พญามรผลาญรัก

โดย: วรดร/กัญนิชา



ตอนที่ 6 : บทที่5.ปะทะ!!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่5.ปะทะ!!

 

 

ไม่มีอะไรจะเสีย เธอไม่มีอะไรต้องกลัว เขาต่างหากล่ะที่ต้องกลัวเธอ เมื่อเขากำลังใช้อำนาจในทางที่ผิด เธอไม่ผิด...เขาไม่มีสิทธิ์ไล่เธอออก ค่าตอบแทนแค่นี้ มันน้อยเกินไป มันน้อยกว่าการที่ต้นกล้าเสียเวลาในสถานพินิจ เขาต้องชดใช้!!

“ออกไปได้แล้วเธอ เห็นไหมล่ะว่าท่านๆ กำลังประชุม อยู่แผนกไหนจ๊ะนี่ เดี๋ยวฉันจะแจ้งให้ผู้จัดการจัดการของเธอลงโทษ”

สมรเลขาฯ สาวกล่าวตำหนิ หล่อนพยายามดันให้ต้นข้าวออกไปจากห้องทำงานของนนทัช

หญิงสาวเม้มปากแน่น ก่อนจะคลี่ยิ้มอ่อนๆ

เธอเริ่มพูด หลังทอดเวลาให้เจ้าของห้องลำพองใจอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง... “สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อต้นข้าว เคย...ทำงานอยู่ในบริษัทนี้ แต่เวลานี้ดิฉันถูกเชิญให้ออก โดยไร้ซึ่งความผิด แบบนี้ดิฉันควรทำแบบไหนดีคะท่านๆ ...1.แจ้งให้สื่อรู้ เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับตัวเอง หรือ2. แจ้งกรมแรงงาน เพราะดิฉันถูกลงทัณฑ์ โดยที่ตัวเองไม่มีความผิดใดใดเลย ทุกท่านช่วยดิฉันคิดหน่อยสิคะ ดิฉันควรทำอย่างไรถึงจะดี” เธอจบท้ายประโยคบอกเล่า ด้วยการยิ้มหวานที่สุด หวานที่สุดที่เคยยิ้มมา

มีแต่ความเงียบหลังเธอพูดจบ มีสายตาเคลือบแคลงหันไปมองหน้ากัน ก่อนที่เสียงแหบห้าวของนนทัช จะพูดเสียงดังขึ้นมา

“เธอต้องการอะไร?!!”

หญิงสาวยิ้มกว้าง “ดิฉันไม่เคยต้องการอะไรเลยค่ะท่าน นอกจากความยุติธรรม ในอดีตดิฉันกับครอบครัว เคยถูกบีบให้รับโทษ...เพราะเราจน...คนจนไม่มีปากมีเสียง ต้องรับกรรมที่ไม่ได้ก่อ...แต่ครั้งนี้ดิฉันจะไม่ทน!! เมื่อบีบให้ดิฉันจนตรอก ดิฉันก็จะขอสู้” เธอพูดเสียงแข็ง ยิ้มหยันๆ ส่งให้ชายหนุ่มพร้อมกับ เลียนแบบเขา เลิกปลายคิ้วโก่งเหมือนจะท้าทาย ทั้งที่กลัวจนขาสั่น...

“อาจจะมีการเข้าใจผิดเกิดขึ้น ทางเราจะตรวจสอบให้”

บางคนพยายามประนีประนอม เมื่อเขามองเห็นว่าเรื่องนี้กำลังจะลุกลามไปใหญ่โต

“ไม่ใช่ความเข้าใจผิดหรอกค่ะ ซองนี่ช่วยยืนยันได้ คนคนนั้นพยายามบีบดิฉัน ให้ไม่มีทางเดิน แต่เขาพลาด...เพราะดิฉันไม่มีความผิด และดิฉันมีสิทธิ์ถามหาความยุติธรรมให้ตัวเอง”

ต้นข้าวล้วงซองขาว ที่ฝ่ายบุคคลนำมาให้หัวหน้าเธอ เพื่ออัญเชิญเธอออก ให้ทุกๆ คนในห้องทำงานนนทัชดู

สีหน้าปั้นยาก เมื่อคนลงลายเซ็นคือหนุ่มเจ้าของห้อง ปัญหานี้ เขาควรแก้ไขด้วยตัวเอง ก่อนที่จะไปกันใหญ่

“อาว่า...พักการประชุมนี่ก่อน ให้นนเคลียร์ปัญหาให้เรียบร้อย ใจเย็นๆ นะนน อาว่ามันน่าจะมีทางออก”

ชายสูงวัยที่ดูจะอาวุโสสุดเปรยเบาๆ ท่านลุกขึ้นยืน พร้อมกับเดินออกจากห้องทำงานชายหนุ่ม ตามด้วยคนที่เหลือ ทยอยเดินออกไป โดยไม่ได้ปริปากพูด

นนทัชกัดฟันกรอดๆ หล่อนฉีกหน้าเขาท่ามกลางผู้บริหารระดับสูงเกือบทุกคน ต้นข้าวบ้าบิ่นกว่าที่เขาคิด!! หล่อนย้อนเกล็ดเขาเสียจนเจ็บแสบ และครั้งนี้ เขาไม่มีทางให้อภัย หล่อนพูดเหมือนกับว่าเขาเคยก่อความผิดไว้ เขาไม่ได้ดูแคลนคนจน ไม่เคยเกลียดชังคนจน เขาเกลียดคนเลว และเกลียดคนชั่วที่มัวเมาอบายมุข มัวเมาสิ่งเสพติด

ผิดเหรอที่เขาทลายแหล่งเสื่อมโทรม ที่ซ่องสุมของคนไม่ดี หลังจากปรับเปลี่ยนชุมชนแออัด ก็ไม่เคยเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นนี่ เขาผิดเหรอ?

“เธอแสบมากข้าว...อยากได้สตางค์ค่าปิดปากล่ะสิ เธอออกตัวแรงแบบนี้ เงินแค่นั้นคงน้อยไป”

ชายหนุ่มพูดหยันๆ เขาเดินอ้อมโต๊ะ และค่อยคืบคลานเข้าใกล้ต้นข้าว แบบไม่ให้หล่อนทันรู้ตัว

“สมร ออกไปก่อน” เสียงเรียบกริบ แต่ทรงอำนาจ เลขานุการสาวรับคำสั่ง หล่อนรีบเดินฉับๆ ออกไปจากห้องทำงานเจ้านาย

และทันทีที่ประตูห้องปิดงับลง ไม่มีบุคคลที่สาม

นนทัชกระโจนเข้ารวบเรือนกายของต้นข้าว เขาเหวี่ยงหล่อนแรงๆ จนล้มลงไปนอนหงายหลังผึ่งบนพื้นพรม โดยที่มีเขาคร่อมทับ

“ว้าย!! คุณคิดจะทำบ้าอะไร”

กล่องสมบัติส่วนตัวหลุดมือ หญิงสาวพยายามดิ้น แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ เมื่อผู้ชายตัวใหญ่ใช้น้ำหนักตัวกับแรงที่มีมากกว่ากดทับ

“เธอกล้ามากที่บุกมาหาฉัน แต่คิดจะกลับไปแบบปลอดภัยคงไม่มีทาง...” เสียงแหบห้าวกระซิบบอก ดวงตาเขาเหมือนมีกองเพลิงกองใหญ่สุมอยู่ในนั้น

“ดิฉันไม่คิดว่าคนมีสมองอย่างคุณ จะทำอะไรแบบสิ้นคิด” แม้จะถูกพันธนาการแบบไม่มีทางสู้...แต่จะให้ยอมจำนนง่ายๆ ก็ไม่ใช่เธอสิ เธอไม่มีอะไรจะเสียนี่ เมื่อคิดจะแลก ก็ต้องสู้ยิบตา

แต่...ต้นข้าวคิดผิด...เธอมีบางอย่างที่ไม่สมควรเสีย

มันสายไปเสียแล้ว...เมื่อนนทัชหน้ามืด เขาไม่สนใจสถานที่ด้วยซ้ำ

มือแข็งแรงกดข้อมือเรียวบางแนบพื้น เขาใช้มือข้างที่ว่างยกขึ้นเคล้นคลึงกับทรวงอกคู่งามอย่างเมามัน พร้อมกับยิ้มเยาะ!! ชุดฟอร์มพนักงานถูกร่นขึ้นไปเรื่อยๆ จากทางด้านล่างจนเกือบขึ้นไปกองที่เนินอกแบบที่ต้นข้าวเองก็ไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวตื่นตระหนก เตรียมจะอ้าปากร้อง

แต่...ช้าไป

นนทัชประกบปากปิดทับเสียงร้อง เขาดูดกลืนเสียงกรีดร้องของหญิงสาวด้วย ‘จูบ’ แรงๆ จนต้นข้าวตัวอ่อนระทวย ชายหนุ่มชำเลืองมองผิวขาวผ่องของหญิงสาว เขาเบียดร่างกายร้อนผ่าวกับเรือนกายนุ่มนิ่ม ต้นข้าวรีบหนีบเรียวขาเข้าหากันแน่นๆ เธอทำได้เท่านั้นจริงๆ ในเวลานี้

เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็เช่นกัน!! เธอคิดว่าตัวเองตะเบ็งสุดเสียง แต่ที่เปล่งออกมาจากปากอิ่ม คือเสียงแผ่วหวิวแทบไม่ได้ยิน

“อย่า…อย่าทำแบบนี้” เสียงสั่นๆ หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มจิ้มลิ้ม นนทัชฟังที่ไหน!! เขาไม่สนใจเสียงอ้อนวอนแผ่วๆ ของเธอแม้แต่นิดเดียว เมื่อเขากำลังหน้ามืด และต้องการสั่งสอนหญิงสาวให้หลาบจำ

ปลายจมูกกดจูบที่เหนือเนินทรวง เขาทาบทับหญิงสาวไว้ทั้งตัว ตวัดเรียวขาเรียวยาวของเธอโอบรอบสะโพกสอบ สอดมือหนากระตุกซับในสีเนื้อแรงๆ จนขาดกระจุย!! รีบดันหน้าขาตัวเองบดเบียดกับเนินนาง ขยับกายเสียดสีช้าๆ พร้อมกับตะโบมฟัด!! เต้าทรวงเต่งตึง

ความหอมหวานตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มแทบคุมสติไม่อยู่ …เขาคิดจะสั่งสอนหล่อนเล่นๆ แต่ตอนนี้ความปรารถนาที่อัดแน่นในอกล้นปริ่มแทบจะระเบิดพร่างพราย เมื่อได้แนบชิดเรือนกายสุดเย้ายวน

ชายหนุ่มครางในอก เขาปวดแปลบไปทั้งหน้าขา กัดฟันกรอดๆ มองประตูหน้าห้องตลอดเวลา เมื่อสถานที่ไม่อำนวยและจำต้องทำเวลา ก่อนที่จะถูกขัดจังหวะจากบุคคลที่สาม

ปลายนิ้วแข็งๆ เคลื่อนที่เข้าหาแอ่งน้ำชุ่มชื่น เขาแทรกปลายนิ้วเรียวกับส่วนลี้ลับ พร้อมทั้งแทรกลึกลงไปแรงๆ

ต้นข้าวตาเหลือก เธอแทบจะกรีดร้อง!! เมื่อรับรู้สึกสัมผัสสุดแรงจากปลายนิ้วอุ่นๆ ที่สอดผ่านจุดซ่อนเร้น กระแสความเสียวซ่านพุ่งเข้าสู่ตัวเธอ มันคือความแปลกใหม่ที่หล่อนไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน แต่กลับได้รับจากคนที่เธอเกือบจะเกลียดเต็มๆ ตอนนี้...สัมผัสที่แสนหนักหน่วงนั่น สร้างความปั่นป่วนในช่องท้องของเธอ เขากระทุ้งปลายนิ้วหนักๆ สลับกับละเลียดแผ่วๆ ทำให้เธอดิ้นเร่าๆ ร่างกายเกร็งค้าง เผลอแอ่นบั้นท้ายหยัดขึ้นสู้ปลายนิ้วแข็งแรงอย่างลืมอาย...ความฉ่ำแฉะของเธอล้นปริ่ม เรือนกายร้อนผ่าวไปทั้งร่างกาย เนื้อตัวเบาหวิว ซ่านสยิวไปทั่วทั้งร่างกาย

ปลายนิ้วแข็งร้อนของเขาแทรกลึก ทั้งแรงระทึก จนเธอเสียววาบ!! ต้นข้าวอ้าปากพะงาบๆ ปลายนิ้วกดจิกพื้นพรม เสียงครางดังกระอึกกระอัก เมื่อกลีบปากอิ่ม ถูกปิดทับด้วยเรียวปากร้อนผ่าว หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆ เนื้อตัวเต้นระริก ร่างกายสั่นกระตุก เธอแน่ใจ...อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเธอคงถึงจุดหมายปลายทางครั้งแรก จุดหมายปลายทางที่ไม่เคยรู้จัก แต่กลับได้พานพบใน ครั้งนี้เพราะผู้ชายอวดดีที่เธอคิดจะลองดี

นนทัชไม่ปรานีเธอเลย เขากระทุ้งปลายนิ้วเขาใส่เธอแรงๆ ในขณะที่เธอดิ้นเร่าๆ สะโพกส่ายร่อนทั้งขยับหนีและแอ่นหยัดเข้าหา แต่เขาก็ไม่หยุด!! ไม่คิดจะยอมรามือ มีแต่จะเร่งเร้าเพิ่มความรุนแรงและหนักหน่วงขึ้นทุกขณะ เขาเร่งจังหวะสอดแทรกปลายนิ้วนั้น จนในที่สุดหล่อนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

“อะ อ้ายยย...อือ...”

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก...เกมนี้ยังไม่จบ!!

ในขณะที่ต้นข้าวนอนหอบหายใจระรวย เธอกะพริบเปลือกตาปริบๆ เมื่อเพิ่งถูกส่งขึ้นไปเหยียบบันไดสวรรค์ครั้งแรก!!

เสียงรูดซิปดังๆ เธอผวาเยือก!! เตรียมจะกระถดกายหลบ...

แต่มันสายไปเสียแล้ว...

นนทัชทิ่มพรวด!! เขาดึงดันแทรกความแข็งตึง ลงไปในกลีบเกสรเปียกฉ่ำแบบไม่คิดจะออมแรง และไม่คิดจะป้องกันตัว ไม่สวมอุปกรณ์ เมื่อเป็นแค่เสี้ยววินาที ชายหนุ่มยิ้มเยาะ เพราะหลังจากนั้น ดวงตาของต้นข้าว กลบไปด้วยน้ำใสๆ เธอร่ำไห้แบบเสียขวัญ ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด

หล่อนซิง!!

แม้จะสร้างความแปลกใจให้นนทัชรับรู้ เขาก็ไม่คิดจะหยุด ชายหนุ่มเดินหน้าต่อ แม้ช่องทางที่ผ่านจะคับแคบจนแทบขยับไปต่อไม่ไหว

หญิงสาวสะอื้น เธอกัดกระพุ้งแก้ม เพื่อไม่ให้เสียงร่ำไห้ดังลอดออกจากปากตัวเอง เธอจะไม่ยอมให้เขาซ้ำเติมอีก ความเจ็บปวดนี้เธอจะฝังไว้ในสมอง ผู้ชายคนนี้เป็นดั่งพญามาร เขาพรากทุกอย่างของเธอไป ไม่เว้นแม้แต่ความสาว...

เม็ดเหงื่อไหลซึมเต็มหน้าฝาก ชายหนุ่มขยับร่างกายแบบไม่หยุดพัก เขาผลักดันตัวตน เข้าๆ ออกๆ เดินหน้าเต็มสูบ พร้อมกับกัดฟันกรอดๆ เมื่อกลีบดอกรูดรัดแก่นกาย แทบแตกกระจายให้ขายขี้หน้า

หลังความเจ็บปวดจางหายไป...เมื่อร่างกายปรับจนคุ้น ความรู้สึกแปลกๆ ที่ต้นข้าวพยายามไม่ใส่ใจกลับแทรกเข้ามาแทนที่ เธอพริ้มเปลือกตาหลุบลง จำนนกับสภาพน่าเวทนาของตัวเอง เธอกำลังถูกเขามอบรอยราคีให้ บนพื้นแสนสกปรก...ร่างกายบ้าๆ ของตัวเอง ดันรู้สึกรู้สา ทั้งที่เธอตั้งใจจะนอนแข็งเป็นท่อนไม้ เธอไม่รู้สึกอะไรสักนิด

แต่ไม่ใช่เลย...ความเสียวซ่านค่อยๆ แผ่ซึม เธอรู้สึกร่วมไปกับผู้ชายใจร้าย จนเผลอกายสนองตอบ แอ่นหยัดสะโพกเต็มตรึง โยกตัวสู้การโจนจ้วง และครางเสียงแผ่วๆ

ชายหนุ่มเร่งโหมสุดแรงที่เหลือ เขายิ้มเยาะเมื่อคนใต้ร่างเริ่มตอบโต้ แต่ก็ดี...เขาก็ไม่ชอบผู้หญิงที่นอนนิ่งเป็นหุ่น รักครั้งนี้คงไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังนัก ได้ตอกหน้าผู้หญิงอวดดี เขาฉกความสดสาวของหล่อนมาด้วยสองมือ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha