ปรารถนาหัวใจเถื่อน (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตื่นเช้าขึ้นมาก็มีสิ่งที่น่าประหลาดใจสำหรับปรางฉัตรยิ่งนัก เมื่อเธอเดินเข้ามาในส่วนที่เป็นครัวของคอนโดเธอก็ได้กลิ่นอาหารหอมกรุ่นโชยมาเข้าจมูก ร่างบางพาตัวเองเดินตามกลิ่นเข้าไปจนถึงประตูที่เข้าในครัว เห็นร่างสูงของชายหนุ่มก้มๆ เงยๆ อยู่ข้างเตาแก๊ส ท่าทางคล่องแคล่วที่เขาหยิบจับอาหารดูก็รู้ว่าเป็นงานแล้วทีเมื่อวานใช้เธอหน้าตาเฉยตัวเองก็ทำอาหารเป็นนี่นา ปรางฉัตรยืนมองเขาเพลินๆ เขาก็หันหน้ามามองเธอทันที ทำเอาคนแอบมองหันหลบไปทางไหนไม่ทัน


“อ้าว เอ่อ...เธอหิวหรือยัง” น้ำเสียงเหมือนไม่มั่นใจในตัวเองสักเท่าไหร่ แต่สายตาคมกล้าที่มองมานั้นก็ทำเธอก้มหน้ามองพื้นได้แทบจะทันทีเช่นกัน

“ก็ ค่ะ” ปรางฉัตรตอบแล้วหันหลังจะออกเดินไปทันที ความรู้สึกเหมือนเขามองเธอทะลุเข้าถึงเนื้อในไปถึงไหนๆ

“หิวก็รอทานด้วยกันสิ จะไปไหนล่ะ” วิศรุตเอ่ยออกมาเรียบๆ ช่างขัดกันยิ่งนักกับสายตาที่มองเธอ

“คือ เอ่อ อิงว่า ไม่ดีกว่า” ร่างบางออกเดินไปทันทีแต่ร่างสูงของเจ้าของห้องหรูเร็วกว่าก้าวพรวดเดียวก็คว้าเอาร่างเธอไว้ได้ทั้งตัว

“โอ๊ะ อะไรพี่วิน” ตาหวานเงยมองหน้าเขาด้วยความตกใจ มือเล็กปลดลำแขนแข็งแกร่งที่รัดร่างเธอเอาไว้ ออกไปแต่พยายามยามอย่างไรก็ไม่เป็นผล

“เธอไปจัดโต๊ะสิ เดี๋ยวได้ทานมื้อเช้า ไม่หิวเหรอเมื่อคืนก็...” เสียงทุ้มพูดยังไม่ทันจบประโยคเธอก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียงขุ่น

“ไม่ต้องพูดนะ ไม่ต้องพูดเลย อย่าเอาเรื่องน่าอับอายแบบนั้นมาล้ออิงเล่นนะคนบ้า” ต่อว่าเขาอย่างไม่รู้ตัว เธอทำตัวไม่ถูกเลยเวลาอยู่ต่อหน้าเขาสาเหตุก็เพราะเรื่องลามกในความคิดของเธอที่เขาทำเอาไว้กับเธอเมื่อคืนนั่นแหละ คิดถึงทีไรเธอก็อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ไหน

“ฉันพูดอะไร ฉันก็แค่จะบอกว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้ทานอะไรไม่ใช่เหรอ แล้วมันลามกตรงไหน อ๋อ นี่เธอกำลังคิดว่าฉันจะพูดเรื่องที่เราทำอะไรกันแบบนั้นนะเหรอยัยบ๊อง นี่ตัวเองกำลังคิดอยู่ล่ะสิ เธอนั่นแหละลามกกว่าฉันอีก” วิศรุตเอ่ยออกมาอย่างขำๆ แทบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ หน้าเรียบๆ ตลอดเวลาของเขามีรอยยิ้มแต้มอยู่โดยที่ไม่ค่อยมีใครเห็นมากนัก ทำให้ปรางฉัตรมองอย่างลืมตัว 

“ไม่ได้คิดสักหน่อยไม่ต้องมาว่าอิงเลย ปล่อยสิ” ร่างบางขยับตัวอีกครั้ง และเขาก็ปล่อยเธอเช่นกันโดยไม่มีอิดออด

“วันนี้ฉันโชว์ฝีมือเอง เดี๋ยวเราทานอาหารเสร็จแล้วฉันจะคุยกับเธอตามที่เธอต้องการ อยากคุยอะไรก็คุยมาได้” น้ำเสียงที่พูดออกมาเหมือนใจดีสำหรับเธอนักหนา แต่จริงๆ แล้วเขานอนคิดมาทั้งคืน ถ้าเอาเธอมาไว้ที่นี่ต่อไปจะกลายเป็นอันตรายต่อหัวใจเขาเองเป็นอย่างยิ่ง ทางที่ดีคือเขาจะส่งเธอกลับไปยังที่ของเธอแล้วไปเล่นงานเจ้าตัวที่ก่อเรื่องโดยตรงกับเขาน่าจะดีกว่า

“จริงๆ นะพี่วิน จริงนะคะ” ด้วยความดีใจปรางฉัตรจึงเผลอกอดแขนเขาเขย่าแรงๆ ทำให้ชายหนุ่มแอบดีใจที่ทำให้เธอยิ้มออกมาได้และรู้สึกหวิวๆ กับความนุ่มนิ่มที่เบียดชิดแขนเขาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว แต่คนที่ถูกเบียดกลับชอบใจยิ่งนัก

“ถ้าอย่างนั้นอิงไปจัดโต๊ะดีกว่า พี่วินทำอะไรทานคะกลิ่นหอมเชียว” ท่าทางดีใจเกินเหตุของหญิงสาว ทำให้พ่อครัวจำเป็นทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

“ก็อาหารเช้าง่ายๆ สองสามอย่าง กับข้าวต้มกุ้งอีกคนละถ้วย แต่ยังไม่เสร็จเลย เธอถอยไปสิ”

“ให้อิงช่วยดีกว่านะ มาค่ะ พี่วินไม่รู้อะไรอิงน่ะเจ้าของสูตรข้าวต้มสุดยอดอร่อยเลยนะ มาค่ะ อิงทำเองขอโชว์ฝีมือนะคะ” ท่าทางร่าเริงแถมพูดจาดีไพเราะเพราะพริ้งคะขาทำเอาคนตัวโตทำอะไรไม่ถูกไปแล้วจริงๆ นี่แหละสิ่งที่อันตรายกับเขาที่สุด หากยังปล่อยให้เธออยู่ที่นี่ด้วยกันอีกแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกและใจของเขากันแน่ ตอนนี้มันไม่ได้แข็งกระด้างอย่างที่เคยเป็นมาเสียแล้ว

“เอาสิ ตามสบาย ฉันจะใจดีกับเธอสักวัน เดี๋ยวจะหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้อีก” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นไม่เต็มเสียงนัก แล้วหลังจากนั้นแม่ครัวตัวจริงก็จัดการทำข้าวต้มและปรุงรสสุดแสนจะอร่อยตามที่พูดอาไว้จริงๆ  วิศรุตรับประทานข้าวต้มถ้วยโตจนหมดเกลี้ยง ตามด้วยกาแฟอีกแก้วแล้วจึงได้ลุกออกเดินไปจากส่วนของครัว


**************



“พี่วิน แล้ววันนี้อิงจะกลับไปบ้านได้เลยใช่หรือเปล่าคะ อิงทิ้งการประชุมเมื่อวานมาวันหนึ่งแล้ว อีกอย่างพี่วินต้องทำงานด้วยไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามทันทีที่เดินมานั่งยังโซฟาตัวโตสำหรับใช้รับแขกของห้องเขา

“ทำสิ แต่อย่างฉันไม่เข้าบริษัทสักเดือนก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนนี่ คุณพ่ออยู่ทั้งคน” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาสายตาคมกริบยังมองทั่วร่างเธอนิ่งอยู่แบบนั้น

“พี่วิน มองอะไร”

“มองอะไร ฉันก็มองไปเรื่อยเห็นอะไรก็มองอันนั้นแหละ” สายตาโจ่งแจ้งที่มองตรงไปยังจุดที่เธอต้องก้มลงมองตามสายตาเขาด้วยความลืมตัว

“ว้าย ลามกจริง มองอะไร ไม่ต้องมอง หันไปนะพี่วิน” หญิงสาวก้มมองบ้างกระดุมเสื้อของเธอหลุดออกจากกันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

“อ้าว เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ เธอทำมันหลุดออกจากกันเองนะ คราวนี้ไม่ใช่ฝีมือฉันปลดออกสักหน่อย อย่ามาโทษฉันเด็ดขาด” ท่าทางและน้ำเสียงเขาเหมือนไม่รู้สึกรู้สาสักนิด แต่คนที่รู้ดีที่สุดก็ตัวเขาเองนั่นแหละที่พลุ่งพล่านนั่งแทบไม่ติดแล้ว ทำไมเธอจึงขยันหาเรื่องให้เลือดลมเขามันวิ่งพล่านทั่วกายนักนะ

“ก็บอกสิ จะมองอยู่ทำไม ไหนล่ะอิงกลับบ้านได้หรือยัง วันนี้ที่บริษัทอิงมีเซ็นสัญญางานด้วย รีบๆ คุยเถอะ” ปรางฉัตรตัดบทด้วยความเก้อเขินก่อนเข้าสู่โหมดเป็นงานเป็นการทันที วิศรุตจึงเอ่ยบอกในสิ่งที่ตัวเองจะดำเนินการ และการตัดสินใจเปลี่ยนใจ แต่เหตุผลก็ยังไม่ใช่ตามที่บอกออกมาก็จะทำศึกทั้งทีถ้าบอกแผนการรบก็เสียท่าศัตรูน่ะสิ... ชายหนุ่มยิ้มแปลกเมื่อเอ่ยบอกเธอจนจบลง

“เดี๋ยวฉันจะให้อาคมกับอากรไปส่งก็แล้วกัน อ้อ แล้วเธอก็ห้ามเล่าเรื่องนี้กับครอบครัวเธอด้วย ส่วนเธอจะหาเหตุผลอย่างไรนั่นมันเรื่องของเธอ แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะถ้าเรื่องนี้เกิดอะไรผิดปกติขึ้นมาฉันจะไม่ปล่อยพี่ชายเธอเอาไว้แน่ๆ นี่ฉันก็ทำตามคำแนะนำของเธอนะปรางฉัตร” มาดผู้ชายเย็นชามาดนิ่งขรึมกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวมองอย่างงงๆ ทำไมเขาแสดงท่าทาง หน้าตาออกมาได้เก่งจริง ทั้งที่เมื่อครู่ยังมีความขี้เล่นอ่อนโยนอยู่เลย ถ้าเป็นดาราหนังเธอคงต้องมอบรางวัลยอดเยี่ยมให้กับการแสดงอันเก่งกาจของเขา

“คำแนะนำอะไรกัน” เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบารู้สึกไม่ดีที่เขาแสดงท่าทางเย็นชากับเธอ

“ก็เธอบอกนี่ว่าโกรธเคืองใครก็ให้ไปจัดการกับคนนั้น คราวนี้แหละรับรองฉันจะเล่นงานมันให้อ่วมไปเลย ฮึๆๆ” ร่างสูงพูดจบก็ลุกเดินเข้าไปยังส่วนของตัวเองทันที แต่ยังเอ่ยในสิ่งที่เธออยากจะหยิบอะไรปาใส่เขาศีรษะยิ่งนัก

“อ้อ แล้วเรื่องเมื่อวานกับเมื่อคืนก็ถือว่าฉันสอนให้เธอเป็นวิทยาทานก็แล้วกันนะ อย่าไปคิดอะไรให้มันเป็นจริงเป็นจังมากนักล่ะ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ เดี๋ยวฉันจะให้อากรขึ้นมารับไปส่งบ้านเธอก็แล้วกัน” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเย็นชายิ่งนัก กลับกลายเป็นคนละคนจนปรางฉัตรอดไม่ได้ที่จะน้อยใจ...นี่เขาเห็นเธอเป็นอะไรกัน เธอไม่ใช่ขนมสักหน่อยที่พอกินจนอิ่มแล้วโยนทิ้งไปทางอื่น...หญิงสาวคิดอย่างน้อยใจรู้สึกลำคอขมขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  

“ไม่ต้องให้ใครขึ้นมารับฉันหรอก ฉันกลับของฉันเองได้ แม้ตอนมาจะไม่รู้ว่ามาถึงนี่ได้ยังไง แต่ขากลับฉันก็คงไม่โง่อีกขนาดกลับออกไปไม่ถูกหรอกค่ะ” สรรพนามที่เปลี่ยนไป น้ำเสียงแข็งๆ ฟังออกว่าประชดประชัน แต่เจ้าของห้องหนุ่มหาได้สนใจไม่ เขายืนกอดอกเฉยเหมือนไม่สนใจเธออีกแล้ว แต่เพียงแค่ประตูเปิดออก อากรและอาคมคู่แฝดหนุ่มทั้งคู่ก็ยืนรออยู่ตรงหน้าประตูแล้ว ทั้งสองหนุ่มมองหน้าแขกของเจ้านายแล้วรู้สึกสงสารที่สุด น้ำตาเอ่อคลอเต็มหน่วยตาของหน้าหวาน ก่อนเธอตัดสินใจเดินออกจากห้องไปทันที


“เชิญครับคุณอิง รถรออยู่แล้วครับ” สองหนุ่มพูดจบก็รีบออกกเดินนำเธอทันทีเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอที่ไหลลงมา...เจ้านายนะเจ้านาย ทำอะไรอีกเนี่ย มาอารมณ์ไหนเดาใจไม่ถูกเลยจริงๆ ให้ตายสิ... แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าทันทีที่ประตูห้องปิดสนิทลง ชายหนุ่มเจ้าของห้องก็กำหมัดแน่นต่อยไปที่กำแพงห้องด้วยความอัดอั้นตันใจหลายทีติดๆ กันจนเหนื่อยหอบ เงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาแดงก่ำ นี่แหละนี่คือเหตุผลที่เขาต้องรีบส่งเธอกลับไป เปลี่ยนเป้าหมายจากเดิมปุบปับเสียก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป ไม่ใช่สายสำหรับใครหรอก แต่มันจะสายเกินไปไปสำหรับหัวใจของเขาเองที่จะบังคับใจเอาไว้ไม่อยู่ แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว เรื่องความโกรธแค้นยาวนานมาจากในอดีตระหว่างครอบครัวเขาเองไม่เคยสนใจแต่ไหนแต่ไรมานานแล้ว สิ่งที่เขาสนใจคือสิ่งที่พี่ชายเธอกระทำเอาไว้ต่างหาก เพราะฉะนั้นเขาจะเล่นงานเฉพาะคนนี่แหละ ชายหนุ่มคิดอย่างอึดอัดขัดใจที่สุด ถอนหายใจออกมาอย่างเจ็บลึกอยู่ในอก


***************



                นายปพนเดินลงจากชั้นบนของบ้านด้วยท่าทางเคร่งเครียด ท่าทางเดินที่แสดงออกมาทำให้แม่บ้านสาวใหญ่รีบเดินเร็วๆ เข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง

“คุณท่านไม่สบายหรือเปล่าคะ ให้ดิฉันตามหมอให้ไหมคะ” นางพรเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง วันนี้คุณผู้หญิงของบ้านนี้ออกไปวัดตั้งแต่เช้ามืด ฝากบอกนางเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ก่อนหน้าแล้ว

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกแม่พร แค่นอนไม่ค่อยหลับมันก็เลยเพลียๆ ไปเอาน้ำขิงร้อนๆ ให้ฉันสักแก้วก็พอ อ้อ แล้วนี่เจ้าอาร์มมันยังไม่กลับบ้านอีกหรือ ไอ้ลูกคนนี้นี่หายไปทีเป็นอาทิตย์ งานการไม่รู้จักทำ พึ่งพาอะไรไม่ได้สักอย่าง” นายปพนสั่งแล้วบ่นถึงลูกชายคนโตด้วยความเหนื่อยใจท้อแท้

“ยังเลยค่ะคุณท่าน เอ่อ แล้วคุณอิงล่ะคะ ดิฉันไม่เห็นกลับมานอนที่บ้านสองคืนแล้วนะคะ สงสัยนอนอยู่ที่ทำงานอีกแน่ๆ คุณหนูนะคุณหนู ทำไมไม่รู้จักพักผ่อน” แม่บ้านสูงวัยบ่นถึงคุณหนูของนางที่นางเลี้ยงมาเองกับมือด้วยความเป็นห่วง

“เดี๋ยวหนูอิงก็กลับมาเองแหละ สงสัยคงจะไปนอนบ้านเพื่อนล่ะมั้ง คุณหนูของเราขยันออกแบบนั้นไม่ยอมทิ้งงานไปไหนง่ายๆ หรอก” นายปพนพูดปดออกไป ความจริงวันนี้เขากำลังจะไปแจ้งความในช่วงบ่ายนี่แหละถ้าหากยังไม่มีข่าวคราวจากลูกสาวของเขาอีกเหตุผลนี้แหละที่ทำให้เขานอนไม่หลับมาทั้งคืนแต่ยังไม่กล้าบอกใครแม้แต่ภรรยาของเขาเอง รู้กันเฉพาะเขาและวิลาวรรณเลขาส่วนตัวของลูกสาวของเขาเท่านั้นเอง เพราะกลัวว่าภรรยารู้แล้วจะตกใจไปกันใหญ่


**************



อากรและอาคมขับรถของเจ้านายกลับไปที่ วิชั่นแทนไทย พอจอดรถเข้าที่เรียบร้อยสองหนุ่มคู่แฝดก็เดินมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของเจ้านายเพื่อรายงานสิ่งที่ตัวเองดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว เขาพาหญิงสาวที่แสนจะน่ารักอย่างปรางฉัตรไปส่งที่บริษัทที่ทำงานของเธอ เหตุผลเพราะไม่กล้าขัดใจหญิงสาวซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะกลายมาเป็นเจ้านายของพวกเขาอีกคนก็ได้ ถ้าใครบางคนเลิกปากแข็งและใจแข็งอย่างที่แกล้งแสดงออกมาตลอด

“อ้าวคุณกร คุณคม มาได้ยังไงคะ เจ้านายไม่อยู่ไม่ใช่เหรอ” นิธิยาเลขาหน้าห้องของวิศรุตเอ่ยถามออกมา เมื่อเห็นคนสนิทของเจ้านายแต่ไม่เห็นเจ้านายหนุ่มมาที่นี่ ตั้งแต่วันที่นางแบบคนนั้นมาหาเรื่องที่นี่แล้ว สายตาของเธอเผลอมองไปที่อาคมเนิ่นนาน

“อ๋อ เหรอ นึกว่าเจ้านายมาแล้วเห็นสั่งให้พวกเรามารอที่นี่นี่นา” ท่าทางของอากรและอาคมก็งงเช่นกัน

“หรือว่าเจ้านายจะอยู่บ้านวะ ฉันลงไปรอที่เคาน์เตอร์ข้างล่างดีกว่า เมื่อกี้เห็นน้องจ๋าแวบๆ ไปด้วยกันหรือเปล่ากร หือ” อาคมถามขึ้นน้ำเสียงร่าเริงทันตาเห็น

“ตามสบายเถอะ นายก็แบบนี้ตลอดแหละ ระวังเถอะน้องจ๋าจะด่าเข้าให้สักวัน” อากรหมายถึงพนักงานแผนกประชาสัมพันธ์คนใหม่ที่แฝดของตัวเองชอบไปล้อเล่น แซวเล่นอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ได้จริงจังอะไรมากนักและเขาเองก็ทายว่าตัวจริงของพี่ชายนั้นน่าจะอยู่แถวๆ นี้ ถ้าหากไม่มีอะไรผิดไปจากที่เขาคาดเดา

“อิจฉาก็บอกมาเถอะ จะทำตัวนิ่งๆ เลียนแบบเจ้านายล่ะสิ เดี๋ยวก็อดเหมือนเจ้านายหรอก อุ๊ย โทษทีครับคุณนิ ผมแค่แหย่เล่นกับกรนะครับอย่าเพิ่งเอาไปบอกเจ้านายนะ ผมไปล่ะครับ” อาคมยกมือโบกให้นิธิยายิ้มๆ ก่อนเดินจากไป ทิ้งให้สายตาเศร้าๆ ของเลขาสาวของเจ้านายมองตามไปอย่างแปลกๆ

“ตามสบายค่ะคุณกร เดี๋ยวนิขอตัวไปเคลียร์งานไว้ให้เจ้านายก่อนนะคะ” รอยยิ้มเศร้าๆ ส่งให้อากร แล้วนั่งลงจัดการกับแฟ้มงานกองโตบนโต๊ะทำงานตัวเอง อากรมองอาการเหล่านั้นของนิธิยาแล้วเริ่มคิดอะไรบางอย่างออก เขาไปหาอะไรทำสนุกๆ แกล้งแฝดพี่ของเขาดีกว่า ชายหนุ่มเชื่อมั่นว่าสายตาของเขามองไม่ผิดแล้วล่ะที่ผ่านมาไม่ได้สังเกตชัดเจนมากนัก แต่วันนี้เขามั่นใจแล้วว่าเลขาสาวคนสวยของเจ้านายคงคิดอะไรกับเจ้าแฝดพี่ผู้แสนจะร่าเริงของเขาแน่ๆ

วิศรุตมาถึงบริษัทของตัวเองในช่วงบ่ายของวัน ทันทีที่เข้าห้องทำงานใหญ่เขาก็เรียกหาเลขาสาวให้เอางานทั้งหมดเข้าไปให้ตรวจดูทันที แฟ้มงานเต็มโต๊ะที่เลขาของตนเองเอามาวางไว้ให้ตั้งแต่บ่ายโมงกว่าๆ จนตอนนี้เกือบห้าโมงเย็นแล้ว แต่ชายหนุ่มเพิ่งจะตรวจเอกสารและเซ็นงานไปได้แค่สองแฟ้ม สาเหตุก็เพราะเขาไม่มีสมาธิทำงานนั่นเอง อะไรก็ไม่ร้ายเท่ากับใบหน้าหวานของใครบางคนที่แวบเข้าสมองมาตลอดเวลา จนทำให้เขาไม่เป็นอันทำงานเอาเสียเลย จนต้องหาตัวช่วยในที่สุด

“คิม นายอยู่ไหนวะ วันนี้ว่างไปดื่มกันหน่อยมั้ย เออๆ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่เดิม” ชายหนุ่มโทรหาอธิคมเพื่อนรักของตนเอง แล้วนัดแนะกันเสร็จเรียบร้อย

“คุณนิ กลับบ้านก่อนได้เลยนะครับ วันนี้ผมจะออกไปข้างนอกแล้วล่ะ เอกสารทั้งหมดนี้รอพรุ่งนี้นะ” สั่งเลขาสาวเสร็จเรียบร้อยเขาก็ลุกจากเก้าอี้ หยิบโทรศัพท์กดโทรออกอีกครั้งก่อนเดินออกจากห้องไป

“กร คม กลับไปก่อนได้เลยนะ วันนี้ฉันจะขับรถเองไม่ต้องห่วง” ชายหนุ่มวางสายเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงแล้วกดลิฟต์ลงชั้นล่างทันที


**************



วิลาวรรณวิ่งวุ่นจัดเตรียมความพร้อมของห้องประชุมตั้งแต่เช้า เพื่อให้ทันกับการประชุมใหญ่และเซ็นสัญญางานของบริษัทในช่วงบ่ายสามโมง วันนี้เป็นงานสำคัญแต่เธอกำลังเครียดกับเจ้านายสาวคนสวยที่ไม่รู้หายไปไหน จะเกิดอะไรมิดีมิร้ายขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เจ้านายใหญ่ของเธอบอกแล้วว่าประชุมเสร็จวันนี้จะเข้าแจ้งความทันทีเพราะครบกำหนดสี่สิบแปดชั่วโมงแล้ว หญิงสาวร่างบางเดินกลับขึ้นห้องของเจ้านายสาวเมื่อห้องประชุมและทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย

 “ว้าย ตายแล้วคุณอิง กลับมาแล้วเหรอคะ คุณหายไปไหนมาค่ะ รู้มั้ยว่าพี่กับท่านประธานและทุกคนเป็นห่วงแค่ไหน โอ๊ย ดีใจๆ ที่สุดเลยในที่สุดคุณก็กลับมาเสียที นี่คุณท่านกำลังจะไปแจ้งความนะคะ ไหนคะ มีอะไรตรงไหนเจ็บบ้างไหมคะ มาค่ะเดี๋ยวพี่ช่วยนะคะ” อาการดีใจสุดๆ กับท่าทางเป็นห่วงกังวลสารพัดของเลขาสาวนั้น ทำให้ปรางฉัตรเกือบน้ำตาคลอ เพราะเธอและเลขาสาวคนนี้มีความสนิทสนมกันเหมือนญาติมากกว่าจะเป็นเจ้านายกับลูกน้องเสียอีก

“ยังค่ะพี่วรรณ อิงยังไม่ตายค่ะ อิงไม่เป็นอะไรเลยปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์”

“แล้วคุณหายไปไหนมาคะ พี่ใจไม่ดีเลย ติดต่อหมดทุกที่ทุกแห่งก็ไม่เจอคุณอิงรู้ไหมคะพี่น่ะนอนไม่หลับเลยนะคะ สงสารคุณท่านด้วยค่ะ” วิลาวรรณยังไม่คลายอาการตื่นเต้นดีใจที่เจ้านายสุดที่รักของตัวเองกลับมาแล้ว

“ขอโทษค่ะที่ทำให้พี่เป็นห่วง พอดีว่าอิงลงไปข้างล่างวันนั้นแล้วเพื่อนเขามาหาพอดีเขามีธุระให้ช่วยไปเป็นเพื่อนอิงก็ออกไปเลยไม่ได้เอาโทรศัพท์ในรถไปด้วยก็เลยติดต่อไม่ได้ คราวหลังอิงจะไม่ทำแบบนี้แล้วค่ะพี่วรรณ ขอโทษจริงๆ นะคะ” ปรางฉัตรออดอ้อนเล่าเรื่องเป็นอีกอย่าง เธอไม่อยากโกหกก็จริงอยู่ ที่พูดแบบนี้ก็ไม่ได้กลัวคำขู่ของใครอีกคนด้วย แต่แค่ไม่อยากให้เรื่องราวมันบานปลาย และไม่อยากให้คนในครอบครัวมารับรู้เรื่องนี้ เพราะเรื่องมันคงไม่จบแค่นี้แน่ๆ และลึกๆ ในใจที่เธอพยายามทำเป็นไม่รับรู้หัวใจตัวเองก็คือเธอไม่อยากให้ครอบครัวไม่ชอบหน้าของเขา ไม่อยากให้เขาเป็นคนไม่ดีในสายตาของทุกคน แม้จะรู้ดีที่สุดว่าครอบครัวทั้งสองมีเรื่องบาดหมางกัน แต่ก็ยังไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆ พอคิดไปถึงเขาปรางฉัตรจึงนึกขึ้นมาได้

“จริงสิพี่วรรณ แล้วนี่พี่อาร์มจะมาเข้าประชุมด้วยหรือเปล่าวันนี้ อิงมีเรื่องจะพูดกับเขาหน่อย” หญิงสาวเอ่ยถามถึงพี่ชายเพียงคนเดียวที่เธอเริ่มเป็นห่วงขึ้นมาว่าใครอีกคนจะมาจัดการอะไร อย่างไรกับพี่ชายของเธอ

“พี่ไม่เห็นตั้งหลายวันแล้วนะคะ ตั้งแต่วันก่อนที่คุณอิงเจอนั่นแหละค่ะ เห็นที่บ้านบอกว่าไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านด้วยนะคะ คุณท่านก็บ่นๆ อยู่” วิลาวรรณบอกตามที่รู้ หลังจากนั้นสองคนทั้งเจ้านายและเลขาสาวก็รีบไปยังห้องประชุมของบริษัททันทีเมื่อเห็นว่าคุยกันเพลินจนจะถึงเวลาประชุม และเซ็นสัญญางานสำคัญของบริษัท


**************



ร่างสูงโปร่งบึกบึนของหนุ่มหล่อสองคนเดินเข้าไปในร้านอาหารสุดหรูในเวลาเย็นหลังเลิกงาน เรียกสายตาของแขกในร้านให้หันมองมาเป็นจุดเดียวกันด้วยสายตาหลายแบบ แต่นั่นกลับทำให้คนที่นิ่งขรึมเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวอย่างวิศรุตรีบก้าวเร็วๆ อย่างรู้สึกอึดอัด แทบไม่มีความมั่นใจ

“คิม คนเขามองฉันกับนายทำไมวะ มองจ้องซะจนฉันจะเดินไม่ถูกอยู่แล้วนะ” วิศรุตเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ โดยปกติตามโรงแรมหรูๆ เขาก็ถูกจับตามองอยู่บ่อยๆ แต่ความรู้สึกไม่เหมือนกับวันนี้เลยสักนิด

“แหม คิดมากน่าเพื่อน คนเขาก็มองหนุ่มสุดหล่ออย่างเรายังไงเล่า หาได้ง่ายๆ ที่ไหนล่ะ แถมมาทีเดียวสองคนด้วยนะ” น้ำเสียงขี้เล่นของอธิคมเอ่ยออกมาแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนนั่งลงตรงโต๊ะตัวในสุดของร้านที่ด้านข้างติดกับกระจกสีชาและด้านหลังเป็นต้นไม้ในร่มตกแต่งอย่างสวยงามดูดี

“พูดเป็นเล่นไปนายก็...” แม้ปากจะบอกแบบนั้นแต่วิศรุตก็แอบยิ้มออกมาได้ชั่วขณะ

“อ้าวจริงๆ นะ ก็เราสองคนออกจะหล่อ ถึงแม้นายจะหล่อน้อยกว่าฉันนิดหน่อยก็เถอะ” น้ำเสียงร่าเริงบอกออกมาก่อนยิ้มให้เพื่อน

“เออๆ เอาวะ วันนี้ให้นายหล่อกว่าวันหนึ่งก็ได้” วิศรุตก็ใช่จะยอมเพื่อนง่ายๆ กับเพื่อนรักคนนี้เขาก็เป็นแบบนี้แหละ อยู่ด้วยกันก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น นี่แหละที่เขาต้องหาที่พึ่งเป็นเพื่อนคนนี้ในยามนี้ ยามที่หัวใจรู้สึกแปลกๆ ไม่อยู่กับร่องกับรอยเอาเสียเลยอย่างตอนนี้

วิศรุตกลับเข้าคฤหาสน์หลังใหญ่อีกครั้งหลังจากที่ไปนอนค้างที่คอนโดส่วนตัวอยู่หลายวัน เช้าวันนี้เป็นวันหยุดทุกคนจึงอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และวันนี้เป็นวันที่น้องสาวสุดที่รักของเขากลับมาจากเมืองนอกด้วยโดยที่เขาเองไม่รู้มาก่อน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างครื้นเครงของคนในบ้าน ชายหนุ่มปรับสีหน้าใหม่ให้ดูมีความสุขไปด้วย ทั้งที่ตอนนี้ในอกเขาร้อนเหมือนมีไฟสุมอยู่โดยที่เขาเองไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินมุ่งหน้าไปตามเสียงที่ได้ยินทันที

“คุยอะไรกันอยู่ครับ ท่าทางมีความสุขกันเชียว” วิศรุตเอ่ยทักขึ้นจากด้านหลัง ทั้งนายวิทย์ คุณวัลยา บิดามารดาของเขาที่นั่งหันหลังให้อยู่เหลียวมอง ส่วนคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าที่เขาเดินไปยืนอยู่เงยหน้ามองเขาทันที

“พี่วิน กลับมาแล้วเหรอคะ วิคิดถึงพี่วินจังเลย” ร่างบอบบางของน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาลุกจากเก้าอี้พุ่งเข้าไปกอดพี่ชายเอาไว้แน่น

“ว่าไงน้องรัก กลับมาถึงตอนไหนเนี่ย ทำไมพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วทำไมไม่โทรมาบอกล่ะจ๊ะพี่จะได้ไปรับ” วิศรุตกอดตอบน้องสาวเอาไว้แน่น ก่อนก้มลงมองหน้าใสๆ นั้นอย่างแสนคิดถึงเช่นกัน

“วิกะว่าจะมาเซอร์ไพรส์พี่วินเสียหน่อย แต่กลับมาถึงไม่เจอแม้แต่เงาของพี่ชายที่น่ารักคนนี้ของวิมาสามวันเต็มๆ พี่วินไปไหนมาเหรอคะ” วิลาสินีถามขึ้นงอนๆ เงยมองหน้าพี่ชายที่ตัวเองกอดอยู่

“ก็เอ่อ...พอดีช่วงนี้พี่มีเรื่องยุ่งๆ นิดหน่อยเลยไปนอนที่คอนโด แต่พี่ก็กลับมาบ้านแล้วนี่ไง อย่างอนนะหนูวิ เดี๋ยวเย็นนี้พี่พาไปชอบปิ้งดีหรือเปล่าเอ่ย...ชดเชยที่ให้น้องรักรออยู่สามวันไงครับ นะ” วิศรุตเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจน้องสาว เขาจะบอกออกไปได้อย่างไรว่าไปไหนมา เรื่องนั้นเขาคงไม่สามารถบอกเล่าให้ใครในบ้านฟังได้ในตอนนี้หรอก

“จริงๆ นะคะ ถ้าอย่างนั้นวิไม่งอนแล้วก็ได้ แต่พี่วินสัญญานะว่าจะเป็นเจ้ามือ รับรองว่าวิจะช้อปปิ้งให้กระเป๋าพี่วินกระจุยไปเลย ฮิๆๆ” วิลาสินีหัวเราะขึ้นมาอย่างถูกใจ

“ได้เลย น้องรัก”

“นี่ ทั้งสองคนนั่นแหละ นั่งลงซะทีสิ ทานข้าวกันก่อน แล้วเดี๋ยวอย่างอื่นค่อยว่ากัน ดีไหม” คุณวัลยาเอ่ยทักขึ้นเมื่อ เห็นลูกสาวและลูกชายท่าทางจะยังยืนคุยกันอีกนานแน่ๆ

“ครับ คุณแม่คนสวย ไหนดูซิ วันนี้มีเมนูอะไรบ้างเอ่ย คุณแม่โชว์ฝีมือเองหรือเปล่าครับ”

“ใช่จ๊ะ วันนี้เป็นฝีมือแม่เองล่ะ ก็ยัยวินี่ล่ะคะยั้นคะยออยากทานอาหารฝีมือแม่ ที่ไม่ได้ทานมาตั้งปี แล้ว แม่เลยต้องลงมือเองไงล่ะ ลงมือกันได้เลยจ๊ะเดี๋ยวจะเย็นซะก่อนลูก” คุณวัลยาบอกทั้งสองพี่น้องก่อนหันไปหาสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วย

“คุณคะ วันนี้ฉันกับยัยวิจะออกไปทำบุญที่วัดกันนะคะ คุณจะไปด้วยกันไหม ที่บริษัทไม่มีเรื่องด่วนไม่ใช่เหรอคะ นานๆ ได้ไปทำบุญพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที ตาวินก็กลับมาแล้วด้วยเหมือนกัน ไปมั้ยคุณ” คุณวัลยามองหน้าสามีแล้วเลยมองไปทางฝั่งบุตรชายด้วย

“ก็ดีเหมือนกันครับคุณแม่ ไม่ได้ทำบุญตั้งนานแล้ว ทำเสียบ้างเผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น ช่วงนี้ผมยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดีอยู่ คุณพ่อไปด้วยกันนะครับ ไปกันทั้งหมดนี่แหละเดี๋ยวให้กรขับรถให้” ชายหนุ่มหันไปชวนบิดาด้วยคนเพราะพวกเขาไม่ได้ไปไหนพร้อมหน้ากันแบบนี้มานานมากแล้วจริงๆ ไม่เหมือนตอนที่เขายังเป็นวัยรุ่นตอนนั้นไปไหนทีก็แห่กันไปทั้งครอบครัว

“เออๆ ก็ได้ ที่แรกฉันว่าจะเข้าไปดูโรงงานเสียหน่อย ถ้าอย่างนั้นเอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกันเผื่อมีปัญหาอะไรนายช่างจะได้ช่วยดูด้วย วันนี้ยังไงๆ ก็คงหยุดกันหมดนั่นล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็รีบๆ ทานเถอะ จะได้ออกไปเลย สายๆ ไปอากาศจะร้อนเสียก่อน” นายวิทย์เอ่ยขึ้นด้วยหน้าตายิ้มแย้มก่อนทุกคนจะลงมือรับประทานอาหารเช้าด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha