ปล้นรักคาสโนวา

โดย: Janya,ณิชาดา



ตอนที่ 7 : คนที่ (ไม่) อยากเจอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

          ายในกาสิโนยักษ์ใหญ่ บริเวณชั้นหนึ่งนั้น เจ้าของเรือนกายบอบบางอวดผิวนุ่มผ่านชุดเดรสยี่ห้อดัง กำลังสนุกอยู่กับไพ่คาบาเร่ รอบๆ กายของเธอเต็มไปด้วยหนุ่มๆ ที่เฝ้ามองในทุกๆ อิริยาบถ ทุกสายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม หลงใหล และอยากทำความรู้จักเป็นอย่างมาก ทว่าดวงตากลมโตสีดำสนิทนั้นกำลังแอบลอบมองหาใครบางคน...บางคนที่เธอวิ่งตามเขามาจนถึงที่นี่

          เสียงเฮดังขึ้น เมื่อเกมไพ่ครั้งนี้เธอเป็นผู้ชนะ ได้ชิปกองตรงหน้าอีกเท่าตัว แต่ความสนุก กับน้ำคำยินดีจากบรรดาหนุ่มๆ นับสิบคนหยิบยื่นให้ มันไม่ได้ทำให้เธอพอใจเลย และยิ่งต้องลอบถอนหายใจทิ้ง เมื่อเบื้องหลังมีใครบางคนขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับคำกระซิบที่ทำให้เธอนึกอยากจะตะบันหน้าให้สักหมัดสองหมัด

          “คนสวย...ดวงดีขนาดนี้ พี่ยินดีด้วยนะครับ”

          ดวงตาสวยเฉี่ยวปรายไปมองเล็กน้อยแล้วยิ้มเย็น

          “ขอบคุณค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ช่วยถอยไปห่างๆ หน่อย บอกตามตรงนะ ฉันไม่ชอบให้ใครมาทำตัวตีสนิท” ชาลินามองคนพูดขึ้นๆ ลงๆ อีกหลายรอบ “และถ้าคิดจะจีบฉันละก็ ฉันขอบอกไว้เลยว่าคุณไม่ใช่ผู้ชายในอุดมคติของฉัน ฉะนั้นอย่าเสียเวลาเลยค่ะ”

          กล่าวกับคนแปลกแค่นั้น หญิงสาวก็กลับไปสนใจไพ่ในมือต่อ ปล่อยให้คนยืนอยู่เบื้องหลังกัดฟันกรอดๆ ด้วยความโมโห แต่ปฏิกิริยาของเขาไม่ได้ทำให้บุตรสาวคนรองแห่งเรเอสโนสนใจได้เท่ากับแผ่นหลังของใครบางคนที่เห็นอยู่ไกลๆ

          “คุณฟาร์ส...” เรียกเขาแผ่วเบาพร้อมกับวางไพ่ในมือลง ดวงหน้านั้นชะเง้อชะแง้คอมอง “ฉันขอตัวนะคะ”

กล่าวจบก็ก้าวลิ่วๆ ตามหาคนที่อยากเจอในทันที ปล่อยให้พนักงานจัดการกับชิปกองย่อมๆ ของเธอ

          ชาลินาเดินลิ่วๆ ห่างจากโต๊ะไพ่ ท่ามกลางเสียงเรียกจากผู้ร่วมวงที่ต้องการให้เธอเล่นต่อ ทว่านาทีนี้คงไม่มีอะไรดึงดูดใจได้เท่ากับ ว่าที่สามีที่เธอหมายมั่นอีกแล้ว ดังนั้นแข้งขาเล็กจึงรีบก้าวยาวๆ เพื่อตามหาเขา แต่คงเป็นเพราะจำนวนนักพนันบริเวณชั้นหนึ่งมันเยอะเกินไป เธอถึงได้หาเขาไม่เจอ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่คิดจะยอมแพ้ มือบางจึงถลกกระโปรงยาวกรุยกรายของตัวเองให้สูงขึ้น แล้วเดินเร็วๆ ผ่านฝูงชนมากมาย

          เมื่อกวาดสายตาหาเขาบริเวณชั้นหนึ่งไม่พบ ก็รีบก้าวผ่านบันไดขึ้นสู่ชั้นสองทันที และก็ถึงกับตาโต เมื่อเห็นเจ้าของร่างกายบึกบึนอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มแห่งความยินดีจึงเกลื่อนเต็มกรอบหน้า รีบจ้ำอ้าวไปหาเขา แต่ทำไมสวรรค์ถึงได้ช่างกลั่นแกล้งนัก เพราะเธอดันเดินชนกับใครบางคนเข้าให้อย่างจัง

          “ว้าย!

ร้องลั่นด้วยความตกใจ เพราะร่างทั้งร่างกำลังเซถลา

          “เป็นอะไรไหมครับ” ท่อนแขนล่ำสันเกี่ยวเอวคอดกิ่วไว้ได้ ก่อนที่ชาลินาจะล้มหัวคะมำ ดวงตามีเสน่ห์และดูสุขุมจับจ้องอยู่กับกรอบหน้างามของสตรีสาวผู้สวยจับจิตราวกับตกอยู่ในภวังค์ จังหวะลมหายใจถึงกับสะดุดกึก

          เมื่อเห็นเจ้าของลำแขนมองตัวเองตาไม่กะพริบ ชาลินาก็เริ่มดิ้นขลุกขลัก พร้อมอ้อมแอ้มกล่าว “ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ” ว่าพลางขยับตัวถอยหายจากเขาแล้วเหลียวแลหาใครบางคนอยู่ตลอดเวลา

          “ผมชื่อเคน เอเคสตันครับ เมื่อครู่ต้องขอโทษด้วยที่ทำคุณ...” ดวงตาคมจับจ้องอย่างต้องการรู้จักชื่อหญิงสาว

          เห็นอาการแบบนั้นริมฝีปากเล็กสวยได้แต่คลี่ยิ้มแหย

          “ฉันชาลินาค่ะ ชาลินา เรเอสโน” บอกชื่อตัวเองไปแล้วก็ยังคงสอดส่ายสายตาหาว่าที่สามี เมื่อคนตรงหน้ายังจ้องมองมาจึงกล่าวเร็วๆ “คุณไม่ต้องขอโทษฉันหรอกนะคะ ฉันผิดเองที่เดินไม่ระวัง ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ปลายเท้าเล็กภายใต้ส้นสูงเกือบสามนิ้ว รีบก้าวยาวๆ ตามหาคนที่ต้องการพบต่อทันที

          เมื่อสตรีสาวคล้อยหลัง สายตาของเคนก็มองตามแผ่นหลังบอบบางไปจนสุดสายตา หนำซ้ำกรอบหน้าคมคายก็แต้มยิ้มมีเสน่ห์จนเหล่าการ์ดที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต้องหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทว่าเขาหาได้ใส่ใจไม่ เมื่อนาทีนี้ก็ยังยืนมองเธอจนหายไปจากระยะสายตา

          ครั้นทนต่ออาการอยากรู้ของพวกการ์ดรักษาความปลอดภัยไม่ไหว ไหล่กระด้างจึงไหวขึ้นน้อยๆ ก่อนจะขยับกายมุ่งสู่ชั้นบริหาร ซึ่งตั้งอยู่ปีกซ้ายของตึกบนชั้นห้า ขายาวๆ เลือกจะใช้ลิฟต์สำหรับผู้บริหารโดยตรง ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที ก็ผลักประตูห้องทำงานของท่านประธาน เดินหน้าตั้งเข้าไปพร้อมกับเลิกคิ้วประหลาดใจเมื่อเห็นใครบางคนนั่งอยู่

          “เฮ้ย! พายุอะไรพัดนายมาที่นี่ได้วะฟาร์ส”

          ด้านคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน เลือกวางมือกับเอกสารตรงหน้า ซึ่งเขาเพิ่งหยิบมันมาอ่านไม่กี่ตัวอักษร แล้วจับจ้องกรอบหน้าของลูกพี่ลูกน้องพลางถอนหายใจกับถ้อยคำทักทายในรอบหนึ่งปีของเคน

          “ไม่มีลมอะไรพัด แต่ฉันมาทำงานแทนพ่อ”

          “ทำงานแทนคุณอาเวตน์เนี่ยนะ”

ปื้นคิ้วสีดำทั้งสองข้างวิ่งเข้าชนกันโครมใหญ่ ใบหน้ามีหนวดขึ้นเขียวๆ นั้นถึงกับส่ายรัว แถมยังพ่วงท้ายด้วยเสียงหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลก แต่เมื่อสบกับสายตาเอาจริงเอาจังของฟาร์เวลล์จึงได้สืบเท้าเข้าไปใกล้ๆ โต๊ะทำงานแล้วชะโงกหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ “ถามจริงๆ เถอะ! นายยังมีสติดีอยู่ใช่ไหม เมื่อก่อนเห็นคุณอาทั้งบังคับ ทั้งข่มขู่ นายก็ยังปฏิเสธที่จะทำงานที่นี่ แล้วอะไรทำให้นายเปลี่ยนใจละ หรือว่า...” ทิ้งท้ายด้วยหางคิ้วที่กระตุกขึ้น

          “หรือว่าอะไร?

ร่างสูงของผู้บริหารฝึกงานถึงกับดีดตัวลุกขึ้นประจันหน้า

          “ก็ที่นายกลับมา เพราะนีน่า คู่หมั้นของนายใช่ไหม คุณอาคงจะบังคับนายด้วยวิธีนี้”

          เจ้าของร่างสูงถึงกับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานเช่นเดิม ก่อนจะคว้าเอาเอกสารที่ตัวเองเพิ่งวางมาอ่าน ทำราวกับลูกพี่ลูกน้องอย่างเคนเป็นเหมือนอะไรสักอย่างที่ไม่มีค่าพอจะเสียเวลาพูดด้วย

          “อ้าว! ฉันเดาไม่ถูกหรือ”

เคน เอเคสตันหนึ่งในกรรมการบริหารกาสิโนของเอดิสันถึงกับต้องทำหน้าประหลาดใจอีกครั้ง แต่ฟาร์เวลล์ก้าวมาบริหารที่นี่ในสาเหตุอะไรมันก็ไม่มีความหมายสำหรับเขาหรอก เพราะถ้าถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรที่เห็นลูกพี่ลูกน้องวัยเดียวกันมานั่งตำแหน่งประธานบริหารละก็ เขายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกันอย่างเป็นทางการเสียที

          เมื่อเห็นท่านประธานป้ายแดงสนอกสนใจกับเอกสารกองมหึมา จึงนำพาตัวเองก้าวยาวๆ ไปทอดตัวนอนยาวหน้าตาเฉย ครั้นเจอสายตาดุๆ ตวัดมองจึงยกมือห้ามทันที

          “อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้น พอดีสามคืนมานี้ฉันไม่ได้พักเลย ขอพักสายตาสักหน่อยเถอะ” ว่าแล้วก็ปิดเปลือกตาลง

          “ทำไมนายไม่ไปนอนในห้องทำงานตัวเอง”

          “ถ้าฉันไปนอนที่นั่น ฉันคงจะได้นอนหรอก นายก็รู้นี่ว่าฉันต้องดูแลอะไรในกาสิโนแห่งนี้บ้าง”

          เคนขยับปากบอก พร้อมกับถอนหายใจออกยาวๆ ก็งานของเขามันก็คือจับสังเกตนักพนันที่จ้องจะมาก่อกวน โกง สร้างความวุ่นวาย และถ้าเจอตัวก็มีการสั่งสอนกันเล็กๆ น้อยๆ จนถึงจับส่งตำรวจ และสองสามคืนมานี้ เขาอยากจะรู้นัก ว่าไอ้พวกฉ้อฉลเนี่ยมันผุดขึ้นมาจากนรกขุมไหน มันถึงทำให้เขาแทบไม่มีเวลาพักผ่อน

เห็นท่าทีเหนื่อยล้าของญาติหนุ่ม ฟาร์เวลล์ก็ถอนหายใจทิ้งบ้าง “ไอ้พวกขี้โกง มันอาละวาดหนักขนาดนั้นเลยหรือ!

“ทุกๆ หนึ่งชั่วโมง จะมีคนโกงหนึ่งรายผุดขึ้นมา นายก็คิดเอาก็แล้วกัน ว่าวันๆ หนึ่ง ฉันต้องเจอกี่ราย”

“แล้วนายหนีมานอนแบบนี้ ใครจะจัดการกับพวกมัน”

ดวงตาที่ปิดยังไม่ถึงห้านาทีเบิกกว้างขึ้น จ้องหน้าท่านประธานในวัยเดียวกันตาไม่กะพริบ แล้วร้องดัง “เฮ้ย! มาบริหารงานแค่คืนเดียว นายออกลายงกแล้วหรือวะ” ต่อว่าแล้วก็เปรยเบาๆ “ปล่อยให้พวกมันได้โกงบ้างเถอะ จะได้ย่ามใจ วันต่อๆ ไปมันจะได้มาโกงอีก คราวนี้แหละฉันจะได้รวบยอดในครั้งเดียวเลย จะได้ไม่เหนื่อยเหมือนตอนนี้ไง”

“ฉันละซึ้งในวิธีการทำงานของนายเหลือเกิน”

“ถ้าอย่างนั้น อย่าลืมบอกให้คุณอาแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้ให้เพิ่มด้วยล่ะ ที่ได้ๆ อยู่ มันไม่พอเลี้ยงอีหนูในคลัง”

“ผิดแล้วที่นายจะให้ฉันบอกพ่อ...”

คิ้วคมๆ นั้นยกขึ้นราวกับเยาะเย้ย “เพราะว่าคนที่จะปันผลกำไรให้นายน่ะ มันคือฉันคนนี้ และดูจากที่นายทุ่มเทให้งานด้วยการนอนเอกเขนกในห้องผู้บริหาร เงินปันผลปลายปีอาจจะลดเหลือครึ่งหนึ่งจากปีก่อนๆ ก็เป็นได้”

“เฮ้ยๆ พูดเล่นใช่ไหมวะ!

เคนถึงกับดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างอัตโนมัติ ขายาวๆ ก้าวเข้ามาใกล้ เมื่อเห็นญาติสนิทยังทำหน้าเอาจริงเอาจัง จึงรีบยกมือไม้ห้ามพลางส่ายหน้าเป็นพัลวัน “เฮ้ย! นายอย่าล้อฉันเล่นสิวะฟาร์ส นายก็รู้ว่าปีๆ หนึ่งฉันต้องใช้เงินมากกว่าสโมสรเอฟเวอร์ตันซื้อนักฟุตบอลเสียอีก ถ้านายหักเงินปันผลของฉัน...ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปให้สาวๆ ในสต็อกจูบ ไม่สงสารฉัน ก็สงสารบรรดาสาวผิวขาวๆ อกตูมๆ ก้นเด้งๆ สักหน่อยเถอะนะ ฉันขอร้อง...”

ฟาร์เวลล์กำลังส่ายหน้าให้กับคำอ้อนวอนของญาติหนุ่ม ทว่ายังไม่ทันได้กลั่นแกล้งต่อ เมื่อประตูห้องทำงานถูกเคาะเบาๆ พร้อมกับคำพูดของการ์ดในชุดสูทสีขาวที่เดินเข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนก

“ขอโทษครับท่าน พอดีชั้นสองเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ผมจึงมาเชิญคุณเคนไปจัดการ”

เห็นไหม ขนาดหนีมานอน ฉันยังต้องเนรเทศตัวเองออกไปปฏิบัติงาน

ส่งสายตาบอกท่านประธานหนุ่มแค่นั้น ก็ก้าวอาดๆ ตามการ์ดไป ทว่าต้องเหล่ตามองในทันที เมื่อได้ยินฝีเท้าของฟาร์เวลล์เดินตามหลัง นั่นหมายความว่า คืนนี้เขาต้องแสดงฝีมือให้กับท่านเจ้านายได้เห็น และหวังว่าปลายปีนี้ เงินปันผลที่จะได้รับคงอื้อซ่าเต็มบัญชีธนาคารจนใช้จ่ายไม่หวาดไม่ไหว

ริเวณชั้นสองของกาสิโน ในอาณาเขตของบาร์เครื่องดื่ม สองสาวในวัยเดียวกัน กำลังเผชิญหน้ากันด้วยแววตาเกรี้ยวกราด คนหนึ่งยืนร้องปาวๆ เพราะชุดราคาหลายพันดอลลาร์ตัวเองเกิดเลอะจากเครื่องดื่มที่สาวสวยในชุดเดรสแบรนด์ดังถืออยู่ และคงเป็นเพราะปากแว้ดๆ สีแดงสดของคนเปรอะเปื้อนเกิดโวยวายด่าทอ จึงทำให้บางคนที่อารมณ์ร้อนไม่แพ้กันต้องมองตาขวาง

“ฉันบอกว่า ฉันขอโทษ...ไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรอีกฮะ!

ชาลินายืนเท้าสะเอวมองด้วยท่าทีโมโหขึ้นบ้าง ก็เมื่อครู่นี้เธอวิ่งพล่านตามหาใครบางคนจนเหนื่อย จึงแวะมาหาอะไรเย็นๆ ดื่มที่นี่ แต่คว้าแก้วมายังไม่ทันได้ดื่มลงคอ ก็ไม่รู้ว่ายัยเซ่อซ่านี่โผล่มาจากไหน น้ำดื่มในมือจึงเผลอราดถูกใบหน้าตลอดหน้าอกของหล่อนเข้าให้

อีกฝ่ายกัดฟันกรอดๆ แล้วชี้หน้ากราด

“ขอโทษหรือยะ! คำขอโทษของหล่อน มันทำให้หน้าเป๊ะเวอร์วังอลังการของฉันเนี่ยกลับมาสวยสะพรั่งเหมือนเดิมได้ไหม ไหนจะชุดสวยๆ ของฉันอีก รู้ไหมว่ามันแพงแค่ไหน”

ท่ามกลางฝูงคนเกือบร้อยชีวิต เรียวขาเนียนสวยเดินวนรอบๆ ผู้หญิงที่กำลังเอาเรื่องตน แถมยังมองขึ้นๆ ลงๆ อีกหลายรอบ

“อ้อ! ที่โวยวายเป็นผีเข้าแบบนี้ เพราะต้องการให้ฉันชดใช้ค่าเสียหายใช่ไหม เท่าไรล่ะ กับค่าทำหน้าใหม่ แต่งตัวใหม่ของเธอน่ะ”

อ๊ายยย! แกอย่ามองฉันด้วยสายตาดูถูกแบบนั้นนะ”

คนเปียกไปทั้งเนื้อทั้งตัว โกรธจนแก้มที่แดงอยู่แล้วขึ้นสีเข้ม “คนอย่างฉัน ไม่ชอบให้ใครมองแบบนั้น และถ้าแกยังไม่เลิกทำหน้าอย่างนั้นละก็ ฉันจะทำให้หน้าสวยๆ ของแกมีรอย...” ขู่พร้อมกับกระโดดเข้ามาใกล้

“ทำไม...อย่างหล่อนจะทำอะไรฉันได้” ชาลินายื่นหน้าเข้าหาอย่างท้าทาย

เผียะ!

แก้มนวลๆ ของลูกสาวเฒ่าเฮอแมนถึงกับหันไปตามแรงตบ จนต้องรีบกุมแก้มตัวเองโดยอัตโนมัติ พร้อมกับความโกรธที่พุ่งมากขึ้น ใช่เมื่อครู่นี้เธอเป็นคนผิด แต่ตอนนี้เธอไม่ผิดถ้าหากจะเอาคืนคนที่มันกล้าแตะต้องเธอ ร่างบางจึงก้าวเข้าหา พร้อมกับกระชากเส้นผมจัดทรงมาอย่างดีของอีกฝ่ายแล้วดึงเข้ามาใกล้

“กล้ามากนะที่แตะต้องฉัน...หล่อนรู้จักฉันน้อยไปแล้ว เพราะคนอย่างชาลินาไม่ชอบให้ใครมาทำร้าย โดยเฉพาะทำแก้มสวยๆ ของฉันมีรอย...”

ดวงตาร้ายๆ จึงจ้องคู่กรณีอย่างคาดโทษ “ทำฉันก่อน อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน”

ผลักอีกฝ่ายจนเซถลาอย่างแรง แถมยังได้ผมกระจุกเล็กๆ ติดมือ ไม่พอแค่นั้นหรอก สำหรับแก้มของเธอที่มีรอย ขาเรียวสวยก้าวฉับๆ เข้าไปใกล้แล้วสะบัดมือนุ่มๆ เข้าซีกแก้มทั้งซ้ายและขวาของคนร้องแว้ดๆ ไม่ยั้ง

“และรู้เอาไว้อีกข้อ คนอย่างชาลินา ไม่ยอมแค่เสมอตัวหรอก หล่อนตบฉันหนึ่งครั้ง ฉันก็สนองหล่อนคืนเป็นสองเท่า”

อ๊าย! ยัยบ้า!

คนเปียกปอนเป็นลูกนกหวีดร้องแว้ดๆ

“แก...แก...นังอสรพิษ”

“แล้วอยากโดนอีกไหมล่ะ” ชาลินาทำท่ากระโจนใส่อีกรอบ

ว้าย! ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย นังนี่มันบ้าไปแล้ว”

เต้นเร่าๆ พร้อมชี้กราด ปากก็ร้องให้คนอื่นช่วย “ไอ้พวกการ์ดรักษาความปลอดภัยบ้า พวกแกจะปล่อยให้นังบ้านี่ตบฉันแบบนี้หรือไงหา! รีบเข้าไปจับตัวมันสิ อย่าให้มันมาทำร้ายฉัน...”

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

เสียงห้าวของเคน เอเคสตันร้องลั่น ขายาวๆ ก้าวผ่านฝูงชนที่ยืนล้อมเหตุการณ์เข้ามา

“ฮือๆ คุณเคนขา...ก็นังอสรพิษ...เอ่อ...ผู้หญิงคนนั้นสิคะ เขาทำร้ายเกรซ” ทันทีที่เห็นหนุ่มหล่อเฟี้ยวและเป็นที่รู้จักในกลุ่มสาวๆ เพราะคุณสมบัติและทรัพย์สมบัติไม่น้อยไปกว่าเจ้าของกาสิโน ร่างทั้งร่างจึงถลาเข้าหาพร้อมกับแนบซบอยู่กับต้นแขนบึกบึน ปากก็ฟ้องปาวๆ “คุณเคนต้องจัดการให้เกรซนะคะ ตอนนี้เกรซเจ็บไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว”

ดวงตาคมกล้าปรายมองคู่กรณีที่อีกฝ่ายฟ้องใส่หูแล้วถึงกับตกตลึงไปชั่วครู่ ปากก็อึกๆ อักๆ

“เอ่อ...คุณ...”

เจ้าของร่างเล็กซึ่งยังโกรธที่แก้มตัวเองโดนฟาดยังเคืองไม่หาย จึงแว้ดใส่ด้วยท่าทางโกรธจัด “ทำไม? คุณจะจับฉันโยนออกจากที่นี่ เพราะเข้าข้างยัยนั่นใช่ไหม เอาสิ! ฉันไม่กลัวหรอก” กายบางโผเข้าหา เตรียมกระชากร่างที่อิงแอบท่อนแขนชายหนุ่มมาตะบันใส่อีกสักฉาดสองฉาด แต่ไม่รู้ว่ามือใครที่ยึดเธอไว้

“หยุดนะคุณ จะก่อเรื่องไปถึงไหน”

“นี่ปล่อยฉัน...” ทันทีที่ตวัดดวงตากลับมามอง ปากก็อ้าค้างอยู่กลางอากาศ “คุณ...”

“ถ้าคุณไม่หยุด ผมจะจับคุณโยนออกจากที่นี่”

กลีบปากอิ่มถึงกับเม้มแน่นเป็นแถบตรง แต่ความหล่อล่ำ สมาร์ตเท่ กับสายตาดุๆ ของคุณว่าที่สามี คงไม่สามารถระงับต่อมโกรธของเธอได้ เมื่อเสียงคู่กรณีดังฉอดๆ เข้ามาแทรก

“จับมันโยนออกไปเลยค่ะ มันทำร้ายฉัน ดูสิคะ! แก้มฉันบวมหมดแล้ว”

“ได้...ฉันจะให้คุณโยนออกไป แต่ก่อนที่จะถูกโยน ฉันขอชกยัยนั่นสักหมัดก่อนเถอะ”

จบคำก็ทำท่ากระโดดใส่ แต่คราวนี้ขาทั้งสองข้างต้องแกว่งไปมา ปากก็ร้องวี้ดๆ เพราะจู่ๆ ร่างบางระหงก็ลอยห่างจากพื้น พร้อมกับอาการรัดแน่นบริเวณหน้าท้องแบนราบ จึงหันมาแกะท่อนแขนกำยำออกพร้อมกับโวยวาย “นี่คุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ! ขอให้ฉันได้ตอบแทนปากดีๆ ของยัยนั่นก่อน”

“หยุดดิ้น! ถ้าไม่หยุดผมจะเหวี่ยงคุณลงพื้นเดี๋ยวนี้”

ฟาร์เวลล์คำรามใส่อย่างโมโห “ถ้าคุณไม่ฟัง ผมจะไม่เกรงใจ”

เจอปฏิกิริยาเอาจริงเอาจังแบบนั้น จึงได้แต่กัดปากตัวเองไว้แน่น หากแต่ในใจเธอต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนั้นให้ได้ เพราะคนอย่างชาลินา เรเอสโน ไม่ยอมวางมือให้กับคนที่ริอ่านทำร้ายตัวเองง่ายๆ หรอก

ทันทีที่คนในอ้อมแขนหยุดต่อต้าน ก็ตวัดดวงตามองหน้าลูกพี่ลูกน้องของตน “เคน ฝากนายจัดการทางนี้ด้วยนะ” บอกจบก็ปล่อยแขนออกจากเอวนุ่มหันมาคว้าข้อมือเล็ก พร้อมกับดึงรั้งร่างบางให้ก้าวตาม ส่วนคนที่ถูกฝากให้จัดการกับเหตุการณ์น่ะหรือ มองตามฟาร์เวลล์กับผู้หญิงที่ตัวเองเจอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนด้วยความประหลาดใจแกมสงสัย ว่าทั้งสองคนนั้นรู้จักกันในฐานะอะไร?

“คุณเคน...คุณปล่อยนังนั่นไปไม่ได้นะคะ เกรซไม่ยอม!

น้ำเสียงเอาเรื่องที่ดังอยู่ข้างหู สามารถเรียกให้เคนหันมาสนใจกับเธอ หางตาจึงปรายมองเพียงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า เรียกการ์ดที่มองอยู่ เมื่ออีกฝ่ายมาถึงก็ดึงรั้งมือที่เกาะแขนตัวเองแน่นแล้วส่งให้กับการ์ด “ฝากดูแลเธอด้วย จ่ายค่าเสียหายให้เธอตามความสมควร” จบคำก็เดินก้าวยาวๆ ออกไป ทิ้งให้หญิงสาวนามเกรซกรีดร้องโวยวายไล่หลัง แต่เสียงของเธอคงไม่อาจหยุดช่วงขาแข็งแรงที่กำลังมุ่งไปหาคำตอบได้

ด้านสองหนุ่มสาวที่ลากจูงกันออกจากเหตุการณ์วุ่นวาย มาถึงห้องทำงานของตัวเองได้ ฟาร์เวลล์ก็จัดการเหวี่ยงร่างอ้อนแอ้นจนจมไปกับโซฟามุมห้อง จากนั้นก็ตวัดดวงตาเคืองขุ่นมองตาไม่กะพริบ และทันทีที่คนสนิทอย่างคอร์ม เพสเลอร์ก้าวเข้ามาดูเหตุการณ์ก็รีบไล่ตะเพิดโดยฉับพลัน “นายถอยออกไป และอย่ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้”

เจอน้ำเสียงห้าวเข้มแบบนั้น บอดี้การ์ดหนุ่มจึงได้แต่ผงกหน้ารับ โดยไม่ลืมปรายตาไปมองคนที่เจ้านายบังเกิดเกล้ากำลังเล่นงานด้วยท่าทีสงสาร ตั้งแต่พบเห็นเธอมาก็หลายครั้งหลายคราที่เจ้านายของเขาเป็นฝ่ายวิ่งหนี แตกต่างก็วันนี้ที่ท่าทีเปลี่ยนไปราวกับจะตะครุบหญิงสาวแล้วฉีกทึ้งร่างออกเป็นชิ้นๆ ก็ไม่ปาน

นาทีนี้ชาลินาจึงได้แต่กัดกลีบปากนุ่มไว้ เธอพึ่งประจักษ์ก็วันนี้ ว่าฟาร์เวลล์มีมุมน่ากลัวเหมือนกัน แต่เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย ถ้าหากยัยปากมากนั่นยอมรับคำขอโทษ เรื่องมันคงไม่เลวร้ายจนเกิดเหตุวิวาทใหญ่โตแบบนั้น และยัยนั่นก็ผิดมหันต์เพราะดันมาแตะต้องแก้มเนียนนุ่มของเธอ

เจ้าของกาสิโนยังจับจ้องทุกๆ ท่าทีของจำเลยสาวอยู่ไม่วาง กระทั่งสูดลมหายใจเข้าปอดลึกจนเต็มนั่นแหละถึงได้เอ่ยปาก “ผมถามจริงๆ เถอะ คุณรู้ตัวไหมว่าคืนนี้คุณทำเรื่องบ้าอะไร”

“ฉันไม่ผิด!

เชิดหน้าขึ้นเถียงเขาอย่างไม่ยอมรับง่ายๆ “ก็ยัยนั่นมันตบฉันก่อน และคนอย่างฉัน ไม่ยอมถูกตบฟรีๆ หรอก”

“คุณก็เลยไปตบเขาจนแก้มเจ่อทั้งสองข้างอย่างนั้นหรือ”

          ท้ายประโยคครางยาวแล้วก็เหยียดยิ้มดูแคลน “ทำไมต้องสร้างเรื่องใหญ่โตแบบนั้น มันไม่มีทางอื่นแก้ปัญหาเลยหรืออย่างไร น่าเสียดายนะ เป็นถึงคุณหนูรองแห่งเรเอสโน แต่กลับไม่รู้จักคิด”

“นี่คุณ!” ตวัดตาขวางขุ่นใส่พร้อมขึ้นเสียง “ถ้าไม่เพราะคุณ เรื่องบ้าๆ แบบนี้มันคงไม่เกิดขึ้นกับฉันหรอก”

“แล้วผมเกี่ยวอะไรด้วย”

“เกี่ยวสิ ในเมื่อฉันมาที่นี่ก็เพราะคุณ ฉะนั้นคุณต้องรับผิดชอบที่แก้มของฉันถูกยัยนั่นตบ...” ประคองตัวเองลุกขึ้นจากโซฟา เดินช้าๆ ตรงมาหาคนที่ต่อว่าเธอฉอดๆ ไปถึงก็เขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ดวงหน้าลอยอยู่ใกล้ๆ ปลายจมูกเขา จากนั้นก็เอียงแก้มซีกที่ถูกตบให้ “รักษาความเจ็บให้ฉันด้วยการหอม...เดี๋ยวนี้...”

มุมปากหยักได้รูปของชายหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย แล้วยอมโน้มลงมาใกล้ตามคำสั่งพร้อมกับกระซิบเบาๆ “ได้ครับ...ผมจะรักษาให้คุณลืม...” จบคำก็ขยับใกล้เรื่อยๆ ดวงตากลมสีดำสนิทของชาลินาพริ้มหลับอย่างจำยอม ทว่าสำหรับฟาร์เวลล์แล้วท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ และไม่ถึงห้าวินาที ปลายนิ้วเรียวก็จิ้มเข้ากับแก้มนุ่มอย่างแรง

โอ๊ย!

คนถูกตบหนำซ้ำยังถูกจี้เข้ารอยเดิมต้องร้องดัง ขยับมือลูบแก้มตัวเองพร้อมกับถอยกรูดห่างเขาโดยอัตโนมัติ “นี่คุณ...ฉันเจ็บอยู่นะ คุณทำแบบนี้กับฉันได้อย่างไรหา!” แว้ดใส่แล้วก็แจกค้อนตาคว่ำไปอีกหลายยก ก่อนจะหมุนกายกลับไปทิ้งก้นงอนๆ ลงบนโซฟา หนำซ้ำยังยกมือขึ้นกอดอกด้วยความแง่งอน

“คุณกล้าทำกับว่าที่ภรรยาแบบนี้ได้อย่างไร” ปากบ่นกระปอดกระแปดไปตามเรื่อง

ทว่าทำเอาคนเหนื่อยหน่ายกับเรื่องที่เธอก่อไว้ต้องหันมามองด้วยหน้าตาดุๆ ไม่กี่อึดใจช่วงขายาวๆ ก็ก้าวเข้ามาใกล้ ฝ่ามืออุ่นร้อนทาบเข้ากับแขนเรียวแล้วรั้งกายบางให้ลุกขึ้นจากโซฟา

“เอาเป็นว่าเรื่องที่คุณสร้างความวุ่นวายผมจะไม่เอาเรื่อง ตอนนี้เชิญคุณกลับไปได้แล้ว และก็ถ้าจะให้ดี ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก”

“คุณไล่ฉัน...” เบิกตาโตจ้องมองกรอบหน้าคมคายแล้วกัดปากอิ่มใส่ “ฉันอุตส่าห์ตามคุณมาถึงที่นี่ คุณไม่รับรู้ถึงความพยายามของฉันยังไม่พอ ยังจะมีหน้ามาไล่ฉันให้ไปห่างๆ อีก ถามจริงๆ เถอะ ฉันไม่สวย ไม่หุ่นดี ไม่เซ็กซี่ ไม่รวย ไม่ตรงสเปกคุณตรงไหน คุณถึงใจแข็งไม่ยอมตกลงปลงใจเป็นสามีของฉันสักที”

ไม่ถามเปล่าแต่ยังประคองแก้มสากให้เขาสบตาชัดๆ

“คุณคงรู้จักชาลินา เรเอสโนคนนี้น้อยเกินไป เพราะต่อให้คุณไล่ฉันอย่างไร ฉันก็ไม่ไปหรอก เพราะฉันต้องชนะการเดิมพันครั้งนี้ให้ได้ ฉะนั้นคุณจงจำไว้ให้แม่นๆ ว่าคุณไม่มีทางรอดจากตำแหน่งสามีของฉันไปได้ ทางที่ดีจงยอมรับซะเถอะ” ว่าแล้วก็ยิ้มยั่วให้ พร้อมลดระดับมือลงมาไต่ยุ่บยั่บบริเวณอกกระด้าง “เราจะได้ใช้เวลาในวันข้างหน้า ด้วยการเรียนรู้ทำความรู้จักกัน...ให้ลึกซึ้งไงคะ”

เจ้าของใบหน้าคมคร้ามถึงกับเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้อง เขาไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับผู้หญิงที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตในตอนนี้ดี อุ้งมือร้อนๆ จึงตะครุบมือนุ่มที่กำลังทำให้ตบะดิบเถื่อนของตัวเองแตก พร้อมกับจัดการลากเธอตรงไปยังประตูห้อง

“เราไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักกัน เพราะผมไม่มีวันยอมเป็นสามีของคุณ และตอนนี้กลับไปได้แล้ว เลิกป่วนผมสักที” ว่าแล้วก็ออกแรงรั้งให้มากขึ้น ทว่าแม่คุณตัวเล็กกินช้างมาทั้งตัวอย่างไรไม่ทราบ เธอถึงได้มีแรงยึดยื้อตัวไว้เช่นนี้

“ฉันไม่ไป”

ปฏิเสธพลางหาอะไรเหนี่ยวรั้ง แต่เธอก็คว้าได้แต่อากาศ จึงต้องครุ่นคิดหาวิธีที่จะทำให้เขาหยุด ดังนั้นชั่วขณะจึงเดินให้แข้งขาขวิด พร้อมกับร้องดังลั่นด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ย! ฉันเจ็บ...เจ็บข้อเท้าจะตายแล้ว” น้ำตาไหลลงอาบแก้มราวกับสั่งได้

“ฮือๆ ฉันเจ็บ...คุณจะใจร้ายใจดำกับฉันไปถึงไหน จะลากฉันราวกับเป็นม้าเป็นวัวหรืออย่างไร”

ปลายจมูกโด่งคมเป็นสันต้องสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด แล้วหันมามองคนร้องไห้ช้าๆ “อย่าเสแสร้งได้ไหมชาลินา”

“ฉันไม่ได้แกล้งนะ ฉันเจ็บจริงๆ” ภายใต้ดวงหน้าเปรอะไปด้วยหยาดน้ำตากำลังซ่อนรอยยิ้มเล่ห์ร้ายไว้ “ถ้าคุณไม่เห็นใจฉัน ก็ได้โปรดสงสารสักนิดเถอะ” เงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาแดงก่ำ

ฟาร์เวลล์จึงส่ายไปมาเล็กน้อย แล้วยอมขยับตัวประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้น และเขาก็ต้องเสียท่าเมื่อถูกร่างบางดึงรั้งเต็มแรงจนพลาดล้มจนทับเข้าให้ หนำซ้ำแขนของเธอยังคล้องคอเขาเอาไว้แน่น จึงพยายามปลดลำแขนเล็กแล้วสั่ง

“ปล่อยผมเดี๋ยวนี้”

“แต่คุณทับตัวฉันอยู่นะคะ”

บอกกล่าวกับเขาตาแป๋ว พลางเบียดกายบางเข้าหาให้แนบสนิทยิ่งขึ้น “แล้วฉัน...จะปล่อยคุณได้อย่างไรกัน” ไม่พูดแต่ปาก ทว่าปลายนิ้วเล็กกำลังเขี่ยเส้นผมนุ่มๆ บริเวณลำคอแกร่งอย่างยั่วเย้า

“ในเมื่อคุณ...แนบชิดฉันอยู่เช่นนี้”

สายตาทั้งคู่จึงมองกันและกันอยู่ไม่วาง ทว่าไม่ถึงห้าวินาทีทั้งสองคนก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงห้าวของใครบางคนที่เปิดประตูพรวดพราดโดยไม่รอฟังคำอนุญาต “เฮ้ย! ฟาร์ส ทางนี้เป็นอย่าง...” ปากของเคนอ้าค้างไว้ เมื่อเจอภาพลูกพี่ลูกน้องทาบทับกายบางของสตรีสาวคนหนึ่ง และถึงกับหัวใจหล่นตุ้บเมื่อเห็นเจ้าของร่างบางนั้นเต็มตา!

 

องร่างที่ทาบทับกันอยู่บนพื้นห้อง ต้องเกิดอาการติดสปริงดีดตัวออกจากกันโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะผู้เป็นเจ้าของห้อง ที่รีบลุกขึ้นราวกับร่างบางเป็นสิ่งน่ารังเกียจ ทำให้ชาลินาซึ่งขยับตัวลุกขึ้นทีหลังต้องแอบข่มความเจ็บลึกๆ ไว้ในใจ แต่เมื่อเจอสายตาบุคคลที่สามมองมา ปากอิ่มก็คลี่ยิ้มน้อยๆ ทำหน้าทำตาสดใส ราวกับภาพเมื่อครู่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจดวงเล็กๆ ของเธอเลย

“มันไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิด”

ทันทีที่สายตาของเคนมองมายังตน ฟาร์เวลล์ก็รีบบอก

“ฉันกับเธอไม่ได้มีอะไรกัน”

แหม...รีบออกตัวจังเลยนะ ด้านชาลินาก็แอบแขวะเจ้าของห้องอยู่ในใจ ทว่าเมื่อเจอสายตาอยากรู้จากเคนจึงต้องเอ่ยด้วยถ้อยคำประชดประชัน “ค่ะ ตอนนี้ฉันกับเขายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย!

เคน เคเอสตันมองทั้งสองหนุ่มสาวอย่างพินิจพิเคราะห์ ชั่วครูก็ยิ้มน้อยๆ ให้กับหญิงสาวแล้วขยับตัวเข้าไปใกล้ “ไม่ทราบว่า คุณชาลินาเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ ผมได้ยินว่าคุณถูกผู้หญิงคนนั้นตบ”

“อ้าว! ทั้งสองคนรู้จักกันด้วยหรือ” ฟาร์เวลล์โพล่งขึ้นอย่างแปลกใจ

ดังนั้นชาลินาจึงยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเกาะท่อนแขนล่ำๆ ของเคนไว้แน่น “แหม...คุณฟาร์สคะ จะแปลกตรงไหนคะถ้าผู้หญิงสวยๆ อย่างฉัน และคนหล่อเท่อย่างคุณเคนจะรู้จักกัน!” นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องกรอบหน้าคมคายอย่างท้าทาย แล้วหันมายิ้มมีเสน่ห์ให้กับเจ้าของแขนที่ตัวเองยึดเหนี่ยว

“จริงไหมคะคุณเคน”

“จริงครับ...” กรรมการบริหารหนุ่มถึงกับเคลิบเคลิ้มไปกับรอยยิ้มและดวงตาคู่สวย

เห็นสายตาของทั้งคู่ที่มองกันอย่างมีความหมาย ผู้บริหารหนุ่มจึงกระแอมเบาๆ ในลำคอ ทว่าคงไม่ได้ทำให้มือนุ่มๆ ของ  ชาลินาหลุดออกจากลำแขนของญาติผู้น้องได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจเอ่ยไล่อีกครั้ง

“ผมว่าคุณกลับไปได้ ผมมีงานต้องทำ”

“เห็นไหมคะ เขาไล่เนยอีกแล้ว” กล่าวฟ้องเจ้าของลำแขนล่ำตาปริบๆ “เขาไม่เห็นใจที่เนยโดนทำร้ายยังไม่พอ นี่ยังใจจืดใจดำไล่ปาวๆ ราวกับเนยเป็นตัวอะไรสักอย่าง”

“คุณเนยไม่ต้องไปฟังนายฟาร์สนะครับ ในฐานะที่เป็นกรรมการบริหารของที่นี่ ผมไม่ยอมให้ใครไล่คุณไปไหนทั้งนั้น เอาไว้ต่อจากนี้...ผมจะเป็นคนต้อนรับคุณเนยด้วยตัวเอง”

เจ้าของร่างบางจึงปรายตาไปมองเจ้าของห้องผู้ตีสีหน้ายักษ์ใส่อีกครั้ง แล้วแย้มยิ้มจนแก้มปริให้กับเจ้าของคำพูดน่าฟัง

“เนยต้องขอบคุณคุณเคนมากนะคะ แต่วันนี้เนยคงไม่กล้ารบกวน เอาไว้โอกาสหน้าเราค่อยเจอกัน” ว่าพลางรั้งมือด้วยท่าทางเกรงใจ “วันนี้เนยขอตัวกลับก่อนนะคะ แล้วเจอกันค่ะ”

“ผมไปส่งครับ” เคน เอเคสตันรีบขันอาสา

ดวงตากลมโตสบมองเล็กน้อยแล้วส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ เนยไม่รบกวนดีกว่า”

“ไม่รบกวนเลยครับ ผมยินดี”

“แต่เนยเกรงใจนี่คะ” บอกเขาแล้วยิ้มกว้างให้ จากนั้นก็ตัดสินใจก้าวฉับๆ นำพาตัวเองก้าวออกจากห้องไป

ในเวลาเดียวกัน เคนต้องมองตามแผ่นหลังบอบบางด้วยความแสนเสียดายโอกาสที่อยากทำความรู้จักกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ยอมรับเลยการได้เจอหญิงสาวในวันนี้ มันทำให้เขามีชีวิตชีวามากกว่าแต่ก่อน ทว่าสำหรับใครบางคนถึงกับผ่อนลมหายใจทิ้งอย่างโลกอก พร้อมกับก้าวยาวๆ เดินไปทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ทำงานหน้าตาเฉย

เพียงหันกลับมาเห็นญาติสนิทกำลังสนใจกับเอกสารบนโต๊ะ เคนจึงเดินมาใกล้ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ปล่อยแผ่นหลังแนบไปกับพนักพิง ครั้นฟาร์เวลล์มองมาด้วยสายตาตั้งคำถาม จึงออกปากพูดอย่างอยากรู้ “นายรู้จักกับคุณเนยได้อย่างไร แล้วเธอกับนายอยู่ในฐานะอะไร สนิทสนมกันแค่ไหน”

ดวงตาสีเข้มจ้องหน้ามองด้วยความสุขุมพลางว่า “ก็แค่คนรู้จัก!

“คนรู้จัก รู้จักกันถึงขั้นไหน...เพราะจากภาพที่ฉันเห็น”

เคนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ หนำซ้ำยังมองกรอบหน้าคมคายอย่างค้นคว้าหาความจริงที่อีกฝ่ายอาจปิดบังซ่อนเร้น

เห็นอาการนั้น ฟาร์เวลล์ก็ เคาะปากกาลงบนเอกสารเบาๆ “แล้วนายอยากรู้ไปทำไม แทนที่นายจะเอาเวลามานั่งไต่ถามฉันเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น นายควรเอาเวลานี้ไปทำงานดีกว่าไหม”

“ฉันก็แค่อยากรู้ ว่านายกับเธอมีอะไรกันหรือเปล่า”

“ก็บอกไปแล้ว ว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“เยี่ยม!” เคนร้องลั่นแล้วผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มกว้าง “ในเมื่อนายกับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน ถ้าอย่างนั้นนายคงไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหม ถ้าฉันจะจีบคุณชาลินา บอกตามตรงเลยนะ ว่าเธอใช่เลยสำหรับฉัน”

จีบ ทำไมคำนี้มันถึงทำให้เขาสะท้านไปหมดทั้งตัวนะ

ฟาร์เวลล์ต้องลอบสูดหายใจเข้าปอดลึก แล้วคลายเนกไทออกให้หลวมๆ ตัดใจเอ่ย “ก็ตามใจนายสิ เพราะผู้หญิงคนนั้น ไม่มีความหมายอะไรสำหรับฉันอยู่แล้ว นายจะจีบ จะสนิทสนมกับเธอ มันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”

เคนยิ้มกว้างให้กับคำตอบที่พอใจ แล้วยื่นมือแตะเบาๆ บนไหล่กระด้างของญาติวัยเดียวกัน มุมปากหยักนั้นยกยิ้มน้อยๆ

“ก็นั่นสินะ ใครจะมีความหมายกับนายได้เท่ากับคู่หมั้นของนายอย่างนีน่า” ว่าแล้วก็หลิ่วตาให้นิดๆ จากนั้นก็หมุนกายออกจากห้องพร้อมกับร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี

เพียงลูกพี่ลูกน้องของตนพ้นออกจากห้องไป ปากกาในมือก็ถูกวางทิ้งไว้จุดเดิม เอกสารที่คิดจะอ่านก็ถูกผลักให้ห่างออกไป ไม่กี่อึดใจกายแกร่งก็ละห่างจากเก้าอี้ ก้าวออกไปยังหน้าต่างกว้าง มองแสงไฟส่องสว่างอยู่ภายนอกด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก หนำซ้ำคำถามที่เขาไม่คิดจะนึกถึงมันก็ผุดขึ้นมาในมโนความคิด จะปล่อยให้เคน จีบชาลินาได้จริงๆ น่ะหรือ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha