ปล้นรักคาสโนวา

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 2 : เกมท้ารัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          นขณะเดียวกันบริเวณหน้าห้องมีเสียงฝีเท้าวิ่งตรงเข้ามาด้วยท่าทีรีบร้อน จนถึงบริเวณประตูห้อง บุรุษหนุ่มในชุดดำร่วมสี่คนก็แยกย้ายกันเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้เป็นนาย โดยส่งคนเป็นหัวหน้าก้าวเข้าไปดูเหตุการณ์ด้านใน

          “ขอโทษที่มาช้าครับ” คอร์ม เพสเลอร์หัวหน้าบอดี้การ์ดประจำตัวของพระเอกดังในวัยสามสิบปีกล่าวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด พร้อมหันไปจ้องมองคนที่กล้าเข้ามาขัดความสุขของผู้เป็นนายเขม็ง “ให้ผมจัดการเธอเลยไหมครับคุณฟาร์ส”

          ฟาร์เวลล์จึงตวัดสายตาจ้องคนที่ตัวเองไม่นึกอยากจะเห็นอย่างคาดโทษ “ฉันเคยสั่งนายแล้วไม่ใช่หรือ ว่าไม่ต้องคอยติดตามหรือวุ่นวายอะไรในเรื่องของฉัน ถ้าฉันต้องการใช้งาน ฉันจะเรียกเอง”

          “แต่ว่า...”

          “ไม่มีแต่ ตอนนี้ฉันขอสั่งให้นายพาเหล่าลูกสมุนของนายไปให้พ้นห้องพักของฉัน เดี๋ยวนี้!

          คอร์มจึงได้แต่ก้มหน้าเพราะไม่กล้าขัดคำสั่ง ก็แน่ล่ะเขาและเหล่าลูกน้องเคยขัดคำสั่งมาแล้วสองหน ผลตอบแทนจากทั้งสองครั้งมันบ่งบอกว่าเขาควรจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายบังเกิดเกล้าโดยเคร่งครัด

          เมื่อบอดี้การ์ดประจำกายหายออกไป ภายในห้องพักวีไอพีจึงตกอยู่ในสภาวะเงียบสงัด สายตาสามคู่กำลังจ้องมองกันและกันด้วยความหมายแตกต่าง นางแบบสาวกำลังมองผู้หญิงที่เพิ่งประกาศปาวๆ ว่าเป็นคนดูใจและจะแต่งงานกับผู้ชายที่เธอหมายปองด้วยท่าทีชิงชัง นึกอยากจะข่วนหน้าหล่อนด้วยเล็บให้เสียโฉมยิ่งนัก ขณะเดียวกันฟาร์เวลล์ก็กำลังมองชาลินาด้วยความคาดคั้น อยากรู้เหลือเกินว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นมันคือเรื่องบ้าอะไร

          “ออกไป!” จู่ๆ เสียงห้าวก็เอ่ยไล่ขึ้น

          “ได้ยินไหมยะ! ฟาร์เวลล์สั่งให้แกออกไป ออกไปสิ! ยังจะยืนบื้ออยู่ทำไม” ไม่พูดแต่ปากเท่านั้น เพราะมือของหล่อนกำลังคว้าหมับเข้าเรียวแขนนุ่มๆ ของชาลินา ก่อนจะเหวี่ยงสุดแรงไปยังประตู “ออกไป ไม่อย่างนั้นฉันจะให้ยามมาลากคอแก...”

          ดวงตาใสซื่อมองหน้าคนเอ่ยไล่เขม็ง “ฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะ ว่าเขาไล่ใคร ระหว่างฉันกับคุณ”

          “ก็ไล่แกสิยะ! เขาจะไล่ฉันทำไมไม่ทราบ...”

          “คุณนั่นแหละ กลับไปได้แล้วแนสซี่ ผมต้องการคุยกับผู้หญิงคนนี้เพียงลำพัง”

          คำที่หลุดออกมาจากปากหยักได้รูป ทำให้แนสซี่ต้องเม้มปากด้วยความขัดใจ “แต่ว่า...”

          “ผมไม่อยากพูดอะไรซ้ำสอง...เชิญ!

          ดวงตาดุร้ายของแนสซี่หันไปมองหญิงแปลกหน้าด้วยความเกลียด ก่อนจะเดินสะบัดก้นงอนๆ ไปหยิบเอาชุดที่ตัวเองถอดไว้ เดินหายเข้าไปในห้องนอน สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยก็ก้าวฉับๆ ออกมา แต่ก่อนจะมุ่งไปยังประตูห้องก็ไม่ลืมเอ่ยกับชาลินาด้วยความอาฆาต “แกเข้ามาทำลายสวรรค์ของฉันกับฟาร์เวลล์ ฉันรับรองเลยว่า แก...ได้เจ็บเจียนตายแน่...”

          “แล้วฉันจะรอค่ะ” คนถูกขู่ยิ้มรับ

          เจอปฏิกิริยาแบบนั้น ไหล่บางๆ ของแนสซี่จึงเบียดร่างอ้อนแอ้นของชาลินาออกไปด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด ส่วนคนถูกกระแทกร่างได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเมื่อดวงตาสบประสานกับท่าทีเอาเรื่องของนักแสดงหนุ่ม ทว่าสีหน้าและแววตาของเขาก็ไม่ได้ทำให้บุตรสาวคนรองของ เฮอแมน เรเอสโนหวาดกลัวแต่อย่างใด

          ดังนั้นดวงหน้าสดสวยจึงเชิดขึ้น เดินเข้าใกล้เป้าหมายด้วยรอยยิ้มบาดใจ เมื่อเขายังคงมองด้วยสายตาราวกับมีดกรีดเนื้อเฉือนหนัง จึงเดินเลยผ่านตรงไปยังหน้าต่างของห้อง ทอดสายตาออกไปมองทิวทัศน์ด้านนอก

          “มองจากที่นี่ กรุงมาดริดช่างสวยเหลือเกินนะคะ”

          ฟังคำพูดที่ดูไม่ทุกข์ร้อนใดๆ กับเรื่องที่ตัวเองเพิ่งสร้างขึ้นจากปากของผู้หญิงถือดี หนำซ้ำยังร้ายกาจในสายตาตัวเองแล้ว ฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุลถึงกับแสยะยิ้มให้ด้วยความรังเกียจ อึดใจก็เดินเข้าไปคว้าเอาเรียวแขนสลักเสลาให้หมุนมาเผชิญหน้า แล้วเขย่าจนร่างบางหัวสั่นหัวคลอน “คุณบอกผมมาซิ ว่าวันนี้คุณทำบ้าอะไรกับชีวิตของผม”

          “ฮึ!” ชาลินาทำหน้าขบขัน “คุณก็ไม่ใช่คนโง่นะคะ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ ฉันก็แสดงออกชัดเจน”

          ปื้นคิ้วเข้มถึงกับย่นเข้าหากัน แล้วมองผู้หญิงสวยตรงหน้าด้วยท่าทีรังเกียจมากขึ้น “คุณก้าวเข้ามาในนี้ แล้วประกาศปาวๆ ว่าเป็นคนดูใจของผม หนำซ้ำยังบอกอีกว่า อีกไม่นานเราจะแต่งงานกัน...”

แรงมือของชายหนุ่มบีบแขนเล็กจนเริ่มแดงเป็นริ้วๆ “ผมว่า...อาการของคุณตอนนี้ ไม่ต่างจากคนวิกลจริตสักเท่าไรหรอกนะ” จบประโยคก็ปล่อยกายบางจนร่างแน่งน้อยเซถลาไปไกล อึดใจต่อมาดวงตาคมกล้าก็ตวัดมองแล้วพ่นลมหายใจทิ้ง “แต่ครั้งนี้ ผมจะใจดีไม่เอาเรื่องคุณ ฉะนั้นกลับไปซะ ก่อนที่ผมจะทนไม่ไหว...แล้วหักคอคุณขึ้นมา”

          “ฉันไม่ไปหรอกค่ะ จนกว่าจะได้บอกความต้องการของฉันให้คุณรู้”

          เมื่อเห็นความดื้อดึงของอีกฝ่าย ฟาร์เวลล์ถึงกับยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเองเล็กน้อย อึดใจช่วงขาแข็งแรงก็ขยับมาใกล้

          “ผมไม่คิดจริงๆ ว่าผู้หญิงสวย แถมดูๆ ไปก็น่าจะเป็นลูกผู้ดีมีจะกิน แต่ทำไม...คุณถึงได้ไร้ยางอายแบบนี้ ไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหน หน้าด้านมาประกาศปาวๆ ว่ากำลังดูใจและจะแต่งงานกับผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนหรอกนะ”

          “แต่ฉันรู้จักคุณ และฉันเชื่อว่าคุณก็รู้จักฉัน...”

          คำพูดเมื่อครู่ ทำให้ชายหนุ่มต้องหรี่คิ้วครุ่นคิด เพราะก่อนหน้าที่ไอ้ปาปารัสซี่จะก้าวออกไปจากห้อง เธอบอกว่าเธอชื่อ ชาลินา เรเอสโน ดังนั้นฟาร์เวลล์จึงได้แต่ครางเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะมองหญิงสาวขึ้นๆ ลงๆ อีกหลายรอบ

“นี่คุณ...”

          “ค่ะ ฉันเป็นน้องสาวของพี่นิ่ม ซึ่งพี่นิ่มก็เป็นภรรยาของเพื่อนรักคุณ”

          “น้องเมียไอ้ฟาร์เชสอย่างนั้นหรือ...”

บอกออกมาอย่างจำได้ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

“ฮ่าๆ แล้วคุณเพี้ยนไปหรืออย่างไร ที่พูดมาได้ว่าจะแต่งงานกับผม...ผมไม่มีทางเอาน้องเมียเพื่อนมาเป็นภรรยาหรอกนะ จงเข้าใจไว้ด้วย”

“แน่ใจหรือคะ...”

เรียวปากสีสดร้องถามด้วยความอยากรู้ หนำซ้ำปลายนิ้วเล็กยังเกลี่ยเบาๆ บนแผงอกเปลือยเปล่าของเขา

“ถ้าเรารู้จักกันมากกว่านี้ บางทีคุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”

“ไม่มีทาง...คนอย่างผมมีอุดมการณ์มากพอ ที่จะไม่ยุ่งวุ่นวายกับญาติของเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นน้องสาว หรือน้องเมีย” ว่าพลางขยับกายแกร่งออกห่างร่างบาง “ตอนนี้คุณกลับไปได้แล้ว ผมจะถือว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ส่วนข่าวมั่วๆ ที่คุณให้ไอ้ตากล้องนั่นไป ผมจะไปจัดการเอง ฉะนั้นเชิญคุณน้องเมียเพื่อน กลับไปบ้านเกิดเมืองนอนเถอะ อย่ามาสร้างเรื่องไร้สาระให้ผมรู้สึกรำคาญเลย”

“ปากคอเราะรายจังเลยนะคะ”

ชาลินาประชดประชันเล็กน้อย ก่อนจะย้ำในเจตนาของตน “ฉันไม่กลับไปหรอกค่ะ จนกว่าคุณจะตกลงเป็นผู้ชายของฉัน และรับปากว่าจะแต่งงานกับฉันในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า...”

“ฮ่าๆ ฝันไปเถอะ ยัยคุณหนูจอมจุ้น!

หัวเราะลั่นแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาก็ส่ายรัวบ่งบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะอุดมการณ์ที่ยึดเหนี่ยวมาตลอดสามสิบห้าปี จะไม่มีวันสั่นคลอนด้วยน้ำมือของผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด

อาการมั่นอกมั่นใจของเขา ทำให้คนไม่เคยยอมแพ้ใครง่ายๆ อย่างชาลินาถึงกับมองด้วยท่าทีอยากเอาชนะ และเธอก็ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะทำทุกอย่างให้คนอย่างฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุล สยบยอมอยู่ในอุ้งมือของเธอ จึงได้เชิดหน้าขึ้นแล้วเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไม่คิดจะถอยหนี

“ถ้าคุณมั่นใจในตัวเองมากขนาดนั้น คุณกล้าเดิมพันกับฉันไหมล่ะคะ”

“เดิมพัน...” ฟาร์เวลล์ทวนคำอย่างไม่คิดจะเชื่อหู

“ถ้าคุณคิดว่าตัวเองสามารถยึดติดอยู่กับอุดมการณ์นั้นได้ตลอดไปละก็ ภายในหนึ่งเดือนนี้คุณกล้าเดิมพันไหม ถ้าหากฉันทำให้คุณรักฉันได้ คุณต้องแต่งงานกับฉันโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ”

“เหอะๆ ทำไมผมต้องเสียเวลาไปเล่นเกมบ้าๆ นั่นกับคุณด้วย”

“พูดอย่างนี้แสดงว่าไม่กล้า...”

เรียวปากอิ่มเอ่ยขึ้นลอยๆ ด้วยท่าทีหยามเหยียด “ฉันไม่คิดเลยนะคะ ว่านักแสดงหนุ่มแห่งวงการฮอลลีวูด พ่วงด้วยตำแหน่งทายาทเจ้าพ่อกาสิโนยักษ์ใหญ่ของอเมริกา จะขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าเล่นเกมกับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉัน...” ว่าพลางปรายตามองชายหนุ่มด้วยความดูแคลน “เอาละค่ะ ถ้าคุณไม่กล้า ฉันก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก เฮ้อ...ก่อนไป ฉันคงต้องบอกว่า ฉันเสียใจจริงๆ ที่มองคุณผิดไป” จบประโยคยาวเหยียด เรียวขาบอบบางก็มุ่งตรงไปยังประตูห้อง แต่ยังไม่ทันได้ดึงประตูให้เปิดออก เรียวปากอิ่มก็ฉีกยิ้มกระหยิ่มย่อง

“เดี๋ยว!

“ทำไมหรือคะ”

เจ้าของกายบางหันมาเผชิญหน้าช้าๆ “หรือว่า...คุณจะตอกย้ำให้ฉันรู้ ว่าคุณกลัวที่จะพ่ายแพ้ขนาดไหน”

“คนอย่างผม สะกดคำว่าพ่ายแพ้ไม่เป็น!

ขายาวๆ ขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่กับกรอบหน้าของคนปากดี “ก็ได้ ผมจะเล่นเกมบ้าๆ กับคุณสักตั้ง และถ้าคุณทำให้ผมรักไม่ได้ละก็ ช่วยกรุณาระเห็จออกไปจากชีวิตของผม เพราะเมื่อถึงเวลานั้น แม้แต่ชื่อของคุณ ผมก็คงไม่อยากได้ยิน”

“ค่ะ” หญิงสาวรับปากด้วยท่าทีมั่นใจ “และคุณคงไม่ลืมใช่ไหมคะ ว่าถ้าคุณพลาดพลั้งหลงรักฉันขึ้นมา คุณจะต้องแต่งงานกับฉัน ต้องลงนามในทะเบียนสมรส ต้องทำหน้าที่เป็นสามีที่ดี อ้อ! อีกอย่าง สิ่งที่คุณต้องตัดออกจากชีวิต นั่นคือเหล่าคู่ขานับร้อยนับพันของคุณ เพราะถ้าเราแต่งงานกันแล้ว คุณไม่จัดการกับผู้หญิงพวกนั้นละก็ ฉันจะจัดการเอง...” ดวงตาสีดำสนิทปรายมองกลางกายของชายหนุ่ม บอกให้เขารู้เป็นนัยๆ

“ตกลง!” ฟาร์เวลล์ยอมรับปาก

“ถ้าอย่างนั้น วันนี้...ฉันไม่รบกวนแล้วนะคะ ขอตัวค่ะ”

ประสบความสำเร็จปุ้บ ชาลินาก็เตรียมชิ่งหนีทันที ทว่าเธอยังไม่ทันได้ขยับก็ต้องตาโตเมื่อท่อนแขนล่ำๆ มาเกี่ยวเอาเอวบอบบางไปใกล้ชิด แต่มีหรือที่เธอจะหวาดหวั่น เพราะตอนนี้กำลังเงยหน้ามองเจ้าของลำแขนด้วยแววตาหยาดเยิ้ม “ทำแบบนี้...หรือว่าคุณหลงรักฉันเข้าแล้วคะ”

“ฮึ! อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ผมแค่จะบอกว่า...ถ้าคุณทำให้ผมรักไม่ได้ คุณจะเป็นผู้หญิงที่ผมเกลียดที่สุดในชีวิต” จบประโยค ท่อนแขนล่ำๆ ก็คลายออกจากเอวคอดกิ่ว “และต่อไปนี้ ขอให้คุณจำไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ระหว่างคุณกับผม มันก็เป็นแค่เกมเท่านั้น!” กล่าวจบก็พยักพเยิดไปยังประตู

“เชิญ!

ชาลินาจ้องหน้าคนพูดอยู่อึดใจ ถึงได้ก้าวออกจากห้องด้วยใบหน้าเรียบสนิท แต่พ้นออกมาด้านนอก ร่างกายบอบบางถึงกับต้องหาที่ยึดเหนี่ยว เธอไม่คาดคิดจริงๆ ว่าผู้ชายอย่าง    ฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุล จะสามารถพูดจาเชือดเฉือน จนทำให้เธอรู้สึกชาไปทั้งหน้าได้แบบนี้!

 

บุตรสาวคนรองของเฮอแมน เรเอสโน เดินออกจากโรงแรมชื่อดัง ตรงไปยังรีสอร์ตขนาดเล็กบริเวณชานเมืองกรุงมาดริด ตั้งแต่มาถึงที่นี่เธอยังไม่ได้ติดต่อบอกคนเป็นพ่อ น้องสาว และพี่สาวเลย และถ้าคนเป็นพี่รู้ว่าเธอมามาดริดแล้วไม่เข้าไปพักที่คฤหาสน์ฟรานติการ์เซียสละก็ หูเธอคงต้องชาไปอีกหลายวัน

แค่คิด ก็ต้องทิ้งตัวลงนอนกับเตียงด้วยท่าทีกลัดกลุ้ม ดวงตากลมโตค่อยๆ ปิดลงช้าๆ เพราะเชื่อแน่ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเธอต้องตื่นขึ้นมาแล้วอธิบายให้พ่อและพี่น้องได้รู้ ว่าเหตุใดเธอถึงมาโผล่ที่นี่โดยไม่บอกกล่าวใคร

ชาลินาพักสายตาไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ดังข้างๆ หู ดังนั้นจึงควานหาแล้วกดรับ ก่อนจะกลอกเสียงเหนื่อยล้าของตนเองเข้าไป

“พี่เนย...”

เสียงร้อนรนของน้องนุชสุดท้องแว่วมากระทบโสตประสาท “พี่เนยอยู่ที่ไหนคะ ทำไมป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้าน รู้ไหมคะ คุณพ่อเล่นงานเอ็ตเสียจนยับเยินไปหมด ตอนนี้      บอดี้การ์ดของเราวิ่งตามหาพี่กันจนทั่ว”

“น้ำ...”

เรียกชื่อน้องสาวได้ ร่างสะโอดสะองก็รีบลุกขึ้นนั่นพลางตั้งสติ “เมื่อกี้น้ำว่าไงนะ คุณพ่ออาละวาดจนวุ่นวายไปหมดหรือ”

“ค่ะ ก็ไม่มีใครติดต่อพี่ได้นี่คะ คุณพ่อจึงลุกขึ้นมาเอาเรื่องทุกคนไม่ไว้หน้าเลย”

“เอาอย่างนี้นะ พี่ขอคุยกับคุณพ่อหน่อย”

“ได้ค่ะ”

เมื่อน้องสาวรับปาก ชาลินาก็รอฟังเสียงของบิดาอย่างใจเย็น ทว่าเพียงคำแรกหลุดจากปากของคนเป็นพ่อ เรียวปากอิ่มก็ต้องคลี่ยิ้มแหยๆ แล้วพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ

“คุณพ่อขา...”

“บอกพ่อมา ว่าไปมาดริดทำไม หนำซ้ำยังไม่บอกพี่สาวของเราอีก”

“คุณพ่อทราบหรือคะ ว่าเนยอยู่ที่นี่ แล้วทำไมคุณพ่อถึงได้โวยวายจนบรรดาบอดี้การ์ดกระเจิดกระเจิงล่ะ”

“ช่วยไม่ได้ ก็พ่อถามว่าลูกอยู่ที่ไหน มันก็เอาแต่เงียบกริบ ฮึ! พ่อไม่สั่งสอนพวกมันจนหยอดน้ำข้าวต้มก็ดีสักเท่าไรแล้ว”

เสียงฮึดฮัดของบิดาทำให้ชาลินาต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ พูด

“ในเมื่อคุณพ่อทราบเรื่องแล้ว เนยก็ขออยู่มาดริดต่ออีกสักสองสามสัปดาห์นะคะ และก็ไม่ต้องเป็นห่วง เนยจะเข้าไปรายงานตัวกับพี่นิ่ม คุณพ่อจะได้สบายใจ”

“แล้วทำไมไม่ไปพักบ้านฟรานติการ์เซียสละลูก อยู่กับพี่เขาพ่อจะได้สบายใจ”

“ก็เนยไม่อยากติดคุกนี่คะ”

อ้อมแอ้มกล่าวเสียงเบา “คุณพ่อก็รู้ว่าเนยชอบชีวิตอิสระ ขอให้เนยได้พักผ่อนอย่างสบายใจนะคะ แล้วเนยจะรีบกลับบ้านพร้อมกับข่าวดีค่ะ รับรองว่ากลับไปคราวนี้ คุณพ่อต้องฉีกยิ้มแก้มปริแน่ๆ”

“พูดอย่างนี้ แสดงว่า...ไม่ได้ไปพักผ่อนอย่างเดียวหรอกใช่ไหม”

“เท่านี้ก่อนนะคะคุณพ่อ เนยรักคุณพ่อค่ะ”

ชาลินารีบชิงตัดสาย

วางโทรศัพท์ลงได้ก็พ่นลมหายใจทิ้งอย่างโล่งอก ไม่ถึงนาทีก็ต้องตาโตกับชื่อที่โชว์หราขึ้นหน้าจอ แต่ไม่อาจปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้นได้จึงต้องกดรับแล้วเล่าเรื่องราวที่เธอมาเยือนกรุงมาดริดโดยละเอียดให้กับพี่สาวได้ฟังจนหมดเปลือก และก็ต้องผ่อนหายใจอย่างโล่งอก เพราะเกมครั้งนี้ พี่นิ่มจะสนับสนุนเธอเต็มที่ ในฐานะที่เป้าหมายของเธอคือ เพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี

          วางสายจากคนเป็นพี่เรียบร้อย ชาลินาก็คลี่ยิ้มกว้าง พลางนึกไปถึงใครบางคนที่ต้องแพ้เธอราบคาบ ก็เกมคราวนี้เธอมีคนหนุนหลังมือดีตั้งหลายคน “ต่อให้มีปีก คุณก็หนีฉันไม่พ้นหรอก คุณว่าที่สามี...” จบประโยค รอยยิ้มหวานก็กระจัดกระจายเต็มกรอบหน้า นอนยิ้มเคลิ้มอยู่สักพัก ถึงได้ลุกขึ้นมาสั่งเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ ก็เธอไม่ได้หยิบเสื้อผ้ามาด้วยเลยสักชุด ดังนั้นจึงต้องสั่งใหม่หมด และชุดที่สั่งมาใหม่ในคราวนี้ ก็ล้วนเซ็กซี่ รับรองว่า ใครที่ได้เห็นเธอในชุดพวกนั้นต้องอ้าปากค้างและมองกันจนเหลียวหลัง!

 

ร่างระหงในชุดเกาะอกสีแดงเพลิง โชว์ไหล่ลาดเนียนและแผ่นหลัง สวมรองเท้าส้นสูงปรี๊ดสีเดียวกันกับชุด กำลังตรงเข้าไปในคอนโดฯ  หรูหรา ซึ่งตั้งอยู่ในย่านกลางกรุงมาดริด เจ้าของกายบางเดินเข้าสู่ด้านในด้วยรอยยิ้มหวานมีเสน่ห์ เพราะข้อมูลที่เธอได้มาจากคนสนิทอย่างเอ็ต นั่นก็คือ คอนโดฯ แห่งนี้เป็นที่พักของคุณว่าที่สามี

ช่วงขาเล็กเรียวโผล่มาจากชุดเกาะอกตัวสั้น จึงปรี่ตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปปฏิบัติภารกิจของหัวใจในทันที เข้ามาได้ก็รีบกดชั้นที่เขาพักผ่อนอยู่ ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที ก็มาหยุดอยู่บริเวณหน้าห้องพักของเขา พร้อมกับลอบยิ้มด้วยแววตาร้ายกาจ

แต่ยังไม่ทันได้กดกริ่งก็ต้องทำหน้าฉงน เมื่อมีร่างบึกบึนของใครบางคนขยับมายืนขวางพร้อมกับวางท่าทีน่ากลัวใส่ ดวงตากลมโตจึงจ้องเขม็ง พลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอดอกด้วยท่าทีไม่ยอมใคร

“หลีกไป!

“ขอโทษด้วยครับ ผมว่าตอนนี้เจ้านายของผมคงไม่ต้องการพบคุณ” คอร์ม เพสเลอร์ก้าวมาทำหน้าที่ของตน ถึงแม้หน้าที่นี้เจ้านายของเขาจะไม่ชอบใจสักเท่าไรนักก็ตาม “ผมว่าคุณผู้หญิงกลับไปเถอะครับ”

“ฉันไม่กลับ”

“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องใช้กำลัง”

เจอถ้อยคำข่มขู่เช่นนั้น เรียวปากสีสดรีบคลี่ยิ้มร้ายๆ เพียงอึดใจเธอก็หวีดร้องดังลั่น ชนิดที่คนทั้งตึกต้องแห่กันขึ้นมาดู แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เธออยากให้โผล่หน้าออกมา และทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู รอยยิ้มเซ็กซี่ก็ฉาบบนกรอบหน้าอย่างเยาะเย้ยคนขวางทางซึ่งรีบเผ่นแนบหายไป ทว่าต้องยิ้มค้างเมื่อเป้าหมายเปิดประตูออกมาพร้อมกับสาวผมสั้นนัยน์ตาสีฟ้าอ่อน

“คุณ!” จึงได้แต่เรียกเขาตาโต

คนถูกเรียกไหวไหล่เบาๆ ขณะดันเอวบางของคู่ควงขยับออกจากห้อง ปลายจมูกโด่งเป็นสันแนบเข้ากับแก้มของหล่อนทั้งซ้ายทั้งขวา พร้อมกระซิบอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินไปส่งยังลิฟต์ โดยไม่ลืมล่ำรากันด้วยการจูบดูดดื่ม

ชาลินากำลังยืนมองภาพนั้นด้วยท่าทีเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน นึกอยากจะไปกระชากชายหนุ่มให้หลุดจากกลีบปากแดงฉานของผู้หญิงคนนั้นยิ่งนัก แต่เธอก็อดทน จนกระทั่งทั้งสองคนผละออกจากกัน

ทันทีที่เป้าหมายเดินกลับมา แล้วก้าวเลยผ่านเข้าสู่ห้องพัก ร่างบอบบางในชุดเซ็กซี่ก็ขยับตามเข้าไป เพียงประชิดตัวเขาได้ มือเรียวนุ่มก็คว้าแขนล่ำๆ ของเขาพร้อมกับมองด้วยความไม่พอใจ “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้”

“ทำแบบไหน” ฟาร์เวลล์ตั้งคำถามอย่างแปลกใจบ้าง

“ก็หิ้วคู่ขามานอนที่นี่อย่างไรล่ะ”

“แล้วทำไมผมถึงจะหิ้วมาไม่ได้ ในเมื่อผมยังเป็นอิสระ ไม่ได้ตกหลุมรักหลุมพิศวาสคุณสักหน่อย ผมยังไม่ได้รักคุณ ผมก็มีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ ตามใจปรารถนา” ปากหยักได้รูปเอ่ยออกมาอย่างไม่คิดจะรักษาน้ำใจของคู่สนทนา “และถ้าคุณทนไม่ได้ ก็ยกเลิกเกมเดิมพันบ้าๆ นั่นสิ แล้วกลับไปใช้ชีวิตตามประสาคุณหนู รอคู่ครองที่คนเป็นพ่อเลือกให้”

“คุณรู้...”

“ฮึ! ทำไมผมจะไม่รู้ ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นแหละ ว่าพ่อของคุณต้องการให้คุณแต่งงาน และถ้าคุณไม่เลือกสามีด้วยตัวเอง ท่านก็จะเลือกให้ แต่ที่ผมสงสัยก็คือ ผู้ชายบนโลกใบนี้มีเป็นร้อยเป็นพัน ทำไมคุณถึงเลือกผม ทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ใช่คนดีสักเท่าไร แถมยังเจ้าชู้ ซึ่งความเจ้าชู้เนี่ย ผมรู้นะ ว่าผู้หญิงคนไหนก็ไม่ปลื้ม”

“ข้อนั้นฉันไม่สน เพราะฉันถือคติที่ว่า ผู้ชายไม่เจ้าชู้ก็เปรียบเสมือนงูไม่มีพิษ”

“ระวังจะตายเพราะงูนะ”

ฟาร์เวลล์อดไม่ได้จึงประชดออกมา “และงูตัวนี้ พิษสงร้ายกาจซะด้วย”

“ค่ะ ยิ่งร้ายยิ่งดี เพราะฉันชอบรีดพิษงู”

ชาลินาน้อยหน้าชายหนุ่มเสียที่ไหน เขาปากร้ายมาเธอก็พร้อมจะร้ายตอบ หนำซ้ำตอนนี้ยังขยับเข้าใกล้เจ้าของร่างบึกบึนเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถวางฝ่ามือนุ่มๆ ไว้บนแผงอกของเขา

“ระวังพิษจะถูกรีดจนหมดตัวนะคะ”

ลมหายใจอุ่นร้อนเต็มไปด้วยความโมโห ถูกระบายผ่านปลายจมูกโด่งคม ขณะสายตาคมกล้าจับจ้องอยู่กับกรอบหน้าสะสวยของหญิงสาว อึดใจก็ตะครุบมือนุ่มๆ ซึ่งกำลังไต่ยุ่บยั่บไปมาบนแผงอกตึงเปรี๊ยะของตนแล้วดึงออก         

“พิษของผมมันเยอะ คุณอาจจะหมดแรงก่อนที่จะรีดได้หมด หรือไม่ก็อาจจะหมดลมหายใจเสียก่อน”

“หรือคะ...” ลอยหน้าลอยตาอยู่ห่างเพียงคืบ หนำซ้ำดวงตากลมโตยังบอกเป็นนัยว่าเธอไม่มีทางยอมแพ้

สบสายตาวิ้งๆ ของชาลินาเข้าให้ ฟาร์เวลล์ก็ถึงกับต้องเบือนหน้าหนี พลางปล่อยมือเรียวบางราวกับต้องของร้อนก่อนจะหมุนกายหันหลังให้ “คุณกลับไปได้แล้ว วันนี้ผมไม่มีเวลาจะรบกับคุณ ผมมีงานต้องทำ”

“แต่ฉันว่างค่ะ”

บอกเขาแล้วเดินอ้อมมาเผชิญหน้า

“วันนี้คุณไปที่ไหน ฉันก็จะไปด้วย” เมื่อคนตัวโตทำท่าจะโต้แย้ง ชาลินาก็ชิงเอ่ยต่อทันที “อย่าลืมนะคะ ว่าการเดิมพันระหว่างเรามันต้องเดินหน้า ฉะนั้น ฉันก็มีสิทธิ์จะทำทุกอย่างเพื่อพิชิตใจคุณ รวมถึงไปกับคุณในทุกแห่งหน จนกว่าจะครบหนึ่งเดือน และถ้าครบกำหนดแล้วคุณไม่รักฉันละก็ ฉันสัญญาค่ะ ว่าจะไปจากชีวิตของคุณอย่างถาวร”

          ฟาร์เวลล์ได้แต่เบือนหน้าหนี ไม่รู้จะหาทางไล่ผู้หญิงตรงหน้าออกไปจากชีวิตแสนสงบของตัวเองอย่างไรดี เพราะเพียงเธอก้าวเข้ามาในชีวิตตนยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็รู้ว่าทุกๆ อย่างมันวุ่นวายไปหมด และที่ไม่สบอารมณ์เข้าอย่างจังก็คือ ไอ้คำโต้งๆ ของเธอที่ต้องการให้เขาเป็นสามีนี่แหละ ในชีวิตของเขา ทะเบียนสมรสกับการแต่งงานมันคือของต้องห้าม และข้อห้ามมันแน่นหนาขึ้น เมื่อร่างบอบบางตรงหน้าอยู่ในฐานะน้องภรรยาของเพื่อนที่เขารักที่สุด

          รอยยิ้มหวานแย้มน้อยๆ ขณะวางมือแตะบนแผ่นหลังของคนตัวโตเบาๆ พร้อมกระซิบ “คุณคงต้องยอมรับให้ได้นะคะ ว่าตลอดหนึ่งเดือนนี้ ข้างกายของคุณจะมีฉันอยู่ใกล้ๆ เป็นเสมือนเงาตามตัว”

          ดาราหนุ่มทำเพียงพ่นลมหายใจทิ้งแล้วขยับกายออกห่าง ก่อนจะเดินดุ่มๆ หายเข้าไปในห้องนอน ใช้เวลาอยู่ในนั้นร่วมชั่วโมงก็ก้าวออกมา พร้อมกับเสื้อผ้าหน้าผมหล่อเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

          เพียงประตูห้องนอนของเขาเปิดออก ชาลินาก็วางนิตยสารที่อ่านรอไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา รอยยิ้มแห่งความพอใจเคลื่อนประดับบนใบหน้า อึดใจก็ก้าวฉับๆ มาคล้องแขนล่ำๆ ของเขาแล้วลอยหน้าลอยตาเอ่ย “คุณนี่ ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็เหมาะสำหรับตำแหน่งสามีของฉันมาก ฉันไม่เสียใจเลยที่เลือกเล่นเกมนี้กับคุณ”

          คนถูกเกาะแขนกำลังพยายามงัดนิ้วเล็กๆ ให้ออกห่าง เมื่อหญิงสาวยังเกาะแน่นหนา จึงได้เอ่ยประชดออกมา “ต่อให้ผมเป็นคนที่คุณอยากได้เป็นสามี แต่คุณน่าจะให้เกียรติตัวเองบ้าง ด้วยการไม่ทำตัวเกาะหนึบกับผู้ชายแบบนี้”

          “ก็ได้ค่ะ” ชาลินายอมถอยให้เขาอย่างว่าง่าย “ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำตัวสนิทแน่นกับคุณจนเกินงาม”

          “ดี!” ชายหนุ่มเน้นเสียงใส่ จากนั้นก็เดินหนี มุ่งตรงไปยังประตูห้อง ปล่อยให้คนตัวเล็กต้องรีบสืบเท้าตามอย่างเร็วรี่

          บุตรสาวคนรองของเฮอแมน รีบวิ่งตามชายหนุ่มก่อนที่อีกฝ่ายจะแทรกกายเข้าไปในลิฟต์ เมื่อสักครู่นี้เธอต้องยอมรับเลยว่า บางคำพูดของเขา ทำให้เธอรู้สึกละอายอย่างไรพิกล แต่คำพูดแค่นั้น มันก็ไม่อาจทะลายความตั้งมั่นที่อยากเอาชนะผู้ชายอย่างเขาได้หรอก ยิ่งเขาต่อต้าน อยากจะหนีห่าง แถมประกาศปาวๆ ว่าไม่คิดคว้าน้องภรรยาเพื่อนมาเป็นคนรัก เธอก็ยิ่งอยากจะทำให้เขาพ่ายแพ้อย่างราบคาบ

          หญิงสาวตามชายหนุ่มมาถึงรถสปอร์ตคันหรูของเขา เมื่อประชิดตัวรถได้ก็สอดตัวขึ้นไปนั่งด้านข้างคนขับ พลอยทำให้คนที่กำลังกระชากตัวรถออกไปต้องหันมามองตาดุๆ

          “ก็ฉันจะไปกับคุณด้วย”

          “ลงไป!

ริมฝีปากได้รูปเอ่ยไล่ทันที “ผมไม่ต้องการตุ๊กตาหน้ารถ”

          “ทำไมหรือคะ ฉันคิดว่า...ฉันเหมาะที่จะเป็นตุ๊กตาหน้ารถของคุณในวันนี้ รวมถึงทุกๆ วัน ในอนาคตอีกด้วย” ตอบโต้ชายหนุ่มตาปริบๆ พร้อมกับออกปากสั่งหน้าตาเฉย

“ไหนว่าจะรีบไปทำงานไงคะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ”

          ฟาร์เวลล์จึงได้แต่มองชาลินาด้วยความระอา ใบหน้าหล่อคมส่ายเล็กน้อยด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะลอบกระตุกยิ้มร้ายกาจแล้วเหยียบคันเร่งออกจากที่จอดรถด้วยความเร็ว มาถึงถนนสายหลักได้ ก็ขับปาดหน้าคันอื่นๆ เหยียบเบรกแต่ละทีก็ทำเอาคนนั่งข้างๆ ต้องหัวคะมำบ่อยครั้ง หนำซ้ำยังไม่คิดจะลดความเร็วเวลาเข้าโค้งอีกต่างหาก

          ตุ๊กตาหน้ารถคนสวย จึงหันมามองหน้าคนขับเล็กน้อยก่อนจะยิ้มมุมปาก คุณคิดจะแกล้งฉันใช่ไหม คิดหรือว่าฉันจะกลัว

          คิดได้ดังนั้น ทันทีที่คนตัวโตเข้าโค้ง ก็แกล้งเอียงถลาไปชิดใกล้ “ว้ายยย!” ร้องใส่เขาพร้อมกับทำหน้าซีดๆ เมื่อคนตัวโตยังขับปาดหน้ารถคันอื่นๆ จึงคว้าหมับเข้ากับท่อนแขนล่ำๆ พลางแนบหน้าชิดต้นแขนของเขาแล้วอ้อนเสียงหวานฉ่ำ “คุณฟาร์สขา อย่าขับรถแบบนี้สิคะ เนยกลัว...”

          เนยกลัว...

          ถ้อยคำท้ายสุด ทำให้ลมหายใจของฟาร์เวลล์ถึงกับสะดุดขาดเป็นห้วงๆ จนต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก แล้วหักพวงมาลัยรถชิดข้างทางกะทันหัน พลางหันมามองหน้าคนยึดแขนของตนตาดุๆ “ปล่อยผมได้แล้ว”

          “แต่ฉันจะปล่อยคุณได้อย่างไร ในเมื่อคุณขับรถเร็วจนฉันกลัว...กลัวจนตัวสั่นไปหมด” ทำตาปริบๆ บอกเขา

          “ผมจะขับรถให้ช้าลง”

เอ่ยพลางทอดสายตามองมือนุ่ม เป็นการสั่งให้เธอปล่อย เมื่อเจ้าของร่างบางยอมทำตามอย่างว่าง่าย ฟาร์เวลล์ก็เหยียบคันเร่งออกไปในทันที คราวนี้ใช้ความเร็วที่ไม่มากนัก ขับรถไปตามเส้นทางด้วยความระมัดระวัง

          ขณะเดียวกัน ด้านคนนั่งข้างๆ ก็กำลังแอบยิ้มให้กับชัยชนะของตน พลางแอบมองเสี้ยวหน้าคมๆ ของคนขับรูปหล่อบ่อยครั้ง นึกอยากจะหัวเราะให้ลั่น เพราะแค่เกมนี้เกมเดียว เธอยังมีชัยเหนือเขา นี่ถ้าเล่นเกมกับเขาไปเรื่อยๆ สงสัยยังไม่ครบเดือน ฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุลคงตกอยู่ในกำมือของเธอ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด!

         

          ช้เวลาร่วมชั่วโมง รถสปอร์ตคันหรูก็เลี้ยวเข้าสู่โรงแรมระดับห้าดาว ตุ๊กตาหน้ารถคนสวยจึงหันมามองคนขับหนุ่มพร้อมกับทำหน้าทำตาเอียงอาย พลอยทำให้เจ้าของรถต้องหรี่ตาลงก่อนจะส่ายหน้าเมื่อคิดว่าหญิงสาวคงเข้าใจผิด

          “คุณคงไม่คิดว่าผม จะพาคุณมาทำเรื่องอย่างว่าที่นี่หรอกนะ เพราะถ้าผมจะทำ ผมคงไม่หอบสังขารมาไกลขนาดหรอก”

          “ฉันรู้ค่ะ แต่ก็ไม่ได้หวาดกลัวหรอกนะ เพราะวันไหนที่คุณคิดจะทำแบบนั้นกับฉันละก็ วันนั้นก็จะเป็นวันที่คุณพ่ายแพ้ และคงไม่ต้องบอกใช่ไหมคะ ว่าความสัมพันธ์ต่อจากนั้นระหว่างเราจะเป็นอย่างไร” กล่าวอย่างเป็นต่อ หนำซ้ำดวงตากลมๆ ยังมองชายหนุ่มด้วยความท้าทาย

          พลอยทำให้ฟาร์เวลล์ถึงกับรีบนำรถเข้าไปจอด แล้วรีบก้าวดุ่มๆ เดินหนี ทว่ามีหรือคนตามติดจะปล่อยให้คลาดสายตาง่ายๆ ดังนั้นร่างระเหิดระหงจึงเดินตามอยู่ในระยะกระชั้นชิด

          ก้าวเข้าสู่ตัวโรงแรมมาไม่ถึงสิบนาที ชาลินาก็มองเห็นผู้คนเดินเข้าเดินออกห้องแกรนด์บอลรูมกันจนขวักไขว่ บางคนถือชุดเสื้อผ้าวิ่งเข้าวิ่งออก บางคนกำลังแต่งหน้าทำผมอย่างขะมักเขม้น ขณะอีกส่วนก็ตระเตรียมสถานที่ มองไปรอบๆ เธอเพิ่งรู้ว่าวันนี้ว่าที่สามีของเธอกำลังจะมาถ่ายหนังฉากใหญ่ ดูท่าทางน่าจะเป็นฉากงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง

          ถึงเวลานี้ หญิงสาวจึงเลือกหามุมสงบ นั่งมองผู้คนนับร้อยชีวิตทำงาน จนกระทั่งได้เห็นคุณว่าที่สามี ในชุดสูทผูกไทหูกระต่ายเริ่มก้าวเข้ามาในฉาก ตรงไปหาสาวผมบรอนซ์ในชุดราตรีตัวยาวปักคริสตัลสีเงินระยิบระยับ พริบตาเดียวก็ควงคู่กันก้าวเข้าสู่กลางฟลอร์เต้นรำ

          เสียงดนตรีประกอบฉากยังคงดังอย่างต่อเนื่อง คู่เต้นรำนับสิบกำลังขยับไปตามจังหวะดนตรี ชาลินาทอดสายตามองเพลินๆ จนกระทั่งกายบางต้องดีดขึ้นจากเก้าอี้กะทันหัน เมื่อว่าที่สามีของเธอกำลังกอดสาวผมบรอนซ์คนนั้นแน่น เจ้าหล่อนก็ถลามาซบอกกว้าง ยกแขนคล้องคอเขา ดูเหมือนว่าแนบชิดกันจนไร้ช่องว่าง

          สายตาแห่งความไม่พอใจกราดมองคนทั้งคู่นิ่งนาน ก่อนจะรีบสูดหายใจเข้าปอดลึก ย้ำเตือนว่าเขากำลังถ่ายหนังหวานสุดซึ้ง แต่นัยน์ตากลมๆ เริ่มเขียวปั้ด เมื่อคู่รักในฉากกำลังแสดงบทจูบกันอย่างดูดดื่ม

          “ทำไมต้องจูบกันจนปากจะเปื่อยแบบนั้นด้วย”

บ่นอุบอิบด้วยท่าทีโมโห แล้วสะบัดหน้าพรืดเดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องแกรนด์บอลรูม

          ด้านสองหนุ่มสาวคู่พระนาง ซึ่งกำลังแสดงบทจูบกันอยู่นั้น ค่อยๆ ถอนจูบออกจากกันด้วยนัยน์ตาหวานซึ้ง แล้วฝ่ายชายก็จับจูงหญิงสาววิ่งออกจากฟลอร์เต้นรำเป็นการจบฉาก เมื่อการแสดงสิ้นสุด นางเอกสาวก็มองพระเอกหนุ่มอย่างมีเลศนัย

          “คุณอยากรู้อะไร” ฟาร์เวลล์ถามอย่างรู้ใจอีกฝ่าย

          “ผู้หญิงชุดแดงเพลิงนั่น มากับคุณใช่ไหมคะ ฉันเห็นเธอมองฉากจูบของเราตาเขียวเชียว”

          “คุณสนใจเธอด้วยหรือ...”

          “สนสิคะ ก็เธอสวย ดูดีขนาดนี้ ใครๆ เขาก็สนใจกันทั้งนั้นแหละค่ะ หนำซ้ำถ้าเธอมากับคุณจริงๆ ฉันก็ยิ่งสนใจ”

          นางเอกสาวจีบปากจีบคอเอ่ยอย่างรู้นิสัยใจคอของชายหนุ่มดี

          “แปลกนะ ตั้งแต่เราแสดงหนังด้วยกันมา คุณไม่เคยหิ้วสาวคนไหนมากองถ่ายด้วย นี่แสดงว่า ผู้หญิงคนนั้นคงสำคัญไม่น้อย ตอนนี้คุณน่าจะตามไปดูเธอสักหน่อย เธอคงรู้สึกไม่ดี ที่เห็นคุณจูบกับฉัน”

          ฟาร์เวลล์หัวเราะในลำคอเบาๆ ให้กับคำพูดของนางเอกสาว ก่อนจะส่ายหน้ารัว “เธอไม่มีความสำคัญกับผม จนผมต้องตามไปหรอก”

          “พูดจริงหรือคะ” คิ้วโก่งสวยเลิกขึ้นอย่างไม่คิดจะเชื่อง่ายๆ

          “แล้วทำไมผมต้องโกหก”

          “นั่นสินะ ทำไมคุณต้องโกหก”

กลีบปากสวยว่าพลางยิ้มรู้ทัน “เอาล่ะ ฉันขอตัวก่อนนะ”

จบคำ ร่างระหงก็เดินเลยผ่านออกไป ทว่าห่างออกมาเพียงไม่กี่สิบเมตร นางเอกสาวถึงกับต้องส่ายหน้า เมื่อสายตามองเห็น พระเอกหนุ่มกำลังเดินดุ่มๆ ออกจากห้องถ่ายทำ

“ดูเหมือนครั้งนี้คุณจะโกหกฉันนะคะ”

ว่าแล้วก็หัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางเดินเฉิดฉายกลับไปหาผู้จัดการส่วนตัวของตน

          ขณะเดียวกัน สายตาคมกริบกำลังสอดส่ายหาเจ้าของร่างโปร่งสวย เมื่อด้านหน้าห้องจัดเลี้ยงไม่มี ก็รีบมุ่งตรงออกไปด้านนอก เห็นแผ่นหลังบอบบางยืนอยู่บริเวณสวนหย่อมด้านข้างของโรงแรม จึงรีบก้าวยาวๆ เข้าไปใกล้

          “ผมนึกว่าคุณจะหนีกลับไปแล้ว”

          เรียวปากอิ่มลักลอบเบะใส่เขาพร้อมทำหน้าปั้นปึ่ง   “ทำไมฉันต้องหนีกลับ ในเมื่อฉันมากับคุณ ฉันก็ต้องกลับกับคุณสิ”

          “ก็ผมเห็นคุณเดินหนีออกมา ระหว่างที่ผมกำลังจูบ...แสดงบทจูบ”

          “จูบกันได้ดูดดื่มมาก...” ลากเสียงยาวในท้ายประโยคด้วยความประชดประชัน “นี่ถ้าต้องแสดงบทจูบกันทุกฉาก ปากคุณกับปากผู้หญิงคนนั้นคงได้เปื่อยจนติดกันบ้างแหละ”

          “ไม่เห็นแปลก ผมเป็นพระเอก ก็ต้องแสดงให้สมบทบาทสิ”

          “ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

ไหวไหล่น้อยๆ พลางขยับตัวมาจัดแจงเนกไทหูกระต่ายของเขา “แต่ถ้าฉันทำให้คุณรักได้สำเร็จละก็ หนังเรื่องไหนที่มีบทจูบ บทเข้าพระเข้านาง ฉันจะไม่ให้คุณรับเล่น หรือไม่ อาจจะให้คุณลาออกจากการเป็นพระเอกของฮอลลีวูด”

          “ฝันไปเถอะ!” นิ้วชี้หนาใหญ่ข้างขวาจิ้มเบาๆ กลางหน้าผากเกลี้ยงเนียน “เพราะชาตินี้ทั้งชาติ ผมไม่มีทางเลิกอาชีพนี้เด็ดขาด”

          กล่าวจบร่างสูงใหญ่ก็หมุนกายเดินหนี ปล่อยให้ชาลินายืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่เบื้องหลัง พร้อมทำปากขมุบขมิบ “ชาตินี้ทั้งชาติ ผมไม่มีทางเลิกอาชีพนี้เด็ดขาด...คอยดูนะ! ถ้าคุณตกหลุมรักฉันเมื่อไร ฉันไม่มีทางปล่อยให้คุณไปเที่ยวจูบคนอื่นจนปากแฉะแบบนี้อีกหรอก ไม่ได้หึงไม่ได้หวง แต่คุณเป็นของฉัน ฉะนั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปแตะต้องผู้หญิงคนไหนๆ ในโลกใบนี้...รู้ไว้ซะด้วย! คุณว่าที่สามี...”

          เอ่ยไล่หลังยาวเหยียด ก่อนจะรีบเชิดหน้าขึ้น เดินตามเขาเข้าสู่ตัวโรงแรมด้วยท่าทีไม่ต่างจากนางพญา ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวออกจากบริเวณสวนหย่อม ก็ต้องร้องลั่น เพราะข้อมือเรียวถูกพระเอกหนุ่มคว้าไว้หมับ พร้อมกับแรงลากดึงอ้อมไปบริเวณลานจอดรถ

          “นี่คุณ จะลากฉันไปไหน ไม่ถ่ายหนังต่อหรือไง”

          “จะถ่ายได้ไงคุณ ดูโน่นสิ...”

ชายหนุ่มพยักพเยิดให้ดูบริเวณหน้าโรงแรม ซึ่งเต็มไปด้วยนักข่าวมากกว่าสิบชีวิต

          “นักข่าว...”

ปากอิ่มครางเบาๆ พร้อมทำตาโต “นักข่าวมาทำไมคุณ หรือว่า...มาทำข่าวเรื่องฉันกับคุณ ถ้าอย่างนั้น...เดี๋ยวฉันจะไปให้ข่าวนะ รับรองได้ว่า คนทั่วโลกจะได้รู้ ว่าคุณกับฉันเราจะแต่งงาน...”

          “อย่าฝันไปเลย ว่าผมจะให้คุณทำแบบนั้น!

          หญิงสาวยังเอ่ยไม่จบประโยค ฟาร์เวลล์ก็โพล่งแทรกขึ้น พร้อมกับดึงรั้งร่างบอบบางมุ่งตรงไปยังรถสปอร์ตของตัวเอง แต่มีหรือที่จะทำได้โดยง่าย ในเมื่อคนตัวเล็กแต่มีเรี่ยวแรงเยอะกำลังต่อต้านด้วยการยื้อตัวไว้

          “นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปให้ข่าว...”

          “เชิญด้านนี้ครับ”

          จู่ๆ บอดี้การ์ดอย่างคอร์มพร้อมลูกสมุนก็เข้ามาเพื่อเปิดทางให้กับผู้เป็นเจ้านาย “เจ้านายขับรถไปทางด้านโน้นนะครับ ผมเคลียร์เส้นทางให้เรียบร้อยแล้ว”

          “ดี นายมาได้จังหวะเวลาที่เหมาะมาก” เพราะเห็นแก่ความดีจึงตบเบาๆ บนไหล่ด้วยสีหน้าชื่นชม

“แต่จะดีกว่านี้มาก ถ้าพวกนายไม่ปล่อยให้เหล่านักข่าวพวกนั้นเข้ามาใกล้ฉันถึงเพียงนี้”

          “ขอประทานโทษครับ”

          พระเอกหนุ่มจึงได้แต่ส่ายหน้า แล้วหันมาจัดการกับคนที่ต่อต้านเป็นม้าพยศ เมื่อหญิงสาวดิ้นมากๆ เข้าจึงสั่งด้วยสีหน้าถมึงทึง “มานี่ชาลินา! คุณต้องไปกับผม เพราะผมไม่มีทางยอมให้คุณทำลายชีวิตแสนสุขของผมโดยเด็ดขาด”

          “ฉันไม่ไป คุณปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” ยื้อตัวไว้สุดกำลัง พร้อมงัดนิ้วแข็งแรงของเขาให้ออกห่าง

          เวลานี้ถึงกับพ่นลมหายใจทิ้ง ก่อนจะตัดสินใจอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่า พร้อมฟาดก้นงอนๆ เบาๆ เมื่อหญิงสาวดิ้นไม่หยุด กระทั่งมาถึงตัวรถจึงรีบทุ่มเธอลงไปนั่งบนเบาะข้างคนขับแล้วขู่เสียงเครียด

“หยุด! ถ้าคุณลงมาจากรถละก็ ผมจะยกเลิกการเดิมพันระหว่างเรา และผมไม่สนใจหรอกนะว่าคุณจะด่าผมว่าอะไร เพราะผมไม่อยากตอบคำถามกับบรรดานักข่าว”

          “แต่ฉัน...”

          “ก่อนคุณจะไปให้สัมภาษณ์ สิ่งแรกที่คุณควรจะทำคือ...ทำให้ผมรักให้ได้เสียก่อน” จบคำประตูรถก็ถูกปิดเสียงดังปัง พลอยทำให้ชาลินาต้องเม้มปากอย่างขัดใจ แต่เมื่อเขาก้าวขึ้นมานั่งข้างๆ และกระชากรถออกไปด้วยความเร็ว จึงได้แต่เบือนหน้าหนี พร้อมกับใช้สมองแสนฉลาดของตนเอง เพื่อครุ่นคิดหาวิธีที่จะทำให้ชายหนุ่มตกหลุมรัก!

         

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha