ปรารถนามังกร

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ตอนที่ 4 : บทที่ 4 ตื่นมาก็เป็นภรรยา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 4

ตื่นมาก็เป็นภรรยา

 

บ่าวชรายืนดูห่างๆ ได้ยินคำต่อว่าต่อขานของนายท่านให้ผู้อื่นเป็นครั้งแรกก็ตะลึงงัน คาดไม่ถึงว่านายท่านของเขากล่าวตำหนิทีจะไม่ไว้หน้าใครกระทั่งคนที่เพิ่งรู้จัก

คุณชายเหอเจ็บใจ ทั้งที่ยื่นราคาไปถึงห้าร้อยห้าสิบตำลึง ไฉนถึงมีเจ้าคนที่ร่ำรวยกว่าชิงตัดเอาสาวงามไปได้กันเล่า บุรุษชุดดำดูไม่ธรรมดา อาจจะเป็นคนของลัทธิมารร้ายจริงๆ

พ่อค้าทาสมองสำรวจดูเขาอีกคราวหนึ่ง ชายผู้นี้ดูประหลาดนัก สวมชุดคลุมสีดำตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อีกทั้งแขนเสื้อก็ยาวจนดูรุ่มร่ามราวกับมีอะไรน่าสงสัยปิดบังไว้ แต่...ถึงอย่างไรก็มิใช่เรื่องของเขา ตอนนี้กอบโกยเงินจากชาวบ้านได้มากเท่าไรยิ่งดี

มีท่านใดจะให้มากกว่าสามพันตำลึงหรือไม่พ่อค้าส่งเสียงถาม

รอบด้านเงียบกริบ ด้วยมิมีใครกล้าประชันเงินในราคาสูงลิ่ว

เขาเดินเข้ามาใกล้กรงไม้ มองอิ๋นหลิงพลางวางมือที่สวมด้วยผ้าดำลูบศีรษะของนางอย่างเบามือ ร่างกายของนางไม่บอบช้ำ เว้นเสียแต่ต้นคอคล้ายถูกตี เพราะสาเหตุนั้น นางจึงรู้สึกมึนงงไม่เลิก ไม่มีกระทั่งแรงเปล่งเสียง

โม่วโฉวจ่ายเงินชนิดพิเศษชายหนุ่มปริศนาในชุดสีดำออกคำสั่ง

ชายชรารีบโผล่หน้าออกมาจากกลุ่มชาวบ้าน มองเย่าชิงคงอย่างงุนงง นายท่านของเขาคิดอันใดอยู่ถึงจะให้เขาจ่ายเงินชนิดพิเศษ ปกติเขามิใช่คนอย่างนี้ เป็นบุรุษที่สัตย์ซื่อตรงไปตรงมาไม่เอาเปรียบใคร เว้นเสียแต่พ่อค้าทาสพูดอะไรบางคำให้นายท่านเกิดไม่พอใจขึ้นมา ถึงตัดสินใจจ่ายเงินปลอมที่ร่ายคาถาจากก้อนดินขึ้นมาจ่าย

โม่วโฉวไม่ถามคำใด รีบควักถุงเงินที่ร่ายคาถาจากก้อนดินทั้งถุงโยนให้พ่อค้า

เย่าชิงคงเปิดกรงไม้นำอิ๋นหลิงออกมา ยื่นมือปัดเส้นผมให้นางอย่างช้าๆ

เจ้าเจ็บมากหรือไม่

อิ๋นหลิงได้ยินเสียงนุ่มนวลจึงพยายามลืมตาขึ้นมอง แต่นางมองไม่ชัดเจน ทราบแค่ว่าเขาเป็นคนดีที่ช่วยนางเพราะรับรู้จากสัมผัสที่อ่อนโยนของเขา จึงไม่พยายามโต้แย้งอะไร ได้แต่ตอบกลับไปอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า

ข้าเจ็บใจ

ข้าจะพาเจ้าไป จะได้ไม่ต้องพบเจอคนพวกนี้อีก จะไปหรือไม่

สติของอิ๋นหลิงแทบไม่มี แต่ก็ยังพอที่จะสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยขณะที่เขากำลังอุ้มนาง จึงพยักหน้าว่า

ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไป...

อย่างน้อยๆ น้ำเสียงของเขาละมุนเพียงนี้ จะเป็นคนไม่ดีได้อย่างไร เช่นนั้น นางจะไป ไปในที่ที่เขาอยากให้นางอยู่

 

ห่างไกลออกไปจากเมืองหานตานราวหกลี้ มีสะพานสายหนึ่งเชื่อมต่อระหว่างฝั่งไปยังเรือนกลางน้ำ สะพานนั้นคือเส้นทางเข้าออกทางเดียวของเรือน อู่เชิง เรือนพักของเย่าชิงคง เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ บรรยากาศร่มรื่น งดงามและสงบเงียบไร้ผู้คนข้องแวะวุ่นวาย

เรือนกลางน้ำเป็นไม้ทั้งหลัง ไม่ใหญ่โตโอฬารและไม่เล็กจนเกินไป ระเบียงนั่งเล่นผูกประดับด้วยผ้าแพรสีขาว ภายในมีห้องราวๆ สองห้อง แบ่งแยกส่วนครัวทางด้านหลังออกไปเป็นสัดส่วน รอบด้านล้อมรอบด้วยป่า แม่น้ำสายเล็กๆ และขุนเขา

เย่าชิงคงอุ้มอิ๋นหลิงมาตลอดทาง ตามหลังด้วยบ่าวรับใช้ที่ดูชรานามว่าโม่วโฉว

เมื่อเข้ามาถึงในห้อง เขาวางนางลงบนเตียงอย่างเบามือ จากนั้นก็ตรวจชีพจรอย่างละเอียด เย่าชิงคงขมวดคิ้วนึกสงสารอิ๋นหลิงจับใจ ทั้งมอมแมมและร่างกายอิดโรยคล้ายมิได้ดื่มกินมาหลายวัน และตรงศีรษะก็ได้รับบาดเจ็บ บัดนี้ อิ๋นหลิงจึงไม่มีสติพอจะพูดคุย มิอาจบอกเขาว่ามีความรู้สึกเจ็บปวดที่ใดอีก

เขาจึงเปิดด้านหลังศีรษะของนางดูอย่างละเอียด

หัวคิ้วที่ซ่อนอยู่ในชุดสีดำขมวดเข้าหากันแน่น นึกถึงใบหน้าพ่อค้าทาสน่าชังขึ้นมาทันใด 

มนุษย์บางคนก็นึกถึงแต่ตัวเองถึงขั้นทำร้ายผู้อื่นได้โดยไม่คิดว่าใครจะรู้สึกอย่างไร เหมือนอย่างที่โม่วโฉวห้ามกับเขามิให้ข้องแวะ แต่เรื่องนี้ เขามิอาจปล่อยให้นางตกระกำลำบากได้ หากนางเป็นอันใดขึ้นมาต้องวุ่นวายกันแน่ เพื่อมิให้เกิดเรื่องนั้น เย่าชิงคงจึงมิอาจละเลยนาง 

แต่หัวคิ้วเขาเริ่มขมวดแน่น ครั้นเห็นว่าโม่วโฉววุ่นวายเกินไป เดินไปกลับมาอยู่ด้านหลังเขาอย่างเป็นกังวลอยู่หลายเที่ยว เย่าชิงคงจึงออกปากไล่ให้ไปจากตรงนี้

โม่วโฉว เจ้าทำกับข้าวให้นางเถอะ ที่นี่ข้าจัดการเองเย่าชิงคงคิดจะรักษาอิ๋นหลิงด้วยตัวเอง จนถอดถุงมือที่ซุกซ่อนความลับออก ปลายนิ้วทั้งห้าของเขาล้วนแต่เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำจนถึงหัวไหล่ ผิวหนังไม่มีคล้ายปีศาจอสูรตนหนึ่ง ซึ่งผู้ใดเห็นอาจจะถึงกับตกใจกลัว

โม่วโฉวเห็นนายท่านเปิดเผยร่างกายต่อหน้ามนุษย์ หัวใจก็พลันกระตุกวูบ เขาไม่อยากให้ใครมาเห็นนายท่านในสภาพนี้ หากนางตื่นขึ้นมากลางคันแล้วใช้ถ้อยคำไม่ดีกับนายท่านของเขา เขาอาจจะควบคุมโทสะตนเองมิได้ เผลอลงมือทำร้ายนางจนตายจะทำอย่างไร

นายท่าน ที่เหลือให้เป็นหน้าที่บ่าวเถอะโม่วโฉวแย่งผ้าออกจากมือของเขานำไปชุบน้ำ และประคบรอยฟกช้ำที่ต้นคออิ๋นหลิง พลางทำพลางบ่นนายท่านร่างกายของท่านยังไม่หายดี จะให้ใครมาเห็นมิได้เป็นอันขาด ปากมนุษย์ยิ่งพูดจาพล่อยๆ อยู่บ่อยครั้ง ข้าน้อยเกรงว่านางจะได้สติขึ้นมาระหว่างนี้นางจะพูดจาไม่ดีกับท่าน จะทำร้ายจิตใจของท่าน ข้าน้อยมิยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่

ไม่เป็นไร กับนาง ข้าไม่ถือ

แต่โม่วโฉวก็ยังไม่ยอมข้าน้อยอยู่กับท่านมาหลายพันปีไม่เคยเห็นสนใจหญิงสาวคนไหนเลย ไฉนวันนี้ถึงซื้อคนไม่รู้จักมาไว้ใกล้ตัว มิทราบว่าข้าน้อยทำงานขาดตกบกพร่องอันใด นายท่านถึงจะหาสาวใช้เพิ่ม

“...” เย่าชิงคงเงียบไม่ตอบ แม้ความจริงจะมิใช่อย่างที่โม่วโฉวคิด 

โม่วโฉวพูดไม่เลิกอีกอย่าง นางเป็นมนุษย์จะเข้าใจการใช้ชีวิตของเราได้อย่างไร นางอยู่กับเราไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ

“...”

บ่าวกลัวว่านางจะตื่นมาพบท่านในสภาพนี้แล้วหลงคิดไปในทางไม่ดี เอาไปพูดให้คนอื่นฟังในทางเสื่อมเสีย

โม่วโฉว

ไม่แน่ว่าครั้นนางทราบว่าท่านมีร่างกายเช่นนี้ นางอาจจะวิ่งหนีป่าราบแล้วเอาไปป่าวประกาศให้คนในเมืองฟัง จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต วุ่นวายขึ้นไม่มารู้จักจบสิ้น

“...”

ไม่เพียงเท่านั้น ชาวบ้านได้ยินที่นางเล่าอาจจะเรียกนักพรตมาปัดเป่าแล้วคิดจะสังหารเราก็เป็นได้ขอรับ

โม่วโฉว…เงียบ!เย่าชิงคงเอ่ยเสียงเฉียบ

โม่วโฉวอ้าปากไม่ออก ขยับลิ้นไม่ได้ เย่าชิงคงใช้มนตร์ปิดปาก หากเขาไม่ยอมคลายให้ อยากพูดเพียงใดก็ไร้ปัญญา โม่วโฉวหันไปมองนายท่านใช้สายตาอ้อนวอนให้คลายมนตร์ 

ทว่า ครานี้ไม่ได้ผล เย่าชิงคงยังยืนกอดอก สีหน้าเคร่งขรึม พลางใช้สายตาสั่งบ่าวชราให้รีบดูแลนางต่อ

เย่าชิงคงไม่ได้มีเจตนาจะซื้ออิ๋นหลิงมาเป็นสาวใช้ แต่ไม่อยากอธิบาย ด้วยรู้ดีว่าหากโม่วโฉวได้ถาม คำถามในหัวนั้นจะไม่มีวันหมด ได้ถามข้อหนึ่ง ข้อสอง ข้อสามก็จะตามมาอีกมากมายก่ายกอง ใช้มนตร์ปิดปากไว้เช่นนั้นแหละสบายหูดี

ทางโม่วโฉวคอตก เลิกรบเร้าให้เขาถอนมนตร์สะกด ทราบดีว่านายท่านเกลียดคนพูดมากเป็นที่สุด แต่เรื่องนี้ เขาอยากตักเตือนนายท่าน จึงกลายเป็นพูดมากเกินความจำเป็น ทำให้นายท่านรำคาญไปเสียนี่

แต่โม่วโฉวมีเจตนาดี ด้วยกลัวว่าคำพูดไม่รู้จักคิดของคนอื่นจะหันมาทำร้ายความรู้สึกในใจของนายท่าน แม้จะติดตามเย่าชิงคงมาตั้งแต่หลายพันปีก่อน ตั้งแต่ยังเป็นปีศาจเถาวัลย์ที่ทำร้ายคน จนตอนนี้ไม่ทำร้ายใครแล้ว ความเป็นไปเป็นมาของนายท่านไม่ก็เคยรู้ละเอียด ราวกับอดีตของเย่าชิงคงถูกเก็บใส่หีบปิดตายไปชั่วกาล 

โม่วโวทราบเพียงว่าวันๆ นายท่านต้องดื่มยาหลายขนาน เข้าฌานเสริมพลังปราณ เพื่อทำให้เกล็ดสีดำบนร่างกายเลือนหายไป แม้ว่าตอนนี้ร่างกายบางส่วนที่คล้ายเกล็ดงูที่เคยอยู่บนเรือนร่างหายไปมากแล้ว โม่วโฉวก็ยังกังวลอยู่ดี

หากสาวน้อยคนนี้ตื่นมาไม่ตกใจกลัวก็ดีไป หากตกใจแล้วพลั้งปากพูดไม่ดีละก็ เขาจะสับนางให้เป็นหมื่นชิ้นเอง!

โม่วโฉวคิดไปพลางประคบต้นคออิ๋นหลิงไปพลาง สร้างความเจ็บปวดให้แก่นางไม่น้อย กระทั่งนางรู้สึกตัวจนร้องเจ็บออกมา 

เย่าชิงคงพลันสอดมือเข้าแทรกรีบยึดผ้าคืนกลับมาและคลายมนตร์สะกดเสียงให้

มือหนักอย่างนี้ เจ้าจะฆ่านางมากกว่า ไปทำอะไรให้นางกินหลังจากตื่นนอนเถอะ ข้าไม่อยากฟังเสียงใครบ่นว่าหิว

โม่วโฉวได้รับคำสั่งรีบพยักหน้ารับ กลัวว่าหากเขายังพูดมากอีก นายท่านจะเปลี่ยนใจใช้มนตร์ปิดปากไว้อีก

อ้อ กับข้าว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้

โม่วโฉวปิดประตูปลีกตัวจากไป ในตอนนั้น เย่าชิงคงก็เลื่อนดาลอีกที เขาหันมาจ้องอิ๋นหลิงด้วยประกายตาเย็นเยียบ ใช้มือคล้ายกรงเล็บนั้นลูบผ่านพวงแก้มนุ่มเนียนเบาๆ

 

อิ๋นหลิงลืมตาตื่นขึ้น รู้สึกว่าตัวเบาเป็นอย่างมาก ครั้นจะมองดูว่าตอนนี้นางกำลังอยู่ที่ใด กลับพบผ้าผืนหนึ่งปิดบังใบหน้าและสายตาของนางไว้ แสงสว่างจากด้านนอกสาดส่องเข้ามา จึงทราบว่าผืนผ้าที่ปิดอยู่บนใบหน้าเป็นสีแดง

นางเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้น สอดสายตามองรอบด้าน

ที่นี่น่าจะเป็นเรือนไม้หลังหนึ่ง แต่แสงสว่างในห้องมีไม่มากนัก บางมุมจึงดูมืดสลัว

ครั้นเหลียวมองไปทั่วด้าน อิ๋นหลิงก็หยุดสายตาอยู่ที่ร่างหนึ่ง ภาพที่อยู่เบื้องหน้าเป็นบุรุษเปลือยท่อนบนกำลังหันหลังให้นาง ด้วยมีเพียงแสงส่องผ่านจากหน้าต่างเข้ามากระทบเรือนร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังกว้างของเขามี
เส้นผมงดงามระเอว เห็นความงดงามของเรือนร่างบุรุษตรงหน้าช่างน่าหลงใหลจนนางมิอาจถอนออกสายตาได้เลย

แต่แล้วพอมองให้ชัดเจน ม่านตาอิ๋นหลิงก็พลันเบิกกว้างจนลูกตาแทบจะปลิ้นออกมาด้านนอก

ภาพที่พบเห็นมิใช่มือมนุษย์ มิใช่แขนมนุษย์!

ตั้งแต่ปลายนิ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ของเขาหาใช่ร่างกายมนุษย์ หากแต่เป็นเกล็ดสีดำสะท้อนแสงเงาวิบวับยามที่ชายตรงหน้าขยับตัวสวมเสื้อผ้าขณะนั้น

ใจนางหวาดกลัวสั่นสะท้าน ตั้งแต่เกิดมา เรื่องราวของปีศาจเคยได้ยินมาบ้าง เหล่าเทพเซียนที่เข้าออกสวรรค์ชั้นฟ้าบ่อยๆ ก็เคยเล่าสู่นางฟังราวกับเป็นกิจวัตรประจำวัน

เดิมทีนางคิดว่าเรื่องเล่าพวกนั้นเป็นสิ่งที่น่าระทึกดี แต่พอเจอกับตัวเช่นนี้น่ากลัวกว่าที่ได้ยินเป็นไหนๆ ในตอนนี้ อิ๋นหลิงเป็นเพียงมนุษย์น้อยธรรมดา ไร้ซึ่งพลังต่อกรกับปีศาจ มิมีท่าทีอาจหาญเหมือนอย่างเมื่อก่อนที่ไม่กลัวฟ้าสั่นสะเทือนอีกแล้ว

ทว่านับแต่ถูกพ่อค้าทาสจับตัว ความหวาดกลัวก็คอยสั่งสมในใจเรื่อยมาจวบจนวันนี้ และผู้ที่ช่วยนางก็มิใช่คนดีอะไร หากแต่เป็นปีศาจตนหนึ่ง ไม่แน่ว่าเขาอาจจะซื้อนางมาไว้เพื่อดื่มเลือดแก้กระหาย

ไม่ดี หากอยู่ต่อไปคงถูกจับกินแน่นอน

นางตัดสินใจพลันก้าวเท้าลงจากเตียงด้วยฝีเท้าเบาๆ แต่เสียงเสื้อผ้าอิ๋นหลิงเสียดสีกันชายผู้นั้นจึงรู้สึกตัว เขาหันมามองนาง อิ๋นหลิงกำลังย่องเท้าหมายจะหลบหนี

นางก็พลันหยุดชะงัก แผ่นหลังเย็นวาบ…

ชายปริศนาจ้องเงียบๆ เขาพอรู้ว่าท่าทางของนางตั้งใจจะหนีจากเขา แต่เขาก็อยากรู้ว่านางจะมีปฏิกิริยาใดต่อไป

ในใจอิ๋นหลิงโอดครวญ…ตายแน่แล้ว ตายแน่ แต่ถึงขั้นนี้ หากไม่
ดิ้นรนหนีจะรู้ได้อย่างไรว่ารอดหรือไม่รอด!

นางรีบโกยอ้าวออกจากห้อง วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต

ครั้นเห็นสะพานทอดยาวอยู่เบื้องหน้า อิ๋นหลิงน้อยจึงเข้าใจทันทีว่านี่คือทางออก คือเส้นทางเดียวที่จะไปจากเรือนอู่เชิง

เมื่อตั้งหน้าตั้งตาวิ่งตรงไป อิ๋นหลิงเกือบหยุดฝีเท้าไม่ทัน จู่ๆ สะพานไม้ที่จะข้ามไปยังฝั่งก็หายไปอย่างรวดเร็วไม่เหลือแม้แต่เสา อิ๋นหลิงโชคดีที่มือไวคว้ากอดราวระเบียงได้ทัน เรียวขาจึงตกขอบไม้ไปแค่ข้างเดียว

นางชะเง้อคอมองดูผิวน้ำด้านล่าง ร่างกายรู้สึกถึงความเย็นเยือก หัวใจไหวแกว่งด้วยตื่นตระหนก เหตุการณ์ระทึกชั่วอึดใจหนึ่งทำเอาเทพ
อิ๋นหลิงอกสั่นขวัญแขวนอย่างไม่เคยเป็น หากนางหยุดไม่ทัน ตกน้ำไปคงได้ตายในร่างไร้พลังไปทั้งอย่างนี้แน่

อิ๋นหลิงเม้มปาก ขณะนี้หนีก็ไม่ได้ อยู่ก็กลัวตาย

ชะตาข้าบ้าไปแล้ว! พ้นจากพ่อค้าทาสยังเจอปีศาจตัวเป็นๆ อีก

อิ๋นหลิงหมุนตัวกลับไปทางที่เคยวิ่งออกมา เดาว่าปีศาจที่นางเห็นในตอนนั้นเป็นคนทำให้สะพานหายไปแน่นอน ระหว่างที่อิ๋นหลิงหันหน้ากลับมาเผชิญ เขาซึ่งสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยคล้ายบ๊ะจ่างสีแดงก็เดินเข้ามาใกล้

เกือบตกน้ำป๋อมแป๋มเสียแล้วอิ๋นหลิงน้อย เจ้าระวังหน่อยหากบาดเจ็บมาอาจจะต้องนอนในห้องอีกนานเขากล่าวด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ พลางยื่นมือไปหานางเพื่อพยุงขึ้น

เจ้าปีศาจ อย่ามาใกล้นะ ออกไปให้พ้น!นางตวาดเสียงกร้าว ปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี

คิ้วใต้ผ้าคลุมศีรษะขมวดเข้าหากันแน่น เขาถามเจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือไม่

เย่าชิงคงไม่เข้าใจที่นางคิด อิ๋นหลิงมองเขาอย่างไรถึงได้คิดว่าเป็นปีศาจ แล้วปีศาจไม่ดีอย่างนั้นหรือ แม้ปราณในร่างจะเข้มข้นแต่ก็ควบคุมไว้เป็นอย่างดี และมิได้มีไว้เพื่อทำร้ายใคร หรือว่า…ที่นางมีท่าทีหวาดกลัว มีสายตาแสดงถึงความรังเกียจเช่นนี้ นางอาจจะเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นของเขาเข้าแล้ว

ข้าหรือเข้าใจผิดอิ๋นหลิงกล่าวมือของเจ้า นั่นมันอันใดกัน จะบอกว่าภาพลวงตา ข้าเชื่อไม่ลงแน่ ดูอย่างไรก็มือของปีศาจ ข้าเรียกปีศาจล้วนถูกต้องแล้ว

คำทำร้ายจิตใจคนฟังเอ่ยออกมา ประจวบเหมาะกับโม่วโฉวถือชามข้าวต้มออกมาพอดี 

ได้ฟังคำพูดร้ายกาจของหญิงสาวที่ขาดการยั้งคิดต่อผู้มีพระคุณ ทำให้ลมโทสะพลันพวยพุ่งขึ้นศีรษะจนหน้าแดงก่ำ บ่าวชราโยนชามข้าวต้มทิ้ง ตวาดหญิงสาวด้วยเสียงเกรี้ยวกราด

นางมนุษย์! กล้าดีอย่างไรถึงพูดกับนายข้าเช่นนี้!โม่วโฉวเดินพลังในมือถึงสิบส่วนในเมื่อพวกข้าช่วยชีวิตเจ้าได้ จะฆ่าเจ้าเสียตอนนี้ก็ยังได้ อย่าอยู่เลย!แล้วพุ่งตัวเข้าใส่อิ๋นหลิงหมายจะบีบคอ

เย่าชิงคงรู้เจตนาบ่าวรับใช้จากคำพูด เขาจึงก้าวยาวๆ ไม่กี่ก้าวเข้าแทรกระหว่างกลางขวางทางจู่โจม

เขาใช้ปราณหนึ่งส่วนปัดมือโม่วโฉวออกอย่างง่ายดาย ผลักร่างชายชราจนลอยลิ่วกลับไปตกที่เดิม แล้วสร้างเขตอาคมป้องกันอิ๋นหลิงไว้อีกชั้น

อิ๋นหลิงมองเขาอย่างงุนงง ไม่เข้าใจสถานการณ์อย่างหนัก ปีศาจตนหนึ่งออกหน้าปกป้องนางจากอันตรายนี่หรือ?

หาได้ยาก


 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha