ปรารถนามังกร

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ตอนที่ 5 : บทที่ 5 แท้จริงในใจเขาล้วนยากจะหยั่งถึง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 5

แท้จริงในใจเขาล้วนยากจะหยั่งถึง

 

พลังของเขาเมื่อครู่ กดดันคนธรรมดาอย่างนางจนแทบหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียว

พลังยากจะหยั่งถึงเช่นนี้ เขาเป็นใครกัน ปีศาจมีพลังถึงเพียงนี้ หรือนางกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังอ่อนแอ

เย่าชิงคงยืนบังร่างอิ๋นหลิงไว้ จ้องโม่วโฉวด้วยสีหน้าเย็นเยียบ

ลงมือทำร้ายคนเป็นสิ่งที่ข้าสั่งห้ามเจ้ามาตลอด เหตุใดถึงฝ่าฝืนคำสั่ง

โม่วโฉวหน้าแดงหน้าดำ ตอนนี้ในอกร้อนระอุดุจเปลวเพลิงลุกโหม ตอบนายท่านว่า

ข้าน้อยยอมถูกนายท่านโกรธเป็นพันปี ดีกว่าให้ใครก็ไม่รู้มาพูดจาทำร้ายท่านแม้ครึ่งคำ มนุษย์นั้นร้ายกาจที่สุดก็คือคำพูด กล่าวกับผู้อื่นโดยขาดการยั้งคิด คนอย่างนางทำร้ายความรู้สึกผู้อื่นมานักต่อนักแล้วบ่าวชราชี้นิ้วไปยังอิ๋นหลิงและนางก็ใช้คำพูดไม่คิดต่อว่าท่าน ข้ายอมไม่ได้

“...” เย่าชิงคงจ้องเขม็ง ไหนเลยบ่าวชราถึงต้องเดือดดาลแทนทั้งที่เขาไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนั้น

โม่วโฉวกัดฟัน สีหน้าฉายแววเจ็บปวดแทนนางไม่เหมาะสมจะเป็นสาวใช้ของท่านแล้ว

เย่าชิงคงเข้าใจแล้วว่าโม่วโฉวห่วงใย แต่ที่บ่าวชราทำใช่ว่าจะถูกต้อง

เข่นฆ่าคนอื่นเพื่อปกป้องอีกคนนั้น ข้าไม่ดีใจ อีกอย่าง นางไม่ได้จะมาเป็นสาวใช้ข้า

เย่าชิงคงเปลี่ยนสีหน้าจากดุดันเป็นคลี่ยิ้มจางๆ 

บ่าวชราฉงน เมื่อมองดูชุดของนางกับนายท่าน ริมฝีปากเต็มด้วยหนวดเคราสีขาวก็ค่อยอ้าออกกว้าง

ทะ…ท่านจะแต่ง…งาน กับนางหรือ…

ถูกต้องเย่าชิงคงตอบสั้นๆ และหันไปพูดกับนางว่าเจ้าฟื้นก็ดีแล้ว นับแต่นี้ไป เจ้าเป็นภรรยาข้า ต่อให้หนีจนสุดหล้าฟ้าเขียว หรือตายเป็นผีก็เป็นภรรยาข้า

โม่วโฉวกับอิ๋นหลิงหน้าซีด ตกใจที่เย่าชิงคงบอก

“...!!” ดวงตาอิ๋นหลิงเบิกกว้าง ตกใจและงุนงงจนพูดอะไรไม่ออก ที่ชายหนุ่มพูด นางตามความคิดเขาไม่ทัน สมองของอิ๋นหลิงพยายามประมวลเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างหนักหน่วง

ชายปริศนาคนนี้บอกว่านางเป็นอะไรนะ ภรรยาหรือ?

นางจำได้ว่าพ่อค้าชั่วช้านั่นฉุดคร่ามาขาย แล้วถูกชายชุดดำซื้อนางมา ซึ่งก็เป็นชายในชุดบ๊ะจ่างสีแดงตรงหน้า แต่พอนางฟื้นขึ้นมาเขากลับบอกอย่างหน้าด้านว่านางเป็นภรรยา!

ความคิดทั้งหมดหยุดนิ่งลง อิ๋นหลิงมองลงสำรวจเสื้อผ้าตนเองถึงกับอ้าปากค้าง

นางใส่ชุดสีแดงซึ่งเป็นชุดเกี่ยวกับพิธีแต่งงานเหมือนกันกับเขาด้วย

เขาถึงกับบังคับนางแต่งงาน!

ท่านตลกร้ายเสียจริง ล้อข้าเล่นอยู่หรือ ท่านเป็นใคร ข้ายังไม่รู้จัก กล้าดีอย่างไรถึงเรียกข้าว่าภรรยา ไม่มีทางที่ข้าจะยินยอมแน่นอนอิ๋นหลิงกล่าวพลางกัดฟันขยับตัวถอยออกห่างเขาด้วยท่าทีไม่พึงพอใจ

สวรรค์ นางสู้อุตส่าห์หนีลงมาแดนมนุษย์เพื่อตามหาประมุขอสูร มีเวลาหาทางเลือกให้แก่ชะตาของตนเองแค่น้อยนิด จะได้ไม่ต้องถูกใคร
บีบบังคับและยึดครองร่างกาย แต่ชายคนนี้กลับฉวยโอกาสในตอนที่นางไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงตอบโต้ แอบอ้างว่าเป็นภรรยา แล้วยังพูดจาเอาแต่ได้ เช่นนี้ที่อิ๋นหลิงลอบหนีจากสวรรค์มาไม่เรียกว่าสูญเปล่าหรืออย่างไร

เย่าชิงคงมองหญิงสาวพลันกลั้วหัวเราะนั่นสินะ ข้าเป็นสามีก็ควรจะแนะนำชื่อให้เจ้าได้รู้จัก ข้ามีนามว่าเย่าชิงคง ส่วนเจ้าคืออิ๋นหลิงใช่หรือเปล่า ข้าพอรู้มาจากพ่อค้าทาสอยู่บ้าง

หาใช่เรื่องนั้น!อิ๋นหลิงรีบกล่าวตัดบทเรื่องที่ข้าหมายถึง คือเราเพิ่งพบกัน จู่ๆ จะให้ข้าเป็นเจ้าสาวทั้งที่ไม่เคยดูใจ หรือแม้กระทั่งทำความรู้จัก อีกทั้งไม่เคยถามไถ่ความสมัครใจ จะให้เป็นภรรยาของปีศาจเช่นท่านด้วย อย่างนี้มันไม่เอาเปรียบกันไปหน่อยหรือ

ใจเย็นไว้ นางต้องใช้คำสุภาพกับเขาหน่อย เปลี่ยนจากเจ้าเป็นท่านเพื่อให้เกียรติ บางที เขาอาจจะใจดีไม่กินนางที่พูดจาน่าฟังขึ้น

เย่าชิงคงคลี่ยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้านกับคำว่าปีศาจของนางแม้แต่น้อย แต่กลับตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะอันเบาบาง พลางเปิดผ้าคลุมสีแดงออกจากศีรษะ

เรื่องความสมัครใจหรือไม่นั้น ข้าคิดว่าไม่จำเป็นเลยสักนิด ข้าซื้อเจ้ามา เจ้าย่อมต้องเป็นของข้าโดยปริยาย มีเรื่องอันใดข้องใจนักหนาเล่าเขากล่าวจบก็หันมายิ้ม

ดวงตาอิ๋นหลิงเบิกโตเท่าไข่ห่าน ตะลึงความงดงามของบุรุษตรงหน้าจนหลบสายตามิได้

อา เทพตกสวรรค์หรือ…

นางอยู่บนสวรรค์มานานหลายพันปีแต่มิเคยพานพบผู้ใดน่าดูชมเพียงนี้มาก่อน

ผิวพรรณราวกับชาวสวรรค์ จมูกโด่งสันคมประหนึ่งถูก
มหาเทพบรรพกาลปั้นแต่ง ดวงตาสีดำสนิทดุจราตรีที่เจิดจรัสด้วยดวงดาราส่องแสงพราวระยับ ริมฝีปากหยักได้รูปสีดอกท้อ หากได้สัมผัสจะให้ความรู้สึกอย่างไรหนอ…

เขาเหมือนกับถือกำเนิดมาจากอัญมณีอันเลอค่าที่หายาก ยามที่นางมองรู้สึกว่าเขาเจิดจ้ายิ่งนัก

ขณะนั้นลมเย็นโชยพัด ปลุกอิ๋นหลิงให้ตื่นจากภวังค์ความลุ่มหลงในรูปลักษณ์ นางรีบเตือนตนเอง

นี่ไม่ใช่เวลามาเชยชมความงามบุรุษเพศ!

ไม่ได้ นางจะถูกล่อลวงด้วยความหล่อเหลาอย่างเทพมิได้เป็นอันขาด!

อิ๋นหลิงพยายามเลื่อนสายตาออกห่างจากสิ่งยั่วยุที่เรียกว่า
กิเลสตัณหา เกรงว่าหากหลงกลเข้าจะหาทางหนีไปได้มิได้ นางยังมีภาระที่ต้องตามหาอดีตประมุขอสูรอยู่อีก แม้จะเผอเรอจนถูกพ่อค้าทาสจับไปขายก็ใช่ว่านางยอมนิ่งเฉยรอรับโชคชะตา อิ๋นหลิงย่อมต้องข้องใจอยู่แล้ว

จะให้ข้าเป็นภรรยาของท่านหรือ ไม่บังคับข้าเอาเสียเลยอิ๋นหลิงกล่าวประชด สีหน้าแง่งอนไม่แม้แต่สบตาเย่าชิงคงแค่ถูกพ่อค้าทาสจับตัวมาขายก็มิได้หมายความว่าข้าจะต้องเป็นของคนที่ซื้อมา อีกประการ ข้ามีเรื่องที่จะต้องทำสำคัญยิ่งกว่า หากชักช้าแม้แต่วันเดียว ชีวิตน้อยๆ ของข้าคงจบสิ้นอิ๋นหลิงนั่งกอดเข่า ท่าทางหงอยเหงาประหนึ่งหญิงสาวสิ้นหวัง

เขาคิดอยากจะยื่นมือไปลูบศีรษะ ครั้นเห็นใบหน้าชวนเอ็นดูเศร้าเสียใจจำต้องหยุดไว้ครึ่งทาง เมื่อนึกถึงคำพูดของนางแสดงถึงความรังเกียจก่อนหน้านี้ ทำให้เย่าชิงคงคิดไปวูบหนึ่งว่าโม่วโฉวกล่าวถูกต้อง

แต่พอมองดูอิ๋นหลิงอีกครา นางก็มีแววตาที่น่าสงสารจริงๆ ความคิดอันเลอะเลือนของโม่วโฉวจึงสลายจากสมองของเย่าชิงคงไปพลัน

อยู่กับข้าแล้ว มีเรื่องไม่สบายก็รบกวนข้าได้ ข้ายินดีจะช่วย

อิ๋นหลิงเหลียวมองเย่าชิงคง ใคร่ครวญคิดอยู่เป็นนาน

เขาน่ะหรือจะช่วยเหลือนางได้ นางต้องการจะตามหาคู่หมั้นที่เป็นอดีตประมุขอสูร ถ้าบอกไปเช่นนี้ คนที่ตีตนว่าเป็นสามีภรรยาอย่างเขาจะยินยอมช่วยนางแต่โดยดีได้อย่างไร เป็นไปมิได้แน่นอน ดีไม่ดี เขาอาจจะเปลี่ยนใจฆ่านางตายเสียก่อนน่ะสิ

อิ๋นหลิงโบกมือ ไม่บอกความจริงแม้ครึ่งคำช่างเถิด

หนทางนี้ นางเป็นฝ่ายที่เลือกมาเอง จะรบกวนผู้อื่นให้ลำบากได้อย่างไร

 

อิ๋นหลิงจิตใจสับสน ทั้งหวาดกลัวชายหนุ่มที่อยู่ด้านนอกห้องยิ่งนัก นับแต่พบพานกับประมุขเสี่ยนจู้มิเคยมีเรื่องไหนเลยจะเป็นเรื่องดี มีแต่ปัญหาเข้ามามิรู้จบ มากมายเพียงนี้ นางที่เพิ่งเติบโตได้ไม่กี่หมื่นปีจะรับไหวได้อย่างไร

อิ๋นหลิงพยายามสงบสติอารมณ์ ขอร้องกับเย่าชิงคงสักข้อว่าอยากอยู่ลำพังสักระยะ ไม่ต้องการให้ใครรบกวน เพื่อจะได้ใช้ความคิดทบทวนเหตุการณ์ให้ดีว่าควรทำเช่นใดต่อไป ได้หรือไม่

ยามนี้หากนางไม่มีสติ นึกจะเอาแต่ใจตัวเอง ยังยืนกรานจะไปจากที่นี่อยู่เหมือนกับก่อนหน้านี้ ไม่มองสถานการณ์รอบด้านแล้วรีบปรับตัวละก็ได้ลำบากเป็นแน่ ยังดีที่เขาไม่ห้าม ปล่อยให้นางกลับเข้าห้องไปไตร่ตรองเรื่องราวให้เข้าใจ อิ๋นหลิงจึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

ได้ ตามใจเจ้าเย่าชิงคงมิได้ถือสาที่นางทำเป็นหมางเมินกับเขา ในเมื่อนางเป็นภรรยาของเขาแล้วก็มิอาจจะปฏิเสธได้อีก ถ้าอย่างนั้นเมื่อเจ้าตัวต้องการอันใด เขาย่อมอนุญาต

อิ๋นหลิงจึงลุกขึ้นทันทีเพื่อจะกลับเข้าห้อง แต่ความรู้สึกเจ็บแสบบริเวณข้อเท้าปรากฏขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ นางยกชายกระโปรงสูงก้มมองดูเท้าที่มีอาการปวดแสบปวดร้อน ไม่รู้ว่ารอยถลอกที่ข้อเท้าเกิดขึ้นเมื่อใด ครั้นคิดดูดีๆ จึงค่อยนึกออกว่า เมื่อครู่ เท้าข้างนี้พลัดตกขอบระเบียงครูดกับเหลี่ยมไม้เข้าจึงได้แผลมา

แต่อิ๋นหลิงไม่สน ยังฝืนเดินกะเผลกต่อไป พลันประกายแสงเกล็ด
สีนิลสะท้อนเข้าหางตา เขายื่นมือเข้ามาคว้าต้นแขนของนางไว้ อิ๋นหลิงตกใจเผลอร้องเสียงหลง เซถลาเข้าสู่อกกว้างทันที

เย่าชิงคงก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดมือถึงไวกว่าความคิด คว้าอิ๋นหลิงไว้โดยไม่รู้ตัว แต่เขารู้แค่ว่าหากนางยังอยู่กับเขา เขาจะมิยอมให้นางเป็นอันใดไปเด็ดขาด

ท่านอิ๋นหลิงเม้มปาก มองเจ้าของมือเกล็ดสีนิลตาขวาง ไม่รู้ว่าคิดอันใดขึ้นมาได้อีกถึงลงมือฉุดกันอย่างปุบปับ อย่าบอกนะว่าเย่าชิงคงเปลี่ยนใจ ไม่อนุญาตให้นางอยู่ตามลำพัง ไม่ให้นางได้คิดหรือเลือกอันใดอีกแล้ว

เป็นอย่างนี้ก็แย่สิ นางไม่ยอมหรอก

แต่ว่า...ชายหนุ่มผู้นี้มีใบหน้าที่งดงามจริงๆ

อา...ใบหน้า ตา จมูก ปาก กระทั่งสีของร่างกายช่างเข้ากันได้ดียิ่ง

อะแฮ่ม! เย่าชิงคงก็นับว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีผู้หนึ่ง ไฉนแขนของเขาตั้งแต่ปลายนิ้วจนถึงหัวไหล่ถึงมีแต่เกล็ดสีดำผิดรูปร่างไปหนอ เขาควรจะมีกายเป็นเนื้อมิใช่หรือ เขาเป็นอะไรมากันแน่?

อิ๋นหลิงเกิดความสงสัยรูปลักษณ์ผิดแผกของบุรุษตรงหน้า ทั้งที่มีใบหน้าอันหล่อเหลาราวเทพเซียน แต่ผิวพรรณร่างกายกลับมีเกล็ดอัปลักษณ์ดั่งปีศาจ นางนึกเห็นใจในความโชคร้ายเขาวูบหนึ่ง จนกระทั่งเสียงของเขาปลุกภวังค์ของนางจนกลับมา

เจ้าเจ็บอยู่

อิ๋นหลิงไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของเขาเพียงเพราะเขาหน้าตาดีแน่นอน นางรีบแสดงท่าทีต่อต้านความหวังดี พยายามแกะมือเขาออกแต่กลับไม่ได้ผล

ปล่อยข้า!

ย่อมทำมิได้ปลายนิ้วทรงพลังรวบแขนอิ๋นหลิงแน่น หัวคิ้วกดลึกข้าจะทายาให้

ไม่รบกวนท่านเย่าชิงคงให้ลำบากหรอก ข้าจัดการเองได้

เจ้าดื้อหรือน้ำเสียงเขาเย็นเยียบ ยิ่งนางดื้อรั้นเท่าไร เขาก็ยิ่งเกิดอารมณ์ขุ่นมัวมากขึ้นเท่านั้น

อิ๋นหลิงเห็นสีหน้าขุ่นเคืองของเย่าชิงคงเย็นยะเยือกมากกว่าเดิมจึงหยุดต่อต้าน ด้วยเกิดกลัวขึ้นมาว่า...ถ้าหากเขาโกรธจนยับยั้งตัวเองไม่อยู่ เปลี่ยนใจมาฆ่านางแทนจะทำอย่างไร

แต่อีกใจก็ครุ่นคิดอย่างลังเล เย่าชิงคงมัดมือชกนาง แต่งตัวให้ด้วยชุดสีแดงมงคล เรียกนางว่าภรรยา เขาจะกล้าลงมือได้จริงๆ หรือ แม้ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตจะเป็นอย่างไร แต่ถ้ายามนี้ยังคิดจะแข็งข้อไม่โอนอ่อน ไม่แน่ว่าภายหน้าอาจถูกจับกินก็ได้

ครั้นทบทวนหลายหนจนมั่นใจแล้ว ตอนนี้คงต้องสงบเสงี่ยมหน่อย

เย่าชิงคงคลายขมวดคิ้ว เปลี่ยนมาถอนใจแทน

ทำให้ตัวเองบาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้แล้วยังคิดจะปล่อยให้เลือดไหลไม่ทายา อิ๋นหลิงน้อยช่างมีความสามารถเสียจริงเขากล่าว

อิ๋นหลิงนั่งเงียบ ก่นด่าตอบโต้เขาในใจ

ที่นางมีบาดแผลอย่างนี้เป็นเพราะผู้ใดกัน หากมิใช่เขาทำให้สะพานหายไปจนนางเกือบตกน้ำตาย ไม่พอยังถูกแผ่นไม้ครูดจนต้องเป็นเช่นนี้ ยังจะว่านางได้หรือ?

อิ๋นหลิงขยับเท้าออก มิให้เขาสัมผัสส่วนต้องห้าม ทว่า เย่าชิงคงจับข้อเท้าได้ทันพลางช้อนสายตาจ้องเชิงดุเป็นนัยๆ

ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มแน่น ครั้นจนปัญญาจะตอบโต้ แววตาเย่าชิงคงคล้ายผู้ใหญ่ตำหนิเด็กน้อยไม่มีผิด เป็นความกดดันชนิดหนึ่งที่ทำให้นางไม่กล้าแข็งข้อหรือขัดขืนอีก

โม่วโฉว เอายามา

โม่วโฉวเงียบมานาน สีหน้าเหงาหงอยน้อยใจที่นายท่านไม่ฟังคำเตือนของเขา จึงเดินคอตกไปหยิบยาตามคำสั่ง อิ๋นหลิงเห็นบ่าวชราทำท่าน้อยอกน้อยใจก็ลอบยิ้มนึกสบายอกสบายใจเงียบๆ พร้อมหลุบตามองเขาที่กำลังวุ่นวายกับข้อเท้านาง

ดูๆ ไป เขาก็มิได้ดูเหมือนคนใจร้ายอย่างที่คิด อุตส่าห์ช่วยนางมาจากตลาดค้าทาส แล้วยังต้องมาทำแผลอีก เขาไม่ถือสา ไม่ตวาดบริภาษใส่ ไม่เอาเรื่องนางทั้งที่นางกล่าวถึงปมด้อยด้วยถ้อยคำรุนแรงเพียงนั้น แต่เขาก็ยังไม่ตอบโต้อันใดรุนแรงคืนกลับมา เย่าชิงคงผู้นี้เป็นปีศาจที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

อิ๋นหลิงยิ้มกริ่มบางๆ...เป็นคนประหลาดเสียจริง

ที่เขาเงียบ เพราะเห็นนางเป็นเด็กตัวเล็กคนหนึ่ง ไม่ควรถือสา
หาความเท่านั้น

เขามีนิสัยอ่อนโยนอย่างผิดคาด นุ่มนวลเพียงนี้...

ไม่ได้ อย่าหลงคนเพียงรูปลักษณ์สิ

อิ๋นหลิงเตือนใจ รีบเงยหน้าขึ้นพยายามไม่มองเขาอีก จึงมองโม่วโฉวแทน แต่บ่าวชรากลับเบะปากให้นางทั้งยังทำเชิดใส่

เฮอะทำงอนไม่พูดไม่จา พอยื่นยาให้ก็เดินหลบไปอยู่ที่ไกลๆ ใครจะง้อเจ้ากัน

อิ๋นหลิงทำหน้าเบื่อหน่ายกลับไปบ้าง โม่วโฉวเห็นก็ได้แต่
ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มิอาจทำอันใดอิ๋นหลิงได้เพราะเย่าชิงคงให้ท้ายนางอยู่

ชายหนุ่มหล่อเหลาหาได้สนใจท่าทางแง่งอนและสงครามอารมณ์ทางใบหน้าของทั้งคู่ไม่ ยังง่วนกับผ้าพันแผลอย่างเดิม

แม้โม่วโฉวจะเหมือนไม่ถูกชะตากับอิ๋นหลิงและทำทีเป็นน้อยอกน้อยใจ เย่าชิงคงก็มิใคร่สนใจนักว่าใครจะโต้แย้งไม่เห็นดีด้วย ที่รับอิ๋นหลิงเป็นภรรยาแม้ว่านางจะเป็นมนุษย์เพราะมีเหตุผล แต่เขาไม่ชอบอธิบายจึงปล่อยบ่าวชราคิดไปเอง

นิสัยของบ่าวรับใช้คือถามแล้วจะไม่หยุดอยู่แค่คำถามเดียว เขาตอบให้กระจ่างข้อหนึ่งย่อมต้องมีข้อที่สอง สาม สี่ และห้ามาเรื่อยๆ จนเบื่อจะพูด

กระนั้นจึงตัดปัญหา ไม่ตอบเสียเลย


 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha