ปล้นรักคาสโนวา

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 1 : กำลังดูใจ


ตอนต่อไป

          าพบุตรสาวคนรองของเฮอแมน เรเอสโน ปรากฏให้บุคคลในห้างฯ  ย่านศูนย์การค้าชื่อดังแห่งเมืองดูไบได้มองกันจนต้องเหลียวหลัง ทว่าสายตาของความชื่นชมปนอิจฉาเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้ใบหน้าเรียบนิ่งคล้ายมีความกังวลรู้สึกยินดีเลยสักนิด ตลอดทุกย่างก้าวที่เดินผ่านร้านค้าชั้นนำคิ้วเรียงเส้นสวยก็เอาแต่ขมวดม่นเข้าหากันบ่อยครั้ง หนำซ้ำกลีบปากนุ่มสีแดงสดยังเม้มสนิทเป็นแถบตรง กระทั่งปลายเท้าเล็กซึ่งอยู่บนรองเท้าส้นสูงสีเพลิงเดินเลี้ยวเข้าสู่ร้านเสื้อแบรนด์ดัง

          “อุ๊ย! คุณน้องเนยคนสวย ลมคิดถึงพัดมาหาพี่หรือจ๊ะ”

คำทักทายดูสนิทสนมหลุดมาจากปากสาวอวบอ้วนดูตุ้งติ้ง

          ทว่าคำตอบที่เจ้าของร้านนามพริ้ง ผู้มีเชื้อชาติไทยที่หอบร่างกายมาหากินยังดูไบก็คือความเงียบกริบ ดังนั้นจึงต้องรีบก้าวมาแตะเรียวแขนนุ่มนิ่มของชาลินา เรเอสโนแล้วย้ำถาม

“คุณน้องเนยขา...เป็นอะไรไปคะ ทำหน้าเหมือนกิจการกำลังจะล้มละลายอย่างนั้นแหละค่ะ”

          “เฮ้อ...”

ผ่านไปสักพักเจ้าของร่างเซ็กซี่ก็พ่นลมหายใจออกมา แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟารับรองลูกค้าของอีกฝ่าย ก่อนจะร่ายยาวเหยียดถึงปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้

“เฮ้อ...จะไม่ให้เนยกลุ้มได้อย่างไรคะ เหลืออีกแค่เดือนเดียวชีวิตเนยก็จะถึงทางตันแล้ว”

          “อะไรคะ ชีวิตถึงทางตันน่ะ มันคืออะไร”

          ดวงตากลมโตแต่งแต้มสีสันดูโฉบเฉี่ยวถึงกับกะพริบปริบๆ แล้วถอนหายใจทิ้งอีกครั้ง

          เห็นปฏิกิริยาจากชาลินา พริ้งก็ต้องย่นคิ้วนิดๆ ผ่านไปเพียงอึดใจดวงตาของหล่อนก็เบิกกว้าง “ที่กลุ้มนี่เรื่องนั้นใช่ไหมคะคุณน้อง อุ๊ยตาย! ผ่านมาห้าเดือนพี่ก็ลืมไปเสียสนิทว่าคุณน้องต้องหาผัว เอ่อ! หาสามีเป็นตัวเป็นตนให้ได้ภายในหกเดือนตามคำสั่งของท่านเฮอแมน แล้วที่ผ่านมาเนี่ย ไม่มีหนุ่มคนไหนเข้าตาบ้างเลยหรือคะ”

          “ถ้ามีเนยจะกลุ้มแบบนี้ไหมล่ะคะ” ชาลินาย้อนขึ้นเบาๆ

          พริ้งจึงได้แต่ยิ้มแหยๆ พร้อมเดินนวยนาดมาทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆ มืออวบนุ่มของหล่อนแตะบนหลังมือเนียนของชาลินาเบาๆ “พี่ว่าคุณน้องอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะคะ เหลือเวลาอีกตั้งเดือนหนึ่ง เดี๋ยวพี่ช่วยเลือก รับรองเลยว่าผู้ชายที่ผ่านการคัดสรรจากพี่ ต้องหล่อ รวย นิสัยดี พ่วงด้วยความแซบเวอร์ ชนิดที่ลืมไม่ลงเลยแหละค่ะ”

          ฟังแล้วใบหน้าหดหู่ของชาลินาก็เริ้มมีรอยยิ้มแต่งแต้ม

          “ถ้าผู้ชายคนนั้นผ่านการคัดสรรจากพี่ เนยว่า...เนยยอมอยู่เป็นโสด หรือไม่ก็แต่งงานกับผู้ชายที่คุณพ่อเลือกให้ดีกว่าค่ะ”

          “ต้ายตาย! ไม่เชื่อฝีมือพี่หรือคะ”

พริ้งถามด้วยรอยยิ้มขำ ก่อนจะเอ่ยอย่างเป็นงานเป็นการ

“เอาล่ะค่ะ พี่ไม่พูดล้อเล่นแล้วก็ได้” ว่าพลางยื่นมือไปรื้อค้นหนังสือกองพะเนินอยู่บนโต๊ะด้านข้าง ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ก็ได้นิตยสารเล่มหนึ่งติดมือมา

“นี่ไงคะ คุณน้องดูผู้ชายคนนี้สิคะ ว่ามาตรฐานผ่านหรือเปล่า แต่สำหรับพี่คนนี้น่ะเลิศที่สุดค่ะ เหมาะมากที่จะยกตำแหน่งสามีให้”

          “ใครหรือคะ” ถามพลางคว้านิตยสารเล่มนั้นมาดูใกล้ๆ

          คำตอบของพริ้งก็คือรอยยิ้มเต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม ทำให้ชาลินาต้องย่นคิ้วนิดๆ ก่อนจะหันมาสนใจกับนิตยสารที่ตัวเองรับมา เพียงเห็นภาพถ่ายผู้ชายซึ่งปรากฏอยู่บนปก ดวงตาของเธอก็ต้องหรี่แคบลงนิดๆ เพราะรู้สึกคุ้นหน้ากับเจ้าของภาพชอบกล

          “เป็นอย่างไรคะคุณน้อง หล่อ ล่ำ ดูดีมีเสน่ห์ เท่บาดอกบาดใจดีไหมคะ” ถามแล้วก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ “คนนี้นะ เป็นนักแสดงหนุ่มของฮอลลีวูด กำลังดังมาแรง สาวๆ ดารา นางแบบ ต่างจ้องจะเขมือบลงท้องเชียวนะคะ อีกอย่างนะได้ข่าวว่าทางบ้านน่ะอภิมหาเศรษฐีระดับต้นๆ ของอเมริกาเลยล่ะ”

          “ขนาดนั้นเลยหรือคะ” เปรยขึ้นอย่างไม่คิดจะเชื่อง่ายๆ เพราะสำหรับเธอแล้วเขาก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แต่ที่สะดุดตานี่สิ คือความเคยคุ้นแปลกๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าเคยเจอคนคนนี้ที่ไหน

          “ทำไมหรือคะ ทำหน้าเหมือนไม่ปลื้ม”

          “เปล่าหรอกค่ะ เนยแค่คิดว่าเขาดูคุ้นๆ ชอบกล”

          “ต๊าย! นึกดูดีๆ สิคะ ว่าเคยเจอคนหล่อของพี่ที่ไหน”

          คำถามจากประกายตาวิบวับแบบนั้น ทำให้ชาลินาอดส่ายหน้าไม่ได้ และเธอก็พยายามนึกให้ออกว่าเจอเจ้าของกรอบหน้าคมคายชวนกระชากใจนี้ที่ไหน ไม่นานภาพงานเลือกคู่ครองของคนเป็นพี่สาวก็ปรากฏขึ้นเป็นฉากๆ ก่อนดวงตาสีดำสนิทจะเบิกกว้างอย่างจำได้ ว่าเขาคนนี้เป็นหนึ่งของคนที่มาร่วมงาน หนำซ้ำยังมองพี่สาวของเธออย่างแสนเสียดายอีก

          รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เริ่มเคลื่อนมาประดับกรอบหน้าสดสวย จนพริ้งรีบสะกิด “ทำหน้าแบบนี้คิดออกแล้วใช่ไหมคะ”

          “ค่ะ” บุตรสาวคนรองของเฮอแมน เรเอสโนผู้ครอบครองธุรกิจมากมายในดูไบพยักหน้ารับหงึกหงัก “และเนยต้องขอบคุณพี่พริ้งมากนะคะ ที่ชี้ทางสว่างให้เนย ไม่อย่างนั้นเนยคงต้องกลุ้มจนหมดสวยแน่ๆ”

          “นี่แสดงว่า...” เจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดังทำตาโต “คุณน้องตกลงปลงใจกับคุณฟาร์สของพี่ใช่ไหมคะ”

          “ค่ะ คุณฟาร์ส ฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุล เขาต้องรับหน้าที่เป็นสามีของเนย...” ท้ายประโยค ใบหน้าเซ็กซี่นั้นฉาบไว้ด้วยความร้ายกาจ ทว่าสำหรับคนฟังอย่างพริ้งแล้ว ถึงกับปรบมือลั่นด้วยความดีใจ หนำซ้ำยังเขย่าเรียวแขนสลักเสลาของชาลินายกใหญ่

          “พี่ขอให้คุณน้อง สมหวังนะคะ ขอให้คุณฟาร์ส รักและหลงคุณน้องจนหัวปักหัวปำ”

          “แน่นอนค่ะ” ว่าแล้วกายบางก็ขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟาตัวเขื่อง เดินไปยังเหล่าเสื้อผ้านับร้อยตัวที่แขวนโชว์ “และเนยจะขอบคุณพี่พริ้งในวันนี้ ด้วยการอุดหนุนชุดสวยๆ เซ็กซี่ๆ สักสิบชุด เผื่อว่าจะเอาไว้ใส่มัดใจผู้ชายในภาพดีไหมคะ”

          “ดีที่สุดเลยค่ะคุณน้อง” พริ้งรีบฉีกยิ้มรับ พร้อมนวยนาดมาช่วยคุณหนูคนรองแห่งบ้านเรเอสโนคัดสรรเสื้อผ้าอย่างกระตือรือร้น

          ชาลินาจึงใช้เวลาอยู่ในร้านเสื้อของพริ้งอีกร่วมหนึ่งชั่วโมงเต็ม ก่อนจะเดินทางกลับบ้านด้วยข้าวของเต็มหลังรถ ตลอดเวลาที่เหยียบคันเร่งรถคันโปรด ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความแช่มชื่น เพราะงานนี้เธอจะได้เล่นสนุกๆ ตามประสาสาวเจ้าแผนการ

          “แล้วเจอกันนะ คุณว่าที่สามี...” กล่าวด้วยรอยยิ้มมาดร้าย ขณะหางตาปรายมองนิตยสาร ซึ่งหยิบยืมมาจากร้านพี่พริ้ง เพ่งมองอยู่สักพัก ปลายเท้าเล็กก็เหยียบคันเร่ง มุ่งกลับสู่บ้านหลังใหญ่โตของตัวเองด้วยความเร็วสูง

          ชาลินาขับเคลื่อนรถอยู่บนท้องถนนไม่ถึงชั่วโมง ก็สามารถเลี้ยวเข้าสู่ดินแดนของเรเอสโนกว้างใหญ่ และทันทีที่เธอก้าวลงจากรถได้ ก็มีคำสั่งเรียกคนสนิทให้มาพบ ในระหว่างนั้นก็สั่งให้เด็กรับใช้ยกข้าวของเต็มอยู่หลังรถขึ้นไปเก็บ ส่วนเธอเดินปั้นหน้ายิ้มกริ่มเดินเข้าบ้านไปทิ้งตัวลงนั่งอยู่บนห้องโถงกว้าง

          ผ่านไปไม่ถึงห้านาที เอ็ต ซาติโน บุรุษหนุ่มสูงใหญ่ วัยสามสิบเจ็ดปี กับผิวสีแทนเข้มรับใบหน้าดุดัน อยู่ในชุดสูทสุดเนี้ยบก็เดินตรงมาหาด้วยช่วงขามั่นคง เดินมาใกล้ก็ก้มหน้าให้นิดๆ พร้อมกับคำถามแสนจะนอบน้อม

“คุณหนูเรียกผมหรือครับ”

          “ค่ะ”

ตอบรับพลางยื่นนิตยสารให้ “เนยต้องการรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้”

          “ทุกเรื่อง...”

เอ็ตทวนคำเบาๆ พร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะเปรยถาม

“อย่าบอกนะครับ ว่าคุณหนูคิดจะ...”

          “ใช่!  เขาคือเป้าหมายของเนย” ชาลินาตอบรับด้วยท่าทีมาดมั่น

          คำตอบและกิริยาจากคุณหนูคนรองทำให้เอ็ต ซาติโน ผู้ทำหน้าที่บอดี้การ์ดประจำตัวมาร่วมสิบปีอมยิ้มนิดๆ อย่างรู้เท่าทันความคิดทั้งหมด ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความเป็นห่วง

          “คุณหนูคิดว่าเขาดีพอแล้วหรือครับ”

          “เนยไม่รู้หรอกค่ะ เนยถึงให้เอ็ตไปสืบมา”

          “ได้ครับ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนี้ ผมจะหาคำตอบทั้งหมดมาให้คุณหนูเอง”

          ได้ยินคำมั่นแบบนั้นชาลินาก็คลี่ยิ้มกว้างให้ ก่อนจะปล่อยให้เอ็ตรีบไปปฏิบัติหน้าที่ ส่วนตัวเองก็นั่งยิ้มร้ายกาจ ครุ่นคิดถึงวันข้างหน้าว่าจะทำอย่างไรต่อไป จนกระทั่งน้องนุชคนสุดท้องของบ้าน เดินมาพร้อมกับถาดผลไม้และเครื่องดื่ม จึงได้เอ่ยเย้าขึ้น “ว้าว! แม่ศรีเรือนของพี่น่ารักน่าชังจัง ขยันหาของอร่อยๆ มาให้พี่กินแบบนี้ พี่ก็อ้วนแย่สิจ๊ะ”

          “พี่เนยไม่มีทางอ้วนหรอกค่ะ แต่ถึงจะอ้วน น้ำก็รักอยู่ดี”

ชาลิดากล่าวด้วยใบหน้าสดใส ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ คนเป็นพี่สาว พร้อมกับวางจานผลไม้และแก้วน้ำแตงโมเย็นๆ ไว้บนโต๊ะ “น้ำเห็นพี่เนยออกไปผจญแดดแรงๆ ข้างนอก ก็เลยทำน้ำแตงโมเย็นๆ ให้ดื่มค่ะ”

          “ขอบใจจ้ะน้องรัก...” ว่าพลางหยิบน้ำแตงโมมาดื่มจนครึ่งแก้ว ก่อนจะถอนหายใจทิ้งแล้วเอ่ยต่อ “ถ้าอนาคตพี่ไม่ได้อยู่บ้าน พี่คงคิดถึงรสมืออร่อยๆ ของน้ำแย่”

          ชาลิดาถึงกับตัวเย็นวาบ ขณะดวงตากลมๆ เริ่มวาวไปด้วยน้ำใสๆ “หมายความว่าอย่างไรคะ...”

          “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิจ๊ะ พี่หมายความว่า...ถ้าพี่ต้องแต่งงาน พี่ก็คงไม่ได้กินอะไรอร่อยๆ แบบนี้บ่อยๆ อีก”

          “แต่งงาน!

คราวนี้คนฟังถึงกับเบิกตากว้าง “หมายความว่า...”

          “จ้ะ...พี่เจอคนที่พี่คิดว่า เขาเหมาะ...เหมาะที่จะมารับตำแหน่งพี่เขยของน้ำแล้ว”

          “เขาเป็นใครหรือคะ”

ชาลิดาซักถามด้วยความอยากรู้ ดวงตากลมๆ นั้นจ้องหน้าคนเป็นพี่อยู่ไม่วาง

          “เอาไว้ให้พี่แน่ใจในตัวเขามากกว่านี้ก่อน แล้วพี่จะบอกน้ำอย่างละเอียดนะจ๊ะ”

          คำตอบนั้นทำให้คนรอฟังต้องทำหน้ามุ่ย แต่เมื่อเห็นสีหน้าของคนเป็นพี่ ชาลิดาก็ยอมจำนนแต่โดยดี จากนั้นก็หันมาสนใจกับผลไม้ในจานและเครื่องดื่มที่วางอยู่ตรงหน้า พร้อมกับพูดคุยในเรื่องอื่นๆ ตามประสาผู้หญิงอย่างออกรส กระทั่งผ่านไปร่วมชั่วโมง สองสาวถึงได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัยของตัวเอง

 

วลาที่แสนจะอยากรู้ของชาลินาผ่านไปด้วยความเชื่องช้า เธอผุดลุกผุดนั่งอยู่บนเตียงบ่อยครั้ง กระทั่งแสงสีทองรำไรเคลื่อนผ่านทิศตะวันตกนั่นแหละ ข่าวคราวที่เธอรอคอยก็แว่วเข้ามา เมื่อเสียงโทรศัพท์จากคนสนิทดังขึ้น จึงทำให้ปลายนิ้วเรียวต้องรีบกดรับอย่างรวดเร็ว

“เป็นอย่างไรบ้างคะเอ็ต”

“ข้อมูลที่คุณหนูอยากรู้ ผมส่งให้ทางอีเมลแล้วนะครับ”

“ทุกเรื่องเลยใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามย้ำเพื่อเรียกความมั่นใจ

“ทุกเรื่องครับ และถ้าคุณหนูต้องการอะไรเพิ่มเติม สั่งการได้เลยนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

ตอบรับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะรีบวางโทรศัพท์แล้วจัดการเปิดอีเมลโดยไม่รั้งรอ เพียงเห็นข้อมูลจากบอดี้การ์ดก็รีบเปิดอ่าน และประวัติของว่าที่สามีตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบันก็ถูกเก็บเข้าสมองชาญฉลาดทันที

ละสายตาจากประวัติยาวเฟื้อยเกือบสิบหน้ากระดาษ หญิงสาวก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ต้องยอมรับเลยว่าคนคนนี้เหมาะสมทั้งคุณสมบัติและทรัพย์สมบัติที่จะมาครองตำแหน่งสามีของเธอ ทว่าจะติดก็เพียงแค่การใช้ผู้หญิงของเขา ซึ่งมันเปลืองยิ่งกว่าการเปลี่ยนถุงเท้าในแต่ละวันเสียอีก ดังนั้นจึงได้แต่บ่น “นี่ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้ละก็ ฉันอาจเปลี่ยนใจไม่เลือกคุณแน่ๆ แต่ด้วยทุกอย่างมันจวนตัว ฉะนั้นคุณก็อย่าหวังเลยค่ะ ว่าจะรอดจากเงื้อมมือของฉัน” ว่าแล้วก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความทระนง “ฉันนี่แหละ! จะทำให้คุณเขี่ยผู้หญิงพวกนั้นทิ้งให้หมด” บอกอย่างมั่นใจแล้วเดินยิ้มระรื่นไปยังหน้าต่างของห้อง ทอดสายตามองออกไปให้ไกล

“เอาไว้เจอกันนะคะ คุณฟาร์ส”

เอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหมุนกายกลับไปอาบน้ำอาบท่า แล้วเสร็จก็กลับมาเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า เพราะพรุ่งนี้เธอมีธุระด่วนจี๋ต้องทำ กว่าจะเรียบร้อยก็ถึงเวลาของมื้อค่ำพอดี ดังนั้นร่างอ้อนแอ้นภายใต้ชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขายาวผ้านิ่มจึงเดินยิ้มกว้างมุ่งไปยังห้องอาหาร ทิ้งตัวลงนั่งเรียบร้อยก็มองหน้าบิดาและน้องสาวซึ่งกำลังจ้องอยู่พอดี

“มองเนยทำไมหรือคะ” ถามด้วยหน้าซื่อๆ

“พ่อได้ข่าวว่าเนยหาคู่ครองได้แล้วหรือ”

เรียวปากอิ่มฉีกยิ้มนิดๆ พลางว่า “คุณพ่อทราบแล้วหรือคะ”

“ก็ลูกให้เอ็ตไปจัดการสืบเรื่องราวของว่าที่คู่ครองมาไม่ใช่หรือ แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ผ่านไหมลูก ถ้าผ่านพ่อจะได้สบายใจ ไม่ต้องมานั่งกลุ้มว่าลูกสาวคนรองจะขายไม่ออก” ท้ายประโยคเฮอแมนอดเอ่ยเย้าไม่ได้

ฟังแบบนั้นแล้วชาลินาก็ทำหน้าม่อยก่อนจะบอกกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ “เนยว่า...ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาน่าจะผ่านนะคะ แต่เนยต้องขอเวลาทำความรู้จักกับเขาก่อน เพราะคนที่จะเข้ามารับตำแหน่งลูกเขยคนรองของคุณพ่อนั้น ต้องเป็นคนที่ใช่จริงๆ ค่ะ บอกตรงๆ นะคะ ว่าถ้าจะแต่งงาน เนยก็อยากแต่งแค่ครั้งเดียว”

“ดูท่าทางงานนี้จะไม่เบาเสียแล้ว” คนเป็นพ่อเอ่ยอย่างรู้นิสัยใจคอเป็นอย่างดี

“รับรองว่าสนุกแน่ค่ะ”

ชาลินาจึงตอบรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะหันไปเอ่ยกับน้องสาวที่เอาแต่ทำตาโตอยู่ข้างๆ “คำถามของน้ำพี่มีคำตอบให้แล้วนะ คนที่พี่เลือกคือ คุณฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุลจ้ะ”

“น้ำดีใจด้วยนะคะ”

“ขอบใจนะ แล้วน้ำล่ะมองใครไว้บ้างหรือยัง”

คำถามของพี่สาวทำให้ชาลิดาถึงกับเกิดอาการสำลักอย่างกะทันหัน จนต้องรีบคว้าน้ำเปล่ามาดื่มจนพร่องไปครึ่งแก้ว เพียงตั้งสติได้ใบหน้าไร้เครื่องสำอางแต้มแต่งก็รีบส่ายรัว

“น้ำ...น้ำไม่มองใครหรอกค่ะ”

“ถ้าไม่มองใครไว้ ก็จะได้แต่งงานกับคนที่คุณพ่อเลือกนะ ว่าแต่...คุณพ่อเลือกใครไว้ให้น้ำหรือคะ” ท้ายประโยคร้องถามบิดาด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง แต่ก็ต้องถอนหายใจทิ้งเมื่อคำตอบของบิดาก็คือการส่ายหน้า หนำซ้ำยังมีคำสั่งให้ลงมือรับประทานมื้อค่ำ จึงทำให้บทสนทนาสิ้นสุดลง ทั้งสามคนพ่อลูกต่างหันมาสนใจกับอาหาร จนเวลาเลยผ่านไปร่วมชั่วโมงนั่นแหละ มื้อค่ำแสนเอร็ดอร่อยถึงได้เรียบร้อย

 

          ช่วงเช้าตรู่ของวันใหม่ กายบางของชาลินาก็พร้อมอยู่ในชุดเดรสหรูสีหวาน สวมทับด้วยเสื้อโค้ตตัวยาว เครื่องหน้าทรงผมโฉบเฉี่ยวตามประสาสาวเซ็กซี่ประจำบ้าน เมื่อแต่งกายพร้อมแล้วก็เดินไปหยิบกระเป๋าถือใบโปรดแล้วเดินออกจากห้อง ลงมาถึงโถงกว้างของบ้านก็ต้องหยุดชะงักเพราะเจอคนเป็นน้องสาวที่ถลามาใกล้ด้วยสีหน้าสงสัย

          “พี่เนยจะไปไหนหรือคะ?

          “พี่จะไปต้อนเสือเข้ากรงจ้ะ” คนเป็นพี่กล่าวเป็นนัย

          “เสือที่ไหนหรือคะ” ชาลิดาพาซื่อไปด้วย “แล้วทำไมต้องไปต้อนด้วย”

          “คือพี่ล้อเล่นน่ะ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ”

เมื่อเจอสีหน้าสงสัยของน้องสาว ชาลินาก็เลือกที่จะโกหก

“ว่าแต่น้ำมีอะไรกับพี่หรือเปล่าจ๊ะ”

          “เปล่าหรอกค่ะ”

          “ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ”

บอกลาพลางโบกมือให้ แล้วมุ่งออกไปในทันที มาถึงตัวรถคันโปรดก็เหยียบคันเร่งออกไปด้วยความเร็ว

          โดยปกติในทุกๆ วัน จุดหมายปลายทางของเธอก็คือ เหล่าบรรดาตึก อาคาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของกิจการ ทว่าวันนี้หญิงสาวเลือกที่จะขับออกนอกเส้นทาง ตลอดเวลานั้นใบหน้างดงามเต็มไปด้วยแผนการเล่ห์ร้าย

 

24 ชั่วโมงต่อมา กรุงมาดริด สเปน

          ร่างสูงกำยำภายใต้เสื้อผ้าแบรนด์ดังกับทรงผมทันสมัย ปกปิดใบหน้าไม่ให้คนอื่นจำได้ด้วยการสวมแว่นกันแดดสีดำกับหมวกแก๊ปสีเดียวกัน กำลังเดินออกจากร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังพร้อมกับสตรีสาวเซ็กซี่ ท่อนแขนล่ำๆ ข้างขวาของฝ่ายชายโอบไหล่มนของหญิงสาวคนนั้นเอาไว้แน่น หนำซ้ำยังโน้มจมูกโด่งเป็นสันหอมแก้มของเธอเบาๆ

          ไม่ไกลกัน ภายในรถตู้สีดำ กระจกด้านคนขับถูกลดลงมาเกือบครึ่ง กล้องถ่ายภาพถูกกดชัตเตอร์รัวยิบ ทุกความเคลื่อนไหวของสองหนุ่มสาวไม่ว่าจะทำอะไร ก็ไม่อาจเล็ดลอดไป

          หนุ่มหน้าขาวกับผมหยิกยุ่ง ลดกล้องในมือลงทันที เมื่อดาราหนุ่มกับนางแบบสาวพากันหายเข้าไปในรถ และกำลังจะออกจากจุดจอด ปาปารัสซี่หนุ่มจึงต้องรีบขับรถตามไป หวังว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ภาพควงคู่ของสองหนุ่มสาวจะได้โลดแล่นตามแผงหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแม้กระทั่งบนโลกโซเซียล และสิ่งสุดท้ายที่จะตามมานั้นก็คือ เงินทองเป็นกอบเป็นกำ

          “ถ้ามีภาพเข้าห้องในโรงแรม เราได้รวยแน่ๆ...”

บอกกับตัวเองด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะจับจ้องท้ายรถคันหน้าตาแทบไม่กะพริบ หลังจากนั้นก็ขับตามไปเรื่อยๆ ผ่านไปร่วมชั่วโมง มุมปากก็ยิ้มกริ่ม พร้อมกับตะโกนก้องในใจ เพราะภาพที่ต้องการ มันกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ เมื่อรถของดาราหนุ่มเลี้ยวเข้าสู่เขตของโรงแรมขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงต้องรีบชะลอรถแล้วกดชัตเตอร์เพื่อให้ทันภาพของสองหนุ่มซึ่งกำลังโอบไหล่กันก้าวเข้าสู่ด้านในของตัวโรงแรม

          ปาปารัสซี่หนุ่ม หันรีหันขวางขณะซุกซ่อนกล้องเอาไว้ในกระเป๋าเป้ ทำทีเป็นแขกที่เข้ามาใช้บริการของโรงแรม แต่สายตาภายใต้แว่นสีชานั้นกำลังสอดส่ายมองหาเป้าหมาย และโชคก็ช่างเป็นใจยิ่งนัก เพราะเขาหันไปเห็นคนทั้งคู่กำลังเดินหายเข้าไปในลิฟต์ ทว่าโชคร้ายก็ตรงไม่อาจใช้ลิฟต์ตัวเดียวกัน จึงได้แต่ยืนมองอยู่หน้าลิฟต์เพื่อดูชั้นที่ทั้งสองคนขึ้นไป

          และไม่กี่นาที ก็ได้รู้ว่า ทั้งสองคนขึ้นไปพักบนชั้นวีไอพี ดังนั้นจึงรีบตามไปอย่างเร็วรี่ ขณะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิด จู่ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งก็แทรกกายเข้ามา เธอสวมแว่นกันแดดใหญ่โตแต่ไม่อาจบดบังความงามที่เจิดจรัสออกมาได้เลย ดังนั้น        ปาปารัสซี่หนุ่มจึงเผลอจ้องอยู่นาน

          ขณะเดียวกัน ชาลินา เรเอสโน เจ้าของร่างกายงามเย้ายวล แอบบ่นกระหมุบกระหมิบให้กับบุคคลที่ถูกปาปารัสซี่หนุ่มรายนี้จับความเคลื่อนไหว เขาช่างไม่รู้เลยว่า ภาพที่ตัวเองควงนางแบบนมโตเข้าโรงแรม มันกำลังจะเกลื่อนอยู่บนแผงหนังสือพิมพ์และอินเทอร์เน็ตในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า นี่ถ้าเขาไม่ใช่เป้าหมายของเธอแล้วละก็ อย่าฝันไปเลยว่าเธอจะก้าวเข้ามาในโรงแรมแห่งนี้

          “คุณผู้หญิงจะไปชั้นไหนหรือครับ” จู่ๆ สุ้มเสียงทุ้มของปาปารัสซี่หนุ่มก็ดังขึ้น

          ชาลินาจึงแสร้งมองซ้ายมองขวา เพื่อถามเขากลายๆ ว่าเขาคุยกับเธอหรือเปล่า เมื่ออีกฝ่ายคลี่ยิ้มแหยๆ แล้วมองด้วยดวงตาทอประกายวิบวับ จึงฉีกยิ้มกว้างๆ ก่อนจะลดแว่นตาลง

          “ฉันจะไปชั้นวีไอพีค่ะ”

          “แหะๆ ชั้นเดียวกันเลยนะครับ”

          “คุณพักที่นี่หรือคะ” แสร้งถามปาปารัสซี่หนุ่ม “หรือว่า...กำลังตามใครอยู่”

          “เอ่อๆ...เปล่าหรอกครับ ผมแค่มาหาเพื่อนเท่านั้น” ช่างถ่ายภาพหลบตาเล็กน้อย ก่อนจะได้เอ่ยอะไรต่อ ลิฟต์ก็ขึ้นมาถึงชั้นเป้าหมายเสียก่อน ดังนั้นชายหนุ่มจึงก้มหน้าให้กับหญิงสาวแล้วขอตัวออกไป พ้นตัวลิฟต์มาได้ ดวงตาก็สอดส่ายหาห้องพักที่คาดว่านักแสดงหนุ่มจะจับจองไว้ แต่ทุกประตูก็ปิดสนิท ดังนั้นจึงได้แต่เม้มปากเจ็บใจ

          “ไม่น่าช้าเลยเรา คราวนี้จะทำอย่างไรต่อ...” การบ่น  อุบอิบถึงกับต้องหยุดลง เมื่อหูแว่วได้ยินเสียงสนทนาของคนกลุ่มหนึ่ง กำลังพูดถึงนักแสดงหนุ่มที่ควงนางแบบสุดเซ็กซี่หายเข้าไปในห้องพักด้านในสุด แสงสว่างริบหรี่อยู่นั้นถึงกับเจิดจ้าขึ้นทันตา และโชคยิ่งเข้าข้าง เมื่อรูมเซอร์วิส เข็นรถซึ่งมีอาหารสองจานกับเครื่องดื่มอีกหนึ่งชุดเดินตรงไปยังห้องเป้าหมาย ดังนั้นจึงแสร้งเดินตามไปพร้อมกับคุยโทรศัพท์ และเพียงประตูห้องพักเปิดออก พร้อมเผยร่างนักแสดงสาวในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ไม่ไกลกันนั้น ก็ปรากฏร่างนักแสดงหนุ่มซึ่งกำลังหันหลังให้ กล้องของโทรศัพท์จึงถูกกดใช้งานทันที

          ทุกภาพ ทุกความเคลื่อนไหว ตั้งแต่เปิดประตูให้รูมเซอร์วิส กระทั่งบานประตูปิดลง ทำให้คนรัวชัตเตอ์กระตุกยิ้มมุมปาก ดูผลงานตัวเองด้วยสีหน้าระรื่น เมื่อคิดได้ว่าวันนี้งานของตนน่าจะเรียบร้อยแล้ว ปาปารัสซี่หนุ่มจึงมุ่งกลับไปยังลิฟต์ทันที ทว่าต้องสะดุดกึก เพราะสายตาดันปะทะกับสาวสวยผู้มีเสน่ห์เข้าให้

          “จะกลับแล้วหรือคะ” ชาลินาถามขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มๆ

          “ครับ ขอตัวก่อนนะครับ”

ว่าแล้วก็เดินหนีในทันที แต่ติดตรงที่ขยับไปไม่กี่ก้าวร่างบอบบางก็เดินเข้ามาขวางจนต้องเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

          “มีสิคะ”

กล่าวพร้อมกับจ้องตาไม่กะพริบ “ฉันรู้นะว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่”

          “ผมไม่ได้ทำอะไร”

ปาปารัสซี่หนุ่มเริ่มกินปูนร้อนท้อง “และผมก็จะรีบกลับแล้วด้วย”

          “ถ้ารีบกลับก็น่าเสียดายแย่ เพราะคุณยังไม่ได้ภาพเด็ดๆ เลยนะคะ...จะเป็นอย่างไรนะ ถ้าเห็นนักแสดงหนุ่มกำลังอิงแอบกับนางแบบสาว และทั้งคู่ก็อยู่บนเตียงด้วยกันสองต่อสองเสียด้วย”

          “นี่คุณ...” ตากล้องหนุ่มได้แต่ครางในลำคอ

          “เอาล่ะค่ะ ถ้าคุณจะกลับฉันก็ไม่ว่า แต่สำหรับฉัน...เรื่องสนุกมันกำลังจะเริ่มขึ้นเท่านั้น...” ว่าพลางชายตามองห้องพักของเป้าหมายอย่างหมายมั่นแล้วเชิดหน้าขึ้น “ขอตัวก่อนนะคะ” จบคำ เรียวขาเนียนบนรองเท้าส้นสูงสีเงินแวววาว ก็เดินตรงไปยังห้องพักห้องนั้นทันที มาถึงหน้าประตูห้อง ก็ยิ้มน้อยๆ เพราะปาปารัสซี่หนุ่มกำลังมองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

          ก๊อกๆๆ

          เสียงเคาะประตูสองสามครั้ง ทำให้คนด้านในห้องพักถึงกับหยุดชะงักในการกระทำของตัวเอง นักแสดงหนุ่มซึ่งเนื้อตัวเหลือเพียงผ้าขนหนูพันท่อนล่างเอาไว้หมิ่นเหม่ ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่ราคาแพง กำลังละมือออกจากแผ่นหลังเนียนละเอียดของคนบนตัก ซึ่งด้านหน้าของชุดคลุมอาบน้ำถูกแหวกออกกว้าง จนปรากฏให้เห็นอกสล้างเต่งตึง

          “อย่าไปสนใจเลยค่ะฟาร์เวลล์ขา...”

เสียงกระซิบของหล่อนดังขึ้นข้างๆ ใบหู พร้อมกับอ้าปากงับอย่างยวนยั่ว “นาทีนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องของเรา...”

          มือหนาซึ่งหยุดลากไล้แผ่นหลังนุ่มๆ ก็เริ่มขยับต่อ ขณะที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันไล้ตามโครงหน้าสวย เคลื่อนลงสู่ซอกคอหอมเย้าด้วยน้ำหอมราคาแพง แต่ถึงกับต้องทอดถอนหายใจทิ้งเพราะเสียงเคาะประตูมันกำลังดับอารมณ์ร้อนๆ จนต้องดันร่างเซ็กซี่ของคนบนตักไปกองแอ้งแม้งอยู่บนโซฟาอีกฝั่ง จากนั้นก็พกพาใบหน้าบูดสนิทตรงไปยังประตูทันที

          มาถึงก็กระชากประตูให้เปิดออกแล้วตวาดลั่น

“ไม่ทราบจะเคาะทำไมนักหนา...”

ทว่ายังไม่จบประโยค ปากหยักก็ถึงกับค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อร่างนุ่มหอมกรุ่นโผเข้ามาใกล้ พร้อมกับเรียวแขนเนียนคล้องลำคอแกร่งทันที

          “คิดถึงจังเลยค่ะฟาร์ส...”

          ขณะที่ละครฉากใหญ่กำลังเริ่มขึ้น ปาปารัสซี่หนุ่มก็คว้าเอาอุปกรณ์ทำมาหากินของตนกดรัวชัตเตอร์ทันที ถึงแม้จะแปลกใจว่าสาวสวยคนที่ตัวเองเห็นนั้นกำลังทำอะไรกันแน่ แต่นั่นไม่น่าสนใจเท่ากับภาพที่มันกำลังเกิดขึ้นอยู่เบื้องหน้า

          กรี๊ดดด

          เสียงร้องปานใจจะขาดของนางแบบสาวดังขึ้น พร้อมกับร่างกายเกือบเปลือยเดินมาผลักร่างบอบบางของผู้หญิงที่แนบอิงคู่ควงของตนให้ออกห่าง “แกเป็นใครฮะ! กล้าดีอย่างไรมายุ่งกับฟาร์เวลล์ของฉัน”

          ชาลินายิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วมองคนทั้งคู่ ซึ่งจ้องเธออย่างคาดคั้น ก่อนจะแสร้งเดินผ่านเข้าสู่ด้านในห้อง นำพาร่างสะโอดสะองไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ซึ่งถ้าเธอเคาะประตูช้ากว่านี้ มันคงกลายเป็นสังเวียนระเริงรักของคนทั้งคู่แน่นอน

          “นี่แก...แกเข้ามาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”

แนสซี่ แคมบิเซีย วัยยี่สิบเก้าปีก้าวฉับๆ มาใกล้ แล้วชี้นิ้สกราดไล่ “นังหน้าด้าน! แกไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้ยามมาลากคอแกออกไป”

          “แน่ใจหรือคะ ฉันอุตส่าห์เข้ามาแจ้งข่าว...นี่ถ้าภาพของคุณทั้งสองหลุดออกไปละก็ รับรองได้ว่าคงฉาวโฉ่ไปทั้งวงการบันเทิงแน่ๆ”

          “คุณหมายความว่าอะไร”

ได้ยินแบบนั้นฟาร์เวลล์ก็เริ่มหาเสียงของตัวเองเจอ หลังจากเกิดอาการค้างเพราะถูกสาวนิรนามกระโจนเข้าหา “พูดออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะหักคอคุณ เอาให้ไม่เหลือชิ้นดี!

          “คิดว่าฉันจะกลัวคุณหรือคะ”

          คนถูกข่มขู่ยิ้มระรื่นให้ ก่อนจะปรายตามองออกไปด้านนอก “ฉันว่า...คุณน่าจะเอาเวลาที่มาข่มขู่ฉันปาวๆ แบบนี้ ไปปิดประตูห้อง หรือไม่ก็ ไปลากคนที่กำลังเอาเรื่องนี้ไปเปิดโปงไม่ดีกว่า...”

          ชาลินายังเอ่ยไม่จบประโยค ร่างกายกำยำเกือบเปลือยก็ก้าวอาดๆ ออกจากห้อง มุ่งตรงไปยังตากล้องหนุ่มที่กำลังกดรัวชัตเตอร์ ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่อยู่เฉย รีบวิ่งหนีโดยทันที ทำให้ชายหนุ่มต้องวิ่งตาม และด้วยฝีเท้าว่องไว ทำให้สามารถคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายได้ตรงบริเวณบันไดหนีไฟ ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาที ปาปารัสซี่หนุ่มก็ถูกเหวี่ยงเข้ามาในห้องพร้อมด้วยเสียงประตูที่ถูกปิดดังโครมคราม

          เพล้ง!

          กล้องถ่ายภาพถูกขว้างลงบนพื้นจนแตกกระจาย ไม่สาแก่ใจเพียงเท่านั้น เพราะดาราหนุ่มแกะเอาเมมโมรี่การ์ด ทำลายมันด้วยก้นแจกัน ส่งผลให้ตอนนี้มันแตกจนไม่อาจใช้งานได้อีก

          “คุณฟาร์เวลล์” ปาปารัสซี่หนุ่มคำรามใส่ “ทำไมคุณถึงได้ทำลายกล้องผมแบบนี้”

          “ฉันจะไม่ทำลายแค่ไอ้กล้องกระจอกๆ ของแกหรอก แต่ฉันจะหักคอแกด้วย...” ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองอยู่ไม่วาง

          “คุณคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะถ้าผมตาย ทุกคนก็จะรู้ว่าเป็นฝีมือคุณกับคู่ขา...”

          “ฟาร์เวลล์คะ สั่งสอนมันเลยค่ะ มันจะได้รู้เสียบ้างว่าไม่ควรมายุ่งวุ่นวายเรื่องของเรา” แนสซี่โพล่งแทรกขึ้น “และแนสซี่มั่นใจนะคะ ว่าที่ผ่านมา ไอ้หมอนี่มันเป็นคนเอาภาพของเราไปป่าวประกาศ จนสื่อฯ  จากสำนักพิมพ์ต่างๆ ตามวอแวไม่รู้จบ”

          “อุ๊ย! คุณนางแบบ ช่างใจร้ายจังเลยนะคะ” จู่ๆ ชาลินาก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับปรบมือคล้ายชื่นชม ก่อนจะหันไปมองตากล้องหนุ่มที่นั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นห้อง “ฉันว่าคุณกลับไปได้แล้ว ตอนนี้กล้องของคุณก็ถูกทำลายแล้ว หนำซ้ำเมมโมรี่ก็ยับเยินไม่มีชิ้นดี ครั้งนี้คุณคงไม่มีภาพเด็ดๆ ไปเสนอบรรณาธิการ นั่นถือว่า...คุณไม่มีความผิดที่ต้องให้เขาสองคนพิพากษา”

          ได้ยินแบบนั้นตากล้องหนุ่มก็ลนลานมาเก็บเศษเล็กเศษน้อยเครื่องทำมาหากินของตน เรียบร้อยก็ลนลานมุ่งตรงไปยังประตู แต่ก็ต้องหยุดกะทันหันอีกครั้ง เพราะร่างของสาวเซ็กซี่คนเดิม

          “เดี๋ยวสิคะ”

          “คุณมีอะไรอีก”

          “ขอโทรศัพท์มือถือของคุณด้วยค่ะ”

          มือบางแบไปตรงหน้า “ถ้าไม่ให้ ฉันคงต้องปล่อยให้คุณ ถูกสองคนนั่นฆ่าตาย”

          ฟังแล้วลมหายใจอึดอัดก็ถูกพ่นทิ้งหลายระลอก แต่ก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดี

          ทันทีที่ปาปารัสซี่หนุ่มหยิบยื่นเครื่องมือสื่อสารให้ ชาลินาก็รีบกดดูภาพถ่ายภายในเครื่องทันที เมื่อเห็นภาพของดาราหนุ่มกับนางแบบสาวปลายนิ้วเรียวก็กดลบ จากนั้นก็เดินตรงไปยังนักแสดงหนุ่มพร้อมกับซบลงบนอกแกร่ง ใช้จังหวะที่ชายหนุ่มกำลังตกใจ กดชัตเตอร์ติดต่อกันหลายครั้ง เรียบร้อยก็เดินยิ้มร่ากลับไปหาตากล้องหนุ่มพลางเอ่ย “ต่อไปนี้ นายลบข่าวฉาวโฉ่ของคุณฟาร์สทิ้งให้หมด และลงข่าวใหม่ไปว่า เขากำลังดูใจอยู่กับชาลินา เรเอสโน และกำลังมีข่าวดีกันเร็วๆ นี้อีกด้วย...เข้าใจไหม”

          “ดูใจ...”

          หนุ่มผมหยิกได้แต่ครางในลำคอ ขณะเอื้อมมือรับโทรศัพท์จากหญิงสาวคืน

          “จ้ะ...งานแต่งงานใหญ่โตจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เอาละ! ตอนนี้นายก็ได้ข่าวใหญ่แล้ว เชิญกลับไปได้!” เอ่ยปากไล่พร้อมพยักพเยิดบอก ทำเอาปาปารัสซี่หนุ่มซึ่งตกอยู่ในอาการตกตะลึงต้องพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

          หลังจากจัดการกับบุคคลอื่นเรียบร้อย ชาลินาก็หันมาเผชิญหน้ากับดาราหนุ่มและนางแบบสาว ซึ่งกำลังมองเธอด้วยแววตายากจะคาดเดา!

 

 

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha