ปรารถนามังกร

โดย: ปกฉัตร-ซูอวี้ไป๋-書玉白



ตอนที่ 15 : บทที่15 พูดยั่วเย้าได้เก่งกาจเหนือใคร


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่15

พูดยั่วเย้าได้เก่งกาจเหนือใคร

 

อิ๋นหลิงถูกต่อว่าจนสมองชา ประมวลเหตุการณ์และคำพูดไม่ทัน จึงได้แต่ย่นคิ้วงงงัน

ครั้นทบทวนคำบ่นของโม่วโฉวจนจบ นางก็พูดเสียดสีอย่างไม่น้อยหน้ากลับไป

แล้วท่านลุงไม่หาเรื่องข้าสักวัน มันจะขาดใจตายหรืออย่างไร ทำตัวเหมือนหญิงสาววัยแรกแย้มกำลังหึงชายหนุ่มที่หมายตามานานอย่างไรอย่างนั้นแหละ เอ๊ะ!?” อิ๋นหลิงเบิกตาสีหน้ากรุ้มกริ่มกล่าวยียวน “หรือท่านลุงโม่วโฉวแอบชอบท่านเย่าชิงคง ถึงได้เป็นเดือดเป็นดาลแทน จะว่าไปก็คล้ายคนรักอยู่เหมือนกันนะ ก็ห่วงใยเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าจนออกนอกหน้าถึงเพียงนี้

หุบปาก! หยุดพูด!” โม่วโฉวหน้าดำหน้าแดง ชี้นิ้วสั่งห้าม “ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ เฮอะ! เด็กน้อยเก่งแต่พูด แน่จริงก็ลุกขึ้นมางัดข้อกับข้าเป็นอย่างไร หรือว่าไม่แน่จริง?”

นางมองโม่วโฉวปะหลับปะเหลือกด้วยรู้สึกระอา ท้าสู้คนตอนไหนไม่ท้า มาท้าตอนนี้ ใครกันที่ไม่แน่จริง

อย่าว่าแต่งัดข้อเลย ถ้าได้ยาถอนพิษแล้ว ข้าจะจับท่านเหวี่ยงลงน้ำให้ดู อย่าหาว่าข้าทำร้ายคนชราก็แล้วกัน

โม่วโฉวโมโหจนตัวสั่น พลันชี้นิ้วกับนางอย่างเอาเรื่อง “ได้เลย เจ้าเด็กน้อย ถึงคราวนั้นอย่าร้องไห้ว่าผู้ใหญ่รังแกเด็กเชียว ข้าจะทำให้เจ้าต้องอยากกลับบ้านจนร้องไห้แน่

รอข้าหายก่อนเถอะ อย่าทำเป็นเก่งแค่ตอนนี้ก็แล้วกัน

อิ๋นหลิงยิ้มส่งท้ายให้โม่วโฉวที่เดินสะบัดแขนเสื้อออกไป ความสงบเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง นางนึกถึงคำพูดของโม่วโฉวก็ทอดถอนใจ

ข้าเพิ่งจะร้องไห้ออกจากบ้านมา ไหนเลยจะร้องไห้เพราะอยากกลับไปกันเล่า

เด็กน้อย เลิกหาเรื่องคนแก่ มากินข้าวได้แล้ว” เสียงเย่าชิงคงดังขึ้น เขายืนยิ้มน้อยอยู่หน้าประตูพร้อมถาดใส่อาหาร กลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลโชยเข้ามา

ข้าไม่ใช่เด็กน้อย” นางหันไปเถียงกับเขา

ไม่เด็กก็ไม่เด็ก ทำไมต้องทำหน้าเหมือนกับแง่งอนเหมือนเด็กด้วยเล่า” เย่าชิงคงนั่งลงบนเตียงข้างอิ๋นหลิง พลันโน้มตัวลงไปไต่ถาม “ว่าจะถามเจ้าตั้งแต่ครั้งก่อนโน้นแล้ว คนในบ้านเจ้ารู้หรือเปล่าว่าเจ้าออกมา

อิ๋นหลิงตอบด้วยความเบื่อหน่ายครั้นคิดถึงเรื่องที่แอบลงมาจากสวรรค์

ไม่รู้ ถ้าพวกเขารู้จะต้องไม่ให้ข้ามาแน่ เพื่อที่จะไม่ต้องแต่งงานกับคนโฉดชั่ว ข้าจำเป็นต้องออกบ้านมา

เย่าชิงคงจับปลายคางของนางเชิดขึ้น จับจ้องด้วยแววตาแพรวพราว รอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มที่ไร้ไมตรีต่อสตรีอื่นกำลังส่งยิ้มกับนางอย่างเปี่ยมล้นด้วยความเสน่หา

อา...เย่าชิงคง ไฉนชอบยั่วยวนนางนัก จนหัวใจแทบถูกหลอมละลายแล้ว

เขาลูบเส้นผมดุจแพรไหมอย่างเบามือ พูดเสียงอ่อนโยน “อิ๋นหลิงน้อยวางใจ เจ้าเป็นภรรยาข้าแล้ว ไม่อาจเป็นภรรยาคนอื่นได้อีก

นางถลึงตาใส่เย่าชิงคงเพราะอารมณ์โมโหที่เกิดจากคำท้าทายของโม่วโฉวยังคั่งค้างอยู่ในใจ จึงกลายเป็นพาลใส่เขาไปด้วย

ลุงที่อยู่ข้างนอกก็เกลียดข้าเข้ากระดูก อยากให้ข้าหายไป ส่วนท่านก็จะให้ข้าเป็นภรรยาให้ได้ ท่านคิดว่าข้าเป็นคนที่ไม่มีบิดามารดาแล้วอยากจะทำอะไรก็ได้เช่นนั้นหรือ

เพราะว่าเจ้ามิมีบิดามารดาอย่างไรเล่า ข้าถึงต้องแต่งกับเจ้า สิ้นบิดามารดาย่อมเป็นสามีที่ดูแลแทน” เขาพูดพลางยิ้ม

อิ๋นหลิงเหมือนไปไม่ถูก เหมือนนางถูกเย่าชิงคงค่อยๆ ต้อนให้จนมุมทีละนิดจนต้องยอมเลิกโต้แย้งไปเอง พูดไปพูดมากลายเป็นว่านางเสียท่าพ่ายแพ้ต่อคารมของเจ้างูนี่เข้าจนได้…

อิ๋นหลิงอารมณ์ไม่ดีหน้านิ่ว บัดนั้น มือเต็มไปด้วยเกล็ดก็วางทาบอยู่บนศีรษะของนาง เขาตบปลอบเบาๆ ไม่กี่ที จู่ๆ นางก็รู้สึกเหมือนผู้ใหญ่ปลอบโยนเด็กน้อยหลงทางให้นางรู้สึกผ่อนคลายอย่างไรอย่างนั้น

กินข้าวเถิด ข้ารับปากว่าจะป้อนก็ต้องป้อน” เย่าชิงคงว่าพลางเข้าไปประคองร่างบอบบางไร้เรี่ยวแรงขยับขึ้นพิงหัวเตียงกลับมาตักอาหารร้อนๆ ใส่ชามแล้วเป่าให้เย็น

เย่าชิงคงตักอาหารป้อน แต่อิ๋นหลิงกลับอายไม่ยอมอ้าปาก

อ้าปาก” เย่าชิงคงพูดเสียงนุ่มนวลเชิงสั่ง

อิ๋นหลิงร้อนผ่าวบนใบหน้าประหนึ่งอัคคีลุกโชน ยามที่เย่าชิงคงกล่าวหยอกล้อ ช่างรู้สึกทั้งคันหัวใจและรุ่มร้อนเสียจนทรมานพิกล

เย่าชิงคงผู้นี้ดีแต่ยั่วเย้า โดยหารู้ไม่ว่าทำอันใดไป กล่าวคำใดมากไป เขาเหมือนเด็กน้อยไม่ประสีประสาเรื่องใช้วาจาผู้หนึ่ง อยากพูดอะไรก็พูด ลืมคำนึงถึงความรู้สึกคนฟัง หารู้ไม่ ทุกถ้อยที่เอื้อนเอ่ยออกมากระตุ้นบางส่วนอยู่ภายในตัวของนางตื่นขึ้นมาจนมิอาจห้ามปรามได้อยู่

นางเริ่มทำตัวไม่ถูก เขินอายทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ๆ ส่วนเขากลับมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนกับมิได้คิดอันใดอยู่เลย เขาสงบนิ่ง แต่นางกลับร้อนรุ่ม เขายิ้มอย่างสบายใจ แต่นางกลับคันหัวใจ เขาช่างเฉื่อยชาได้น่าโมโหนัก ด้วยเหตุนี้ อิ๋นหลิงจึงคับข้องใจมาก

ท่านว่างนักหรืออย่างไรกันถึงได้เอาแต่แหย่ข้า” นางกล่าวอย่างไม่เข้าใจ ส่วนเขาก็ชะงัก

เขายังพูดโดยไม่รู้สึกเหมือนอิ๋นหลิงแต่อย่างใด “ข้าเปล่า แค่ป้อนข้าวเจ้าเองมิใช่หรือ จำมิได้ว่าไปแหย่อิ๋นหลิงน้อยตอนไหนกัน

ท่านแหย่ให้ข้าชอบท่าน เหมือนที่เคยทำกับคุณหนูหลินหรงใช่หรือไม่ แล้วท่านก็ไร้ไมตรีกับข้า เหมือนทำกับคุณหนูหลินหรง

สีหน้าเย่าชิงคงคลายยิ้ม ก้มหน้าคีบผักใส่ชามข้าว “ข้าไม่ชอบคือไม่ชอบ ของที่ข้าจะสนใจมักหาได้ยาก หากข้าสนใจสิ่งไหนย่อมอยู่กับสิ่งนั้นทั้งวันได้โดยมิมีวันเบื่อ

ครั้นเขาป้อน นางก็กินโดยไม่พูดอะไรอีก ในคำตอบอันเรียบง่ายแต่กลับอุ่นซ่านไปถึงหัวใจ

อิ๋นหลิงคิดอย่างเหม่อลอย ที่เขาพูดอย่างนี้เป็นเพราะเย่าชิงคงชอบนางใช่หรือไม่

เย่าชิงคงยืนกรานว่าเป็นนางบ่อยครั้ง เหตุใดต้องย้อนกลับไปคิดถึงหลินหรงให้นึกเวทนาอีก

ปีศาจงูตนนี้เหมือนนางอยู่อย่างหนึ่ง หากไม่ชอบคือไม่ชอบ แม้ว่าเสี่ยนจู้จะต้องการนางสักเพียงไร อยากดูแลดีให้แค่ไหน นางก็ชอบเขาไม่ลง

เย่าชิงคงมองใบหน้าจิ้มลิ้มอมทุกข์ คิ้วขมวดมุ่นก็นึกมันเขี้ยวกับท่าทางคิดมากของอิ๋นหลิงนัก พลันดีดนิ้วที่เต็มไปด้วยเกล็ดลงกลางหว่างคิ้วไปทีหนึ่ง จนนางสะดุ้งตื่นจากภวังค์

ความเจ็บแปลบติดค้างบนหน้าผาก นางเม้มปาก ตวัดสายตาดุไปที่เขาทันที

เจ็บ ดีดมาได้ ปลายนิ้วแข็งเหมือนหินอย่างนั้น

เลิกฟุ้งซ่านแล้วกินข้าว จะได้ดื่มยาขับพิษ หากยังดื้อ ข้าจะเปลี่ยนวิธีทำโทษ

อิ๋นหลิงผวากับคำยั่วเย้าน้ำเสียงหยอกล้อที่จะเป็นจริงขึ้นมา จึงรีบปฏิบัติตัวว่าง่ายทันที

กินแล้ว ข้ายอมกินแล้ว

เขายิ้มน้อยๆ แล้วค่อยๆ ตักอาหารเข้าปากอิ๋นหลิงไม่ช้าไม่เร็ว

ในเวลาแค่เค่อเดียว กับข้าวที่เย่าชิงคงลงมือทำพร่องลงมาก ทุกช่วงขณะ นางแทบจะเป็นฝ่ายเร่งเขาเสียเอง อิ๋นหลิงชื่นชมในใจเงียบๆ ไม่น่าเชื่อว่าเย่าชิงคงจะทำของกินได้อร่อยถึงเพียงนี้ ฝีมือเป็นเลิศกว่าบ่าวชราผู้นั้นจนเทียบเขาไม่ติดสักนิด หากได้กินอาหารฝีมือเขาทุกวัน นางคงได้มีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ เหมือนอย่างที่เขาเคยอยากให้มีตรงนี้ ตรงนั้น ตรงโน้นเป็นแน่

แค่คิด อิ๋นหลิงก็รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ทั่วทั้งตัว มิรู้ว่าเขากำลังคิดอันใดถึงพูดออกมาอย่างนั้น

เย่าชิงคงเก็บชามข้าวไว้ในถาด ถอนใจพลางเหลียวไปยิ้มอ่อนกับอิ๋นหลิงกล่าวว่า

กินเก่งใช้ได้ รับรองเจ้าต้องแข็งแรงในเร็ววันแน่นอน

สายตาของนางกวาดมองท่าทางของเขา ในใจหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกทะแม่งๆ นัก

พูดเหมือนท่านดีใจ แต่สีหน้าบ่งบอกว่าลำบากใจ หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ ท่านเย่าชิงคง?”

เขายิ้มแกมหัวเราะอย่างจนใจเบาๆ “ที่ข้าพูดว่าอยากให้เจ้ามีเนื้อในร่างกายเพิ่ม เจ้ามิต้องเก็บมาเป็นจริงเป็นจังนักก็ได้ แค่พูดไปเล่นๆ ส่งเดช แต่คาดไม่ถึงว่าจะเอาเรื่องกว่าที่คิด

ใครจะทำอย่างที่ท่านพูดกันเล่า!” นางรีบโต้แย้งด้วยสองแก้มแดงระเรื่อ มองเย่าชิงคงตาเขียว อาหารแค่ถูกปาก มิใช่กินเพื่อเอาใจเขาเสียหน่อย

วันนี้ อากาศเย็นแท้ๆ อิ๋นหลิงกลับรู้สึกว่ามีลมร้อนหมุนเวียนอยู่กลางหัวทะลักออกทางหูคล้ายจะระเบิด หากนางลุกขึ้นไปเอาเรื่องเขาได้ นางคงมิต้องอึดอัดเพียงนี้

ที่ผ่านมาหลายพันปี มิเคยหาเรื่องใครก่อนก็ใช่ว่านางจะยอมให้ถูกรังแก หรือก่อกวนจิตใจ มิเช่นนั้นต้องเอาคืนแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเทพองค์ใดก็ตาม กับเสี่ยนจู้ก็ด้วย

มาทำทีเป็นสู่ขอ ที่แท้คิดจะครอบครองกักขังหน่วงเหนี่ยวกันทั้งนั้น ถ้าไม่ติดที่มีเจ้าสวรรค์อยู่ตรงหน้า นางอาจจะได้สู้ตายกับเขาไปแล้ว ไม่ต้องปล่อยให้กินแหนงแคลงใจจนถึงตอนนี้หรอก

คิดแล้วเจ็บใจยิ่งยวด ไฉนพบแต่คนประเภทนี้บ่อยนัก เย่าชิงคงแม้จะไม่โฉดชั่วเหมือนคนที่อิ๋นหลิงเคยพบมา แต่เรื่องกวนใจเก่งยอดเยี่ยม เห็นทีคงจะว่างเกินไป นางไม่เข้าใจ ทำไมเย่าชิงคงถึงไม่ไปก่อกวนโม่วโฉวบ้าง ไม่แน่ ฝ่ายนั้นอาจรอเขาไปวนเวียนอยู่ก็เป็นได้

ปากแข็ง” เขานั่งที่ริมเตียง ยกขาขึ้นไขว้ศอกยันเข่า เท้าคางยิ้มกริ่ม ไม่นานก็อดกลั้นขำในลำคอมิได้ ยามที่นางทำเป็นกระฟัดกระเฟียดกลบเกลื่อนความเขินอาย ช่างน่าชมไม่น้อยเลยทีเดียว

ครั้นอิ๋นหลิงถลึงตาใส่เขานิดๆ ก็รู้แล้วว่านางคลายความวิตกกังวลลงไปมาก กระนั้น เย่าชิงคงจึงเลิกแกล้งนาง กล่าวสงบศึก

เอาละๆ ข้าเชื่อเจ้า เช่นนั้นก็หมายความว่ากับข้าวฝีมือข้าอร่อยใช่หรือไม่ มื้อต่อไป ข้าทำให้กินอีกดีหรือไม่

อิ๋นหลิงไม่ตอบ แค่พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาเสมองไปทางอื่น เย่าชิงคงดูสีหน้าของนางเผยยิ้มจางๆ บนมุมปากเล็กน้อย จึงเข้าใจในทันทีและไม่ถามต่อ หยิบถาดชามเปล่าได้ ก็ออกห้องไป

หลังจากที่เย่าชิงคงกลับออกไป อิ๋นหลิงจึงค่อยถอนสายตาจากเมฆบนฟ้าที่นอกหน้าต่างกลับคืนมา ผ่อนลมหายใจประหม่าออก

ท่านหยอกล้อข้าบ่อยๆ ประเดี๋ยว ข้าก็ถอนตัวไม่ขึ้นหรอก

 

ระหว่างโม่วโฉวนั่งเฝ้าหม้อยาขับพิษของอิ๋นหลิง เสียงวางของจากด้านหลังทำให้บ่าวชราหันไปมองในทันที พบว่าเย่าชิงคงกำลังเก็บจานชามเตรียมล้าง โม่วโฉวไม่อยากให้เย่าชิงคงลำบากพลันลุกจากเก้าอี้ฉับไว รับเอาชามข้าวเปล่าไปไว้ในถังเพื่อล้างเสียเอง

นายท่านอย่าทำอีกเลย เรื่องลำบากเช่นนี้ ต่อไปให้บ่าวจะจัดการให้เองเถอะ” โม่วโฉวถอนใจสบถไปยังห้องที่อิ๋นหลิงนอนพักอยู่ “นางมนุษย์มารยาร้อยเล่ห์อิ๋นหลิงแสร้งเป็นเจ็บป่วย นายท่าน ต่อไปอย่าเข้าใกล้นางอีกนะขอรับ ปล่อยให้โม่วโฉวผู้นี้สั่งสอนคนตลบตะแลงนั่นเอง

เขากอดอกมองบ่าวชราด้วยสายตาแฝงความไม่พอใจ ถามบ่าวรับใช้ด้วยเสียงเย็นเยียบ

เจ้าเริ่มใช้คำที่ทำให้ข้าเริ่มโมโห รู้ตัวหรือไม่” เขาชี้มือไปยังห้องของอิ๋นหลิง ถามด้วยสีหน้าชวนสะพรึงใจ “เจ้าคิดว่านางแกล้งป่วยหรือ

ท่าทางเย่าชิงคงเป็นเช่นนี้น่าสะพรึงที่สุด บ่าวชราทราบ แต่มิได้มองหน้าผู้เป็นนาย จึงตอบอย่างไม่เกรงใจน้ำเสียงแน่วแน่

ย่อมเป็นเช่นนั้น นายท่าน มนุษย์ร้อยเล่ห์มากกล อย่าหลงคารมฉอเลาะของนางเป็นอันขาดนะขอรับ

แต่เย่าชิงคงหาได้สนใจที่บ่าวชราประจบประแจง กลับขมวดคิ้วจ้องเขม่น

ฉอเลาะ?” เขาทวนคำโม่วโฉวเสียงเบา “ตลบตะแลง…ฉอเลาะ…นางไม่มีท่าทีฉอเลาะ ต่างจากที่เจ้าชอบเป่าหูข้า…โม่วโฉว…หากข้าได้ยินถ้อยคำหยาบช้าออกมาจากปากเจ้าอีก อย่าหาว่าไม่เตือน อิ๋นหลิงมิได้เป็นเพียงมนุษย์ แต่นางอยู่ในฐานะที่เป็นภรรยาข้า เจ้าไม่ให้เกียรตินาง เท่ากับมิให้เกียรติข้า ตอนนี้ ข้ารอให้เจ้าสำนึกผิด เลิกมีท่าทีบาดหมางกับนางอยู่จึงยังไม่ลงโทษ แต่หากกลับใจมิได้ ก็เตรียมตัวเอาไว้แล้วกัน

ถูกตักเตือนเชิงข่มขู่จากเย่าชิงคงมิพอ ดวงตาของเขายังแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน นัยน์ตาดำคมกริบ คล้ายดวงตามังกร โม่วโฉวถึงกับขนลุกชันทั่วทั้งตัว ถ้อยคำที่ได้ฟังคล้ายมีไอเย็นแห่งความเด็ดขาดแทรกซึมเข้าถึงหัวใจจนรู้สึกหนาวเหน็บ

หากยังดึงดันตั้งท่าเกลียดชังอิ๋นหลิงต่อไป เกรงว่าบ่าวรับใช้อย่างเขาจะต้องถูกมังกรดำขย้ำจนร่างแหลกสลายเสียก่อน

ไม่พูดแล้ว ข้าน้อยจะเงียบแล้ว

ฟังบ่าวรับใช้ยอมแต่โดยดีเขาก็เบาใจ จึงถอนสายตาที่จ้องโม่วโฉวเขม็งกลับมา

ก็ดี จากนี้ไปเจ้าต้องเรียกนางว่าท่านอิ๋นหลิง อย่าเทียบตนเสมอนางเป็นอันขาด

เพราะถ้าหากโม่วโฉวรู้ว่าอิ๋นหลิงไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเทพชั้นสูงละก็ต้องหงอแน่ ให้โม่วโฉวรู้จักวิธีเรียกเสียตอนนี้ วันหน้าจะได้ไม่ติดๆ ขัดๆ

บ่าวรับทราบ” โม่วโฉวพยักหน้าอย่างสั่นๆ มือไม้เย็นเฉียบ หวาดกลัวคำขู่ที่มิใช่คำขู่ของเย่าชิงคงจนหลั่งเหงื่อเย็น

เย่าชิงคงรู้สึกพึงพอใจที่บ่าวชราว่าง่าย

แต่ที่โม่วโฉวยอมสงบเสงี่ยมยิ่งกว่าทุกครั้ง เพราะกลัวว่าจะทำให้ท่านมังกรดำพิโรธ และสังหารบ่าวรับใช้เช่นเขาด้วยแรงกดดันจนตายมากกว่า

แต่ไหนแต่ไร เย่าชิงคงมักจะไม่ค่อยพูด ทำหน้านิ่งราวกับไร้ซึ่งอารมณ์ แต่ถ้าเขาโมโหแต่ละทีก็เหมือนถูกสายฟ้าผ่าแสกหน้า แม้ส่วนมากจะถูกฆ่าด้วยสายตา แต่น้อยครั้งจะถูกขู่แบบไม่ได้พูดเล่นเช่นนี้

ตอนนี้ โม่วโฉวเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไร เย่าชิงคงถึงได้ดูน่ายำเกรง เพราะเขามิใช่ปีศาจงู

แรกเริ่มเดิมทีก็คิดว่าเย่าชิงคงเป็นปีศาจงูจริงๆ ใครจะไปคิดเล่า ว่าเขาคือมังกรจากแดนอสูร หนำซ้ำยังเป็นเทพมังกร เขาซ่อนกลิ่นอายไว้อย่างล้ำลึกนัก หากวันนั้นไม่ได้เชินฉวนอุทานให้ได้ยิน ป่านนี้ โม่วโฉวคงยังเข้าใจว่าเย่าชิงคงเป็นปีศาจงูต่อไป

แต่ลึกๆ ในใจก็อยากรู้นัก เพราะอะไรมังกรที่มีตบะแข็งกล้าถึงมิสามารถควบคุมพลังได้อย่างเต็มที่ ทำให้มีท่อนแขนเต็มไปด้วยเกล็ดและทนกับความเจ็บปวดได้เป็นพันปีถึงขนาดนี้ เขาไปเจออะไรมา

บ่าวชราสงสัยแทบจะขาดใจ จึงเผลอเพ่งมองสองมือของเย่าชิงคงที่กำลังหยิบกาน้ำชาจะรินดื่มไม่วางตา


---------------------------

ขอแนะนำเรื่องนี้ค่ะ ได้รับความนิยมจาก MEB BOOK ได้รับความนิยม จนติดอันดับหน้าขายดีในหมวดจีนโบราณ หน้า1และ2ตลอด20วันนี้ ราคาคุ้มกับเนื้อหามาก ลองอ่านดูนะคะ

#




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha