พญามรผลาญรัก

โดย: วรดร/กัญนิชา



ตอนที่ 2 : บทที่1.มันยังซวยไม่พออีกหรือ?


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่1.มันยังซวยไม่พออีกหรือ?

 

 

 

ชีวิตคนเราในโลกใบใหญ่นี่!! ช่างไม่มีความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกันสักนิดเลยค่ะ ในขณะที่คนร่ำรวย มีเงินทองเพิ่มพูนในบัญชีธนาคารแทบจะทุกวินาที แต่...กลับกัน คนหาเช้ากินค่ำกว่าจะได้เงินสักบาทสักสตางค์ช่างลำบากยากเข็ญ เลือดตาแทบกระเด็น!! ไม่รู้เบื้องบน...เอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ เป็นบรรทัดฐาน ในกำหนดบทบาทของบุคคลแต่ละคน ท่านเอาตรงตรงไหนมาวัด? ทำไมท่าน...ถึงสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับคนเหล่านั้นมากมายเสียจนน่าอเนจอนาถใจ ดั่งเช่น... ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง...ในชุมชนแออัดหลังคฤหาสน์หลังโตที่ตั้งเด่นตระหง่าน ผู้คนในชุมชนนั้นต่างทำมาหากินกันตัวเป็นเกลียว เพื่อจะได้มีเงินมาซื้อข้าวปลาอาหารเลี้ยงปากท้อง แต่ในทางกลับกัน คนในคฤหาสน์หลังโต กลับไม่ต้องทำอะไรเลย เขามั่งมีเสียจนผู้คนรายรอบ มองด้วยสายตาริษยา

หนึ่งคนในจำนวนกว่า100ชีวิต ต้นข้าวคือคนคนหนึ่งที่แหงนมองตัวบ้านหลังใหญ่ด้วยสายตาตัดพ้อ เมื่อเธอกับน้องชายอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ เพิงไม้เก่าๆ ผุๆ ด้านหลังคฤหาสน์โอ่โถง ต้นข้าวจำได้ว่า...เธอเห็นบ้านหลังนี้ตั้งแต่จำความได้ และเฝ้ามองด้วยความอิจฉานิดๆ ที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจ กระท่อมหลังน้อยของเธอใช้หลับนอนและคุ้มแดดคุ้มฝน แต่กลับไม่มีความปลอดภัยหรือความอบอุ่นสักนิด เมื่อทั้งพ่อและแม่...มีแต่ความเคร่งเครียด ปัญหาใหญ่ของครอบครัวเธอคือ...เงิน...ปัจจัยเดียวของคนจน คือมีเงินทองไม่พอใช้ ไม่ว่าจะขยันพากเพียรแค่ไหน? สตุงสตางค์ที่หามาได้ ก็ไม่เคยพอยาไส้สักที

4ปาก4ท้องในครอบครัวเธอ กับการทำงานแบบหาเช้ากินค่ำ มารดาขายข้าวแกงข้างทางร้านเล็กๆ ที่มีคนมาอุดหนุนพอสมควร พอได้เป็นค่ากับข้าวในแต่ละวัน ในขณะที่บิดาทำงานเป็นพนักงานกวาดถนน

ชีวิตของเธอดำเนินไปแบบทุลักทุเล ต้นข้าวต้องตื่นแต่เช้าตรู่มาช่วยมารดาเตรียมของไว้ขาย กว่าจะได้ไปร่ำเรียนก็เกือบสาย ผิดกับคุณหนูในบ้านหลังใหญ่ที่ตื่นมาก็มีอาหารมากมายมารอท่า มีรถยนต์คันใหญ่ไปส่งถึงโรงเรียน ในขณะที่เธอกับน้อง...อ้อ...ลืมบอกไป ครอบครัวของเธอมี4ชีวิต 1คือบิดานายโผน ตามด้วยมารดานางพิไล และตัวเธอเอง น้องชายคนสุดท้าย ต้นกล้า...มันไม่น่าจะมีอะไรหรอก...ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ขึ้น!! หายนะที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดถึง

วันหนึ่ง... ในขณะที่เธอกำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง...ใช่!! เธอไม่ได้เรียนแบบปกติ ไม่ใช่อะไรหรอกนะ เพราะเงินตัวเดียว เงินที่หายากที่สุด...มีแต่รายจ่าย...ในขณะที่รายรับมีแบบจำกัด...แต่เพราะการศึกษา...อาจจะช่วยให้เธอมีงานดีๆ ทำ เพราะต้องการจะยกระดับฐานะทางบ้าน เพื่อให้พ่อกับแม่สบายตอนแก่ หลังเธอเรียนจบมีเงินทองมาจุนเจือครอบครัวอีกทาง...

ใช่...ปัญหาใหญ่สำหรับคนจนคือ...เขามักจะหลงทาง เดินทางผิด เพราะความอดยาก ขัดสน...แล้วนำปัญหามาสู่ครอบครัว และมันเป็นเรื่องใหญ่...ชนิดที่ไม่มีทางออก ประตูทุกบานปิดตาย สำหรับคนที่พลาด...

ต้นกล้าก็เช่นกัน หญิงสาวไม่รู้ว่าน้องชายหลงทางไปตอนไหน? เมื่อเธอยุ่งวุ่นวายกับตัวเอง จนลืมเลือนน้องชายวัยรุ่นไปชั่วขณะ มารู้อีกครั้งมันก็สายเกินแก้...สายเกินกว่าจะแก้ไขทัน ต้นกล้าถูกจับ เขามีสิ่งเสพติดในครอบครอง จำนวนสิ่งของที่น้องชายถือครองไว้ เธอได้ยินคราแรกถึงกับเข่าทรุด

เด็กชายอายุ17 ปี กับยาเสพติดจำนวนมาก มากถึงขนาดถูกฟันธงว่าเป็นผู้จำหน่าย...

แล้วเธอจะช่วยน้องชายได้ยังไง เมื่อแม้แต่เงินประกันตัวเธอยังไม่มี...

ใบหน้านองน้ำตาของต้นกล้าบีบคั้นเธอจนหัวใจแทบจะแหลก มือของเขาเกาะซี่กรง พร้อมกับพร่ำพรรณนา ร่ำร้องให้เธอช่วย หญิงสาวยิ้มเซียวๆ เธอส่ายหน้า พร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลปรี่

“พี่ข้าวต้องช่วยผมนะ ผมไม่อยากติดคุก” เสียงเครือสั่นของน้องชายพร่ำบอกเธอ แต่เธอหรือจะช่วยอะไรเขาได้ เมื่อข้อหาที่เขาทำ อุกฉกรรจ์เกินกว่าที่เธอจะหาทางช่วยได้จริงๆ

“กล้า...พี่” เธอตอบเสียงขาดห้วง มองสบนัยน์ตาน้องชายผ่านม่านน้ำตา

อนาคตของเขาคงดับสิ้น เมื่อมีความผิดติดตัว ด้วยข้อหาที่ยากจะยื่นมือเข้าช่วย

“พี่ข้าว...กล้ากลัว” หญิงสาวอยากจะสอน แต่หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ เหตุการณ์ร้ายๆ มันเกิดขึ้นแล้ว ทางที่ดีคือหาทางช่วย แต่...เธอจะทำอะไรได้ เมื่อจำนวนเงินประกัน ต่อให้หาทั้งชีวิต ก็ไม่มีทางครอบครองเงินจำนวนนั้นแน่ๆ

3แสนสำหรับการประกันตัว แต่ก็ต้องถูกดำเนินคดีเหมือนเดิม เพราะหลักฐานมัดตัวแน่นหนา

มีความแปลกอีกอย่าง...และเธอไม่อยากเชื่อ? คนที่ติดร่างแหมากับน้องชายคือ...ลูกสาวคนเล็กของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธอเดินผ่านและเฝ้ามองทุกวัน

มันเกิดขึ้นได้ยังไง? ทำไมคนมั่งมีแบบนั้น มาพัวพันกับเรื่องเลวร้าย...

“กล้าคุณอร? ...” นิราอร โชคพิพัฒเกียรติ เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับต้นกล้า หนึ่งในผู้ต้องหาที่ครอบครองยาเสพติดก้อนนั้น

ต้นกล้ากระอึกกระอัก เขาทอดสายตามองผู้หญิงคนหนึ่งในกรงขังฝั่งตรงข้าม ดวงตาของเขาเจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยาย ไม่มีคำตอบ มีแต่เรียวปากที่ปิดสนิท!!

เธออยากจะบ้า!! มองน้องชายสลับกับมองเด็กสาว หล่อนซบใบหน้ากับหัวเข่า สะอื้นไห้จนตัวโยน เสียงเจ็บปวดเหลือคณานับ...จนผู้คนรอบข้างได้แต่มองด้วยความเวทนา

มันคงจบแบบเงียบสนิท คนผิดถูกลงโทษตามตัวบทกฎหมาย แบบไม่มีทางเลี่ยง ถ้า...

นนทัช โชคพิพัฒเกียรติ พี่ชายของเด็กสาวมาปรากฏตัวขึ้น ต้นข้าวสะดุ้งโหย่ง!! ดวงตาของเขาที่กวาดมองมายังเธอ แฝงแววอาฆาต เขามองเธอเหมือนเป็นปฏิกูล เธอเป็นสิ่งของน่ารังเกียจสำหรับเขา เสียงของเขาห้าวแกร่งและเต็มไปด้วยอำนาจ...จากที่เคยชื่นชมเขา ตามประสาสาวๆ ต้นข้าวตัดเขาออกจากความทรงจำทันที

“ไอ้-อี คนไหน?!! ชวนยัยอรมามั่ว...น้องผมไม่ผิด แค่หลงลมคนชั่ว จัดการมันแบบไม่ให้ได้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยนะครับ” เสียงของเขาดังลั่นสถานีตำรวจ เขาโยนความผิดทั้งหมดมาให้น้องชายของเธอ โดยที่ยังไม่ทันได้สืบสวน

ใช่สิ!! คนมีเงิน ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก ก็ย่อมได้ เมื่อกลิ่นเงินมันหอมหวานกว่ากลิ่นใดใด

หลังจากนั้นไม่นาน...นิราอรก็ออกมายืนอยู่นอกกรงขัง ในขณะที่ต้นกล้ายังนั่งเกาะลูกกรงอยู่ในนั้น ในข้อหาร้ายแรง หล่อนถูกกันเป็นพยานหลังจากนั้น โดยที่น้องชายเธอโดนข้อหานั้นไปแต่เพียงผู้เดียว...เธอทราบข่าวเรื่องนิราอร หลังจากนั้นไปไม่กี่วัน หล่อนถูกส่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปฟูมฟัก ล้างตัวไกลถึงเมืองนอกเมืองนา...

หึ!! เธอรู้ดีว่ามันต้องจบลงแบบนี้...คนมีเงิน มีอำนาจ สั่งอะไรได้ดั่งใจ

ในขณะที่คนจนต้องก้มหน้าทน...

ใบหน้าของพ่อ-แม่ ที่อิดโรย แฝงความเจ็บปวด เธอเห็นจนเกือบชินตา...ต้นกล้าถูกส่งไปสถานพินิจ เมื่อเขาเป็นแค่เยาวชน มีเสียงนินทาดังขรม...เป็นเรื่องปกติ!! ที่เธอไม่ชินสักที คนรอบตัวต่างรุมประณาม หาว่าพ่อ-แม่เธอเลี้ยงลูกไม่ดี ทำให้เกิดเรื่องร้ายๆ ไม่มีใครพูดถึงนิราอรสักคน...

มันคงจบแค่นั้น...ถ้าไม่เกิดเรื่องร้ายๆ ซ้ำๆ อีกครั้ง...

ชุมชนของเธอถูกไล่ที่...ใช่...ถูกขับไล่จากคนในบ้านหลังใหญ่ เขาทำได้ เพราะเขาเป็นเจ้าของที่!!

แต่คนไม่มีที่ไปคือกลุ่มคนที่เดือดร้อน...

ต้นข้าวไม่คิดว่า...ที่หลับนอนมาตั้งแต่เกิด...จะต้องถูกทำลาย...เธอโตมากับเพิงไม้ซอมซ่อ แต่มันคือบ้าน...

อาการไอของพ่อกำเริบ...หลังจากย้ายที่อยู่ได้ไม่กี่วัน พ่อล้มเจ็บ หัวเรี่ยวหัวแรงในการทำมาหากิน มีทีท่าไม่ค่อยดี ต้นข้าวใจหายวูบ!! เธอน้ำตาซึม นั่งมองร่างกายผ่ายผอมของบิดา ด้วยความรันทด

เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด...มันยังมีเรื่องซวยๆ กระโจนใส่ครอบครัวเล็กๆ ของเธอไม่พออีกหรือ

“แค๊กๆ ข้าวๆ ขอน้ำพ่อกินหน่อย” ลำคอแห้งเป็นผง หิวน้ำเหมือนเดินผ่านกลางทะเลทราย ชายวัยกลางคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า55ปี ผู้ชายที่สู้ไม่ถอย แม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาด

“เป็นยังไงบ้างจ้ะพ่อ” เธอประคองบิดาลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง รีบรินน้ำสะอาดใส่แก้ว และยกจ่อปากให้บิดาได้ดื่มแก้กระหาย

โผนดื่มน้ำแก้กระหาย เขาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อได้กินน้ำจนพอใจ “ไม่ไปเรียนรึไง...ไม่ต้องมาเฝ้าพ่อหรอก เสียเวลาเปล่า แค่โรคคนแก่” แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าโรคที่เป็นไม่ปกติ แต่จะให้ป่าวร้องบอกใครได้ เมื่อสตุงสตางค์แทบไม่มีติดกาย

“อีกพักจ้ะพ่อ...เดี๋ยวแม่คงมา” พิไลมารดาเธอ ต้องขายอาหารจนกว่าจะหมด ถึงจะมาเยี่ยมสามีได้ ครอบครัวที่เหลือเพียง3ชีวิต ก็ต้องสู้ต่อไป

“อย่าเลย เตรียมของไว้ขายต่อพรุ่งนี้เถอะ พ่ออยู่ได้” ความจำเป็นที่เขารู้อยู่แก่ใจ หากไม่ดิ้นรน ก็ไม่มีอาหารมายาไส้

“ข้าวว่าพ่อตรวจอย่างละเอียดดีกว่า ข้าวว่ามันผิดปกตินะ ข้าวเห็นพ่อไอเป็นเลือดด้วย”

“ไม่มีอะไรหรอกน่า...” โผนพูดปัด หากตรวจจริงๆ เขาคงต้องพักยาว แล้วใครล่ะจะหาเงินเข้าครอบครัว เมื่อต้นข้าวเองก็ยังเรียนไม่จบ ถึงจะทำงานตัวเป็นเกลียวแต่ก็ได้ค่าตอบแทนนิดหน่อย พิไลขายของก็ได้แค่ค่ากับข้าว ไม่มีเงินเก็บเพราะต้องเอาไว้ต่อทุน มีเงินก้อนจากเงินเดือนของเขา หากล้มหมอนนอนเสื่อคงสะเทือนทั้งครอบครัว

“ทนอีกนิดนะพ่อ...ไม่กี่เดือนข้าวก็จบแล้ว” เสียงแผ่วปร่าพูดปลอบใจ หากมีเงินในกระเป๋ามากกว่านี้ ต้นข้าวไม่รีรอเลยที่จะทำการรักษาบิดาแบบเต็มที่ แต่นี่...เงินในบัญชีธนาคารของเธอแค่หลักพัน...

“อืม...ไปเรียนเถอะ พ่ออยู่ได้” โผนเอนกายลงนอน เขาพริ้มเปลือกตาหลุบลง พร้อมกับโบกมือไล่บุตรสาว

ต้นข้าวละล้าละลัง...เธอเป็นห่วงบิดา แต่ตัวเองก็มีภารกิจ “ข้าวไปล่ะพ่อ เดี๋ยวเลิกเรียนข้าวจะมาใหม่ อยากคุยกับหมอด้วย” เธอเปรยบอก มือเรียวฉวยกระเป๋าสะพายขึ้นคล้องหัวไหล่ แล้วจึงเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยเงียบๆ

น้ำตาลูกผู้ชายไหลซึม มือหยาบกร้าน...ยกขึ้นกดแผ่นอก เมื่ออาการเจ็บที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ทวีความรุนแรงขึ้น และในเวลานี้มันเจ็บบ่อยๆ แทบจะทุกชั่วโมง

โผนรู้ดีเขามีอาการแบบนี้เพราะอะไร คนกวาดขยะ ต้องทนรับสิ่งสกปรก มีแต่เชื้อโรค แต่ทำไงได้ เขาไม่มีความรู้ งานที่ทำได้ก็ต้องเอาแรงกายเข้าแลก คนจนไม่มีทางเลือก อะไรที่สร้างเงินได้ โผนไม่เคยเกี่ยง...หากจะตาย...เพราะโรคภัย ชายสูงวัยขอแค่...ส่งบุตรถึงฝั่งสักคน...

แต่...ชายสูงวัยก็ไม่ได้อยู่ถึงวันนั้น วันที่บุตรสาวคนเดียวเรียนจบ...

อาการของโผนกำเริบ หลังจากต้นข้าวไปได้ไม่นาน เขาถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน...แล้วก็กลับออกมาแบบ...ปราศจากวิญญาณและลมหายใจ...

จบสิ้นกันทีกับหนึ่งลมหายใจที่โรยแรง....


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha