ปรารถนาหัวใจเถื่อน (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 14 : ตอนที่ 14


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ใบหน้าหล่อเหลาของวิศรุตยังไม่คลายอาการบูดบึ้งลงเลยสักนิด แม้จะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อตอนเวลาที่ทำงานอยู่ แต่ตอนนี้พอกลับมาที่คอนโดซึ่งเป็นที่พักประจำ สถานที่ซึ่งเป็นที่ส่วนตัวของตนเอง ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาก็สามารถเปิดเผยออกมาได้เต็มที่ กิริยาอาการต่างๆ และความรู้สึกที่กักเก็บเอาไว้ก็สามารถเปิดเผยออกมาโดยไม่ต้องรักษาภาพอีกต่อไป


“กร คม วันนี้นายสองคนดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ อยากดื่ม โทรหานายคิมมันก็ไม่ยอมรับสายฉันเลย ไอ้เพื่อนคนนี้...” เสียงเจ้านายหนุ่มดังขึ้นมาเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องของคอนโดหรู

“หา เจ้านาย แต่ว่าจะเมานะครับ” อาคมเป็นคนเอ่ยขึ้นมา

“อ้าว ก็ต้องเมาสิ ดื่มเหล้านะไม่ใช่น้ำเปล่าถึงจะได้ดื่มแก้กระหาย ไปเอาเครื่องดื่มมาดื่มกันดีกว่าไปสิ” วิศรุตบอกเสียงเครียดเล็กน้อย นั่งลงพิงหลังกับโซฟาถอนหายใจออกมายืดยาว

“ก็ได้ครับเจ้านาย ถ้าอย่างนั้นผมจัดเต็มให้เลยนะครับ” อากรพูดแล้วหันหลังกลับเข้าไปยังส่วนของห้องครัว ซึ่งมีเคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ อยู่ทันที ก่อนจะกลับออกมาอีกครั้งพร้อมสิ่งที่เจ้านายต้องการครบทุกประการ

“ของฉันไม่ต้องผสมนะ ขอเพียวๆ เลยก็แล้วกัน วันนี้อยากเมา เมาให้ลืมคนใจโลเลไปเลยยิ่งดี” เสียงทุ้มพูดรำพึงออกมาเบาๆ คล้ายพูดกับตัวเองในท้ายประโยค แต่สายตาที่แสดงออกมานั้นบอกอาการน้อยใจไปถึงใครบางคนที่อยู่ในห้วงคำนึงของตนเองตลอดเวลา

แล้วหลังจากนั้นอีกไม่นาน น้ำสีอำพันของเครื่องดื่มราคาแพงแก้วแล้วแก้วเล่าก็ถูกส่งผ่านลำคอลงไป เจ้าของร่างสูงนั่งพิงหลังไปกับโซฟาตัวใหญ่ สายตาคมที่เคยดุเข้มมาตลอด ตอนนี้อ่อนแสงลงมาก อาคมสะกิดน้องชายให้ช่วยพูดปรามเจ้านาย แต่อากรส่ายหน้าทันที

“กร นายบอกเจ้านายให้พอได้แล้วล่ะ ดื่มมากเกินแล้วนะ ดูสิแป๊บเดียวเองลงไปตั้งครึ่งค่อนขวดแบบนี้มีหวังพรุ่งนี้ฟื้นไม่ไหวแน่ๆ เลย” อาคมบอกน้องชายเสียงเบาสีหน้าไม่ดีนัก เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายดื่มหนักมากขนาดนี้มาก่อนเลย

“ไม่เอา นายบอกเองสิ ฉันกลัวโดนด่าว่ะ” อากรไม่กล้าเช่นกัน

“ฉันก็ไม่กล้าว่ะ ทำไงดีเนี่ยหรือเราจะปล่อยให้ดื่มต่อไปแบบนี้ แต่ท่าทางแย่นะนายว่าไหมดูสิ” อาคมก็ไม่กล้าเช่นกัน

“เจ้านายต้องมีอะไรทะเลาะกับคุณอิงแน่ๆ เออ...ใช่เลย โทรหาคุณอิงให้มาที่นี่ดีกว่า ถ้าเป็นคุณอิงรับรองเจ้านายเชื่อแน่ร้อยเปอร์เซ็นต์” อาคมบอกน้องชายน้ำเสียงยินดีเมื่อนึกขึ้นมาได้

“แล้วนายคิดว่าคุณอิงจะมาเหรอ ถ้าสาเหตุที่ทำให้เจ้านายอยากเมามาจากคุณอิง นายคิดเหรอว่าเธอจะยอมมา อีกอย่างถามเจ้านายก่อนดีไหม ถ้าทำอะไรโดยพลการแล้วเกิดโดนด่านายรับไปคนเดียวนะคม ฉันไม่รับด้วยหรอก” อากรออกตัวทันที เพราะเขาไม่มั่นใจในความคิดของพี่ชายเลยสักนิดเดียวว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนี้ แล้วสองหนุ่มก็ต้องหยุดบทสนทนาที่กระซิบกันเบาๆ อยู่ลงในทันทีเมื่อเสียงห้าวทุ้มที่เริ่มจะอ้อแอ้เล็กน้อยเอ่ยออกมา

“นี่นายสองคนว่าผู้หญิงเข้าใจยากไหมล่ะ ฉันงงไปหมดแล้วกับอารมณ์ผู้หญิงเนี่ย เข้าใจยากชิบ...” วิศรุตสบถคำพูดออกมาเบาๆ แล้วหลับตาลงพิงหลังเอนไปกับโซฟาตัวโตก่อนจะถอนหายใจออกมายืดยาว

“เอ่อ คือ...” อึกอักอ้ำอึ้งกันไปทั้งสองคนเลยทีเดียว ทั้งอาคมและอากรไม่กล้าเอ่ยตอบออกความคิดเห็นไปเพราะกลัวคำตอบจะไม่ถูกใจเจ้านาย

“ฉันเพิ่งรู้ว่าความรักมันทำเราสับสนก็วันนี้แหละ อะไรนักหนาก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ” วิศรุตบ่นทั้งที่หลับตาแบบนั้น

“เอ่อ เจ้านายครับ อย่าคิดอะไรมากเลยครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกผมอาสาเป็นทัพหน้าไปเจรจาให้เองเอาไหมครับ” อากรสงสารเจ้านายจึงเอ่ยอาสาออกมาด้วยความจริงใจ

“หือ นายว่ายังไงนะกร นี่นายรู้เหรอว่าฉันหมายถึงอะไร” อากรถอนหายใจทันที...ดูเจ้านายของเขาถามออกมาสิ ถ้าอาการที่เป็นอยู่นี่เขายังไม่รู้อีกว่าเจ้านายเป็นอะไร เขาก็คงต้องลาออกไปแล้วล่ะ ชัดเจนมากขนาดนี้ ต่อให้คนที่ไม่รู้อะไรเลยสักนิดก็รู้กันหมดนั่นแหละ...

“ครับผม รู้ลึกรู้ดี แต่ทำไมเจ้านายไม่คุยกับคุณอิงให้เข้าใจล่ะครับ ออกจะรักเธอมากขนาดนี้แล้วนี่นะ...” อากรยังพูดไม่จบก็ถูกพี่ชายตีที่ศีรษะเบาๆ จนต้องหันไปมอง

“อะไรคม”

“ก็นายพูดอะไรล่ะ ดูหน้าเจ้านายบ้างสิ” อาคมก้มไปพูดเสียงเบาใกล้ๆ น้องชาย แล้วสายตาทั้งสองคู่ก็ค่อยเหลือบมองหน้าของเจ้านาย ก่อนจะค่อยๆ ถอยออกไปนั่งเสียไกลเมื่อสบตากับสายตาดุๆ นั้นเข้า

“เอ่อ...ขอโทษครับเจ้านาย” อากรและอาคมเอ่ยออกมาพร้อมกันแล้วลุกเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที ไปยืนสังเกตการณ์เจ้านายอยู่ไกลเลยทีเดียว ทิ้งให้เจ้านายหนุ่มจมดิ่งอยู่กับบรรยากาศและอารมณ์ที่ขุ่นมัวต่อไปเพียงลำพัง


***************



คืนนี้ปรางฉัตรนอนไม่หลับ จึงอยากลงไปนั่งพักผ่อนให้สบายอารมณ์เผื่อสมองของตนเองจะได้ผ่อนคลายบ้าง หญิงสาวเดินลงมาชั้นล่างของบ้านในเวลาที่ดึกพอสมควรแล้ว เธอคิดว่าทุกคนในบ้านน่าจะขึ้นไปนอนพักผ่อนกันหมดแล้ว แต่กลับคิดผิดเพราะทันทีที่ร่างของเธอย่างเท้าเข้าไปในห้องรับแขกของบ้าน เสียงทุ้มของบิดาก็เอ่ยทักขึ้นมาจากเก้าอี้ตัวใหญ่

“เป็นอะไรอิง นอนไม่หลับหรือ ฮึ...” นายปพนถามลูกสาวแล้วลุกเดินมาหาเธอ

“ค่ะ คุณพ่อ อาจจะยังไม่ดึกมากอิงก็เลยไม่ชินเท่าไหร่ค่ะ แล้วคุณพ่อล่ะคะ ทำไมไม่นอนพักผ่อนอีก เดี๋ยวสุขภาพจะแย่นะคะ อิงเป็นห่วงค่ะ” ปรางฉัตรเดินไปนั่งลงที่โซฟาตัวโตกลางห้อง ในขณะที่บิดาของเธอก็นั่งตามลงไปข้างๆ กัน

“พ่อมานั่งคิดงานเล็กน้อย แต่ตอนนี้เสร็จแล้วล่ะ แต่พ่อมีเรื่องอะไรจะถามเราหน่อยได้ไหมอิง” นายปพนถามน้ำเสียงเรียบๆ แต่สายตาที่จ้องลูกสาวนั้นทำให้คนถูกจ้องรู้สึกหนาวขึ้นมาเลยทีเดียว

“ค่ะคุณพ่อ” หญิงสาวตอบรับแล้วส่งยิ้มอ่อนๆ ไปให้บิดา แต่พอประโยคคำถามออกมาจากปากคนเป็นบิดาเท่านั้น ก็ทำให้เธอสะดุ้งอึ้งจนหาคำตอบแทบไม่ทันเลยทีเดียว

“เมื่อวันก่อนหนูไปงานเลี้ยงโรงแรมของคุณเชาวลิตมาด้วยหรือพ่อเห็นในข่าวหนังสือน่ะ” นายปพนถามแล้วมองหน้าลูกสาวแต่ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ทั้งสิ้น

“แล้วอิงไปงานนั้นกับใครล่ะ พ่อว่าหน้าตาท่าทางของผู้ชายที่ไปกับลูกเนี่ย พ่อคุ้นมากเลยนะ แต่ภาพที่ถ่ายหันเอียงจนเห็นแค่ด้านหลังไปหน่อย เพื่อนเหรออิง พ่อรู้จักไหม” หญิงสาวหันมองบิดาตาโตแล้วตอบอ้ำอึ้งไปไม่ถูก เพราะไม่นึกว่าจะต้องโกหกบิดาซึ่งๆ หน้าโดยไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจแบบนี้

“เอ่อ...อ๋อค่ะ เพื่อนอิงเองค่ะคุณพ่อ”

“ชื่ออะไรล่ะ ทำไมพ่อคุ้นมากเลย คนไหนเหรอบอกชื่อด้วยสิเผื่อพ่อจะนึกได้ วันหลังก็ชวนเขามาเที่ยวที่บ้านเราบ้างก็ได้นะ ถ้าสนิทจนไปออกงานกันกับหนูได้พ่อว่าคงไม่ธรรมดามั้ง หืม...อิง” คำถามที่เหมือนจะเรียบๆ เรื่อยๆ กลายเป็นสิ่งที่กดดันคนที่กลัวการโกหกมากที่สุดเช่นปรางฉัตร

“เสียดายเขาไม่ลงชื่อไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นพ่อคงได้รู้จักแล้วล่ะว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เพื่อนลูกทุกๆ คนโดยปกติก็มักไม่ค่อยจะมีผู้ชายไม่ใช่เหรอ หรือจะกลุ่มเดียวกับที่มาส่งที่บ้านเมื่อวันก่อนใช่ไหม”

“คือ ก็แบบนั้นล่ะค่ะคุณพ่อ เอ่อ ว่าแต่คุณพ่อจะขึ้นไปพักผ่อนหรือยังล่ะคะ เดี๋ยวอิงกลับขึ้นห้องด้วยเลยดีกว่า ไปค่ะคุณพ่อ” ปรางฉัตรก็พูดตัดบทขึ้นมาโดยที่บิดายังไม่ได้คำตอบด้วยซ้ำ

“อย่าเพิ่งเลย บอกแล้วไงว่าพ่ออยากคุยกับอิง ช่วงนี้ไม่ค่อยไหวเลย พี่ชายของเราก็ไม่เคยโผล่หน้ากลับมาบ้านหลังนี้อีกเลยหลังจากวันนั้น นี่สงสัยว่าเจ้าอาร์มมันคงไม่ได้คิดว่าพ่อเป็นพ่อของมันแล้วล่ะ อ้อ แล้วอย่าลืมวันหลังชวนเพื่อนคนนี้มาเที่ยวที่บ้านนะ เผื่อได้ทำความรู้จักกันไว้ไงล่ะ หรือหนูจะคบหาใครพ่อไม่ห้ามหรอกนะอิง เพราะลูกน่ะโตแล้ว สามารถรับผิดชอบธุรกิจแทนพ่อได้แล้วทุกอย่าง แต่ขออย่างเดียวว่าอย่าให้เป็นคนที่มีปัญหากับครอบครัวของเราก็แล้วกันนะ หนูคงพอจะรู้ว่าพ่อหมายถึงอะไร เอาล่ะ พ่อไม่กวนแล้ว จะไปพักก็พักเถอะ นอนดึกบ่อยๆ ไม่ค่อยดีเหมือนกัน” นายปพนพูดออกมายืดยาว มือใหญ่ที่เริ่มเหี่ยวย่นนั้นยกขึ้นจับศีรษะลูกสาวเบาๆ แล้วตัดใจลุกยืน

“พ่อเปลี่ยนใจแล้ว ขึ้นไปพักด้วยดีกว่า ลืมไปว่าพรุ่งนี้เช้าต้องไปออกรอบกอล์ฟกับก๊วนคุณอาพัฒน์ของเรานี่นา ไปกันเถอะ” นายปพนเอ่ยชวนแล้วออกเดินนำแต่เหมือนนึกบางอย่างได้จึงหันมาถามอีกครั้ง

“อ้อ...อิง แล้วเพื่อนของลูกคนนี้ชื่ออะไรนามสกุลอะไรเหรอ เผื่อพ่อจะได้เอาไปคุยให้คุณอาของลูกฟังด้วย รู้แบบนี้คงดีใจมากแน่ๆ” นายปพนพูดจบก็หัวเราะออกมาเบาๆ ...ก็ประพัฒน์น้องชายของเขารักหลานสาวคนนี้มากแค่ไหน ใครๆ ในครอบครัวก็รู้กันดี ถึงนานๆ จะลงจากเชียงใหม่มาสักครั้งก็ตามที นี่ถ้าได้รู้ว่าหลานสาวมีหนุ่มควงไปออกงานคงตื่นเต้นน่าดูแน่ล่ะ...

“คือ เอ่อ คุณพ่อคะ...” ปรางฉัตรเรียกบิดาขึ้นมาเสียงเบา

“มีอะไรล่ะ ฮึ”

“คือ อิงมีเรื่องอยากถามคุณพ่อนิดหนึ่งได้ไหมคะ” หญิงสาวลองเกริ่นๆ ดู แต่เสียงก็สั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“อะไรล่ะ ถามมาสิ หรือเราจะคุยกันต่ออีกสักพักก็ได้” นายปพนทำท่าจะเดินกลับมานั่งที่เดิมที่นั่งเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

“ไม่ดีกว่าค่ะ เอาไว้อิงคุยกับคุณพ่อพรุ่งนี้ดีกว่า ไปพักเถอะค่ะ” ปรางฉัตรตัดบทแล้วเดินไปจับแขนบิดาจูงท่านขึ้นไปชั้นบน แม้บิดายังพยายามจะคุยต่อให้รู้เรื่อง แต่เธอเองกลับไม่มีความกล้าพอเสียแล้ว...เธอขอไปตั้งหลัก ตั้งสติกับเรื่องนี้ก่อนดีกว่า ตอนนี้ยิ่งมีปัญหาเขาอยู่ด้วย แล้วเธอจะอธิบายกับบิดาได้อย่างไรล่ะ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากเธอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาในตอนนี้ เพราะฉะนั้นเธอจะหาเหตุผลเลี่ยงไปแบบนี้ดีที่สุดแล้วแน่นอน รอให้เรื่องระหว่างเขากับเธอเคลียร์กันได้เสียก่อนคงดีกว่าเป็นแน่...ปรางฉัตรคิดแบบนี้แล้วค่อยหายใจได้สะดวกขึ้นมาบ้าง


***************



สายมากแล้วที่เจ้าของห้องหรูชั้นบนสุดของมายแกรนด์คอนโดแห่งนี้ ยังไม่ออกมาจากห้องนอนหรูเหมือนทุกๆ ครั้ง อาคมกับอากรสองคู่แฝดได้แต่เดินเข้าเดินออกระหว่างทั้งสองห้องเล็กด้านในนี้ด้วยความสงสัยและเป็นกังวลว่าทำไมเจ้านายของพวกเขาถึงยังไม่ตื่นขึ้นมาจากที่นอน

“กร นายเข้าไปดูเจ้านายหน่อยสิ นี่ก็เกือบสิบโมงเช้าแล้วนะไอ้น้อง เจ้านายของพวกเรามีงานตอนบ่ายโมงด้วยนะวันนี้ อย่าลืมล่ะ ไปสิ นายไปปลุกหน่อย นายอ่ะถนัดกว่าฉันในเรื่องโน้มน้าวใจคน แล้วเจ้านายก็มักจะฟังนายมากกว่าฉันเป็นปกติวิสัยอยู่แล้ว ไปสิกร” อาคมบอกให้น้องชายฝาแฝดเข้าไปพร้อมทั้งรุนหลังน้องชายไปด้วย อากรจึงออกเดินไปด้วยอาการที่อิดออด จนไปถึงห้องของเจ้านายหนุ่ม เขาก็ยังเดินไปเดินมาเพราะความเกรงใจ สาเหตุก็เพราะอาการของเจ้านายของตนเองที่เป็นอยู่เมื่อคืนนี้ และความรู้สึกที่เขาเองก็สัมผัสได้ว่าไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติเท่าใดนัก อากรตัดสินใจยกมือขึ้นเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องเบาๆ

“เจ้านาย เจ้านายครับ วันนี้เจ้านายมีงานด่วนนะครับ พวกผมเห็นสายมากแล้วเลยถือวิสาสะเข้ามาตาม อย่าเพิ่งเตะนะครับ อ้าว...” อากรร้องขึ้นมาในตอนท้ายของประโยค และด้วยความสงสัยจึงเดินเข้าไปจนถึงเตียงนั้น เห็นเจ้านายหนุ่มยังนอนหลับสนิทอยู่ซึ่งผิดปกติไปจากที่เคยเป็น  

“อือ...” เสียงทุ้มครางออกมาจากร่างสูงเบาๆ แล้วเจ้าของเสียงก็ขยับร่างเล็กน้อย ก่อนจะหลับต่อไปอีก อากรตัดสินใจเอื้อมมือไปจับที่แขนของเจ้านายเพื่อต้องการปลุก ไอร้อนที่แผ่ออกมากระทบกับฝ่ามือของเขานั้น ทำให้อากรรู้สึกตกใจขึ้นมา

“โอย...เจ้านาย นี่ไม่สบายตัวร้อนจัดขนาดนี้เลยเหรอ” บ่นกับตัวเองออกมาแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปด้วยความรวดเร็ว เขาจะต้องทำให้อาการไข้ขึ้นของเจ้านายลดลงโดยเร็วที่สุด  

“คม โทรตามคุณหมอมาหน่อย เร็วๆ เลยนะ เจ้านายตัวร้อนจัดเลยว่ะ” เพียงเขาพูดจบแฝดอีกคนก็เดินลิ่วๆ ไปทันทีเพื่อจัดการตามที่น้องชายขอ

“เพราะดื่มเหล้าเยอะเมื่อคืนแน่ๆ เลย แล้วไหนจะอาการนอนไม่หลับและเคร่งเครียดมาหลายวันแล้วด้วยแน่นอนเลยที่ทำให้เจ้านายป่วยจนหมดสภาพแบบนี้” อากรบ่นออกมาด้วยความเป็นห่วง

“คม ฉันว่าเราโทรบอกคุณอิงดีกว่า เชื่อเถอะเจ้านายป่วยๆ แบบนี้ พวกเราอ้อนๆ คุณอิงเข้าหน่อย เดี๋ยวเธอก็มา เธอเป็นคนจิตใจดี อ่อนโยนแบบนั้น เชื่อสิ อ่ะ เริ่มจากนายก่อนเลย ไปโทรหาคุณอิงก่อน เร็วสิ” อากรผลักร่างของแฝดพี่ให้เดินไปที่โทรศัพท์ในห้องอีกครั้ง อาคมยึกยักอยู่สักพักสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ให้กับน้องชาย


***************



ปรางฉัตรวางโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กลงบนโต๊ะทำงานในห้อง ถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตกกับเรื่องที่รับรู้เมื่อครู่นี้ เธอจะทำอย่างไรดีล่ะ เขาป่วยอย่างนั้นเหรอ อาคมบอกว่าเขาเป็นเยอะมาก แต่เธอยังไม่อยากไปเจอหน้าเขาเลย เธอยังไม่อยากรับรู้ในตอนนี้ว่าเขามีใครอีกคนซุกซ่อนอยู่ตามที่เธอเข้าใจจริงหรือเปล่า แม้จะคิดไม่ตกแต่เธอก็ยังตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่าง หญิงสาวจึงลุกเดินออกไปนอกห้องทำงาน

“อ้าว คุณอิง มีอะไรให้พี่ทำหรือเปล่าคะ ทำไมไม่เรียกล่ะคะ เดินออกมาเองทำไมกันคะ” วิลาวรรณถามเจ้านายสาวทันทีที่ร่างบางเดินออกไปที่โต๊ะทำงานของเธอ

               “เปล่าค่ะ พี่วรรณ ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวอิงจะออกไปทำธุระข้างนอกนะคะ ถ้ามีงานอะไรด่วนเข้ามา หรือมีอะไรที่มันเร่งด่วนจริงๆ พี่วรรณโทรหาอิงได้ตลอดนะคะ อิงฝากด้วย อ้อ...อีกอย่างค่ะ ถ้าคุณพ่อเข้ามาที่นี่ในตอนบ่ายๆ ฝากช่วยเอาเอกสารสัญญางานครั้งก่อนที่เรายกเลิกกับคาร์เทียกรุ๊ปไปให้ท่านด้วยนะคะ บอกท่านว่ารายละเอียดที่เพิ่มเติมทั้งหมดอิงจะมาคุยกับท่านอีกครั้งนะคะ ขอบคุณมากค่ะพี่วรรณ อิงไปนะ” ปรางฉัตรส่งรอยยิ้มเหนื่อยๆ ไปให้เลขารุ่นพี่ แล้วหันหลังกลับเข้าห้องเก็บของใช้ส่วนตัวที่ต้องการแล้วกลับออกมาเดินเร็วๆ จากไปทันที

“เฮ้อ...รีบปานจะเหาะได้แบบนี้ สงสัยจังเลยว่าคุณอิงจะไปไหนน๊า...” วิลาวรรณรำพึงถามตนเองออกมาเบาๆ ด้วยความสงสัย


**************



ร่างบอบบางของปรางฉัตรเดินช้าๆ เข้าไปยังเตียงกว้างที่ครั้งก่อนเธอเคยยึดครองเป็นเจ้าของอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขณะที่มาค้างอยู่ที่คอนโดแห่งนี้ สายตาคมซึ้งที่มองทอดไปยังร่างของคนตัวสูงที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนั้นเผลอแสดงอาการห่วงใยออกมาเด่นชัดโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว แต่มันเป็นความรู้สึกที่ออกมาจากใจของเธอเองเท่านั้น หญิงสาวตัดสินใจนั่งลงที่ขอบเตียงนอนเบาๆ ไม่พยายามให้คนที่เป็นเจ้าของห้องรู้สึกตัวขึ้นมา ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาที่หลับสนิทเพราะอาการป่วยนั้นดูอ่อนวัยลงจนเธอเผลอเอื้อมมือบางไปแตะสัมผัสเบาๆ ด้วยความเผลอไผล แต่ความร้อนที่ออกมาจากผิวเนื้อของเขาทำให้คนตัวเล็กตกใจ

“พี่วิน เป็นมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย พี่วินคะเป็นอะไรไปคะ” ปรางฉัตรถามออกมาเบาๆ เสียงสั่น ลืมไปชั่วขณะว่าตนเองกำลังไม่พอใจคนตัวสูงอยู่ แต่คนที่เธอส่งเสียงเรียกนั้นก็ยังนอนเงียบกริบ

ปรางฉัตรลุกจากขอบเตียง เดินเร็วๆ เข้าห้องน้ำจัดการใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่มีอยู่เป็นประจำในห้องน้ำแช่น้ำไว้ในกะละมังสีเงินใบเล็กแล้วถือเดินกลับออกมาหาคนตัวสูงที่นอนอยู่บนเตียงทันที บิดน้ำจนหมาดแล้วเช็ดบริเวณใบหน้าหล่อเหลาแต่ซีดเซียวนั้นเบาๆ แล้วเลื่อนไปจนทั่วใบหน้าและซอกคอ เพื่อลดความร้อนจากอาการป่วยที่อีกคนเป็นอยู่นั้นให้ลดลง

“อือ...หนาว หนาวจัง” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ ตอนแรกเธอฟังไม่รู้เรื่องเพราะเขาเงียบไปอีกครั้ง แต่พอเสียงทุ้มดังขึ้นอีก หญิงสาวตั้งใจก้มใบหน้าลงไปฟังใกล้ๆ ริมฝีปากของเขาจึงได้ยินเสียงนั้นชัดเจน

“พี่วิน อิงอยู่เป็นเพื่อนนะคะ เดี๋ยวถ้าดีขึ้นแล้วอิงก็จะกลับ แต่ตอนนี้พี่วินเป็นแบบนี้อิงรู้สึกไม่ดีเลย” หญิงสาวพูดเบาๆ ได้ยินเพียงเสียงของตนเองเท่านั้น แต่สายตาคมของอีกคนที่รู้สึกตัวขึ้นมาเพราะเขาฝันว่าเธอมาหาเขาและดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี ไม่มีอาการโกรธเคืองหรืองอนเขาอีกแล้ว ทำให้คนป่วยที่ยังอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นคิดว่าตัวเองยังอยู่ในห้วงความฝัน

มือใหญ่ที่วางไว้ที่เอวบางของเธอเฉยๆ ก่อนหน้านี้ จึงขยับรัดร่างอรชรเข้าหาตัวเองแนบแน่น ตาคมหรี่ปรือมองหน้าหวานที่อยู่ในห้วงคำนึงอย่างหลงใหล เขาไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าคนที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดของเขาตอนนี้นั้นคือตัวจริงของเธอ เขามองเห็นเพียงหญิงสาวหน้าหวานที่เขาแสนรักเท่านั้นเอง

“อิง อิงเหรอ อิงไม่พอใจพี่เรื่องอะไร โกรธพี่ทำไม บอกหน่อยได้ไหม...” เสียงถามทุ้มแหบของคนป่วยเพราะอาการเจ็บคอ หญิงสาวหันมองใบหน้าเขาทันที ก็เห็นเพียงตาคมนั้นค่อยๆ หลับลงอีกครั้ง แต่แรงรั้งที่ดึงร่างของเธอให้ซบตามลงไปบนอกแกร่งของเขานั้นเหมือนไม่ใช่คนป่วยเลยสักนิดเดียว หญิงสาวพยายามจะขืนตัวเองไม่ให้ซบลงไปตามที่เขาดึงแต่ก็ขืนตัวเอาไว้ไม่ไหวจึงยอมลงไปซบแก้มนวลลงบนอกแกร่งนั้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว

“คิดถึงอิงจังเลย คนใจร้าย โกรธพี่ทำไมก็ไม่บอก ไม่มีเหตุผลสักนิด” เสียงทุ้มแหบต่อว่าต่อขานออกมาเบาๆ แต่ตาคมก็ยังปิดสนิทเหมือนเดิม หญิงสาวยกมือบางขึ้นหมายจะทุบลงบนร่างของเขาแรงๆ เธออยากต่อว่าต่อขานเขานักว่าใครกันแน่ที่ทำให้เธอเสียใจ และไม่สบายใจ ใครกันแน่ที่ไม่จริงใจกันก่อน แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาพูดไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็เงียบไปอีก คราวนี้ลมหายใจร้อนๆ ของคนป่วยสม่ำเสมอ แสดงให้รู้ว่าเขาหลับสนิทไปอีกครั้งแล้ว

ปรางฉัตรพยายามจะปลดแขนแข็งแรงของคนตัวสูงออกจากร่าง พยายามผลักพันธนาการนั้นออกไปแต่ก็ทำไม่สำเร็จ สุดท้ายคนตัวบางจึงปล่อยเลยตามเลย แล้วเคลิ้มหลับตามคนป่วยไปด้วย ทั้งๆ ที่ยังเป็นแค่เวลาสายๆ ของวันเท่านั้นเอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha