ปรารถนามังกร

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ตอนที่ 6 : บทที่6 ปีศาจใดเล่าจะงดงามเพียงนี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่6

ปีศาจใดเล่าจะงดงามเพียงนี้

 

ทายาพันผ้าที่ข้อเท้าเสร็จสักพัก เย่าชิงคงก็รู้สึกถึงสายตากำลังจับจ้อง เขาจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง

อิ๋นหลิงที่ไม่อยากมองโม่วโฉวให้กวนใจจึงกลับมามองเขาอีกครั้ง ทว่าถูกเย่าชิงคงสบตาตอบ นางจึงรู้สึกร้อนผ่าวจนต้องเสมองไปทางอื่นอย่างเป๋อเหลอ

เย่าชิงคงหัวเราะ เอ่ยพลางยิ้มว่าจ้องใหญ่เชียว ไม่กลัวข้าแล้วหรือ

กลัวอิ๋นหลิงตอบตามตรงโดยไม่สบตาเขาไม่รู้ว่าวันไหนจะจับข้ากิน

ข้ามิใช่ปีศาจกินเนื้ออย่างที่เจ้าเข้าใจเสียหน่อยเขาตอบด้วยรอยยิ้มงดงามเย้ายวน

ที่นางจ้องมองเขา ก็แค่อยากจะรู้ว่าร่างกายของเขาจำแลงร่างไม่สมบูรณ์ในตอนนี้เพราะสาเหตุใด เขาเหมือนปีศาจบำเพ็ญไม่พอ หรือเพราะในอดีต เขาพบเจอเรื่องเลวร้ายกันแน่

อิ๋นหลิงกลอกตาใช้ความคิด ค้นหาความลับที่เก็บงำของเขา

เขาทำแผลเสร็จแล้ว แต่นางกลับไม่ขยับเขยื้อน จ้องเขาราวกับจะสลักเครื่องหมายคำถามไว้บนร่างอย่างไม่รู้จบ

ชายหนุ่มยิ้มละมุน ในใจของนางคงมีคำถามมากเป็นร้อยเป็นพัน หากอิ๋นหลิงอยากถาม เขาก็พร้อมจะตอบในทุกๆ เรื่อง

แต่แล้วสิ่งที่เขาอยากตอบนางกลับไม่ถาม ตัดบทเขาว่าท่านอย่าเข้าใกล้ข้าเชียว

ฉับพลัน ร่างของนางปลิวเข้าห้องพร้อมปิดประตูลงดาล

เย่าชิงคงงุนงงค้าง นางไปเสียว่องไวจนตั้งตัวไม่ทัน เลื่อนดาลประตูปิดอย่างแน่นหนาในระยะเวลาอันสั้น ระแวดระวังถึงเพียงนี้ แสดงเจตนาว่าไม่อยากเข้าใกล้เช่นนี้ก็เพื่อต้องการมิให้เขาเข้าไปล่วงเกิน

แต่ถ้าเขาคิดจะละลาบละล้วงกับนางอย่างจริงจัง ดาลประตูแค่นั้นหรือจะต้านอยู่

อิ๋นหลิงส่งเสียงกำชับบอกออกมาอีกครั้งห้ามเข้ามาเป็นอันขาด ห้ามเข้า หวังว่าท่านจะเข้าใจ มิต้องให้ข้าเน้นย้ำ หากพร้อมจะออกไปเอง

เย่าชิงคงถอนหายใจ เหลียวไปหาโม่วโฉวด้วยสีหน้าจนใจ ชายชรากะพริบตาปริบๆ คล้ายอยากขอฟังเหตุผลนายท่านสักคำ

แต่สายตาบ่าวชราน่าสงสารนัก เขาไม่เล่าคงมิได้แล้ว อย่างน้อยๆ โม่วโฉวรับใช้เขามานับพันปี มีความสัตย์ซื่อยิ่ง เขาร่ายอาคมเสกสะพานคืนมา เก็บสองมือไปไพล่หลังเดินนำไปบนสะพาน

พูดที่นี่ไม่สะดวก เจ้าอยากรู้ก็จงตามข้ามา

โม่วโฉวเดินตามหลังนายท่านจนถึงฝั่ง เย่าชิงคงร่ายอาคมทำให้สะพานไม้หายไปอีกครั้ง

บ่าวชราทำหน้าแปลกใจ นายท่านไม่คิดจะปล่อยอิ๋นหลิง หญิงสาวมนุษย์ไปจริงๆ หรือ นางเป็นมนุษย์ มิได้เป็นปีศาจเถาวัลย์เหมือนอย่าง
โม่วโฉว มิได้อายุยืนยาวเหมือนอย่างนายท่าน แต่ทั้งสองแต่งงานกันแล้ว นางจะมีชีวิตคู่เคียง ครองรักกันจนตราบชั่วนิรันดร์ได้อย่างไร สักวัน นางก็ต้องตายจากนายท่าน นายท่านก็ต้องอยู่อย่างเดียวดาย

ตอนนี้ยังมิได้มีจิตผูกพันกัน มิสู้ส่งนางกลับบ้านไปเสีย ความเสียใจภายหน้าจะต้องไม่เกิดขึ้นแน่นอน

บ่าวชราใคร่คิด จึงลองเอ่ยเตือนนายท่านอีกครั้ง

มนุษย์มีชีวิตอันแสนสั้น นายท่านอย่าได้กักขังนางเลย นางอาจจะมีบ้าน มีครอบครัวเฝ้ารอ อีกอย่าง นางแค่ถูกฉุดมาขายเป็นทาส หาได้ผ่านความสมัครใจของบิดามารดาจริงๆ อิ๋นหลิงอาจจะเป็นบุตรสาวตระกูลร่ำรวยมีหน้ามีตาก็เป็นได้ หากวันหนึ่ง พวกท่านเกิดชอบพอกันจริงๆ แล้วต้อง
พลัดพรากจะมิต้องเจ็บปวดไปตลอดกาลหรือขอรับ...นายท่านได้โปรดอย่าหาความไม่สบายใจใส่ตัวเลย

ที่เขารบเร้าเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้งล้วนเป็นเพราะห่วงใย

เย่าชิงคงฟังคำโม่วโฉวเงียบๆ พลางก้าวเดินเอื่อยเฉื่อยนำหน้า สิ้นคำพูดคนด้านหลัง เขาก็หัวเราะเบาๆ และหันหลังกลับมา ใบหน้าเขาเปี่ยมด้วยยิ้มย่องที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน

เดิมที ข้าเพียงสงสารนางในสภาพน่าอนาถจึงซื้อมาหวังว่าจะปล่อยตัวแต่แรกอยู่แล้ว แต่ว่านางนอนในห้องของข้าแล้วตื่นขึ้นมาในเวลาไม่เหมาะไม่ควร เห็นความลับของข้าจนหมดสิ้น ข้าจึงต้องเก็บนางเอาไว้หาวิธีลบความทรงจำ

แต่ที่นายท่านบอกว่านางเป็นภรรยา?”

ก็คิดเป็นเล่นไปเถิดว่านางคือภรรยาข้า

บ่าวทราบแล้วขอรับ

นัยน์ตาเย่าชิงคงวูบไหว คล้ายกับเรื่องที่บอกไปคือความสนุก แต่ทำให้โม่วโฉวเชื่ออย่างจริงจังเสียแล้ว เขาแค่พูดไปเรื่อยเปื่อย แค่หยุดปัญหาให้โม่วโฉวเลิกรบเร้า มิใช่สิ่งที่เขาคิดจริงๆ จังๆ

แท้จริงในใจเย่าชิงคงคิดเช่นไร ใครก็ดูไม่ออก และเขาก็ไม่คิดจะบอกกล่าวกับใคร เขามองดูเรือนกลางน้ำ คลี่ยิ้มเจือแววกังวล คิ้วขมวดมุ่นก่อนจะแหงนขึ้นบนท้องฟ้า

เย่าชิงคงเกิดฉงนสนเท่ห์ เพ่งมองท้องฟ้าอย่างแปลกใจพระอาทิตย์ทรงกลด?”

บ่าวชราเห็นท่าทางแปลกๆ ของนายท่านจึงมองไปตามที่นายท่านมอง

พระอาทิตย์ทรงกลดฉายเด่นอยู่บนท้องฟ้า เป็นเจ็ดสีล้อมรอบดูงดงามยิ่งยวด โม่วโฉวไม่เคยเห็นจึงมีสีหน้าตกตะลึงแกมดีใจ

นายท่าน นั่นเรียกว่าอันใดหรือช่างงดงามนัก!

เย่าชิงคงแหงนมองค้างเป็นมงคลสวรรค์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้แต่แดนสวรรค์ชั้นฟ้าและเกิดขึ้นกับเทพชั้นสูงเท่านั้น เย่าชิงคงสนใจปรากฏการณ์แสดงถึงเจตนารมณ์ของสวรรค์เป็นพิเศษจึงแหงนหน้าดูอยู่เป็นนาน

โม่วโฉวทวนคำที่นายท่านบอกอย่างใคร่คิดมงคลสวรรค์ หมายถึงสวรรค์จะมีงานสมรสหรือ อืม…สมรสของเทพองค์ใดหนอ

ข้าเองก็อยากรู้ แต่มิมีผู้ใดตอบได้ก็ช่างเถิด

 

อิ๋นหลิงนั่งขดตัวอยู่บนเตียงถึงสามวัน มิยอมกินข้าวกินปลาแม้คำเดียว มิออกมาพูดจากับเย่าชิงคงด้วย

จะวางใจเย่าชิงคงง่ายดายมิได้ เขาเป็นปีศาจอุปนิสัยดีหรือร้ายอย่างไรก็ยากคาดเดา นางอยากเป็นอิสระออกตามหาอดีตประมุขอสูรต่อ

แต่สะพานที่จะใช้หนีกลับหายไปเสียอย่างนั้น รอบด้านของเรือนมีแต่น้ำกว้างไกลถึงสิบจั้ง ฟากฝั่งช่างไกลเกินความสามารถที่นางจะว่ายน้ำหนียิ่งนัก ด้วยจิตอิ๋นหลิงเป็นวิหคเพลิง ขบคิดพลางมองเหม่อออกนอกหน้าต่าง สายตาก็พลันเหลือบเห็นรุ้งปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า รูปร่างทรงกลมรายล้อมดวงอาทิตย์อย่างชัดเจน

หัวใจอิ๋นหลิงสั่นสะท้านหนัก รำพึงออกเสียงอย่างลืมตัว

ประกาศงานมงคลของข้ากับเสี่ยนจู้หรือ เสด็จปู่ ท่านใจร้ายกับ
อิ๋นหลิงนัก ไม่ให้ข้าเลือกทางของตนเองบ้างเลย

ในขณะเดียวกัน แสงสว่างจากประตูก็ทอดเข้าสู่ภายในห้อง เงาของเย่าชิงคงทาบบนตัวของนาง บรรยากาศช่างกรุ่นด้วยความอึดอัดและชวน
สะพรึง ดูจากแววตาแฝงรังสีพิฆาตที่จ้องมา นางก็ตกใจจนวิญญาณจะออกร่างอยู่แล้ว

เจ้า...พึมพำอันใดนะ?” น้ำเสียงของเขาแม้นิ่งเรียบแต่ช่างเย็นเยียบจับจิต

ข้าปิดประตูไว้สนิทมิดชิด ท่านเปิดได้อย่างไร!อิ๋นหลิงรีบ
กระถดถอย หวาดระแวงเย่าชิงคงจะทำมิดีมิร้าย

เขาเลิกคิ้ว โบ้ยหัวแม่มือไปยังด้านหลังข้าทำให้ดาลประตูหายไปเอง เพราะเจ้าไม่กินข้าวและไม่ยอมออกไปเสียที ข้ารอไม่ไหวจึงเลือกที่จะบุกเข้ามาแทน

เสกของให้หายไป แต่ไม่เสกมันกลับคืนมาเป็นงานถนัดของท่านหรือไรอิ๋นหลิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ พยายามพูดเลี่ยงประเด็นที่เขาถาม

จะเอาดาลประตูกลับมา หรือจะเป็นสะพานเชื่อมฝั่งย่อมนำกลับมาได้ แต่ข้าไม่ทำเพราะเจ้ายังคิดจะหนีอยู่เขากล่าวความจริง

อิ๋นหลิงยิ้มไม่ได้ ร้องไห้มิออก กลัวนางหนีหรือ เดิมทีก็ตั้งใจเอาไว้เช่นนั้น แน่อยู่แล้วว่าต้องหนีในยามที่เขาเผอเรอ

ท่านอย่าเผลอก็แล้วกัน ประเดี๋ยวจะหนาว

เขายืนพิงกรอบประตู สองแขนกอดอก ดูเฉื่อยชาคล้ายกับว่าคำขู่จากปากของนางไม่อาจทำให้เขาหวั่นไหวแม้แต่น้อย

วันนี้ก็ไม่แน่กระมัง เพราะข้ามีเรื่องจะต้องไปข้างนอกกับเจ้าเสียด้วย

มี... มีอันใดหรือ?” เรื่องที่ต้องไปข้างนอกที่ว่า มันดีหรือไม่ดีกัน

ไปตลาดเย่าชิงคงตอบพลางอธิบายในเมื่อข้าแต่งเจ้าเป็นภรรยาข้า แต่กลับไม่มีเสื้อผ้าให้เจ้าสวมใส่ ของใช้อื่นๆ สำหรับผู้หญิงยิ่งไม่ต้องพูดถึง ข้าอยู่ที่นี่ตามลำพังกับโม่วโฉวมานาน ข้าจึงคิดว่าควรพาเจ้าออกไปตลาดเลือกซื้อหาด้วยตนเองจะดีกว่า เจ้าจะไปหรือไม่

อิ๋นหลิงกลอกตาใคร่ครวญคิด ลังเลอยู่สองเรื่อง ประการแรก นางไม่อยากไปที่ไหนกับเขาเพียงลำพัง แม้จะมีบ่าวชราผู้นั้นเดินตามหลังก็ไม่วางใจ หนึ่งนาย หนึ่งบ่าว ย่อมต้องรู้เห็นเป็นใจให้กันเป็นธรรมดา เกิดเขานึกอยากฆ่าขึ้นมา นางจะทำอย่างไร

ประการที่สองได้ออกไปเดินตลาดก็นับว่าดีมาก อิ๋นหลิงอาจจะมีโอกาสหลบหนีพ้นก็เป็นได้

กับบุรุษรูปงามที่มากด้วยลับลมคมใน มักใส่ชุดคลุมสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า ใครจะไปอยากอยู่ด้วยกันเล่า

น่ากลัวกว่านั้นคือมือเหมือนเกล็ดงู เห็นเมื่อไร ขนลุกชันเมื่อนั้น
เย่าชิงคงต้องเป็นปีศาจงูอย่างแน่แท้ เพราะเขาบำเพ็ญเพียรไม่พอ ทำชั่วมากไป ร่างกายถึงได้กลายร่างได้ไม่สมบูรณ์

คิดหาทางออกได้เช่นนั้นพลันตอบกลับไปอย่างรวดเร็วว่าข้าไป

เย่าชิงคงได้คำตอบ จึงหันหลังจะออกจากห้อง พลันเสียงอิ๋นหลิงกล่าวกับเขาด้วยความลังเล

คือ…ข้าไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่ถูกจับไปขายเป็นทาส ทั้งยังหมกตัวอยู่แต่ในห้องตลอดหลายวัน ข้าอยากจะอาบน้ำเสียก่อน

แม้นางจะมีร่างเป็นวิหคเพลิงก็ใช่ว่าจะไม่ต้องอาบน้ำ อย่างน้อยก็เป็นสตรี ความสะอาดต้องมาก่อน

สองมือเขาไพล่หลัง หันมามองนางเล็กน้อย เขาอยากบอกอิ๋นหลิงน้อยว่าตั้งแต่พาเจ้ามาถึงเรือน ข้าเช็ดตัวให้เจ้าจนสะอาดหมดแล้ว แต่ถ้าอยากอาบหลังจากเก็บตัวเอาแต่อยู่ในห้องตลอดสามวันก็ไม่ห้าม

ทว่า เย่าชิงคงมิได้พูดออกมา เกรงว่านางที่กำลังว่าง่ายจะกลายร่างเป็นลูกไฟเผาความสงบของหุบเขาจนวุ่นวายไปกันใหญ่

เย่าชิงคงพยักหน้าข้าจะให้โม่วโฉวนำทางแล้วกัน

อิ๋นหลิงคลี่ยิ้มบางๆ ส่งให้เย่าชิงคง ทว่า ชายหนุ่มที่ปากเอาแต่บอกว่านางคือภรรยากลับไม่มีรอยยิ้มตอบกลับ กระทั่งสายตาใคร่ปรารถนาก็ไม่มีเลยแม้แต่น้อย

เขากลับดูเคร่งขรึม นิ่งเหมือนก้อนหิน

อิ๋นหลิงยิ้มเก้อ นึกกระทืบเท้าในใจ…คนเขาสู้อุตส่าห์ส่งยิ้มให้อย่างจริงใจกลับทำหน้าทำตาเหมือนคนตายด้าน ปีศาจงูไม่สมบูรณ์ตนนี้ตายด้านไปจริงๆ อย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว!

หลังจากที่อิ๋นหลิงรีบหุบยิ้มด้วยความรู้สึกขายหน้า นางจึงก้าวเท้าอย่างมึนตึงออกห้องไปโดยไว ไหล่ของเย่าชิงคงสั่นเบาๆ รอยยิ้มกว้างอาบอยู่บนใบหน้า เปี่ยมด้วยความสนุก สีหน้าหลากหลายของนาง ทำให้เขาอดใจจะแหย่เล่นมิได้จริงๆ 

 

เมฆสีขาวรวมตัวกันเป็นปึกแผ่นแผ่ขยายไปทั่วท้องฟ้า จนเกิดเป็นริ้วคลื่นราวกับม่านสีขาวบดบังแสงอาทิตย์อันแรงกล้า เกิดสายลมพัดเอื่อยหลายระลอก อากาศที่เคยอบอ้าวจึงค่อยเย็นสบายขึ้น

ชาวบ้านต่างทักท้วงกันจอแจ ก่อนนี้ไม่กี่ชั่วยามมีพระอาทิตย์ทรงกรดปรากฏอยู่เต็มวงอย่างชัดเจน แต่แล้วจู่ๆ อากาศก็แปรปรวนอย่างฉับพลัน ไม่รู้ว่าจะเกิดอาเพศอันใดที่น่าหวั่นวิตกหรือไม่ ท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงในวันเดียวถึงสองอย่าง แต่ละอย่าง พวกเขามิเคยได้พบเห็นจึงตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย

ชาวบ้านต่างคิดไปไกล วิตกกังวลจนเกินเหตุ แต่อิ๋นหลิงมิได้คิดเช่นนั้น นางรู้ว่าที่ท้องฟ้าแปรปรวนเป็นเพราะเทพเซียนขี่เมฆไปเยือน
สวรรค์ชั้นฟ้ากันเป็นโขยง หาไม่แล้ว เหล่าก้อนเมฆพวกนั้นจะรวมตัวกันได้น่าสะพรึงเช่นนี้ได้อย่างไร อาเพศก็เป็นเสี่ยนจู้นั่นแหละ มิใช่ใครที่ไหน
ภพภูมิวุ่นวายด้วยความเอาแต่ได้ของเขาผู้เดียว

แต่ในเรื่องแย่ๆ ยังมีเรื่องที่ดีอยู่บ้าง ด้วยหมู่เมฆหนาทึบเหนือฟากฟ้ากระจายเต็มไปหมด ประหนึ่งเมฆเหล่านั้นช่วยอำพรางนางไว้ให้รอดพ้นจากสายพระเนตรเจ้าสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น

โม่วโฉวไม่ได้มาตลาดด้วย เพราะคำสั่งเย่าชิงคงให้รออยู่ที่ศาลาแทน อิ๋นหลิงควรจะใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุดแล้วหนีไปเสีย แต่มิอาจทำอย่างที่คิดเพราะมีแผ่นหลังของเย่าชิงคงเป็นกำแพงขวางหน้า ทั้งสายตาจับจ้องประหนึ่งนักโทษมองนางอยู่เป็นระยะ พาเดินเลาะตลาดไม่ทิ้งห่าง มิฉะนั้นนางคงได้ติดปีกบินหนีเขาสำเร็จไปนานแล้ว

หญิงสาวค่อนขอดเย่าชิงคงในใจ ปากบอกว่านางเป็นภรรยา แต่การกระทำกลับมิใช่!

ถ้าจะระแวงกันเพียงนี้ ไม่ขังนางไว้เหมือนเดิมเสียเลยเล่า

นางจ้องแผ่นหลังเขาอย่างหงุดหงิด ได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินตามเย่าชิงคงไปเรื่อยๆ

เย่าชิงคงแต่งกายด้วยชุดดำตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า กระทั่งมือทั้งสองข้างยังสวมถุงมือซ่อนเร้นเกล็ดดำไว้อย่างมิดชิด นางจ้องแผ่นหลัง สำรวจการแต่งกายลายผ้าของเขาจนเบื่อก็ค่อยหันไปมองผู้คนรอบข้างที่ส่งเสียงดังจอแจฟังมิได้ศัพท์

แววตาอิ๋นหลิงเปี่ยมด้วยความใคร่รู้ ครั้นได้พบเจอร้านค้าร้านขายวางของขายเรียงรายเนืองแน่นริมถนนไปหมด คนพลุกพล่านเต็มตลาด แข่งกันออกเสียงเสนอสินค้าอย่างกระตือรือร้น เพราะไม่เคยมาแดนมนุษย์มาก่อน ความแปลกใหม่ แปลกหูแปลกตาที่พบเจอ ณ ดินแดนนี้ ทุกอย่างล้วนชะล้างความตั้งใจเดิมของอิ๋นหลิงไปจนหมดสิ้น

นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นตลาดสีหน้าจึงเริงร่าผิดกับก่อนนี้ลิบลับ 

"โอ้ นี่อะไรหรือ" นางถามด้วยดวงตาลุกวาว หยิบน้ำตาลปั้นขึ้นดมด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"นี่เป็นน้ำตาลปั้น รสหวานยิ่งนักพ่อค้าน้ำตาลปั้นกล่าวนำเสนอเสียงใส และยังแนะนำน้ำตาลปั้นอีกหลากหลายแบบให้กับนางอา แม่นางดูนี่สิ ข้าน้อยได้ปั้นเป็นรูปดอกไม้หลายชนิด และอีกกล่องนี่ก็เป็นรูปเทพเซียน มิทราบว่าสนใจสักกล่องหรือไม่

อิ๋นหลิงหันไปหาเย่าชิงคงด้วยแววตาเป็นประกาย ส่งยิ้มสดใสเรียกแทนตัวเองให้น่าเอ็นดูตามที่เคยที่ใช้คำเรียกกับเจ้าสวรรค์บ่อยๆ

"ท่านเย่าชิงคง อิ๋นหลิงอยากกินอันนี้"

"..." เย่าชิงคงจ่ายเงินให้พ่อค้า ชำเลืองมองอิ๋นหลิงน้อยกำลังมีท่าทีสนอกสนใจ วูบนั้นรอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากเขา ครั้นนึกถึงคำพูดอันน่าฟังของนางเมื่อครู่ และหายไปอย่างรวดเร็วเมื่ออิ๋นหลิงวิ่งผ่านหน้าเขาไปยังอีกร้าน นางก้มๆ เงยๆ สนทนากับแม่ค้าไม่กี่คำก็หันมายิ้มเป็นประกาย

"ท่านเย่าชิงคง อิ๋นหลิงอยากได้ชิ้นนี้ด้วย"

เย่าชิงคงย่นคิ้วกล่าวกับนางอย่างตามใจ "ได้ๆ ตามใจเจ้า"

อา ร้านนั้นมีอะไรวางขายอยู่หรือ น่าสนใจจริง

นางกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าออกร้านค้าให้วุ่น ราวกับเด็กน้อยเพิ่งหัดเดินแล้วอยู่เฉยไม่เป็น เย่าชิงคงรู้สึกตาลายเมื่อมีคนอยู่ไม่สุขวิ่งผ่านหน้าเขากลับไปกลับมาหลายสิบเที่ยว ไปแต่ละเที่ยว นางมักจะได้ข้าวของติดมือมาทุกครั้ง มีทั้งของเล่นที่นางไม่เคยเห็น และของกินสีสันแปลกตาที่นางหยิบมา เขาก็ต้องตามไปจ่ายทุกครั้ง


 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha