พยศรักซาตานเถื่อน

โดย: รัชริล



ตอนที่ 3 : แผนประจานให้ได้อาย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แผนประจานให้ได้อาย

 

 

 

 

ายในสวนสวยของโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุง ถูกเซ็ทเวทีและจัดบริเวณงานพ่วงบรรยากาศให้เป็นงานมอบรางวัลสำหรับหนุ่มโสดเจ้าเสน่ห์จากนิตยสารผู้หญิงหัวนอกชื่อดัง CE-O กำลังคลาคล่ำไปด้วยหนุ่มหล่อล่ำและรวยเว่อร์จากทุกวงการ ที่ได้รับเทียบเชิญให้มาปรากฏตัว 

นอกจากนี้ยังมีดารา นางแบบ รวมถึงเซเลปคนดังของเมืองไทยมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ เพื่อร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยานคนสำคัญ

“กรี๊ด...นั่นคุณเขต...คุณเขตมาแล้ว”

ทันทีที่ร่างสูงสมาร์ทในชุดสูทเรียบหรูของอาร์มานี่ตัดพอดีตัวก้าวลงมาจากปอร์เช่สีดำคันงาม เสียงเรียกชื่อพร้อมกับเสียงกรี๊ดของสาวน้อยสาวใหญ่ที่ชูป้ายไฟเชียร์ ประหนึ่งว่าเป็นดาราฮอลลิวูดที่กำลังเดินบนพรมแดงก็ทำให้ชายหนุ่มทำหน้าเกือบไม่ถูกทีเดียว นั่นเพราะเขาไม่ใช่ดารา จึงไม่คุ้นชินกับการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่แสดงออกว่าคลั่งไคล้ราวกับเป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่นติดตามกันมาจากเวทีประกวดเดอะดาวยังไงยังงั้น

หากไม่มีเจ้าตี๋หน้าตาเทรนด์เกาหลีเปิดประตูลงมาจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของรถ แล้วรีบเดินเร็วๆ เข้ามาสมทบ ยืนฉีกยิ้มจนตายิบหยีโชว์เขี้ยวมหาเสน่ห์พร้อมกับถองข้อศอกใส่เพื่อเตือนสติ

“ยิ้มสิ อย่ามัวมาเหนียมอาย ทำหน้าเหมือนท้องผูกอย่างนั้น”

คนเจนแสงแฟลชมากกว่าแนะนำ

“ทำไมถึงได้มีคนเยอะนักล่ะ”

โดยเฉพาะผู้หญิงที่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเรียกชื่อเขาจนแทบหูดับ

“งานนี้มีดารามาหลายคน และหนังสือที่เชิญนายมารับรางวัลก็ดังมากในหมู่สาวๆ”

กฤตภาคให้ความรู้ เพราะไอ้คนข้างๆ น่ะบ้างานจนแทบไม่ได้สนใจความเป็นไปใดๆ ของโลก ยกเว้นก็แต่เรื่องเศรษฐกิจ ขนาดว่าได้รับการโหวตให้เป็น 50 หนุ่มโสดในฝันของ CE-O นิตยสารหัวนอกขวัญใจสาวๆ ก็ยังมาร่วมงานนี้แบบมึนๆ

เมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งไปงัดตัวหมอนี่ออกมาจากไซต์งาน และปฏิบัติการลอกคราบไคลประทินโฉมด้วยทีมงานสไตลิสต์ฝีมือเฉียบ ทั้งช่างแต่งหน้า ช่างทำผม จนกระทั่งสามารถแปลงร่างไอ้หนุ่มมอมแมมฝุ่นเขลอะไปทั้งตัว ออกมาเป็นหนุ่มหล่อเนี๊ยบเรียบกริบหัวจรดเท้าสมควรค่าแก่การเป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ ตัวจริง

“และที่สำคัญ นายมันหล่อนี่หว่าเพื่อน”

กฤตภาคเอ่ยออกมาอย่างอดจะยอมรับไม่ได้

ยิ่งปีนี้เทรนด์หน้าตาหล่อเข้มแบบไทยๆ กำลังมาแรงเบียดแซงเทรนด์เกาหลีอย่างเขามาแบบคู่คี่สูสีเสียด้วย และชายหนุ่มคนข้างๆ ก็มีทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าจะโครงหน้าได้รูปสันกรามชัดเจน ดวงตาสีดำสนิทเป็นประกายแม้ว่ามันติดจะดุไปสักหน่อย คิ้วหนาคมเข้ม หน้าผากลาดกว้างพอดิบพอดีรับกับสันจมูกโด่งคม ริมฝีปากหยัก ที่เวลายิ้มโชว์ทีเป็นได้บาดหัวใจสาวๆ ไปถึงไหนๆ จนเขากล้าชมว่าหล่อได้อย่างไม่เคอะเขินกระดากปากเลยสักนิด

“แล้วพวกเธอรู้จักฉันกันด้วยหรือ?”

ในเมื่อเขาไม่ใช่ดารา หรือคนที่จะปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนบ่อยนัก

“นายน่ะดังจะตาย”

คนที่เข้ามาโอบไหล่ว่า ก่อนจะพากันเดินเคียงคู่บนพรมแดงเข้าไปภายในงานประกาศผลรางวัลที่จัดขึ้นแบบเอ๊าท์ดอร์กลางสวนสวยบรรยากาศสบายๆ ในยามเย็น

ดังด้านไหน? รัฐเขตต์ไม่กล้าเอ่ยถามต่อ

เพราะรางวัลล่าสุดที่เพิ่งรับไปเมื่อห้าเดือนก่อนคือนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามองของสมาคมส่งเสริมการลงทุน ซึ่งก็ไม่น่าจะใช่ที่มาที่ทำให้ผู้หญิงเกือบค่อนเมืองรู้จักเขาแน่

แต่ไอ้เรื่องที่ทำให้ชื่อเสียงกระฉ่อนจนเป็นที่รู้จักของใครต่อใคร น่าจะเพราะมีชื่อของเขาที่ปรากฏหราบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของผู้หญิงคนหนึ่งต่างหาก และเรื่องนั้นก็ทำให้เขาถูกด่ามากกว่าได้รับเสียงชื่นชม

กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาหายหน้าหายตาไปจากวงสังคม ถึงคนไทยจะลืมง่ายยังไง แต่ความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจของเขา มันไม่ได้จะลบไปได้ง่ายๆ ด้วยเสียเมื่อไหร่...เวลานี้เขาก็ไม่ต่างจากคนที่มีชะนักปักหลังอยู่

หากไม่ได้ลูกตื๊อและแรงคะยั้นคะยอจากกฤตภาค ที่เตือนสติว่าเขาเอาแต่ทำตัวหัวหดอยู่ในกระดองอย่างนี้ไม่ได้ ในเมื่อไม่ได้เป็นคนผิด งานนี้จึงถือว่าเป็นงานแรกที่เขาเปิดตัวต่อหน้าสาธารณชนหลังเกิดเรื่อง

รัฐเขตจึงอดที่จะแปลกใจไม่ได้ เมื่อได้รับเสียงกรี๊ดรับถล่มทลาย แถมยังมีผู้หญิงอีกหลายคนถือรูปของเขา มีชูป้ายไฟเหมือนกับเชียร์นักร้องเวลาเล่นคอนเสิร์ต สถานการณ์มันดูออกจะเกินจริงไปสักหน่อย

“ถามจริงเถอะ นายจ้างพวกเธอมาหรือเปล่า?”

อื้อ...ก็นิดหน่อย” คนถูกจับไต๋ได้ตอบอย่างรำคาญ ขณะโปรยยิ้มแจกจ่าย พร้อมโบกมือทักทายสาวๆ ที่ส่งเสียงกรี๊ดให้ตลอดเส้นทางเดิน ให้ความรู้สึกเป็นคนดัง คุ้มกับค่าจ้างที่จ่ายไป

“ให้ตายสิ นายเสียเงินไปจ้างผู้หญิงมาเป็นหน้าม้า ชูป้ายไฟ กรี๊ดให้ราวกับฉันเป็นดารานี่นะ”

เขาบ่นเบาๆ อดส่งสายตาตำหนิไปยังคนข้างๆ ไม่ได้ คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจำเป็นสักนิด

เพราะอาชีพนักธุรกิจอย่างเขาไม่จำเป็นต้องมีแฟนคลับคอยตามให้กำลังใจหรืออุดหนุนผลงาน ความสำเร็จของเขาพิสูจน์จากความสำเร็จของงาน ที่ทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายและความคิดทำออกมาให้ลูกค้าพึงพอใจได้นั่นต่างหากที่ทำให้เขาภาคภูมิใจ

“เอาน่า ก็แค่นิดๆ หน่อยๆ กลยุทธ์การขายที่สำคัญที่สุดก็คือการประชาสัมพันธ์ นายก็น่าจะรู้ดี”

กฤตภาคแก้ตัว เพราะรัฐเขตก็รู้พอๆ กันกับเขาสิ่งที่สำคัญที่สุดในยามนี้ คือการกอบกู้ชื่อเสียงของตัวเขาเองและบริษัทกลับมาโดยเร็วที่สุด

ทั้งสองคนรับสูจิบัตรจากเจ้าหน้าที่หน้างาน ก่อนจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้วีไอพีที่จัดเตรียมไว้ให้แขกคนสำคัญเป็นพิเศษ

ที่หน้าเวทีซึ่งยกพื้นสูงประมาณครึ่งเมตร ตอนนี้นักดนตรีกำลังบรรเลงเชลโล่ สีไวโอลีน และเล่นฮาร์ฟเพลงคลาสสิคเพราะๆ ร่วมสมัยขับกล่อมผู้มาร่วมงานอยู่

“ได้นั่งหน้าเวทีอย่างนี้ อย่าบอกนะว่าฉันได้รางวัลกับเขาด้วย”

เหลือบสายตาไปมองคนข้างๆ อย่างต้องการคำตอบ หากกฤตภาคก็เอาแต่ยิ้มกริ่มไม่พูดจาอะไร

เพราะถ้าขืนบอกความจริงไปว่าได้เหมาซื้อนิตยสารCE-Oจนเกลี้ยงแผง พร้อมเกณฑ์ให้พนักงานสาวๆ ทั้งบริษัทช่วยกันโหวตมันทุกช่องทางเพื่อให้รัฐเขตคว้ารางวัลนี้มาครองอย่างใสๆ เจ้าเพื่อนหน้าบูดเป็นได้บ่นเขาอีกยาวแน่

“ภาพพจน์ของนาย ก็คือภาพลักษณ์ของบริษัทด้วย อย่าลืมสิ”

คนหน้ายิ้มเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

“อันที่จริงฉันน่าจะมางานนี้กับคุณภัคมากกว่า ควงนายออกงานบ่อยๆ เดี๋ยวอาจโดนซุบซิบว่าเป็นคู่เกย์กันอีก”

กฤตภาคกลิ้งลูกตาดำมามองเพื่อนอย่างเคืองๆ เมื่อได้ยินชื่อเลขาสาวคนเก่งของรัฐเขต

ถ้าเขาเปรียบเหมือนมือขวาของประธานบีดับเบิ้ลยูเคกรุ๊ปแล้ว ภัคจิราก็คงจะเป็นมือซ้ายที่ร้ายกาจพอๆ กับมือขวาเลยทีเดียว

ด้วยหน้าที่รับผิดชอบในบริษัทที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ควรที่เธอและเขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม เพราะเวลาเจอหน้าสาวสวยมากความสามารถอย่างภัคจิราทีไร ทั้งเธอและเขาเป็นได้ฮึ่มๆ ใส่กันเสียทุกที เรียกว่าคุยกันไม่เคยได้เกินสิบประโยคเป็นต้องทะเลาะกันทุกครั้ง จะเรียกว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันก็คงไม่ผิดนัก

“งานนี้มันงานของหนุ่มโสด นายจะควงสาวทึนทึกมาทำไม?”

เสียงฉุนๆ ถามฟังดูหาเรื่องอยู่พิกล

รัฐเขตหันมามองคนพูดพร้อมจับคลื่นอารมณ์บูดได้ไม่ยาก ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามือขวากับมือซ้ายของเขาคอยแต่จะตบตีกันเป็นประจำ และฝ่ายที่เพลี้ยงพล้ำเสียท่าก็มักจะเป็นเจ้าหนุ่มตี๋หน้าหล่อนี่เสียเรื่อย

“นี่นายเรียกผู้หญิงอายุยี่สิบห้าว่าสาวทึนทึกงั้นหรือ?” ถามกลั้วขำ “

คุณภัคมาได้ยินเข้า ฉันว่าสงสัยเธอกระโดดถีบขาคู่ใส่นายแน่ๆ”

เป็นครั้งแรกที่รัฐเขตหลุดเสียงหัวเราะของวันนี้ออกมาได้ เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเพื่อนสนิทควบตำแหน่งรองประธานบริษัททำหน้าเหมือนถูกยัดปากด้วยของแสลง

+++++++++

 

“คุณแพรวามาถึงแล้ว ขอสคริปต์หน่อยสิ”

พิงค์กี้ชายไม่จริงหญิงไม่แท้ ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าทีมออแกไนซ์ที่ทางCE-Oจ้างมาเรียกหาสคริปต์ให้กับนักข่าวสาวฝีปากกล้าคนดังซึ่งจะมารับหน้าที่พิธีกรของงานในค่ำคืนนี้

“นี่เธอ...เธอน่ะ”

ชายหนุ่มที่ปรับรูปโฉมตัวเองจนสวยเช้งแข่งกับสาวๆ ได้ หากแต่ว่าเสียงแหบที่กำลังส่งเสียงแปร๋นๆ นั่นก็ไม่อาจปิดบังอำพรางเพศแต่กำเนิดได้อยู่ดี ตะโกนเรียกสต๊าฟหน้าใหม่ที่เพิ่งเคยเห็นหน้าวันนี้

แม่สาวหน้าใส หน้าตาเป๋อเหร๋อชี้ที่หน้าตัวเอง

“คุณพิ้งค์เรียกฉันหรือคะ?”

“ใช่ ฉันเรียกเธอนั่นแหละ ไปเอาสคริปต์ของคุณแพรวามาเร็ว”

เอ่อ...แล้วจะให้ไปเอาที่ไหนหรือคะ?”

พิ้งค์กี้ยกมือขึ้นทาบอก ทำปากเป็นรูปตัวโอ สีหน้าตะลึงพรึงเพริดอย่างหนัก

ต๊าย...ตาย นี่เธอเป็นพนักงานใหม่ใช่ไหม? ถึงได้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย”

เสียงแปร๋นแปดหลอดถามขึ้นมา

มนินญารีบผงกหน้ารับ เพราะเพิ่งมาสมัครเข้าทำงานเมื่อวานนี้เอง และก็ได้งานนี้โดยเส้นสายพี่ชายของชลวิทย์ฝากมาให้นั่นหรอก เธอไม่ได้สนใจเรื่องหน้าที่การงานหรือตำแหน่งอะไรในบริษัทออแกไนซ์แห่งนี้นัก แต่สนใจที่ว่ามันจะทำให้เธอได้พบหน้าใครบางคนซึ่งช่างหาตัวยากเย็นเสียเหลือเกิน เพราะมัวแต่หดหัวกลัวความผิดของตัวเองจนหลบหน้าเธอมาตลอดหนึ่งเดือนนี้ต่างหากเล่า

“แล้วใครใช้ให้เธอมาปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่แถวนี้ยะ ถ้าทำอะไรไม่เป็นก็ไปช่วยพวกทีมงานยกกระถางต้นไม้นู่นไป”

แม่คนซื่อทำท่าจะไปทำตามคำสั่ง เมื่อหันหลังกลับจะไปช่วยทีมงานจัดบริเวณ

“เดี๋ยวก่อน” เสียงนั้นกระชากร่างบางในชุดเสื้อยืดสีดำของทีมสต๊าฟและกางเกงยีนส์ขาเดฟที่เน้นเรียวขาสวยของร่างอรชรอ้อนแอ้นจนน่าอิจฉานั่นเอาไว้

“ไปเอาสคริปต์ที่เจ้าช้าง คนที่คุมซาวด์อยู่หลังเวทีให้ฉันหน่อย เจ้าช้างน่ะรู้จักไหม? ตัวอ้วนๆ หัวเถิกๆ หน้าตามึนๆ นั่นแหละ บอกว่าขอสคริปต์ของพิธีกรด่วนที่สุด เข้าใจไหม?”

“เข้าใจค่ะ” รีบผงกหน้ารับ

“ดี...งั้นก็รีบไป”

เมื่อได้รับคำตอบเป็นที่พอใจ พิ้งค์กี้ก็สะบัดหน้าพรืดกลับหันมาโอภาปราศรัยกับนักข่าวสาวที่กำลังระบายลิปสติกสีแดงเฉิดเจิดจ้าเติมริมฝีปากอิ่มอวบของตัวเองเพื่อให้ดูโดดเด่นเห็นมาแต่ไกลร้อยเมตร

“ทำไมมันดูวุ่นวายจังคะคุณพิ้งค์กี้”

เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ดูอะไรก็ขลุกขลักเร่งๆ รีบๆ เหมือนไม่ได้เตรียมการมาล่วงหน้า ซึ่งทำให้หล่อนค่อนข้างหงุดหงิด เนื่องจากชอบอะไรที่เพอเฟ็คลงตัวสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่รู้ว่ามันหาได้ยากยิ่งในโลกนี้ และไม่มีทางจะหาเจอด้วย

อุ๊ย! พอดีวันนี้ที่บริษัทรับมาสองงานน่ะค่ะน้องแพร มีงานเปิดตัวแชมพูอีกที่หนึ่ง ทีมงานก็เลยต้องวิ่งรอกกัน เด็กคนเมื้อกี้คงจะเป็นพนักงานใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาฝึกงานถึงได้ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรน่ะค่ะ”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha