พยศรักซาตานเถื่อน

โดย: รัชริล



ตอนที่ 5 : ยัยตัวแสบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ยัยตัวแสบ

 

 

 

 

 

“ผู้หญิงคนเป็นใครกัน แล้วเข้ามาป่วนในงานนี้ได้ยังไง?”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดจากคุณไข่มุกซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือขายดีหลายหัว รวมทั้ง CE-Oด้วย ถามหาตัวต้นเหตุ และคนรับผิดชอบเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น

พิ้งค์กี้รีบวิ่งหน้าตื่นมารับหน้า หลังจากจัดการความโกลาหลอลหม่านบนเวทีเป็นที่เรียบร้อย เป็นอันว่างานประกาศผลหนุ่มโสดแห่งปี ต้องจบลงเร็วกว่าที่กำหนดเอาไว้

“เด็กฝึกงานที่บริษัทค่ะ พอดีเพิ่งรับเข้ามา”

พิ้งค์กี้ตอบไปด้วยใบหน้าเจื่อนสี

“แล้วคุณปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นได้ยังไงกัน”

คุณไข่มุกหันมาเผชิญหน้ากับหัวหน้าทีมออแกไนซ์

“พิ้งค์ขอโทษค่ะคุณไข่มุก พิ้งค์จะไล่เด็กนั่นออกตอนนี้เลยค่ะ”

พิ้งค์กี้รีบยกมือไหว้เจ้าของงาน

“คิดว่ารับผิดชอบแค่นั้นแล้วมันจะจบงั้นหรือ? งานของฉันเสียหาย และยังจะแขกที่มาร่วมงานล้วนแต่เป็นคนมีชื่อเสียงทั้งนั้น พรุ่งนี้ข่าวที่ออกไปอีกล่ะจะว่ายังไง? ไหนบอกเป็นทีมงานออแกไนซ์มืออาชีพ แล้วปล่อยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาได้ยังไงกัน”

เอ่อ...”

พิ้งค์กี้หน้าตาเหมือนจะปล่อยโฮออกมา แทบจะเข้าไปกราบกรานขอโทษคุณไข่มุกซึ่งส่งสายตาพิฆาตมาให้ หากไม่มีผู้เสียหายตัวจริง เดินเทิ่งๆ ส่งกลิ่นมาแต่ไกลเข้ามาเสียก่อน

“ช่วยอยู่นิ่งๆ ก่อนสิเจ้าเขตต์ มันเช็ดไม่ถนัดนะโว้ย”

คนโวยพยายามใช้ผ้าที่ทีมงานหามาให้เช็ดคราบเหนียวเปรอะเหม็นหึ่งออกให้เพื่อน แต่มันไม่ทันใจ

มือหนาถลกเสื้อสูทราคาแพงออกจากตัวอย่างรังเกียจเดียดฉันท์แล้วโยนให้กฤตภาค

“เอาไปทิ้งเลย นายจะเช็ดทำไมให้เสียเวลา เหม็นซะขนาดนี้”

เฮ้ย! ได้ไงกัน สูทอาร์มานี่เชียวนะเจ้าเขตต์ ตัวหนึ่งราคาตั้งหลายหมื่น”

ต่อให้ราคาตัวเป็นแสน เขาก็ไม่เสียดายแล้วในวินาทีนี้

ร่างสูงใบหน้าถมึงทึงเดินเข้ามาร่วมวงหลังจากความอลหม่านวุ่นวายก่อนหน้านี้จึงยุติลง ทุกคนต่างพากันหันมามองที่เขาเป็นตาเดียว

“คุณเขตต์”

ทั้งพิงค์กี้เรียกชื่อเขาเสียงอ่อย

“พี่ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น”

คุณไข่มุกเจ้าของงานเอ่ยอย่างเสียใจ

ผู้เสียหายไม่อาจจะควบคุมสีหน้าที่บูดเบี้ยวเกรี้ยวกราดเอาไว้ได้ เป็นใครก็คงไม่คาดคิดกันทั้งนั้นแหละว่าจะมีใครกล้าทำเรื่องบ้าบอคอแตกแบบนี้

“ตัวต้นเหตุอยู่ไหนครับ?”

“ทีมงานควบคุมตัวอยู่ทางโน้นค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ พิ้งค์จะจับตัวส่งตำรวจและดำเนินคดีกับเด็กนั่นให้ถึงที่สุดค่ะ”

รัฐเขตไม่สนใจความรับผิดชอบเพียงแค่นั้น คดีบ้าบออย่างนี้ อย่างมากก็แค่ปรับไม่กี่บาทแล้วปล่อยตัวไป มันง่ายเกินไป และไม่สาสมกับเรื่องน่าอับอายที่เจ้าหล่อนทำไว้กับเขา

สองเท้าเดินไปตามที่ผู้จัดการออแกไนซ์บอก เขาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของคนฤทธิ์มากที่ตอบโต้ต่อล้อต่อเถียงกับทีมงานที่คอยควบคุมตัวเอาไว้

“แค่นี้ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ สำหรับคนเลวๆ พรรค์นั้น”

“เธอเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าฉันเลว”

เขากระชากเสียงถามอย่างโมโห

พอร่างสูงของผู้เสียหายตัวจริงก้าวเข้ามา ทุกคนก็เปิดทางให้ รัฐเขตจึงได้มองเต็มตาว่าหญิงสาวแต่งตัวด้วยเสื้อยืด กางเกงยีนส์และห้อยป้ายสต๊าฟเช่นเดียวกับทีมงานคนอื่นๆ

ใบหน้าเล็กเงยขวับขึ้นมามองเขาอย่างท้าทาย ดวงตากลมดำขลับส่งแววเกรี้ยวกราดชิงชังจนเป็นเขาเองที่ผงะเมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาเช่นนั้น

คิ้วเข้มหนาเหนือดวงตาคมดุขมวดนิดๆ คุ้นๆ ว่าเคยเห็นใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลม จมูกเชิดรั้นและริมฝีปากอิ่มรูปกระจับจิ้มลิ้มสีชมพูที่กำลังเม้มริมฝีปากแน่นนี่ที่ไหนมาก่อน เจ้าหล่อนแสยะยิ้ม มองมาอย่างชิงชัง

“น้อยไปเสียด้วยซ้ำ สำหรับผู้ชายหน้าตัวเมีย ฟันแล้วทิ้ง ไม่มีความรับผิดชอบอย่างคุณ”

“มิว”

รัฐเขตเอ่ยชื่อคนที่เขานึกออกอย่างตื่นตะลึงไม่น้อย คาดไม่ถึงว่าจะเจอหญิงสาวอีกครั้งในสภาพที่เปลี่ยนไปมากจากครั้งสุดท้ายที่ได้เห็น แต่ก็ยังจำได้ว่าคนหน้าใส ที่โตเป็นสาวเต็มตัวตรงหน้า คืออดีตน้องสาวฟันหลอของมาริสา นามว่า...มิว หรือ มนินญา นั่นเอง

“ใครวะเขต?”กฤตภาคเอนตัวมากระซิบถาม เมื่อเห็นท่าทางรัฐเขตเหมือนรู้จักมักจี่กันดี  จนทำให้สถานการณ์ที่ทำว่าจะเดือดทะลุขีดปรอทชะงักงันไปเสีย

มนินญาลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า สู้สายตาเขาไม่หนี พร้อมเบ้ปากใส่

“รู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมคุณถึงควรโดน”

เจ้าหล่อนถามพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างสาแก่ใจ

“แค่ไข่เน่านี่ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ สำหรับผู้ชายมักง่าย ใจจืดใจดำ ไร้จิตสำนึกของความเป็นคน”

กลีบปากสวยด่าว่าฉอดๆ หากก็ไม่ทำให้คนโดนด่าโกรธเคืองใดๆ เมื่อเห็นวาวน้ำตาที่ฉายวาบขึ้นมาในหน่วยตาสวยอย่างเจ็บปวด

คำกล่าวหาประณามที่บีบหัวใจ พยายามยัดเยียดความรู้สึกผิดบาปกลับมาให้เขา ทั้งๆ ที่เขาต่างหากเล่าที่ตกเป็นเหยื่อตัวจริง

“มิว”

มือหนายื่นหมับจับที่ต้นแขนเรียว พร้อมจับแน่น “ไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า” เขาปราม

มนินญาพยายามสะบัดมือนั่นให้หลุด

“ฉันไม่รู้อะไรหรือ? บอกมาสิ”

เสียงกร้าวท้าทาย

“ใครๆ ก็รู้เหมือนกับฉัน ทุกคนที่นี่ก็รู้ว่าคุณเป็นคนยังไง?”

มองไปรอบๆ อย่างหาพวก “ผู้ชายคนนี้ไงล่ะ ที่ฟันแล้วทิ้ง แถมไม่พอยังบังคับให้ผู้หญิงที่ท้องกับเขาต้องไปทำแท้งด้วย”

เสียงฮือฮาดังอย่างไม่อยากเชื่อ บางคนพอจะทราบข่าวมาบ้างแล้วแต่คำพูดของหญิงสาวผู้นี้ก็ยิ่งตอกย้ำข้อมูลให้น่าเชื่อเข้าไปอีก

“ว่าแต่คุณเป็นใคร แล้วเราจะเชื่อคุณได้ยังไงกัน?”

เสียงนักข่าวคนหนึ่งถามขึ้นมาอย่างต้องการหลักฐานยืนยันข้อมูลที่แท้จริง

“ฉันเป็นน้องสาวของผู้หญิงคนนั้นไง ผู้หญิงที่ถูกผู้ชายคนนี้หลอกให้ความหวัง สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำตามคำพูด ไม่รับผิดชอบแม้กระทั่งลูกของตัวเอง แล้วนี่หรือคนที่ได้รับรางวัลหนุ่มโสดขวัญใจสาวๆ อย่างเขาน่ะมันคนโฉดต่างหาก โหดร้าย ใจดำ อำมหิต ไม่สมควรที่ใครจะยกย่องทั้งนั้น”

มือที่จับแขนเล็กเรียวที่ถ้าเขาออกแรงบีบแรงๆ คงแทบป่น ยอมปล่อย แขนสองข้างตกลงข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง อะไรบางอย่างแข็งๆ แล่นมากระทุ้งที่ลำคอ

“หยุดพูดจากล่าวหาใส่ร้ายเจ้าเขตได้แล้วนะ ไม่งั้นเราจะฟ้องคุณ”

“ฟ้องสิ...ฟ้องเลย...ฉันพูดผิดตรงไหน ผู้ชายคนนี้ยังเถียงไม่ออกสักคำ”

หันมาต่อล้อต่อเถียงกับกฤตภาคที่กางปีกออกมาปกป้องแทน

“คุณไม่รู้ความจริงทั้งหมด นายเขตมันช่วยพี่สาวคุณทุกอย่าง แต่พี่สาวคุณต่างหากล่ะที่...”

“กฤต”

รัฐเขตปรามเพื่อนไว้ ไม่อยากเป็นการประจานอดีตคนรักให้ทุกคนได้ยิน

“นายจะปล่อยให้เด็กนี่ว่านายฉอดๆ งั้นหรือไง?”

หันมาถามเพื่อนอย่างหงุดหงิดแทนที่ไม่รู้จะปกป้องกันไปถึงไหน และผลตอบแทนที่ได้ ก็อย่างที่กำลังเผชิญหน้าอยู่นี่ไงล่ะ

“มิวเกิดอะไรขึ้นน่ะ?”

ชลวิทย์ที่เพิ่งมาถึง แหวกกลุ่มคนที่กำลังรุมล้อมเข้ามาหาเพื่อนสาวถามหน้าตาตื่น พอเห็นว่า มนินญากำลังเผชิญหน้ากับใครอยู่ ก็รีบเอาตัวเองไปขวางแสดงออกว่าปกป้อง

“พวกนายจะทำอะไรมิว?”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha