พยศรักซาตานเถื่อน

โดย: รัชริล



ตอนที่ 18 : เมาเหล้า - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

มนินญารีบก้มมองสำรวจตัวเองหน้าตาตื่น ก่อนจะพบว่าชุดแส็คสายเดี่ยวสีแดงที่สวมใส่เมื่อวานนี้ ยังอยู่ดีบนเนื้อตัว ไม่ได้ถูกถอดออกไปด้วยฝีมือของใครบางคน

มือบางตลบผ้าห่มสีขาวเรียบออกจากตัว นอกจากอาการปวดมึนหัวคล้ายเมาค้างแล้ว นอกนั้น ไม่มีอะไรที่ผิดปกติไป อ้อ! นี่ก็ไม่ใช่ห้องนอนที่เธอเคยตื่นมาพบทุกเมื่อเชื่อวัน

ขาเรียวก้าวลงจากเตียงเดินตรงไปยังผ้าม่านสีเทาผืนใหญ่ที่รูดปิดไว้ตลอดแนวฝาผนังของห้อง ก่อนจะยื่นมือไปแหวกมันเปิดออก

ภาพที่เห็นภายนอกผนังกระจก ทำให้เธอต้องนิ่งงันไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เพราะมันคือป่าเขารกชัฏที่ไม่อยากจะเชื่อว่าหาวิวเช่นนี้ได้ที่ไหนในเมืองกรุง

แต่ถ้านี่ไม่ใช่กรุงเทพล่ะ?

มนินญาเลื่อนประตูกระจกบานใหญ่ก้าวออกไปที่นอกระเบียง

กลิ่นของธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์อย่างที่สูดลมหายใจได้เต็มปอดปลุกให้ร่างกายที่ยังสะโหลสะเหลได้รู้สึกสดชื่นขึ้นมา

สายตาตื่นกวาดมองไปรอบๆ บ้านอย่างตื่นตาตื่นใจ

คนจะมีบ้านสวยๆ กลางสุมทุมพุ่มไม้ใหญ่อย่างนี้ได้ ก็มีแต่คนรวยเท่านั้นแหละ

และเธอไม่มีเวลามาชื่นชมธรรมชาติหรือบ้านหลังใหญ่ที่ปลูกสร้างอย่างลงตัวหลังนี้...ที่นี่บ้านใคร อยู่ส่วนไหนในแผนที่ประเทศไทย...เธอหวังว่าตัวเองคงยังอยู่ในประเทศไทย แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?

วิศรุตอย่างนั้นหรือ?

เร็วเท่าความคิด ฝ่าเท้าเปล่าเปลือยก้าวกลับเข้ามาในห้อง แล้วเลื่อนบานประตูกระจกแผ่นใหญ่ปิดลงดังเดิม มองสำรวจรอบห้องที่ดูโล่งด้วยเฟอนิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น หากก็ครบครันความสะดวกสบาย คล้ายๆ ห้องในโรงแรมหรือรีสอร์ต

นอกจากผนังกระจกสองฟากฝั่งแล้ว ห้องนี้ตกแต่งเรียบๆ ด้วยสีโอ๊คเป็นหลัก ที่สะดุดตาเธอ คือเสื้อยืดตัวใหญ่และกางเกงฟุตบอลที่ติดเบอร์หมายเลขเก้าเอาไว้

มนินญาถือวิสาสะเปิดตู้ที่ใช้แทนผนังด้านหนึ่ง ก็พบว่าข้างในนั้นว่างเปล่า ไม่มีอะไรนอกจากผ้าเช็ดตัวสองผืน

“ที่นี่เป็นโรงแรมอย่างนั้นหรือ?”

แต่จากที่สำรวจด้วยสายตา มันดูเป็นส่วนตัว และไม่เห็นใครอื่นใดอีกนอกจากตัวเอง

มนินญาก้มมองตัวเองซ้ำ ก่อนจะตัดสินใจว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียหน่อยก็น่าจะดี เพราะชุดเซ็กซี่ที่เธอใส่อยู่ มันดูล่อเสือล่อตะเข้เกินไป และตอนนี้เธอก็อยู่กลางป่าด้วย

เมื่อเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป ใจก็หายวาบอีกหน เพราะผนังกระจกด้านหนึ่งที่อยู่ติดกับอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ทำให้รู้สึกไม่ต่างจากกำลังอาบน้ำกลางแจ้งเลย

“บ้าจัง ใครจะไปทำธุระส่วนตัวได้นี่”

ถามกับตัวเอง พร้อมกวาดตามองอย่างตื่นตะลึง

คนสร้างบ้านหลังนี้ คงเป็นคนที่เปิดเผยน่าดู หรือไม่อีกทีก็พวกลามกจกเปรตชอบโชว์นั่นแหละ

พอเห็นสายม่านที่ระลงมาจากผนังกระจก และมองตามขึ้นไปจึงพบม่านไม้ไผ่แบบญี่ปุ่นที่ม้วนเก็บได้ ก็ไม่รอช้า รีบจัดการปิดม่านลง เพราะตอนนี้ท้องไส้เธอกำลังปั่นป่วนได้ที่ จากดีกรีแอลกอฮอล์ที่ดื่มมาไม่น้อยเมื่อคืนนี้

มนินญาไม่มีเวลาชื่นชมกับการออกแบบตกแต่งห้องน้ำที่กลมกลืนเข้ากับธรรมชาติ แม้สุขภัณฑ์ทุกชิ้นจะทันสมัยและช่างเข้ากับห้องนี้อย่างพอเหมาะพอเจาะลงตัว

เธอใช้เวลาไม่นานนักในการจัดการธุระส่วนตัว แปรงสีฟันยาสีฟันที่เตรียมไว้ให้ล้วนใหม่ชนิดแกะออกจากกล่อง ทำให้ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะใช้

อ่างใหญ่น่าจะเป็นอ่างน้ำวนแบบจากุชชี่ เพราะเห็นมีก็อกผสมน้ำเย็นน้ำร้อน แต่เธอไม่มีเวลาเพลิดเพลินจำเริญใจกับมันนัก เมื่อต้องเร่งรีบอาบน้ำสระผมเพื่อขจัดกลิ่นที่ติดเสื้อผ้าเนื้อตัวมาจากที่อโคจรอย่างในผับเมื่อคืนนี้ ก่อนที่จะลงไปดูว่า ที่นี่เป็นบ้านของใคร

บางสิ่งบางอย่างที่เธอสัมผัสได้ ทำให้เธอรู้สึกวางใจที่จะไม่รีบเผ่นในนาทีแรกที่ลืมตาตื่น

ร่างเปรียวกลับออกมาจากห้องน้ำอีกครั้ง ในสภาพที่สดใสและดูดีกว่าเมื่อครู่นี้มาก เนื้อตัวหอมด้วยกลิ่นของสบู่เหลวที่อยู่ในห้องน้ำ เป็นกลิ่นธรรมชาติอาบแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น

และอย่างไม่มีทางเลือกมากนัก เมื่อเธอต้องสวมเสื้อยืดตัวโคร่งที่ถูกเตรียมเอาไว้ให้ พร้อมกับกางเกงฟุตบอลเบอร์เก้าที่แขวนอยู่ข้างนอก เพราะไม่มีตัวเลือกอื่นอีกแล้ว

ประตูห้องเปิดแง้มออกเพียงคืบ พร้อมกับสายตาที่กวาดมองสอดส่องสำรวจ

เมื่อไม่พบใครหรือสิ่งมีชีวิตอื่นใด จึงรีบพาตัวเองออกมานอกประตู ที่อยู่ไม่ห่างจากบันได

สองเท้ารีบก้าวอย่างระมัดระวังมุ่งตรงลงบันไดไปชั้นล่าง และเธอก็พบสิ่งมีชีวิตสปีชี่ย์เดียวกันนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารตัวใหญ่ ที่พอได้ยินเสียงเธอลงบันไดมาเขาก็แหงนหน้าขึ้นมามอง

เท้าเล็กชะงักค้าง เมื่อตาต่อตาประสานกัน และนึกอัศจรรย์ใจอยู่ไม่น้อยที่เป็นเขา

“ตื่นแล้วหรือมิว หิวหรือยัง มาทานข้าวต้มด้วยกันสิ”

รัฐเขตเอ่ยชวน

มนินญายืนนิ่งตาปริบๆ มองเขา จมูกได้กลิ่นหอมของข้าวต้มที่ตลบอบอวลไปทั่วโถงบ้านชั้นล่าง เท่านั้นเจ้าท้องที่ว่างเปล่าก็ร้องจ๊อกเตือนว่ามันต้องการอาหารไปย่อย

เธอก้าวลงบันไดอีกสามสี่ขั้นมาก็มาถึงพื้นชั้นล่าง

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

รัฐเขตชักสีหน้าเข้าใส่อย่างไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนจะทำเสียงเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็ก

“จำไม่ได้สักอย่างเลยหรือไง?”

น้ำเสียงฟังดูเข้มงวดเหมือนคุณครูฝ่ายปกครองไม่ผิด

ใบหน้าเล็กสั่นไปมา ผมดำขลับพุ่มหนาที่ยังหมาดชื้นสะบัดตามไปด้วย

“ก็เมาซะขนาดนั้น”

น้ำเสียงบอกชัดว่าตำหนิ

คนฟังชักสีหน้าเข้าใส่อย่างไม่ชอบใจเหมือนกัน แต่ก็ยอมเดินมานั่งโต๊ะตัวเดียวกับเขา ถึงจะบอกตัวเองว่าจะไม่เข้าใกล้ผู้ชายคนนี้อีก แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้มีทีท่าจะคุกคามหรือทำอะไรเธอ อาจจะเป็นเพราะความคุ้นเคยกันแต่หนหลัง และยังจะคำพูดฝากฝังของมาริสา...ว่าเธอสามารถไว้ใจผู้ชายคนนี้ได้

“ที่นี่ที่ไหนหรือ?”

ร่างสูงลุกขึ้นตักข้าวต้มในหม้อใส่ชามก่อนจะเลื่อนให้เธอ

“เขาใหญ่”

ห๋า!...แล้วฉันมาที่นี่ได้ยังไงกัน?”

มันไกลจากกรุงเทพ มากทีเดียว

“ก็มาด้วยกัน”

 เขาตอบสั้นๆ รินน้ำใส่แก้วแล้วเลื่อนมาวางข้างชามข้าวต้มให้ ก่อนจะหย่อนก้นกลับไปนั่งที่เดิม “ถ้าวันหลังไม่อยากตื่นขึ้นมาในโรงแรมม่านรูด หรือห้องของผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้ ก็อย่าเอาเหล้าเข้าปากอีก” ถ้อยคำสอนติดประชดประชันอยู่ในที ทำให้ริมฝีปากสีชมพูเม้มแน่น

“แล้วมันธุระกงการอะไรที่คุณต้องพาฉันมาที่นี่ด้วย”

คนทำคุณบูชาโทษเงยหน้าขวับส่งสายตาตำหนิ

“ก็ถ้าพี่ไม่เป็นคนพามิวออกมาจากผับนั่น เธอจะไปลงเอยที่ห้องผู้ชายคนไหน หรือไม่ก็อาจจะขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ก็ได้”

เขากำลังทวงบุญคุณใช่ไหม?

ดวงตากลมใหญ่จ้องเขม็งตาขุ่นมัว หน้าง้ำงอ

รัฐเขตรู้ตัวว่าพูดแรงไป แต่เขาก็ทนไม่ได้ที่เธอจะมาพูดจาอวดดีเข้าใส่แบบนี้

“รีบทานข้าวเถอะ จะได้มีแรงแผลงฤทธิ์ต่อ”

แน่ะ จะพูดดีๆ ก็ไม่ได้ยังเหน็บแนมอีก

ใบหน้าที่บึ้งอยู่เป็นทุน มู่ทู่ไปเสียยิ่งกว่าเดิม เมื่อเจ้าของยกมือสองข้างกอดอกแน่น

“แล้วฉันจะได้กลับเมื่อไหร่?”

เสียงกระด้างถามกลับมา หน้าตาบอกว่าอารมณ์กำลังจะโกรธ

รัฐเขตมองแล้วก็จับอารมณ์ผ่านสีหน้าของอีกฝ่ายได้ไม่ยากเย็นนัก เขาเองก็ไม่อยากแหย่ให้เธอยิ่งโกรธไปกว่านี้ เพราะแค่เรื่องราวกรุ่นๆ ระหว่างเธอกับเขาก็ยังเคลียร์กันไม่ลงตัวเลย

“กินข้าวก่อนสิ แล้วจะบอก”

ยื่นเงื่อนไขต่อรอง

เสียงท้องร้องดังมาเบาๆ แว่วเข้าหู ทำไมเขาจะไม่ได้ยิน แต่ก็กลั้นขำเอาไว้ ปั้นหน้าให้เป็นปกติ หันมาสนใจอ่านข่าวธุรกิจในไอแพดที่ตั้งอยู่ตรงหน้าต่อ ปล่อยให้มนินญานั่งทานข้าวไปจนกระทั่งอิ่ม พร้อมกับลอบสังเกตเป็นระยะ

คนที่เขามั่นใจว่าโตเต็มสาว หากการแสดงออกหลายๆ อย่าง กริยาท่าทาง ก็ยังไม่พ้นเด็กน้อยในสายตา

มนินญาดูดีทีเดียวในเสื้อยืดกับกางเกงเตะบอลของเขา...ชุดนี้กฤตภาคเคยยืมใส่ แต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่างกันสุดขั้ว เพราะตัวผอมๆ บางๆ ในเสื้อยืดตัวโคร่งเนื้อผ้าทิ้งไปกับรูปร่าง ดูน่ามอง น่าค้นหา และก็แอบเซ็กซี่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“มองอะไร?”

เสียงเขียวถามกลับมา เมื่อเห็นลูกตาสีเข้มนั่นแวะเวียนมาที่เธอบ่อยๆ จนรู้สึกประหม่า

แน่นอนว่า ชุดที่เธอใส่อยู่ตอนนี้ ไม่โป๊ ไม่เปลือยตรงไหน ให้เขาต้องคิดชีกอได้...แต่ถ้ารัฐเขตจะคิดอย่างนั้นขึ้นมาจริงๆ เขามันก็ลามกตัวพ่อทีเดียวล่ะ

“เปล่า”

ตอบหน้าตาเฉย ตวัดสายตาหันกลับมาสนใจข่าวสารตรงหน้าต่อ หากก็ลอบยิ้มบางๆ อย่างขบขันอยู่ในที ที่อยู่ดีๆ ก็นึกสนุก มาเล่นเอาเจ้าล่อเจ้าเถิดกับเด็กที่โตเป็นสาวตรงหน้านี่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha