พยศรักซาตานเถื่อน

โดย: รัชริล



ตอนที่ 11 : สายใยแปลกประหลาด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สายใยแปลกประหลาด

 

 

 

 

 

นินญาหลบสายตาวูบ เมื่อดวงตาคมกล้าของผู้ชายคนนั้น มองมาสบสายตากับเธอ และเหมือนเขาเองก็จะรู้ตัวว่าถูกเธอลอบมองอยู่

“เป็นไง คุณเบื่อหรือเปล่า?”

วิศรุตหันมาโอบเอวหญิงสาวข้างกาย เขามัวแต่สนทนาอยู่ในวงธุรกิจอย่างออกรส จนลืมสนใจคนข้างๆ ไปชั่วครู่  วันนี้เขาควงสาวสวยใสวัยขบเผาะมาด้วย แน่นอนว่าความสวยของมนินญาเป็นที่จับจ้องอย่างพึงพอใจของใครหลายๆ คนทีเดียว

และพอเขาเห็นว่าเธอมองไปที่ใด ก็รีบเกี่ยวเอวบางอ้อนแอ้นนั่นเข้ามาใกล้ตัว เพื่อจะยั่วคนมองอย่างนึกสนุก

เอ่อ...ไม่ค่ะ”

มนินนญาขืนตัวไว้ เมื่อถูเกี่ยวเอวเข้าประชิดกับเรือนร่างหนาสูงใหญ่ของคู่ควงนักธุรกิจหนุ่ม

“ทำไมปล่อยให้มือว่างอย่างนี้ล่ะครับ”

นัยน์ตาคนถามวาบวาว เป็นประกาย

“ไม่ว่างค่ะ ฉันถือกระเป๋านี่ไง”

ตอบแก้เก้อพร้อมกับชูกระเป๋าถือใบเล็กในมือให้เขาดูอย่างแสนซื่อ

วิศรุตหัวเราะเบาๆ กับอารมณ์ขันของหญิงสาว ก่อนจะเรียกบริกรที่ถือถาดเสิร์ฟเครื่องดื่มมา

“จะดื่มอะไรดี?”

เอ่ยถามให้หญิงสาวเลือกเครื่องดื่มในถาดสีเงินในมือของ บริกร

“ดื่ม?”

มนินญามองหน้าคนถามที่เลิกคิ้วสูง พร้อมยิ้มให้

“ฉันไม่...เอ่อ...”

จะบอกว่าเธอไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่วิศรุตก็คว้าแก้วทรงสูงบรรจุเครื่องดื่มสีหวานส่งให้

“พั๊นซ์ก็แล้วกันนะครับ น้ำผลไม้สำหรับผู้หญิง”

บอกพร้อมรอยยิ้มบาดตา ที่ทำให้เธอไม่กล้าปฏิเสธ

มือเรียวรับพั๊นซ์สีสวยมาลองจิบดู รสชาติเปรี้ยวหวานปะแล่มถูกปาก ไม่ได้กลิ่นและรสของแอลกอฮอล์เจือปนเลยแม้แต่นิด จิบไปสองสามครั้ง เธอก็ชักติดใจ

วิศรุตยื่นแก้วไวน์ของเขามาชนกับแก้วของเธอ มนินญายกเครื่องดื่มจิบอย่างขวยเขินเมื่อดวงตาหวานฉ่ำมองมาที่เธออย่างมีความหมาย ยอมรับว่าผู้ชายที่เธอควงมานั่นหล่อเหลาเจ้าเสน่ห์ไม่น้อยเลยทีเดียว

อ้าว! คุณวิศรุต อยู่นี่เองหรอกหรือ?”

เสียงทักทาย เรียกให้ชายหนุ่มหันไปมอง ก่อนจะหันไปสนทนาปราศรัยกับฝ่ายนั้น มนินญายกแก้วพั๊นซ์ดื่มจนหยดสุดท้าย ช่วยแก้กระหายได้ดี แถมยังรสอร่อยด้วย

เมื่อบริกรถือถาดเครื่องดื่มผ่านมา เธอจึงไม่รอช้า วางแก้วเปล่าคืน แล้วตั้งใจจะหยิบพั๊นซ์แก้วใหม่ถือไว้แค่ไม่ให้มือว่าง แต่บนถาดสีเงินใบนี้ กลับไม่มีพันซ์สักแก้ว

“ไวน์ไหมครับ ขวดนี้รสนุ่มทีเดียว”

บริกรนำเสนอ

ใบหน้าเล็กผงกรับก่อนจะรับแก้วไวน์สีแดงเข้มนั่นมาจากบริกร เดินไปยังโต๊ะของว่างคอกเทลแบบบุฟเฟ่ต์ มีให้เลือกชิมละลานตาล้วนน่าอร่อยทั้งนั้น

เมื่อเห็นว่ามนินญาอยู่คนเดียว และกำลังจิบไวน์ราวกับสาวนักดื่มสังคมจัด รัฐเขตที่ปลีกตัวออกจากวงสนทนาได้ ก็ไม่รอช้าเดินตรงเข้าไปหาเธอทันที ไม่ทันรู้ตัว เขาก็คว้าเอาแก้วไวน์จากมือเรียวเล็กนั่นมาถือไว้ได้

ใบหน้านวลแต่งจนสวยจัดหันขวับมามองคนที่ชิงแก้วเครื่องดื่มไปจากเธออย่างตกใจ พอเห็นว่าเป็นใครก็ชักสีหน้าไม่พอใจเข้าใส่

“ไวน์นี่มันไม่เหมาะกับเด็ก”

น้ำเสียงตำหนิชัดเจน

คนถูกดุหน้าคว่ำ เม้มปากแน่น

“ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว”

ว่าพร้อมกับยื่นมือไปคว้าแก้วเครื่องดื่มของตัวเองกลับคืน

แต่สำหรับรัฐเขตยังไงเธอก็เป็นเด็กในสายตาของเขาวันยังค่ำ เพราะเห็น มนินญามาตั้งแต่ตัวเท่ามะกอก

สายตากวาดมองคนที่ประกาศตัวว่าไม่ใช่เด็กขึ้นลง ความสูงของมนินญาเรี่ยอยู่ที่ปลายจมูกของเขา มิใช่แต่เพียงความสูงเท่านั้น รูปร่างอรชรชัดเจนด้วยส่วนโค้งเว้าแบบผู้หญิงเต็มวัยสาวในชุดราตรีอวดเรือนร่าง ยังจะก้อนไขมันกลมๆ ที่ปริ่มในชุดเกาะอกที่สายตาของเขาหล่นไปสะดุดและหยุดนิ่งมองอยู่ตรงนั้นอีก...

โดยเผลอตัวเขาเผลอกลืนน้ำลายไปเอื๊อกหนึ่ง

อื้ม! เธอไม่ใช่เด็กแล้วจริงๆ

พอเห็นว่าสายตาของชายหนุ่มหยุดมองอยู่ที่ตรงไหน สองข้างแก้มของคนเป็นสาวก็ร้อนวาบขึ้นมา

“ทะลึ่ง”

เธอโพล่งเข้าใส่หน้าคนตัวสูงที่มองมาพร้อมตวัดค้อนดวงตาขุ่น

รัฐเขตสะดุ้งโหยง ถูกเด็กเมื่อวานซืนมาด่าว่าทะลึ่ง เหมือนกับว่าเขาเป็นเฒ่าหัวงู ที่กำลังริอาจจะจีบเด็ก

บ้าสิ...เขาอายุเพิ่งจะสามสิบ ยังไม่แก่ แค่อายุมากกว่าเธอสิบปีเท่านั้นเอง

มนินญาก็เห็นเขาโตตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยก และตอนนี้ ผู้หญิงตรงหน้าก็เจริญวัยขึ้นมาสะพรั่งเต็มสาว เรียกว่าโตทันกัน คงช่วยไม่ได้ที่จะทำให้เธอคิดว่าเขาแก่กว่าเธอมาก

แต่ถึงอย่างไร? เธอก็ไม่ควรใช้คำว่าทะลึ่งกับเขา เพราะเขาไม่ได้คิดชู้สาวกับเธอเสียหน่อย โดยสเป็กเขาเองก็ไม่ชอบเด็กอยู่แล้ว เพราะลำพังงานบริหาร และยังต้องออกไซต์งานเองอยู่บ่อยครั้ง เรียกว่าความรับผิดชอบมาก เสียเกินกว่าจะมีเวลามาอธิบายเรื่องงี่เง่าที่แฟนเด็กอาจจะไม่เข้าใจ และพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แถมยังดื้อรั้นอย่างคนตรงหน้านี้ด้วย

“คุณมาอยู่ตรงนี้นี่เอง”

วิศรุตว่า ก่อนจะเกี่ยวเอวหญิงสาวเข้าสู่อ้อมแขน ประกาศความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของต่อหน้าใครอีกคน

มนินญาไม่ทันตั้งตัวก็ถูกกอดเอาดื้อๆ เธอหันไปมองหน้าเขาอย่างอึ้งๆ จะเบี่ยงตัวออกก็ไม่ถนัด

อ้าว! คุณรัฐเขต กำลังอยากคุยด้วยอยู่พอดีเลยครับ”

ทักทายชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม เหมือนคนคุ้นเคย ก่อนจะหันมาทางหญิงสาวข้างๆ

“รู้จักกันหรือครับ?”

รัฐเขตปั้นหน้าไม่ถูก มองดวงหน้าเล็กนวลที่แต่งเสียสวย ดัดปลายผมยาวๆ เป็นลอนระต้นคอ จัดเซทจนทำให้ใบหน้าของมนินญาดูสวยหวาน ยิ่งเมื่อมาอยู่ในชุดราตรีเซ็กซี่สีโอรส ยอมรับเลยว่าผู้ชายหลายคนคนนึกอิจฉา เจ้าหนุ่มที่กำลังโอบเอวเกี่ยวกอดร่างอรชรนี่อยู่ไม่น้อย

แล้วผู้ชายหลายคนที่ว่า...มันรวมถึงเขาด้วยไหมล่ะ?

ไม่หรอก...เขาแค่เป็นห่วงเธอเพราะว่าเคยรู้จักกันมานาน มนินญาเปรียบเหมือนน้องสาวของเขา และประวัติฉกาจฉกรรจ์เรื่องผู้หญิงของวิศรุตที่ผ่านมา คงทำให้ผู้ปกครองของผู้หญิงคนไหนก็ตามที่เป็นคู่ควงกับเขาไม่ปลื้มนักหรอก

“ครับ”

รัฐเขตรับคำ จับจ้องคนถาม

“แล้วคุณสองคน”

อ้อ...ผมกำลังชวนคุณมิวให้มาเป็นเลขาของผมอยู่ แต่ดูท่าเธอไม่ค่อยสนใจ”

มนินญาอึ้งไป เขาชวนเธอไปรับตำแหน่งเลขาตอนไหนเธอจำไม่ได้เลย เช่นเดียวกันกับรัฐเขต เพราะเท่าที่เขารู้ มนินญายังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ และตำแหน่งสำคัญอย่างเลขา หากว่าไม่เก่งกาจฉลาดเลิศ ก็ต้องเป็นหน้าเป็นตาให้เจ้านาย และช่วยไม่ได้ที่เขาจะคิดว่าหญิงสาวได้ตำแหน่งนี้มา ด้วยเหตุผลอย่างหลังมากกว่า ยิ่งทำให้เขาห่วงใยเธอเข้าไปอีก เพราะเท่ากับมนินญาจะหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดสนิทสนมกับเสือผู้หญิงตัวฉกาจอย่างวิศรุตไม่ได้ด้วย

“คุณมีเลขาอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?”

เขาแย้งขึ้นมา จำผู้หญิงสวยคนที่วิศรุตควงกันไปที่สิงคโปร์ซึ่งดูแตกต่างจากมนินญามาก ทั้งเก่ง ฉลาด และเป็นสาวเต็มวัยกว่า

อ้อ...หมายถึงคุณกะรัตนะหรือครับ คนนั้นเอาไว้ทำงาน...ส่วนคนนี้”

หันมามองหญิงสาวข้างกายด้วยดวงตาหวานฉ่ำ “สำหรับควงออกงาน”

เท่ากับการประกาศชัดว่ามนินญาเป็นผู้หญิงของเขานั่นเอง...

มนินญาเองก็ไม่พอใจ ไม่รู้ว่าพวกเขาพูดอะไรกัน เธอไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของใครหรอกนะ ความแค้นของเธอเป็นเรื่องส่วนตัว ที่เธออยากจัดการเอง

เธอหันไปมองหน้าวิศรุต ขึงตาใส่เขา ก่อนจะปลดมือของว่าที่เจ้านายที่รุ่มร่ามอยู่บนตัวเธอออก หันไปคว้าไวน์แก้วใหม่มาจิบเมื่อบริกรเดินผ่านมา

วิศรุตรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย แต่เขาก็ทำเหมือนไม่แคร์ ยิ้มแล้วแสร้งถาม

“ว่าแต่คุณล่ะ ควงใครมางานนี้ล่ะครับ”

ถามพร้อมมองหาดวงตาแพรวพราว

“ฉันเองค่ะ”

กิ่งกมลเดินเข้ามาแสดงตัว พร้อมกับคว้าท่อนแขนของชายหนุ่มที่ยืนอ้ำอึ้งอยู่นาน “ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะคุณวิศรุต” เจ้าหล่อนแย้มยิ้ม สายตามองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างมีความหมาย เมื่อคู่ควงของหล่อนในวันนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยสักนิด ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ

วิศรุตทำหน้าแปลกใจ ก่อนจะยิ้มรับ

“ครับ ยินดีรู้จักอย่างเป็นทางการ”

เขายื่นมือไปให้ แต่กิ่งกมลไม่ได้สนใจ เมื่อหันไปเกาะแขนรัฐเขตแจคล้ายจะอวดโอ่

มนินญามองตามมือที่เกาะเกี่ยวท่อนแขนนั่นอย่างไม่พอใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาคือพี่เขตคนเดียวกับคนที่เคยไปร้องไห้จะเป็นจะตายกลางสายฝนหน้าบ้าน ปากก็พร่ำว่ารักพี่สาวเธอนักหนา แล้วดูตอนนี้สิ...มาริสาตายไปได้ไม่ถึงสองเดือน ดูเหมือนเขาจะลืมไปทุกอย่างช่างหาผู้หญิงใหม่มาควงได้รวดเร็วทันใจเหลือเกิน ไม่มีความรู้สึกสำนึกผิดติดหัวใจสักกระผีกเลยสินะ ที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตาย และยังจะชีวิตบริสุทธิ์ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขาไม่ยอมรับนั่นอีกล่ะ รัฐเขตทำไมถึงได้ใจจืดใจดำอำมหิตกว่าที่เธอคิดเอาไว้หลายเท่านัก

สถานการณ์ที่คนรอบข้างช่างดูปกติธรรมดา หากเธอกลับรู้สึกว่าทุกอย่างบีบหัวใจ ทั้งความแค้นและน้อยอกน้อยใจใครบางคนที่เคยคิดว่าเป็นพี่ชายมาตลอด ทำให้ไม่อาจทนมองเขาได้

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ”

บอกแล้วรีบหมุนตัวกลับ พร้อมถือแก้วไวน์ติดมือไปด้วย ตั้งใจจะหาอากาศสดชื่นหายใจ เผื่อไอ้ความรู้สึกอึดอัดที่เผชิญอยู่จะดีขึ้น

แววตาแปลกประหลาดที่มีทั้งความโกรธเกรี้ยวและตัดพ้อต่อว่าของ มนินญาทำให้รัฐเขตคาใจ

“ผมขอตัวก่อนนะครับ”

รัฐเขตปลดมือของกิ่งกมลออกจากท่อนแขน พร้อมกับก้าวยาวๆ เดินตามร่างระหงที่จ้ำเท้าพรวดๆ นั่นไปเช่นกัน เพราะคงเป็นเวลาดีที่เขาจะได้พูดคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวตามลำพัง

ทิ้งให้วิศรุตกับกิ่งกมลเผชิญหน้ากันอย่างเหวอๆ เมื่อต่างถูกคู่ควงทิ้งไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha