ได้ค่ะแม่”แก้วกัลยารีบหอบหนังสือหนีทันที

กรองกาญจ์หันมาทางเจ้านายหนุ่มบ้าง

“คุณธัญคะ เชิญรับประทานอาหารค่ะ”

“ครับ”ชายหนุ่มรับคำแล้วก้าวนำออกไป

 

ร่างอวบอิ่มในชุดเสื้อตาข่ายสีดำด้านในใส่เกาะอกครึ่งตัวสีเดียวกัน กางเกงยีนส์ขาสั้นแค่คืบกับรองเท้าส้นสูงสีเงินก้าวลงจากรถในช่วงเที่ยงคืน นัฐนรินหยิบกระเป๋าสะพายเข้าสู่ตัวบ้าน ภายในเงียบสนิทบังเกิดเสียงบางอย่างมันคุ้นชินและน่าขยะแขยงจนเธอแทบทนไม่ไหว เสียงครวญครางปนเสียงเคลื่อนไหวของร่างกายดังแว่วเป็นระยะ มือบางกำแน่นน้ำตาเอ่อคลอ

“อย่าสิคะคุณท่าน...”เสียงแผ่วลอยมาอีกครั้ง

“อย่าดื้อสินวล... เธอเยี่ยมมากเลย”

นัฐนรินค่อยๆ ก้าวเข้าหาห้องรับแขก หยุดยืนมองภาพสุดแสนน่าละอาย ก้าวมาตรงสวิตซ์ไฟแล้วกดมันจนสว่างจ้าทั่วห้อง สองคนบนโซฟาตระหนกรีบผละออกจากกันคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่ นวลหน้าซีดเผือดมองบุตรสาวเจ้านายด้วยความตกใจ

“ริน!” “คุณริน!

“ไม่มีที่สมสู่แล้วเหรอ ถึงต้องมาทำกันในห้องรับแขก น่าทุเรศสิ้นดี!

“รินพ่อไม่ได้ตั้งใจลูก...”นันทวัฒน์บอกเสียงแผ่วก้มหน้าหลุบตามองพื้น

สาวใช้นามนวลแสร้งสำนึกผิด แต่ทว่านัฐนรินรู้ดีว่าหญิงคนนี้ไม่ได้สำนึก มีเพียงความทะยานอยากเพื่อไต่เต่าขึ้นมาเท่านั้น

“ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้นวล อย่าคิดว่าพ่อฉันจะเอาเธอจริง แค่ฟันแล้วทิ้งเหมือนผู้หญิงคนอื่นนั้นแหละ อย่าหวังสูงเธอไม่มีวันได้มันหรอก!”นัฐนรินประกาศกร้าว แววตาดุดัน

นวลชะงักมองนายท่านหน้าตาตื่นแล้วรีบคว้าท่อนแขนไว้มั่น แสร้งตีหน้าเศร้าน้ำตาเอ่อ

“คุณท่านทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไหนคุณท่านบอกว่าจะรับผิดชอบนวล จะแต่งงานกับนวลยังไงล่ะคะ!

“คือ... ถ้าจะแต่งฉันต้องได้รับอนุญาตจากลูกสาวด้วย ถ้ารินตกลงฉันยังไงก็ได้”

เธอกอดอกมองดูสาวใช้วัยแรกรุ่น บ่าวไพร่เก่าแก่พาลูกหลานเข้ามาอยู่ด้วยเพื่อทำงาน และวาดหวังจะให้กลายเป็นคุณนายเพราะคิดว่าพ่อเธอกับใครหน้าไหนก็ฟาดเรียบเสียหมด แต่บางสิ่งที่ยังไม่รู้คือเธอเป็นผู้ดูแลของที่นี่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างมามันมาจากมารดาทั้งนั้น ซึ่งท่านทิ้งมรดกให้หลังจากเสียชีวิตเพราะตรอมใจ

โชคดีที่พ่อไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันแม่ เพราะท่านไม่ไว้ใจในความเจ้าชู้ไม่เช่นนั้นสมบัติคงกลายเป็นสินสมรสให้พวกผู้หญิงของพ่อผลาญกันสนุก ความจริงไม่อยากข้องเกี่ยวกับพ่อเลย แต่ทว่ายังไงเสียเธอก็เป็นลูกจะไล่พ่อได้อย่างไร โชคดีที่บริษัทได้น้าสาวคอยดูแลให้จนกิจการรุ่งเรือง เมื่อเรียนจบเธอเองคงเข้าบริหารที่นั้นเหมือนกัน

“คุณท่านพูดแบบนี้ได้ยังไงคะ คุณท่านเป็นพ่อคุณรินนะคะ คุณท่านต้องมีสิทธิ์ตัดสินใจเอง!”นวลยังไม่วายเสี้ยมเพื่อให้ตัวเองได้ในสิ่งที่ต้องการ

“พ่อจะแต่งกันมันก็ได้นะ รินไม่ว่า” หญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปาก “แต่รินจะให้พ่อย้ายไปเสวยสุขด้วยกันกับมัน อย่างที่พ่อต้องการ!

“ไม่นะริน พ่อไม่แต่งหรอก พ่อก็แค่ทำเหมือนอย่างเคยแค่นั้นเอง!”นันทวัฒน์รีบโพลงออกมา

อีกครั้ง... ที่เห็นสีหน้าเหมือนคนสำนึกผิดของพ่อ สุดท้ายมันก็จะจบลงเหมือนเคย พ่อยังคงทำเรื่องแบบนี้ตลอดไม่มีความละอาย หรือเกรงกลัวเลยสักนิด พอเธอจับได้มักได้ยินคำขอโทษและท่าทางหวาดกลัว ซึ่งจริงๆ แล้วพ่อไม่เคยสำนึกหรือกลัวเธอ

แม่อดทนมาตลอดกับความเจ้าชู้และไม่เอาไหน หากแม่ไม่พลาดตั้งท้องคงไม่มีทางแต่งงานกับชายคนนี้เป็นแน่ ความอดทนของคนเรามันมีแค่ไหนกันเธอเฝ้าครุ่นคิด เหมือนเลือดในกายมันกำลังร้อนระอุรอวันแผดเผา เธอแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

“ตกลงคุณท่านแค่ต้องการหลอกนวลเหรอคะ!

“ก็ใช่น่ะสิ เธอยอมฉันเองนี่นวล”

สาวใช้วัยแรกรุ่นดวงตาวาวโรจน์  นึกว่าจะได้เป็นคุณนายมีเงินทองใช้อย่างสุขสบาย สุดท้ายไม่ได้อะไรเลยนอกจากคำพูดน่าอัปยศ

“แกมันทุเรศ คอยดูฉันจะประจานให้หมดเลย!

“เชิญเถอะ ถ้าเธออยากทำแบบนั้น พ่อฉันไม่มีศักดิ์ศรีพอให้รู้จักคำว่าอายหรอก!”นัฐนรินประชดชำเลืองมองบิดาเห็นก้มหน้าหลุบตามองพื้น

นวลมองสองคนพ่อลูกแววตาขุ่นเคือง เป็นบิดาแบบไหนกัน

“ได้... ฉันจะออกไปจากที่นี่ พวกแกสองคนมันประหลาดเกินไปแล้ว!”นวลหันกายเดินหนีจากออกมาทันที

นัฐนรินปรายตามองแล้วถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกเท้าคิดเดินหนีบิดา เธอเบื่อมากเกินกว่าจะต่อว่าอะไรอีกแล้ว

“รินจะไปไหนลูก”ไม่วายถูกเรียกไว้

“จะไปนอนค่ะ ดึกแล้ว”เธอตอบเนือยๆ

“พอดี พ่อมีเรื่องจะคุยกับหนูสักหน่อย”

เธอหันมองแววตาหม่นเศร้า ความรู้สึกเจ็บปวดนี้มันคืออะไร นึกตำหนิตัวเองหลายครั้งเพราะดันโกรธแค้นบิดา และยังเกลียดเสียอีก เธอผิดหรือเปล่าที่คิดเช่นนั้น แต่ความรู้สึกไม่อาจบังคับได้เลย

“ว่ามาค่ะ!”บอกเสียงห้วนแล้วยืนนิ่งราวกับตั้งใจฟัง แต่คาดคิดไว้ก่อนแล้วว่ามันคือเรื่องอะไร

“คือ... พ่ออยากได้เงินสักก้อน จะเอาไปทำทุนกับเพื่อนน่ะ”

“จะทำธุรกิจอะไรล่ะคะ อาบอบนวด หรือซ่อง!”เธอประชด ทำเอาบิดาหน้าเสีย

“ยัยริน มันไม่มากไปหน่อยเหรอ!”นันทวัฒน์เริ่มขึ้นเสียง

“รินแค่ตัดสินจากสิ่งที่เห็นประจำก็เท่านั้นแหละค่ะ”

“มันไม่ใช่แบบที่ลูกคิดหรอก พ่อจะเอาไปลงทุนทำรีสอร์ทกับเพื่อนน่ะ”

หญิงสาวครุ่นคิดแล้วยกยิ้ม หลายครั้งที่พ่อขอเงินแบบนี้ และส่วนมากมักเอาไปลงกับผับ บาร์ และสาวๆ รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ มันน่าเบื่อต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำซาก ปกติดเธอไม่ค่อยอดทนอะไรได้มากเท่าไหร่แต่เพราะคำว่าพ่อค้ำคอเลยทำได้แค่เพียงเก็บอารมณ์ไว้ภายใน

“เอาแบบนี้ดีกว่าค่ะพ่อ ถ้าพ่อจะลงทุนทำรีสอร์ทเอาโครงการไปให้น้าวรรณดู ถ้าน้าวรรณโอเคหนูจะให้เงิน แบบนี้ดีไหมคะ”

“อะไรนะ!”นันทวัฒน์ร้องสีหน้าไม่พอใจ

“ก็ตามที่หนูบอกนั้นแหละค่ะ เอาโครงการไปให้น้าวรรณดู”

แววตานันทวัฒน์แข็งกร้าว ความรู้สึกโกรธกรุ่นพุ่งทะยาน เพราะอะไรวรรณนาถึงมีอำนาจเหนือกว่าเขา เมียที่จากไปไม่ให้ทรัพย์สมบัติสักบาท ลูกเองยังหมางเมินทำเหมือนพ่อมันเป็นลูกน้องเสียอีก

“ทำไมแกต้องให้ฉันลดตัวไปคุยกับน้าแกด้วยยัยริน ฉันเป็นพ่อแกนะ!”เขาตวาดอย่างเหลืออด

“เพราะเป็นพ่อยังไงล่ะคะหนูถึงยังให้อยู่ที่นี่ ถ้าไม่ใช่ป่านนี้หนูโยนออกนอกบ้านไปแล้ว!

“นี่แก! แกก้าวร้าวกับฉันมากเกินไปแล้วนะ ทำแบบนี้กับพ่อตัวเองไม่กลัวตกนรกหรือไงฮะ!

“แล้วพ่อ เคยทำอะไรให้หนูสบายใจบ้างหรือเปล่า เคยทำตัวให้สมกับเป็นพ่อบ้างไหม ทำแบบนี้จะให้หนูเคารพได้ยังไง ในเมื่อพ่อไม่เคยทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ทำเรื่องน่าบัดสีตลอดเวลา เที่ยวผับควงผู้หญิงมานอนด้วยแม้แต่คนใช้ในบ้านก็ไม่เว้น หนูถามหน่อยว่าพ่อมีอะไรดีพอให้หนูนับถือบ้าง!

เพียะ!

เสี้ยวหน้าชาหนึบเลือดไหลซึมจากริมฝีปาก นัฐนรินกัดฟันแน่นอดทนต่อความเจ็บปวดหันมองบิดาแววตาแข็งกร้าว

“แกกล้าพูดจาแบบนี้กับฉันได้ยังไง!

“มากกว่านี้ฉันก็กล้าพูด คุณนันทวัฒน์!

“ยัยรินนี่แกกล้าเรียกพ่อแกแบบนี้เหรอ!

“ใช่ และต่อไปนี้จะเรียกแบบนี้ตลอด”

นันทวัฒน์ขบกรามแน่น โกรธจบแทบอยากทำลายข้าวของ หันมองบุตรสาวนี่ใช่ลูกเขาหรือเปล่านะ แววตามองมาเหมือนแค้นกันเสียมากกว่า

“ในเมื่อแกไม่นับถือฉันก็ไม่เป็นไรริน แต่จำไว้ยังไงเสียแกก็เป็นลูกของฉันไม่มีวันหนีพ้นจากคำนี้หรอก”เขาบอกก่อนเดินขึ้นชั้นสอง

ร่างอวบทรุดกายกองกับพื้น ยกมือปิดหน้าปล่อยโฮออกมา เธอทรมานมากเหลือเกินความสุขในครอบครัวไม่เคยได้สัมผัสเลย ทำไมพ่อถึงไม่เหมือนกับพ่อคนอื่นเลย อย่างน้อยหากพ่อรักเธอจริงคงไม่ทำเรื่องให้เสียใจซ้ำซากแบบนี้หรอก

 

เก้าโมงเช้าหลังจากแก้วกัลยาพาเจ้าสัวขึ้นพักที่ห้องหนังสือ วันนี้เป็นวันหยุดไม่มีเรียนทำให้เธอมีเวลาในการช่วงสาวใช้คนอื่นทำความสะอาดบ้าน และยังมีเวลาเหลือทำวิทยานิพนธ์เพิ่มเติมอีก ร่างบางสาวเท้ามาถึงห้องนั่งเล่นมองเห็นคุณชายนั่งดูรายกายทีวีท่าทางสบายอารมณ์ ไม่อยากอยู่ให้เกิดปัญหาอีกหันกายกลับมา

“จะไปไหน!”คุณชายของบ้านถามเสียงห้วน

แก้วกัลยาหันกลับมาสบตากับเขา

“จะไปทำความสะอาดชั้นสองค่ะ”

“ไม่ได้จะทำความสะอาดห้องนี้เหรอ เห็นถือข้าวของมาพร้อม”

“ก็คุณชายใช้ห้องนี้อยู่ แก้วเลยไม่อยากรบกวนค่ะ”

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก

“ทำความสะอาดซะ ฉันรำคาญฝุ่น”

แก้วกัลยาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วจัดการทำหน้าที่โดยการใช้เครื่องดูดฝุ่นจัดการดูดสิ่งสกปรกตามพื้นพรม ซอกมุมต่างๆ ตามด้วยน้ำยาเช็ดกระจก และถูตามเครื่องเรือนต่างๆ แม้จะรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แต่หญิงสาวพยายามอดทนรู้ดีว่าคุณชายจงใจแกลังกันเพราะเวลานี้เขาเองแต่จ้องมองทุกการกระทำของเธอ

เสียงเครื่องยนต์ดังหน้าบ้านแล้วดับลง ร่างสมส่วนก้าวเข้าสู่ตัวบ้านพร้อมหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว สวมแว่นสายตา คิ้วเข้มตรง ริมฝีปากหนา จมูกโด่ง โดยรวมแล้วเป็นชายหน้าตาพอใช้ได้คนหนึ่ง อังศนาชำเลืองมองน้องชายกับสาวใช้แล้วหันมาทางชายหนุ่มอีกคน

“พิมุกต์นี่น้องชายใหญ่เองค่ะ ชื่อธัญจกร”

คนถูกแนะนำรีบลุกยืนสีหน้ามึนงง แล้วยกมือไหว้เพื่อนพี่สาวทันที

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับคุณธัญจกร”พิมุกต์รับไหว้แล้วทักทาย

“รอใหญ่ที่นี่ก่อนนะคะ ใหญ่ขึ้นไปเอาของก่อน”

พิมุกต์พยักหน้าช้าๆ แล้วนั่งลงบนโซฟา สายตาชำเลืองมองสาวใช้วัยแรกรุ่นกำลังเก็บข้าวของออกนอกห้อง เพราะไม่อยากรบกวนคนด้านใน

“ขอโทษที่รบกวนนะครับ ผมทำงานกับใหญ่ที่ร้านจิวเวอรี่ เป็นผู้จัดการชื่อพิมุกต์ครับ”พิมุกต์หาเรื่องคุย

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ แล้วคุณพิมุกต์ก็ไม่ได้รบกวนอะไรด้วย”

“ว่าแต่... ผู้หญิงคนนั้นเป็นสาวใช้ที่นี่เหรอครับ”พิมุกต์เอ่ยถามชายหนุ่ม สายตาหยุดที่แก้วกัลยา

คนถูกถามชะงักพยายามกลบเกลื่อนความไม่พอใจไว้ภายใน แก้วกัลยารีบหอบข้าวของออกจากห้อง

“ใช่ครับ”

“เธอสวยจังเลยนะครับ”

คนถูกชมได้ยินเลยรีบจ้ำก้าวอย่างรวดเร็ว อะไรกันนี่เพื่อนคุณใหญ่ เหตุใดถึงใจกล้ามากขนาดนี้

“ไม่เห็นสวยตรงไหนเลยครับ”ชายหนุ่มรีบแย้งทันที

พิมุกต์ยกยิ้มแล้วพิศมองใบหน้าของอีกฝ่าย

“ก็คุณธัญจกรหน้าตาหล่อเหลานี่ครับ คงมีสาวๆ สวยๆ ควงเต็มไปหมด เลยมองสาวใช้ตัวเองไม่สวย” พิมุกต์ขยับเข้าใกล้ชายหนุ่มแล้วกระซิบถาม “ว่าแต่ สาวใช้คุณธัญจกรชื่ออะไรเหรอครับ”

ชายหนุ่มแทบหมดความอดทน เพื่อนพี่สาวไม่ได้ทำตัวให้เขาปลื้มเลยสักนิดเห็นทีจะญาติดีด้วยยากเสียแล้ว

“ชื่อแก้วครับ!”ตอบเสียงห้วน

เสียงฝีเท้าจากชั้นสอง ชายหนุ่มในห้องนั่งเล่นเลยหยุดบทสนทนา อังศนาเดินมาหาเพื่อนแล้วมองน้องชาย

“พี่ไปทำงานก่อนนะเล็ก แล้วจะกลับมาทานข้าวเย็นด้วย”เธอบอกแล้วยิ้มให้น้อง

“ครับพี่ใหญ่”

“ผมไปก่อนนะครับคุณธัญจกร พวกเราคงได้มีโอกาสเจอกันบ่อย”พิมุกต์สาวเท้าตามเพื่อนสาวไป

ธัญจกรเบ้ปากหงุดหงิดกับคำพูดของผู้ชายคนนั้นจริงๆ ไม่น่าให้แก้วมาทำความสะอาดในห้องเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดเรื่องน่ารำคาญเช่นนี้

พิมุกต์เคลื่อนรถออกจากตัวบ้านระหว่างทางหันมองเพื่อนสาวแล้วระบายยิ้มออกมา อังศนาเห็นท่าทางแปลกๆ เลยหันมอง

“มีอะไรจะพูดกับใหญ่ก็บอกมาเลย!”เธอถามอย่างรู้ทัน

“คือใหญ่ เราคิดว่าเรากำลังตกหลุมรักล่ะ”

คนฟังตาโตมองดูเพื่อนชายอย่างไม่เชื่อสายตา

“รักเหรอ รักกับใครล่ะ ไม่เคยเห็นแกมีใครที่ไหนเลยนี่พิมุกต์!

“ก็แก้วสาวใช้บ้านใหญ่ไง เราชอบน่ะ ช่วยสนับสนุนเราหน่อยสิ”พิมุกต์เริ่มอ้อน

“ช่วยมันก็ได้อยู่หรอก แต่แก้วต้องชอบแกด้วยนะ ฉันคงบังคับให้แก้วตอบรับแกไม่ได้หรอกพิมุกต์” คุณใหญ่ตอกกลับทันที

“อืมเข้าใจแล้ว แค่ช่วยให้เจอกันบ่อยๆ หรือแนะนำให้รู้จักกันก็พอ”

“อืม ถ้าอย่างนั้นก็จะช่วยแล้วกัน”

พิมุกต์ยิ้มพรายแล้วตั้งใจขับเคลื่อนรถต่อ เป็นครั้งแรกที่พบผู้หญิงถูกชะตามากขนาดนี้

///////////////////////////////////////////////////


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อแรกพบหน้าเธอคือหญิงสาวงดงามแต่ฐานะต่ำต้อย เขาใช้ความเหนือชั้นสร้างพันธะสัญญาทางร่างกายเพื่อจองจำเธอเอาไว้ภายใต้เงื่อนไขเวลาผันผ่านทุกอย่างแปรผันเพราะหัวใจกลับถูกเธอฉุดรั้งไว้ด้วยคำว่ารัก"

Vanalak29


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha