ปราบหัวใจเพลย์บอยมหาเศรษฐี

โดย: วรดร/กัญนิชา



ตอนที่ 6 : บทที่5.คู่กัด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่5.คู่กัด

 

                “เจ้านายจะสั่งอาหารเพิ่มไหมครับ?”

“ได้ๆ ตามสบาย” ชายหนุ่มยังไม่หลุดออกมาจากภวังค์ส่วนตัว เขาตอบลอยๆ มองตามจนกระทั่งณิรินหายไปทางหลังร้าน มิคาเอลจัดการสั่งอาหารชุดใหม่ เขาลงมือรับประทานอาหารหลังพนักงานนำมาเสิร์ฟ ปล่อยให้เจ้านายนั่งตาลอยตามสบาย

“โอ้ย....ท้องฉันจะแตก” ณิรินครางเสียงหลง เธอไม่ใช่คนตะกละ แต่เพราะฝีมือปรุงของเชฟนั้นการันตีความอร่อย เธอยั้งปากไว้ไม่ไหวเลยเผลอตัวสวาปามไปเสียเต็มคราบ พอรู้สึกตัวก็สายเกินไปแล้ว เธอรีบเผ่นออกมา และแอบมาหลบอยู่ในห้องพนักงานนี่ไง ณิรินอายจนหน้าร้อนซู่ ผู้ชายคนนั้นจะมองเธอแบบไหนนะ ครั้งก่อนเขาว่าเธอเป็นแก๊งต้มตุ๋น ครั้งนี้เขาคงสาปส่งและขยาดเธอไปอีกนาน “ไอ้รินเอ๋ย ทำไมตะกละอย่างนี้นะ”

“ยัยนั่นกินเข้าไปทั้งหมดได้ยังวะ”

ซามูเอลครางเสียงหลง เขามองจานอาหารเปล่าๆ ที่กองอยู่บนรถเข็นอย่างไม่อยากเชื่อตา คู่ควงของเขากินอาหารไม่ต่างอะไรกับการดม อาหารในจานแทบไม่พร่อง เขาไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะกินอาหารทั้งสิบจานหมด

มิคาเอลเถียงในใจ อาหารหรูๆ พวกนี้แต่ละจานมีแค่หยิบมือ ต่างจากราคาลิบลับ ที่เกินคาดคือไม่คิดว่าหญิงผู้นั้นจะไม่อาย พอมาคิดทบทวนคราวหลัง ณิรินแค่คนธรรมดาที่ใช้แรงกายเพื่อทำงาน ไม่น่าแปลกใจหรอกที่ผู้หญิงร่างเล็กคนหนึ่งจะกินเยอะได้ขนาดนั้น เขาเริ่มชอบเธอแล้วสิ ณิรินแหวกแนวดี และดูท่าทางเจ้านายจะหลงหล่อนไม่น้อยเลย

“ในท้องหล่อนมีที่บดอาหารหรือไงนะ”

ซามูเอลที่ยังไม่สิ้นสงสัย เขาพยายามเพ่งมองเพื่อหาสิ่งที่ตนเองคาดคะเน ณิรินถลึงตาใส่ ผิวแก้มร้อนผ่าว ยกมือตะปบท้องเพราะสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่ที่จุดนั่น เธอกำมือและแยกเขี้ยวให้ซามูเอล ชายผู้นั้นก็ยังไม่ชักสายตากลับ เขากวาดตามองเธอหลายรอบจนเริ่มรู้สึกอาย

“ตาบ้า” เสียงบ่นพึมพำซามูเอลไม่มีทางได้ยิน

“เธอรู้จักกับคุณคนนั้นเหรอริน” เพื่อนสาวเสิร์ฟเดินเข้ามากระซิบถามเบาๆ

หญิงสาวส่ายหน้า “เปล่า ฉันไม่รู้จักเขาหรอก” รีบปฏิเสธ

“ไม่ เธอเพิ่งนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกับเขาเมื่อตะกี้นี้” หล่อนเถียงกลับ มองณิรินด้วยแววตากังขา

“เขาแค่กลัวว่าอาหารร้านเราไม่สะอาดเลยให้ฉันทดลองชิมให้ดู” ณิรินพยายามอธิบาย

“ทำไมล่ะ ทำไมถึงเป็นเธอ”

ณิรินไม่รู้จะอธิบายแบบไหนดี เธอดันโผล่เข้าไปในจังหวะที่ไม่ดีเท่าไหร่ การปรากฏตัวของเขาเริ่มทำให้เธอเดือดร้อนแล้วสินะ ผลกระทบนั่นคงอีกนานกว่าจะเคลียร์ได้ สายตาของคนรอบตัวมองเธอแปลกไป

“ฉันอยู่ตรงนั้นพอดี ช่วยไม่ได้ ตอนนั้นพวกเธอไปอยู่ไหนล่ะ”

เธออยู่อีกฟากของร้าน ไม่ได้จงใจเดินเข้าไปใกล้ มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นแต่แรก ความจริงหากเธอระงับความหมั่นไส้ได้ คงไม่ต้องมาปวดหัวเพราะเขา

“ฉันขอห้ามเลยนะริน ถ้าเธอไม่สนใจคุณซามูเอล เธอควรอยู่ห่างๆ เขาไว้ ปล่อยให้พวกฉันเทคแคร์เขาแทน”

“ได้เลย...” ณิรินรับปากแบบไม่ต้องคิดซ้ำ เธอก็ไม่ได้อยากพัวพันกับเขาสักนิด

ความต้องการของณิรินสวนทางกับซามูเอล เขาเรียกใช้เธอถี่ๆ แถมระบุความต้องการของเขา เพื่อกันคนขัดใจ ณิรินพยายามเลี่ยงแล้ว เธอหลบหน้าเขา แต่ชายผู้นั้นไม่ยอมจนมุม เขาเดินตามหาเธอจนเจอ และลากเธอไปแถมยังร้องขอกับเจ้าของร้านให้ณิรินเป็นสาวเสิร์ฟประจำตัวเขา คนอย่างซามูเอลต้องการ มีใครกล้าบ้างล่ะจะกล้าขัด อำนาจเงินของเขาหอมหวานขนาดนั้น

ณิรินเบ้ปาก สีหน้าเริ่มตึง เธอคำนวณรายได้ในใจ หากต้องจำใจตัดงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารแห่งนี้ทิ้ง เพื่อป้องกันปัญหายืดเยื้อ

“ฉันไม่เคยใช้ใครฟรีๆ หรอก ฉันสัญญาว่าจะให้ทิปเธอหนักๆ”

คำพูดของชายหนุ่มไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เธอถูกมองด้วยสายตาเขม่นจากเพื่อนร่วมงานทั้งหมด ณิรินไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย เธอตัดสินใจไม่ยาก หากไม่เลือกงาน เธอมีงานให้ทำอีกเยอะ

“ฉันเป็นแค่พนักงานพาร์ทไทม์ค่ะ หากคุณต้องหารให้พนักงานใส่ใจคุณมากกว่านี้คุณควรเลือกคนอื่น และตอนนี้หมดเวลางานของฉันแล้ว ขอตัวค่ะ”

เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดได้ ณิรินเลยตัดสินใจบอกลูกค้าตรงๆ เธอเดินเลยเข้าไปพบเจ้าของร้าน บอกความต้องการตัวเอง รับค่าแรงวันนั้นแล้วเดินเลยออกไปทางด้านหลัง หญิงสาวกางมือสูดอากาศด้านนอกเข้าปอดแรงๆ

“ฉันเลยชวดงานรายได้ดีเพราะหมอนั่นแท้ๆ”

ณิรินยกข้อมือหงายดูเวลาบนนาฬิการาคาถูก หญิงสาวย่นปลายจมูก มองหารถประจำทางเพื่อโดยสารไปอีกที่ เธอใช้เวลารอไม่นาน รถประจำทางก็วิ่งเข้ามาจอดตรงจุด หลังกวาดตามองหาที่นั่น มีที่ว่างให้เธอใช้นั่งพักขา รถประจำทางเคลื่อนที่ออกจากจุดจอด แทรกไปท่ามกลางยวดยานที่วิ่งเต็มท้องถนน ทิ้งความโกลาหลไว้เบื้องหลัง โดยที่คนก่อเรื่องไม่มีทางรู้ เพราะณิรินคงไม่มาที่ร้านอาหารแห่งนี้อีกแล้ว

         

มันหงุดหงิดจนอยากโวย แต่ทำแบบนั้นก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ซามูเอลนั่งหน้าตึงทั้งที่มีพนักงานสาวเสิร์ฟเกือบทั้งร้านมารุมเอาใจเขาคนเดียว ก็ไม่ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวดีขึ้นเลย

“กลับเถอะ” ป่วยการยื้อต่อ เมื่อณิรินไม่อยู่ให้ตอแย

“เอาอาหารพวกนี้ใส่ถุงด้วยนะ เอาไปแจกใครก็ได้ ทิ้งไว้แบบนี้ยัยนั่นรู้คงบ่นฉันหูชา” มิคาเอลไม่อยากเชื่อหู เขาได้ยินอะไรกันนี่ บุคคลที่ไม่เคยแคร์ใคร กระทั่งมาดามอมีเลียกลับกลัวคำบ่นของผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง.. “ฉันไปรอที่รถนะ”

การ์ดหนุ่มมองตามจนกระทั่งเจ้านายหายลับไปจากสายตา เขารีบจ่ายค่าอาหารและรีบตามไปอารักขา

เมื่อกลับมาถึงอาร์พาร์ทเม้นส่วนตัว ทุกสิ่งรอบตัวหรูหราราคาแพงเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ต่างจากเคย ซามูเอลเริ่มรู้สึกว่าเขาเกิดมาไร้ประโยชน์สิ้นดี เขาไม่เคยรู้จักความลำบาก แทบจะไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำหากต้องการใช้จ่ายเงินสักก้อน อะไรที่เขาอยากได้ไม่เคยสักครั้งที่จะผิดหวัง มารดาเนรมิตให้เขาสมหวัง สมความตั้งใจ ผิดกับใครอีกหลายคนที่กระเสือกกระสนแทบตายเพื่อให้มีชีวิตอยู่ เขาทำตัวไร้สาระไปวันๆ แบบนี้ ยิ่งทำให้ตนเองดูด้อยค่า

ไม่ใช่เพราะณิรินหรอก ซามูเอลเถียงตัวเองในใจ

แต่ละคนมีวิถีชีวิตแตกต่างกัน หล่อนแค่ยากจน แต่ไม่ยอมแพ้โชคชะตา

ชายหนุ่มหงายหลังทิ้งตัวนอนแผ่ เขามองเห็นมิคาเอลเดินโฉบไปโฉบมา เลยปรือตามอง

“ถ้าฉันจะทำงานพาร์ทไทม์บ้าง จะดีไหมนะ”

การ์ดหนุ่มขมวดคิ้ว คนที่แค่รินน้ำกินเองยังไม่เคย มีความคิดจะหาเงินเองด้วยการทำงาน ทั้งที่ต้นตระกูลของเขามีทรัพย์สมบัติมหาศาลรอให้กลับไปครอบครอง เจ้านายไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์สักอึก ดังนั้นสรุปได้ว่าซามูเอลไม่ได้พูดขึ้นมาเพราะสติไม่เต็มร้อย

“มาดามคงไม่เห็นด้วยครับ”

หากเจ้านายอยากทำงานสักอย่าง เขาควรกลับไปเรียนรู้งานในกิจการทั้งหมดของคาเล็บ

“ไม่ให้แม่ฉันรู้สิ ฉันยังไม่อยากกับบ้านตอนนี้นี่นา” ซามูเอลผุดลุกขึ้นนั่ง พูดเสียงผสมความหงุดหงิดเล็กน้อย

มิคาเอลผ่อนลมหายใจ เขาจะตอบแบบไหนเพื่อเอาใจเจ้านายดี บนหน้าผากของซามูเอลแปะติดไว้ด้วยทรัพย์สินมั่งคั่งของคาเล็บ ที่นิวยอร์กไม่มีสักที่ที่เหมาะกับคนอย่างเขา หมายถึงตำแหน่งพนักงานนะ หากจะเป็นผู้บริหาร คงมีบริษัทมากมายสนใจดึงเจ้านายไปร่วมทุน

“ให้ผมตอบตามจริงไหมครับ” มิคาเอลถามกลับแววตาจริงจัง

“ตอบมาเลย ฉันก็อยากรู้เหมือนกันในสายตาของนาย ฉันมีความสามารถพอให้ทำงานเหมือนคนอื่นๆ เขาได้บ้างหรือเปล่า”

“เจ้านายสามารถทำงานอะไรก็ได้ครับ แต่...”

“แต่อะไรวะ ทำไมต้องมีแต่ด้วย” ซามูเอลพูดแทรก ท่าทางขัดใจเหมือนถูกคัดคอ

“มันเป็นเรื่องยากสำหรับคนดังแบบคุณครับ” มิคาเอลเลี่ยงที่จะพูดถึงความมั่งคั่งของเจ้านาย

“แหม...คนดังคนอื่นๆ เขาก็มีงานทำนี่นา” ชายหนุ่มแย้ง สีหน้ายับยู่ยี่ เขารู้อยู่แก่ใจดี ไม่ต้องให้มิคาเอลบอกหรอก คนดังแต่ละคนที่มิคาเอลหมายถึง คือคนที่วนเวียนอยู่รอบตัวเขาและอาจจะอยู่ในระดับเดียวกัน คนเหล่านั้นไม่ได้จริงจังในการทำงานหรอก เขาทำงานแค่บังหน้าเพื่อไม่ให้ตนเองดูเลื่อนลอย มิคาเอลคงตั้งใจบอกเขาแบบนั้น

การ์ดหนุ่มอมยิ้มไม่ต้องอธิบายต่อ ท่าทางเจ้านายเข้าใจคำตอบของเขาเป็นอย่างดี

“ก็ฉันอยากดูมีค่าบ้าง” มิคาเอลไม่ได้ตอบ เจ้านายไม่จำเป็นต้องทำตัวให้มีค่า ตัวเขาเองมีราคาแพงเกินกว่าที่นายจ้างจะจ่ายให้ด้วยซ้ำ

“ถ้าไม่คิดมาก เจ้านายควรมีกิจการของตัวเองครับ” การ์ดหนุ่มแนะนำ

การที่จะมีใครสักคนจ้างงานซามูเอลมันไม่คุ้มกับการลงทุนหรอก เพราะเดาใจชายหนุ่มไม่ได้ เขาอยากทำงานหรือแค่ต้องการอะไรบางอย่าง

“อืม...เป็นคำแนะนำที่ดี”

ซามูเอลเห็นด้วย แต่การเปิดกิจการของเขาที่นี่ มาดามอมีเลียต้องไม่รู้ ไม่อย่างนั้นเขาคงโดนบ่นหูชา

ชายหนุ่มวางแผนในใจเงียบๆ ทุกครั้งที่พอจะนึกออกเขาก็ไพล่ไปคิดถึงใครบางคน สรุปแล้วทั้งหมดทั้งมวลที่พยายามเค้นความคิดในสมองอย่างหนัก ก็เพื่อจะหาโอกาสให้ได้ใกล้ชิดกับณิริน หากเขามีกิจการจนสามารถจ้างพนักงานได้ ข้อแรกที่ต้องทำคือจูงใจให้ณิรินสนใจ

มิคาเอลส่ายหน้า ลักษณะท่าทางของเจ้านายคล้ายๆ คนบ้า เดี๋ยวหัวเราะเหมือนคนคลุ้มคลั่ง จู่ๆ ก็ทรุดนั่งสีหน้าเคร่งเครียด พึมพำบางอย่างที่แปลความหมายไม่ออก

“มีอะไรแนะนำฉันอีกไหม?” เสียงตะโกนดังมาจากอีกฟากหนึ่งของห้องชุดในอาร์พาร์ทเม้นหรูกลางมหานครนิวยอร์ก

“ต้องการคำแนะนำแบบไหนครับ” มิคาเอลเดินเข้าไปหา

“ฉันจริงจังนะบอกเลย แต่ขอเป็นความลับ อย่าบอกให้แม่รู้” ชายหนุ่มย้ำ มาดามอมีเลียต้องไม่รู้ความเคลื่อนไหวของเขา

“ครับ...” มิคาเอลรับปาก นิ่งฟังเจ้านายอธิบายเป็นฉากๆ และถามแทรกเป็นบางครั้ง สรุปจากที่ได้ฟังมาทั้งหมด เจ้านายอยากมีกิจการเล็กๆ ไม่รู้ว่าต้องการแก้เบื่อ หรือต้องการอย่างอื่น ในฐานะที่ติดตามซามูเอลมากว่าหกปี เขาเล็งเห็นว่ากิจการนี้คงอยู่ไม่ทน เพราะเจ้านายต้องกลับไปรับช่วงต่อจากมาดามอมีเลีย การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้หวังกำไร และน่าจะเป็นช่วงสั้นๆ ห้าถึงหกเดือนตามนิสัยเบื่อง่ายของเจ้านาย

“เอาแบบที่ไม่ยุ่งยาก ใช้คนไม่เยอะ แต่ต้องเป็นที่สนใจ”

มิคาเอลขมวดคิ้ว เขาถูกฝึกมาเป็นการ์ดไม่เข้าใจโลกนักธุรกิจมากนัก แต่เขาชอบเรียนรู้ และแอบศึกษาเรื่องเหล่านี้มาบ้าง เขาวางแผนอนาคตให้ตัวเอง หากวันไหนที่ตนเองหมดความจำเป็นกับซามูเอล เขาต้องมีแผนอนาคตรอไว้

“ขายไอครีมเป็นไงครับ”

“อะไรนะ” ซามูเอลถามเสียงแหลม ไม่เคยวาดภาพตัวเองในรูปแบบนี้มาก่อน เขานี่นะจะเปิดร้านขายไอครีม เป็นไปไม่ได้

“ไม่ยุ่งยาก ใช้คนไม่เยอะ แล้วก็เป็นที่สนใจ”

“ตรงไหน ไม่ยุ่งยากน่ะใช่ แต่คนสนใจตรงไหน ไม่เห็นเข้าใจเลย” ซามูเอลท้วง

“หาทำเลดีๆ หน้าวิทยาลัย’ หรือไม่ก็แหล่งชุมชน ใช้คนไม่เยอะและไม่วุ่นวายครับ”

“อืมก็น่าสนใจนะ ใช้ทุนเท่าไหร่ล่ะ ร้อยล้านพอไหม เยอะกว่านี้ไม่ได้นะ ฉันไม่อยากให้แม่รู้”

มันน่าสนใจตรงหน้าวิทยาลัย’ นั่นแหละ หากใช้ทุนไม่เยอะและอาจได้ใครบางคนมาเป็นพนักงานด้วย นับว่าข้อเสนอของมิคาเอลก็น่าสนใจไม่น้อย

“ทุนไม่เยอะขนาดนั้นหรอกครับ ส่วนทำเล ผมว่าผมน่าจะพอหาได้”

“ไม่ไกลจากที่นี่นะ ฉันไม่ชอบนั่งรถนานๆ”

“ครับ”

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha