ปล้นรักคาสโนวา

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 4 : กำราบจอมยั่ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          นนอนไม่หลับมาทั้งคืนกำลังพลิกกายกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง โชคดีที่วันนี้คิวถ่ายหนังของเขาเลื่อนไปเป็นตอนบ่าย ทราบจากผู้จัดการส่วนตัวแจ้งเข้ามาเมื่อตอนเกือบจะเที่ยงคืน แต่นั่นมันก็ไม่สำคัญเท่ากับอาการนอนไม่หลับของเขาที่เล่นงานเสียจนขอบตาเริ่มคล้ำ ฉะนั้นจึงต้องสั่งให้สมองหยุดทำงานและเข้าสู่ห้วงนิทราในเวลานี้ให้ได้

          ทว่ายิ่งพยายามมันก็เหมือนกับเป็นการต่อต้าน ดังนั้นเมื่อไม่อาจข่มตาหลับลง ฟาร์เวลล์ก็ผุดลุกจากที่นอนไปอาบน้ำเรียกความสดชื่นให้กับตัวเอง ก่อนจะก้าวออกมาพร้อมกับชุดคลุมมัดปมเอาไว้หลวมๆ จากนั้นก็ออกจากห้องนอนเดินไปชงกาแฟขมๆ แต่ยังไม่ทันได้ดื่ม คิ้วพาดอยู่เหนือดวงตาคมกริบก็ต้องย่นเข้าหากันเพราะเสียงเคาะประตูมันดังขัดจังหวะ

          “ใครมา...” พึมพำถามตัวเองพลางสืบเท้าก้าวยาวๆ ไปดึงประตูให้เปิดกว้าง และเขาก็ได้พบกับผู้หญิงที่ปั่นป่วนในสมองจนพานให้นอนไม่หลับมาทั้งคืน ดังนั้นจึงทอดถอนหายใจใส่แล้วดันประตูเพื่อให้มันปิดลงดังเดิม

          แต่ก็ช้าไปกว่าร่างกายบอบบางของคนขยันปั่นป่วน ที่แทรกกายเข้ามาในห้องเสียก่อน แถมวันนี้ยังแต่งตัวสวย แต่เธอก็สวยในทุกครั้งอยู่แล้ว จะแปลกก็ตรงที่ ดวงตาวิบวับจนชวนให้เขารู้สึกขนลุก

          ชาลินาแอบขำให้กับท่าทีมึนตึงของเขา แต่ต่อให้ไล่เธออย่างไร เธอก็ไม่ไปหรอก ยิ่งเขาไม่อยากเจอก็ยิ่งจะเข้าใกล้ อยากรู้นักว่าจะทนได้สักกี่น้ำ ดังนั้นจึงลอยหน้าลอยตาเอ่ยด้วยท่าทางซื่อๆ “ทำไมทำหน้าเหมือนไม่อยากเจอฉันล่ะคะ”

          “รู้ตัวดีนี่ แล้วทำไมถึงไม่ไป”

          “ก็ฉันอยากอยู่ใกล้ๆ คุณ”

ปากว่า ปลายเท้าก็ขยับเข้าหาจนอีกฝ่ายถอยร่น ปฏิกิริยาของเขาทำให้มุมปากสวยยกยิ้มน้อยๆ

“คุณหนีฉันแบบนี้ แสดงว่าฉันมีอิทธิพลต่อคุณใช่ไหมล่ะ” มือนุ่มยื่นไปแตะท่อนแขนของเขาแผ่วเบา “และดูจะมากขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย...”

          “อย่าคิดไปเอง”

          ปัดมือคนกำลังคุกคามแขนตัวเองให้ออกห่างแล้วมองเธอด้วยความดูแคลน “ผมว่าคุณเล่นสนุกมามากพอแล้วนะ ตอนนี้กลับไปได้แล้ว” เป็นฝ่ายคว้าข้อมือเล็กแล้วรั้งไปยังประตูห้อง

          ชาลินายอมเดินไปตามแรงดึงรั้งของเขา แต่เพียงชิดประตู เธอก็เป็นฝ่ายอ้อมมายืนอยู่ตรงหน้า ใช้จังหวะที่ชายหนุ่มจ้องมองตาดุ ยกแขนคล้องลำคอแกร่งแล้วทิ้งแผ่นหลังตัวเองแนบไปกับบานประตู

          “นี่คุณ! จะทำบ้าอะไร”

          “ไม่น่าให้ฉันพูดเลยนะคะ ฉันแสดงออกสมบทบาทแล้วนะ...บอกตรงๆ ก็คือ ฉันกำลังยั่วยวนคุณ!

          ทั้งคำพูด สีหน้า และท่าทางนั้น ชาลินาแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง ว่าเธอเจตนาจะยั่วดาราหนุ่ม ดวงตากลมๆ จับจ้องอยู่กับกรอบหน้าคมคาย ปลายนิ้วเรียวก็คอยเกลี่ยบริเวณต้นคอของเขา “แต่ฉันไม่ได้ยั่วให้คุณปล้ำหรอกนะคะ ฉันแค่ยั่วให้คุณรัก” เน้นคำสุดท้ายพร้อมกับลดมือข้างหนึ่ง ลงมาอ้อยอิ่งอยู่กับแผงอกตึงเปรี๊ยะ แกล้งสอดปลายนิ้วเข้าไปภายในเสื้อคลุมของเขา

          “เอามือออกเดี๋ยวนี้!” เจ้าของคำสั่ง กำลังพยายามปลดมือนุ่มที่คุกคามร่างกาย

          “แหม...ฉันนึกว่าคุณจะชอบ”

          เรียวปากอิ่มว่าพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วแกล้งสูดหายใจเข้าปอดลึกพร้อมชมเปาะ “กลิ่นกายคุณตอนอาบน้ำใหม่ๆ ช่างหอมถูกใจฉันเหลือเกินนะคะ” ขยับปลายจมูกเล็กเข้าใกล้บริเวณอกกระด้างของเขาแล้วแกล้งสูดดมนิ่งนาน

          นาทีนี้ฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุลต้องสูดหายใจเข้าปอดลึก เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับแม่สาวช่างยั่วอารมณ์ป่าเถื่อน ที่เขาอุตส่าห์ซุกไว้ในซอกลึก นี่เธอไม่รู้บ้างเลยหรืออย่างไร ว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ ถ้าเขาทนไม่ไหว เขาอาจจะปล้ำเธอขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นได้

          ยิ่งเห็นอาการของเขา ชาลินา เรเอสโนก็ลอบยิ้มพอใจ อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้เธอได้ยินเสียงจังหวะหัวใจเต้นโครมครามของเขา ผิวกายของเขาก็เริ่มเย็น เสี้ยวหน้าคมแดงเข้ม แล้วอย่างนี้เขาจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของเธอได้อย่างไร

          คุณแพ้ฉันแล้ว...คุณฟาร์ส

          บอกตัวเองด้วยความพอใจ แล้วปฏิบัติการคุกคามความรู้สึกของเขาต่อทันที “ในห้องนี้ร้อนจังเลยนะคะ” ยอมถอยห่างเพียงไม่กี่ก้าว พลางถอดเสื้อคลุมที่ตัวเองสวมแล้วโยนมันลงไปกองกับพื้นห้อง เหลือแค่เพียงชุดเกาะอกตัวเล็ก ที่ชายกระโปรงนั้นเลยเข่ามนมาคืบเศษ เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เดินวนไปมารอบๆ ตัวเขา “คุณร้อนเหมือนฉันบ้างไหมคะ”

          ดวงตาเขียวปั้ดของฟาร์เวลล์กำลังทอดมองร่างเซ็กซี่ของหญิงสาวนิ่ง สักพักถึงได้พ่นลมหายใจทิ้งใหญ่แล้วคว้าเอาเอวบางเข้ามาแนบชิด “ผมไม่คิดเลยนะ ว่าคุณจะหน้าด้านถึงขนาดกล้าถอดเสื้ออ่อยผมขนาดนี้ แต่เสียใจด้วยมันไม่ได้ผลหรอก!” ว่าพลางผลักของอีกฝ่ายจนกระเด็นออกห่าง

          ทันทีที่เขาออกแรง ชาลินาก็ร้องวี้ดว้ายออกมาดังลั่น หนำซ้ำยังแกล้งเซถลาจนล้มก้นจ้ำเบ้า เมื่อเขาหันมามองก็แสร้งร้องด้วยความเจ็บปวด บีบน้ำตาออกมาปานจะขาดใจเสียให้ได้

          “โอ๊ย! เจ็บจังเลย...”

          “ลุกขึ้น! แล้วออกไปจากห้องของผม เลิกทำตัวสำออยสักที ผมรำคาญ!” ต่อว่าปาวๆ แล้วเดินดุ่มๆ มาดึงหญิงสาวขึ้น ทว่าต้องเบือนหน้าหนีกับร่างหอมกรุ่นที่โผเข้ามาซบแผงอกเรียบตึงของตัวเอง

          ทว่ามีหรือคนถูกไล่จะยอมง่ายๆ เพราะตอนนี้ชาลินาแสร้งทำอ่อนแรงจนไม่อาจทรงตัวได้ จึงเซซบเขาอยู่อย่างนั้น หนำซ้ำยังยึดท่อนแขนกำยำไว้แน่นแล้วร้องโอดครวญไม่หยุดหย่อน “ฉันยืนเองไม่ได้ เห็นไหมเป็นเพราะคุณที่ทำให้ฉันยืนด้วยตัวเองไม่ได้” ต่อว่าเขาแล้วทุบกำปั้นลงบนแผงอกตึงเปรี๊ยะไปหลายที “คนบ้า! คนใจร้าย ถ้าคุณไม่ผลักฉัน ฉันคงกลับไปตามคำสั่งของคุณได้ ไม่ต้องอยู่ให้คุณรำคาญแบบนี้”

          “อ้อ! สรุปว่าผมผิด”

ฟาร์เวลล์ถามอย่างอ่อนใจ แต่ท่อนแขนล่ำก็ยังโอบประคองเอวคอดกิ่วไว้ เพื่อไม่ให้เธอล้มไปกองกับพื้นขึ้นมาจริงๆ อึดใจก็ลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้าอย่างนั้นผมขอไถ่โทษได้ไหมครับ ถ้าคุณเจ็บตรงไหน บอกผมได้เลย ผมจะทายาให้” ว่าพลางโน้มเสี้ยวหน้าคมมาสบตา ผมรับประกัน ว่าคุณจะหายเจ็บทั้งเนื้อทั้งตัวเชียว

ได้ยินแล้วชาลินาก็เกิดอาการกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ จากนั้นก็ทำตัวอ่อนเปลี้ยเพลียแรงให้พระเอกหนุ่มประคอง เมื่อเขาพามานั่งบนโซฟาได้ก็แสร้งร้องว่าเจ็บโน่นเจ็บนี่ โดยเฉพาะข้อเท้าเล็กข้างขวา ที่มันทำให้เธอยืนไม่ได้

“เจ็บมากไหมครับ”

คนจะนวดให้ถามด้วยรอยยิ้มมุมปาก พลางขยับมือลูบเบาๆ บนข้อเท้าสวย

“เจ็บมากค่ะ”

บอกด้วยใบหน้าเจียนจะร้องไห้ ทั้งๆ ที่ภายใต้สีหน้านั้นกำลังยิ้มพอใจ เจ็บมากค่ะคุณฟาร์สขา คิดได้ดังนั้นก็นั่งรอให้เขานวดข้อเท้าด้วยความลุ้นระทึก ดวงตากลมโตยังคงจับจ้องเจ้าของกรอบหน้าคมคายด้วยความหลงใหล

ด้านคนอาสาเป็นนักนวด ก็ลอบยิ้มร้ายกาจ พร้อมกับลงมือนวดข้อเท้าให้คนเจ็บด้วยแรงมือแผ่วเบาในคราแรก นวดไปเรื่อยๆ ก็ได้เห็นใบหน้าเปี่ยมสุขของเธอ ทว่าไม่ถึงสองนาทีมุมปากหยักก็กระตุกยิ้มอีกครั้งแล้วลงแรงบีบข้อเท้าเล็กไปสุดกำลัง

โอ๊ยยย!

ชาลินาหวีดเสียงร้องลั่น น้ำตาเม็ดเล็กร่วงผล็อยอาบแก้มนวลโดยไม่ได้เสแสร้ง จึงรีบผลักเขาออกเป็นพัลวัน “นี่คุณ! จงใจจะหักขาฉันหรืออย่างไรหา! รู้ไหมว่ามันเจ็บ ฮือๆ เจ็บจนขาจะหักอยู่แล้วเนี่ย”

ตะโกนปาวๆ ใส่แล้วเดินกะเผลกหนี มองด้วยแววตาตัดพ้อ ไม่คิดจริงๆ ว่าเขาจะกล้าทำร้ายเธอถึงเพียงนี้

“สมน้ำหน้า!

ทายาทเจ้าพ่อกาสิโนยักษ์ใหญ่เดินเข้ามาใกล้ แล้วมองด้วยความเยาะเย้ย “คุณคิดว่าผมโง่หรืออย่างไรไม่ทราบ กับไอ้ฉากแกล้งเจ็บแบบนี้ผมเจอมาจนชิน หรือว่าคุณลืมไปแล้ว ว่าผมเป็นนักแสดง และเป็นพระเอกอีกด้วย!

“คุณนี่มัน...ใจร้าย”

ต่อว่าเขาทั้งน้ำตา “ทำไมต้องลงไม้ลงมือกับฉันขนาดนี้ด้วย ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ เท่านั้นนะ”

“ผู้หญิงตัวเล็ก แถมพ่วงด้วยนิสัยเลวร้ายน่ะสิไม่ว่า”

ชาลินาอดไม่ได้จึงเบะปากใส่เขา แล้วเชิดหน้าขึ้น “ก็เหมาะสมกันแล้วนี่ คุณมันเลวร้าย ฉันก็เลวร้าย เพราะฉะนั้น บทสรุประหว่างคุณกับฉัน นั่นก็คือการแต่งงานและอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต!” ก้าวอาดๆ เข้าไปใกล้แล้วทุบกำปั้นลงบนหน้าอกด้านซ้ายของเขา “และจงรู้เอาไว้ ว่าหัวใจร้ายๆ ของคุณ ก็ต้องเป็นของฉันด้วย” ตอกย้ำให้เขาได้รู้ก่อนจะยอมถอยด้วยการเดินขากะเผลกไปหยิบเอาเสื้อคลุมของตัวเองมาสวมใส่ แล้วค่อยๆ เดินจากไป ปล่อยให้เจ้าของห้องได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอกไล่หลัง

“ทำถึงขนาดนี้ ยังไม่ละความพยายามอีกหรือ...”

พึมพำเบาๆ พร้อมกับตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะทำอย่างไรที่จะให้เจ้าของร่างเซ็กซี่นั้นล้มเลิกความตั้งใจทุกอย่าง เพราะเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าจะต่อต้านผู้หญิงสวยๆ ซึ่งอยู่ในอุดมคติของตัวเองอย่างชาลินาไปได้สักกี่น้ำ เพราะแค่เธอมาป่วนใกล้ๆ ไม่กี่วัน มันก็ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขารวนไปหมด!

         

          าลินาหอบข้อเท้าเจ็บแปลบของตัวเองกลับบ้านพี่สาวด้วยดวงตาแดงๆ ไปถึงก็ถูกคนเป็นพี่จับทายาพร้อมกับบ่นยาวเหยียด งานนี้ทั้งเธอและฟาร์เวลล์ล้วนมีความผิดเท่าเทียมกัน แต่ที่ไม่เท่าเทียมก็คือ เธอเจ็บข้อเท้าจนน้ำตาเล็ด ขณะที่เขากลับไม่เป็นอะไรเลย แถมยังลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ยเธออีก

          ยิ่งเห็นข้อเท้าตัวเองมีรอยแดง ก็ยิ่งบ่นกระปอดกระแปด

          “เพราะเขาคนเดียว...เขาทำให้เนยเดินไม่ได้ เขาต้องรับผิดชอบ”

          “เอาไว้ให้หายก่อนดีไหมเนย แล้วค่อยไปทะเลาะกับคุณฟาร์สเขา ถ้าเนยไปวอแวกับเขาอีก พี่กลัวว่าคราวนี้เนยจะเดินไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ บางที เนยอาจจะถูกหักแขนหักขาเหมือนที่เขาขู่เอาไว้ก็ได้” ชาลิญาปรามน้องสาวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

          “อีกอย่าง...ถ้าเนยเข้าไปยุ่งกับเขามากๆ เขาอาจพานไม่ชอบเนยขึ้นมาจริงๆ ก็ได้ ผู้ชายเขาไม่ชอบคนที่ตามตอแยเขาสักเท่าไรหรอกนะ”

          ฟังคำพูดของคนเป็นพี่ ดวงตากลมๆ ถึงกับเต้นระริก “พี่นิ่มหมายความว่า...” หรี่ตาแคบนิดๆ ด้วยมีแผนการรุกฆาตฉบับใหม่ “ถ้าเนยหายไปจากชีวิตเขาสักวันสองวัน พี่นิ่มว่า...เขาจะคิดถึงเนยไหมคะ”

          “นี่เรา...”      

รอยยิ้มหวานคลี่เต็มกรอบหน้างาม “เนยจะทำให้เขา เกิดอาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับเชียวแหละค่ะ”

          ได้ยินแบบนั้น ชาลิญาก็ต้องส่ายหน้า นี่แหละถึงจะเรียกว่าชาลินา เรเอสโน ตัวจริงเสียงจริง ตั้งแต่เล็กจนโต เนยไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ไม่ว่าจะต้องฝันฝ่าอุปสรรคยากเย็นแค่ไหน และเธอก็เชื่อว่า ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างจากครั้งอื่นๆ น้องสาวของเธอต้องประสบความสำเร็จในสิ่งที่จะทำ และก็ต้องมีความสุขในสิ่งที่เลือกอีกด้วย

          “ถ้าอย่างนั้น พี่ขอให้เนยหายเร็วๆ จะได้มีแรงไปสู้รบเรื่องหัวใจกับคุณฟาร์ส”

          “ค่ะ และระหว่างนี้ เนยจะทำให้เขาคิดถึงเนย...”

หางคิ้วข้างซ้ายของชาลินายกขึ้นนิดๆ ก่อนจะโผเข้ากอดคนเป็นพี่ “ขอบคุณพี่นิ่มมากนะคะ ที่ชี้ทางสว่างให้ เนยรักพี่นิ่มที่สุดค่ะ”

          “พี่ก็รักเราจ้ะ” สองศรีพี่น้องกอดกันตัวกลมดิก พลอยทำให้คนเดินผ่านมาได้ยินประโยคสนทนาของคนทั้งคู่ ต้องส่ายหน้า พลางนึกไปถึงเพื่อนรัก ดูท่าทางคราวนี้เขาคงต้องสั่งตัดชุดใหม่ เพื่อเตรียมร่วมงานฉลองมงคลสมรสยิ่งใหญ่แห่งปีเสียแล้ว เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไร จะหนีวิธีไหน ฟาร์เวลล์เพื่อนรัก คงไม่อาจรอดเงื้อมมือบุตรสาวคนรองของคุณพ่อตาเฮอแมนไปได้แน่ๆ

คิดได้ดังนั้นจึงหมุนกายออกห่างจากสองสาว แล้วกดโทรศัพท์ทักทายเพื่อนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“สวัสดีครับ คุณน้องเขย...”

คนกดรับสายถึงกับขมวดคิ้ว พลางตะโกนต่อว่าดังลั่น

“แกพูดบ้าอะไรหะ! ไอ้ฟาร์เชส...”

“เฮ้ย! พูดกับพี่เขยให้มันดีๆ หน่อย”

“ถ้าแกไม่หยุดปากเสีย ฉันจะไปประเคนหมัดให้แกเดี๋ยวนี้เลย...”

คราวนี้ฟาร์เชสถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะลั่น พลางส่ายหน้า “ล้อเล่นแค่นี้ ทำไมต้องโมโหด้วยล่ะ ฉันก็แค่...ได้ยินเนยเขาบ่นๆ ว่านายทำร้ายเขาอย่างโน้นอย่างนี้ก็เลยจะโทร. มาถามสักหน่อย ปกตินายไม่ใช่คนรังแกผู้หญิงนี่หว่า แล้วทำไมถึงได้ไปลงมือกับเธอจนร้องโอดโอยแบบนั้นได้ หรือว่า...ความป่าเถื่อนตามประสาคาสโนวามันกำเริบขึ้นวะ!

“ยัยนั่นเป็นอย่างไรบ้าง”

เสียงอ่อยๆ ของเพื่อนรักยิ่งทำให้ฟาร์เชสมั่นใจว่าการคาดเดาของตนไม่ผิดเลยสักนิด “เธอไม่เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่เดินเองไม่ได้สักสามสี่วันตอนนี้นิ่มก็ดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่”

บอกไปแล้วก็ได้ยินแต่เสียงพ่นลมหายใจทิ้งของเพื่อนรักจึงเอ่ยต่อ “ถ้านายเป็นห่วงก็มาดูแลสิ”

“ใครบอกฉันห่วง ฉันก็แค่...อยากสมน้ำหน้าเท่านั้น”

“อืม...แล้วจะบอกเธอให้ ว่านาย...สมน้ำหน้า”

ฟาร์เชสแกล้งทำตัวพาซื่อ เมื่อเพื่อนรักตะโกนปาวๆ ห้ามก็เลือกเปลี่ยนเรื่องพูด คุยกันตามประสาเพื่อนรักอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมงนั่นแหละ ถึงได้หมุนกายกลับไปหาเมียรักด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมกับข่าวดีที่ว่า ฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุลเพื่อนรักนั้น จะส่งดอกไม้มาขอโทษชาลินา ภรรยาคู่ชีวิตจึงคลี่ยิ้มกว้าง ส่วนคนต้องได้รับดอกไม้น่ะหรือ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความคิดที่ยากจะคาดเดา!

 

ลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง บอดี้การ์ดหน้าเข้มก็หอบดอกลิลลี่ช่อใหญ่เดินตรงเข้ามาในห้องนั่นเล่น ค้อมศีรษะให้กับคนเป็นนายแล้วเสร็จจึงมุ่งฝีเท้าก้าวไปใกล้น้องสาวของนายหญิงพลางกล่าว “ดอกไม้ของคุณชาลินาครับ”

“จากใครหรือคะ”

บอดี้การ์ดหนุ่มก้มมองช่อดอกไม้ในมือแล้วส่ายหน้า “ไม่ทราบครับ” บอกแล้วก็ยื่นช่อลิลลี่ให้กับหญิงสาว ทว่าคนต้องรับเลือกเบือนหน้าหนี ทำให้การ์ดหนุ่มต้องหันไปขอความเห็นจากผู้เป็นนาย เมื่อได้รับคำสั่งให้เอาไปวางไว้บนโต๊ะกระจกก็รีบปฏิบัติ แล้วตรธานตัวเองออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อดอกลิลลี่ช่อใหญ่ถูกวางทิ้งไว้ ชาลิญาก็เป็นฝ่ายหยิบมันขึ้นมา “พี่ว่าดอกไม้นี่สวยดีนะ เนยน่าจะเก็บไปจัดใส่แจกันแล้วเอาไปวางไว้ในห้อง”

“ดอกไม้จากใครก็ไม่รู้ เนยจะเก็บไว้ทำไมคะ”

“แต่คนให้ เขาคงอยากให้เนยรับไว้นะ ถ้าเนยไม่สนใจคนให้ เนยก็น่าจะสงสารดอกไม้สวยๆ ช่อนี้บ้าง ดอกไม้ไม่ได้ทำอะไรผิดนะจ๊ะ” ส่งช่อดอกไม้ให้กับคนเป็นน้อง แล้วบังคับให้รับไว้           “ดอกไม้สวยๆ ก็ต้องคู่กับคนสวยๆ”

ชาลินาจึงต้องรับช่อลิลลี่ไว้ แต่เธอไม่คิดจะเก็บมันไว้ในมือนานเกินกว่าหนึ่งนาทีหรอก เพราะหลังจากนั้นก็เดินกะเผลกออกจากห้อง มุ่งตรงไปยังหน้าบ้านแล้วเรียกบอดี้การ์ดคนเดิมที่เธอเห็นก่อนหน้ามาหา เมื่ออีกฝ่ายมายืนอย่างรอรับคำสั่งก็รีบบอกทันที

“ส่งดอกไม้นี่ให้กับคุณฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุล และบอกเขาว่า...ฉันไม่รับ”

“ได้ครับ” การ์ดหนุ่มก้มหน้ารับคำสั่งอย่างรวดเร็ว

เมื่อจัดการส่งดอกไม้ช่อนั้นคืนกับคนที่คาดว่าเป็นเจ้าของแล้ว ชาลินาก็เดินยิ้มระรื่นกลับไปหาพี่สาวกับพี่เขย นั่งคุยกับคนทั้งคู่ต่ออีกครึ่งชั่วโมง จึงเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบริเวณสวนหย่อมของคฤหาสน์หรูหรา จิบกาแฟอุ่นๆ กับขนมปังอร่อยๆ แล้วรอลุ้นว่า สิ่งที่เธอทำนั้นจะส่งผลเป็นอย่างไรบ้าง

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา รถสปอร์ตคันหรูที่กำลังจะแล่นออกจากคอนโดฯ ที่พัก ต้องหยุดกะทันหัน เมื่อบอดี้การ์ดของเพื่อนสนิทก้าวลงมาขวางทาง หนำซ้ำเมื่อเขาเปิดประตูลงมาพบ ก็ต้องตาโตเพราะอีกฝ่ายยื่นช่อลิลลี่ให้

“คุณชาลินาบอกว่า เธอไม่รับครับ”

“อะไรนะ!” ดวงตาสีเข้มหรี่แคบลงอย่างไม่เข้าใจ “เธอบอกเหตุผลไหมว่าเพราะอะไร”

“ไม่ทราบครับ ทราบแต่ว่าเธอไม่รับและให้ส่งคืนคุณฟาร์ส ครับ”

“ยัยตัวดี!

ฟาร์เวลล์คำรามออกมาด้วยความเหลืออด เขาอุตส่าห์ส่งดอกไม้ไปขอโทษที่ทำร้ายจนเจ็บ แต่ดูเธอตอบแทนกลับมาสิ ดังนั้นจึงเอ่ยไล่ให้การ์ดหนุ่มกลับไป ส่วนตัวเขาเลือกเดินถือช่อ  ลิลลี่กลับขึ้นรถสปอร์ตแล้วเหยียบคันเร่งออกไปด้วยความเร็วดุจพายุ!

 

ด้านชาลินา ยังคงนั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสือด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ทว่าบ่อยครั้งที่สีหน้าแสดงออกถึงความร้ายดุจเสือชีตาร์คอยเงี่ยหูฟังเสียงอะไรบางอย่าง และเธอก็ถึงกับยกยิ้มที่มุมปากสวย เมื่อได้ยินเสียงรถเบรกดังเอี๊ยดอ๊าด ถ้าเดาไม่ผิด ใครบางคนคงพกพายุโกรธเตรียมมาหาเรื่องเต็มที่ ดังนั้นจึงตั้งหน้าตั้งตารอคอยด้วยความใจเย็น

เสียงฝีเท้าเดินย่ำเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ไม่ถึงนาที ตรงหน้าก็ปรากฏช่อดอกไม้ที่เธอเพิ่งส่งคืนให้กับเจ้าของ ดังนั้นจึงเงยละสายตาจากนิตยสารแล้วมองคนมาใหม่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พลางทำหน้าตาซื่อๆ ถาม “นี่มันเรื่องอะไรกันหรือคะ” ดวงตาปริบๆ จ้องใบหน้าคมคายอย่างไม่หวั่นเกรง

“ผมส่งดอกไม้ให้ ทำไมคุณถึงไม่รับ”

“แต่ฉันจำได้ว่า ฉันรับมาถือไว้ และก็ส่งคืนให้เจ้าของไปแล้ว เอ๊ะ! คุณคือเจ้าของดอกลิลลี่ช่อนี้หรือคะ” ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเบาๆ บนกลีบลิลลี่ ความนุ่มของมันกำลังทำให้เธอแตะไล้ไม่หยุด

“อย่ายียวนใส่ผมได้ไหมชาลินา...”

คราวนี้ฟาร์เวลล์คำรามใส่ด้วยใบหน้าโกรธๆ “คุณคิดจะปั่นหัวผมหรืออย่างไรไม่ทราบ”

“อุ๊ยตาย...ใครจะกล้าทำแบบนั้น”

รีบส่ายหน้าไปมาจนผมสวยๆ นั้นปลิวสยาย “ก็ฉันไม่รู้ว่าคุณคือเจ้าของจริงๆ แล้วคุณก็ไม่ได้เขียนการ์ดมาด้วยว่ามอบให้ด้วยจุดประสงค์อะไร และฉันก็ต้องบอกไว้อีกอย่าง ว่าฉัน...ไม่รับของจากคนแปลกหน้า...รวมถึงพวกหน้าแปลกด้วย” ดวงตาซื่อใสยังคงจับจ้องใบหน้าของคนอารมณ์บูดตาไม่กะพริบ

ฟาร์เวลล์พยายามอย่างยิ่ง ที่จะไม่กระชากแขนหญิงสาวแล้วบีบให้เต็มแรง ตอนนี้ยิ่งเธอแสดงท่าทีกวนประสาท ก็ยิ่งบอกตัวเองให้ใจเย็น ทว่าตบะของเขามันก็คล้ายจะสะบั้นลง เพราะสีหน้าที่เธอแสดงออก

“คุณอย่ามาทำหน้าซื่อตาใสใส่ผมแบบนั้นนะชาลินา”

“ฉันทำอะไรหรือคะ” บุตรสาวคนรองของเฮอแมนยังคงตั้งท่าไม่รู้ไม่ชี้ “ตอนนี้ฉันก็นั่งจิปกาแฟ อ่านนิตยสาร และคิดว่า...ไม่ได้ทำอะไรให้คุณต้องอารมณ์เสีย จนทำหน้าเหมือนจะขย้ำคอฉันแบบนี้”

“ชาลินา!

คราวนี้เสียงเครียดจัดมาพร้อมกับอุ้งมือร้อนผ่าวคว้าต้นแขนเล็กข้างขวาแล้วรั้งแรงๆ จนกายบางถลาห่างเก้าอี้ และร่างแน่งน้อยก็เซถลามาซบกับแผงอกตึงเปรี๊ยะเข้าอย่างจัง “ผมชักจะหมดความอดทนกับคุณแล้วนะ”

ความเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นกับข้อเท้าซึ่งยังบวมแดง ทำให้กลีบปากเล็กต้องกัดปากข่มฟันไว้แน่น เธอไม่โวยวายแต่ในแววตานั้นแสดงออกถึงความเจ็บปวด แต่เมื่อเขายังคงจ้องมองก็แสร้งเบือนหน้าหนี “คุณกำลังหาเรื่องฉันอยู่นะคะ คุณฟาร์ส...” ว่าไปแล้วก็พยายามบิดนิ้วซึ่งเกาะหนึบอยู่กับต้นแขนให้ออกห่าง

“วันนี้คุณทำให้ข้อเท้าฉันเจ็บมันยังไม่พออีกหรือ คุณถึงได้มาหาเรื่องฉันอีก นี่ฉันอุตส่าห์ไม่ไปข้องแวะวอแวกับคุณอย่างที่คุณต้องการ ฉันทำถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังจะเอาอะไรกับฉัน”

แววตาทั้งสองข้างจ้องมองหน้าเขาอย่างรอคำตอบ “บอกฉันสิคะ ว่าคุณจะให้ฉันทำอย่างไร”

“คุณอย่ามาพูดให้ผมรู้สึกผิดนะชาลินา ผมรู้หรอกว่านิสัยคุณน่ะร้ายกาจแค่ไหน”

“ร้ายแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับคุณที่ทำร้ายฉันขนาดนี้หรอก”

“ก็ในเมื่อผมแก้ไขคำว่าร้ายของตัวเอง ด้วยการส่งดอกไม้ให้คุณทำไมคุณถึงไม่รับ” ว่าพลางเอื้อมมือคว้าช่อลิลลี่มายัดใส่มือ “หรือว่าคุณต้องการอะไรมากกว่าดอกไม้ช่อนี้อีก”

“ค่ะ ฉันต้องการมากกว่านั้น” เชิดหน้าตอบเขาด้วยท่าทีรั้นๆ

“อะไร?” พระเอกหนุ่มถามห้วนๆ

“ความรักและคำขอโทษไงคะ สองอย่างนี้คุณให้ฉันได้หรือเปล่า”

มือที่ยึดต้นแขนเล็กไว้แน่น คลายลงราวกับอ่อนแรง หนำซ้ำช่วงขาแข็งแกร่งยังเลือกเดินถอยหลังให้ สูดหายใจเข้าปอดลึกพลางว่า “ความรัก ผมคงให้คุณไม่ได้ แต่สำหรับคำขอโทษ คุณได้รับตั้งแต่ผมส่งดอกไม้ช่อนั้นให้แล้ว”

จบประโยค ฟาร์เวลล์ก็หมุนกายเดินลิ่วๆ เพื่อจะตรงไปยังรถ ทว่าเดินมาได้ไม่กี่ก้าว ปลายเท้าหนาหนักกลับต้องชะงักกึก พร้อมกับเบือนหน้าหนีคนที่หอบลิลลี่มายืนอยู่ตรงหน้า

“อะไรอีก” ถามด้วยเสียงเนือยๆ

รอยยิ้มหวานแย้มให้น้อยๆ แล้วก้มดมดอมกลิ่นดอกไม้ในมือ “ขอบคุณสำหรับคำขอโทษนะคะ”

จบคำก็เบี่ยงกายถอยห่าง เมื่อเขาเดินเลยผ่านไปแล้ว ดวงตากลมๆ ก็เต้นระริกด้วยความยินดี เพราะสิ่งที่เขาทำในวันนี้ ทำให้เธอมีความสุขมากแล้ว อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเขาแคร์ความรู้สึกของเธอ และเมื่อเขาแคร์ในวันนี้ อนาคตข้างหน้า ความรู้สึกของเขาก็จะพัฒนาไปจนถึงขั้นหลงรัก!

ด้านฟาร์เวลล์กำลังก้าวยาวๆ มาถึงรถสปอร์ตคันเก่งของตัวเองด้วยความรู้สึกที่มันขัดแย้งกับอุดมคติของตนอย่างไรพิกล หนำซ้ำเมื่อมาถึงก็ต้องถอนหายใจทิ้ง เพราะสายตาปะทะกับใบหน้าหล่อคมของเพื่อนรัก ซึ่งไอ้เพื่อนตัวดีกำลังมองมายังเขาด้วยแววตารู้เท่าทัน ดังนั้นจึงเรียกจะตีหน้าขรึมๆ แล้วเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนา

“นายมาดักรอฉันแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่าวะฟาร์เชส!

“เฮ้ย! ฉันสิต้องถามนาย ว่ามาบ้านฉันมีธุระอะไร...” เจ้าของบ้านหรี่ตาแคบจับผิด “ว่าแต่ฉันได้ยินเสียงรถของนายมาถึงนานแล้วนี่ รออยู่ในบ้านตั้งหลายนาทีไม่ยักขึ้นไปหา ถามจริงๆ เถอะ นายไปไหนมาวะ”

“เปล่า!” ปฏิเสธเสียงแข็ง

“อ้าว!” ฟาร์เชสแกล้งร้องตกใจ แล้วไหวไหล่น้อยๆ “ช่างมันเถอะ ว่าแต่นายมีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า! แค่จะมาบอกว่า ฉันไปกองถ่ายหนังก่อนนะ ไปละ” จบคำก็ยกมือให้กลายๆ แล้วแทรกตัวขึ้นไปนั่งบนรถ พลางลดกระจกลงเพียงครึ่งแล้วเอ่ยต่อ “เอาไว้จะแวะมาหาใหม่นะเพื่อน”

“เฮ้ย!” ฟาร์เชสร้องได้แค่นั้น รถสปอร์ตของเพื่อนก็วิ่งออกไป ดังนั้นจึงได้แต่ส่ายหน้าไล่หลัง “ไอ้คนปากแข็ง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกเดินไปหาเนยมา” ว่าแล้วก็ยิ้มรู้ทัน ก่อนจะหมุนกายกลับเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี พอเดินมาถึงโถงกว้างก็ต้องยิ้มให้กับน้องเมียที่หอบลิลลี่ช่อใหญ่ไว้แนบอก

“ดอกไม้ช่อนั้น ดูคุ้นๆ นะเนย”

ชาลินาเพียงยิ้มรับแล้วเดินอายม้วนกลับขึ้นไปพักบนห้องอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คนเป็นพี่เขยส่ายหัวน้อยๆ ตามหลัง!

 

          วลาบ่ายของวัน ตัวรถสปอร์ตก็มุ่งหน้าสู่โรงแรมห้าดาวกลางใจเมืองเพราะมีฉากที่ต้องถ่ายทำต่อ ไปถึงทุกคนก็เตรียมพร้อมไว้เรียบร้อย ตัวเขาทำเพียงไปแต่งหน้าทำผมให้เข้ากับฉากที่ต้องแสดง ใช้เวลาอยู่ในโรงแรมนั้นร่วมห้าชั่วโมงเต็ม ถึงได้ก้าวออกมา ทว่าต้องหยุดชะงักกึก เมื่อเจอนางเอกสาวร้องเรียก

          “คุณมีอะไรกับผมหรือ”

          “คุณอยู่มาดริดนานกว่าฉัน และคงจะคุ้นเคยมากกว่า วันนี้ฉันอยากได้ของขวัญให้น้องสาว คุณช่วยไปพาไปซื้อหน่อยได้ไหม”

          “เราสองคน ไปช็อปปิ้งในมาดริดเนี่ยนะ” ใบหน้าหล่อคมรีบส่ายไปมา “คุณลืมไปหรือเปล่า ว่าคุณกับผม เราเป็นนักแสดง ไปไหนมาไหนด้วยกัน เดี๋ยวนักข่าวก็ได้ตีข่าวฉาวจนกระฉ่อนวงการหรอก”

          “เอ๊ะ!

ดวงตาสวยเฉี่ยวเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ปกติ คุณก็ไม่ได้สนใจนี่คะ อีกอย่างคุณก็มีข่าวฉาวกับใครตั้งหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนางแบบนมโต นักร้องเซ็กซี่หรือแม้แต่กับดาราประกอบ”

          “ใช่ ที่ผ่านมาผมเป็นข่าวกับคนอื่นเขาไปทั่ว แต่ตอนนี้ผมเบื่อ...อยากอยู่เงียบๆ”

          “ฉันนึกว่า...คุณกลัวใครจะโกรธเอาเสียอีก” ว่าพลางยิ้มอย่างรู้ทัน “สงสัย...อาจจะเป็นผู้หญิงชุดแดงเพลิงคนนั้น”

          อากัปกิริยาที่ตั้งท่าจะหนีกลับไปยังรถของตน มีถูกพับเก็บลงอย่างกะทันหัน แล้วจ้องหน้านางเอกร่วมค่ายของตัวเองอย่างอ่อนใจ สุดท้ายก็ต้องพยักหน้าจำนน แล้วเดินนำหน้าเธอไปยังรถ

          ก้าวขึ้นมานั่งในรถเรียบร้อยก็เอ่ยขึ้นลอยๆ “ถ้ามีข่าวเสียๆ หายๆ ขึ้นมา คุณอย่ามาโทษผมนะ”

          “ค่ะ...เพราะถ้ามันไม่จริงฉันก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว หรือว่าคุณกลัวคะ”

          “ผมไม่เคยกลัว”

จบคำก็เหยียบคันเร่งออกไปจากโรงแรม มุ่งตรงสู่ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง ตลอดเวลานั้นฟาร์เวลล์ทำตัวเป็นผู้คุ้นเคย เดินนำหน้านางเอกสาวเข้าไปเลือกสรรสินค้าที่ต้องการ ท่ามกลางเสียงซุบซิบและการวิ่งมาขอถ่ายรูปกันอย่างไม่หยุดหย่อนของบรรดาผู้คนที่คลั่งไคล้ดาราดัง

ร่วมยี่สิบนาที ผู้คนที่มาขอถ่ายรูปก็ลดน้อยลง จึงหันมากระซิบกับคู่ควง “สนุกไหมล่ะ มาช็อปปิ้งคราวนี้”

“ก็ดีนี่คะ อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่า ชาวมาดริดก็รู้จักนางเอกอย่างฉัน หรือว่าคุณไม่รู้สึกดีคะ”

“ดีสิ ดีมาก...” ท้ายประโยคลากเสียงยาวด้วยความประชดนิดๆ เพราะปกติ เขาไม่ค่อยมาเสียเวลากับการเดินห้างฯ  สักเท่าไร อยากได้อะไรก็แค่สั่งผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้น จำเป็นต้องมาด้วยตัวเองในเวลาที่ถูกเหล่าคู่ขาบังคับ เขาก็ต้องสวมหมวกและใส่แว่นตาอำพรางใบหน้า แต่ถึงอย่างไร การมาเดินเลือกสินค้าแบบนี้ มันก็ยังเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเขาอยู่ดี!

 

ช่วงค่ำของวันเดียวกัน ในเวลาเกือบสามทุ่มตรง ข่าวใหม่ล่าสุดของวงการบันเทิงก็ดังกระฉ่อนไปทั้งเมือง เมื่อภาพควงคู่ของพระเอกหนุ่มและดาราสาวที่กำลังมาถ่ายทำหนังเรื่องล่าสุดในกรุงมาดริด เดินควงกะหนุงกะหนิงกันไปช็อปอย่างไม่แคร์สื่อ ทำให้คนเดินขาเจ็บมาทั้งวันต้องดีดตัวลุกพึ่บจากเก้าอี้ราวกับลืมความเจ็บไปชั่วขณะหนึ่ง

“นี่มัน...” ครางเบาๆ ในลำคอ แล้วเม้มปากแน่นด้วยความขุ่นเคือง

กายบางจึงเดินกะเผลกไปมา รอบๆ ห้อง เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะหมุนตัวตรงไปยังแจกันทรงสูงที่เต็มไปด้วยดอกลิลลี่บานสะพรั่ง จัดการคว้ามาได้ก็เทลงถังขยะอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มานั่งเจ็บแค้นอยู่บนเตียง

กำปั้นน้อยทุบลงด้วยความโกรธ ช่วงกลางวันทำมาเป็นแคร์ความรู้สึกของเธอ แต่พอตกเย็นก็ควงนางเอกสาวไปเดินเที่ยว แถมยังยิ้มหน้าบานอีก ก็รู้ดีอยู่หรอกกับข่าวเสียๆ หายๆ ของเขากับบรรดาคู่ควง ทว่าปกติมันก็เป็นภาพแอบถ่ายนี่ ไม่ใช่เต็มใจยิ้มให้กล้องแบบนี้

อ๊ายยย!

หวีดร้องดังลั่นพร้อมกับบ่นยาวเหยียด “คุณทำเกินไปแล้วนะฟาร์เวลล์ ทำอะไรทำไมไม่นึกถึงหน้าฉันบ้างหา!

          จังหวะเดียวกัน คนเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างชาลิญาก็ได้ยินประโยคสุดท้ายของน้องสาวเข้าอย่างจัง จึงได้แต่ส่ายหน้าแล้วยิ้มน้อยๆ “พี่ไม่คิดว่า เข้ามาแล้วจะเห็นเนยโวยวายแบบนี้เลยนะ ตอนนี้คุณฟาร์สยังไม่ตกหลุมรักเนย เขาก็มีสิทธิ์จะควงผู้หญิงคนไหนก็ได้ทั้งนั้น อย่าลืมนะจ๊ะ”

          ฟังแล้วก็ต้องทำหน้าเบ้ “ก็เนยอดโมโหไม่ได้นี่คะ”

          “ดูสิ ขนาดคุณฟาร์สยังไม่รับรัก น้องสาวของพี่ยังโมโหขนาดนี้ นี่ถ้าคุณฟาร์สหลงในบ่วงรักของเนยขึ้นมาจริงๆ พี่ว่า...เนยคงจะน่ากลัวไม่ใช่ย่อยเลยนะ อย่างนี้พี่คงต้องแอบกระซิบให้คุณฟาร์สเขาระวังตัว” ชาลิญาเอ่ยเย้า

          ชาลินาจึงทำแก้มป่องใส่แล้วส่ายหน้า “เนยไม่ได้ต้องการให้เขาหลงในบ่วงรักสักหน่อยค่ะ เพราะเนยไม่ได้รักเขา เนยแค่ต้องการให้เขามารับตำแหน่งสามีเท่านั้น”

          “อ้าว!” ร้องลั่นพร้อมทำตาโต “พี่ก็นึกว่าเนยรักคุณฟาร์ส มากเสียอีก”

          “เนยยืนยันค่ะ ว่าไม่ได้รัก เขาแค่เป็นตัวเลือกที่ดี เหมาะสำหรับตำแหน่งสามีก็เท่านั้น”

          “อ้อ! ถ้าอย่างนั้นเนยก็เลิกทำหน้าโกรธเคืองเขา ในข่าวที่เกิดขึ้นซะเถอะนะ”

          “ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเนยไม่ต้องการให้คนที่จะรับตำแหน่งสามีในอนาคตใกล้มีรอยด่างพร้อย” ว่าพลางทำหน้าดุ ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังตู้เสื้อผ้า สลัดชุดนอนตัวสวยออก แล้วแต่งกายใหม่ในชุดเกาะอกสีขาวสั้นเหนือเข่ามนมานับคือ เรียบร้อยก็เดินมาหยิบกระเป๋าสะพายและโทรศัพท์มือถือ พร้อมบอกคนเป็นพี่ด้วยเสียงราบเรียบ “เนยจะไปจัดการคนนิสัยไม่ดี เสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมานะคะ” บอกจบกายบางก็ปรี่ไปยังประตูห้อง เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยบอก “เนยขอใช้รถของพี่นิ่มนะ ขอบคุณค่ะ” กล่าวแค่นั้นก็ปล่อยให้คนเป็นพี่ได้แต่ทำตาโตพร้อมกับส่ายหน้าไล่หลัง ไม่อยากจะนึกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะน้องสาวของเธอกับฟาร์เวลล์ก็ดูอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยพอๆ กัน

          


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha