ปรารถนามังกร

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ตอนที่ 3 : บทที่3 ซวยซ้ำซวยซ้อน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่3

ซวยซ้ำซวยซ้อน

 

ซื่อมิ่งพูดไม่ออก องค์หญิงน้อยใจร้อนเหลือเกิน พบเห็นกันมาตั้งแต่ยังเด็กเล็ก พอรู้อยู่บ้างว่าองค์หญิงน้อยเป็นคนใจร้อน คิดอย่างไร จะทำอย่างไร ล้วนแต่คิดและทำในทันที เช่นนี้ทำใจลำบากนัก

ซื่อมิ่งรู้ว่าขัดความตั้งใจของนางมิได้ จึงตั้งใจขบคิดให้ถ้วนถี่ พลางเหลียวมองใบหน้าของอิ๋นหลิงที่ดูแข็งตึง

แต่ไหนแต่ไร องค์หญิงน้อยล้วนอ่อนน้อมอ่อนหวาน ยิ้มง่ายและเข้ากับเทพองค์ใดก็ง่าย เว้นเสียแต่ยามที่นางโกรธ ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นจะแข็งตึงแววตาเด็ดเดี่ยวอย่างที่เป็นเช่นนี้ขึ้นมาในทันที ครั้งนี้หากมิให้นางลงไปตามที่หมายมาดปรารถนา คงจะได้เห็นการเปิดศึกระหว่างองค์หญิงน้อยกับประมุขอสูรเสี่ยนจู้เป็นแน่

และไม่แน่ นิสัยแพ้แล้วพาลของประมุขเสี่ยนจู้อาจจะลากผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมปัญหาในครั้งนี้จนเกิดเรื่องใหญ่โตก็เป็นได้ ดูจากเขาที่
ก่อกบฏกับทายาทมังกรดำเถิด เขายังกล้าเผาบ้านเรือนชาวอสูรด้วยกันจนย่อยยับได้ นับประสาอะไรกับดินแดนสวรรค์กัน

เมื่อขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ก็ตัดสินใจได้ เทพชะตาหันไปร่ายคำพูดตักเตือนยาวเหยียด

องค์หญิงน้อย ท่านในสายตาผู้อื่นนับว่ายังเด็กนัก จะเอาตัวรอดในแดนมนุษย์เป็นเรื่องยากเย็นยิ่ง จิตใจของคนยากจะหยั่งถึง ดีไม่ดี ท่านจะถูกมนุษย์หลอกเอาก็เป็นได้ อีกทั้งท่านก็ไม่อาจใช้พลังทำร้ายผู้คนได้ด้วย มิเช่นนั้น ท่านจะถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจ แล้วข้าน้อยก็ไม่ว่างพอจะดูแลท่านให้ปลอดภัยได้ตลอดเวลา แต่ถ้าท่านมั่นใจว่าเอาตัวรอดได้ ข้าน้อยก็ไม่ขัดประสงค์ จะลองส่งท่านไปตามหามังกรดำผู้นั้นดู แต่ข้าน้อยไม่สนับสนุนให้ท่านหนีปัญหา มีอันใดก็ต้องเผชิญหน้าถึงจะถูก เรื่องราวของเทพเซียนเป็นสวรรค์เหนือสวรรค์เป็นผู้กำหนด หากท่านอยากขอให้เขาช่วย ก็โปรดตามหาเขาให้พบก่อนวันแต่งงาน จะยินยอมหรือไม่

องค์หญิงน้อยเห็นทางออกจึงรีบพยักหน้ารับปากอย่างรวดเร็ว

ข้าจะไปตามหาเทพมังกรดำ ทำตามที่ซื่อมิ่งบอกทุกประการ

ซื่อมิ่งลุกเดินไปยังตู้ไม้ข้างผนัง หยิบกล่องสีดำไร้ลวดลายวางต่อหน้าอิ๋นหลิง และเปิดกล่องออกทีละส่วนจนพบยาสองเม็ด หนึ่งสีขาวสว่างตาทอแสงราวกับดวงดาว แต่อีกเม็ดหนึ่งกลับแตกต่างจากเม็ดแรก มีสีดำสนิทดุจกับน้ำหมึก

นางหยิบเม็ดสีดำยื่นส่งให้องค์หญิงอิ๋นหลิงกำชับว่านี่คือยาสะกดพลังเทพ หากท่านกินจะกลายเป็นมนุษย์ ไม่มีพลังของเทพ ส่วนอีกเม็ดที่เป็นสีขาวนี้ ข้าน้อยจะเก็บไว้ให้ท่านคืนพลังในวันหน้า ท่านต้องตามหามังกรผู้นั้นให้พบโดยเร็วก่อนจะถึงวันแต่ง แต่หากไม่พบ องค์หญิงน้อยต้องยอมรับในโชคชะตา กลับมาเข้าพิธีแต่โดยดีได้หรือไม่

ได้ๆอิ๋นหลิงทุ่มเทความหวังไปยังโลกมนุษย์หมดแล้วจึงรับปากแบบขอไปที

 

หลังจากที่อิ๋นหลิงกินยาสะกดพลังเทพกลายเป็นมนุษย์ไร้ซึ่งพลังฤทธิ์เดช ซื่อมิ่งจึงลงมาส่ง กระนั้นก็ยังไม่ลืมจะกำชับว่า หากครบกำหนดแล้วต่อให้ไม่พบอดีตประมุขอสูรก็จงให้รีบกลับไป และอีกอย่างหากเจ้าสวรรค์ทรงทราบว่าองค์หญิงน้อยไม่อยู่บนสวรรค์อาจจะกริ้วมาก อาจจะถ่ายทอดคำสั่งให้ทหารเซียนมาจับตัวกลับไปขังก็เป็นได้

แต่อิ๋นหลิงมั่นใจว่านางจะต้องไม่ถูกทหารเซียนจับตัวกลับไป และพวกเขามิมีโอกาสได้ล่วงรู้ก่อนที่นางจะกลับถึงสวรรค์อย่างแน่นอน จึงรับปากเทพชะตาท่าทางมั่นอกมั่นใจเต็มเปี่ยม

ล่ำลาเสร็จ ก็ได้เวลาอิ๋นหลิงจึงออกเดินทางไปตามหาดินแดนบริสุทธิ์ตามที่ซื่อมิ่งได้บอกไว้ ว่าเทพมังกรดำใช้ปราณอันบริสุทธิ์ช่วยชำระล้างพิษในกาย กระนั้นแล้ว หากที่ไหนมีปราณอันบริสุทธิ์กระจายอยู่ ไม่แน่ว่าอาจจะได้พบเขาก็เป็นได้

กระนั้นเมื่อพลังเทพของอิ๋นหลิงถูกผนึกจึงมิอาจล่วงรู้ว่าปราณบริสุทธิ์นั้นอยู่ที่ใด เทพชะตาจึงยอมอ่อนข้อให้บางส่วน ยอมเขียนแผนที่ให้อิ๋นหลิงไว้ใช้ในการเดินทาง

แต่แล้วคำพูดของซื่อมิ่งที่ตักเตือนอิ๋นหลิงไม่ทันพ้นหนึ่งเดือนด้วยซ้ำ กลับเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นโดยมิทันตั้งตัวเสียนี่

นางจำได้รางๆ ว่าหลังจากที่เดินทางตามหามังกรดำจนเหนื่อยจึงไปล้างหน้าที่ลำธารคลายร้อน ได้พบขบวนพ่อค้าวาณิชกลุ่มหนึ่งกำลังพักผ่อนเอาแรงอยู่บริเวณใกล้ๆ มีเกวียนอัดแน่นด้วยข้าวของคลุมทับด้วยผ้าสีน้ำตาลผืนใหญ่ทั่วทุกลำ น่าประหลาดตาดีนัก

ด้วยความที่อยู่สวรรค์มานานไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม ทั้งไม่รู้จักคนพวกนั้น เพียงอยากจะถามไถ่เส้นทางเสียหน่อย จึงเข้าไปสนทนากับพวกเขาอย่างไม่ได้คิดอันใดมาก

พี่ชาย ทางไปเมืองหานตานต้องไปทางไหน

พ่อค้าคนนั้นลุกขึ้นจากโขดหิน สำรวจมองอิ๋นหลิงตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาไม่เคยพบเห็นใครงดงามดุจเทพธิดาถึงเพียงนี้มาก่อน ผิวพรรณของนางขาวผุดผ่อง เรือนร่างบอบบาง ริมฝีปากแดงระเรื่อ ดวงตากระจ่างใส ช่างน่าสนใจยิ่งนัก

เมืองหานตานคือจุดหมายปลายทางที่พวกเราจะต้องไปนี่เอง หากคุณหนูจะไปที่นั่นก็เดินทางพร้อมกับพวกเราเถอะ

ไม่แค่สายตาพ่อค้าที่มองนางอย่างกับจะทะลุเสื้อผ้า เหล่าชายหนุ่มที่มากับขบวนสินค้าล้วนแต่เหลียวมองนาง

อิ๋นหลิงประเมินคนพวกนี้ต่ำไปจึงยอมรับปากโดยง่าย

คุณหนู มิทราบว่ามีชื่อแซ่ว่าอันใดพ่อค้าคนนั้นเดินเข้าไปใกล้ แต่อิ๋นหลิงสัมผัสถึงบรรยากาศแปลกๆ จึงก้าวออกห่าง

ข้า...อิ๋นหลิง” 

นางคิดไปเองหรือไม่หนอ ว่าพ่อค้าคนนี้กำลังคุกคามนางอย่างเปิดเผย ต่อให้ถดถอยออกห่างเท่าไรก็ยังก้าวตามมาราวกับไล่ต้อน ในใจก็อดหวั่นมิได้

คุณหนูอิ๋นหลิงพ่อค้ายิ้มกอปรกับพยักหน้า

อิ๋นหลิงเริ่มรู้สึกไม่อยากพูดคุยด้วยจึงเดินลงไปแถวธารน้ำ วักขึ้นลูบหน้าคลายร้อนอีกหลายที

จู่ๆ ก็เจ็บแปลบที่ต้นคอจนมึนงงไปหมด ขณะนั้น สติพลันดับวูบ ตื่นมาอีกทีก็รู้สึกว่าร่างกายขยับมิได้

เมื่อเลื่อนสายตาสำรวจรอบข้างอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็เห็นหญิงสาวมากมายนั่งร้องไห้สิ้นหวังอยู่ข้างๆ ในมือพวกนางมีโซ่ตรวนล่ามข้อมือและข้อเท้าคล้ายนักโทษผู้หนึ่ง ส่วนนางหนักกว่านั้นคือถูกผ้าสีขาวพันครึ่งหน้าไว้จนหายลำบาก

รอบด้านมีผู้คนมุงดูพวกนางนั่งร้องไห้ระงมอยู่ในกรงไม้ด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ บางที อิ๋นหลิงก็รู้สึกว่าสายตาชาวมนุษย์หาใช่ดูพินิจพิจารณาอย่างเดียว กลับมีแววตาอันชวนขนลุก รู้สึกถึงการคุกคาม ราวกับมีบางอย่างกำลังไต่อยู่บนเนื้อตัวของนางอย่างไรอย่างนั้น

เสียงชาวบ้านพูดคุยกันดังเซ็งแซ่ แต่พอเสียงพ่อค้าวาณิชที่ตีอิ๋นหลิงจนสลบเอ่ยเสียงแทรกบรรยากาศครึกครื้น ทุกอย่างพลันเงียบลง

เอ้า ท่านทั้งหลาย วันนี้ ข้าเดินทางมาไกล ระหว่างทางก็พบครอบครัวชาวบ้านยากจน พวกเขาไม่มีเงินจะเลี้ยงดูบุตรสาวให้อิ่มหนำได้ จึงขายพวกนางให้แก่ข้า ปัญหาคือข้าเองก็แก่แล้ว จะเลี้ยงดูพวกนาง เห็นทีจะไม่ไหว ไม่รู้ว่าตายไป ผู้ใดจะดูแลพวกนางต่อ ขืนปล่อยไว้อาจต้องตกระกำลำบาก ถูกผู้อื่นรังแกขึ้นมาก็ไร้คนปกป้อง วันนี้หากท่านใดสนใจอยากซื้อหญิงสาวต่อจากข้า ก็นำตัวนางไปได้เลย ใครให้มากย่อมมีสิทธิ์มาก

ข้าสิถูกเจ้ารังแก เจ้ามนุษย์บาปหนา

อิ๋นหลิงอยากลุกขึ้นต่อว่า ด่าทอพ่อค้าจอมปลอมให้มากกว่านี้ แต่มิอาจทำได้ ด้วยถูกฟาดเข้าหนักๆ ที่หลังศีรษะ แค่ตั้งสติลืมตามองก็ยากแล้ว จึงได้แค่แค่นยิ้ม ก่นด่าในใจ

นางคนนั้น สามสิบตำลึงพอหรือไม่ชายหน้าแหลมแต่งตัวภูมิฐานชี้ไปยังหญิงสาวผิวพรรณใช้ได้นางหนึ่ง เขาเพ่งเล็งนางมานานพักใหญ่แล้ว ก็ถือโอกาสชิงเปิดราคาเสียเอง

ชายค้าทาสตาเป็นประกาย ราคานี้นับว่ามากพอควร เพียงสิบตำลึงก็กินข้าวอิ่มได้ตลอดทั้งปี แต่นี่มีมากถึงสามสิบตำลึงเทียบกับหญิงสาวที่จับตัวมาขาย ดูอย่างไรก็คุ้มค่ายิ่ง

ชายค้าทาสรีบเข้าไปฉอเลาะกับชายหน้าแหลมทันทีคุณชายเมตตานางยิ่งนัก ได้ๆ เชิญคุณชายพานางไปได้

หลังจากชายหน้าแหลมซื้อง่ายขายคล่องผ่านคนหนึ่ง คนอื่นๆ ก็เข้ามามุงดูอย่างสนอกสนใจ

เสียงเสนอราคาดังอยู่เรื่อยๆ และมีคนซื้อหญิงสาวข้างตัวอิ๋นหลิงไปทีละคน ทำให้นางเพิ่งรู้ตัวว่าถูกมนุษย์ธรรมดาจับมาขายเป็นทาส

มิหนำซ้ำตอนนี้ สมองของนางล้วนแต่เต็มไปด้วยเสียงอ้อนวอนขอร้องให้สวรรค์เมตตา ให้ช่วยเหลือพวกนางออกไปจากตรงนี้

บัดนั้น อิ๋นหลิงเข้าใจในทันทีว่านั่นเป็นเสียงของหญิงสาวข้างๆ ที่กำลังร้องไห้โดยไร้เสียงอยู่ พวกนางกำลังสวดภาวนาขอร้องต่อสวรรค์ นึกว่าพลังเทพถูกผนึกไปจนหมดสิ้นแล้วเสียอีก ไฉนถึงยังได้ยินอยู่อีกเล่า

สวรรค์ โปรดช่วยข้าด้วย ข้ามิอยากไปเป็นเมียน้อยใคร เสียง
หญิงสาวใกล้ๆ ภาวนาตามมาอีก

สวรรค์ เจ้าสวรรค์ ข้าทำผิดอันใดถึงได้ลงโทษข้าเช่นนี้ โปรดให้ข้าได้หลุดพ้นไปจากผู้ชายเหล่านี้ด้วย ข้ามิอยากเป็นที่รองรับอารมณ์ของคนลามก

สวรรค์

สวรรค์ ช่วยข้าด้วย

โธ่เอ๊ย ได้โปรดอย่าอ้อนวอนต่อสวรรค์ในใจอีกเลย นอกจากสวรรค์ยังช่วยอันใดมิได้แล้ว ยังกวนใจข้าเสียเปล่า ตอนนี้ข้ามิต่างอันใดจากพวกเจ้า เอาตัวไม่รอดจะช่วยได้อย่างไร

ซวยซ้ำซวยซ้อน ถูกเจ้าสวรรค์บังคับแต่งงานไม่พอ ตอนนี้ยังถูกมนุษย์จับมาขายเป็นทาสอีก เห็นนางไร้พลังเหมือนคนไม่มีทางสู้ก็เอาใหญ่เชียวนะ อย่าให้นางมีพลังก็แล้วกัน ไม่เช่นนั้นจะสั่งสอนพวกมนุษย์ต่ำช้าพวกนี้ให้หมอบไปเลย

นายท่านทั้งหลาย ถึงเวลาแล้วที่อิ๋นหลิงน้อยของเราจะมีผู้ใจดีมาอุปการะนางไปอยู่ในเรือน นางงดงามประหนึ่งเทพธิดา เสียดายอยู่ว่าบิดามารดาของนางนั้นมีฐานะยากจน ไม่อาจเลี้ยงดูนางจนถึงยามออกเรือนได้จึงต้องเร่ร่อนมาไกลถึงหานตาน เพื่อหาผู้จิตเมตตาให้นางได้มีบ้านอยู่ เช่นนั้น ข้าขอเปิดราคานางอยู่ที่ร้อยห้าสิบตำลึง หากมีผู้ให้มากกว่าโปรดก้าวเข้ามาเอ่ยราคาได้ชายค้าทาสกล่าวจบก็เดินมาปลดผ้าที่คลุมหน้าอิ๋นหลิงออกให้ชาวบ้านได้ดูชม

เจ้ามนุษย์จอมหลอกลวง จับข้ามาแท้ๆ กลับปั้นเรื่องเท็จ ช่างน่าตายนัก

ผู้คนจอแจ มุงดูหญิงสาวในกรงขังของพ่อค้าขายทาสที่หลงเหลือเพียงคนเดียว และยังมีอีกสายตาหนึ่งในที่ห่างไกลออกไปเหลียวกลับมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อของนาง

ฝีเท้าเขาหยุดชะงักทันที ผู้ลึกลับร่างสูงโปร่งสวมเสื้อผ้าสีดำมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก้าวขาตั้งใจจะเข้าไปดู แต่บ่าวรับใช้ชรารู้ทันว่า เดิมทีแล้วนายท่านของเขามิใช่ผู้ที่จะสนใจต่อมนุษย์ ต่อให้นางจะตายต่อหน้า นายท่านก็ยังไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่ง แต่ครั้งนี้ เขาสนใจก็หมายความว่าอาจจะมีการช่วยเหลือหญิงสาวเหล่านั้นก็เป็นได้ หากเขาทำแล้ว พวกนางจะต้องไม่จบแค่เพียงตรงนี้ ต้องคิดจะติดสอยห้อยตามนายท่านเพื่อตอบแทนบุญคุณอย่างไม่รู้จบแน่นอน

เช่นนั้น บ่าวชราที่รับใช้มานับพันปีจะปล่อยให้เกิดเรื่องไม่ได้ จึงรีบห้ามปรามดึงชายผ้าสีดำรั้งเอาไว้เสียก่อน

นายท่านอย่าเลย นางเป็นมนุษย์ เกรงว่าจะไม่เป็นการดีต่อท่านมากกว่าชายชราโม่วโฉวไม่ไว้ใจกับมนุษย์คนไหนเลย เพื่อมิให้นายท่านรู้สึกเจ็บปวดจากการกระทำอันไร้ไมตรีของคนพวกนี้จำเป็นต้องร้องเตือน

ทว่า ชายชุดคลุมสีดำไม่ใส่ใจในคำร้องห้าม กลับแกะมือโม่วโฉวออกแล้วก้าวเท้าอย่างเชื่องช้าเข้าไปในฝูงชน

บ่าวรับใช้พลันเรียกห้ามอีกครั้งท่านเย่าชิงคง อย่าช่วยพวกนางเลยขอรับ ลำพังเราสองคนก็เพียงพอแล้ว คำพูดของมนุษย์มักทำร้ายผู้อื่น แล้วหากนางใช้คำพูดทำร้ายท่าน ท่านก็จะรู้สึกไม่สบายใจนะขอรับ

เขาหันกลับมามองโม่วโฉวนิ่งๆ ครั้งหนึ่งหากข้าไม่ซื้อนาง คงไม่สบายใจมากกว่า เจ้ามีหน้าที่จ่ายเงินก็รีบจ่ายเสีย

เย่าชิงคงไม่สนคำปรามของบ่าวชรา เขาขยับผ้าคลุมศีรษะให้มิดชิด วาดสองมือไพล่หลังค่อยๆ ย่างเท้าเข้าไปใกล้ๆ มองหญิงสาวนอนสะลึมสะลืออยู่ในกรง 

พ่อค้า นางมีชื่อว่าอะไรหรือ เมื่อครู่ ข้าฟังไม่ถนัด ดูงดงามมากเลยทีเดียว

พ่อค้าทาสชะงัก มองชายหนุ่มปริศนาอย่างตกใจ เห็นคนมามากเป็นร้อยเป็นพัน ไฉนถึงมีแค่ชายคนหนุ่มคนนี้ที่มีบรรยากาศรอบกายชวนรู้สึกประหวั่นเหลือเกิน 

อ้อ...นาย นายท่าน นางชื่อว่าอิ๋นหลิง ไพเราะสมคน...

หืม…อิ๋นหลิง…อย่างนั้นหรือ

พ่อค้าทาสเย็นหลังวาบ ชายชุดคลุมสีดำมีบรรยากาศน่าสะพรึงอย่างน่าประหลาด มิทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด แค่น้ำเสียงที่ถามดูธรรมดานั้นกลับมีความเร้นลับซ่อนอยู่เต็มไปหมด

ข้าให้ร้อยแปดสิบตำลึงคุณชายสกุลเหอ ผู้ร่ำรวยจากร้านขายเครื่องปั้นได้เห็นอิ๋นหลิงก็ต้องตาต้องใจยิ่ง คิดจะเสนอราคาก่อนที่ชายหนุ่มชุดดำลึกลับจะซื้อนาง ชิงตัดหน้าก่อนย่อมได้เปรียบ

ถ้าอย่างนั้น ข้าเพิ่มเป็นสองร้อยตำลึงบุตรชายแห่งสกุลเกาที่มีสายเลือดเป็นขุนนางรีบยื่นราคาสูง เมื่อเห็นคุณชายเหออยากได้หญิงสาว

ข้าให้หมดตัวสามร้อยตำลึง!คุณชายเหอไม่ยอมแพ้ เขารู้ดีว่าคุณชายเกาเป็นพวกชีกอ เอาเปรียบกระทั่งสาวใช้ในเรือน หากได้อิ๋นหลิงไปคงหนีไม่พ้นจากเงื้อมมือของบุรุษแปดเปื้อนราคีเป็นแน่ เขาจะให้นางไปเป็นสาวใช้ห้องข้าง ผู้อื่นเขาจะไม่ยอมยกให้ต่อให้จ่ายหมดคลังสมบัติก็ตาม 
หญิงสาวนามว่าอิ๋นหลิงแม้จะเปรอะเปื้อนฝุ่น แต่หากแต่งตัวดีๆ นางคงงดงามกว่าคุณหนูบ้านอื่นเป็นไหนๆ

เสียงชายหนุ่มทั้งสองต่างกล่าวเสนอราคาอย่างไม่มีใครยอมใคร เสนอราคาเกือบจะต่อยตีกัน

เย่าชิงคงเหลือบมองชายหนุ่มถกเถียงราคากันด้วยสีหน้าขุ่นเคือง พลันถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด

พ่อค้าสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงไม่พึงพอใจของเขาจึงรีบยิ้มสู้ปะเหลาะ

คะ...คุณชาย ท่านสนใจอิ๋นหลิงหรือไม่ คุณชายทั้งสองตรงนั้นต่างยื่นราคากันอย่างไม่ลดละ ละ...แล้ว ทะ...ท่านเห็นว่าอย่างไร

ไม่ต้องถามใครแล้ว ข้าให้สามร้อยห้าสิบตำลึง!!คุณชายเหอและคุณชายเกาต่างใจตรงกัน เสนอราคาเสียงดังเกรี้ยวกราด

ห้าร้อยตำลึง!คุณชายเหอว่าขึ้นอีกกรอบ

ไม่ๆ ห้าร้อยห้าสิบตำลึงไปเลย!

สามพันตำลึงเย่าชิงคงเริ่มรำคาญเสียงโต้เถียง จึงเสนอในราคาสูงลิบ ทั้งคุณชายเหอกับคุณชายเกาต่างก็ต้องชะงักอ้าปากค้าง

นี่เจ้า เป็นคุณชายร่ำรวยมาจากที่ไหนกันถึงได้กล้าโกหกว่าจะจ่ายสามพันตำลึงคุณชายเกาเป็นบุตรหลานขุนนาง ทรัพย์สมบัติเขาก็มีมากไม่น้อยหน้าใคร นับว่าร่ำรวยเป็นที่สองของเมืองหานตาน เขาไม่ยอมให้ใครมาเสนอเงินที่สูงกว่าเขาเป็นแน่ แม้จะยื่นราคาถึงสามพันตำลึงถึงขนาดล้างคลังสมบัติเขาไปหีบใหญ่ อย่างไรวันนี้ก็ไม่ยอม!

“...” เย่าชิงคงในชุดคลุมสีดำทั้งตัวมองคุณชายเกานิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้คำใดทั้งสิ้น

เป็นใครมาจากไหนกันแน่ บอกข้ามา หรือเจ้าเป็นคนของลัทธิมารถึงได้ไม่เกี่ยงราคานับเป็นครั้งแรกที่คุณชายเหอก้าวออกมาเถียงเข้าข้างคุณชายเกา

คุณชายเกาเบะปากต้องเป็นคนชั่วอย่างแน่นอน ดูจากรูปลักษณ์แล้วแต่งตัวเช่นนี้ ใครจะดูว่าเป็นคนดีไปได้ ลึกลับซับซ้อนต้องมิใช่คนธรรมดา บอกมา เจ้าเป็นใคร

ชั่วหรือไม่ คนมักมากเช่นเจ้าเป็นคนตัดสินข้าได้หรือเย่าชิงคงเอ่ยแค่ไม่กี่คำ คุณชายเกาก็ถึงกับพูดไม่ออก เรื่องนี้ ใครก็รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร และเขาก็มิได้ปฏิเสธว่าเป็นคนเจ้าชู้ แต่ที่ชายชุดดำพูดแม้จะเป็นความจริงทั้งสิ้น แต่ก็นับว่ารุนแรงจนสะเทือนใจ อับอายขายหน้าเป็นอย่างมาก


 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha