พยศรักซาตานเถื่อน

โดย: รัชริล



ตอนที่ 1 : จองเวร


ตอนต่อไป

จองเวร

 

 

 

 

            วงหน้าเล็กรูปไข่แหงนมองกลุ่มควันสีขาวที่โพยพุ่งออกจากยอดเมรุขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน หยาดวาวใสที่เคลือบคลอในหน่วยตาดำขลับค่อยๆ หยาดไหลลงมาอาบแก้มนวลที่บัดนี้แดงก่ำ

“ทำใจเถอะนะมิว พี่เมย์ไปสบายแล้ว”

หนุ่มตัวสูงวัยไล่เลี่ยกันเอ่ยปลอบโยน มองคนตัวเล็กที่ยืนกอดรูปภาพของพี่สาวสุดที่รักเอาไว้แนบแน่นอย่างแสนรักและอาลัยสุดหัวใจ

ในใจเขานึกอยากเอื้อมมือไปโอบกอดร่างอรชรนั้นมาไว้เสียในอ้อมแขน ให้เธอใช้หน้าอกเขาต่างผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา แต่มนินญาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอ และก็ไม่ชอบให้ใครแสดงความสงสารเหมือนว่าเธอเป็นผู้หญิงอ่อนแอด้วย ตลอดงานศพเจ็ดวันเจ็ดคืนที่ผ่านมา ชลวิทย์ไม่เคยเห็นน้ำตาของเธอเลยแม้แต่หยดเดียว กระทั่งจนถึงนาทีนี้ สิ่งที่เขาทำได้จึงเพียงยืนนิ่งเป็นเพื่อนหญิงสาวอยู่เงียบๆ พร้อมลอบสังเกตสีหน้าของคนสูญเสียด้วยความเป็นห่วง

...พี่เมย์ไปสบายแล้วจริงหรือ?

ในใจเธอร่ำร้องถามกับดวงวิญญาณของพี่สาวสุดที่รักที่ด่วนจากไปเพียงเพราะผู้ชายห่วยแตกคนเดียว

จนถึงนาทีนี้ เธอก็ยังเฝ้าโทษตัวเองที่ไม่ได้รับโทรศัพท์สายสุดท้ายที่มาริสาโทรหา เพราะมัววุ่นอยู่กับงานในร้านอาหารไทยในซิดนีย์ซึ่งเป็นรายได้ที่ใช้ส่งเสียตัวเองเล่าเรียนมาตลอดสองปี

ทำไมพี่สาวเธอถึงเลือกใช้ความตายเป็นทางออกของปัญหา กะอี้แค่หลานคนเดียว เธอเชื่อว่าตัวเองสามารถช่วยพี่สาวดูแลได้อย่างสบายๆ หากมาริสาจะอดทนรออีกเพียงแค่สองปีเท่านั้น

สองปีที่เธอจะร่ำเรียนจบมหาวิทยาลัย และจะได้หางานดีๆ ทำ แต่ดูเหมือนว่าถึงตอนนี้ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว

เหตุผลเดียวที่ทำให้มาริสาตัดสินใจชั่วแล่นลงไป อธิบายไว้อย่างชัดเจนในจดหมายลาตายที่วางทิ้งไว้บนหัวเตียง ตอกย้ำและยืนยันว่าพี่สาวของเธอตายเพราะผู้ชายคนนั้น

มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะเบือนหน้ามองไปรอบๆ บริเวณวัด ในตอนนี้นอกจากเธอและชลวิทย์ก็ไม่มีใครอีกแล้ว อ้อ! มีหมาขี้เรื้อนอีกสองสามตัวที่นั่งเกาเห็บอยู่ไกลๆ นั่น

ผู้ชายคนนั้นไม่เคยโผล่หัวมาร่วมงานสวดอภิธรรมเลยแม้แต่คืนเดียว

กี่ปีแล้วนะที่เธอไม่ได้เจอหน้าเขา หลังจากที่ชายหนุ่มได้เลิกลากับพี่สาวเธอไปเมื่อครั้งนั้น...สิบปีได้แล้วกระมัง

จากพี่ชายที่แสนจะใจดี และน่ารัก กลับกลายเป็นผู้ชายที่โหดร้าย ใจดำ และอำมหิตเลือดเย็นเป็นที่สุด

เวลาแค่สิบปี สามารถเปลี่ยนแปลงคนๆ หนึ่ง ได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ?

ผู้ชายคนนั้นถึงไม่ใช่พี่ชายแสนดีคนเดิมที่เธอให้ความรักและเคารพอีกต่อไป แต่กลับเป็นซาตานร้ายที่มาพรากชีวิตพี่สาวสุดที่รัก และหลานในครรภ์ไปอย่างไม่มีวันกลับ

ไม่โผล่หัวมาก็ดี...เธอจะได้มั่นใจว่าเขามันเลวสุดขั้วชั่วสุดขีดจริงๆ

มนินญาสาบานกับตัวเองว่าเธอจะไม่มีวันให้อภัย ยกโทษหรืออโหสิกรรมใดๆ ให้เขาแน่  ตราบใดที่ผู้ชายคนนั้นยังไม่สำนึกผิด และมาขอขมาต่อหน้าโกศของมาริสา

และชีวิตของผู้ชายคนนั้นจะไม่มีวันอยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไปนับตั้งแต่นาทีนี้...เพราะเธอจะตามจองเวรเขาไปให้ถึงที่สุด

...รัฐเขต เวศน์วินวัธ

+++++++++

 

ระจกไฟฟ้าของรถเบนซ์สปอร์ตสีดำที่จอดนิ่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ไกลออกไปจากบริเวณเมรุของของวัดเล็กๆ แถบชานเมืองกรุงค่อยๆ เลื่อนขึ้น พร้อมกับเสียงถอนใจหนักหน่วงจากชายหนุ่มที่นั่งเบาะข้างคนขับ

“ฉันควรจะไปวางดอกไม้จันทร์และอโหสิกรรมให้กับเธอ” มันเป็นสิ่งที่เขาควรทำ ภายใต้จิตสำนึกเฝ้าย้ำอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า

หนุ่มหน้าตี๋ที่ใครต่อใครพากันลงมติว่าเหมือนหน้าตาเหมือนกงยู หรือ กง จี ชอน ดาราเกาหลีชื่อดังราวกับฝาแฝด หันมามองเพื่อนรักอย่างเห็นใจ

“ขืนนายลงไป นักข่าวคงได้ตามจิกทึ้งไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่ และมันก็จะตอกย้ำพาดหัวข่าวก่อนหน้านี้ด้วย”

พาดหัวข่าวที่ว่า...นักธุรกิจหนุ่มหล่อรวยอนาคตไกล ฟันแล้วทิ้งคู่ควงสาวสวย และยังบีบบังคับให้ไปทำแท้งจนเธอต้องฆ่าตัวตาย...นั่นนะหรือ?

ดวงตาเรียวคมเข้มสีนิลเต็มไปด้วยความสับสนเมื่อคิดถึงเรื่องยุ่งๆ ที่มาริสาทิ้งไว้ให้

“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเมย์ต้องทำอย่างนี้ด้วย”

“เธอก็อยากให้นายเป็นพ่อของลูกในท้องน่ะสิ ผู้หญิงคนนี้ตั้งใจจะจับนายตั้งแต่แรกแล้ว”

คนตอบหงุดหงิดนิดๆ ที่เจ้าหนุ่มข้างๆ ยังทำตัวไร้เดียงสาไม่รู้ว่าแม่สาวแสบนั่นต้องการอะไร

และพอผิดแผนถูกเปิดโปงขึ้นมาเจ้าหล่อนก็ทิ้งระเบิดตูมลงมาในชีวิตของรัฐเขต ทำเอาเจ้าคนที่ไม่เคยกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนที่ถึงซวนเซเสียหลักเลยทีเดียว

ฝ่ามือหนายกขึ้นมากุมขมับหลับตานิ่ง หงายท้ายทอยไปพิงพนักด้านหลังอย่างเหนื่อยล้าแสนเหนื่อย

จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าคนที่ตกเป็นเหยื่อไม่ใช่เธอ แต่เป็นเขาต่างหาก

หลังจากเขาปฏิเสธที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือ กลับถูกประจานพร้อมกับข้อกล่าวหาร้ายแรงที่ทำให้ไม่กล้าออกไปสู้หน้าใครเลยทีเดียว

“ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไงเพื่อน”

กฤตภาคยื่นมือมาตบที่หัวไหล่หนักๆ

หากคนได้รับคำปลอบใจกลับยิ้มหยันให้กับความโง่งั่งของตัวเอง

ไม่หรอก...ไม่มีทางที่ใครจะรู้ว่าเขารู้สึกแย่ขนาดไหน...หากไม่มาโดนกับตัวเอง

อดีตเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ที่ถูกแฟนสาวที่รักกันมาหลายปีดีดักทิ้งไปหาผู้ชายคนใหม่ที่ร่ำรวยกว่า และครอบครัวของเธอก็สนับสนุนรู้เห็นเป็นใจ คอยกีดกันขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้เขากลับไปคืนดีกับเธอ

แกไม่ต้องมาหายัยเมย์อีก เดี๋ยวแฟนเขาจะเข้าใจผิด

ทำไมคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยกีดกันผมกับเมย์ด้วย เราคบกันมาตั้งหลายปีแล้ว และผมก็รักเมย์จริงๆ

ถ้ารักยัยเมย์ แกก็ควรจะปล่อยให้ลูกสาวฉันไปมีชีวิตที่ดี ชีวิตที่สุขสบายซึ่งคนอย่างแกไม่มีวันจะให้ยัยเมย์ได้ หัดมองดูสารรูปตัวเองบ้างสิ นอกจากหน้าตาดี นอกนั้นแกมีอะไรดีบ้าง บ้านก็เช่า ข้าวก็ซื้อ เงินเรียนหนังสือก็ยังไม่มีไม่ใช่หรือ? จะได้ร่ำได้เรียนมหาวิทยาลัยกับเขาหรือเปล่าก็ยังไม่รู้? ถ้าคิดจะพาลูกสาวฉันไปกัดก้อนเกลือกินน่ะ สงสารคนที่แกพูดว่ารักเต็มปากเต็มคำบ้างสิ หากมีหัวคิด และรักยัยเมย์จริงอย่างที่พูด ก็ปล่อยลูกสาวฉันไปเสีย

 ถ้อยคำปรามาสดูถูกเหยียบย่ำให้เขารู้สึกต่ำต้อยน้อยใจในชีวิตและโชคชะตาอย่างเหลือเกิน

เมื่อในที่สุดมาริสาก็เลือกครอบครัว...เลือกผู้ชายที่ดูดีมีอนาคตกว่าเขาเป็นร้อยเท่าในตอนนั้น มีเพียงก็แต่น้องสาวฟันหลอของเธอคนเดียวที่เข้าข้างและคอยเป็นกำลังใจให้เขา แต่มนินญาก็เป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจหรือใส่ใจรับฟังความคิดเห็น

พี่เขตต้องสู้สิ อีตานั่นน่ะหล่อสู้พี่ไม่ได้หรอก อ้วนก็อ้วน

แต่เขาขับเฟอรารี่นะมิว

พี่เขตก็ไปซื้อมาขับบ้างสิ

ยัยเด็กสิบขวบนั่นคงไม่รู้หรอกว่ารถเฟอรารี่น่ะราคาแพงแค่ไหน

ลำพังตัวเขาเอง ตอนนั้นแค่มอเตอร์ไซด์เก่าๆ ยังแทบไม่มีปัญญาเติมน้ำมันเสียด้วยซ้ำ

และนั่นก็เป็นแรงผลักดันให้รัฐเขตมุมานะ เลิกที่แบมือขอเงินแม่เพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่กลับไปช่วยผู้เป็นลุงซึ่งมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ ทำงาน หนักเอาเบาสู้จนกระทั่งเริ่มประมูลได้โครงการใหญ่ๆ ที่ทำกำไรมหาศาล และค่อยๆ ขยับขยายงานจนทำให้บุญสุขรับเหมาก่อสร้างในวันนั้น กลายมาเป็น บีดับเบิ้ลยูเคกรุ๊ป บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงติดอันดับหนึ่งในยี่สิบของเอเชียในวันนี้ จนทำให้ชื่อของผู้บริหารหนุ่มอย่างเขาได้รับรางวัลนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งปีเมื่อสี่เดือนก่อน และในงานนั้นนี่เอง ที่เขาได้พบกับหญิงสาวที่เป็นอดีตรักครั้งแรกอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่เขามีเฟอรารี่ขับ

มาริสาได้เลิกลากับผู้ชายคนที่แย่งเธอไปจากเขานานแล้ว บิดาและมารดาของเธอก็จากไปด้วยอุบัติเหตุเเมื่อสองปีก่อน พร้อมกับทิ้งภาระหนี้สินของครอบครัวไว้ให้ลูกสาวคนโตแบกไว้เต็มสองบ่า ส่วนมนินญาถูกส่งไปเรียนต่อไกลถึงซิดนีย์ประเทศออสเตรเลียตั้งแต่มัธยมปลายก็หาเงินส่งเสียตัวเองเรียนต่อเองเช่นกัน

มันทำให้เขาเปลี่ยนความคิดจากที่แค่อยากจะคบเธอเล่นๆ เพราะต้องการเอาชนะเรื่องแต่หนหลัง เกิดเป็นความสงสารเห็นใจ จนถลำตัวไปเลี้ยงดูส่งเสียมาริสาในฐานะผู้หญิงของเขา พร้อมกับช่วยใช้หนี้สินทั้งหมดให้

โดยคาดไม่ถึงว่ามาริสาซึ่งตอนนั้นได้ตั้งท้องกับผู้ชายคนอื่น กลับมาแอบอ้างว่าท้องกับเขา

รัฐเขตยอมรับว่าเขาช็อกมากในตอนนั้น แต่ก็ยินดีจะรับผิดชอบเพราะคิดว่ายังไงก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง แต่หญิงสาวกลับยืมมือสื่อสังคมและคนรอบข้างบีบบังคับเพื่อจะมัดมือชกให้เขาแต่งงานด้วยให้ได้

เรื่องนี้ทำเอาเขาเครียดจนแทบไม่เป็นอันทำงานทำการ เพราะไม่เคยมีความคิดจะกลับไปยกย่องผู้หญิงหน้าเงินที่เคยถีบหัวส่งเขาในอดีตมาเป็นภรรยาออกหน้าออกตา

และที่ทำให้เขาโกรธที่สุดจนไม่อาจจะอภัยให้เธอได้ เมื่อได้รู้ความจริงว่าเธอตั้งท้องตั้งแต่ก่อนที่จะมาคบหากับเขาเสียด้วยซ้ำ

นี่ถ้าไม่ได้กฤตภาคและภัคจิราช่วยกันสืบเสาะหาหลักฐานด้วยรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ต้นมายืนยัน เขาก็คงกลายเป็นไอ้โง่ที่นอกจากจะกินของเหลือเดนจากผู้ชายอื่น แล้วยังต้องมารับเลี้ยงลูกใครก็ไม่รู้ที่ติดท้องเธอมาอีก

มาริสาทำกับเขาเจ็บแสบจนยากจะให้อภัย ลับหลังเธอคงหัวเราะในความโง่งั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเขาอย่างตลกขบขัน

รัฐเขตจึงประกาศตัดความสัมพันธ์ และงดการช่วยเหลือทุกๆ อย่างที่เคยให้กับเธอทันที แต่เขาก็ไม่ใช่คนใจดำเสียทีเดียว อย่างน้อยเธอก็ยังได้ทรัพย์สินไปหลายอย่าง และเขายังช่วยชดใช้หนี้ก้อนโตของครอบครัวให้

เขตจะทิ้งเมย์ไปไม่ได้นะ แล้วเมย์จะอยู่ยังไง?

เธอร่ำไห้กอดขาเขาไว้แน่นทีเดียววันที่เขาเอาหลักฐานไปยืนยันว่าผลงานอัปยศในท้องของเธอไม่ใช่ฝีมือของเขา ผู้ชายโง่ๆ ที่ถูกเธอหลอกสวมเขามาได้นานตั้งสองสามเดือน

ใครที่มันเป็นผัวคุณ เป็นพ่อเด็ก ก็ให้มันมารับผิดชอบสิ

ตอนนั้นเขาโกรธจนตัวสั่น ไม่คิดจะรักษาน้ำใจคนทรยศหักหลังเลยสักนิด และตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่เคยกลับไปสนใจไยดี ไม่รับโทรศัพท์และข้อความใดๆ จากเธออีก โดยคาดไม่ถึงว่ามาริสาจะจนตรอกและสิ้นคิดถึงขนาดกระโดดตึกฆ่าตัวตายพร้อมกับเขียนจดหมายโยนความผิดทั้งหมดมาให้เขา

ข้อหาฟันแล้วทิ้ง แถมยังบีบบังคับให้เธอไปทำแท้งเอาลูกออก

ทำให้เขาถูกนักข่าวรุมจิกทึ้งอย่างกับอีแร้งรุมซากศพ จนต้องงดโผล่หน้าออกสังคมไปพักใหญ่ทีเดียว ทั้งยังถูกลูกค้าที่รู้จัก รวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจต่างพากันมองเขาด้วยสายตาคลางแคลงใจ สงสัย บรรดานักเลงคีย์บอร์ดพากันขุดคุ้ยเรื่องราวของเขาเอาขึ้นด่ากันเป็นที่สนุกปากในโลกโซเชียล คนในสังคมที่เสพข่าวเพียงด้านเดียวต่างก็พากันรุมประณามสาปแช่งกร่นด่าไปถึงพ่อแม่โครตเหง้าวงตระกูล...ในความผิดที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อ แต่ต้องมาตกเป็นเหยื่อของคนที่เคยรักกัน

กฤตภาคต้องลากเขาไปเข้าวัดเพื่อฟังพระอาจารย์ที่ให้ความเคารพนับถือเทศนาธรรมให้สงบจิตสงบใจลงได้ เขาถึงได้ปลงและยอมอโหสิกรรมให้เธอ...เมื่อเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

และตอนนี้มาริสาก็ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเลือกเอาตัวรอดไปแล้ว ทิ้งเวรกรรมให้คนอยู่อย่างเขาต้องผจญกับสิ่งที่เธอฝากเอาไว้

และอีกคนที่เขาอดเป็นห่วงไม่ได้...ก็คือน้องสาวของเธอ...ตอนนี้มนินญาจะเป็นยังไง? เมื่อสมาชิกคนสุดท้ายในครอบครัว ตัดสินใจลาโลกทิ้งเธอไปแบบนี้

สิบปีแล้วสินะ...ยัยเด็กฟันหลอนั่นจะโตขึ้นมาขนาดไหนกัน? และจะยังจำเขาได้หรือเปล่า?

ภาพของหนุ่มสาวที่ยืนเคียงกันเพียงลำพังสองคนหน้าเมรุอยู่ไกลๆ นั่นคงจะเป็นเธอสินะ

เขาอยากลงไปแสดงความเสียใจกับเธอ แต่อะไรบางอย่างก็ห้ามปรามเอาไว้ อาจจะเป็นความรู้สึกละอายใจ ถึงทำให้ยังไม่อยากเผชิญหน้ากับมนินญาในตอนนี้

“นายได้จัดการเรื่องที่ฉันสั่งแล้วใช่ไหม?”


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha