พรหมพิศวาส

โดย: Vanalak29



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ความลับในอดีต


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แก้วกัลยาก้าวลงจากชั้นสองหลังจากเหตุการณ์ที่เธอถูกผลักตกน้ำ แม้อยากจะต่อว่าน้ำผึ้งมากเท่าไหร่แต่จำต้องเก็บงำมันไว้เพียงในใจ ไม่เข้าใจเหตุใดเพื่อนร่วมงานถึงคิดร้ายกัน หรือเพราะเธอได้สิทธิ์ดูแลเจ้าสัว เมื่อมองอีกทางความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา สาเหตุอาจเพราะคุณชาย

มันไม่สมควรเลยสักนิด เธอไม่เคยเข้าหาเขาก่อนหาทางหลบเลี่ยงด้วยซ้ำไป ความจริงในข้อนี้น้ำผึ้งน่าจะมองเห็นแต่ทว่ากลับคิดอีกอย่าง หาว่าเธอจงใจครอบครองคุณชาย คิดผิดถนัดมากเลยทีเดียว น่าโมโหนักคุณชายเองไม่ควรมายุ่งกับเธอให้เกิดเรื่องวุ่นวายตั้งแต่แรก ช่วยจากการตกน้ำนับเป็นพระคุณแต่ต้นเหตุมันก็เพราะเขานั่นแหละ

ลงมาด้านล่างเห็นเจ้านายรับประทานอาหารอยู่อย่างพร้อมเพรียง เธอได้รับอนุญาตให้เว้นช่วงการดูแลเจ้าสัวโดยให้น้านิ่มมาทำแทนไปก่อนจนกว่าอาการป่วยจะหายดี

อ้าวแก้วหายดีแล้วเหรอ”เจ้านายสาวทักทันทีที่เห็นหน้า

แก้วหายแล้วค่ะ

ถ้าลื้อยังไม่หายดีก็ยังไม่ต้องมาดูแลอั้วหรอกนะอาแก้ว อั้วไม่อยากติดไข้ลื้อเจ้าสัวพูดติดตลก แล้วเอี้ยวตัวหันมองสาวใช้ประจำตัว

แก้วหายดีแล้วค่ะเจ้าสัวหญิงสาวยืนยันแล้วยกยิ้ม จนเผลอหันมองเขาอย่างไม่รู้ตัว เห็นแววตาทอประกายส่งมาตามด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ หญิงสาวเลยรีบหลุบตามองพื้นไม่กล้ามองโดยตรง

แล้ววันนี้ลื้อจะไปมหาวิทยาลัยหรือเปล่าอาแก้ว

ไม่ไปค่ะ

อืมดีแล้วที่วันนี้ไม่ไป อั้วกลัวลื้อจะไข้กลับเสียก่อน ไม่ต้องดุูแลอั้วหรอก พักผ่อนเยอะๆ นะ

ค่ะเจ้าสัวหญิงสาวรับคำแล้วเดินเลี่ยงออกมายืนข้างมารดา

กรองกาญจ์หันมองบุตรสาวรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เพียงแต่ไม่มั่นใจเท่านั้นว่ามันคืออะไรกันแน่ เมื่อไม่กี่วันก่อนการกระทำของคุณชายที่มีต่อบุตรสาวพอลองตรองดูมันดูมากเกินกว่าเจ้านายลูกน้อง ตอนนี้พยายามคิดในแง่ดีเท่านั้น

หายดีแล้วเหรอลูกกรองกาญจ์เอ่ยถามบุตรสาว

ดีขึ้นมากแล้วจ้ะ

พักอีกหน่อยเถอะ ไม่ต้องฝืนตัวเอง

ให้แก้วอยู่ช่วยดีกว่าไหมแม่ นอนอย่างเดียวมันน่าเบื่อแก้วกัลยาบ่นอุบ

ให้มันหายสนิทดีกว่า แม่ไม่อยากให้ไข้กลับแล้วต้องมาคอยดูแลกันอีก

คนถูกสั่งหน้างอจำต้องยอมทำตามความต้องการมารดา ร่างบางก้าวเลี่ยงออกจากบริเวณห้องรับประทานอาหาร เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นหยิบเจ้าเครื่องสีดำขึ้นมามองเบอร์หน้าจอขมวดคิ้วด้วยความงุนงงเพราะมันดูไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย ตัดสินใจกดรับคิดว่าอาจเป็นเพื่อน

สวัสดีค่ะแก้วกัลยากรอกเสียง

หนูแก้วเหรอจ๊ะ นี่ป้าเองนะ

แก้วกัลยาชะงักครู่หนึ่ง งุนงงกับการแนะนำตัวของปลายสาย

ใครคะ?”

ป้านุชนาถยังไงล่ะ แม่ของธัญจกร หนูจำได้ไหม

คนฟังนิ่งอั้งครู่หนึ่งแล้วรีบปรับสีหน้าเกรงว่าคนอื่นจะรับรู้ รีบสาวเท้าขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว มาถึงห้องนอนปิดประตูล็อกอย่างแน่นหนา

ค่ะ แก้วจำได้ ไม่ทราบว่าคุณป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ

คือป้ามีเรื่องอยากให้หนูช่วย ออกมาเจอกันหน่อยได้ไหม

แก้วกัลยาเงียบพักหนึ่ง เธอไม่อยากเอาตัวเข้าไปพัวพันกับผู้หญิงคนนี้ เพราะรู้ว่าคุณชายรังเกียจมากแค่ไหน อีกอย่างคุณใหญ่ดูจะไม่พอใจ ลำพังคุณชายคนเดียวไม่เท่าไหร่แต่กับคุณใหญ่เธอเกรงใจมาก ไม่อยากก่อเรื่องให้เป็นปัญหา

เอ่อ... แก้วว่าคงไม่เหมาะหรอกค่ะแก้วกัลยาพยายามปฏิเสธอย่างนิ่มนวลที่สุด

ป้าขอร้องล่ะหนู มาพบกันหน่อยเถอะ ป้ามีเรื่องอยากจะบอก

น้ำเสียงปลายสายทำให้ใจอ่อน ความจริงเธอไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อแปดปีก่อน แต่คุณนุชนาถดูทุกข์ทรมานมากเสียจนไม่อยากเชื่อว่าหญิงคนนี้จะทำเรื่องเลวร้ายต่อลูกชาย

ก็ได้ค่ะ แต่แก้วคงออกไปหาคุณป้าได้ครู่เดียวนะคะ แก้วไม่อยากให้ใครรู้

ได้จ้ะๆ ป้าขอบคุณหนูมากนะนุชนาถตอบกลับด้วยความยินดี

แล้วคุณป้าจะให้หนูไปพบวันไหนคะ

วันนี้ได้ไหม ตอนบ่ายสองโมง ป้าจะรออยู่ที่หน้าเซเว่นหน้าปากซอยบ้านนะหนูแก้วนุชนาถรีบบอก

ได้ค่ะ

จ้ะๆ ป้าขอบคุณอีกครั้งนะ

หญิงสาววางสายแล้วจ้องมองมือถือสีดำแววตากังวล การแอบออกไปหาผู้หญิงที่สร้างบาดแผลอันแสนใหญ่หลวงให้กับคนในบ้านเป็นการตัดสินใจถูกต้องหรือเปล่า แต่ทว่าใจหนึ่งกลับสวนทางเฝ้าบอกตัวเองถ้าพลาดจะต้องเสียใจไปตลอด สุดท้ายจึงตัดสินใจรับปากอย่างเสียไม่ได้

เธอแหงนมองนาฬิกาอีกพักใหญ่กว่าจะถึงเวลานัด แต่คิดว่าควรออกไปเสียก่อน  คิดแล้วเหนื่อยใจ ความจริงไม่อยากเข้าไปยุ่งในเรื่องนี้แต่ก็อดไม่ได้ เพราะเอาแต่คิดหากเป็นมารดาตนเองจะรู้สึกยังไงโดนลูกตัวเองผลักไสพูดจาเลวร้ายสารพัด ถ้าหากคุณนุชนาถไม่ได้ผิดจริงคุณชายคงต้องเสียใจไปจนตายเลยทีเดียว

ก๊อก! ก๊อก!

เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้นเจ้าของห้องชะงักความคิดที่มีเลือนหายแล้วลุกยืนก้าวยาวมาถึงจุดหมาย จับลูกบิดเปิดประตูออกเห็นคนด้านนอกยืนยิ้มให้อยู่ พยายามยืนป้องกันไม่ให้เขาเข้ามาเพราะรู้ว่ามันอันตราย

“มีอะไรเหรอคะคุณชาย”เธอถามแล้วมองซ้ายขวาเพื่อหาทางรอดให้กับตนเอง คุณชายไว้ใจไม่เคยได้เลยสักครั้ง

“ฉันมาหาเธอน่ะแก้ว เป็นยังไงบ้าง”

“แก้วสบายดีค่ะ คุณชายก็เห็น”

“ถึงเห็นฉันก็ไม่สบายใจอยู่ดี เธอตกน้ำเกือบตายนะ”

แก้วกัลยาช้อนสายตามองไม่เข้าใจเหตุใดต้องมาแสร้งทำเป็นห่วงเป็นใย เพราะคุณชายแสดงออกตลอดมาว่าต้องการเธอเพียงแค่ร่างกายเท่านั้น การกระทำทุกอย่างบ่งบอกถึงการอยากเอาชนะทัดทานมากกว่าสิ่งใด ด้วยไม่เคยพ่ายแพ้ต่อผู้หญิงคนไหน คงคิดว่าหน้าตาตนนั้นหล่อเหลาจนไม่มีสาวใดปฏิเสธพอเธอปฏิบัติแตกต่างเลยเห็นเป็นของแปลก ไม่อยากตกหลุมพรางที่ขุดหลอกล่อเพื่อให้เธอยินยอมทำตาม เมินซะเถอะถึงแม้ใจดวงนี้จะหวั่นไหวแต่การกระทำจะซื่อตรงต่อตนเองเท่านั้น

“แต่แก้วก็ไม่ตายนี่คะ”เธอย้อน

ชายหนุ่มชะงักครู่หนึ่งรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ก่อนหน้าแก้วกัลยายังดูท่าทีอ่อนลงเลยแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะดื้อดึงขึ้นมาอีกเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ที่ไม่ตายเพราะได้ฉันช่วยไม่ใช่เหรอแก้ว”

“ใช่ค่ะ เป็นพระคุณอย่างยิ่งที่คุณชายมาช่วยแก้ว แก้วขอบคุณมากนะคะ”

“นี่เธอเป็นอะไรไปอีกแก้ว ก่อนหน้านี้ยังดีๆ อยู่เลย”ชายหนุ่มชักฉุน

“แก้วไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ”หญิงสาวรีบปฏิเสธเสียงสูง เพราะเขานั่นแหละทำให้เธอตกที่นั่งลำบากถูกเพื่อนร่วมงานทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ธัญจกรกระตุกมุมปากคิ้วเข้มเริ่มขมวด แก้วกัลยารู้ดีว่าเขาไม่พอใจ แต่มีหรือจะสนในเมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเพราะเขา จับบานประตูคิดจะปิดแต่มือใหญ่กลับดันไว้ไม่ให้ทำอย่างใจ ดวงตาเรียวคมหรี่ลง

“ปล่อยนะคะคุณชาย แก้วจะปิดประตู!

“ไม่ปล่อย มีอะไรไหม!”เขาย้อนเสียงแข็ง

“คุณชายต้องการอะไร แก้วบอกแล้วยังไงล่ะคะว่าไม่ได้เป็นอะไร แก้วสบายดี!

“ฉันรู้ว่าเธอสบายดีแก้ว ถ้าไม่สบายคงไม่เถียงฉอดๆ แบบนี้หรอก แต่ที่อยากรู้ทำไมแก้วต้องทำเสียงแข็งใส่ฉันแบบนี้ด้วย!

เธอรู้สึกถึงสายตารุกไล่มองมาไม่หยุดหย่อน หากไม่หาทางหลีกหนีคงต้องถูกเค้นเอาคำตอบจนได้ ไม่อยากตอบอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างมันมากเกินไปแล้ว สถานะเธอและเขาแตกต่างกันเหลือเกินให้มาเล่นเป็นแฟนกันเหมือนเด็กคงไม่เหมาะสักเท่าไหร่ ควรยุติเรื่องไร้สาระเหล่านี้เสียก่อนสายเกินแก้

“แก้วไม่มีอะไรจะตอบค่ะคุณชายขอตัวก่อนนะคะ!”แก้วกัลยารีบตัดบทแล้วดันประตูปิดลง ร่างสูงยืนนิ่งครุ่นคิดถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ตอนนี้ไม่เป็นไรเขาจะอดทนไว้ก่อน อีกไม่นานแก้วกัลยาต้องเป็นของเขาแน่นอน

ร่างบางยืนถอนใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วสะบัดไล่ความหวั่นไหวในหัวใจให้มลาย มองหาผ้าเช็ดตัวหยิบแล้วพาดบ่าเข้าห้องน้ำ ฝักบัวถูกเปิดรินรดร่างกายในหัวสมองกลับครุ่นคิดถึงเรื่องของหญิงกลางคนมารดาของคุณชาย เมื่อเธอถูกนัดหมายให้ไปพบ จะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า แล้วสิ่งที่เธอตัดสินใจกระทำอยู่มันถูกแล้วหรือไม่ หากคุณชายรู้คงต้องขุ่นเคืองแน่นอน

ควรไปหรือไม่ไปดี พยายามหาคำตอบให้กับตนเองจนกระทั่งจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำเรียบร้อย แก้วกัลยานุ่งผ้าเช็ดตัวก้าวยาวออกมาหน้าโต๊ะเครื่องแป้งมองตนเองหน้ากระจก ในเมื่อตัดสินใจแล้วคงต้องทำตามที่รับปากไว้ หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ารูปท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์ขาเดฟ ตรวจดูความเรียบร้อยจึงหยิบกระเป๋าสะพายแล้วเปิดประตูออกจากห้อง กวาดตามองรอบๆ แล้วก้าวลงมาจากชั้นสองอย่างรวดเร็วไม่พบใคร คงแยกย้ายกันไปทำงาน สองเท้าเร่งก้าวมาถึงหน้าบ้าน

“อ้าวแก้ว! จะไปไหนล่ะนั่น”เสียงลุงมีชัยเอ่ยทัก แก้วกัลยาหันมองสีหน้าตระหนก

“ลุง! เบาๆ หน่อยสิจ๊ะ”

ร่างบางก้าวยาวเข้าใกล้ลุงคนสวน

“แก้วจะออกไปทำธุระนิดหน่อย”

“อ๋อ แล้วทำไมต้องทำเสียงกระซิบกระซาบด้วยล่ะแก้ว”มีชัยถามด้วยความสงสัย

“แก้วไม่อยากให้แม่รู้น่ะลุง แก้วเพิ่งหายไข้แม่คงไม่ให้ออกไปไหน แต่แก้วมีธุระสำคัญมากจริงๆ”

“เอ่อ เอ็งไปเถอะ ลุงไม่บอกกรองมันหรอก”ลุงมีชัยรับปาก

“ขอบคุณจ้ะลุง”

แก้วกัลยารีบสาวเท้าเปิดประตูเล็กตรงรั้วเหล็กออกจากบ้าน เดินตามบาทวิถีจนมาถึงหน้าปากซอยยกเรียวแขนดูนาฬิกาข้อมือบอกเวลาบ่ายโมงห้าสิบนาที จวนถึงเวลานัดหมายแล้ว หญิงสาวรีบตรงไปยังเซเว่นหน้าปากซอยเห็นร่างผอมบางยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“คุณป้ามารอนานแล้วเหรอคะ”เธอเอ่ยถามเมื่อหยุดยืนเคียงข้างหญิงกลางคน

นุชนาถหันมาแววตาทอประกาย

“ป้ามารอไม่นานหรอกหนู เพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี่เอง”

“แล้วคุณป้ามีอะไรเหรอคะ ถึงได้นัดแก้วมาพบ”หญิงสาวถามตรงประเด็นทันที

นุชนาถยิ้มเจือนความจริงไม่อยากรบกวนคนในบ้านสักเท่าไหร่ แต่มีเพียงคนเดียวในบ้านหลังนั้นที่ทำเหมือนเธอเป็นคนเฉกเช่นเดียวกัน หญิงสาวหน้าตาสะสวยตรงหน้าไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นสาวใช้คนใหม่ของบ้านหลังงามที่เธอได้เคยอาศัยชายคาเมื่อหลายปีก่อน

“ป้าอยากคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น”เธออยากเล่าเรื่องราวที่เก็บกลั้นมานานถึงแปดปีให้ได้ฟัง มันทรมานกับการถูกตราหน้าว่าคบชู้สู่ชาย เธอไม่เคยกระทำผิดเช่นนั้น

แก้วกัลยาอึ้งไม่คิดว่ามารดาคุณชายจะเอ่ยปากอยากเล่าเรื่องราวครั้งอดีตให้ฟัง มันดูเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอมาก อีกอย่างไม่รู้ว่าการทราบความจริงเหล่านี้จะดีหรือเปล่า เพราะเธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในบ้านหลังนั้นทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องของนายจ้าง

“แก้วว่าคงไม่ดีหรอกค่ะ คุณป้าทำไมไม่ลองพยายามพูดคุยกับคุณชายดูล่ะคะ”แก้วกัลยาเสนอแนวทางให้

“ป้าลองพยายามแล้ว หนูไม่เห็นเหรอว่าลูกชายป้าเอาแต่ปฏิเสธที่จะรับฟัง แถมยังไล่ป้าอย่างกับคนไม่ใช่แม่แท้ๆ”ปลายเสียงเครือขอบตาร้อนผ่าว แก้วกัลยาชำเลืองมองแล้วอดสงสารไม่ได้

หญิงสาวเงียบนิ่งไม่รู้ว่าตัวเองควรยืนจุดไหนเสียแล้ว เอาตัวเข้ามาเสี่ยงจะได้อะไร แต่เมื่อมองใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยกลับสงสารจับหัวใจ หากเป็นแม่ตนเองคงทนไม่ได้ที่เห็นท่านลำบาก เนื้อตัวมอมแมมผมเผ้ายุ่งเหยิงขนาดนี้

“ถ้าอย่างนั้นเราไปคุยที่ร้านอาหารตามสั่งตรงโน้นดีกว่าค่ะ”แก้วกัลยาจับข้อมือบอบบางแล้วจูงมายังร้านอาหารตามสั่งถัดไปอีกซอย

สองร่างเดินมาถึงร้านอาหารตามสั่งแก้วกัลยาเลื่อนเก้าอี้พลาสติกสีแดงให้คุณนุชนาถนั่งแล้วตนเองอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอกวาดมองร่างกายอันผายผอมของคู่สนทนาครู่หนึ่ง ก่อนหยิบปากกาและกระดาษมาเพื่อจดรายการอาหาร

“คุณป้าสั่งอะไรทานหน่อยนะคะ”หญิงสาวแนะนำ

สีหน้าคนถูกถามดูเคร่งเครียดพยายามหลบเลี่ยงสายตาราวกับต้องการปกปิดอะไรบางอย่าง

“ป้ายังไม่หิวหรอกหนู ป้ากินมาแล้ว”

คนฟังรู้ดีถ้อยคำพูดมาคงโกหก เพราะริมฝีปากอันแห้งผาก แถมใบหน้าเริ่มซีดเซียวอาจเพราะกรำแดดมาตลอดวันก็เป็นได้ ท่าทางไม่ได้ทานอะไรเลยทั้งวันเสียด้วยซ้ำ

“หนูเลี้ยงเองคะ ไม่ต้องกังวลนะคะ”

“ไม่ต้องหรอกหนู ป้าไม่หิวเลย!”เธอรีบปฏิเสธเพราะเกรงใจ สาวสวยตรงหน้านี้ก็เป็นเพียงสาวใช้จะเอาเงินทองที่มาเลี้ยงผู้อื่นแบบนี้กันเล่า

“อาหารจานไม่กี่บาทแก้วเลี้ยงได้ไม่ต้องกังวลนะคะ แก้วได้เบี้ยเลี้ยงต่างหากค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้จ้ะ”

แก้วกัลยาเรียกเจ้าของร้านมารับออเดอร์ ไม่นานข้าวหมูกระเทียม ผัดกระเพราไก่ไข่ดาว และต้มยำรวมมิตรถูกนำมาเสริฟ์ นุชนาถรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยแก้วกัลยานั่งมอง ความรู้สึกในอกมันอัดแน่น เขาจะรู้หรือเปล่าว่าแม้แท้ๆ กำลังลำบากมากถึงเพียงนี้ ถึงกระทำผิดแต่ควรไยดีท่านบ้างยังไงเสียก็สู้อุตส่าห์อุ้มท้องคลอดเราออกมา

“แล้วหนูไม่กินเหรอ”นุชนาถเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกคนเอาแต่นั่งมองเธอทาน

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูทานมาเรียบร้อยแล้ว”

นุชนาถเลยรักษาท่าทีโดยการค่อยๆ ตักอาหารเข้าปาก เมื่อก่อนเคยมีกินสุขสบายแต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไปแล้ว เธอเหนื่อยสายตัวแทบขาด ต้องทะเลาะเบาะแว้งกับแม่ค้ารายอื่นแทบทุกวัน แถมบางครั้งยังถูกรีดไถ่จากพวกแก๊งมาเฟียอีกจนแทบหาเงินไม่พอยาไส้ ทุกวันนี้พยายามอดทนทุกอย่างทั้งที่อยากจะจบชีวิตอันน่าอดสู่ของตนเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะต้องการพิสูจน์ความจริงให้ลูกชายได้รับรู้ เธอมิใช่คนผิดในเรื่องน่าบัดสีนั้นเลย

เธอวางช้อนรวบไว้เรียบร้อยเมื่ออิ่มแล้ว แก้วกัลยามองดูกิริยามารยาทของคุณนุชนาถเองก็ดูดีทุกกระเบียดนิ้ว ใบหน้ายังคงความงดงามอยู่

“อิ่มแล้วเหรอคะ”แก้วกัลยาถาม

“อิ่มแล้วล่ะจ้ะหนู”

แก้วกัลยาระบายลมหายใจแล้วยิ้มให้เพื่อเป็นกำลังใจ เธอไม่รู้หรอกว่าคุณนุชนาถทำผิดจริงหรือไม่ แต่เพราะมีแม่รุ่นราวคราวเดียวกับหญิงคนนี้เลยทำให้หัวใจมันอ่อนยวบขึ้นมา

สีหน้านุชนาถดูซึมลงเมื่อนึกถึงความหลังครั้งเก่า น้ำตามันแทบเก็บกลั้นไว้ไม่อยู่ ความทรมานอันแสนสาหัสที่แบกรับมานาน เธอเหมือนตายทั้งเป็นเสียให้ได้

“หนูแก้วป้าไม่ได้อยากให้หนูเข้ามาพัวพันในเรื่องนี้ แต่ป้าหมดหนทางที่จะหาใครช่วยแล้ว ป้ารู้ว่าหนูดูแลเจ้าสัวและค่อนข้างสนิทสนมกับลูกชายป้า ป้าอยากให้หนูช่วยบอกเรื่องที่ป้าจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ให้เขาด้วยนะ”

คนถูกขอร้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ

“คงไม่ดีหรอกค่ะ อีกอย่างแก้วกับคุณชายไม่ได้สนิทสนมกันสักเท่าไหร่”

มือบางถูกกุมไว้ทันท่วงที แก้วกัลยาก้มลงมองแล้วเงยหน้าขึ้น เห็นแววตาคนเป็นแม่กำลังวิงวอน

“ช่วยป้าเถอะ ป้าขอร้องล่ะ”

แก้วกัลยากลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากปฏิเสธแต่กลับทำใจไม่ได้

“ก็ได้ค่ะ หนูจะรับฟังส่วนเรื่องอธิบายกับคุณชายได้หรือเปล่า คงต้องรอดูอีกทีนะคะ”เธอตอบแบบเลี่ยงๆ เพราะไม่อยากให้ความหวังต่อคุณนุชนาถมากนัก

“จ้ะ”

นุชนาถครุ่นคิดถึงเรื่องในอดีต วันนั้นเธอกลับมาหลังจากช็อปปิ้งนอกบ้าน เห็นนุพงษ์เพื่อนบุตรชายอยู่ในห้องรับแขกด้านล่าง หนุ่มนักศึกษายกมือไหว้เธอรับแล้วก้าวขึ้นชั้นสองเพื่อเก็บข้าวของ พักใหญ่น้ำผึ้งสาวใช้นำน้ำผลไม้มาเสริฟ์ให้ หลังจากนั้นเธอไม่อาจรับรู้อะไรได้เลย จำได้อีกครั้งตอนตื่นมาก็มีเพื่อนบุตรชายอยู่ข้างกายในสภาพเปลือยเปล่าทั้งคู่ และมีบุตรชายยืนมองอยู่หน้าห้องแววตาแฝงไว้ด้วยความโกรธแค้น เจ็บปวดรวดร้าว

ตอนนั้นเธอไม่อาจพูดอะไรได้เลย ทั้งนุพงษ์เองก็อึ้งกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผลสุดท้ายเจ้าสัวตัดสินใจไล่เธอออกจากบ้าน มารู้ข่าวภายหลังว่าบุตรชายเดินทางไปเรียนต่างประเทศเสียหลายปี ทั้งที่เธอพยายามหาทางอธิบายเรื่องราวทั้งหมดตลอดมา แต่กลับต้องทนทุกข์ทรมานเพราะลูกไม่เคยกลับมาเยือนเมืองไทยเลย แก้วกัลยาฟังเรื่องเล่าแล้วรู้สึกสะท้อนใจหากคุณนุชนาถไม่ใช่คนผิดแล้วใครกันเล่าทำเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ได้

“ตอนนั้นป้ากลับมาจากช็อปปิ้งที่ห้าง เห็นเพื่อนลูกชายชื่อนุพงษ์มาเที่ยวที่บ้าน จากนั้นป้าขึ้นห้องเพื่อเอาข้าวของไปเก็บแต่ไม่นึกเลยว่าตัวเองจะมาจบอยู่ในสภาพนอนกับเพื่อนลูกชายในห้องแบบนั้น”พอพูดจบนุชนาถปล่อยโฮออกมา

แก้วกัลยานิ่งงันหากคุณนุชนาถไม่ได้คบชู้ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะอะไร แสดงว่ามันต้องถูกจัดฉากขึ้นเพื่อใส่ร้ายแล้วเหตุใดต้องทำเช่นนั้นด้วย เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด

“แก้วไม่เข้าใจเลยค่ะ คุณป้าไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดเหรอคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง”หญิงสาวบอกความเห็นตนเองออกมา

“ป้าแค่คิดว่าบางทีอาจจะโดนวางยาก็เป็นได้ เพราะตอนที่น้ำผึ้งเอาน้ำส้มมาเสริฟ์ให้ที่ห้อง ป้าก็ไม่รู้เรื่องหลังจากนั้นอีกเลย”นุชนาถบอกข้อสันนิษฐานตนเอง

น้ำผึ้งงั้นเหรอ เธอรู้สึกตกใจกับเรื่องนี้มากกว่าตรงที่เพื่อนร่วมงานอาจมีส่วนรู้เห็น ความจริงไม่อยากเชื่อแต่คงละออกไปไม่ได้ ขนาดเธอยังโดนเล่นงานมาแล้วมีหรือน้ำผึ้งจะไม่กล้าเล่นงานคุณนุชนาถ แต่มันแปลกเพราะน้ำผึ้งในตอนนั้นอายุยังน้อยมากไม่น่าจะรู้ความวางแผนทำร้ายเจ้านายตนเองได้ขนาดนั้น

“แก้วไม่รู้หรอกค่ะว่าความจริงเป็นยังไง แต่แก้วจะพยายามอธิบายให้คุณชายฟังตามที่คุณป้าบอกมานะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอก แค่รับฟังป้าก็ดีมากแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นแก้วขอตัวก่อนนะคะคุณป้า แก้วต้องไปช่วยแม่ทำงานอีก”

“ได้จ้ะ”

ร่างบางลุกยืนเดินเข้าหาเจ้าของร้านแล้วจ่ายเงินเห็นคุณนุชนาถค่อยๆ ลุกออกจากโต๊ะก้าวเดินอย่างอ่อนแรง เธอก้าวติดตามแล้วขวางหน้าหญิงกลางคนไว้พร้อมยื่นเงินในมือให้ราวหนึ่งพันบาท

“รับเงินแก้วไว้ใช้นะคะ คุณป้านัดแก้วมาพบในวันนี้คงไม่ได้ทำงาน”

“ไม่เป็นไรหรอกหนูแก้ว แค่ยอมพบป้าก็ถือเป็นบุญคุณมากแล้ว”นุชนาถรีบปฏิเสธ

เมื่อเห็นอีกคนไม่ยอมรับเงินเธอเลยถือวิสาสะจับมือเหี่ยวย่นตามวัยยัดเงินใส่ไว้แล้วกดให้กำ นุชนาถมองหญิงสาวน้ำตาคลอไม่เคยมีใครเห็นใจและช่วยเหลือเหมือนแก้วกัลยาเลยสักคน มีแต่คนผลักไสขับไล่จนแทบจะหาที่ทำมาหากินไม่ได้ ที่ซุกหัวนอนก็แสนจะซอมซ่อลำบากบางวันแทบไม่มีกินเสียด้วยซ้ำ

“ขอบคุณมากนะหนูแก้ว ป้าขอบคุณมากจริงๆ”น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลริน แก้วกัลยาตบหลังมือเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ

ราวสิบนาทีต่อมาสองคนจึงแยกจากกัน แก้วกัลยาเดินจากหน้าปากซอยเพื่อเข้าบ้านระหว่างทางเธอครุ่นคิดมาตลอด ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินหากเรื่องทั้งหมดคือความจริงเท่ากับว่าคุณนุชนาถต้องลำบากโดยที่ตนเองไม่ได้กระทำผิดอะไรเลย ใครกันที่คิดร้ายถึงขั้นนี้ได้ แสดงว่าน้ำผึ้งต้องรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่นอน แล้วควรเข้าไปถามตรงๆ หรือเปล่า แต่เพื่อนร่วมงานคนนี้มองเห็นเธอเป็นศัตรูคงจะสืบได้ยากมากขึ้น

ถึงหน้าบ้านตระกูลสิทธิภาคย์มือบางยกจับลูกบิดประตูเล็กตรงรั้วเหล็กเปิดออก ยังเห็นลุงมีชัยทำสวนอยู่เหมือนเคย ชายกลางคนหันมาทำตาโตใส่แก้วกัลยาระบายยิ้มน้อยๆ

“ทำไมกลับมาไวจังแก้ว”

“พอดีเสร็จธุระแล้วน่ะลุง”แก้วกัลยาตอบแล้วก้าวยาวเข้าไปหาผู้อาวุโสกว่า

“เมื่อกี้คุณธัญเพิ่งมาตามหาเอ็งน่ะ เห็นว่ามีธุระคุยด้วย”

คนถูกถามหาถึงกับชะงัก เขามีอะไรกับเธออีกเล่า หรือจะหาเรื่องลวนลามกันอีก ความจริงก็ซึ่งใจอยู่หรอกสำหรับการช่วยเหลือแต่ตอนนี้เธอไม่อยากเข้าใกล้เขาอีกแล้ว เพราะมันอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว

“เอาไว้แก้วจะไปหาคุณชายเองนะลุง ตอนนี้แก้วขอไปเปลี่ยนชุดก่อน”หญิงสาวพยายามตอบเลี่ยงอย่างดีที่สุด เธอไม่เข้าไปหาเขาแน่

ระหว่างทางเดินแก้วกัลยาชะเง้อมองรถคุณใหญ่ วันนี้เหมือนว่าเจ้านายสาวกลับบ้านเร็วกว่าปกติ แต่คนตัวเล็กไม่ได้ให้ความสนใจเท่าใดนัก ก้าวยาวสู่เรือนใหญ่เห็นห้องรับแขกมีชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม ผิวสีแทน ดวงตาคมกริบ คิ้วเข้มหนาตรง ริมฝีปากหยักลึก จมูกโด่งแต่ไม่มาก กำลังนั่งสนทนาอยู่กับคุณใหญ่ แก้วกัลยาก้มตัวเพื่อหลบเลี่ยง

“แก้วเดี๋ยวอย่าเพิ่งไป!”เสียงคุณใหญ่เรียกไว้ แก้วกัลยาชะงักเท้าหันกลับมาหาเจ้านายสาว

“มีอะไรจะใช้แก้วเหรอคะคุณใหญ่”

“มานั่งคุยเป็นเพื่อน กับเพื่อนฉันหน่อยสิ”

เธองุนงงเหตุใดคุณใหญ่ถึงให้พูดคุยกับเพื่อนชาย แก้วกัลยาทำตามคำสั่งนั่งลงบนโซฟาหันมองเจ้านายสาวสีหน้ามึนงง

“นี่คุณพิมุกต์เป็นเพื่อนฉันเอง ทำงานเป็นผู้จัดการร้านจิวเวอรี่”อังศนาแนะนำ

“สวัสดีค่ะ”แก้วกัลยายกมือไหว้

พิมุกต์รับไหว้มองใบหน้าสะสวยของหญิงสาวไม่วางตาแล้วชำเลืองมองเพื่อนส่งสัญญาณให้เลี่ยงออกไป นี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้พูดคุยกับหญิงที่ตนหมายปอง

“แก้วฝากดูแลเพื่อนฉันด้วยนะ พอดีฉันมีเรื่องจะคุยกับพ่อสักหน่อย”คุณใหญ่ตัดบทแล้วลุกยืน สาวเท้าหายจากห้องรับแขกไป

แก้วกัลยานั่งงงตนเองไม่รู้จักกับคุณพิมุกต์และไม่รู้ว่าจะสนทนาเรื่องอะไรเสียด้วย ควรวางตัวยังไงไม่รู้เลย ดวงตาเรียวสวยช้อนมองอีกฝ่ายแล้วหลุบมองพื้นสับสน กังวล เกรงตนเองทำเสียชื่อเจ้านายหมด

“ไม่ต้องกังวลหรอกนะครับ ผมไม่ใช้คนเจ้ายศเจ้าอย่างสักหน่อย คุยกันสบายๆ ดีกว่า”พิมุกต์เริ่มบทสนทนาก่อน แก้วกัลยาเงยมองเห็นรอยยิ้มส่งมาแววตาดูอบอุ่นเลยคลายความกังวลออกได้มากทีเดียว

“ค่ะ”

“คุณแก้วทำงานที่นี่นานหรือยังครับนี่”

“เกือบสองปีแล้วค่ะ”

“เห็นใหญ่บอกว่าคุณเรียนอยู่เหรอครับ ปีไหนแล้ว”

“ปีสุดท้ายแล้วค่ะ เหลือแค่ฝึกงานก็จบแล้ว”

ตอนนี้เธอไม่รู้สึกกังวลอีกต่อไป คุณพิมุกต์ดูเป็นมิตรมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก

“คงจะฝึกงานที่บริษัทของเจ้าสัวเหลียงสินะครับ”พิมุกต์คาดเดาแล้วยกยิ้ม

“ใช่ค่ะ คุณพิมุกต์เดาได้ถูกต้องแล้วค่ะ”

“แสดงว่าผมเก่งล่ะสิครับนี่ สงสัยคงต้องไปเป็นหมอดูแล้ว”ชายหนุ่มหัวเราะร่า เลยพลอยทำให้คนฟังสบายใจอดยิ้มไปด้วยไม่ได้

“คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ใครๆ ก็คาดเดาได้ทั้งนั้นว่าแก้วจะทำงานให้กับบริษัทเจ้าสัว”

“คงจะเป็นอย่างที่คุณแก้วว่านั่นแหละครับ”

มองดูแล้วคุณพิมุกต์ดูน่ามองทีเดียว เขาสุภาพและเป็นคนค่อนข้างสนุกสนาน พูดคุยด้วยแล้วไม่เบื่อเลย มีเรื่องให้หัวเราะตลอดเวลา

“ถ้าว่างๆ ผมอยากจะชวนคุณแก้วไปเที่ยวดูหนังบ้างพอจะเป็นไปได้ไหมครับ”ชายหนุ่มพูดเข้าประเด็น คนฟังชะงักครู่หนึ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา

“แก้วคงไม่ค่อยมีเวลาว่างหรอกค่ะ เพราะต้องคอยดูแลเจ้าสัว แล้วก็ฝึกงานไปด้วย”แก้วกัลยาพยายามตอบเลี่ยง

“เอาไว้ตอนคุณแก้วว่างสิครับ ผมแค่อยากหาเพื่อนเที่ยวเท่านั้นเอง”พิมุกต์รีบแก้ตัว คิดว่าตนเองคงรุกมากไปหน่อย

“เอ่อ... ก็ได้ค่ะ แต่ต้องบอกแก้วก่อนนะคะ”

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มด้านนอกทำให้สองคนชะงักครู่หนึ่งแล้วหันมอง ไม่นานเสียงเงียบลงติดตามด้วยร่างสูงก้าวยาวเข้ามาสู่ตัวบ้าน ธัญจกรชะงักเมื่อเห็นแขกกำลังพูดคุยกับสาวใช้แสนสวย ชายหนุ่มหยุดยืนจ้องมองสองคนด้วยความรู้สึกขุ่นเคือง

พิมุกต์ก้าวเข้าด้านในสองเท้าหยุดชะงัก ดวงตาสบเข้ากับน้องชายเพื่อน เห็นยืนตีหน้าไม่พอใจ ไม่เข้าใจเขาทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า ปกติเคยพูดคุยกันถูกคอ

“สวัสดีครับคุณธัญ”พิมุกต์ทักทาย

“ครับ”เจ้าของชื่อตอบรับเสียงเรียบ

“พอดีผมแวะมาหาใหญ่ครับ”

“เหรอครับ แต่ผมไม่ยักเห็นว่าคุณคุยกับพี่ใหญ่เลย มีแต่คนใช้ที่คุยกับคุณพิมุกต์อยู่ตอนนี้”เขาปรายตามองทางหญิงสาว

“พอดีใหญ่ไปคุยธุระกับเจ้าสัวเหลียงครับ”

แก้วกัลยาหน้าตึงเสียงเน้นย้ำคำว่าคนใช้มันชัดเจน เธอรู้ฐานะตนเองดีไม่จำเป็นที่เขาต้องมาย้ำให้ได้ยินหรอก

“เดี๋ยวผมไปตามให้ดีกว่านะครับ เพื่อนมาที่บ้านให้คนใช้คุยได้ยังไง”ชายหนุ่มแสร้งแสดงท่าทีฉุนเฉียว

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณธัญ ผมคุยกับคุณแก้วก็สนุกดี”

“แต่แก้วต้องไปดูแลเจ้าสัวครับ ผมว่าไม่เหมาะจะมานั่งคุยเรื่องไร้สาระหรอกนะครับ”ธัญจกรตอกกลับเสียงขุ่น แววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจ

พิมุกต์เริ่มแปลกใจน้องชายเพื่อนดูหวงสาวใช้เกินกว่าปกติ หรือมีเรื่องบางอย่างที่เขาไม่รู้กันแน่ แก้วกัลยาอาจมีความนัยกับบุตรชายคนเล็กของบ้านนี้ก็เป็นได้ เขาได้แต่ภาวนาให้ความคิดนี้ไม่เป็นความจริง

เสียงฝีเท้าจากชั้นบนทำให้สามคนในห้องรับแขกเงยขึ้นมอง คุณใหญ่ก้าวลงมาเห็นน้องชายกำลังยืนอยู่กับเพื่อนและสาวใช้ เธอเลยเข้ามาร่วมวงอีกคน

“กลับมาเมื่อไหร่ล่ะเล็ก อยู่ไม่ติดบ้านเลยนะเราน่ะ”คุณใหญ่เอ่ยทักน้องทันที

“ก็เพิ่งกลับมาครับพี่ใหญ่ ว่าแต่... พ่ออยู่ไหนเหรอ”

“ห้องหนังสือน่ะ นิ่มดูแลอยู่”

“แต่แก้วหายดีแล้วนะครับ ควรให้แก้วไปดูแลพ่อได้แล้ว!”ชายหนุ่มติงพี่สาว

“พี่รู้แล้ว แต่พี่ว่าวันนี้ให้แก้วพักสักวัน พี่จะพาแก้วออกไปข้างนอกสักหน่อย”อังศนาเริ่มช่วยเพื่อน เห็นสีหน้าพิมุกต์มีแววยินดีอย่างเด่นชัด

ธัญจกรสบเข้ากับสายตาของชายอีกคน เขารู้ดีไอ้หมอนี่คิดอะไร เพราะเขาเองก็คิดไม่แตกต่างแต่คนอย่างเขาไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ หรอก

“แต่ผมต้องการให้แก้วไปดูแลพ่อ แก้วไม่ได้มีหน้าที่ติดตามพี่ใหญ่นะครับ”

อังศนาขมวดคิ้วมองน้องชายแววตาสงสัย เกิดอะไรขึ้นทำไมต้องดูดื้อดึงผิดปกติ

“ทำไมเล็กจะต้องดึงดันให้แก้วไปดูแลพ่อด้วยในเมื่อนิ่มก็ทำหน้าที่นี่อยู่”

“เพราะนิ่มทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอยังไงล่ะครับ ผมเลยอยากให้แก้วกลับไปทำอย่างเร็วที่สุด”

“ใหญ่เราว่าพอเถอะ ถ้าแก้วต้องทำงานเราสองคนออกไปด้วยกันก็พอไม่ต้องชวนแก้วไปหรอก”พิมุกต์ยอมถอยในที่สุด ธัญจกรชำเลืองมองแล้วกระตุกยิ้มมุมปากเหมือนเยาะ ซึ่งชายอีกคนรู้ดีว่ามันมีความหมายเช่นไร

แก้วกัลยายืนตัวลืบรู้สึกผิดเพราะเธอเป็นชนวนทำให้เกิดการโต้เถียงกันยกใหญ่ ความจริงตนเองไม่ได้อยากเดินทางไปกับคุณใหญ่ เธอรู้เจตนาของคุณพิมุกต์ดีและไม่ต้องการสานสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน

“ถ้าอย่างนั้นแก้วก็ไปดูแลเจ้าสัวเถอะ”คุณใหญ่บอกก่อนก้าวนำเพื่อนออกนอกบ้านปรายตามองน้องชายอย่างตำหนิ แล้วจ้ำก้าวอย่างรวดเร็วเพื่อไปยังรถ

หญิงสาวยืนมองเจ้านายขับเคลื่อนรถออกนอกรั้วบ้านแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หันกายกลับมาอีกครั้งเห็นแววตาเขียวขุ่นจ้องมองไม่ลดละ แก้วกัลยาแสร้งเดินเลี่ยงเพราะไม่อยากโต้เถียงแต่เรียวแขนกลับถูกรั้งไว้เสียก่อน

“จะไปไหน!

“แก้วจะไปดูแลเจ้าสัวยังไงล่ะคะ คุณชายปล่อยแก้วสิ!

“เดี๋ยวนี้เก่งใหญ่แล้วนะเรา อ่อยผู้ชายไม่เลือกหน้าแบบนี้ นั้นเป็นแขกพี่ใหญ่หรือกำลังหวังสูงอะไรแก้วกัลยา!”เสียงเข้มบอกรอดไรฟัน เขาโมโหจนแทบจะพังบ้านให้ถล่มลงมา

ร่างบางบิดกายควันแทบออกหูกับถ้อยคำดูถูก เธอไม่เคยคิดหวังอะไรจากผู้ชาย แค่เพียงเห็นแม่ทรมานจากพ่อเลี้ยงมันก็มากเกินพอ ไม่เคยอยากคบหาใครเข็ดขยาดผู้ชายมันเหมือนกันทุกคนมองเห็นเธอเป็นแค่เครื่องระบายอารมณ์เท่านั้น

“แล้วคุณชายจะมายุ่งอะไรกับแก้ว แก้วจะรักหรือชอบใครมันก็เป็นสิทธิ์ของแก้ว!”หญิงสาวตอกกลับด้วยอารมณ์

“เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอเป็นแฟนฉัน หรือต้องให้ทบทวนกับรินเธอถึงจะเข้าใจแก้ว!

“อย่านะคะ คุณชายรับปากแก้วไว้แล้ว!”หญิงสาวร้องลั่นออกมา แววตาไหวระริก

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าได้คิดอ่อยผู้ชายคนไหนอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน!

แก้วกัลยากัดฟันความเจ็บแค้นในอกมันอัดแน่น ถูกบังคับให้ทำตามทุกอย่าง เขาทำเพราะความสนุกในการเห็นเธอทรมานเท่านั้น คอยดูสักวันหัวใจของชายใจดำคนนี้จะต้องเจ็บปวดดั่งเช่นเธอบ้าง

“แก้วเข้าใจแล้วค่ะ”ตอบรับเสียงแข็ง

เขายอมปล่อยเรียวแขนเป็นอิสระ แก้วกัลยารีบก้าวเลี่ยงออกห่างไม่อยากเผชิญหน้ากันมากกว่านี้ มาถึงห้องหนังสือเห็นเจ้าสัวเหลียงกำลังนอนหลับอยู่ พี่นิ่มหันมองเธอครู่หนึ่งแล้วส่งสัญญาณเปลี่ยนหน้าที่แทน ร่างบางนั่งลงข้างเตียงน้ำตามันเอ่อคลอ อยากบอกท่านเหลือเกินว่าตอนนี้ตนเองกำลังทุกข์ทรมานจากการกระทำของคุณชายแสนเอาแต่ใจของบ้านหลังนี้

ราวหนึ่งชั่วโมงชายชราเริ่มลืมตาตื่นจากการนอน แก้วกัลยาตรงเข้าพยุงเมื่อเจ้าสัวตั้งท่าจะลุกนั่ง เธอเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนเมตตาส่งมาเหมือนเช่นเคย

“มาทำอะไรล่ะอาแก้ว อานิ่มไปไหนเสียแล้ว”เจ้าสัวเอ่ยถามน้ำเสียงแหบแห้ง

“น้านิ่มไปทำงานในครัวแล้วค่ะ ตอนนี้แก้วหายดีแล้วเลยมาดูแลเจ้าสัวเหมือนเดิมค่ะ”

“เออ ดีแล้วที่ลื้อมาดูแลอั้วอาแก้ว อานิ่มอ่านหนังสือไม่ออกอั้วเบื่อจะแย่”

เจ้าสัวเหลียงหันมองไม้เท้าแล้วชี้ให้สาวใช้ประจำตัวหยิบให้ เย็นนี้ลงไปทานข้าวแล้วคงขึ้นนอนเลยพักหลังค่อนข้างรู้สึกเพลีย มันเหนื่อยง่าย แถมยังหายใจติดขัดไม่กล้าบอกลูกเกรงจะพาให้เป็นห่วงกันเสียเปล่าๆ

“ลงไปทานข้าวเย็นเลยนะคะ”แก้วกัลยาจับท่อนแขนอันเหี่ยวย่นเพื่อเป็นอีกแรงในการช่วยให้เจ้าสัวลุกยืนได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

“อืม”

สองร่างเดินมาถึงด้านล่างผ่านโถงกลางจนถึงห้องรับประทานอาหาร เจ้าสัวมองเห็นบุตรชายนั่งรออยู่ก่อน สีหน้าคนเป็นพ่อเลยดูดีขึ้น แม้แต่แก้วกัลยาเองยังนึกแปลกใจคุณชายไม่หายตัวออกจากบ้านเหมือนเช่นทุกวัน เธอเลื่อนเก้าอี้แล้วพยุงเจ้าสัวนั่งลงส่วนตนเองคอยยืนอยู่ข้างๆ เพื่อบริการ

“วันนี้ไม่ออกไปไหนเหรออาเล็ก”เจ้าสัวเหลียงถามบุตรชายเพียงคนเดียว

“ไม่ครับป๊า ผมออกไปแล้วเพิ่งกลับมานี่เอง อยากมากินข้าวเย็นกับป๊าผมกลัวป๊าเหงาแล้วงอแงน่ะ”ชายหนุ่มพูดติดตลกซึ่งนั่นเรียกร้อยยิ้มคนเป็นพ่อได้เป็นอย่างดี

กรองกาญจ์เริ่มตักข้าวใส่จานให้ผู้เป็นนาย ส่วนคนอื่นนำกับข้าวออกมาเสริฟ์ไว้บนโต๊ะ สองพ่อลูกทานอาหารพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แก้วกัลยารู้สึกยินดีที่เห็นเจ้าสัวมีรอยยิ้มถึงแม้จะขัดใจตรงที่มันเป็นเพราะเขาทำให้ชายชรามีความสุข

จบมื้ออาหารลงแก้วกัลยาพยุงเจ้าสัวขึ้นห้องนอนโดยมีเขาคอยอาสาช่วยอีกแรง ระหว่างขึ้นบันไดมือบางถูกกุมไว้ตลอดเวลาแม้เธอพยายามเลื่อนออกมาแต่ไม่พ้นอยู่ดี เห็นแววตาส่งมารอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วนึกหมั่นไส้เสียจนแทบอยากจะข่วนหน้าเขาสักทีให้หายขุ่นเคือง มาถึงห้องนอนวางเจ้าสัวเหลียงบนเตียงแล้วหยิบยาส่งให้โดยมีเจ้านายหนุ่มยืนมองไม่ห่าง มันทำให้รู้สึกเกร็งแต่คงต่อว่าอะไรไม่ได้เมื่อคนเป็นพ่อเองดูพึงพอใจมากเหลือเกินกับการเห็นลูกชายเอาใจใส่ต่อตนเอง

ชายชราส่งยาเข้าปากแล้วล้มตัวลงนอน สาวใช้ประจำตัวหยิบผ้าห่มคลุมกายแล้วตรวจดูเครื่องปรับอากาศอีกครั้งก่อนแหงนมองนาฬิกาฝาผนังบอกเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง ร่างบางหันกลับมาเห็นเขายืนอยู่ไม่ห่าง ทางที่ดีควรหลีกให้พ้นเสียก่อนดีกว่า เธอรีบก้าวออกจากห้องจนถึงหน้าประตูเปิดออกแล้วจ้ำอย่างรวดเร็ว รู้สึกแปลกใจเหมือนกันที่อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่สนใจต่อเธอสักเท่าไหร่ในวันนี้

ก้าวตรงบันไดจวนถึงชั้นล่างได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าจันยกหูโทรศัพท์รับสายส่วนเธอรีบลงมาเพื่อช่วยงานมารดาในครัวต่อ วันนี้ไม่เห็นหน้าน้ำผึ้งเลยเหมือนอีกฝ่ายกำลังพยายามหลบหน้าอยู่ จะว่าโกรธเรื่องสระน้ำหรือเปล่า ใช่ค่อนข้างขุ่นเคืองมากทีเดียวแต่เห็นใบหน้าซีดเผือดของน้ำผึ้งทำเอาใจอ่อนนิดๆ ขึ้นมา แต่ไม่ยอมจบมันง่ายๆ เสียหรอกคงต้องหาเวลาพูดคุยเพื่อคลายปัญหาเหล่านี้ออกไปให้ได้

“แก้วโทรศัพท์!”แก้วกัลยาชะงักเท้ากำลังก้าวสู่ครัว หันกายกลับมองหน้าป้าจันด้วยความแปลกใจ โทรศัพท์บ้านติดต่อถึงเธอมันเป็นไปไม่ได้หรอก

“แน่ใจแล้วเหรอป้าจัน”เธอถามย้ำ

“แน่ใจสิ ก็เขาบอกขอสายแก้ว”

เจ้าของชื่องุนงงแล้วเดินเข้าไปยกโทรศัพท์กรอกเสียงตามสาย

“สวัสดีค่ะ แก้วพูดค่ะ”

“คุณแก้วเหรอครับ ผมพิมุกต์เองนะครับจำได้ไหม เพื่อนของใหญ่น่ะ วันนี้เราได้คุยกันด้วย”ปลายสายแนะนำตัว

“แก้วจำได้ค่ะ ว่าแต่คุณพิมุกต์มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”

“พอดีผมขอเบอร์คุณแก้วกับใหญ่แล้ว แต่เผอิญว่าเพื่อนผมบอกว่าให้มาขอคุณแก้วเอง ผมเลยต้องโทรเข้าบ้านเพื่อติดต่อคุณแก้ว แล้วตอนนี้... คุณแก้วจะให้เบอร์มือถือกับผมได้หรือเปล่าครับ”

แก้วกัลยานิ่งเงียบรู้สึกอึดอัดขึ้นมา เพื่อนคุณใหญ่กำลังคิดอะไรกันแน่ ต้องการจีบเธออย่างนั้นเหรอมันมากเกินไปหรือเปล่า รุกไล่กันถึงเพียงนี้แทบตั้งรับไม่ทันเลยทีเดียว

“เอ่อ... แก้วจำเบอร์ตัวเองไม่ได้น่ะค่ะ ถ้าคุณพิมุกต์ต้องการถามคุณใหญ่ได้เลยนะคะ”เธอพยายามหาทางรอดโดยการใช้คุณใหญ่เป็นเครื่องบังหน้า อย่างน้อยหากคุณใหญ่ให้เบอร์เองก็ยังรู้สึกดีกว่าตนเองเป็นผู้มอบให้ ความจริงไม่ได้รังเกียจเขา แต่เธอไม่อยากคบหาใครเพียงแค่เห็นแม่ทรมานจากพ่อเลี้ยงก็เกินพอแล้ว อีกอย่างยังมีพันธะสัญญาต้องรักษาไว้ไม่อย่างนั้นเพื่อนสาวคนสนิทจะเดือดร้อนเอาได้

“ไม่เป็นไรครับ ผมจะขอเบอร์คุณแก้วกับใหญ่เองก็ได้ ถือว่าคุณอนุญาตแล้วนะครับ”

“ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ไว้ผมว่างจะไปพบคุณที่บ้านนะ”

“ค่ะ”เธอทำได้แค่รับปากไม่ให้เสียมารยาทเท่านั้น

สายถูกตัดไปแล้ว แก้วกัลยาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่หากเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยอะไรคงง่ายกว่านี้ เธอคงปฏิเสธทันทีที่ทราบความรู้สึก แต่ทว่าชายคนนี้คือเพื่อนสนิทคุณใหญ่ใครจะกล้าเสียมารยาทเช่นนั้น หนักใจเหลือเกินไม่รู้ว่าตนเองควรทำเช่นไรต่อไปแล้ว

“ใครโทรมาหาเหรอแก้ว ทำท่าเหมือนคนอมทุกข์อย่างนั้น”กรองกาญจ์เอ่ยถามขณะเดินออกมาจากครัว

“เพื่อนคุณใหญ่ค่ะแม่”

“เพื่อนคุณใหญ่โทรมาหาแก้วเหรอ แล้วโทรมาทำไมกัน”กรองกาญจ์รู้สึกงุนงง

“ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ แก้วไม่อยากสนใจ”

คนเป็นแม่เห็นแววตาลูกพอเข้าใจ มีคนมากมายชื่นชมความงดงามลูกสาวเธอ  หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างพากันมาสู่ขอเธอพยายามช่วยเหลือบุตรสาวตลอดยามสามีใหม่ต้องการขายเพื่อเอาเงินไปเล่นการพนัน รวมถึงกินเหล้า เธอไม่มีวันให้ลูกสาวคนเดียวตกอยู่ในอันตราย เพราะแก้วเป็นของขวัญชิ้นเดียวที่แสดงถึงความรักของเธอกับสามีอันล่วงลับไปแล้ว

มือแม่ลูบศีรษะลูกเพื่อผ่อนคลายความหนักใจ ไม่ว่าลูกจะตัดสินใจเช่นไรเธอพร้อมยืนเคียงข้างเสมอ แก้วเป็นเด็กดีกตัญญูไม่มีทางอับจนหนทางไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม

“ไม่เห็นต้องกลุ่มใจเลยแก้ว แม่ว่าแก้วทำตามหัวใจตัวเองดีกว่าไหม เรื่องความรู้สึกรักใคร่มันไม่สามารถบังคับใจใครได้หรอกนะ”เธอสอนบุตรสาว และรู้ว่าเรื่องนี้แน่นอนทำให้ลูกเคร่งเครียด เพราะแก้วเองก็อยู่ในวัยนี้แล้ว

“ค่ะแม่”ร่างบางโอบกอดมารดาแล้วระบายยิ้ม เธอไม่ควรเกรงใจใครในเรื่องความรู้สึกของหัวใจ มันไม่สามารถบังคับกันได้

หลังจากช่วยงานมารดาเรียบร้อยแล้วแก้วกัลยาขึ้นห้องชั้นสองเพื่อจัดการธุระส่วนตัว พรุ่งนี้ต้องไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อส่งวิทยานิพนธ์เดือนถัดมาเตรียมตัวสำหรับการฝึกงาน ประตูห้องนอนเปิดออกร่างบางสาวเท้าเข้าห้องภายในมืดสนิทมือบางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วสะบัดออกจากเรือนร่าง ก่อนสาวเท้ามาหยุดยืนตรงสวิตซ์ไฟแล้วกดเปิด

พรึบ!

แสงไฟในห้องสว่างจ้าดวงตาเรียวสวยเบิกกว้างมองเห็นคนตัวใหญ่นั่งอยู่บนเตียง มือบางสองข้างยกขึ้นปิดหน้าอกตนเองแววตาตื่นตระหนก รีบวิ่งไปหาเสื้อผ้าแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไวกว่าคว้าเอวบางอย่างรวดเร็ว

“กรี๊ด!”หญิงสาวร้อง “อื้อ!”มือใหญ่ปิดริมฝีปากไว้แน่นเพื่อไม่ให้มีเสียงเล็ดรอดออกมา

ร่างบางดิ้นรนอย่างสุดกำลังความกลัวแผ่ซ่านทั่วร่าง เธอไม่น่าไว้ใจเขาเลยไม่คิดว่าคุณชายจะกระทำอาจหาญเข้ามาในห้องเช่นนี้

ตุบ!

เธอถูกเหวี่ยงลงบนเตียงร่างบางลุกพรวดกระถดหนีน้ำตาคลอ ธัญจกรยืนกอดอกขบกรามมองดูแววตาแข็งกร้าว

“ถ้าเธอร้องออกมาอย่าหาว่าฉันไม่เตือนแก้ว!”ชายหนุ่มส่งเสียงขู่

“คุณชาย... แก้วทำอะไรผิดอีกเหรอคะ ถึงได้ทำแบบนี้กับแก้ว”เธอถามเสียงเครือ ก่อนหยิบผ้าห่มมาคลุมกายท่อนบนที่มีเพียงบราเซียตัวเดียว

“หึ!

ชายหนุ่มยิ้มเย็นแววตาเรียบนิ่ง ถ้าหากไม่ได้ยินว่ามีคนโทรหาแก้วตอนเดินตามมาข้างหลังคงไม่ได้รู้เรื่องนี้ ใช่! โทรศัพท์วันนี้เขาได้ยินมันทั้งหมด ผู้หญิงไม่ว่าหน้าไหนเหมือนกันเสียจนน่าสะอิดสะเอียน แรกเริ่มคิดว่าแก้วกัลยาคงแตกต่าง แต่ไม่เลยไม่ต่างจากแม่เขาเลยสักนิด

“เป็นยังไงแก้ว เป็นคนใช้มันลำบาก เลยต้องหาผัวเป็นผู้จัดการร้าวจิวเวอรี่อย่างงั้นเหรอ ฝันต่ำไปหรือเปล่า!”เขาเค้นเสียงถามรอดไรฟัน

“คุณชาย!”แก้วกัลยาควันออกหูอารมณ์โกรธพลุ่งพล่าน อยากจะตบเขาสักฉาด

“เรียกทำไม หรือพูดความจริงแล้วมันแทงใจดำ!

ความโกรธทำให้เธอไร้ซึ่งความกลัว และตอนนี้คุณชายกำลังดูถูกกันอย่างร้ายกาจ

“ใช่ค่ะ! แก้วอยากได้คุณพิมุกต์เป็นสามีอย่างน้อยเขาก็ให้เกียรติแก้ว ไม่รังเกียจว่าแก้วเป็นคนใช้  ดีกว่าเป็นของผู้ชายคนอื่นที่ไม่ได้อะไรมีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว!”เธอย้อนเขาอย่างเจ็บแสบ

คนฟังกัดฟันข่มอารมณ์ตนเอง ปกติแก้วกัลยาไม่เคยต่อปากต่อคำ มักสงบเสงี่ยมเจียมตัว อย่างมากก็มองเขาด้วยแววตาอ้อนวอนขอร้อง แต่วันนี้กลับแตกต่างเหมือนเธอกำลังต่อต้าน หรือเพราะเพื่อนพี่สาวทำให้เปลี่ยนไป เห็นทีคงต้องกำราบปล่อยนานกว่านี้ สิ่งที่อยู่ในกำมืออาจดิ้นหลุดเอาได้

“แก้ว... เธอรู้ไหมว่ามันไม่น่ารักเลย กับการที่เธอเถียงฉันฉอดๆ เพียงเพราะต้องการไปเป็นเมียผู้ชายคนอื่นโดยที่ฉันจ้องมองเธออยู่ทุกวัน ที่สำคัญเราสองคนเป็นแฟนกันหรือเธอลืมไปแล้ว นัฐนรินคงไม่ใช่เพื่อนเธอแล้วสินะถึงได้กล้าขึ้นเสียงแบบนี้!”ชายหนุ่มบอกแล้วจ้องมองสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ละ แก้วกัลยาหน้าถอดสีเมื่อนึกถึงความจริงในสิ่งที่เขาพูด

หญิงสาวกัดริมฝีปากจนห่อเลือดขอบตาผ่าวร้อนจนน้ำเอ่อ มองเห็นภาพใบหน้าชายใจร้ายพร่ามัว อยากยกมือปาดแต่เกรงเขาจะรู้ว่าเธอกำลังจะร้องไห้ออกมาเพราะความอัดอั้น แทบไม่เห็นหนทางในการเอาตัวรอดจากชายผู้เป็นนายเลย ทุกวันเขาคอยกลั่นแกล้งจ้องมองเธอราวกับเหยื่ออันแสนโอชะก็ไม่ปาน

“แต่คุณชายแค่ต้องการแกล้งแก้วเล่น ไม่ได้อยากคบหาแก้วจริงจังสักหน่อย ทำไมคุณชายต้องเอาคำว่าแฟนมาอ้างแล้วผูกมัดแก้วไว้ด้วย!

ชายหนุ่มชะงักเมื่อได้ยินคำพูดของสาวใช้ประจำตัวบิดา นี่เขาคิดกับแก้วกัลยาแบบไหนกันแน่ ทุกวันนี้การกระทำของเขามันสวนทางกับเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง เคยอยากได้เห็นว่ายาก แล้วเธอก็สวยเสียจนห้ามใจไม่ไหว แต่ตอนนี้เป็นอะไรทำไมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาพอคิดว่าลูกไก่ในกำมือกำลังเติบโตพร้อมกระโจนหนีได้ทุกเวลา

“เธอรู้ได้ยังไงว่าไม่จริงจังแก้ว!”เขาย้อนถาม แล้วช้อนมองสายตาอีกฝ่ายอย่างจับผิด เห็นเธอมีแววครุ่นคิด

“เพราะท่าทีของคุณชายยังไงล่ะคะ คนอย่างคุณชายไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็คบหาได้หมด แก้วเป็นแค่สาวใช้คนหนึ่งคุณชายคงไม่ลดตัวมาจริงจังด้วยหรอกค่ะ ถ้าไม่มีจุดประสงค์อยากกลั่นแกล้ง!

เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาพูดเรื่องเพื่อนชายพี่สาวอยู่ดีๆ ทำไมสุดท้ายกลับมาลงที่เขาจนได้ แก้วกัลยาพยายามเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนหรือเปล่า

“ฉันจะคบหากับใครมันก็เรื่องของฉัน แต่เธอ! ไม่มีสิทธิ์ไปหาผู้ชายคนอื่นนอกจากฉันเข้าใจไหม!”ชายหนุ่มตัดบท

“คุณชายเห็นแก่ตัว แก้วมีสิทธิ์เลือกที่จะรักใคร คุณชายไม่ใช่เจ้าของแก้วสักหน่อย อีกอย่างที่แก้วยอมคุณชายเพราะแก้วเป็นห่วงเพื่อน  คุณชายก็รู้อยู่แก่ใจ!

จบคำพูดคนฟังควันออกหูกระโจนขึ้นเตียงอย่างรวดเร็ว แก้วกัลยาตระหนกพยายามกระถดถอยหลังแต่เรียวแขนกลับถูกคว้าไว้พร้อมแรงมหาศาลกระชากร่างบางเข้าหา ผ้าห่มหลุดร่วงออกจากเรือนร่าง มือบางจึงยกผลักดันเพื่อหาทางรอดให้ตนเอง แววตาเขาเวลานี้ดั่งไฟลุกโชนจนยากจะดับลงได้

“ที่เธอพยายามเถียงฉันทั้งหมด เพราะต้องการไปกับไอ้พิมุกต์นั่นใช่ไหม คงอยากมากสินะทีกับฉันทำเล่นตัวไม่ยอมท่าเดียว พอวันนี้มีผู้ชายเข้ามาหาเข้าหน่อยแทบจะลอยตามมันไป เธอมันไร้ยางอายแก้วกัลยาผู้หญิงอย่างเธอไม่ต่างจากผู้หญิงข้างถนนที่ใช้เงินซื้อได้!

เพียะ!

ใบหน้าเรียวคมหันข้างเสี้ยวหน้าชาหนึบหันกลับมามองหญิงสาวเห็นแววตาเธอไหววูบ ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจกับการกระทำของตนเอง เธอไม่ได้ตั้งใจเพราะอารมณ์ชั่ววูบทำให้เผลอทำร้ายเขา

“กะ...แก้วไม่ได้ตั้งใจ”เธอบอกเสียงสั่น

“รู้ไหมแก้ว... ตบฉันมันต้องชดใช้ยังไง!”เขาขบกรามแน่น

“แก้วขอโทษค่ะ”

“มันสายไปแล้ว!

ร่างบางถูกกดตรึงแนบกับเตียงคนตัวเล็กหน้าซีดเผือด เห็นคนเหนือร่างจ้องมองแววตาแข็งกร้าวรับรู้ได้ถึงอณูความโกรธ หญิงสาวดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นพันธนาการ

“คุณชายจะทำอะไร ปล่อยแก้วนะคะ แก้วไม่ได้ตั้งใจ แก้วขอโทษ!”เธอร้องบอกขอบตาร้อนผ่าว

ธัญจกรหน้ามืดหูอื้อไม่ได้ยินเสียง เรือนร่างเกือบเปลือยท่อนบนเรียกความต้องการได้อย่างดี ใบหน้าเรียวคมก้มลงแนบชิดจุมพิตริมฝีปากควานหาความหวานละมุนอันเคยชิมรสมาแล้ว มีเสียงอึกอักในลำคอดังออกมาแผ่วเบาแต่เขากลับใช้ความช่ำชองทำให้เธอโอนอ่อน

ริมฝีปากถอดถอนเลื่อนไล้ตามแก้มนวลจนถึงลำคอระหงส์ ผ่านไปสู่ทรวงอกอวบอิ่มภายใต้บราเซียสีหวาน ใบหน้าเรียวสวยเริ่มแดงซ่านความรู้สึกร้อนวูบวาบทั่วร่างคืออะไรเธอไม่เข้าใจเลย ร่างกายเหมือนล่องลอยอยู่บนอากาศมันเบาหวิวพาลให้สมองมึนเบลอสับสน มือใหญ่เอื้อมจับตะขอด้านหลังบีบกดจนมันปลดออกเผยให้เห็นดอกบัวคู่งาม ลมหายใจชายหนุ่มติดขัดอยากกลืนกินสาวน้อยทั้งตัว

แก้วกัลยารู้สึกได้ถึงผิวเนื้อสัมผัสอากาศเย็น สติสัมปชัญญะเลือนหายเริ่มกลับมารับรู้ว่าตนเองกำลังทำเรื่องน่าละอาย ยกมือผลักดันคุณชายอย่างสุดกำลังเพื่อเอาตัวรอด

“ปล่อยแก้วนะคะ คุณชาย!”เธอร้องลั่น ดิ้นรนแต่ท่อนแขนกลับถูกรวบไว้เหนือศีรษะตามด้วยเนคไทถูกดึงออกมาผูกข้อมือสองข้างไว้กับเสาหัวเตียง

คนตัวเล็กสะอื้นเมื่อถูกพันธนาการอย่างหมดหนทางต่อต้าน ใบหน้าเรียวคมโน้มเข้าหาฉกชิมดอกบัวคู่งามอย่างกระหาย แก้วกัลยาสะท้านน้ำตาอาบสองแก้ม แม้ใจไม่ยินยอมแต่ร่างกายกลับตอบสนองจนน่าละอาย เธอรู้สึกผิดหวังกับตนเองที่ไม่ได้ต่อต้านเขาให้มากกว่านี้ ขอบกางเกงยีนส์ถูกจับแก้วกัลยาชะงัก

“อย่านะ ไม่นะ!”ร้องบอกแล้วยกเรียวขาหนี เพื่อไม่ให้เขาทำได้อย่างใจ แต่กลับถูกรั้งกลับมากดแนบกับเตียง

กางเกงตัวสวยถูกรั้งออกจากเรือนร่าง ร่างบางดิ้นรนกรีดร้อง ทำไมคราวนี้คุณชายถึงไม่หยุดเมื่อเห็นน้ำตาเธอเล่า

“อย่าทำแก้วเลย แก้วกลัวแล้วคุณชาย!”แก้วกัลยาอ้อนวอนทั้งน้ำตา

“เธอจะได้ไม่ไปหาผู้ชายคนอื่นได้อีกยังไงล่ะแก้ว ต่อไปนี้จะได้รู้จักคิดว่าเธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!

ร่างสูงลุกยืนสะบัดเสื้อผ้าออกจากเรือนร่างตนเองเหลือไว้เพียงซับใน  แก้วกัลยาหลับตาแน่นไม่กล้ามอง หากไม่พยายามมากกว่านี้เธอจะต้องกลายเป็นของคุณชายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

เขาโน้มกายเข้าหาอีกครั้งแก้วกัลยารู้สึกได้ถึงตัวตนแข็งขืนตรงหน้าขา ความกลัวแผ่ซ่านกายสาวสั่นระริก ริมฝีปากเขาเริ่มเลื่อนไล้ลงสู่หน้าท้องจนลดต่ำลงเรื่อยๆ

“ไม่คุณชาย! อย่าทำแก้วเลย แก้วสัญญาจะไม่ทำแบบวันนี้อีกค่ะ แก้วขอร้อง...”เสียงหวานตะโกนลั่น มันน่าอับอายจนตนเองแทบทานทนไม่ไหว

ชายหนุ่มพงกศรีษะมองคนใต้ร่าง สีหน้าแววตาอันตื่นกลัวร่างกายสั่นเทาเรียกสติเขาคืน เขาจำยอมผละห่างแม้สุดแสนเสียดาย ร่างสูงนั่งลงข้างเตียงชำเลืองมองคนตัวเล็ก เรือนร่างเธอเรียกร้องความต้องการได้อย่างร้ายกาจ แต่ทว่าหัวใจมันดันสั่นไหวกับน้ำตาและคำขอร้อง การมีอะไรกับเขามันทรมานนักหรือไงทั้งที่สาวๆ คนไหนต่างก็ต้องการทั้งนั้น

“จำคำพูดของเธอวันนี้ให้ดีนะแก้ว ถ้าเกิดเธอยังวุ่นวายกับผู้ชายคนอื่นอีก ฉันจะไม่หยุดอย่างวันนี้แน่!”เขาบอกแล้วหันมองหญิงสาว

ร่างสูงขยับกายเข้าหาแก้วกัลยาชะงักครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นคุณชายกำลังปลดเนคไทออกเลยรู้สึกโล่งใจ ร่างบางรีบลุกนั่งหยิบผ้าห่มคลุมกาย มองดูร่างเปลือยเปล่าเหลือเพียงซับในตัวเดียวของเขาแล้วรู้สึกขัดเขินขึ้นมา ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจยังคงนั่งนิ่งอยู่

“เธอได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า”เขาถามย้ำแล้วหันมอง แววตาเขียวขุ่น

“ได้ยินค่ะ”หญิงสาวตอบขอบตาแดงก่ำ

ธัญจกรลุกยืนแล้วหยิบกางเกงมาสวมก่อนนำเสื้อมาพาดบ่าไว้ ชายหนุ่มก้าวยาวถึงหน้าประตูแล้วหันมองเจ้าของห้องอีกครั้งจึงเปิดประตูออกจากห้องไป คนในห้องชันเข่าขึ้นมาซบหน้าสะอื้น เธอเหมือนจะตายเสียให้ได้ จนป่านนี้ยังหาเหตุผลไม่ได้เลยทำไมต้องเป็นเธอด้วย ที่ต้องมาแบกรับการกระทำอันไร้เหตุผลของคุณชาย

น้ำผึ้งเดินวนเวียนหน้าห้องคุณชาย ตั้งใจอยากพบหน้าเขาก่อนเข้านอนสักหน่อยแต่กลับไร้วี่แวว เสียงเปิดประตูตามติดด้วยฝีเท้าคนเดิน เธอรีบหลบแล้วชะเง้อมอง ความริษยาผุดขึ้นมา เมื่อเห็นคุณชายที่ตนเองหมายปองเดินออกจากห้องเพื่อนร่วมงาน  เธอยืนนิ่งกัดฟันแน่น แก้วกัลยาคือผู้หญิงที่แย่งชิงทุกอย่างไป ได้อภิสิทธิ์พิเศษกว่าสาวใช้คนอื่นในบ้าน แถมยังได้คุณชายไว้ครอบครองอีก หันกายกลับสาวเท้าไปยังห้องเป้าหมาย คุณใหญ่คือคนเดียวที่ช่วยเหลือได้

ก๊อก! ก๊อก!

น้ำผึ้งเคาะประตูห้องนอน นายสาวทันที

“เข้ามาได้”เสียงเจ้าของห้องบอก

เธอเปิดประตูเข้าห้อง แล้วก้าวมาหาเจ้านายสาวที่กำลังเตรียมตัวนอนอยู่บนเตียง

“มีอะไรหรือเปล่าน้ำผึ้ง มันดึกมากแล้วทำไมยังไม่ไปนอน มาเพ่นพ่านอยู่บนเรือนใหญ่ทำอะไร!

“น้ำผึ้งมาเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดค่ะ พอดีลืมไว้บนชั้นสอง”รีบแก้ตัวทันควัน

“ถ้าเก็บเรียบร้อยแล้ว ทำไมไม่ไปนอนเสียล่ะ”

น้ำผึ้งกัดริมฝีปากเป็นห่อเลือด ความรู้สึกเจ็บแค้นอัดแน่นในอก

“คุณใหญ่คะ แก้วมันกินบนเรือนขี้รดบนหลังคานะคะ น้ำผึ้งเคยแอบได้ยินคุณชายกับแก้วคุยกัน แก้วมันหาทางล่อหลอกคุณชายเพื่อให้ตัวเองได้เป็นแฟน ตอนนี้คุณชายกับแก้วกำลังคบหากันค่ะ!”น้ำผึ้งรีบฟ้องทันที

“เธอเอาอะไรมาพูดน้ำผึ้ง”คุณใหญ่พยายามสงบสติอารมณ์ตนเอง

“น้ำผึ้งได้ยินจริงๆ ค่ะ แล้วก่อนเข้ามาพบคุณใหญ่น้ำผึ้งก็เห็นคุณชายออกจากห้องนอนของแก้วด้วยนะคะ!

“คงไม่มีอะไรหรอก ไปนอนซะเถอะไปน้ำผึ้ง”เธอตัดบท

“แต่ว่าคุณใหญ่!”น้ำผึ้งอ้าปากจะค้าน

“ไปนอนน้ำผึ้ง!

สาวใช้วัยแรกรุ่นยอมกลับออกจากห้องนึกขุ่นเคืองที่คุณใหญ่ไม่มีอาการหวาดวิตกใดๆ คิดว่าจะหาทางกำจัดแก้วกัลยาได้แล้วเชียว

อังศนานั่งนิ่งครุ่นคิดถึงเรื่องที่บ่าวมาพูด ในอกมันอัดแน่นด้วยความรู้สึกโกรธกรุ่นน้องชายกำลังเล่นพิเรนทร์อะไรถึงได้มาคั่วบ่าวไพร่ในบ้าน หรือสิ่งที่น้ำผึ้งพูดมาเป็นแค่เรื่องโกหกเท่านั้น เธอพอมองออกว่าสาวใช้คนนี้มีใจต่อตาเล็ก ควรเชื่อใครดีในเมื่อแก้วเป็นเด็กดีมาตลอด ความจริงในข้อนี้เธอคงต้องหาทางพิสูจน์มันเอาเองเสียแล้ว

/////////////////////////////////////////////////////////


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เมื่อแรกพบหน้าเธอคือหญิงสาวงดงามแต่ฐานะต่ำต้อย เขาใช้ความเหนือชั้นสร้างพันธะสัญญาทางร่างกายเพื่อจองจำเธอเอาไว้ภายใต้เงื่อนไขเวลาผันผ่านทุกอย่างแปรผันเพราะหัวใจกลับถูกเธอฉุดรั้งไว้ด้วยคำว่ารัก"

Vanalak29


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha