พญามรผลาญรัก

โดย: วรดร/กัญนิชา



ตอนที่ 3 : บทที่2.ความทุกข์รุมเร้า ความเศร้าเกาะติดเหมือนเงา...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่2.ความทุกข์รุมเร้า ความเศร้าเกาะติดเหมือนเงา...

 

 

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลปรี่ออกมาจากดวงตา มันคือความเสียใจอย่างที่สุดในชีวิต ร่มไม้ใหญ่ที่มีไว้สำหรับให้นกน้อยเกาะพักพิง วันนี้ร่มไม้นั้นเหลือแค่เถ้าถ่าน ไม่มีกิ่งก้านให้นกน้อยหลงทางเกาะพัก

มือเรียวบางยกปาดน้ำตาบนใบหน้า เธอเศร้ามามากพอแล้วในช่วงเวลาไม่กี่เดือน น้องถูกจับกักกันในสถานที่แบบไม่เห็นเดือน เห็นตะวัน บิดาเจ็บหนักจนสิ้นใจ ยังจะมีความโชคร้ายอะไรอีกไหม? ที่จะกระหน่ำซัดเข้าหาครอบครัวเธออีก

หญิงสาวก้มกราบที่พื้นคอนกรีต กราบลาบิดาครั้งสุดท้าย ที่เหลือคือความทรงจำดีๆ ต่อแต่นี้...ไม่มีรอยยิ้มเซียวๆ ไม่มีใบหน้าเปื้อนฝุ่นที่ทอดสายตามองแบบปราณี ไม่มีมือหยาบกร้านที่คอยยกขึ้นลูบศีรษะ...คอยปลอบและให้กำลังใจ

“ข้าว...” มารดาที่ทรุดโทรมเพราะความเสียใจรุมเร้า ท่านทรุดนั่งด้านข้าง ดูอิดโรยเหมือนต้นไม้ขาดน้ำ

“จ๋าแม่...”

“เราจะเป็นไงต่อไปล่ะลูกเอ๋ย...” นางขาดคู่ทุกข์ แต่ต้นข้าวขาดร่มโพธิ์

“สู้สิจ๊ะแม่ พ่อไม่ได้ไปไหนสักหน่อย พ่ออยู่ในนี้” มือเรียววางตรงตำแหน่งหัวใจ ถึงไม่มีร่างกายที่มีชีวิต แต่บิดาจะอยู่ในหัวใจ ระลึกอยู่ในความทรงจำ

“แม่...” ดวงตาอิดโรยเพราะอดนอน มีน้ำใสใสเอ่อคลอ นางร่ำไห้จนน้ำตาแทบจะเหือดแห้ง แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีผู้ชายที่ชื่อโผน ไม่มีสามีคู่ยาก

“แม่ต้องเข้มแข็งนะจ๊ะ ยังไงก็ยังมีข้าว มีกล้า” เธอพูดเปรยๆ หากสิ้นมารดาอีกคน...เธอกับน้องคงเคว้ง

“แม่พยายามอยู่แต่มันอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ พ่อแกไปไวเกิน...” คนแข็งแรง ทำงานหนัก ยังไม่ทันได้สบายก็มาด่วนจากไปเสียแล้ว

“ดีแล้วล่ะแม่ พ่ออยู่ก็ทรมาน...” ความเจ็บปวดที่บิดาทนกดเอาไว้ มันคงหนักหนาสาหัสจนท่านทานทนต่อไปไม่ไหว

“อืม...ข้าวจะไปหาน้องเมื่อไร แม่อยากไปด้วย”

นางรำพันถึงบุตรชายคนเล็ก...ต่อแต่นี้ไปคงมีต้นกล้าเท่านั้น ที่จะเป็นหลักในอนาคต เพราะเขาเป็น...ผู้ชาย

“จัดการเรื่องพ่อเสร็จ ข้าวจะแวะไปดูกล้าจ้ะแม่ ไปวันไหนข้าวจะบอกอีกที”

คงต้องจัดการเรื่องบิดาให้เรียบร้อย...หลังจากนั้นเธอคงต้องเป็นเสาหลักให้กับครอบครัว เมื่อแม่คงยังไม่สมบูรณ์พร้อม ท่านคงซึมเซาอีกหลายเดือน เมื่อผูกพันกับสามีเหลือเกิน

“เวรกรรมของกล้ามัน...ดันไปคบกับคนพรรค์นั้น”

คำสารภาพจากน้องชาย...เธอไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ นิราอรคือต้นเหตุ...เป็นเพราะเด็กสาวคนนั้น ชักจูงต้นกล้าไปในทางที่ผิด เธอไม่เข้าใจเลย...หล่อนไม่ได้ขาด จนต้องแสวงหาเงินทอง...คนร่ำรวยอย่างเด็กสาวคนนั้น ทำไมถึงเดินเข้าสู่เส้นทางสีดำเพราะอยากสนุก หรือเพราะความเหงา

ต้นกล้าไม่ปริปากพูดความจริง เขาเลยได้รับโทษทัณฑ์ไปเต็มๆ ...เธอเจ็บร้อนแทนน้องชาย เพราะอะไรน่ะหรือ...เพราะผู้ชายคนนั้นไง...นนทัช!! เขาด่ากราดครอบครัวเธอแบบสาดเสียเทเสีย แถมท้ายด้วยความอำมหิต ...เขาไล่ที่ จนเธอกับครอบครัวต้องระหกระเหินไปที่อื่น จากบ้านที่เห็นมาตั้งแต่จำความได้ ถึงจะเป็นแค่บ้านไม้เก่าๆ แต่มันก็คุ้มหัวเธอมาตั้งแต่วัยเยาว์

ในเช้าวันที่อากาศร้อนจัด เธอกำลังช่วยมารดาอยู่ที่เพิงข้างทาง ก้มหน้าล้างจานอยู่หลังเพิงไม้เก่าๆ รถยนต์หรู ราคาหลายล้าน รถยนต์ที่ผู้ชายมีสตางค์นิยมสรรหามาเป็นยานพาหนะ เพราะมันช่วยเชิดหน้าชูตาให้คนขับ ดูมีระดับ มีราศี

‘เขา’ ก้าวออกมาจากรถยนต์คันนั้น พร้อมกับผู้คนจำนวนหนึ่ง เธอเฝ้าจับตามอง เพราะรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เมื่อชายผู้นั้น ไม่เคยย่างกรายเฉียดเข้าใกล้แหล่งชุมชนที่เธออาศัยอยู่สักครั้งเดียว

ใบหน้าคมสัน ดวงตายาวรีคมกริบ สันจมูกโด่งรับกับปลายคางรูปสามเหลี่ยม...ใช่!! เขาหล่อ นนทัชเป็นขวัญใจของสาวๆ มาตั้งแต่รุ่นหนุ่ม จนกระทั่งบัดนี้ และเธอเอง...ก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับของเขาด้วย

ในมือของเขามีกระดาษแผ่นโตๆ เขากางออกมอง พร้อมกับชี้ไม้ชี้มือ และเธอก็ได้ยินคำพูดนั้น...

“แหล่งเสื่อมโทรม ที่ซ่องสุมคนเลว...ไล่ๆ ออกไปให้หมดน่ะดีแล้ว”

คำพูดที่เป็นประกาศิต!! เพราะเขามีทั้งเงินและอำนาจ เขาจะทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องแคร์คนยากไร้เมื่อไม่ใช่ญาติพี่น้อง เมื่อฟันธงไปแล้วนี่ ชุมชนแห่งนี้มีแต่ความเสื่อม เป็นที่ซ่องสุมอาชญากร!!

ต้นข้าวตระหนก เธอเหงื่อแตกซิกๆ หากเป็นจริงอย่างที่เขาพูด เธอกับแม่จะไปอยู่แห่งหนตำบลใด เมื่อมีเงินทองแบบจำกัดจำเขี่ย

นนทัชกราดตามองไปรอบๆ เขาจ้องเพิงผุๆ พังๆ ด้วยสายตาดุดัน...กลุ่มคนเหล่านั้นไง ครอบครัวของ ‘ไอ้หมอนั่น’ คนที่ทำให้ชีวิตของน้องสาว มีรอยราคี!!

มุมปากเขากระตุกยิ้มหยัน...อีกไม่นานหรอก...เขาจะไม่ต้องทนมองพวกมัน!! ให้เสียสายตา...

หลังจากนั้นไม่กี่วัน...

ก็มีป้ายประกาศมาติด ถึงเรื่องการแจ้งให้ย้ายที่อยู่...เขาจะปรับพื้นที่เสื่อมโทรมเป็นสวนสาธารณะ ให้ผู้คนได้มาพักผ่อนหย่อนใจ เป็นการทำบุญที่แฝงมาด้วยคำสาปแช่ง...เมื่อผู้คนที่อาศัยอยู่แต่เก่าก่อนเดือดร้อน แต่ก็ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาประท้วง เมื่อรู้อยู่แก่ใจว่า พื้นที่ที่ตัวเองซุกหัวนอน เป็นของครอบครัวโชคพิพัฒเกียรติ

บิดาจึงจำต้องควักเงินเก็บออกมา ใช้จ่ายในการย้ายที่อยู่ จนเป็นเหตุให้เงินที่เก็บไว้หร่อยหรอ บวกกับโรคร้ายที่รุมเร้า ท่านจึงจากไปแบบไม่มีวันกลับ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha