ปล้นรักคาสโนวา

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 3 : หัวใจถูกคุกคาม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          วามเร็วของรถสปอร์ตราคาหลายล้านเริ่มชะลอลง เมื่อเคลื่อนเข้าสู่เขตที่พักของพระเอกหนุ่ม ทว่าจู่ๆ ก็พุ่งออกจากอาณาเขตของคอนโดฯ ด้วยความเร็วสูง เพราะบริเวณนั้นเต็มไปด้วยเหล่านักข่าวอีกหลายคนที่ตั้งตารอ พลอยทำให้ผู้โดยสารสาวต้องหันมามองตาปริบๆ ก่อนจะทอดถอนหายใจอย่างเนือยๆ เมื่อรู้ถึงสาเหตุ

          “แล้วคราวนี้จะไปที่ไหนต่อ” จู่ๆ ชาลินาก็เอ่ยถาม

          พลขับหนุ่มหันมามองเสี้ยวหน้าสะสวยของคนพูดเล็กน้อย แล้วขับรถตรงไปเรื่อยๆ กระทั่งสองข้างทางไร้ตึกอาคาร จึงค่อยๆ หักพวงมาลัยรถชิดริมฟุตบาธ ก่อนจะโน้มตัวมาเปิดประตูฝั่งที่ชาลินานั่งอยู่

          “อุ๊ย! คุณจะทำอะไร”

ร้องถามเขาตาโต พลางยกมือปิดหน้าอกหน้าใจโดยอัตโนมัติ ถึงแม้เธอต้องการให้เขาแต่งงานด้วย แต่ก็ไม่ได้ความว่า เขาจะมาทำอะไรรุ่มร่ามกับเธอได้หรอกนะ

          ฟาร์เวลล์มองหน้าคนร้องราวกับเขาจะขย้ำอย่างอ่อนใจ ผลักประตูเปิดเรียบร้อยก็เอ่ยบอกเสียงเรียบๆ

“ลงไป”

          “อะไรนะ!

คิ้วเรียงเส้นสวยเลิกขึ้นอย่างสงสัย “หมายความว่าอย่างไร อย่าบอกนะว่าคุณ...”

          “ผมถือคติที่ว่า อะไรที่มันเป็นตัวปัญหาก็ตัดมันทิ้งซะ!

          “นี่คุณ!

ดวงตาเอาเรื่องมองเขาด้วยความโมโห “คุณจะทิ้งฉันไว้ตรงนี้ไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด” ดื้อดึงใส่พร้อมกับทำตัวแข็งทื่อ ยึดกับเบาะพิงแสนนุ่มเอาไว้ หนำซ้ำมือเรียวยังคว้าเอาเบลล์มาล็อกไว้ ไม่สนใจว่าเจ้าของรถจะว่าอย่างไร

          “ผมบอกให้ลงไป!

พระเอกหนุ่มพยายามใจเย็น “ลงไป ก่อนที่ผมจะทนไม่ไหว”

          “ฉันไม่ลง!” ชาลินายังคงดื้อด้าน

          ลมหายใจร้อนระอุของหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ถูกพ่นทิ้งหลายครั้ง ไม่ถึงนาทีกายแกร่งก็ผลักประตูรถฝั่งคนขับแล้วก้าวดุ่มๆ อ้อมไปยังฝั่งผู้โดยสารสาว พร้อมกับคว้าหมับเอาเรียวแขนสลักเสลาแล้วดึงแรงๆ ให้เจ้าของกายบางออกจากรถ

          “ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะหักแขนหักขาคุณเป็นท่อนๆ”

          “นี่อย่ามาแสดงบทป่าเถื่อนกันฉันนะ!

แว้ดใส่เขาด้วยความไม่พอใจ “ฉันไม่คิดเลยจริงๆ ว่าคุณจะใจร้ายใจดำ คิดจะทิ้งฉัน นี่ถ้าเกิดฉันถูกฉุดไปทำมิดีมิร้ายขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบไหมฮ้า! เสียดายหน้าตาก็ดี ไม่น่าทำตัวโหดเหี้ยมผิดมนุษย์แบบนี้เลย” ต่อว่าเขายาวเหยียด ขณะพยายามงัดอุ้งมือใหญ่ออกจากเรียวแขน

“ปล่อยฉัน...ฉันเจ็บ”

          “ถ้าไม่อยากเจ็บจนเนื้อเขียว ก็ลงมาซะดีๆ”

ชายหนุ่มออกแรงให้มากขึ้น และก็ต้องยกยิ้มมุมปากเมื่อสามารถลากคนตัวเล็กแต่แรงเยอะออกมาจากรถได้สำเร็จ จากนั้นก็เหวี่ยงแรงๆ ให้ร่างระหงกระเด็นออกไปไกล

“วันนี้คุณทำให้ชีวิตผมวุ่นวายมากพอแล้ว ฉะนั้นอย่าเข้ามายุ่งกับผมอีก รู้ไหมผมเบื่อ ผมรำคาญ!

          จบประโยคต่อว่า ช่วงขาแข็งแรงก็เดินกลับขึ้นรถ แล้วเหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ร่างสะโอดสะองยืนหน้างอ มองท้ายรถที่แล่นห่างไกลออกไปด้วยแววตาตัดพ้อ ก่อนจะหันมามองแขนตัวเองที่มีรอยจ้ำด้วยตาแดงๆ

          “คนบ้า! ฉันไม่คิดจริงๆ ว่าคุณจะร้ายกาจขนาดนี้”

บ่นพลางเชิดหน้าขึ้นด้วยความทระนง “แต่อย่าคิดนะ ว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้ฉันล้มเลิก คนอย่างชาลินา เรเอสโน ไม่คิดจะยอมแพ้อะไรง่ายๆ หรอก เพราะฉันถือคติว่า อะไรที่ฉันอยากได้ ฉันก็ต้องได้!

          บอกตัวเองด้วยความแน่วแน่ แล้วรีบรื้อหาโทรศัพท์ในกระเป๋าถือใบเล็กของตัวเอง ก่อนจะโทร. ออกไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาวคนสวยในทันที หลังจากนั้นก็ยืนรอพี่สาวมารับด้วยความใจเย็น ตลอดเวลาที่ยืนรอนั้น ปากเล็กๆ ก็คอยบ่นกระหมุบกระหมิบแช่งชักหักกระดูกฟาร์เวลล์คนใจร้ายตลอดเวลา

          ยืนรออยู่ไม่ถึงยี่สิบนาที รถลีมูซีนคันยาวเฟื้อยก็เคลื่อนมาชะลอจอดข้างๆ จากนั้นเรือนกายบอบบางในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มก็ก้าวเร็วๆ ลงมาจากรถ โผเข้ามากอดผู้เป็นน้องสาวแนบแน่น อึดใจถึงได้ค่อยผละห่าง แล้วยิงคำถามที่อยากรู้ทันที “เนย...นี่มันเกิดอะไรขึ้น น้องมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”

          “เอาไว้เนยจะเล่าให้ฟังนะคะ” อ้อมแอ้มบอกเสียงเบา

“ตอนนี้เราไปกันเถอะค่ะ เนยไม่อยากอยู่ที่นี่”

          ชาลิญา ฟรานติการ์เซียสจึงพยักหน้าให้กับน้องสาวน้อยๆ แล้วจับจูงกันก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ ตลอดเวลาที่กลับสู่คฤหาสน์ฟรานติการ์เซียส ก็ไม่รีรอที่จะซักถามคนเป็นน้องสาวในทุกๆ สาเหตุ เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด จึงได้แต่ทำหน้ากึ่งบึ้งกึ่งยิ้ม เธอไม่รู้ว่าจะสงสารน้องสาวหรือว่าสงสารว่าที่น้องเขยดี นี่ขนาดเริ่มต้นคนทั้งคู่ยังเล่นบทร้ายกาจใส่กันถึงเพียงนี้

          “เนยล่ะอยากจะข่วนหน้าเขานัก คนอะไรใจร้าย ทิ้งเนยไว้ได้ลงคอ”

          “ก็เราตามวอแว จนเขาต้องหนีนักข่าวนี่”

          “พี่นิ่มกำลังเข้าข้างคนอื่นอยู่นะคะ” ตัดพ้อพี่สาวตาปริบๆ

          “คนอื่นที่ไหน อีกหน่อยคุณฟาร์สก็จะมาเป็นน้องเขยของพี่ และอย่าลืมสิจ๊ะ คุณฟาร์สน่ะ เขาเป็นเพื่อนรักของคุณฟาร์เชส อีกด้วย”

          “ดีค่ะ ไปถึงบ้านของพี่เมื่อไร น้องจะขอร้องให้พี่เขย จัดการเขาให้หลาบจำเชียว” กล่าวด้วยท่าทีกระเง้ากระงอด มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกแล้วบ่นให้กับใครบางคนอยู่ในใจ ปล่อยให้คนเป็นพี่สาวได้แต่ส่ายหน้า

          ใช้เวลาไม่ถึงสี่สิบนาที รถลีมูซีนคันยาวเฟื้อย ก็แล่นเข้าสู่อาณาเขตของคฤหาสน์หลังโอ่อ่ากลางกรุงมาดริด เพียงรถจอดสนิท สองศรีพี่น้องก็จับจูงกันก้าวลงมา พลอยทำให้คนยืนอยู่ไม่ไกลอย่างประมุขแห่งฟรานติการ์เซียส รีบนำพาร่างกายซึ่งยังคงแข็งแรงฉีกยิ้มอบอุ่นตรงมาหาหลานสะใภ้และผู้เป็นน้องสาวของเธอ

          ชาลิญายิ้มกว้างให้กับคนเป็นปู่พลางบอกน้องสาว “เนย สวัสดีคุณปู่คาร์ฟสิจ๊ะ”

          ชาลินาจึงรีบโผเข้ากอดท่านพร้อมชมเปาะ

“สวัสดีค่ะ คุณปู่ยังดูแข็งแรงเหมือนหนุ่มๆ เลยนะคะ”

          “พูดแบบนี้ ปู่ก็รักก็หลงเราแย่สิ”

          “ดีสิคะ เนยอยากเป็นหลานรักของคุณปู่” ชาลินาคลี่ยิ้มหวานประจบ

          คาร์ฟ ฟรานติการ์เซียส ยกมือลูบผมนุ่มสลวยของหลานสาวคนใหม่ด้วยรอยยิ้ม แล้วบอกว่า เธอจะเป็นหลานที่ท่านรักไม่แพ้ฟาร์เชสกับชาลิญา จากนั้นก็ปล่อยให้ทั้งสองสาวได้ขึ้นไปพักผ่อน ส่วนตัวท่านเลือกเดินชมดอกไม้บริเวณสวนหย่อมหน้าบ้าน วัยขนาดนี้แล้ว คงไม่มีอะไรดีไปกว่า ได้เห็นหลานๆ อยู่อย่างมีความสุข!

 

บ่ายคล้อยของวัน ผู้บริหารหนุ่มแห่งอาณาจักรฟรานติ-การ์เซียสก็กลับเข้าสู่บ้านพัก ช่วงขาแข็งแรงก็มุ่งตรงไปหาภรรยาสุดที่รักทันที มาถึงบริเวณห้องนั่งเล่นของบ้าน ใบหน้าหล่อคมก็ระบายยิ้มกว้างขวางให้กับผู้เป็นน้องเมีย ซึ่งกำลังนั่งคุยอยู่กับภรรยาของเขาอย่างออกรส “สวัสดีครับเนย ดีใจนะครับที่ได้เจอนะครับ”

“สวัสดีค่ะ คุณพี่เขย...”

ชาลินาลากเสียงยาวอย่างหยอกเย้า พลางออกตัว “เนยขอรบกวนพักผ่อนที่นี่สักวันสองวันนะคะ”

“จะพักที่นี่ตลอดไปก็ได้ครับ ดีเสียอีก นิ่มจะได้มีเพื่อนคุย”

“ขอบคุณค่ะ แต่เนยเกรงใจ อีกอย่างนะ เนยไม่อยากอยู่เป็น ก ข ค” เอ่ยด้วยรอยยิ้มล้อเลียน แต่ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อคนเป็นพี่ตีเบาๆ บนเรียวแขน จึงได้แต่ลูบแขนตัวเองป้อยๆ พลางแหย่คนเป็นพี่ต่อ “แหม เนยพูดแค่นี้พี่นิ่มทำไมต้องเขินด้วยคะ ดูสิเนี่ย...แขนเนยช้ำหมด ถ้าเกิดหนุ่มๆ เห็นแล้วไม่ปลื้มขึ้นมา เนยคงจะขึ้นคาน”

          “เนยคงไม่ขึ้นคานหรอกครับ”

ว่าพลางมองหน้าคู่ชีวิตด้วยแววตาเยิ้มๆ ก่อนจะหันมาเย้าน้องเมียต่อ “จริงไหมเพราะผมได้ข่าวอะไรแว่วๆ มา ถ้าผมรู้ว่าเนยอยู่ที่นี่ ผมคงโทร. ตามไอ้ฟาร์สมากินมื้อค่ำด้วยกัน”

          “ถ้าเขารู้ว่าเนยอยู่ เขาคงไม่มาหรอกค่ะ” เรียวปากอิ่มรำพึงรำพันเบาๆ

          สองคนสามีภรรยาจึงหันมามองหน้ากันแล้วส่ายหัวไปมา แต่คงจะเป็นความโชคดีผสมความโชคร้ายของใครบางคน เมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงรถเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ และคนชะเง้อคอมองอย่างฟาร์เชส ถึงกับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยกับคนเป็นน้องเมียด้วยรอยยิ้ม

“บางทีพรหมลิขิตมันก็เล่นตลกนะครับ”

          ชาลินาจึงทำตาปริบๆ แล้วชะเง้อมองออกไปด้านนอกบ้าง คราวนี้ถึงกับต้องกัดปากอิ่มไว้แน่น เบือนหน้าหนีจากภาพดาราหนุ่ม ที่กำลังเดินยิ้มร่าลงจากรถ “ทำไมคุณต้องมาที่นี่ ในเวลานี้ด้วย...” ว่าพลางค้อนลมค้อนฟ้าไปตามประสาคนแง่งอน

          ด้านคนอารมณ์บูดเพราะเอือมระอากับสาวสุดเซ็กซี่ รวมถึงบรรดานักข่าวที่แห่ตามกันเป็นพรวนจนวุ่นวายมาทั้งวัน พกพาใบหน้าขรึมๆ ก้าวเข้าบ้านของเพื่อนด้วยความเคยชิน พร้อมตะโกนเรียก

“ไอ้ฟาร์เชส อยู่ไหมวะ”

          “ฉันอยู่นี่” เจ้าของบ้านตะเบ็งเสียงออกจากห้องนั่งเล่น

          ฟาร์เวลล์จึงไหวไหล่เล็กน้อย แล้วรีบก้าวตรงไปหาเพื่อนรักในทันที เข้าไปในห้องนั่งเล่นได้ ปากหยักได้รูปก็เอ่ยชวน “เย็นนี้นั่งดื่มกันสักหน่อยไหมเพื่อน พอดีฉันรู้สึกเบื่อๆ...” คำพูดที่กำลังจะหลุดออกมาถึงกับหยุดกึก เมื่อสายตาคมกล้าปะทะกับเรือนกายบอบบางของชาลินา เรเอสโนเข้าอย่างจัง ซึ่งเธอเองก็หันมามองด้วยแววตาขวางขุ่น

          “เธอมาทำอะไรที่นี่...” ครางถามพร้อมกับเบือนหน้าหนี

          เห็นปฏิกิริยาของเขา ร่างสะโอดสะองถึงกับรีบก้าวฉับๆ มาเผชิญหน้า มือทั้งสองข้างยกมือกอดอก เชิดหน้าขึ้นราวนางพญา “ฉันมาหาพี่สาว แล้วมันผิดตรงไหนไม่ทราบ คุณสิ! มาทำไม”

          “ผมจะมาทำไม มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”

          “อ้อหรือ...ฉันนึกว่า คุณจะมาตามหาฉัน พร้อมกับมาบอกว่าขอโทษเสียอีก”

          คราวนี้ทายาทเจ้าพ่อกาสิโนยักษ์ใหญ่ในอเมริกา อดรนทนไม่ไหว จนต้องปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น “คนอย่างผมเนี่ยนะ จะขอโทษคุณ อย่าฝันไปเลย ถ้าต่อไปคุณยังสร้างเรื่องให้ผมไม่หยุดหย่อนละก็ ผมจะหักคอคุณจริงๆ”

          “ฉันคงกลัวหรอก” ใบหน้าสะสวยเชิดใส่อย่างท้าทาย

          สายตาของสองหนุ่มสาว ปะทะกันด้วยความดุเดือด พลอยทำให้คู่สามีภรรยาต้องหันมาสบตากันปริบๆ ก่อนเจ้าของบ้านจะเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปไกล่เกลี่ยด้วยการตบเบาๆ บนไหล่กระด้างของเพื่อนรัก “ใจเย็นๆ สิไอ้ฟาร์ส นายอย่าทำหน้าเหมือนคุณเนยเป็นคนอื่นแบบนั้นสิ”

          ใบหน้าหล่อคมคายของฟาร์เวลล์จึงเลือกเบือนหนีออกจากกรอบหน้าสะสวยของชาลินา แล้วเลือกหมุนกายออกจากห้องนั่งเล่น “ในเมื่อนายมีแขก ฉันขอตัวก็แล้วกัน เอาไว้วันหลังค่อยหาเวลาไปดื่มกัน”

          “ขี้ขลาด...” ชาลินาเอ่ยลอยๆ

          ได้ยินแบบนั้นฟาร์เวลล์ เกิดอาการฉุนกึกขึ้นมากะทันหัน กายแกร่งหมุนกลับเข้ามาในห้อง ก้าวดุ่มๆ มาคว้าเรียวแขนสลักเสลาพร้อมดึงรั้งเข้าหาตัว “เมื่อกี้คุณว่าใคร”

          “ฉันจะว่าใครได้ล่ะ นอกจากคุณ คนขี้ขลาด...”

ดวงตากลมโตถลึงใส่อย่างไม่คิดจะอ่อนข้อให้ “ขี้ขลาด ร้ายกาจ นิสัยไม่ดี ไร้ซึ่งความเป็นสุภาพบุรุษ คุณกล้าดีอย่างไร ถึงทิ้งฉันไว้แบบนั้น รู้ไหมว่าฉันรู้สึกอย่างไรที่ถูกคุณทิ้งระหว่างทาง ถามจริงๆ เถอะ ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนี้หา!

          “หยุด!

ออกปากสั่งเสียงเขียวขุ่น “รู้เอาไว้ ว่าผมใจร้ายยิ่งกว่านี้อีก ถ้าคุณยังไม่เลิกวุ่นวายกับผม”

          “ฝันไปเถอะ! ฉันไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอก แต่...ครั้งนี้ฉันจะให้อภัยคุณ คราวหลังก็อย่าทำอีก”

          ปื้นคิ้วคมเข้มย่นเข้าหากันแล้วมองชาลินาอย่างแปลกใจ

“นี่คุณหมายความว่าอย่างไร”

“ไม่ว่าคุณจะทำตัวร้ายกับฉันแค่ไหน ฉันก็ไม่มีทางยกเลิกเดิมพันระหว่างเรา ฉะนั้น! จำเอาไว้นะคะ คุณว่าที่สามีขา...ไม่ว่าอย่างไร คุณก็ไม่มีทางหนีฉันพ้น รับรองว่าภายในหนึ่งเดือนนี้ คุณต้องรักฉัน...และต้องรักจนหัวปักหัวปำเสียด้วย”

          “ไม่มีทาง!

ใบหน้าหล่อเหลาส่ายรัวปฏิเสธ “พระเอกดังแห่งวงการฮอลลีวูด พ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าพ่อกาสิโนยักษ์ใหญ่ในแถบอเมริกาอย่างผม ไม่มีวันตกหลุมรักผู้หญิงนิสัยร้ายๆ อย่างคุณหรอกชาลินา...ฉะนั้น! คุณทำใจเถอะ ว่าเกมนี้ ไม่ว่าอย่างไร คุณก็ต้องพ่ายแพ้...แพ้อย่างราบคาบ”

          “ฉันต้องชนะ” เชิดหน้าโต้เถียงเขา “คุณนั่นแหละต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้”

          ในขณะที่สองหนุ่มสาวกำลังเล่นสงครามน้ำลายกันอย่างดุเดือด ฟาร์เชส ฟรานติการ์เซียสก็เลือกจะประคองภรรยาออกจากห้องนั่งเล่น ปล่อยให้คนทั้งคู่ได้รบรากันจนสาแก่ใจ ดังนั้นพ้นจากห้องนั่งเล่นมือเรียวของชาลิญาจึงเขย่าท่อนแขนสามีเบาๆ

          “ปล่อยไว้แบบนั้น จะดีหรือคะ นิ่มกลัวว่าพวกเขาจะฆ่ากันตายขึ้นมาจริงๆ”

          “ไอ้ฟาร์สมันไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอกครับ...” บอกเมียด้วยรอยยิ้ม “โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ อย่างเนย”

          “นี่นิ่มไม่แน่ใจเลยนะคะ ว่าเนยจะทำให้คุณฟาร์สหลงรักได้ อีกอย่างทั้งสองคนก็ร้ายกาจพอกัน”

          “อย่าคิดมากเลยครับ คนเป็นเนื้อคู่กัน ถึงอย่างไรก็คงหนีกันไม่พ้น” ว่าพลางประคองเมียรักเดินออกไปเรื่อยๆ “ผมว่าเราเลิกสนใจเรื่องของพวกเขาเถอะครับ หันมาสนใจเรื่องของเราดีกว่า...” กล่าวด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วก้มหอมแก้มนุ่มๆ ฟอดใหญ่

“รู้ไหมฮึ! ว่าผมคิดถึงนิ่มเหลือเกิน วันพรุ่งนี้ ผมขออยู่บ้านนอนตักคุณทั้งวันนะครับ ห่างคุณไปทำงานทีไร หัวใจผมจะขาดรอนๆ”

          “คนบ้า!” กำปั้นน้อยซัดตุ้บลงบนแผงอกเรียบตึงของสามีด้วยความเอียงอาย

          ฟาร์เชสจึงรีบตะครุบมือน้อยๆ ที่กำลังประทุษร้ายร่างกายพลางยิ้มระรื่น แล้วลงทัณฑ์เจ้าของกำปั้นด้วยจูบหวานละมุนละไม กว่าจะผละห่างจากกันได้ ก็เป็นเวลาที่ได้ยินเสียงกระแอมเบาๆ ของคุณปู่ ถึงเวลานี้หลานสะใภ้คนสวยจึงอายม้วนแล้ววิ่งหนีออกไป ส่วนฟาร์เชสก็มองคนเป็นปู่ด้วยนัยน์ตายิ้มๆ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ตามเมียรักไปในทันที!

 

ถึงเวลามื้อค่ำของวัน ฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุลก็ยังคงแสดงท่าทีไม่อยากร่วมโต๊ะกินข้าวกับชาลินา ทว่ามีหรือที่หญิงสาวจะยอมแพ้ง่ายๆ ยิ่งเขาแสดงท่าทีต่อต้าน เธอก็ยิ่งอยากเอาชนะ ดังนั้นรอยยิ้มหวานประจบจึงฉีกยิ้มเต็มกรอบหน้าพร้อมคอยตักอาหารให้เขาอยู่ไม่หยุด ส่วนคนได้รับน่ะหรือ ทำเพียงเขี่ยกับข้าวที่หญิงสาวตักให้ไปกองไว้ข้างๆ จานเท่านั้น ปฏิกิริยาของสองหนุ่มสาว ทำให้คาร์ฟต้องเลิกคิ้วแปลกใจ

“เจ้าฟาร์ส กับข้าวไม่อร่อยหรือลูก ไม่เห็นกินเลยสักคำ”

“เปล่าครับ”

บอกแล้วก็ตวัดหางตามองชาลินา

“พอดี...ผมไม่หิวครับ”

“ปู่นึกว่ากับข้าวไม่อร่อยเสียอีก หนุ่มๆ ก็อย่างนี้แหละ หิวบ้างไม่หิวบ้างมันเป็นเรื่องธรรมดา” ประมุขของบ้านกล่าวด้วยสีหน้าอบอุ่นแล้วหันไปมองหลานสาวคนใหม่ “หนูเนยกินเยอะๆ นะลูก หรืออยากกินอะไรเป็นพิเศษก็สั่งเด็กๆ เขาได้ แม่บ้านของที่นี่ทำอาหารได้หลายชนิด ไม่ว่าอาหารของประเทศไหนๆ ก็อร่อย”

“ขอบคุณค่ะคุณปู่ แต่แค่นี้เนยก็จะอ้วนแล้วค่ะ ถ้าอ้วนมากๆ เนยกลัวว่าเนยจะไม่สวยค่ะ”

“ต่อให้อ้วนหนูเนยก็สวย...จริงไหมเจ้าฟาร์ส?

ประมุขของฟรานติการ์เซียสหันกลับมาถามเพื่อนรักของหลานชายด้วยใบหน้ายิ้มๆ เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับก็หัวเราะร่วนดีใจ “เห็นไหม...เจ้าฟาร์สยังเห็นด้วยกับปู่เลย”

คำพูดยิ้มๆ ของคนเป็นปู่ ทำให้แก้มนุ่มของชาลินาเริ่มขึ้นเป็นสีเรื่อ ไม่ว่าคำตอบของฟาร์เวลล์จะโกหกหรือพูดจริง เธอก็รู้สึกดี และยิ่งสบสายตากับเขาแล้วเขาหลบสายตา ก็ยิ่งทำให้เธออยากจะรู้ยิ่งนัก ว่าเขาจะพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของเธอในวันไหน

ดังนั้นตลอดเวลาที่นั่งร่วมโต๊ะมื้อค่ำกับเขา ดวงตากลมโตก็คอยแอบมองบ่อยครั้ง ถึงแม้จะเจอกับสายตาคาดโทษหรือดุแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้เธอหวาดกลัวเลยสักนิด หนำซ้ำยังไม่ละความพยายามที่จะเอาอกเอาใจเขาอยู่ไม่หยุดหย่อน

ทันทีที่มื้อค่ำสิ้นสุด พระเอกหนุ่มก็รีบกระโจนออกจากห้องอาหารโดยไม่รีรอ พ้นออกมาก็ถึงกับสูดหายใจเข้าปอดลึก ภาพรอยยิ้มหวานของชาลินาตามติดจนต้องส่ายศีรษะแรงๆ เป็นการขับไล่ ก่อนจะร้องสั่งให้เด็กในบ้านเตรียมเหล้าแรงๆ ให้ตัวเองได้ดื่ม เพื่อจะลบภาพเอาอกเอาใจ แถมยังซุกซ่อนอาการยั่วเย้าให้หลุดออกไป

“ผู้หญิงบ้า! ทำไมเธอถึงทำแบบนี้กับฉัน...” ครางกระหึ่มด้วยความรู้สึกขัดใจ

ทันทีที่เด็กรับใช้ยกเหล้ามาเสิร์ฟ ชายหนุ่มก็รีบจัดการเทลงคอไปหลายอึก แต่ไม่ว่าจะดื่มไปกี่แก้ว ภาพของชาลินาก็คอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ดังนั้นจึงสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด “ถ้าเธอไม่ไปห่างๆ ฉัน รับรองว่าได้เจอดีแน่” ขู่กรอดๆ แล้วเทเหล้าอีกแก้วลงคอ

          พลอยทำให้เพื่อนรักที่เพิ่งก้าวเข้ามาได้ยินประโยคเด็ด ต้องส่ายหน้าเร็วๆ แล้วสืบเท้าเข้ามาใกล้

“เฮ้ย! เบาๆ หน่อย”

          คนถูกทักท้วงเงยหน้ามองเล็กน้อย “นายมาก็ดี นั่งดื่มเป็นเพื่อนหน่อย”

          “กลุ้มอะไรนักหนาวะ!

ฟาร์เชสตะล่อมถามด้วยท่าทางคล้ายไม่สนใจ “พระเอกหนังฮอลลีวูดอย่างนาย ฉันยังมองไม่เห็นว่าจะมีเรื่องไหนที่น่ากลุ้ม วันๆ ก็มีแต่สาวห้อมล้อม หรือว่า...ที่บ้านเกิดปัญหา”

          “เปล่า...ก็แค่เบื่อคน”

          “หมายถึงคุณเนยน่ะหรือ”

ถามด้วยนัยน์ตายิ้มๆ “ทำไมถึงไม่ชอบเธอล่ะ เธอดูสวย มีเสน่ห์ เก่ง ครบเครื่องตามที่นายชอบไม่ใช่หรือ”

          “หึๆ”

ฟาร์เวลล์หัวเราะเบาๆ “ไม่ว่าเธอจะสวย จะมีเสน่ห์ เก่งกาจ หรือครบเครื่องแค่ไหน ฉันก็ไม่มีทางเข้าไปยุ่งกับเธอหรอก นายก็น่าจะรู้ดีนะฟาร์เชส ว่าเพราะอะไร”

          “เพราะเธอคือน้องเมียของฉัน!” เจ้าของบ้านกล่าวอย่างรู้เท่าทัน “แต่ถ้านายจริงใจ มันก็ไม่มีอะไรเสียหายนะเพื่อน”

          “นายก็รู้ ว่าชีวิตนี้ ฉันไม่เคยคิดจะจริงจังกับใคร ฉะนั้นถ้าไม่เป็นการรบกวนนายเกินไป ช่วยไปบอกเธอทีเถอะ ว่าอย่ามายุ่งกับฉันอีก เลิกวุ่นวาย เลิกตามตื๊อ เลิกทำตัวยั่วยวนฉันสักที ไม่อย่างนั้น ฉันอาจจะบ้าดีเดือด จนกระทั่งพลั้งมือฆ่าเธอตาย”

          “คนสวยๆ แบบเนย นายจะใจร้ายทำกับเธอได้ลงคอหรือ” ฟาร์เชสเลิกคิ้วรอคำตอบ

          ส่วนคนที่จะให้คำตอบน่ะหรือ เทเหล้าลงคอไปอีกหลายอึก จากนั้นก็ไม่พูดอะไรสักคำ เอาแต่หุบปากเงียบ ปล่อยให้ฤทธิ์แอลกอฮอล์วิ่งพล่านไปทั่วร่าง จนกระทั่งเริ่มดึกสงัดนั่นแหละ ถึงได้ขอตัวเพื่อนรักกลับ ปล่อยให้คนที่รู้จักกันมาหลายปีได้แต่มองตามพลางเอ่ยไล่หลังเบาๆ

“เกมเดิมพันครั้งนี้ระหว่างนายกับเนย รู้ไหมว่านายแพ้ตั้งแต่นาทีที่นายตอบตกลงกับเธอไปแล้ว ไอ้ฟาร์ส...”

ด้านคนเทเหล้าลงคอไปหลายแก้ว เหยียบคันเร่งกลับคอนโดฯ ด้วยความเร็วสูง ถึงแม้จะมีแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหวาดกลัวเลยสักนิด เพราะฤทธิ์เหล้าแค่นี้ไม่ได้ทำให้สติสัมปชัญญะในด้านการขับขี่ของเขาสะเทือนเลย และทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องพักได้สำเร็จ ปลายนิ้วเรียวก็กดโทรศัพท์เรียกคู่ขาของตัวเองทันที

“มาหาผมที่คอนโดฯ เดี๋ยวนี้!

สั่งจบก็กดวางสาย จากนั้นกายแกร่งก็หมุนเข้าห้องน้ำ อาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อของตัวเองจนสะอาด ถึงได้ก้าวออกมาพร้อมผ้าขนหนูพันกายท่อนล่างเอาไว้หมิ่นเหม่ พลางเดินไปหยิบเหล้าในบาร์เครื่องดื่มมาจิบชิวๆ สายตาคมกล้านั้นเพ่งมองออกไปนอกหน้าต่างของห้อง รอคอยไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

มุมปากหยักยกยิ้มน้อยๆ อย่างพอใจ ก่อนจะก้าวยาวๆ ไปดึงประตูให้เปิดกว้าง เพียงเห็นคู่ขาฉีกยิ้มหวานเยิ้มตรงหน้า ก็คว้าตัวเธอเข้ามาในห้องแล้วประกบปากจูบอย่างตะบี้ตะบัน จูบราวกับว่ากำลังลบภาพของใครบางคน

ฟาร์เวลล์ตะโบมจูบปากสีแดงสดจนเริ่มซีด ก่อนจะลากไล้ลงมายังต้นคอ พลอยทำให้หญิงสาวถึงกับครางกระเส่าด้วยความพอใจ “อุ๊ย! วันนี้คุณร้อนแรงจังเลยนะคะ”

ปลายจมูกโด่งเป็นสัน พาดไปตามผิวนุ่มๆ บริเวณลำคอผละห่างพร้อมถามด้วยเสียงแข็งๆ “ทำไม? หรือว่าคุณไม่ชอบ”

“ใครบอกว่าไม่ชอบล่ะ ฉันน่ะชอบมาก...”

ไม่เพียงปากที่หวานฉ่ำ เจ้าหล่อนยังแสดงให้เห็นว่าเนื้อตัวของเธอหวานแค่ไหน ด้วยการแอ่นเนินอกขาวให้ปลายจมูกโด่งดอมดมได้ถนัดถนี่ มือไม้ไต่ยุ่บยั่บไปตามเนื้อตัวแน่นเปรี๊ยะของดาราหนุ่ม และตอนนี้ไม่ว่าเขาจะนำพาเธอไปแห่งหนตำบลใด ลำบากลำบนแค่ไหน เธอก็จะไม่มีทางเปิดปากทักท้วงเลยสักคำเดียว

ตลอดเวลาที่วนเวียนจูบไปตามร่างกายของคู่ขา ภาพรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กับถ้อยคำ คุณต้องแต่งงานกับฉันมันยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆ หู ต่อให้พยายามที่จะลืม ด้วยการแสดงความปรารถนาต่อเจ้าของผิวเนียน ทว่ามันกลับไม่ช่วยให้ดีขึ้นเลย

“เลิกหลอกหลอนผมสักทีได้ไหม...” ปากเอ่ย และมือหนาก็กำลังขย้ำไปตามเรือนกายระหง

“คุณว่าอะไรนะคะ”

ฟาร์เวลล์ไม่ได้ยินคำถามของหล่อน เพราะเขากำลังใช้สมาธิทั้งหมดลืมเลือนภาพของชาลินาที่กำลังทำให้อารมณ์วาบหวามของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเฉยชา จึงเลื่อนมือขยุ้มหน้าอกล้นทะลักผ่านเนื้อผ้าของอีกฝ่าย แต่นั่นก็ยิ่งเลวร้ายมากขึ้น

“อุ๊ย! ฟาร์เวลล์คะ...ฉัน...”

เสียงสั่นพร่ามาพร้อมกับร่างกายเบียดเบียนเข้าแนบชิด

“ฉันต้องการคุณ...ต้องการคุณมากที่สุดได้ยินไหมคะ”

มือเรียวนุ่มลากไล้ไปตามร่างกายแล้วบีบเคล้นให้เขารู้ว่าคำพูดนั้นจริงแท้แค่ไหน อึดใจปลายนิ้วเรียวก็เลื่อนไปยังขอบผ้าขนหนู เพื่อที่จะกระตุกมันให้ร่วงหล่น แต่แล้วต้องร้องโอ๊ยออกมาดังลั่น เมื่อพบว่าร่างของตนถูกเหวี่ยงจนมานั่งกองอยู่กับพื้น

“นี่มันอะไรกันคะ” ดวงตาโฉบเฉี่ยวด้วยสีสันสะดุดตาจ้องมองกายแกร่ง “ทำไมคุณถึง...”

“ออกไป!

          ถ้อยคำขับไล่ไสส่ง มาพร้อมกับอาการฉุดเอาร่างของคู่ขาลุกขึ้น แล้วดึงรั้งเธอไปยังประตูห้อง เพียงกระชากประตูให้เปิดออกได้ ก็เหวี่ยงร่างของเธอออกไป พร้อมกับโยนกระเป๋าของอีกฝ่ายตามไปด้วย

“เรื่องค่าตัว...ผมจะให้คนจัดการให้พรุ่งนี้”

          เพียงประตูปิดลง ก็ได้ยินเสียงกรี๊ดแว่วเข้ามา จนช่วงขาแข็งแรงต้องก้าวอาดๆ เดินหนี กลับเข้ามาในห้องนอนได้ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนปลายเตียง ยกมือลูบหน้าลูบตาและขยี้เส้นผมจนยุ่งเหยิง “นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ!” ร้องถามตัวเองด้วยใบหน้าแดงเข้ม ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าผู้หญิงที่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของตนเพียงไม่กี่ชั่วโมง จะทำให้การใช้ชีวิตรวนไปหมด

          “ถ้าเธอไม่ออกไปจากชีวิตของฉันละก็...ได้เห็นดีกันแน่...ชาลินา!

ขู่กรอดๆ พร้อมกับทิ้งตัวลงนอนราบ ยกมือก่ายเกยหน้าผากเพื่อลบภาพของใครบางคนให้ออกไปจากมโนความคิด แต่ยิ่งทำ ภาพยิ้มหวานเซ็กซี่ กับเรือนกายขาวโพลนที่โผล่พ้นเสื้อผ้าตัวสวยมันก็คอยหลอนหลอก และหลอกหลอนมากขึ้น เมื่อเขานึกอยากจะเห็นว่าภายใต้เสื้อผ้า ผิวขาวๆ นั้นจะเนียนละเอียดลออน่าสัมผัสเพียงใด!

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha