ปล้นรักคาสโนวา

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 5 : คิดหนีหรือคะ?


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          าลินาพกพาอารมณ์โกรธๆ เหยียบคันเร่งรถของคนเป็นพี่มุ่งตรงสู่คอนโดฯ สุดหรูกลางเมืองทันที ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเธอก็มายืนอยู่บริเวณหน้าห้องของคุณว่าที่สามีด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ

          มือเรียวยกเคาะประตูเรียก ทว่าต้องยกค้างกลางอากาศ เมื่อเสียงห้าวของใครบางคนร้องถามขึ้น

          “ดึกป่านนี้ คุณมาทำอะไรหน้าห้องของผม”

          ฟาร์เวลล์ก้าวมาใกล้ หลังจากพานางเอกสาวไปช็อปปิ้งในห้างฯ  เรียบร้อยเขาก็ไปส่งเธอที่บ้านพัก กลับมาถึงห้องก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเนินไหล่เนียนละเอียดของน้องเมียเพื่อน ทั้งๆ ที่คิดว่า วันนี้จะหมดสิ้นการสู้รบกับเธอไปแล้วเสียอีก

          เมื่อเขาขยับมายืนใกล้ๆ ก็ตวัดดวงตากลมๆ มองอย่างเอาเรื่อง พร้อมแจกค้อนตาคว่ำให้อีกหนึ่งยก

          “เอ้า! ผมถาม ทำไมไม่ตอบ เป็นใบ้หรือไง”

          ทำจมูกย่นใส่เขาก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแง่งอน “ฉันแค่จะมาถามเรื่องข่าวที่กระฉ่อนไปทั้งวงการ”

          “ข่าว?

คิ้วเข้มพาดอยู่เหนือดวงตาคมเลิกขึ้นสูง “ข่าวอะไร...ผมไม่เห็นรู้เรื่อง”

          “กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้องยังจะมาโกหกหน้าด้านๆ อีก” ต่อว่าพลางทุบกำปั้นหนักๆ ลงบนหน้าอกกระด้างอย่างลงทัณฑ์ “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ฮ้า! กล้าควงคู่นางเอกคนดังเดินห้างฯ กันสองต่อสองได้ยังไง แถมยังฉีกยิ้มหน้าบานให้กับกล้องอีก ทำไมไม่ไว้หน้า...เอ่อไม่เห็นแก่การเดิมพันระหว่างเราบ้าง” ท้ายประโยคต้องรีบเปลี่ยนท่าทีกะทันหัน

          ฟาร์เวลล์ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดขบคิด ก่อนจะร้องอ้อเบาๆ อย่างนึกออก ไม่คิดจริงๆ ว่าเรื่องของเขามันจะแพร่กระจายเร็วขนาดนี้ ต้องขอปรบมือให้กับคนทำข่าวจริงๆ เพราะพวกเขาแน่มาก...

          ดวงตาสีเข้มมองคู่เดิมพันของตัวเองแล้วยิ้มเย้ย “คุณลืมไปรึเปล่า...ว่าผมจะทำอะไรก็ได้ เพราะตอนนี้ผมยังไม่ได้หลงรักคุณ”

          “ฉันรู้”

เชิดหน้าใส่เขา “แต่ในระหว่างที่คุณเดิมพันกับฉันอยู่ คุณก็ไม่ควรทำตัวเสียๆ หายๆ ให้มันเป็นข่าวเสียหายแบบนี้ แต่เอาเถอะ ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องคุณ ขอให้คุณจำไว้ให้แม่นๆ ว่าคุณห้ามทำตัวเสียๆ หายๆ ในระหว่างที่เราเดิมพันกันเด็ดขาด เพราะถ้าฉันชนะการเดิมพันขึ้นมา ฉันก็ไม่ต้องการให้สามีของฉันมีชื่อเสียงด่างพร้อย”

          “ฮึ! คุณไม่ต้องห่วงหรอก ถึงอย่างไรคุณก็ไม่มีวันชนะ”

          “จะชนะหรือไม่ มันก็ยังไม่ครบกำหนด ฉะนั้นระหว่างนี้ คุณต้องทำตัว ทำชื่อเสียงให้สะอาดสะอ้าน...เข้าใจไหม?” บอกแล้วจิ้มเบาๆ ลงบนอกข้างซ้ายของคนตัวโตเป็นการย้ำ “จำให้แม่นๆ นะคะ”

          “หอบหน้าตาสวยๆ มาหาผม มีเรื่องแค่นี้”

          “ค่ะ เพราะทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเดิมพันระหว่างเรา มันสำคัญมาก...”

          “ฟาร์สขา...”

          เสียงของชาลินาเป็นเงียบลง เมื่อมีเสียงหนึ่งแว่วเข้ามาแทรก ดังนั้นดวงตาเอาเรื่องจึงหันไปมอง พร้อมกับทำตาขุ่นขวางยิ่งขึ้นเมื่อหญิงสาวนมโตก้าวอาดๆ มาคล้องแขนคุณว่าที่สามี พร้อมกับทิ้งรอยลิปสติกไว้บนแก้มสากทั้งซ้ายและขวา ในระหว่างนี้เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องกรี๊ดๆ แล้วกระชากร่างคนทั้งคู่ออกจากกัน

          “ฟาร์สขา...เจสกี้คิดถึงคุณมากๆ ค่ะ ทำไมพักนี้ไม่แวะไปหาเจสกี้ที่คอนโดฯ บ้างเลยล่ะคะ”

          “แวะไปหากันที่คอนโดฯ ...” กลีบปากอิ่มสวยของ     ชาลินากล่าวเสียงลอดไรฟันเบาๆ “คงไปหากันบ่อยเลยสินะ!

          ขณะเดียวกัน คนถูกรุกฆาตกำลังคิดจะปลดไม้ปลดมือของคู่ขาให้ร่วงหลุด ทว่าหันไปเห็นดวงตาเขียวปั้ดของคู่เดิมพันจึงเปลี่ยนใจขึ้นมาซะดื้อๆ ฝ่ามือหนาใหญ่ทั้งสองข้างจึงแปรเปลี่ยนมาลูบเบาๆ บนสองก้นนิ่มที่ห่างจากชายกระโปรงของเจสกี้แค่ไม่กี่นิ้ว พร้อมเอ่ยให้หญิงสาวทั้งสองคนได้ยิน

“ที่จริงๆ ผมคิดว่า...คืนนี้จะไปหาคุณอยู่เชียว”

          “จริงหรือคะ แต่เจสกี้คงใจร้อน จึงรอคุณไม่ไหว...” ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเบาๆ บนปลายคางสากระคาย เริ่มครึ้มเขียวจากหนวดที่ผุดขึ้นเป็นตอ “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้...คุณช่วยแสดงออกให้เจสกี้รู้ได้ไหม ว่าคุณคิดถึงเจสกี้แค่ไหน”

          มุมปากได้รูปของพระเอกหนุ่มยกยิ้มน้อยๆ แล้วเหล่สายตามองหน้าของสตรีอีกคน เห็นเธอทำปากกระหมุบกระหมิบสั่งให้เขาปล่อยมือจากผู้หญิงที่ซบอยู่กับอก จึงส่ายหน้าเป็นคำตอบ พร้อมกับโน้มจมูกโด่งเป็นสันลงมาแตะแก้มนุ่มของคนในอ้อมแขนเบาๆ

          ชาลินา เรเอสโนเริ่มอดทนกับสิ่งที่ฟาร์เวลล์แสดงออกไม่ไหว จึงก้าวฉับๆ มาคว้าเอาแขนล่ำๆ ดึงรั้งแรงๆ เข้าหาตัว พร้อมตวาดดังลั่น “นี่มันอะไรกันฮ้า! คุณจะทำอะไร ทำไมไม่นึกถึงหน้าของฉันบ้าง!

          เจสกี้กำลังจ้องคนแย่งคู่ควงของตนตาโตแล้วหวีดร้องลั่น

          “อ๊ายยย! ยัยบ้า! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรกับฟาร์เวลล์ของฉัน”

          “ฉันหรือ...”

ลอยหน้าลอยตาใส่พร้อมยิ้มหน้าซื่อๆ “ฉันก็เป็นว่าที่ภรรยาของเขา หรือจะบอกให้ชัดๆ ก็คือ กำลังจะเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณฟาร์เวลล์ แค่นี้ชัดพอไหม!

          “เมีย...”

เจสกี้ครางปากสั่นแล้วหัวเราะลั่น “ฉันก็เป็นเมียเขาย่ะ เธออย่ามาหน้าด้าน ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาแต่เพียงคนเดียวสิ ถ้าจะให้พูดกันชัดๆ ละก็ ฉันอาจจะเป็นเมียคนแรกๆ ของคุณฟาร์เวลล์ และเธอก็คงมาทีหลัง ให้รู้ซะบ้าง! ว่าใครเป็นใคร รู้จักเคารพสิทธิรุ่นพี่รุ่นน้องเสียบ้าง หรือว่าที่บ้านไม่มีใครสั่งสอนฮะ!

          ดวงตากลมๆ สีดำสนิททั้งสองข้างนั้นเริ่มแดงจัดด้วยความโกรธ นิ้วทั้งสิบรวบเข้าหากันเป็นกำปั้นกลม “เมียรุ่นพี่ เมียรุ่นน้องหรือจ๊ะ” ถามเสียงเครียดๆ แล้วขยับเข้าหา แต่ติดที่แขนหนึ่งข้างถูกใครบางคนยึดไว้จึงหันมาสั่ง

“ปล่อยฉัน...”

          “คุณจะทำอะไร”

          “นั่นมันเรื่องของฉัน...ตอนนี้คุณมีหน้าที่อย่างเดียว คือปล่อยฉันเท่านั้น”

          “ผมไม่ปล่อย...”

 ฟาร์เวลล์ส่ายหน้าปฏิเสธหนำซ้ำยังรั้งกายบางไปซุกซ่อนไว้เบื้องหลัง แล้วเอ่ยกับคู่ขาของตนเสียงเรียบๆ “เจสกี้ คุณกลับไปเถอะ คืนนี้ผมคงไม่สะดวกจะต้อนรับ”

          “ไม่ค่ะ คืนนี้คุณต้องเป็นของเจสกี้”

          “หน้าด้าน!” ชาลินาโพล่งขึ้น “ผู้ชายเขาไล่ ยังจะหน้าด้านอยู่ต่ออีก อย่างนี้เขาเรียกว่าไร้ยางอาย”

          “อ๊าย! แกด่าฉันหรือยะ แกอย่าอยู่เลย...”

เสียงเอาเรื่องมาพร้อมกับร่างเซ็กซี่ที่ถลามาคว้าข้อมือเล็ก แล้วฟาดแก้มนวลของชาลินาจนหันเหไปตามแรงตบ ส่วนคนถูกตบก็กำลังเต้นเร่าๆ เพราะถูกอุ้งมือของฟาร์เวลล์คว้าไว้พลางร้องห้าม จึงได้แต่สะบัดตัวร้องให้เขาปล่อย

          “ปล่อยฉันนะ...” ดิ้นแรงๆ จนเป็นอิสระก็โผมาซัดกำปั้นหนักๆ กระแทกดวงตาของอีกฝ่ายจนเขียวปั้ด

          ผัวะ!

          ชกเรียบร้อยก็ชี้กราดใส่ “จำเอาไว้ ถ้าเธอไม่อยากตาย ก็อย่ามายุ่งวุ่นวายกับสามีของฉัน และรู้เอาไว้ด้วย ถ้าเธอทำให้ฉันเจ็บ...เธอจะเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่า และถ้าไม่อยากไปทำศัลยกรรมยกหน้าละก็ อย่าริอ่านเอามือหยาบๆ มาแตะต้องแก้มของฉัน เพราะแก้มฉัน...ฉันเก็บไว้ให้สามีคนนี้...” ยึดท่อนแขนล่ำๆ ของคนตัวโตมาใกล้ชิด “หอมเท่านั้น!” ว่าพลางเอียงแก้มให้แล้วสั่งเสียงเครียดเบาๆ “หอมแก้มฉัน...”

          ฟาร์เวลล์จ้องหน้าคนสั่งพร้อมกับถอนหายใจแล้วส่งสายตาบอกเป็นการปฏิเสธ

          เมื่อเขาไม่ทำตามความต้องการ รอยยิ้มร้ายก็ปรากฏบนดวงหน้าสวย แล้วเป็นฝ่ายเขย่งปลายเท้าจุ๊บแก้มสากของชายหนุ่มเบาๆ ทั้งซ้ายทั้งขวาแล้วถอยห่างช้าๆ “เนยลบรอยลิปสติกคาวๆ ให้คุณแล้วนะคะ ต่อไประวังตัวด้วยล่ะ อย่าเผลอให้ผู้หญิงคนอื่นหอมแก้มอีก รู้ไหมคะ...ว่าทุกส่วนบนร่างกายของคุณ...ฉันหวง...”

          พระเอกหนุ่มกำลังจ้องมองคนพูดด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เขาอาจจะอึ้ง ตกใจ หรือไม่ก็ รู้สึกดี

          แต่คนที่ไม่รู้สึกดีด้วย กำลังกระทืบเท้าร่ำๆ โผเข้ามาเตรียมเอาเรื่องชาลินาเต็มที่ ทว่าต้องถอยกรูดแทบไม่ทัน เมื่อเจอกับแววตากราดเกรี้ยว ไม่ถึงนาทีมุมปากสวยก็ยกยิ้มพอใจ เพราะได้เห็นบั้นท้ายงอนๆ เดินจากไป

          เมื่อคู่ขาของว่าที่สามีสะบัดก้นไปแล้ว ดวงตาเอาเรื่องก็ตวัดมองใบหน้าคมคร้ามพร้อมกับต่อว่า “ทำไมคุณถึงไม่หอมแก้มฉัน...” ถามแล้วก็จ้องอยู่อย่างนั้น “หรือว่า...คุณรังเกียจแก้มของฉัน”

          “คุณอย่ามาหาเรื่องผม...” ออกปากด้วยท่าทีเนือยๆ “ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรแล้ว ก็กลับไปเถอะ ผมจะได้พักผ่อน”

          “ไม่! จนกว่าคุณจะบอกมาก่อนว่าทำไมไม่ยอมหอมแก้มของฉัน”

          “ทำไมคุณต้องมาคาดคั้นกับเรื่องแค่นี้ด้วย”

          “เพราะฉันต้องการรู้” เชิดหน้าตอบแล้ววางมือทั้งสองข้างยึดท่อนแขนล่ำๆ เอาไว้ “คุณจะไม่ได้เข้าไปพัก จนกว่าจะให้คำตอบในสิ่งที่ฉันต้องการรู้ เข้าใจไหมคะ...คุณว่าที่สามี!

          ฟาร์เวลล์ถึงกับเบือนหน้าหนีให้กับคนดื้อดึงตรงหน้า

          “คุณน่าจะรู้นะ ว่าเพราะอะไร”

          คิ้วเล็กๆ หรี่แคบเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะร้องอ้ออย่างนึกออก “เพราะคุณไม่ต้องการแตะต้องผู้หญิงที่เป็นน้องเมียของเพื่อนรัก” ถอนหายใจของเขาด้วยความเหนื่อยอ่อน “นี่ถ้าฉันยั่วคุณด้วยการ...” ปลายนิ้วเรียวค่อยๆ ไต่ขึ้นไปบนแผงอกแกร่ง แล้วสอดนิ้วผ่านคอเสื้อ แตะเบาๆ บนเนื้อแน่นๆ ของเขา “ลูบไล้คุณแบบนี้ คุณยังจะทน...”

          “ไปให้พ้นหน้าผม! ชาลินา”

อุ้งมือใหญ่คว้ามือเล็กไว้หมับ หนำซ้ำยังออกแรงผลักกายบางให้ออกห่าง “กลับไปได้แล้ว!” คำรามใส่ด้วยเสียงโกรธจัด ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องแล้วปิดดังปังใหญ่ พ้นเข้าไปได้ ก็ยืนพิงแผ่นหลังกับกรอบประตูอยู่อย่างนั้น

          ด้านคนถูกเอ่ยไล่ สะดุ้งน้อยๆ กับเสียงสั่นสะเทือน ทว่ามุมปากสวยก็ยกขึ้นน้อยๆ อย่างรู้สึกมีชัย เพราะการผลักไสของเขา มันไม่ต่างจากการดึงรั้งเธอเข้าไปใกล้ หนำซ้ำยังใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย!

 

วลาผ่านล่วงเลยไปเกือบสิบนาที แต่แข้งขาแข็งแรงก็ยังคงยืนอยู่จุดเดิม ลมหายใจถูกสูดเข้าปอดลึกและผ่อนเข้าออกเนิบช้า ราวกับจะเรียกสติของตัวเองให้กลับมาอยู่กับตัว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อมีอะไรบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาในความรู้สึก ทำให้เขาหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้สบกับดวงตากลมโตเต้นระริก ถึงแม้จะมีแววร้ายกาจ เจ้าแผนการอยู่ในนั้น แต่เขากลับเริ่มที่จะชอบ...

“อย่ามาใกล้ผม...ชาลินา”

ปากหยักได้รูปกระซิบเบาๆ อยู่กับบานประตู ดวงตาคู่คมปิดลงราวกับไม่อยากระลึกถึงเรื่องใดๆ เกี่ยวกับผู้หญิงที่เข้ามาป่วนปั่นชีวิตอีกแล้ว ทว่าไม่ว่าจะหลับตานานแค่ไหน ภาพของเธอมันก็ยังคงตราตรึง

เขา...ผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบผู้หญิงสวย เซ็กซี่ นิสัยดื้อรั้น ไม่ยอมใคร และจู่ๆ วันหนึ่งฟ้าก็ส่งเธอมาให้ใกล้ชิด ทว่าทำไมต้องส่งตำแหน่งพิเศษมาด้วย เธอเป็นทุกอย่างที่เขาต้องการ แต่...กลับแตะต้องไม่ได้

เป็นอีกครั้งที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เมื่อภาพของชาลินาในอิริยาบถต่างๆ วนเวียนไปมาราวกับเครื่องเล่นเพลง ดังนั้นจึงก้าวยาวๆ พกพาใบหน้าเครียดๆ ไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากลางห้อง มือทั้งสองข้างขยับขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเอง นานๆ เข้าก็ตบท้ายทอยเพื่อเรียกสติ ผ่านไปเกือบชั่วโมง เมื่อทุกอย่างยังไม่ดีขึ้น จึงล้วงโทรศัพท์มือถือ แล้วกดโทร. ออก

“แม่ครับ”

ทันทีที่ได้ยินเสียงของปลายสายทักทายมาก็เอ่ยเรียกด้วยแววตาคิดถึง แผ่นหลังแกร่งแนบไปกับพนักพิงแสนนุ่ม “แม่สบายดีไหมครับ รู้ไหมว่าผมคิดถึงแม่”

“แม่สบายดีจ้ะ ว่าแต่ฟาร์สเป็นอะไรหรือเปล่าลูก”

แอนนา เอดิสัน พารัญฤทธิกุลถามไถ่บุตรชายด้วยน้ำเสียงห่วงใย

ตลอดเวลาสามสิบกว่าปีมานี้ มาดามแอนนาเลี้ยงดูบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความรักและความอบอุ่น เพราะคนเป็นสามีมุ่งหน้าทำกิจการกาสิโนจนไม่มีเวลาว่างพอที่จะนึกถึงบุตรชายคนนี้ และนั่นคือเหตุผลที่ฟาร์เวลล์กับพ่อของเขา ไม่ค่อยสนิทสนมกัน และสิ่งที่แย่ยิ่งขึ้น คือฟาร์เวลล์ต่อต้านคำสั่งของคนเป็นพ่อ

          “แม่ครับ...” เรียกอีกครั้ง พร้อมกับสูดหายใจเข้าปอดลึก

          “พ่อเป็นอย่างไรบ้าง?

          “พ่อเขาก็ยุ่งๆ อยู่กับกาสิโนน่ะลูก ลูกมีอะไรกับพ่อเขาหรือจ๊ะ”

          “เปล่าหรอกครับ ผมแค่นึกถึงเท่านั้น”

เลือกที่จะเอ่ยคำว่า นึกถึง แทนคำว่า คิดถึงแล้วเปลือกตาคู่คมก็ปิดลง ขณะเอ่ยต่อ “ผมคงถ่ายหนังอยู่มาดริดอีกสองสามวัน หลังจากนั้น...ผมจะกลับบอสตันนะครับ”

          “นี่ลูกจะกลับบ้านหรือฟาร์ส”

คนเป็นแม่ร้องถามเสียงดังด้วยความดีใจ เพราะลูกชายสุดที่รักไม่ยอมกลับบ้านมาร่วมปี “แม่จะรอนะฟาร์ส รู้ไหมแม่คิดถึงฟาร์ส อยากเจอ อยากกอดลูกเหลือเกิน”

          “ผมก็คิดถึงแม่ อยากกอดแม่ครับ แล้วเฟรสลีย์ล่ะครับ ดื้อกับแม่หรือเปล่า”

          “ไม่หรอกจ้ะ เฟรสลีย์น่ารักมาก นี่ถ้าไม่มีเฟรสลีย์แม่คงเหงามากกว่านี้”

          ฟังเสียงเศร้าๆ ของคนเป็นแม่ ดวงตาคมกล้าก็ค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ “ผมเสียใจครับ”

          “อย่าโทษตัวเองเลยลูก มันไม่ใช่ความผิดของลูก”

          ริมฝีปากหยักได้รูปคลี่ยิ้มให้กับถ้อยคำให้กำลังใจนั้นแล้วกระซิบผ่านโทรศัพท์ “ผมรักแม่นะครับ” จบคำบอกรักปลายนิ้วหนาใหญ่ก็กดวาง แล้วทิ้งโทรศัพท์ไว้ข้างๆ กาย

          ฟาร์เวลล์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ยอมขยับเขยื้อน กระทั่งเวลาเลยผ่านมาจนถึงค่อนคืน ถึงได้ก้าวเข้าห้องนอน มาถึงเตียงก็ล้มตัวลงนอนแผ่หลา ยกมือข้างหนึ่งก่ายเกยหน้าผาก ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผ่านๆ มา

          ตัวเขาก้าวออกจากบ้านทุกครั้งที่มีปากเสียงกับบิดาเรื่องการใช้ชีวิต ท่านไม่ต้องการให้เขาเป็นนักแสดง เพราะต้องการให้เขาสานต่อกิจการกาสิโนและเรียนรู้ที่จะรักมัน หารู้ไม่ว่าถึงแม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็นทายาทหรือตอนนี้ถึงขั้นเป็นเจ้าของกาสิโน แต่เขาไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับตำแหน่งนี้เลย เพราะธุรกิจยักษ์ใหญ่ ทำให้พ่อไม่มีเวลาให้เขา แม้แต่เวลาจะกินข้าวด้วยกันสักมื้อยังหาไม่ได้

          ชีวิตที่บุคคลภายนอกต่างก็มองว่าหรูหรา เพียบพร้อม ทว่าไม่มีชีวิตของใครสมบูรณ์แบบไปหมดทุกอย่างหรอก โดยเฉพาะตัวเขาเองที่พรั่งพร้อมทุกอย่าง ทว่า...กับบิดา ไม่เคยสัมผัสถึงความอบอุ่นจากรอยกอด แม้แต่รอยยิ้มจากท่านเขาก็ไม่เคยได้รับเลยสักครั้งเดียว

          ยิ่งคิดถึง ยิ่งทำให้ใบหน้าคมดูเหนื่อยล้ามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งต้องปิดตาลง สั่งตัวเองให้หลับเพื่อลืมเลือนทุกอย่าง ผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า แสงสว่างอ่อนๆ ก็ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาแยงตา ทำให้กายแกร่งต้องลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกสะลึมสะลือ กว่าจะขับไล่ความง่วงได้ก็ต้องสะบัดศีรษะอยู่หลายนาที เมื่อเรียกสติให้ตัวเองเรียบร้อยจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำ

          ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำ ร่วมครึ่งชั่วโมงเต็มก็ก้าวออกมาแล้วคว้าเอาเสื้อผ้ามาสวมใส่ เรียบร้อยก็ก้าวอาดๆ ออกจากห้องพร้อมกุญแจรถและกระเป๋าสตางค์ ลงจากห้องมาถึงรถสปอร์ตได้ก็รีบเหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว

          วันนี้เขามีคิวถ่ายหนังในช่วงสายๆ ของวัน ช่วงนี้เขาต้องตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยภายในสองสามวันนี้ หลังจากนั้นเขาจะได้กลับไปหาความอบอุ่นจากมารดาเสียที

          เอี๊ยด!

          เพียงมาถึงสถานที่ถ่ายทำ ก็เหยียบเบรกเสียจนดังลั่น เรียกให้ทุกคนในกองถ่ายต่างหันมามองกันเลิ่กลั่ก เมื่อเห็นว่าเป็นรถของพระเอกหนุ่ม แต่ละคนก็หน้าม้านกลับไปทำหน้าที่ ทว่าเพียงเขาก้าวอาดๆ ลงมาจากรถก็ต้องส่ายหน้า เมื่อได้ยินเสียงนักข่าวต่างร้องถาม ถึงแม้บอดี้การ์ดส่วนตัวของฟาร์เวลล์จะก้าวมาทำหน้าที่ แต่ก็ไม่อาจขวางคำพูดที่เหล่านักข่าวอยากรู้กันได้

          “ไม่ทราบความสัมพันธ์ของคุณฟาร์เวลล์และคุณแองจี้ มาถึงขั้นไหนกันแล้วคะ”

          “แล้วข่าวกับคุณชาลินา เรเอสโน บุตรสาวคนรองของท่านเฮอแมนละครับ เป็นจริงหรือเปล่า”

          “ตกลงคุณกำลังคบกับใครกันแน่คะ”

          ฟังแล้วก็ทำหน้าเหนื่อยๆ พลางก้าวอาดๆ เข้าไปในกองถ่าย ทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับช่างแต่งหน้าทำผมเรียบร้อยก็ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ แถมต้องกลอกตาทั้งสองข้างไปมา เมื่อนางเอกสาวก้าวเข้ามาใกล้

          “ฉันขอโทษนะ ที่ชวนคุณไปห้างฯ”

          “ไม่เป็นไรหรอก ผมชินแล้ว”

          “แต่หน้าคุณ...”

แองจี้มองพร้อมกับทำหน้ารู้สึกผิด “ข่าวของฉัน อาจทำให้คุณมีปัญหากับคุณ...ชาลินา” ว่าพร้อมกับจ้องตาไม่กะพริบ เธอเพิ่งเห็นข่าวของเขากับว่าที่เจ้าสาวจริงๆ

          “ผมเคยบอกไปแล้วนี่ ว่าเธอไม่ได้...”

          “ทั้งๆ ที่ประกาศจะแต่งงานกัน คุณยังจะโกหกฉันอีกหรือ”

          “ผมไม่ได้โกหก”

เสียงของฟาร์เวลล์เริ่มแข็งขึ้น “ผมขอย้ำอีกครั้ง ว่าผมกับชาลินาไม่ได้เป็นอะไรกัน ส่วนข่าวนั่นมันก็แค่เรื่องมั่วๆ และถ้าคุณจะมาขอโทษเรื่องเมื่อวานจริงๆ ผมก็ขอบอกอีกครั้งว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าจะถามผมเกี่ยวกับผู้หญิงคนอื่น ผมขอเสียมารยาทด้วยการเชิญคุณออกไปนั่งไกลๆ เพราะผมจะทำสมาธิเกี่ยวกับบท...ที่จะเป็นฉากสุดท้ายระหว่างเรา”

          เจ้าของกรอบหน้าสะสวยดูเฉาลงทันตา ไม่คิดจริงๆ ว่าวาจาพระเอกหนุ่มจะร้ายกาจถึงเพียงนี้

“คุณโกรธฉันหรือคะ”

          “เปล่า” ตอบพลางเบือนหน้าหนี

          เมื่อเจอท่าทีแบบนั้นแองจี้ก็นำพาตัวเองออกไป ปล่อยให้พระเอกหนุ่มนั่งหน้าตูมอยู่กับบทที่ต้องแสดง ทว่าต่อให้เขาแสดงบทพระเอกหนังได้เนียนแค่ไหน ก็คงไม่อาจแสดงละครชีวิตจริงได้สมบทบาทนักหรอก เพราะแค่เธอถามถึงผู้หญิงอีกคน ดวงตาคมคู่นั้นก็ฉายแววซ่อนเร้นอะไรบางอย่าง และนั่นมันทำให้เธอคิดว่า กับผู้หญิงที่ชื่อชาลินา ช่างแตกต่างไปจากคนอื่นๆ ที่เป็นข่าวกับเขาเหลือเกิน

         

ช่วงสายของวันเดียวกัน ชาลินาเดินยิ้มร่าหลังจากอิ่มแปล้กับอาหารมื้อเช้าร่วมกับครอบครัวของพี่เขย คุณปู่คาร์ฟท่านให้ความเอ็นดูกับเธอราวกับลูกหลานแท้ๆ หนำซ้ำยังขอร้องให้พักอยู่ด้วยกันที่นี่ไปตลอด จนกว่าเธอจะเสร็จธุระในมาดริด ทั้งๆ ที่คิดไว้แล้วว่าจะไม่รบกวนเกินสามวัน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับคำขอร้องจากคนที่รักเธอดังลูกหลานในไส้

หญิงสาวจึงเดินไปมาในคฤหาสน์หลังโตราวกับบ้านของตน เดินไปตามสวนหย่อม จนกระทั่งต้องหยุดมอง เมื่อเห็นคนเป็นพี่สาวกำลังซ้อมอาวุธอยู่กับเหล่าบอดี้การ์ด

เมื่อคนเป็นพี่ละมือจากการซักซ้อม มาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เหล็กดัดสีขาวจึงได้ตรงไปหา “ไม่คิดว่าพี่เขยจะปล่อยให้พี่นิ่มมาซ้อมอาวุธกับเหล่าชายฉกรรจ์พวกนี้เลยนะคะ นึกว่าจะหวงจนห้ามทำอะไรเสี่ยงๆ เสียอีก”

“เขาห้ามจ้ะ” ชาลิญาว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่พี่ไม่ฟัง”

“ฮ่าๆ ว่าแล้วเชียว ก็พี่นิ่มน่ะ ดื้อรั้นจะตายไป”

ป้องปากหัวเราะแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะทำหน้าแหยๆ เมื่อสบกับความดุจากดวงตาของคนเป็นพี่ “เนยก็แค่ล้อเล่นเองค่ะ”

“พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย เพราะมันคือเรื่องจริง” ดวงตาดุๆ นั้นแปรเปลี่ยนเป็นเอ็นดู “แล้วนี่เราไม่ไปตามตื๊อว่าที่น้องเขยของพี่หรือจ๊ะ สายป่านนี้แล้ว เขาอาจจะกำลังไปควงสาวๆ ที่ไหนอยู่ก็ได้นะ”

“ไม่ล่ะค่ะ เนยจะปล่อยให้เขาคิดถึงเนยสักสองสามวัน ไปให้เขาเห็นหน้าบ่อยๆ เดี๋ยวเขาจะเบื่อเสียก่อน เพราะระหว่างเนยกับเขายังต้องเจอกันอีกเยอะ ถึงขั้นต้องเจอกันตลอดชั่วชีวิตเชียวแหละค่ะ”

“จ้า...ขอให้เนยประสบความสำเร็จ” ว่าพลางซับผ้าเช็ดหน้าไปตามลำคอระหง คว้าน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มจนพร่องไปครึ่งแก้วถึงได้เอ่ยขึ้น “แล้วเราไม่คิดจะฝึกปรือฝีมือบ้างเลยหรือ ลองสู้กับพวกนี้ดูสิ ฝีมือแต่ละคนร้ายกาจไม่น้อยเลยนะ”

“เนยไม่ค่อยชอบเหงื่อนี่คะ”

“แต่ผู้หญิงมีเหงื่อ บางครั้งก็ดูเซ็กซี่นะจ๊ะ นี่ถ้าคุณฟาร์ส มาเห็น เขาอาจจะชอบเนยในมุมนี้ก็ได้”

“ถ้าอย่างนั้น เนยขอเอาไว้ซ้อมมือเวลาที่เขาอยู่ดีกว่าค่ะ”

รอยยิ้มซุกซนเกลื่อนเต็มกรอบหน้างาม “เขาจะได้ทั้งรักทั้งหลงเนย ดีไหมคะ”

ปลายนิ้วเรียวของชาลิญาบีบจมูกเชิดรั้นของน้องสาวเบาๆ “พี่เชื่อจ้ะ ว่าคุณฟาร์ส ไม่รอดพ้นมือของเนยแน่ๆ”

ชาลินาจึงคลี่ยิ้มกว้างรับคำของคนเป็นพี่ พลางนึกถึงใบหน้าคมคายของพระเอกหนุ่มด้วยแววตาเคลิ้มฝัน แต่ฝันของเธอก็ถูกทำลายเมื่อได้ยินเสียงพี่สาวดังขึ้นใกล้ๆ หู

“ทำหน้าแบบนี้ ตกหลุมรักเขาจริงๆ แล้วใช่ไหม”

ผงะหนีเล็กน้อยแล้วส่ายหน้าวืดๆ “เปล่านะคะ เนยไม่ได้รักเขาสักหน่อย”

“ไม่ได้รักก็ไม่ได้รัก แต่ทำไมต้องแก้มแดงจ๊ะ”

ชาลิญาเย้าต่อ หนำซ้ำยังจ้องหน้าที่เริ่มมีเลือดฝาดสีจางของน้องตาไม่กะพริบ จนกระทั่งต้องหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เมื่อคนที่เธอคาดคั้นเดินหนีไปเฉยๆ ดังนั้นจึงต้องรีบก้าวยาวๆ ตามหลัง “นั่นแน่...รักคุณฟาร์สแล้วใช่ไหมล่ะ รักเขาก็บอกพี่มาเถอะนะ พี่น่ะไม่บอกใครหรอก...นอกจากคุณพ่อ น้องน้ำ คุณปู่คาร์ฟ คุณฟาร์เชส และก็...คุณฟาร์สอีกคน...”

“พี่นิ่มหยุดนะ เนยไม่ได้รักเขาสักหน่อย”

“จริงหรือจ๊ะ” คนเป็นพี่ยังคงแกล้งต่อ “แต่คุณฟาร์ส หล่อนะ ไม่รักจริงๆ หรือ”

“พี่นิ่มเลิกแกล้งเนยนะคะ” บอกด้วยเสียงแง่งอน

“ไม่อย่างนั้นเนยโกรธจริงๆ ด้วย”

“โอ๋ๆ หายโกรธนะจ๊ะคนดี พี่ไม่ล้อเล่นแล้วก็ได้ แต่พี่จริงใจนะ ถ้าเนยรักคุณฟาร์ส คุณฟาร์สรักเนย พี่กับพ่อและน้องน้ำคงมีความสุข” จบประโยคยาวเหยียดก็แตะไหล่นุ่มของน้องรักเบาๆ “พี่เป็นกำลังใจให้นะ เดิมพันครั้งนี้ขอให้เนยชนะ”

“ขอบคุณค่ะ” รับคำด้วยแก้มแดงป่อง ทว่าเมื่อเจอสายตาค้นคว้าของคนเป็นพี่ ก็รีบเดินหนีด้วยหัวใจดวงน้อยที่เริ่มเต้นโครมคราม จนกระทั่งต้องมาหยุดอยู่กลางหมู่มวลดอกไม้ ซึ่งผลิใบอ่อนๆ รับกับแสงตะวันสาดส่อง และใช้เวลาระหว่างนี้ ปรับสีหน้าตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ และย้ำกับตัวเองอย่างแน่วแน่ว่า เธอไม่รักฟาร์เวลล์ เอดิสัน พารัญฤทธิกุลหรอก ที่แสดงออกมาทั้งหมด ก็เพื่อ...ภารกิจหาสามีให้ทันกำหนดเวลาของคนเป็นพ่อเท่านั้น!

ผ่านไปสามวันแล้ว ที่เธอมอบอิสระให้กับว่าที่สามี ดังนั้นเช้าวันนี้หญิงสาวในชุดสุดแสนจะเซ็กซี่กับทรงผมเกล้าขึ้นสูง ปักด้วยกิ๊ปรูปผีเสื้อฝังเพชร เรียบร้อยก็คว้าเอากระเป๋าถือคล้องไว้บนไหล่บางแล้วเดินอมยิ้มออกจากห้อง ลงมาเจอพี่สาวในโถงกว้างก็บอกกล่าวด้วยเรียวปากบางคลี่ยิ้มหวานหยด “เนยจะไปข้างนอก ขอใช้รถของพี่นิ่มนะคะ” ว่าแล้วก็เดินเข้าไปหา หอมแก้มนุ่มๆ ของพี่สาวฟอดใหญ่

“จะไปหาน้องเขยของพี่หรือจ๊ะ”

“พี่นิ่มบ้า”

ต่อว่าด้วยแก้มแดงป่อง “แต่มันก็จริงค่ะ เนยจะต้องไปตื๊อเขา ตามคำที่ว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก”

คิ้วเล็กๆ ข้างซ้ายยักขึ้นราวกับสาวน้อยวัยซุกซน จากนั้นก็รีบก้าวยาวๆ ออกจากบ้าน ตรงไปยังรถคันโปรดของพี่สาว ก้าวขึ้นไปนั่งได้ก็เหยียบคันเร่งตรงไปยังคอนโดฯ หรูหราของคุณว่าที่สามีด้วยความเร็ว!

ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็มายืนฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่บริเวณหน้าห้องของเขา ทว่าทั้งเคาะเรียก กดปุ่มเรียก คนด้านในก็ยังเงียบฉี่ จนทำให้คิ้วเรียงเส้นสวยย่นเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนจะรีบกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์เจ้าของห้องทันที ครั้งนี้ปลายสายกลับเงียบกริบ ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ ดังนั้นจึงออกปากเรียกด้วยใบหน้าหงิกงอ

“นี่คุณฟาร์ส ฉันรู้นะว่าคุณอยู่ในห้อง เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้”

เงียบ...

“ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าคุณไม่เปิดละก็ คราวนี้ฉันจะประโคมข่าวเรื่องของเราไม่หยุดเชียว”

ทว่าต่อให้เธอพูดอย่างไร เขาก็ยังคงเงียบ ดังนั้นจึงถอนหายใจทิ้งอย่างเซ็งๆ แล้วด่าขึ้นอย่างเหลืออด “คนบ้า! คอยดูนะ ฉันจะหาทางเข้าไปหาคุณในห้องให้ได้ ไม่อย่างนั้นอย่ามาเรียกฉันว่า...”

“มาหาคุณพระเอกหรือคะคุณ”

เสียงของใครบางคนทำให้ปากอิ่มอ้าค้างแล้วค่อยๆ หันไปมอง “ค่ะ ฉันมาหาเจ้าของห้องนี้”

“คุณพระเอกไม่อยู่หรอกค่ะ เห็นว่ากลับบ้าน นี่ป้ากำลังจะมาทำความสะอาดห้องให้”

“กลับบ้าน...”

ทวนคำเบาๆ แล้วตั้งคำถามทันที “ป้ารู้ไหมคะ ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไร”

“ไม่ทราบหรอกค่ะ”

ฟังแล้วกลีบปากอิ่มก็เม้มแน่นเป็นแถบตรง พยายามกดโทรศัพท์ติดต่อเขา ทว่าคำตอบที่เธอได้รับก็คือความเงียบ ดังนั้นจึงยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ตรงนั้น อึดใจถึงได้เดินปั้นปึ่งกลับ มาถึงตัวรถได้ก็เหยียบคันเร่งมุ่งไปยังโรงแรมที่เขาถ่ายทำหนังทันที

ไปถึง ผู้คนไม่ถึงสิบก็กำลังจัดเก็บเครื่องมือเครื่องไม้ที่ใช้ถ่ายทำ ดังนั้นจึงรีบเข้าไปถามไถ่ “เอ่อ...คุณคะ ไม่ทราบว่าวันนี้คุณฟาร์เวลล์มากองถ่ายไหมคะ” ทำตาปริบๆ มองอย่างรอคำตอบ

“ไม่มาหรอกครับ เพราะหนังปิดกล้องไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว”

“ปิดกล้อง...”

เป็นอีกครั้งที่เธอต้องผ่อนลมหายใจเนิบช้า กล่าวขอบคุณคนให้คำตอบแล้วก็เดินหน้าหงิกกลับไปที่รถ แล้วครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ดังนั้นโทรศัพท์ของเธอจึงถูกใช้งานอีกครั้ง และคนที่จะให้คำตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด ก็คือ บอดี้การ์ดที่เธอทิ้งขว้างไว้ในบ้านเกิด ทันทีที่อีกฝ่ายกดรับก็กลอกคำสั่งลงไปอย่างรวดเร็ว

“เอ็ต หาคำตอบให้หน่อย ว่าในเวลานี้ คุณฟาร์สอยู่ที่ไหน”

สั่งเสร็จก็กดวางสายทันที จากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้ากลับสู่คฤหาสน์โอ่อ่าของตระกูลฟรานติการ์เซียส ในระหว่างทางเธอก็ถึงกับฉีกยิ้มพอใจ เพราะมีข้อความจากเอ็ต ระบุถึงตำแหน่งของคนที่เธอปรารถนาจะเห็นหน้า “คุณอย่าคิดว่าจะหนีฉันพ้น...แล้วเจอกันนะคะ คุณว่าที่สามี” จบคำก็ร้องเพลงอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับนึกถึงวันพรุ่งนี้อย่างมีความสุข!

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha