ปรารถนาหัวใจเถื่อน (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1


ตอนต่อไป

วิศรุต เชษฐศักดิ์ ผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อของ “วิชั่นแทนไทย” ยักษ์ใหญ่แห่งสถาบันการเงินของเมืองไทย นั่งหน้าตาเคร่งเครียดบึ้งตึงอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขากำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่ คิดถึงลิซ่านางแบบสาวสวยที่เคยเป็นเพื่อนรักของเขามาก่อน แต่กลายเป็นเพื่อนที่ทำกับเขาได้เจ็บแสบที่สุดโดยการวางแผนกับผู้ชายอีกคนที่เป็นคนรักของเธอ มอมยาเขาแล้วจัดฉากถ่ายภาพตลบหลังเพื่อเรียกร้องเอาเงินจากเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เขายังใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเขาเองก็ยอมจ่ายมาตลอด เพราะหาหลักฐานมาเอาคืนเธอไม่ได้ และยังมีเพื่อนในกลุ่มของเขาอีกหลายคนเช่นกันที่โชคร้ายแบบนี้

เขาเคยคิดเสมอว่าสักวันทั้งสองคนนี้คงจะคิดได้ และเลิกการกระทำที่น่าบัดสีแบบนั้นเสียที แต่เปล่าเลยเพราะจนตอนนี้ เมื่อครู่ที่ผ่านมาเธอยังกล้ามาหาเขาถึงที่นี่พร้อมกับพฤติกรรมเดิมๆ และการกระทำต่างๆ ของเธอและสามีของเธอที่เขารับรู้มาก่อนหน้านี้ ก็ทำให้เขารู้ว่า คนคู่นี้ยังคงงมงายอยู่กับกิเลสตัณหาไม่รู้จบไม่รู้สิ้น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเด็ดขาด เขาจะทำบางอย่างให้มันชัดเจนเสียทีเพื่อเอาคืนใครบางคนด้วย


                “คุณนิ เชิญข้างในหน่อยครับ” เสียงเรียบของเจ้านายที่ดังขึ้นจากเครื่องอินเตอร์คอม ทำให้นิธิยาเลขาสาวหน้าห้องแทบจะวิ่งถลาเข้าไปในห้องทำงานใหญ่

                “ค่ะ เจ้านาย” เลขาสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก เพราะเห็นหน้าตาท่าทางของเจ้านายหนุ่มเครียดๆ

                “ผมจะออกไปข้างนอกสักสองสามชั่วโมงนะ วันนี้คุณไม่ต้องไปด้วยหรอก ถ้ามีงานด่วนอะไรก็โทรเข้าเบอร์ผมได้ทันที ส่วนเรื่องเอกสารประชุมพรุ่งนี้อย่าลืมอีกล่ะ เตรียมไว้ให้พร้อมด้วย ผมไม่อยากพลาดงานนี้ และที่สำคัญผมจะได้เอาคืนใครบางคนให้เจ็บแสบที่สุดด้วย” เจ้านายหนุ่มสั่งงานยืดยาวแล้วจ้องหน้าเลขาสาวนิ่ง

                “ค่ะเจ้านาย แล้วถ้า เอ่อ...คุณนางแบบคนเมื่อกี้นี้ มาอีกล่ะคะ” นิธิยาเอ่ยถามเสียงเบาอย่างอย่างเกรงใจ

                “ไม่ต้องห่วง เขาไม่กล้ามาอีกหรอก”             

               “ค่ะ ดิฉันจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยค่ะ” นิธิยารับคำ วิศรุตก็คว้ากุญแจรถพร้อมด้วยเสื้อสูทตัวหรูขึ้นพาดบ่า แล้วเดินออกจากห้องทำงานไปในทันที

                “ทำไมวันนี้เจ้านายแปลกๆ จัง ไม่เข้าใจจริงๆ” นิธิยาบ่นตามหลังไปอย่างสงสัยในอาการและคำพูดของเจ้านายหนุ่มหล่อ

วิศรุตลงมาถึงด้านล่างก็ตรงไปที่รถแล้วขับออกไปด้วยความรวดเร็วปานลมพายุ วันนี้ เขาเลือกที่จะขับรถเอง เพราะธุระที่เขาต้องไปทำนั้นสำคัญนัก มันคงไม่เหมาะที่จะให้อาคมและอากรคนสนิทคู่แฝดทั้งสองของเขาไปทำแทนเสียด้วยสิ...

                “ไอ้นายอาร์ม นายกับฉันจะต้องได้เห็นดีกันแน่ๆ นายกับลิซ่าทำกับฉันไว้เจ็บแสบนัก ฉันจะเอาคืนนายให้กระอักเลือดไปเลย” วิศรุตพูดสัญญากับตัวเองเบาๆ อย่างหมายมาด ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นมา เมื่อนึกถึงใบหน้าหวานๆ ของคนที่เป็นน้องสาวสุดที่รักของคู่อริของเขาเอง


******************



                ร่างสูงเพรียวบอบบางของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวลงจากรถคันหรูเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เรียกสายตาคมเข้มคู่หนึ่งให้มองตามไปอย่างไม่วางตา มือเรียวใหญ่เอื้อมหยิบแว่นกันแดดมาสวมก่อนจะเปิดประตูรถแล้วลงจากรถเดินเร็วๆ ตามหญิงสาวไปในทันที

                “อ้าว คุณอิง กลับมาแล้วเหรอคะพี่ดีใจจังเลย คุณอิงไม่อยู่ตั้งอาทิตย์ รู้ไหมคะว่าที่นี่มีเรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นอีกแล้วเมื่อวานนี้” วิลาวรรณเลขาสาวใหญ่ของปรางฉัตรรีบเดินเร็วๆ เข้าไปหาเจ้านายสาว ทันทีที่รู้ว่าเธอกลับเข้ามาถึงบริษัทแล้ว

                “พี่วรรณ มีอะไรเหรอคะ” ปรางฉัตรเอ่ยถามขึ้นมายิ้มๆ เมื่อเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของเลขาคนโปรด

                “คือว่า พี่มีเรื่องจะบอกคุณอิงค่ะ เมื่อวานคุณอาร์มทะเลาะกับคณะกรรมการในที่ประชุมอีกแล้วค่ะทำให้คุณท่านโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลย จนพี่ต้องกันให้คุณอาร์มรีบออกไปจากที่นี่เสียก่อนที่จะเกิดเรื่องราวใหญ่โต” วิลาวรรณเล่าให้ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ แล้วรีบเอ่ยชวนเจ้านายสาวให้เข้าไปด้านในตัวอาคารด้วยกัน

                “ค่ะพี่วรรณ แต่เดี๋ยวอิงขอตัวกลับไปเอาเอกสารกับกระเป๋าที่รถแป๊บนึงนะคะ” ปรางฉัตรบอกยิ้มๆ ...อีกแล้วเหรอ พี่ชายของเธอก่อเรื่องให้บิดาไม่สบายใจอีกแล้วสินะ...

หญิงสาวหันหลังเดินกลับไปทางฝั่งที่จอดรถไว้ตรงมุมของอาคาร ร่างบางเดินเร็วๆ ตรงไปยังรถยนต์คันหรูของตนเอง ทันทีที่เธอเปิดประตูรถเธอก็รับรู้ได้ถึงแรงเบียดจากด้านหลังอย่างแรง จนร่างบางของเธอกระแทกติดประตูรถแทบกระดิกกระเดี้ยตัวไม่ได้

                “โอ๊ะ...” เสียงหวานร้องออกมาได้แค่นั้น ก็ต้องนิ่งเงียบไปเพราะมือเรียวใหญ่ของคนด้านหลังที่เอื้อมมาปิดปากของเธอเอาไว้แน่น

                “อยู่นิ่งๆ คนสวย แล้วทุกอย่างจะดีเอง” เสียงทุ้มเอ่ยขู่ติดซอกหูจนเธอรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ นั่น

                “อ่อยอ๊ะ...” เสียงอู้อี้พยายามพูดออกมา ร่างบางดิ้นรนอย่างแรงให้หลุดจากพันธนาการนั้นอย่างตกใจ แต่แรงกดจากร่างสูงใหญ่ด้านหลังทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก

                “ไปกับฉันซะดีๆ แล้วเธอจะปลอดภัย” เสียงทุ้มขู่ขึ้นมืออีกข้างรวบมัดมือเล็กของเธอเอาไว้ด้วยกันแน่น ร่างบางพยายามดิ้นรนสุดแรงเพื่อหาทางหลุดรอด แต่ยิ่งดิ้นแรงรัดนั้นก็ยิ่งแน่นขึ้นทุกที

                “เดินไปดีๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ฉันบอกแล้วไงว่าให้ไปกับฉันดีๆ แล้วทุกอย่างมันก็จะดีตามที่ควรจะเป็น เดินไปสิ” แรงกดจากร่างใหญ่ทางด้านหลัง ทำให้ปรางฉัตรหมดหนทางเลี่ยง ต้องถอยร่างออกจากรถช้าๆ ตามแรงกึ่งลากกึ่งกอดของผู้ชายด้านหลัง

                “แกเป็นใคร” เสียงหวานถามทันทีที่ปากบางเป็นอิสระ  

                “จุ๊ๆๆ พูดไม่สุภาพเลยคุณผู้หญิง ถามใหม่ซิคนสวย” วิศรุตเอ่ยออกไปน้ำเสียงดุๆ

                “ทำไมฉันจะต้องสุภาพกับพวกมารสังคมแบบแกด้วย” เสียงหวานร้องถามขึ้นสูงลิบ

                “ว้า แย่จังเลย หน้าตาสวยๆ แบบนี้ ไม่น่าปากร้ายเลยนะ เสียราคาหมดเลยน๊า...” เสียงทุ้มเอ่ยแหย่ขึ้นมา แต่ยังลากร่างบางของเธอไปจนถึงรถตู้คันโตของตนเองที่คนสนิทขับจอดรออยู่

                “ปล่อยฉันนะ แกเป็นใครเนี่ย มาจับฉันไว้ทำไม ปล่อยนะ...” ร่างบอบบางทั้งเตะทั้งถีบและดิ้นรนเป็นพัลวัน ทุ่มกำลังไปทั้งตัวเท่าที่แรงจะมีแต่แรงเท่ามดแบบเธอหรือจะสู้แรงพญาช้างสารอย่างเขาได้

                “ไม่ต้องโวยวายคนสวย ฉันปล่อยเธอแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอกมันต้องหลังจากที่เราไปอยู่ด้วยกันสักคืนสองคืนก่อน แล้วค่อยว่ากันนะจ๊ะทูนหัว” เสียงทุ้มเยาะเย้ยแล้วผลักร่างเธอเข้าไปในรถอย่างแรง ร่างบางกระเด็นไปชนกับขอบประตูรถอีกด้านจนล้มอย่างไม่เป็นท่า

                “โอ๊ย...เจ็บนะ ไอ้คนบ้านี่ ปล่อยลงมาได้ยังไงเนี่ยเจ็บชะมัด” หญิงสาวหวีดเสียงใส่ทันทีด้วยความเจ็บจนแทบน้ำตาเล็ด

                “หุบปากของเธอไปเลย ก็เธออยากให้ปล่อยนี่ ฉันก็ปล่อยตามที่เรียกร้องแล้วไง กรออกรถได้” เสียงทุ้มหันไปสั่งคนขับรถที่เป็นคนสนิททางด้านหน้า

                “เอ่อ...ไปไหนครับเจ้านาย” อากรหันมองหน้าอาคมงงๆ แล้วเอ่ยถามเจ้านายด้วยความเกรงใจ ก็วันนี้เจ้านายบอกว่าจะขับรถเอง แล้วอยู่ๆ กลับมาจอดรถรับพวกเขาจากห้องพักแล้วก็สั่งให้ขับรถตามที่บอกมาจนถึงตอนนี้ทั้งสองยังไม่รู้สักนิดว่าต้องทำอย่างไรต่อไปหรือไปที่ไหน

                “คอนโด” บอกเสียงดังฟังชัดแล้วหันจ้องหน้าเธอตรงๆ ปรางฉัตรที่เพิ่งจะควบคุมสติของตนเองให้หายตกใจได้จ้องหน้าเขาก่อนจะตะลึงอึ้งพูดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูก

                “พะ พี่วิน” เสียงหวานครางออกมาเบาหวิว...เป็นไปได้อย่างไรที่กลายเป็นเขาไปได้ ทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับเธอล่ะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่...

                “อ้าว รู้จักฉันนี่ แล้วทำไมเมื่อกี้ แหกปากร้องซะขนาดนั้นล่ะคนสวย” ชายหนุ่มถามพร้อมรอยยิ้มยะเยือกที่ส่งให้เธอ

                “ก็อิงไม่รู้นี่ว่าเป็นพี่วิน แล้วทำบ้าอะไรแบบนั้นล่ะเจ็บชะมัดเลย อูย...” มือเล็กคลำป้อยๆ บริเวณข้อศอกที่กระแทกอย่างแรงกับขอบประตูรถจนเขียวคล้ำ สายตาของเขามองตามมือของเธอไป แล้วแววตาโชนแสงนั้นก็อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว...ไม่ได้ๆ อย่าสงสารเด็ดขาด ยัยนี่คือน้องสาวของนายอาร์มนะ ท่องเอาไว้นายวิน นายต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยทีเดียว...ชายหนุ่มบอกย้ำกับตัวเองในใจ แล้วใบหน้าที่อ่อนโยนลงเมื่อครู่นี้ก็บึ้งตึงขึ้นมาอีกครั้ง

                “ไม่ต้องมาสำออยเลย ฉันไม่สนหรอกแค่นั้นมันจะตายรึไงกัน อ้าว กร ออกรถสินายก็จะจอดอยู่แบบนี้ทั้งวันเลยรึไง ฮะ” เสียงเข้มดุของเจ้านายดังขึ้นอีกครั้ง อากรก็รีบออกรถไปแทบไม่ทัน

                “พี่วิน จะพาอิงไปไหน อิงไม่ไปนะ มีอะไรก็คุยกันที่นี่สิ ปล่อยอิงลงนะ จอดรถ จอดๆ จอดเดี๋ยวนี้” ปรางฉัตรโผเข้าใส่วิศรุตแล้วทุบตีเป็นพัลวันให้ปล่อยตนเองลงไป...ท่าทางจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเธอเสียแล้ว เธอไม่เคยเจอเขาในลักษณะนี้มาก่อน ไม่ได้เจอเขามาเกือบสองปีแล้ว เพราะเท่าที่รู้เขาไปอยู่ที่อังกฤษแล้วกลับมาอีกที ทำไมเขากลายเป็นคนแบบนี้ไปได้...

                “นี่หยุดสิ บอกให้หยุดตีไงเล่า เจ็บนะโว้ย...” วิศรุตตวาดเสียงดังใส่หน้า จับร่างหญิงสาวเขย่าอย่างแรง มือที่กดลงตรงไหล่เธอแรงๆ ทั้งสองข้างเพื่อให้เธอเลิกร้องโวยวาย ทำให้หญิงสาวหยุดร้องทันที น้ำตาคลอหน่วยตาก่อนจะหยดลงมาตามใบหน้าหวาน แต่ปากบางเม้มเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้มีเสียงออกมา จ้องหน้าอีกคนนิ่งด้วยดวงตาแดงก่ำ ชายหนุ่มมองหน้าเธออีกครั้งจึงรู้สึกตัวว่าตนเองเผลอลงมือรุนแรงเกินไปรีบคลายมือที่บีบเธอออกผลักร่างบางออกห่างตัวแล้วหันหน้าออกมองนอกรถทันที

                “กร เร่งความเร็วอีกสิ ขับช้าเป็นเต่าคลานแบบนี้ เมื่อไหร่จะถึงล่ะฮึ...ฉันเบื่อต้องนั่งมองน้ำตาผู้หญิงขี้แยนะ” เสียงเข้มเอ่ยสั่งขึ้นอย่างประชดประชัน แต่ประชดใครก็ไม่มีใครรู้เช่นกัน คนที่โดนหางเลขไปด้วยอย่างอากรได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

                ...อะไรเนี่ย เจ้านายของเขาเป็นอะไรไป เจ้าอารมณ์อย่างกับผู้หญิงเลย...อากรเหยียบคันเร่งอีกจนรถตู้คันหรูวิ่งฉิว สายตาของสองหนุ่มคู่แฝดแอบเหลือบมองเจ้านายของตนที่นั่งหน้าตาบูดบึ้งเหมือนโกรธใครมาเป็นปี ส่วนหญิงสาวหน้าหวานที่นั่งด้านข้างก็มีเพียงอาการกลั้นสะอื้นเป็นพักๆ ซึ่งเท่าที่มองก็รู้ว่าเธอพยายามฝืนอาการสะอื้นเอาไว้อย่างเต็มที่เช่นกัน

                “คม แกว่าเจ้านายเป็นไรวะ ฉันไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้เลยนะ ว่าแต่นายว่ามั้ยว่าคุณผู้หญิงที่เจ้านายลากขึ้นรถมานี่ คือคุณอิงนี่นา...” เสียงกระซิบกระซาบเบาๆ ของสองพี่น้องคู่แฝดเหมือนจะแว่วไปเข้าหูเจ้านายเจ้าอารมณ์ของตัวเองเข้า เสียงประกาศิตจึงดังขึ้นมาทันทีจนทั้งคู่สะดุ้ง

                “อาคม อากร ตกลงว่านายสองคนจะไม่ขับแล้วใช่ไหมรถน่ะ ก็ดี ถ้าอย่างนั้นฉันขับเองพูดมากกันจริง” พอเสียงดุห้าวของเจ้านายเงียบลงทุกเสียงบนรถก็เงียบสนิทลงทันทีเช่นกัน และมันก็เป็นแบบนั้นไปตลอดเส้นทางจนถึงคอนโดหรูกลางใจเมืองของวิศรุต


***************



                ทันทีที่รถตู้คันโตจอดสนิทลงที่คอนโดหรูกลางเมืองกรุงของวิศรุต มือเรียวใหญ่ก็คว้าจับเข้าที่แขนของปรางฉัตรทันที ก่อนจะดึงร่างบางนั้นอย่างแรง

                “ปล่อยนะไม่ต้องมาจับ” เอ่ยออกมาเสียงแข็งอย่างไม่ชอบใจ

                “ทำอย่างกับฉันอยากจะจับนักนี่ มานี่เลย” วิศรุตเปิดประตูลงจากรถ แล้วลากคนตัวเล็กกว่าตามติดลงไปด้วย ก้าวเร็วๆ ตรงไปที่ลิฟต์

                “อิงบอกให้ปล่อยไงล่ะพี่วิน ทำแบบนี้ทำไม มีอะไรก็คุยกันดีๆ สิ ทำตัวเป็นคนป่าเถื่อนไปได้” เสียงหวานขุ่นขึ้นพยายามบิดข้อมือให้หลุดออกจากการเกาะกุม

                “ไร้ประโยชน์น่า เข้าไปเร็วๆ เข้า เดี๋ยวคนเขาก็แห่กันมาดูหรอกแม่คุณ” วิศรุตหมายถึงสายตาหลายคู่ ที่มองมาทางเขาและหญิงสาวจากบริเวณรอบๆ ชายหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนเป็นคว้าเอวเธอเข้าไว้กับตัวแล้วดันร่างบางให้เดินเข้าไปในลิฟต์ทันที ลมหายใจอุ่นๆ จากร่างสูงด้านหลังที่รินรดต้นคอทำให้หญิงสาวขนลุก

                “นี่ พี่วิน ปล่อยอิงเดี๋ยวนี้นะ มีสิทธิ์อะไรมาทำกับอิงแบบนี้ ปล่อย...” ร่างบางดิ้นอย่างแรงจนหลุดออกมาจากพันธนาการของเขาได้ มือเล็กเอื้อมไปกดปุ่มเปิดลิฟต์ด้วยความรวดเร็ว หวังจะให้ลิฟต์เปิดออกแต่ก็ยังช้ากว่าเขาอีกจนได้

                “จะไปไหน บอกแล้วว่าสองวันก็สองวันสิ เธอจะกลับออกไปได้ก็ต่อเมื่อมันครบสองวันแล้วนั่นแหละ” เสียงทุ้มเอ่ยขู่ขึ้นชิดใบหูของเธอ ปรางฉัตรเกือบเข่าอ่อนปล่อยมือลงข้างตัวแล้วก้มหน้าลงนิ่งๆ อย่างครุ่นคิด...เธอจะทำวิธีไหนดีนะ ถึงจะให้เขายอมปล่อยเธอกลับบ้านไป...

                “พี่วิน ปล่อยอิงเถอะอิงยอมแล้ว เราคุยกันดีๆ ก็ได้นะคะ” เสียงหวานยอมอ่อนลงให้ ก่อนเงยหน้ามองคนที่ยังจับแขนเธอเอาไว้และยืนจนเบียดชิดติดร่างเธอ

                “นะคะ อิงยอมขึ้นไปก็ได้ไปคุยกันข้างบน แต่คุยเสร็จพี่วินจะต้องให้อิงกลับบ้านนะ” หญิงสาวส่งรอยยิ้มอ่อนหวานให้เขาทันที...เอาล่ะ มารยาหญิงก็มีนี่นา ลองเอามาใช้ดูสักหน่อยจะเป็นไรไป...พอคิดได้แบบนี้หน้าหวานๆ ก็ยิ้มออกมามากกว่าเดิม ทำให้วิศรุตที่มองหน้าเธอสบตาเข้ากับสายตาอ่อนหวานนั้นพอดีมองอึ้งไปทันที รอยยิ้มแสนน่ารักของเธอทำให้เขาตาค้าง หัวใจเต้นรัวเร็วขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

น่ารัก...ข้อสรุปคำเดียวสั้นๆ ที่เกิดขึ้นในใจของเขา วิศรุตรับรู้และรู้สึกถึงอาการแปลกๆ ของตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาร้อนซู่ขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

                “ปล่อยก็ได้ แต่เธอต้องเดินไปดีๆ อย่าอาละวาดอีก” สุดท้ายชายหนุ่มก็ยอมจำนนให้...นี่เห็นแก่หน้าตาน่ารักและคำพูดหวานๆ เมื่อกี้หรอกนะ...ชายหนุ่มยอมปล่อยมือจากร่างเธอ แต่ยังยืนเบียดจนชิดติดตัวอยู่เหมือนเดิม เขาจูงแขนเธอเดินออกจากลิฟต์ชั้นบนสุดของคอนโดหรูแห่งนี้ เดินเร็วๆ ตรงไปเข้าห้องพักส่วนตัวทันที  

                “เข้าไปสิ จะยืนอยู่ทำไมหน้าห้อง แถวนี้ไม่มีผู้ชายให้เธออ่อยหรอกนะนอกจากฉัน” น้ำเสียงออกอาการเยาะเย้ยเล็กน้อย ทำให้ปรางฉัตรฉุนกึกขึ้นมา

                “นี่พูดให้ดีๆ นะพี่วิน” ตาคมตวัดขึ้นมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ

                “ทำไม พูดแค่นี้ก็ไม่ได้ อายอย่างนั้นเหรอ เข้าไปได้แล้ว” ร่างสูงใช้ร่างกายที่ใหญ่โตดันร่างเธอเข้าไปในห้องทันที ตามมาด้วยเสียงกดล็อกประตูห้องพัก

                “ว้าย พี่วิน ปิดประตูทำไม”

                “ก็ปิดประตูตีแมวไง คนสวย” ร่างบางถูกผลักเซไปนั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง คราวนี้คนที่คิดจะใช้มารยาหญิง ถึงกับคิดไม่ออกบอกไม่ถูก

                “ว้าย ตายแล้ว เจ็บนะ” ปรางฉัตรร้องขึ้นเสียงดัง ผุดลุกขึ้นยืนทันทีเช่นกัน ร่างสูงของวิศรุตเดินช้าๆเข้าหาเธอ ก่อนที่มือใหญ่จะรวบคว้าร่างเธอได้ทันเสียงหวีดร้องของเธอก็ดังขึ้นมา

                “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย พี่วินจะทำอะไรอิง ไม่ทำแบบนี้ อย่านะ” มือบางปัดป้องไม่ให้เขาเข้าใกล้ตนเองด้วยความหวาดหวั่นกับท่าทางคุกคามแบบนั้น ตอนแรกเธอก็คิดได้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ตอนนี้เธอกลัวขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว

                “นั่งนิ่งๆ แล้วก็เงียบเสียงร้องของเธอลงเสียด้วย ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอร้องไม่ออกเลยทีเดียว” วิศรุตเอ่ยออกมาอย่างเป็นต่อ แต่มือเล็กของเธอที่รอเวลาอยู่นานแล้วผลักร่างสูงของเขาอย่างแรงจนเสียหลัก

                “โอ๊ย ยัยนี่ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้เอาแรงมาจากไหนนักหนา” ร่างสูงลุกยืนได้อีกครั้งไม่มีการเจรจาในตอนนี้ เขาขอจัดการคนตัวบางก่อนแล้วค่อยมาเจรจากันอีกทีแล้วกัน

                “มานี่เลยคนสวย ฤทธิ์เยอะนักนะ”  

                “นี่ไง จับได้แล้ว ไหนมาดูสิว่า คราวนี้จะเอามารยาเล่มไหนมาใช้อีก” เสียงทุ้มเอ่ยก่อนหัวเราะในลำคออย่างข่มขวัญคนในอ้อมกอดไปด้วย ส่วนปรางฉัตรหลังจากหายตกใจก็พยายามคิดหาทางเจรจาอีกรอบ

                “ปล่อยนะ ปล่อยสิ บอกให้ปล่อย กรี๊ด ๆๆ” ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็ร้องโวยวายออกมา คงมีใครสักคนได้ยินบ้างล่ะ

                “หยุดเดี๋ยวนี้นะ หนวกหู” วิศรุตตะคอกใส่ เมื่อเริ่มโมโหขึ้นมาจริงๆ แสบแก้วหูไปหมดแล้วกับเสียงเธอ

                “ไม่หยุด อิงจะร้องจนกว่าจะมีคนได้ยิน พี่วินไม่มีเหตุผล ไอ้พี่วินบ้า กรี๊...” ทั้งคำพูดและเสียงร้องเงียบสนิทลงเมื่อชายหนุ่มฉกปากตัวเองวูบเข้าที่ปากบางของเธอเพื่อปิดกั้นเสียงร้อง ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนประกายไฟแตกเปรี๊ยะอยู่ในหัวทันทีที่ได้ลิ้มรสชาติหอมหวานของจูบแบบไม่ตั้งใจ และเพียงแค่ชั่ววินาทีจากความไม่ตั้งใจก็เปลี่ยนเป็นความต้องการขึ้นมาแทน แรงบดจึงเปลี่ยนเป็นเร่งเร้าขึ้นมาหนักหน่วง เนิ่นนานเหมือนเขาควบคุมตัวเองไม่ได้

                “อือ...” เสียงทุ้มครางแผ่วขึ้นมาอย่างพอใจ ที่สามารถลงโทษเธอจนเงียบเสียงลงไปได้ แต่กลับงุนงงกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมากกว่า...ไอ้วินเอ้ย หาเรื่องแล้วแก... ก่นด่าตัวเองในใจ เมื่อเกิดอาการติดอกติดใจกับรสจูบที่ได้ปล้นมาจากเธอเมื่อครู่ ชายหนุ่มปล่อยร่างเธอลงอย่างแรง จนอีกคนทรุดลงกับโซฟาตัวใหญ่ทันทีอย่างอ่อนระทวย มึนงงกับจูบมาราธอนเมื่อสักครู่

                “ไง เคลิ้มล่ะสิ  จำไว้อย่ามาร้องกรี๊ดๆ ใส่หน้าฉันแบบนี้อีกคราวหน้าโดนหนักกว่านี้แน่ปรางฉัตร” วิศรุตพยายามเสียงเข้มใส่เธอ ไม่รู้ว่าโกรธเธอจริงๆ หรือพยายามกลบเกลื่อนอาการแปลกประหลาดของตนเอง ที่เกิดขึ้นถึงสองครั้งสองคราในเวลาแค่ชั่วโมงเดียวกันแน่

                “บ้า ทำอะไรบ้าๆ แบบนี้กับอิงได้อย่างไรกัน คอยดูนะอิงจะ จะ...” เสียงหวานไม่กล้าเอ่ยออกจากปากเมื่อเงยหน้าขึ้นจ้องหน้าเขา แล้วเจอเข้ากับสายตาคาดโทษที่จ้องกลับมา

                “จะอะไร ปากดีไปเถอะเดี๋ยวก็โดนอีกรอบ คราวนี้ฉันไม่ปล่อยแน่ แล้วก็อย่ามาดีใจว่าฉันพิศวาสเธอนะสาวน้อย นั่นน่ะมันเป็นบทลงโทษสำหรับคนปากดีปากเก่งอย่างเธอต่างหาก เข้าใจไว้ซะด้วย อย่างเธอน่ะฉันพิศวาสไม่ลง” วิศรุตตวาดเสียงดังกลบเกลื่อนอาการของตนเอง ก่อนเดินออกไปทางด้านหลังของห้องเหมือนพยายามตัดใจจากสิ่งที่รบกวนจิตใจ

ปรางฉัตรหันมองตามร่างสูงที่เดินออกไปทางด้านหลัง แล้วน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมา...เขาโกรธอะไรเธอนักหนา พี่วินคนเดิมของเธอหายไปไหนเสียแล้ว...หญิงสาวกลืนก้อนขมๆ ลงคออย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มกระทำ


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha