พรหมรักพรหมลิขิต (จบ)

โดย: varawan



ตอนที่ 11 : พัฒนาการของหัวใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอน11 พัฒนาการของหัวใจ

             หลายวันมานี้ชารีสเทียวไปเทียวมาตามติดรีเบคก้าเหมือนกับว่าสนิทสนมกันมานาน           เช้าถึงเย็นถึงบ้านไม้สักของยายนิ่มจึงอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของหนุ่มสาวและเด็กๆ

           "นี่พั้นจะไปไหน"ชารีสถามเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามายังสถานที่แห่งหนึ่ง

          “ฉันอยากเล่นสกีน้ำ "

           “เล่นเป็นเหรอ”

           "ก็ "    รีเบคก้าเกือบบอกไปแล้วว่าเป็นกีฬาสุดโปรดของเธอเลยแต่ไม่พูดดีกว่า

          “ว่าไง”

           "เป็น" เธอตอบสั้น ๆ แล้วเดินนำหน้าชายหนุ่มไปยังสนามเอนกประสงค์โดยเฉพาะของกีฬาประเภทนี้    รีเบคก้าเข้าไปติดต่ออย่างคล่องแคล้ว

           "คุณจะเล่นด้วยหรือเปล่า”

หญิงสาวหันมาถามคนตัวโตที่ยืนเยื้องออกไปเล็กน้อย อย่างต้องการจะแกล้งเขาซะมากกว่า ว่าเจ้าสำอางค์แบบนี้เขาจะเล่นเป็นหรือเปล่ากีฬาท้าทายอย่างนี้

            "เอาสิ ได้ออกกำลังกายบ้างก็ดีเหมือนกัน" ชารีสไหวไหล่

              รีเบคก้าจัดการทุกอย่างเมื่อได้อุปกรณ์เรียบร้อยแล้วจึงแยกย้ายไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จากหางตาชารีสเห็นร่างสูงใหญ่แสนคุ้นเคยของใครบางคนเดินผ่านไปชายหนุ่มหันไปมองเห็นเพียงแผ่นหลังก็ยกยิ้มมุมปาก

             "มีมุมนี้เหมือนกันเหรอ  มาร์ส"

             ชารีสเอ่ยยิ้ม ๆ   เพราะเขาเห็นร่างหนาของพี่ชายอุ้มร่างบางของใครคนหนึ่งออกไปซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องของเขาจึงละสายตาเดินไปเปลี่ยนชุด ออกมาสมทบกับหญิงสาวที่ออกมาก่อนหน้าเขาเพียงเล็กน้อย

              “ไหนดูสิว่าจะเก่งแค่ไหน”ชารีสเอ่ยขึ้น

              "ก็พอตัว" รีเบคก้ายักคิ้วให้อย่างกวนๆ

             “ถ้างั้นมาพนันกันหรือเปล่า ใครแพ้เลี้ยงข้าว”ชารีสเอ่ยขึ้น

              "ฉันเล่นเป็นกีฬาไม่ได้เอามาไว้อวดหรือแข่งกับใครย่ะ"   รีเบคก้าเบ้ปากใส่คนท้าพนัน เธอไม่ชอบการพนันขันต่อ แต่ชารีสชอบมาก

              "กลัวแพ้ล่ะสิ”ชารีสกระตุ้นต่อมโทสะ

              “กติกา” ได้ผลรีเบคก้าตกปากรับคำท้าทันที

              "สามรอบใครตกน้ำเยอะกว่าแพ้”   ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น

              "ตกลง" หญิงสาวรับคำท้าเพราะเธอก็มีดีเหมือนกัน


              “ทำหน้าให้มันดี  ๆ หน่อยสิ" ชารีสบอกคนตัวเล็กที่นั่งหน้างอตรงหน้า

              "ทำไมหน้าฉันก็เป็นแบบนี้”คนแพ้แล้วพาลเอ่ยขึ้นบ้าง

              "เหรอ คิดว่าแพ้แล้วหงุดหงิด" ชารีสพูดลอยๆ

              "เหอะ ชนะแค่นี้ต้องเยอะเย้ยกันด้วยเหรอ”

              "ไม่ได้ เยาะเย้ยคนแพ้ต้องเลี้ยงข้าว เธอแพ้ก็ต้องเต็มใจทั้งร่างกายแล้วจิตใจ"ชารีสตอกย้ำ

              "ก็ได้ พอใจหรือยัง"    รีเบคก้าฉีกยิ้มเหมือนยิ่งฟันเสียมากกว่าให้เขา   เรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวสูงได้อีก

               "วันนี้พาฉันมากินอะไร"    ชายหนุ่มกวาดสายตามมองไปรอบ  ๆ   ร้าน ทุกโต๊ะมีเตาย่างเล็ก ๆ  ตั้งอยู่ตรงกลาง

               “ร้านอาหารซีฟู๊ด ของทะเลสดสะอาดไม่ต้องกลัวฉันมาบ่อย"

               “พั้น ชอบซีฟู๊ดเหรอ" ชายหนุ่มอยากรู้เรื่องราวของเธอ

               "ใช่ชอบมากเลย น้ำจิ้มรสแซ่บ ๆ เผ็ด ๆ  รสจัดจ้านด้วยนะ อ้า อย่าบอกใครเลย"      รีเบคก้าพูดไปในตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงอาหารโปรด      ที่เธอเพิ่งจะสั่งไปสักพักและพนักงานทยอยยกมาเสริพซึ่งมีมากมายหลายอย่าง ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา จนเกือบล้นโต๊ะ

                "อืม หน้าตาน่ากินเหมือนกัน”

                "ลงมือเลยสิคุณรออะไร"         รีเบคก้าร้องบอกเอื้อมมือหยิบกุ้งตัวโตมาแกะเปลือกให้เขาเมื่อดูท่าว่าเขาไม่ชำนาญเท่าที่ควร

                "นี่ต้องแกะแบบนี้ คุณชาร์สเอาไปฉันให้"    หญิงสาวยื่นกุ้งตัวที่แกะแล้วใส่ลงไปในจานของเขา

                 "ขอบคุณ"      ชารีสยิ้มหน้าบาน เขารู้สึกผ่อนคลายอารมณ์อบอุ่นข้างในใจ     เมื่อได้คุยกับผู้หญิงคนนี้ซึ่งเป็นคนเรียบง่ายบางครั้งเหมือนมีมุมดื้อรั้น    ถือเนื้อถือตัวอยู่บ้างและนั่นก็คือเสน่ห์ของเธอชารีสลอบมองหน้าสวยหวานของเธออย่างประทับใจ

                  รีเบคก้าเลือดครึ่งหนึ่งของเธอเป็นไทยจึงซึมซับนิสัยหลายๆอย่างมาจากมารดาที่เป็นคนไทยแท้100% วิถีชีวิตรวมทั้งการกินอยู่แบบคนไทยเธอได้รับการถ่ายทอดจากมารดาจนหมดเปลือก       เธอเป็นคนชอบเรียนรู้และเดินทางไปหลายประเทศทั่วโลกด้วยการออดอ้อนพี่ชายบ้างพ่อบ้าง     โดยเธอไม่รู้เลยว่ามีคนของพี่ชายคอยดูแลให้ความสะดวกโดยไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งหรือปรากฏตัวให้เห็นถ้าไม่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินจริงๆซึ่งก็ยังไม่เคยเกิดขึ้น

                 "พึ่งจะรู้นะนี่ว่ากินอาหารทะเลด้วยมือจะอร่อยมากขนาดนี้ "ชารีสเอ่ยขึ้นเมื่อของทุกอย่างบนโต๊ะเริ่มร่อยหรอ

                "ปกติคุณไม่ใช่มือหรือคะชาร์ส"    รีเบคก้าแกล้งแหย่

               "ผมรู้ว่าคุณรู้ ว่าผมหมายถึงอะไรสาวน้อย"     ชารีสยิ้มกรุ้มกริ่มเขาไม่เดือดไปตามอารมณ์หล่อนหรอกดูสิพอไม่ได้ดั่งใจก็หน้างอ

                "ไม่มีอารมณ์ขันเลย คนบ้า"   หญิงสาวยู่หน้าใส่

                "อิ่มหรือยัง ไปดื่มอะไรหน่อยไหม"ชารีสเอ่ยขึ้น รีเบคก้าหรี่ตามอง

                'จะมาไม้ไหนนี่'

                 "ผมเลี้ยงเองคราวนี้”    ชารีสคิดว่าหญิงสาวหมายถึงเรื่องเงินที่ต้องจ่าย

                 "ไม่เอาฉันไม่ชอบดื่ม"    รีเบคก้าบอก นาน  ๆ   เธอจะออกเที่ยวกลางคืน    สักครั้งเรื่องดื่มเลยไม่เป็นที่สนใจของเธอมากนักแม้จะไปกับเพื่อนบ้างก็ตามที

                 "ถ้างั้นไปหาอะไรหวาน ๆ   ทานแก้เลี่ยนก่อนนอนดีไหม"     ชารีสเปลี่ยนหัวข้อใหม่เพราะเขายังอยากอยู่กับเธอให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย

                "ฟังทะแม่ง ๆ อะไรของคุณหวาน ๆ   แก้เลี่ยน    เรากินมาหมดทุกอย่างทั้งของหวานทั้งผลไม้"   รีเบคก้าเอ่ยขึ้นอีก

                 "เฮ้อ     ตกลงจะกลับไปนอนเลยเหรอไม่รอให้อาหารย่อยก่อนหรือไง"   ชารีสไม่รู้จะอ้างอะไรแล้ว

                 "ถ้าอย่างนั้นไปเดินเล่นแถวนี้กัน    ฉันเห็นมีร้านเปิดตอนกลางคืนที่เรียกว่าถนนคนเดินด้วยไปเดินเล่นกัน"     รีเบคก้ายิ้มกว้างพลางชี้มือออกไปบริเวณที่เธอเคยเห็นผ่านตาก่อนจะเดินทางมาถึงร้านอาหารแห่งนี้       ทำให้ชารีสลอบถอนหายใจเล็กน้อยแล้วยิ้มตามไปด้วย

                    'หาข้ออ้างอยู่กับใครสักคนที่ถูกใจนี่ยากกว่าหาข้ออ้างจับสาวเซ็กซี่ขึ้นเตียงอีกแน่ะ'

                    เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาทำให้ชาร์ลรู้สึกฉงนกับตัวเองยิ่งนักก่อนเจอรีเบคก้า อาทิตย์ที่แล้วเขายังนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แต่เมื่อได้รู้จักกับเธอเพียงอาทิตย์กว่าๆกลับไม่มีห้วงเวลาให้คิดถึงเรื่องเซ็กส์เลยด้วยซ้ำ

                    ‘เอ้อ รึจะหมดไฟซะแล้วหรือเรา

                    ชาริสส่ายหน้าจนคนตัวเล็กต้องดึงมือลุกออกจากโต๊ะหลังจากเรียกเขาหลายครั้งก็ยังนั่งนิ่ง มือเล็กน่ารักกำรอบนิ้วเขาได้เพียงสามนิ้วเดินออกมานอกร้านและพากันเดินลัดเลาะจนถึงถนนคนเดิน ทั้งสองเดินคู่กันจากคนตัวเล็กเป็นคนจูงเปลี่ยนเป็นเขาเองทีที่กุมกระชับมือเธอเดินไปด้วยกัน เพราะคนเยอะมากช่วงนี้ ไฮซีซั่นและวันหยุดสุดสัปดาห์ผู้คนจึงมากมายเป็นพิเศษ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha