พยศรักซาตานเถื่อน

โดย: รัชริล



ตอนที่ 12 : สายใยแปลกประหลาด - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “เดี๋ยวสิมนินญา”

วิศรุตทำท่าจะเดินตามไปเมื่อได้สติ

“รอกิ่งด้วยค่ะคุณเขต”

เช่นเดียวกับกิ่งกมลเองก็ไม่รั้งรอช้าที่จะตามชายหนุ่มไปด้วยอีกคน

“อ้าว! คุณสองคนอยู่นี่เอง ผมอยากคุยด้วยอยู่พอดี”

กฤตภาคว่า พร้อมก้าวมาขวางหน้าสะกัดกั้นสองคนเอาไว้เสียก่อน เขาคิดว่าบางทีสองคนที่เดินตามกันออกไปนั่น คงมีธุระส่วนตัวต้องคุยกันยาวทีเดียวละ

+++++++++

 

“เดี๋ยวก่อนสิมิว”

รัฐเขตตามไปคว้าข้อมือเรียวเล็กนั่นเอาไว้ทัน พร้อมกับรั้งเอาไว้

“ทำอะไรของคุณ ปล่อยนะ”

มนินญาที่หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาพยายามดึงมือตัวเองออก แต่เจ้าของมือใหญ่แข็งแรงไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“แต่ฉันไม่มี ปล่อย”

เขามองคนดื้อพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ

“อย่าดื้อได้ไหม? มิวไม่ใช่เด็กแล้วนะ พี่ทนเราทุกอย่าง แต่ไม่ชอบที่เราจะประชดตัวเองอย่างนี้”

“ประชดตัวเอง...ประชดอะไรไม่ทราบ”

“มิวไปรู้จักนายวิศรุตได้ยังไง?”

ถามเรื่องที่เขาเป็นห่วง

“จะรู้จักยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ...ปล่อย...ปล้อย...”

และเมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมปล่อยแน่ เธอก็สาดแก้วไวน์ที่อยู่ในมือเข้าใส่เต็มแรง ของเหลวสีแดงเลือดนกคละคลุ้งด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์อาบชุดสูทราคาแพง

นัยน์ตาสีดำลุกโพลงอย่างโกรธเกรี้ยว

ครั้งก่อนก็ไข่เน่า ครั้งนี้ก็ไวน์ เขาพยายามจะมีน้ำอดน้ำทนกับเธอมามากแล้ว แต่ครั้งนี้มนินญาทำเกินไป

“ปล่อยฉันนะ”

คนตัวเล็กดีดดิ้นสะบัด เมื่อรับรู้ถึงแรงบีบแน่นที่ข้อแขนเล็ก ดวงตาตื่นเงยขวับขึ้นมาดูใบหน้าคร้ามเข้มที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ชายหนุ่มดื่มในงานเลี้ยง มันเจือมากับกลิ่นลมหายใจของเขา

“บอกให้ปล่อยไง”

แหวเข้าใส่สุดเสียง แต่นอกจากคนที่เธอตราหน้าว่าเป็นซาตานจะไม่ยอมปล่อย กลับลากพาเธอเข้าไปในห้องน้ำชาย แล้วจัดการปิดประตูลงกลอนแน่นหนา

“นี่จะทำบ้าอะไร?”

ร่างบางสะบัดตัวสุดแรง คราวนี้เขายอมปล่อยเมื่อใช้ตัวยืนกำบังขวางประตูเอาไว้ ต่อให้มีปีก มนินญาก็หนีไปไหนไม่ได้แน่

“คนที่ทำบ้าน่าจะเป็นเธอมากกว่านะมิว”

ว่าพร้อมกับถอดเสื้อสูทที่อาบไวน์ไปครึ่งตัวออก แล้วโยนพาดไปที่อ่างน้ำ

“สำหรับผู้ชายอย่างคุณน่ะมันน้อยไปเสียด้วยซ้ำ”

ใบหน้าเล็กแต่งหน้าเสียสวยจัดเชิดขึ้นว่า

“เรามาคุยกันดีกว่า เธอมีปัญหาอะไรกับพี่ ครั้งที่แล้วก็ไข่เน่า มาครั้งนี้ก็ไวน์อีก”

“นี่คุณไม่รู้จริงหรือไง? ว่าตัวเองทำอะไรไว้”

รัฐเขตเท้าสะเอว พร้อมกับส่ายหน้า เขาเองก็อึดอัดที่สถานการณ์ระหว่างมนินญากับเขาเป็นเช่นนี้ ทางเดียวที่จะแก้ความเข้าใจผิด ไม่ให้เธอโกรธเกลียดคิดอาฆาตเขา ก็คือการบอกความจริง

แต่ความจริงนั่น ก็จะทำร้ายเธอเช่นกัน

“ทำไมเธอไม่ยอมกลับไปเรียน เธอยังเรียนไม่จบไม่ใช่หรือ? แล้วไปทำงานกับนายวิศรุตได้ยังไงกัน?” เขาถามเรื่องที่คาใจ พาเธอออกนอกประเด็นความขัดแย้งระหว่างกัน

“มันเป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกันกับคุณ”

“อย่ามาดื้อกับพี่ได้ไหม?”

เขาชักโมโห

“พี่งั้นหรือ? เฮอะ...ความยอมรับนับถือในตัวคุณมันหมดไปนานแล้ว อย่ามาอ้างตัวเองว่าเป็นพี่ฉันอีก”

น้ำเสียงและท่าทางอวดดีนั่น มันชวนให้เขานึกอยากหวดก้นเธอสักป้าบเสียจริง

“โอเค งั้นพี่ก็จะเตือนเธอด้วยความหวังดี นายวิศรุตน่ะ ไม่ใช่คนดีเท่าไหร่ เธอควรจะอยู่ให้ห่างๆ จากเขา”

“ใครดีใครเลวฉันแยกแยะได้ ไม่ต้องการความเห็น หรือความหวังดีใดๆ จากคุณหรอกนะ”

“มิว”

เขาเรียกชื่อเธอเสียงดังอย่างเหลืออด

“วิศรุตเป็นเสือผู้หญิง ใครๆ ก็รู้ เธอเพิ่งกลับเมืองไทยอาจจะไม่รู้เรื่องนี้”

มนินญาชะงักไป ก่อนจะทำหน้ายิ้มเยาะเขา

“แล้วมันต่างจากคุณตรงไหนไม่ทราบ ถ้าคุณวิศรุตเลว คุณไม่ยิ่งกว่าโครตเลวเลยหรือไง?”

“มนินญา”

เสียงเรียกดังปานฟ้าผ่าจนเธอสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นใบหน้าคร้ามเข้มนั่นแดงก่ำ ราวกับโกรธจัด ดวงตาจ้องเธอเขม็งอย่างน่ากลัว แต่หญิงสาวก็ข่มความกลัวเอาไว้

“ถ้าเธอเป็นน้องเป็นนุ่ง ฉันคงจะ....”

เขาเงื้อง่า แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร

“ฉันไม่ใช่น้องคุณ ฉันไม่ต้องการความปรารถนาดีใดๆ เก็บเอาไว้เหอะนะ”

ใบหน้าเล็กสวยเชิดอย่างท้าทาย

รัฐเขตไม่เคยโกรธเท่านี้...โกรธที่หญิงสาวไม่ยอมรับความหวังดี ปฏิเสธความห่วงใย ทั้งๆ ที่เขาเป็นทุกข์เป็นร้อนใจในสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่

มือหนาคว้าหมับจับใบหน้าเล็กที่ลอยหน้าลอยตาท้าทาย ถ้าเขาจะฟาดก้นเธอไม่ได้ จะสั่งสอนยังไง...ในเมื่อเขาไม่ใช่พี่ และมนินญาก็ไม่ใช่น้องของเขาจริงๆ

เรื่องที่เธอเอาไข่เน่าไปขว้างใส่เขาต่อหน้าฝูงชนให้อับอาย เรื่องที่เธอเอาความเข้าใจผิดๆ ไปพูดกับนักข่าว จนชื่อเสียงของเขาเสียหาย ทำให้หุ้นของบริษัทร่วงกราว เรื่องที่เธอเอาไวน์สาดหน้าเขา

เธอเป็นผู้หญิง และเขาก็เป็นผู้ชาย เขาไม่ชอบให้เด็กเมื่อวานซืน มาเย้วๆ ท้าทาย

ใบหน้าคร้ามฉกวูบลงมา ทาบเรียวปากลงไปบนกลีบปากอิ่ม บดคลึงเบียดเคล้า ตั้งใจแค่ว่าจะสั่งสอนคนอวดดีให้รู้จักว่าผู้ชายมันน่ากลัวกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก

มนินญาดิ้นอึกอักทั้งทุบทั้งตี แต่ก็สู้แรงคนที่ร่างกายใหญ่โตกว่าเป็นเท่าไม่ได้

รสชาติริมฝีปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่เผลอชิมไปเพราะความโกรธเกรี้ยว จากที่ไม่ได้รู้สึกอะไร มีเพียงแค่ความโกรธอยากสั่งสอน กลับหวานฉ่ำราวกับกำลังชิมลิ้มรสน้ำหวานจากดอกไม้ที่เพิ่งแรกแย้มผลิบาน คนที่ต่อต้านขัดขืนในคราวแรกกลับไร้แรงต้านขึ้นมาเสียดื้อๆ ริมฝีปากเร่าร้อนนั่น ราวกับกำลังสูบพลังชีวิตของเธอไป ทำเอาขาเพรียวอ่อนยวบ รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังมหาศาลที่กำลังจะดึงดูดเธอเข้าไปในหลุมดำแห่งจักรวาล...ที่ไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ดวงตาที่ปิดพริ้มลิ้มรสชาติหวานหอมยิ่งกว่าเคยจูบกับผู้หญิงคนไหน นานเนิ่น กว่าจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อร่างอรชรที่ถูกเขาตรึงไว้กับผนังห้องน้ำ ทำท่าจะทรุดฮวบลงไป

“มิว”

เสียงหวานพริ้วเรียกแผ่วเหมือนลอยมาจากที่ไกลโพ้น

มนินญาลืมดวงตาขึ้นมา กะพริบตาปริบๆ ตื่นตะลึงในสิ่งที่เขาทำ ตัวเธอสั่นเทาน้อยๆ ราวกับหนาวสั่น กลีบปากอิ่มเม้มเบาๆ ดูเหมือนมันคล้ายกำลังบวมเจ่อ

พี่เขตของเธอ...รัฐเขต เวศน์วินวัธ เหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยสัมผัสกับมุมนี้ของเขามาก่อน มันช่างน่าสะพรึง แรงดึงดูดที่มหาศาล

น่าอายนัก...เขาจูบเธอ...ริมฝีปากที่ทำให้เธอสิ้นฤทธิ์และอาลัย เป็นริมฝีปากเดียวกับที่เคยจูบมาริสา และก็อาจจะจูบผู้หญิงมาอีกนับไม่ถ้วน

เธอกำลังจะกลายเป็นเหยื่อสวาทอันน่าเวทนารายล่าสุดของเขาสินะ...ผู้ชายที่เรียกตัวเองว่า...พี่

เผียะ!!!

ฝ่ามือบางที่คิดว่าฟาดไปเต็มฉาดเป็นการสั่งสอน แต่เพราะริมฝีปากร้ายกาจสูบเรี่ยวแรงเธอไปจนหมด มือเล็กที่กระทบข้างแก้มเพียงให้เขารู้สึกแสบๆ คันๆ ได้สติขึ้นมาก็เท่านั้น

“เลว”

เธอสบถออกมา หัวใจสั่นพร่าเต้นแรงจนแทบกระโดดทะลุออกมานอกหน้าอก

ดวงตาคมอึ้งงัน มองใบหน้านวลที่แดงก่ำ ผมเผ้าที่เซ็ทไว้เป็นทรงหากยามนี้กระเซอะกระเซิง ดวงตากลมใหญ่ฉายแววตระหนกชัด

มนินญายกมือขึ้นมาผลักเขาออก ก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูห้องน้ำออก

และที่หน้าประตูนั่น ผู้ชายสองสามคนกำลังยืนมุงอยู่ พวกเขาพากันอึ้งไปเมื่อเห็นว่าใครก้าวออกมา

มนินญารู้ดีว่าเธออยู่ผิดที่ผิดทาง แต่เธอไม่ได้ตั้งใจ เป็นใครอีกคนต่างหากที่ลากเธอเข้าไปในนั้น  ใบหน้าสวยรีบหลบสายตาวูบด้วยความอับอาย ก่อนจะวิ่งออกไป วิ่งให้เร็ว

“มิว”

รัฐเขตที่ได้สติรีบเรียกตามหลัง แต่พอเห็นจำนวนคนที่ยืนมุงอยู่หน้าห้องน้ำ ก็ต้องรีบเก็บอาการ ปั้นสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วรีบเดินออกมา ก้าวเร็วๆ ตามร่างเล็กที่วิ่งหายไป

นี่เขาทำบ้าอะไรลงไป

นั่นมันเด็กที่เขาเห็นมาตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก หัวเท่ากำปั้น

ก็แล้วนั่นมันเด็กเสียทีไหนเล่า...เจ้าหล่อนเป็นสาวแล้ว และก็ไม่ใช่สาวธรรมดา ทั้งสวย ทั้งอึ๋ม หอมหวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ...เสียงในหัวร้องคัดค้านออกมา

มนินญาโตเป็นสาวเต็มตัว แถมสวยไม่หยอก และเขาก็จูบเธอไปแล้วด้วย ความรู้สึกในนาทีนั้น มันไม่ใช่พี่น้อง ไม่มีทางใช่ เขาจูบเธอด้วยความรู้สึกของชายหนุ่มที่กำลังจูบหญิงสาว

และเธอไม่ใช่น้องของเขาอีกต่อไปแล้ว

“มิว...มิว...”

เสียงตะโกนเรียกเอาไว้ แต่ร่างบางไม่ยอมหยุด

เมื่อรัฐเขตวิ่งตามลงมาถึงข้างล่าง มนินญาเปิดประตูรถแท็กซี่จากไปแล้ว

ดวงตาสับสนมองตามหลังรถคันนั้นไป กระทั่งแสงจากไฟท้ายลับสายตา

“โธ่เว้ย”

ตะโกนไล่หลังไปอย่างหงุดหงิดหัวเสีย เท้าขวายกเตะอากาศที่ว่างเปล่าอย่างจะระบายความหงุดหงิดที่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ความห่วงใยเริ่มกลายเป็นความห่วงหวงที่เขาไม่เข้าใจ มันเกิดอะไรขึ้นกัน...สมภารไม่กินไก่วัด โคแก่ไม่กินหญ้าอ่อน แต่ของที่มันยวนตายวนใจ จนเผลอรู้สึกไปไม่รู้ตัว สิ่งที่ห้ามไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ

ไม่มีทางที่มนุษย์หน้าไหนจะฝืนมันได้

หรือเขาจะต้องมองมนินญามุมใหม่...ไม่สิ...ลึกๆ จิตใต้สำนึกมันบอกเขาว่า ทุกอย่างที่ทำดีกับเธอไป ไม่ได้แค่หวังไถ่ความผิดหรอก...แต่เป็นเพราะเขารู้สึกกับเธอเปลี่ยนไป ตั้งแต่ที่เห็นหน้าของยัยเด็กฟันหลอที่โตขึ้นมาผิดหูผิดตา จากรูปหน้าจอโทรศัพท์มือถือของมาริสาเมื่อหลายเดือนก่อนนั่นแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha