ปรารถนามังกร

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ตอนที่ 1 : บทที่ 1 หายนะของเทพน้อย


ตอนต่อไป

บทที่ 1

หายนะของเทพน้อย

 

 

หากสวรรค์ไร้เมตตาต่อทุกสรรพสิ่งเพียงนี้ แล้วจะมีสวรรค์ไว้เพื่ออันใด ไยท่านเทพไม่ลงมาดูนายของข้าบ้างเล่า นายของข้ากำลังเจ็บปวด พวกท่านไม่สงสารนายท่านของข้าบ้างหรือ

บ่อยครั้งตั้งแต่อิ๋นหลิงยังเยาว์วัย มักได้ยินเสียงชายชรากล่าวตำหนิสวรรค์อยู่หลายประโยคหลังจากได้ร่ำเรียนวิถีต่อสู้กับเจ้าสวรรค์อย่างหนักหนาสาหัส ตอนนั้น นางยังเป็นเพียงเซียนตัวน้อย ได้รับการถ่ายโอนพลังจากเจ้าสวรรค์จนขึ้นเป็นเทพชั้นสูง ครั้นสำเร็จวิชาก็เริ่มได้ยินประโยคนี้แล้ว และนับวันก็ยิ่งได้ยินบ่อยมากขึ้น

หนึ่งวันในแดนสวรรค์ นางได้ยินไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

อิ๋นหลิงคาดเดาว่าเสียงนั้นคงอยู่ในแดนมนุษย์ เพราะหนึ่งวันบนสวรรค์คือหนึ่งปีในแดนมนุษย์ แต่ชายชราจะรู้หรือไม่ว่าเสียงของเขารบกวนนางตลอดทุกยามกระทั่งยามพักผ่อน ทำให้นางรู้สึกอิจฉาเทพเซียนองค์อื่นยิ่งนักที่ไม่ได้ยินคำรำพึงประหนึ่งจะขาดใจตาย

แต่เดี๋ยวก่อน

หากว่านางเคยได้ยินมานานแล้ว นี่ไม่นับว่าผ่านมาหลายร้อยปีแล้วหรือ เช่นนั้น ชายชราผู้นั้นที่อยู่โลกมนุษย์ก็มีอายุมากแล้วสิ มากกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปเสียด้วยซ้ำ เขาเป็นใครกันแน่ถึงได้เรียกให้นางไปดูนายของเขา

อิ๋นหลิงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ เพราะนางมิมีโอกาสได้ลงไปดูกับตาว่าเป็นเช่นไร จึงได้แต่ทนฟังคำบริภาษสวรรค์ต่อไปอีกหลายวัน

จากนั้น เสียงชายชราก็เงียบไปถึงสามชั่วยาม แล้วก็ดังขึ้นในอีกขณะที่อิ๋นหลิงกำลังจัดผ้าห่มเตรียมเข้านอน

ข้าเกลียดสวรรค์ ชิงชังความหมางเมินต่อผู้คนยิ่งนัก!

เอาอีกแล้ว!

จนในที่สุด เสียงชายชราผู้นั้นก็ทำให้นางอดทนจะนั่งฟังอยู่อย่างเดียวมิได้ เกิดอยากไปดูให้เห็นกับตาว่านายของเขาทรมานเจียนตายเพียงใด

มีแต่ประโยคของคนผู้เดียวกล่าวด้วยจิตใจเกลียดชังอันแรงกล้าส่งผ่านมาตลอดทุกชั่วยาม นางอยากรู้นักว่าเขากำลังประสบทุกข์ตรมอันใด ถึงได้เอาแต่ชิงชังสวรรค์ไม่หยุดหย่อน

แต่นางก็ได้แค่คิด มิมีโอกาสก้าวออกไปจากสวรรค์ง่ายดายเพียงนั้น เจ้าสวรรค์เคร่งครัดกับนางมาก แค่จะไปเยี่ยมเยือนเจ้าสมุทรประจิมในพิธีงานอันสำคัญ นำของล้ำค่าไปแสดงน้ำใจ ยังต้องสั่งให้ทหารเซียนตามไปเป็นร้อยๆ จนงานของเจ้าสมุทรกร่อย เช่นนี้จะเป็นอิสระ ไปมาเพียงลำพังได้อย่างไร

เมื่อทำอันใดมิได้ เช่นนั้นก็นอน

หลังจากตื่นนอน อิ๋นหลิงสวมอาภรณ์สีขาวทับด้วยสีแดงโปร่ง ขับเน้นผิวกายผุดผ่องงดงาม ครั้นแต่งตัวเหมาะสมเป็นอันเรียบร้อย นางก็พลันตรงดิ่งไปยังท้องพระโรง หมายจะเล่าความเป็นไปเป็นมาที่นางประสบอยู่ตอนนี้ให้เจ้าสวรรค์ฟัง

อิ๋นหลิงร่อนกายลงยังหน้าท้องพระโรง แต่กลับมีทหารเซียนปรี่เข้ามาขวางพลางประสานมือนอบน้อม

องค์หญิงอิ๋นหลิง ขณะนี้ เจ้าสวรรค์กำลังหารือเรื่องงานเลี้ยงเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสวรรค์กับประมุขชาวอสูร หากมีธุระอันใด องค์หญิงน้อยโปรดรออีกสักหน่อยเถิด

อารมณ์ดีๆ ของนางสลายไปพลัน เพียงได้ยินคำว่าชาวอสูรความเกลียดชังในใจก็ผุดขึ้น อิ๋นหลิงมองผ่านทหารเซียนหนุ่มไปยังด้านใน สบเข้ากับแววตาเปี่ยมสุขของเจ้าสวรรค์

ประมุขชาวอสูรหรือจะหารือเรื่องเชื่อมสัมพันธไมตรี หากไม่เพราะหวังผลประโยชน์ เขาจะมาให้เสียเวลาไปไย หรือไม่ก็คิดจะยึดครองสวรรค์อีกแห่งก็เป็นได้ จะเป็นมิตรที่ดีต่อกันได้อย่างไรอิ๋นหลิงกล่าวอย่างไร้ไมตรีต่อชาวอสูร ถอนหายใจระอาอย่างไม่ปิดบังอาการ

ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจทหารเซียนได้ยินก็ยิ้มเจื่อน เห็นชาวอสูรเดินทางมาถึงแดนสวรรค์แล้วก็มิอาจประเมินฝ่ายนั้นได้ว่าพวกเขามีอุปนิสัยเป็นเช่นไร กำลังคิดจะทำการใด จึงไม่กล้าตัดสินพวกเขาในระยะเวลาสั้นๆ

แม้เจ้าสวรรค์จะปรองดอง แต่สำหรับอิ๋นหลิง พวกเขาคือศัตรูที่นางไม่มีวันให้อภัย แม้จะผ่านไปหลายพันปีแล้วก็ตาม คนที่สังหารบิดามารดาของนางก็ยังเป็นชาวอสูรเหล่านี้ไม่เปลี่ยนแปลง นางรู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความต้องการของเจ้าสวรรค์ ถึงได้อนุญาตให้ประมุขอสูรมาเยือน ไม่เข้าใจว่าพระองค์ทรงคิดอะไรอยู่

แต่ก็เอาเถิด ข้าจะกลับไปก่อนแล้วค่อยมาใหม่ เกรงว่าเจอหน้าชาวอสูรจะทำให้อึดอัดใจเสียเปล่าวันนี้ไม่เหมาะจะบอกเล่าเรื่องของนางแล้ว มีแขกมาเยือน ความเป็นส่วนตัวของเจ้าสวรรค์ก็แทบจะไม่มี

อิ๋นหลิงหมุนกายก้าวออกไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เดินทอดน่องครุ่นคิดเรื่องที่เจ้าสวรรค์จะปรองดองกับชาวอสูรไปเรื่อยเปื่อย

จู่ๆ ก็มา เขาคิดจะทำอันใดกันแน่ ประมุขอสูร

อิ๋นหลิงเดินไปอย่างไร้จุดหมาย ยิ่งคิดเรื่องนี้ก็ยิ่งกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก พอดีกับที่สายตาสบเข้ากับเทพชะตาซื่อมิ่งตรงทางเดิน นางอยู่ในชุด
สีขาวพลิ้วไสวปักด้วยดิ้นสีเงินเป็นลายนกกระเรียนเยื้องย่างที่ทำขึ้นจากไหมชั้นดี ณ ทะเลทางใต้ ดูเป็นเทพธิดาผู้อรชรงดงามยิ่ง ก็นึกถึงเสียงชายปริศนาจากแดนมนุษย์ อยากไปขอให้ซื่อมิ่งช่วย

ไม่แน่ว่าซื่อมิ่งอาจรู้อะไรบ้างก็เป็นได้ เพราะนางเขียนเรื่องราวอันรันทดระทมของมนุษย์มามาก อาจจะเป็นซื่อมิ่งเนี่ยแหละที่เขียนให้ชายชราต้องคร่ำครวญ

ซื่อมิ่ง ข้าอยากถามอะไรท่านหน่อย พอจะว่างหรือไม่

ซื่อมิ่งหอบตำราชีวิตมนุษย์ที่เขียนโดยฝีมือนางเองเดินมาอย่างอิหลักอิเหลื่อ อิ๋นหลิงจึงช่วยถือให้ครึ่งหนึ่ง

มีอันใดหรือองค์หญิงน้อยไม่รู้ว่าองค์หญิงอิ๋นหลิงมีธุระอันใดสำคัญจึงรีบตอบรับ แม้จะมีงานเขียนชะตารออยู่เป็นกองสูงท่วมหัวก็ตาม

อิ๋นหลิงเหลียวหามุมเงียบแล้วดึงซื่อมิ่งมาด้วย ถามด้วยสีหน้าจริงจัง

ซื่อมิ่ง ท่านเคยเขียนชะตาให้ใครกล่าวโทษสวรรค์หรือไม่?”

ครั้นได้ยินคำถามอันแปลกประหลาดของอิ๋นหลิง ซื่อมิ่งถึงกับผงะด้วยความตกใจ รีบกล่าวเสียงกระซิบ ด้วยกลัวว่าจะมีใครมาได้ยินเข้าจะเป็นเรื่องที่ตนอาจเสียหายได้

องค์หญิงน้อย ข้าน้อยเพียงแต่เขียนวิบากกรรมสุขทุกข์เท่านั้น มิอาจใส่ประโยคพูดเหล่านั้นลงไปได้

เช่นนั้นก็หมายความว่าซื่อมิ่งอาจจะไม่รู้ว่าคนที่ก่นด่าสวรรค์เป็นใคร และเป็นไปได้ว่าเจ้าสวรรค์ก็อาจจะไม่รู้เหมือนกัน คิดจะขอให้เจ้าสวรรค์ช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ พระองค์ก็คงไม่ว่างพอจะช่วยนาง ด้วยว่าจะมีงานเลี้ยงสานสัมพันธ์นั่น ถ้าอย่างนั้น งานของเจ้าสวรรค์คงจะยุ่งมากแน่ๆ เห็นที 
อิ๋นหลิงคงต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง

นางเพิ่งนึกได้ว่าเรื่องของตนเองก็ควรจัดการด้วยตนเองถึงจะถูก

ขอบคุณซื่อมิ่ง หมดธุระแล้วข้าขอตัว

อิ๋นหลิงทำท่าจะตีจากไปเสียดื้อๆ ทั้งที่ซื่อมิ่งยังไม่เข้าใจว่าด้วยเหตุใดองค์หญิงน้อยถึงได้ถามคำนี้ จึงรีบรั้งไว้เพื่อถามบ้าง

เดี๋ยวก่อนองค์หญิงน้อยซื่อมิ่งเว้นช่วง รอจนองค์หญิงน้อยหมุนตัวกลับจึงถามไปว่าไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องข้องใจอันใด หากข้าน้อยช่วยได้ก็ยินดีจะช่วยเหลือดูจากแววตาขององค์หญิงน้อยอาจจะมีเรื่องทุกข์ใจอยู่ก็เป็นได้ เรื่องของผู้อื่น ซื่อมิ่งรู้ดีนัก นางมั่นใจว่าต้องช่วยแก้ปัญหาให้ได้แน่นอน

อิ๋นหลิงหันกลับมาด้วยรอยยิ้มข้าอยากดูหนังสือชะตาที่ท่านเขียนได้หรือไม่

หนังสือชะตาที่อิ๋นหลิงคิดว่าไม่แน่อาจจะมีบันทึกเรื่องราวของชายชราผู้นั้นก็เป็นได้ หากลองหาดูก็อาจจะเจอ แต่ซื่อมิ่งไม่ยอม นางรีบหอบหนังสือชะตาในมือองค์หญิงน้อยกลับคืน

ความลับสวรรค์ไม่อาจเปิดเผย ขออภัยองค์หญิงน้อยที่ข้าน้อยให้ท่านดูไม่ได้จริงๆ "

อิ๋นหลิงยิ้มค้าง นึกว่าเทพชะตาจะไม่ปฏิเสธรวดเร็วถึงเพียงนี้

"อ้อ ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ" แม้ใจอยากอ่าน แต่เจ้าของเขาไม่อนุญาต นางจะดื้อรั้นได้อย่างไร กระนั้นจึงทำเป็นเข้าใจ กล่าวอย่างไม่คิดมาก

ซื่อมิ่งลำบากใจอยู่เล็กน้อย ด้วยรู้จักองค์หญิงน้อยมานาน มองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าฝืนยิ้มส่งมา ดูจากสายตามีหรือว่าจะเข้าใจอย่างที่พูดจริงๆ

องค์หญิงน้อยเป็นเช่นนี้ ซื่อมิ่งก็จนใจ "แต่ถ้าหากลองเล่าเรื่องที่ท่านหนักใจมาตอนนี้ มีเหตุผลเข้าท่าหน่อย ข้าน้อยอาจจะเปิดให้ดูสักครั้ง

ดวงตาอิ๋นหลิงเปล่งประกายเจิดจรัส ครั้นจะเล่าเรื่องแต่ไม่ทันจะเปล่งเสียงออกแม้ครึ่งคำ ทหารเซียนได้มุ่งหน้าตรงมายังพวกนางก่อนเสียนี่

องค์หญิงอิ๋นหลิง เจ้าสวรรค์มีรับสั่งให้ข้าน้อยมาตามท่านไปเข้าเฝ้าขอรับ เชิญ

อิ๋นหลิงมองทหารเซียนด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ในใจกลับร้อนรุ่ม ปลายนิ้วสั่นเทา นี่เป็นช่วงเวลาที่ชาวอสูรกับชาวสวรรค์สนทนากันมิใช่หรือ อีกทั้งเจ้าสวรรค์ก็รู้ว่านางมีอคติกับอสูรพวกนั้น เหตุใดถึงได้เรียกนางให้ไปพบ

แม้ในใจองค์หญิงน้อยอยากปฏิเสธไม่อยากข้องเกี่ยวเพียงไร ในเมื่อเป็นคำสั่งของเจ้าสวรรค์ที่เป็นผู้มีเมตตาเลี้ยงดูนางมาตั้งแต่ยังเล็ก นางหรือจะกล้าขัด อีกทั้งไม่อาจทำให้เจ้าสวรรค์เสื่อมเสียพระเกียรติต่อหน้าผู้อื่นได้ กระนั้น นางจำใจต้องไป

อิ๋นหลิงตอบกับทหารเซียนได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แล้วหันมากล่าวกับซื่อมิ่งเอาไว้ข้าเสร็จเรื่องจากท้องพระโรงจะไปพบ ถึงตอนนั้นจะเล่าให้ฟังชนิดหมดเปลือกเชียวละ

ซื่อมิ่งยิ้มพลางพยักหน้า จากนั้น ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายตามเดิม

 

อิ๋นหลิงเข้ามายังท้องพระโรง ไม่ลืมคำนับเจ้าสวรรค์ด้วยมารยาท นางชำเลืองมองไปยังชาวอสูรที่เป็นปฏิปักษ์ในใจ

สายตาเหล่าชาวอสูรทรยศกลุ่มนั้นมีความถือดีไม่น้อย ถึงในใจของนางจะชิงชังต่อความหยิ่งผยองนี้อย่างไรก็ยังฝืนปั้นยิ้มไม่จริงใจส่งให้

ชาวอสูรโค้งกายตอบกลับตามมารยาท

ทว่า อิ๋นหลิงคิดว่าพวกเขาเสแสร้ง ใบหน้างดงามของนางก็พลันบึ้งตึงใส่ชนิดไม่ปิดบัง

ชาวอสูรจิตใจหยาบกระด้าง ยังจะกล้ามาตีหน้าซื่อกับนางอีก อดีตกาล พวกเขาเคยทำอะไรไว้ นางไม่เคยลืม แต่คนพวกนี้กลับทำตัวราวกับเรื่องในตอนนั้นเป็นเพียงหลับฝันไปตื่นหนึ่ง ซ้ำยังกล้ามาถึงแดนสวรรค์เพื่อทำสัญญาผูกไมตรี

หน้าด้านเสียจริง!

เจ้าสวรรค์เหลือบมองหลานบุญธรรมที่กำลังส่งสายตาอาฆาตไปหาชาวอสูรอย่างแรงกล้า แต่รอยยิ้มของอิ๋นหลิงงดงามก็พอช่วยกลบเกลื่อนท่าทีเกลียดชังไปได้บ้าง เจ้าสวรรค์เห็นนางแค่แสร้งยิ้มก็ลอบถอนหายใจเบาๆ พระองค์ทรงรู้ดีว่ารอยยิ้มนั้นซ่อนความคิดในใจไว้อย่างไร แต่วันนี้ พระองค์คงต้องบอกกล่าวให้หลานคนโปรดได้รู้ ต่อไปจะได้ทำตัวใหม่ได้ถูก

อิ๋นหลิง บุรุษที่อยู่ต่อหน้าเจ้า นามว่าเสี่ยนจู้ เป็นประมุขปกครองดินแดนอสูรแทนประมุขคนเก่ามาหลายพันปี ที่เรียกเจ้ามาในวันนี้เพื่อจะบอกว่า พรุ่งนี้จะมีงานเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสวรรค์กับชาวอสูร และในอดีตนั้น ตัวเจ้าได้ทำสัญญาหมั้นหมายกับเจ้าประมุขคนเก่าไว้ ทว่าตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ใด หรือดวงจิตอาจจะแตกดับไปแล้วก็เป็นได้ ดังนั้นประมุขเสี่ยนจู้ที่ปกครองแดนอสูรแทนจะเป็นคนสานต่อสัญญาหมั้นหมายเอง และหลังจากจบสิ้นงานอันเป็นมงคลที่จะเกิดขึ้นในอีกยี่สิบวันข้างหน้าแล้ว เจ้าอาจจะต้องย้ายไปอยู่ที่วังของชาวอสูร ร่วมกันปกครองพสกนิกรทางนั้น

ใบหน้าองค์หญิงน้อยแข็งทื่อ ร่างกายรู้สึกชาไปทั่วทั้งร่าง ราวกับเทพอสนีฟาดสายฟ้าผ่าใส่กลางศีรษะ

จะให้นางแต่งงานกับชายผู้นี้น่ะหรือ ชายที่ทำลายครอบครัวของนางจนตายจากไป เช่นนั้นไม่ฆ่านางเสียเลยเล่า นางยอมตายดีกว่าต้องไปเป็นของคนชั่วช้าอย่างชายผู้นี้

เป็นเพราะเสี่ยนจู้ก่อกบฏจึงเกิดสงครามแย่งชิงบัลลังก์ ด้วยความอยากเป็นใหญ่ในแดนอสูรจึงมีแต่ความเดือดร้อนกระจายไปทุกหย่อมหญ้า

หากประมุขอสูรคนก่อนไม่ติดที่ต้องช่วยเหลือสรรพชีวิตให้หนีรอดปลอดภัยจากการเผาบ้านเรือนของพวกกบฏ เสี่ยนจู้หรือจะมายืนอยู่จุดนี้ได้

และที่อิ๋นหลิงยังอยู่อย่างมีความสุขได้จนถึงวันนี้ มิใช่เพราะท่านประมุขอสูรคนเก่าช่วยนำนางมาฝากเจ้าสวรรค์ดูแลหรืออย่างไร แม้ว่าจดจำใบหน้าของเขาไม่ได้ แต่การกระทำติดอยู่ในใจไม่เคยเลือนราง

แล้วเจ้าสวรรค์คิดอย่างไรถึงส่งนางกลับไปสู่ความเจ็บปวดอีก

องค์หญิงน้อยพลันคุกเข่าเพื่อกล่าวขอร้องเจ้าสวรรค์ให้เปลี่ยนพระทัย

ฝ่าบาท อิ๋นหลิงเพิ่งเป็นเทพตัวน้อยได้ไม่นาน กำเนิดมาได้ไม่กี่ปี ยังเด็กเล็กนัก ไหนเลยจะรู้จักเรื่องราวของผู้ใหญ่ โปรดพิจารณาใหม่ด้วยเถิด

เจ้าสวรรค์อ้ำอึ้ง หลานบุญธรรมนับว่าเป็นหน้าเป็นตาของสวรรค์ คิดอย่างไรถึงกล่าวปฏิเสธฝ่ายตรงข้ามโดยไม่พิจารณาให้ดี เช่นนี้ไม่เท่ากับหักหน้าพระองค์และพวกเขาอีกฝ่ายหรอกหรือ ประมุขเสี่ยนจู้มีนิสัยโหดเหี้ยม หากอิ๋นหลิงทำให้ผิดใจเขาขึ้นมา สวรรค์จะมิต้องพังพินาศหรืออย่างไร อย่างไหนที่เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงมิใช่วู่วามกล่าวคำไม่ยั้งคิดอย่างนี้

องค์หญิงอิ๋นหลิง อย่ากังวลไปเลยต่อให้ท่านยังเด็กกว่านี้อีกสักแปดถึงเก้าร้อยปี ข้าเสี่ยนจู้ก็ไม่ถือเจ้าประมุขเสี่ยนจู้แห่งวังอสูรเข้ามาใกล้
องค์หญิงน้อยอย่างรวดเร็ว ถือสิทธิ์กุมมือเรียวจะปลอบขวัญ ทว่ามิทันได้รวบนิ้วอันงดงามของนางไว้มั่น อิ๋นหลิงก็ชักมือหนีพร้อมตวัดสายตาเย็นเยียบไปจ้องแทน

นางยิ้มประชด กัดฟันเอ่ยเสียงกระซิบข้ากังวลและถือด้วย โดยเฉพาะกับท่าน ท่านเสี่ยนจู้

ยิ้มบนริมฝีปากของเสี่ยนจู้ค่อยๆ เลือนหาย นางไม่ชอบเขามากเลยหรือถึงได้ทำเป็นหมางเมินถึงเพียงนี้

เจ้าสวรรค์ส่ายหน้า ดูท่าอิ๋นหลิงจะดื้อรั้นและใจแข็งยิ่งกว่าที่คิดไว้นัก

อิ๋นหลิง เรื่องนี้ ผู้ใหญ่หารือกันแล้ว เจ้ามิอาจปฏิเสธได้ มีแต่ต้องอยู่เตรียมตัวเพื่อเข้าพิธีเท่านั้น อย่าดื้อดึงเลย

หัวใจองค์หญิงน้อยสลาย นางมองเจ้าสวรรค์ด้วยสายตาตัดพ้อ

พระองค์รักและเอ็นดูนางยิ่งกว่าหลานแท้ๆ ในพระองค์เสียอีก ไหนเลยจะอยากทำร้ายจิตใจด้วยการส่งไปแต่งงานเช่นนี้ หากไม่ติดที่ประมุขแดนอสูรปรารถนาอยากแต่งงานกับอิ๋นหลิงจริงๆ อย่างที่ปากบอกว่าเขารักและชอบนาง และสัญญากับเจ้าสวรรค์ว่าจะดูแลนางเป็นอย่างดี มิเช่นนั้น พระองค์จะยินยอมปลงใจยกให้ง่ายดายได้อย่างไร

นั่นล้วนเป็นเพราะสัจจะของเจ้าประมุขอสูรที่กล่าวแล้วมิอาจคืนคำ วาจาของผู้เป็นใหญ่มั่นคงดั่งขุนเขา หากเขากล่าวไม่จริงจังจะปกครองแดนอสูรจวบจนบัดนี้ได้หรือ เสี่ยนจู้แสดงน้ำใจ เอาศักดิ์ศรีของชาวอสูรเป็นเครื่องยืนยันหนักแน่นเพียงนี้ พระองค์คงต้องมีแต่ต้องยกให้โดยไร้ข้อโต้แย้ง

สุรเสียงของเจ้าสวรรค์ทำให้อิ๋นหลิงรู้สึกว่าตนเองพบเจอทางตัน และไม่มีผู้ใดช่วยเหลือนางได้

เช่นนั้น อิ๋นหลิงจะยอมแต่งกับคนที่เคยหมั้นหมายไว้เท่านั้น ไม่ควรให้ใครมาทำเรื่องนี้ทดแทนอิ๋นหลิงยืนกรานอย่างเดิม

อิ๋นหลิง บังอาจนัก!เจ้าสวรรค์ขึ้นเสียงต่อให้เป็นประมุขคนเก่าแล้วอย่างไร ตอนนี้ไม่มีใครเหมาะสมได้เท่าประมุขเสี่ยนจู้อีกแล้ว หากยัง
ดื้อดึง ไม่เห็นแก่หน้าข้าอีก ข้าจะสั่งขังเจ้าจนกว่าจะถึงวันพิธี!!

เสี่ยนจู้เห็นอิ๋นหลิงถูกตำหนิอย่างรุนแรงก็รีบเอ่ยแทรก

เจ้าสวรรค์ องค์หญิงน้อยยังเด็ก โปรดอย่าถือสา ข้าเสี่ยนจู้ไม่อยากเห็นนางโดนท่านดุ

เห็นประมุขแดนอสูรออกหน้าช่วยเหลือ เจ้าสวรรค์จึงคลายอารมณ์ลง มองไปยังอิ๋นหลิงแล้วกล่าวติเตือน

ดูเอาเถิด ประมุขเสี่ยนจู้ห่วงใยเจ้า กลัวว่าข้าจะพูดให้เจ้าเสียใจ แล้วอย่างนี้ยังจะดันทุรังเพื่ออะไร คนที่จะดูแล เป็นห่วงความรู้สึกของเจ้าได้เท่าเขามีที่ไหน


---------------------------

ขอแนะนำเรื่องนี้ค่ะ ได้รับความนิยมจาก MEB BOOK ได้รับความนิยม จนติดอันดับหน้าขายดีในหมวดจีนโบราณ หน้า1และ2ตลอด20วันนี้ ราคาคุ้มกับเนื้อหามาก ลองอ่านดูนะคะ

#



ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha